อริรักกัน

ตอนที่ 22 : ต่อเนื่อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ม.ค. 59

“แม่ครับปั้นจะออกไปเล่นบ้านเพื่อน”

“ไม่ไปไม่ได้หรือ แม่อยากให้อยู่กับบ้านมากกว่า” เป็นคำตอบมารดา ทายได้ทันที สีหน้าของเขาเหมือนคนน้อยใจ

เมื่อกลับไปบอกพี่สาว และอรวิกาขับรถจากไป น้องชายกลับเข้ามาในบ้านเป็นคำสั่งของมารดาเขา ข้าวปั้นทรุดนั่งอยู่ในห้อง วาดรูปเล่นพร้อมระบายสี


จ้อนรู้สึกมีความสุขมากการได้อยู่พร้อมกันกับพ่อแม่พี่น้อง ได้กินข้าวร่วมกันพร้อมกับญาติใช้อวนดักปลา เขาก็ตามไปด้วย อาชีพนี้เคยทำมาตั้งแต่เด็ก ทะเลไม่น่ากลัว ถ้าคุ้นชินกับมัน เขาถ่ายภาพที่เรียกว่าเซลฟี่ของตัวเองไปหลายภาพเพื่อให้เพื่อนๆดู โดยเฉพาะเก่งรบเพื่อนที่สนิทที่สุด แต่ช่วงเย็นของวันอาทิตย์ พ่ออนุญาตให้เขานำรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าเอาไปใช้ และนำรถยนต์บรรทุกใส่ท้ายมาส่งถึงบ้านพักน้าชาย พ่อไมได้อยู่ค้างและกลับทันที คราวนี้จ้อนไม่นั่งรถเมล์อีกแล้ว ไปไหนก็ได้ตามอำเภอใจ

“เอารถมาด้วยนะจ้อน ดีแล้วล่ะ”เก่งรบทัก เพื่อนคนนี้อยากได้รถมอเตอร์ไซค์เพื่อขับขี่ไปเรียน ต้องการความรวดเร็ว แต่หัวสมองของเก่งรบไม่ได้คิดอย่างนั้น เขาอาศัยอยู่บ้านป้า ไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น นอกจากเรียนหนังสือให้จบ ทำงาน แม้ว่าในขณะนี้ หัวใจกำลังมีความรัก

“เก่งไม่ไปกับเราด้วย สนุกนะ”

“เอาเป็นคราวหน้าละกัน”เก่งรบตอบ และยิ้มตอบ

“เก่งไม่อยากได้เหรอ”

“ไม่ล่ะ สิ้นเปลือง ขับในกรุงเทพอันตราย” ที่แน่ๆเก่งรบรู้ว่าแม่ไม่อนุญาต แม้ที่ต่างจังหวัดก็มีอยู่แล้วคันหนึ่ง แต่มารดาของเขาไม่อนุญาตเพราะเหตุผลดังกล่าว

เย็นวันนี้เก่งรบไม่ได้อยู่ช่วยลุงขายพวงมาลัย เขามีนัดกับไหม ซึ่งจะชวนไปศูนย์การค้าใกล้ๆ และใกล้จะสิ้นปีเข้าแล้ว เดือนหน้าก็ธันวา แต่หน้าหนาวเหมือนหน้าร้อน หนาวเฉพาะตอนกลางคืนกับเช้า ส่วนสายๆร้อนเปรี้ยงราวกับเดือนเมษา

“ไหมอยากซื้อของขวัญให้เพื่อน”ไหมวาดบอกเขาที่พากันไปนี่คือ สำเพ็งย่านเยาวราช ความตั้งใจเป็นเช่นนั้น เก่งรบเลยไปเป็นเพื่อน เขาเพิ่งรู้จักเยาวราชและได้สัมผัสในสายตาครั้งแรก ที่ไหมวาดพามา ผู้คนพลุกพล่านร้านรวงของคนไทยเชื้อสายจีนสองฟาก ดูแออัด ทางเดินแคบ สินค้าที่วางขายมีเกือบหมดทุกอย่าง กิ๊บชอปเครื่องประดับ สินค้าที่ผลิตมาจากจีน เกาหลีและญี่ปุ่นตามยุคสมัย

“นี่คือครั้งแรก” เขาบอกหล่อน

“ไหมก็ไม่ค่อยเข้ามาบ่อย แถวนี้รถติด คนเยอะ” ได้ของถูกใจแล้วช่วยหิ้วให้กับไหมวาด ตรงไปยังป้ายรถเมล์อีกฝั่ง ต้องเดินทะลุถนนในตรอกเยาวราช

“ร้อนไหมเก่ง”

“หนาวมากกว่า” ไหมวาดยิ้มกับคำตอบ หล่อนรู้ว่าเป็นหน้าหนาว แต่บางครั้งอยู่ในกรุงเทพ ไมได้รู้สึกสักนิดว่าเป็นฤดูหนาวจะหนาวแค่ช่วงเช้ากับตอนดึก แต่กลางวันอบอ้าว

“หิวน้ำไหมล่ะ”

“ไม่หรอก”

“เร่งเดินเหอะ กว่ารถเมล์จะมา” เขาบอก ไหมวาดพยักหน้าตามเขา ขามาทั้งคู่รู้รสถึงการจราจรที่หนาแน่นรถติดเป็นตังเม แต่ขากลับนี้โชคดีรอไม่นานนัก รถที่แล่นมาจอดไม่ถึงกับแน่น ยังมีที่นั่งว่างเหลือ

กลับมาถึงบ้านเกือบทุ่มครึ่ง แสงไฟในซอยสว่างไสว หิวก็หิวเมื่อยก็เมื่อย ช่วยหิ้วของจนถึงบ้านของไหมวาด




นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น