อริรักกัน

ตอนที่ 23 : ต่อเนื่อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 พ.ค. 59

รู้สึกเพลีย หิวก็หิว เมื่อถึงบ้านเก่งรบเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ป้าเห็นเขาดังนั้นบอกให้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่มากินข้าว และให้พักผ่อน

พรุ่งนี้เป็นวันหยุดอีกวัน ไม่ได้ไปโรงเรียน เก่งรบงีบหลับในคืนนั้น เขาตั้งใจจะตื่นสาย เมื่อรู้สึกว่าไปเดินแถวเยาวราชกับไหมวาดที่ผ่านมา ทำเอาเมื่อยล้า


บ่ายของวันนั้นลุกตื่นมาแล้ว ป้าออกไปข้างนอกไปหาซื้อดอกไม้ที่ตลาดปากคลองกับลุง เก่งรบตื่นในช่วงที่คนในบ้านออกไปกันหมด เขาเปิดตู้กับข้าวป้าแบ่งอาหารทิ้งไว้ให้เขาเหมือนเช่นทุกครั้ง เก่งรบอยากจะลุกเดินเล่นแถวนี้ เขาเดินไปเรื่อยๆ พี่ชายเคยบอกว่า สุดทางจะมีถนนเชื่อมติดคลอง เป็นถนนสายเล็กของชุมชนแห่งนี้ ที่มีบ้านปลูก บ้านที่เก่งรบได้เห็นคือบ้านไม้ที่สร้างกันแบบง่ายๆจากไม้อัดบ้าง เอาสังกะสีมาทำแทนฝา บางบ้านมีลักษณะเหมือนกระต๊อบ เลี้ยงสัตว์ มีร้านชำ เขานึกถึงเรื่องที่ชวนให้ใจหวาดระแวงและกังวล เหตุการณ์จะยิ่งบานปลาย เขาไม่เข้าใจความคิดของคนกลุ่มนั้น แต่เหตุการณ์ต่างๆเชื่อมต่อกัน ยิ่งทำให้เขามีคำถามหลายอย่างในหัวที่ต้องการคำตอบ กลุ่มคนเหล่านั้น ต้องการสิ่งใด การแก้แค้นและความสะใจ ที่ต้องการการบาดเจ็บล้มตายของคนไปตรงหน้า หัวใจช่างทำด้วยอะไร เกิดเป็นคนหรือเปล่า

รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งถูกต้อง มันไม่จบสิ้น มันต่อทอดกัน เหมือนเป็นวัฒนธรรม เข่นฆ่ากันตาย และมักเคยมีข่าวผู้บริสุทธิ์ที่พลาดถูกลูกหลงเสมอ ทั้งๆที่พวกเขา ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย พ่วงเอาชีวิตมาทิ้ง มันเป็นทุกครั้ง เขาเศร้าใจนะ ทั้งหวาดทั้งกังวล ว่าสักวันหนึ่งในวันหนึ่งมันอาจจะเป็นคราวเคราะห์

เรียนเพื่อจบแล้วหางานทำ เขาไม่ได้คิดเป็นศัตรูของเขา จบแล้วเขาจะกตัญญูตอบแทนพ่อแม่ที่เลี้ยงมา เขาไม่คิดและทำตัวเกกมะเหรกเกเร เป็นคนที่ไม่ดี ที่พ่อแม่ไม่ต้องการ ยิ่งทำตัวเป็นอันธพาลเขาไม่เคยคิด สี่ห้าวันที่ผ่านมาสื่อมวลชนหนังสือพิมพ์ประโคมข่าวกันอย่างหนักเกี่ยวกับนักเรียนนักเลง จนเป็นที่ขวัญผวาของสังคม ข่าวการทะเลาะวิวาท อาละวาด ตีรันฟันแทงของนักเรียนช่างกล มันเสียหายกันทั้งประเทศ ภาพพจน์ อนาคตของชาติ ที่จะได้เติบโต เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ แต่มันกร่อน มันถูกทำลาย เพราะความโสมมแบบนี้

เขาไม่ต้องการเป็นศัตรูกับใคร ถ้าเทียบ ถ้าต้องคัดและวัดกันในด้านฝีมือ เก่งฉลาด น่าจะเป็นในด้านการเรียนมากกว่าเป็นอันธพาล ที่เก่งในเรื่องตีรันฟันแทง ถ้าเปรียบโรงเรียนอื่นเป็นอริ แต่อริก็สามารถรักกันได้ สามัคคี ผูกพัน เป็นหนึ่งกลมเกลียว เพราะเราเป็นคนไทย ไม่ใช่หรือ

เกิดอยู่ภายใต้ร่มโพธิ์บารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นพสกนิกรเลือดเนื้อเชื้อไทยทั้งนั้น หยุดคิด เก่งรบก้าวมาที่ท่าน้ำ บนถนนสายเล็กขรุขระ มองน้ำในลำคลอง ที่ไม่ใส แต่ทว่าไม่ได้ขุ่นจนดำสกปรก ตรงนั้นมีเพิงยื่นลงมาหน้าคลอง ซึ่งใครก็สามารถ นั่งได้ มีโซฟาเก่า กับม้านั่งไม้เก่าที่ฝุ่นจับ ซึ่งบริเวณนี้คนผ่านไปผ่านมา ถ้าเหนื่อยก็สามารถพักผ่อนได้ เป็นที่สาธารณะ เพราะเก่งรบถามจากปากผู้คนในละแวกนี้ แต่เขายังไม่กล้าหย่อนก้นลงนั่ง เพราะสกปรกเกิน



ลูกชิ้นหมูปิ้งเสียบสี่ไม้ที่ไหมวาดถือเดินมา ตามทางที่ถามเอาจากเพื่อนบ้าน ซึ่งรู้จักไหมวาดดี มืออีกข้างถือถุง ยื่นส่งมาให้เขา ทันทีที่ก้าวเข้าไปในเพิงที่คุ้มกันแดดและฝนได้ ค่อนข้างกว้างและดูแข็งแรง

“รู้ได้ไงว่าอยู่ที่นี่” คำถามแรกที่เขางงเมื่อเจอไหมวาดตรงหน้า ไหมวาดเอาแต่ยิ้ม “ทายสิ”

“ ทายไม่ถูกหรอก แต่ดี ที่ไหมมา” คำตอบของเขาพร้อมรอยยิ้ม แต่ไหมวาดก็เอ่ยบ้าง ปล่อยให้เขาเอ่ยแล้ว

“ไหม ไปดูเก่งที่บ้านแล้วไม่อยู่ ป้าเอี่ยมก็ไม่อยู่ ถามเอาจากคนข้างบ้าน”

“ป้ากะลุงไปตลาดปากคลอง” เก่งตอบเท่าที่รู้

และหันกลับมานิ่งสบตาที่ดวงตาใสของคนรัก จากนั้นเสดวงตามองไปที่ลำคลอง เหมือนครุ่นคิด แล้วดึงสายตากลับมาที่เดิม คราวนี้ตอบโดยไม่หันมามองคนรัก

“แล้วรู้ได้ไง ว่าอยู่นี่”

“เดินไปเรื่อยๆไง ตามทาง” น้ำเสียงใสของไหมวาดตอบ ที่ตรงนี้ ไม่ค่อยที่จะแวะมาบ่อย เคนผ่านมาเหมือนกัน แต่ก่อน ที่เคยมีเพื่อนเรียนชั้นเดียวพักอยู่ในละแวกนี้ เพราะเป็นผู้หญิงด้วย ที่แถวนี้ค่อนข้างเปลี่ยว ถ้ากลางวันแวะมาได้ เพราะมีคนอยู่ มีร้านชำ ขายของ สนทนาทักทายกัน แต่ทว่าค่ำคืนจะเปลี่ยวและเต็มไปด้วยพวกเด็กติดยา ที่มาเตร่ จับกลุ่มมั่วสุม เป็นแหล่งชุมชน

“กลับเถอะนะ” ไหมวาดบอก

“อื้อ จะกลับแล้วหรือ” ไหมวาดมองลูกชิ้นไม้เสียบในถุง ที่เขายังไม่ล้วงหยิบมากิน จึงบอก “กินเสียสิ อุตส่าห์ซื้อมาให้ เจ้านี้อร่อย”

“ขอบใจ” เก่งรบตอบพร้อมด้วยรอยยิ้ม


“เก่งคิดอะไร” เห็นเขาเงียบไปนาน ถือถุงลูกชิ้นเดินตามออกมาด้วยกัน ที่เพิงไม้หนาหลังเก่า “ เปล่านี่ ไม่ได้คิดอะไร”

“อย่ามาโกหกไหมนะ ไหมรู้” ไหมวาดทำตาดุใส่เขา

“รู้อะไรล่ะ” เขาเอียงใบหน้ามาถามย้อน

“ดูทำหน้าทำตาเคร่งเครียดอย่างนี้ เก่งกังวลเรื่องอะไร”

เก่งรบถอนหายใจก่อนจะตอบ เขาไม่ต้องการปกปิดคนรักสาวหรอก แต่บางสิ่งบางอย่าง ก็ไม่อยากให้ไหมวาด ไม่สบายใจตามไปด้วย

“เรื่องที่โรงเรียนเก่งนะสิ ข่าวเดี๋ยวนี้ออกมาถี่เหลือเกิน ไม่รู้ว่า วันไหน โชคร้าย” คำว่าโชคร้ายเป็นคำพูดไม่ดี และไหมวาดไม่ต้องการได้ยิน

“อย่าพูดอย่างนี้สิ เก่ง คำนี้เขาไม่ให้พูด”

เก่งรบปิดปากตัวเองเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ฟังที่ไหมวาดให้คำแนะนำ เขารู้ว่าไหมวาดหวังดีต่อเขา

“แต่มันอึดอัด” เขายอมเอ่ยกับความรู้สึกข้างใน ไหมวาดพยายามเข้าใจเขา เด็กสาวก็พอจะรับรู้เรื่องราวทางหน้าหนังสือพิมพ์ และจอทีวี ที่วิทยาลัยมีการวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อเก่งรบระบายความรู้สึกออกมา

“ไหม เชื่อว่า เก่ง ไม่ได้เป็นอย่างพวกนั้นหรอก เก่งรักเรียน เก่งไม่ได้เป็นนักเลง เป็นพวกที่ไม่ดีเหมือนคนพวกนั้น”

นี่คือความรู้สึกที่จริงใจ ที่ไหมวาดพูดออกมา เขารับรู้ถึงความรู้สึกนี้เป็นอย่างดี จึงหันมามองสาวคนรักด้วยความประทับใจ อยากจะโอบกอดเอวของเธอ แต่ติดที่ว่ามือยังถือถุงลูกชิ้นอยู่

“เก่งขอบคุณ ต่อกำลังใจ ที่ไหมมีให้เก่ง”

เมื่อเขาพูดคำนี้ ใบหน้าของไหมวาดผุดสีระเรื่อ เอียงอาย กับคำพูดที่หนุ่มคนรักพูดตรงๆเน้นเสียงและน้ำเสียงของเขานุ่ม น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น


นุดีสาวกระเดียดไปทางชายหรือทอมบอย กลุ่มเพื่อนของแตน วิชยา และเก่งรบ มีความชื่นชอบกับเด็กสาวพาณิชย์ โรงเรียนที่อยู่เยื้องกับเทคนิคปราการ น้องบัวเด็กสาวพาณิชย์คนนี้เป็นที่ถูกใจของสาวมาดห้าว ไหมวาดพอจะรู้ เพราะเป็นเพื่อนในโรงเรียนเดียวกัน รู้สึกแปลกใจ แต่เรื่องแบบนี้อยู่ที่ความปรารถนาของทั้งสอง ที่จะชื่นชอบเพศเดียวกัน ซึ่งมันไม่ได้เสียหาย กลับเป็นการปลอดภัย มากกว่าเพศตรงกันข้าม อีกอย่างนิสัยรูปร่างที่เป็นหญิงเช่นเดียวกัน จึงมีอะไรที่คล้ายกัน

ไม่เพียงนั้น แว่วว่า สาวพาณิชย์ที่ชื่อบัวนี้ เป็นที่สนใจของนักเรียนช่างกลชายอีกแห่ง ที่อยู่ละแวกใกล้กัน แต่จะเป็นจริงหรือไม่ ไหมวาดไม่ค่อยแน่ใจ แต่ภาพของนุดีกับบัวที่เดินคู่กัน ไปชอปปิ้งในห้างสรรพสินค้า ทำตัวเหมือนคู่รักที่กะหนุงกะหนิงกัน ไหมวาดเคยเห็นกับตา และรู้ว่าเป็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกับหนุ่มคนรัก

“เก่ง ไหมเคยเจอเพื่อนของเก่งไปจีบเพื่อนของไหมด้วย”

แฟนสาวถามอย่างนี้ เก่งรบหันไปมอง พร้อมขมวดคิ้ว

“ใครล่ะ”

“จ้อนหรือไง”

“ไม่ใช่ผู้ชาย” ไหมวาดตอบ

“ถ้าไม่ใช่ ผู้ชายเก่งพอจะเดาได้” เก่งรบรู้เรื่องนี้ เพื่อนหญิงของเขาที่ชื่นชอบเพศตรงกันข้าม

“เพื่อนของเก่งเอง ชื่อ นุดี”

ใกล้วันสงกรานต์แค่อีกวันเดียว รถราบนท้องถนนดูจะโล่งกว่าเช่นเคย โรงเรียนและมหาวิทยาลัย วิทยาลัยปิด พี่ต่างก็บ่นว่าผู้โดยสารน้อย ผู้คนซามาก เพราะกลับต่างจังหวัดกันหมด ป้าอิ่มถือเป็นโอกาสพักผ่อน เพราะคงจะหยุดยาวถึงห้าวัน รอวันเวลาที่คนทั่วไปกลับมาทำงาน และช่วงนี้พวกเด็กและผู้ใหญ่ก็ถือขันเล่นน้ำในวันสงกรานต์ แต่ว่าปีนี้คงจะเล่นน้อยกว่าปีที่แล้ว เพราะทางรัฐบาลให้ใช้น้ำอย่างประหยัด ปีนี้เคราะห์ซ้ำเติมเพราะว่า แล้งกว่าปีที่แล้ว

เป็นไปทั่วทุกจังหวัด เก่งรบไม่ได้กลับบ้าน ไหมวาดจะชวนเขาเล่นสงกรานต์ ส่วนเจ๊ลินจงเดินทางไปญี่ปุ่นกับสามี เพราะสามีหยุดยาวในวันสงกรานต์ใช้สิทธิ์ลาพักร้อนต่ออีกสิบห้าวัน กว่าจะกลับเป็นเดือนหน้าเลย

ไหมวาดได้ไปส่งพี่สาวกับเก่งรบที่สนามบินสุวรรณภูมิ ลินจงหยิบยื่นเงินส่งให้ไหมวาดน้องสาว จำนวนสามหมื่น และยังมีน้ำใจหยิบยื่นเงิน สองร้อยบาทให้กับเก่งรบ เป็นน้ำใจ แต่เก่งรบปฏิเสธไม่รับ

“รับเถอะเจ๊ให้ ให้เธอช่วยดูแลยายไหมแทนเจ๊ด้วยนะ เก่ง”

เก่งรบเลยยอมรับพร้อมกับยกมือไหว้

“ช่วงที่พี่ไม่อยู่ ก็ดูแลตัวเองนะ กลับจากญี่ปุ่นเมื่อไหร่ พี่จะเอาของมาฝากด้วย”

ไหมวาดรู้ที่พี่สาวให้ จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่าอาหารและค่าเล่าเรียน ไหมวาดยกมือไหว้พี่สาวกับพี่เขยอีกครั้ง ก่อนจะลากลับด้วยการเรียกแท็กซี่ ให้ไปส่งในตัวเมืองจนถึงซอยบ้านพัก














นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น