อริรักกัน

ตอนที่ 17 : อริรักกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ก.ย. 58

ท่านผอออกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ทางโรงเรียนกำลังถูกเพ่งเล็ง อย่าไปก่อเรื่องแบบนี้ คำสั่ง  พอนักเรียนตีกันก็ถูกคำสั่งจากรัฐให้ปิดโรงเรียน  ครูไม่อยากให้สถาบันเราเป็นแบบนี้  เราอยู่มานานก่อตั้งมานานสั่งสมความรู้  ผลิตแรงงานนักศึกษาที่จบเป็นศิษย์เก่าไปรับใช้ประเทศชาติมาแล้วหลายรุ่น  อย่าทำให้เสี่ยมเสียชื่อเสียงของสถาบัน”  ท่านผอออกล่าวด้วยสีหน้าเครียด

มันมีอิทธิพลจริงๆสำหรับข่าวพาดหน้าหนึ่งของวันนี้ ระบุถึงผู้เสียชีวิตเป็นช่างกลต่างสถาบัน  ที่ถูกคู่อริรุมแทงทำร้าย ทำให้บรรยากาศเรียนเช้าของวันนั้นเงียบเหงา

 

ที่โรงแรมหรูริมหาดพัทยา  ลินจงเปิดประตูกระจกด้วยตัวเองรับลมทะเล ลมเย็นมาก แม้หล่อนจะอยู่บนที่สูง ชั้นที่สิบห้า  ฮารุตะพาหล่อนมาพักผ่อนที่นี่ ที่นี่แวดล้อมไปด้วยเพื่อนชาติเดียวกับเขา คือชาวญี่ปุ่นด้วยกัน ซึ่งส่วนมากเป็นพนักงานของบริษัทและเป็นผู้บริหารระดับสูง ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย เพราะถูกบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่น ส่งมา ฮารุตะเช่นเดียวกัน เขาเป็นผู้บริหาร  บริษัทรถยักษ์ใหญ่ของประเทศ  ผลิตอะไหล่และชิ้นส่วน  ลินจงค่อยๆเรียนรู้สังคมวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นไปโดยเรื่อย  เพราะหล่อนรู้ว่า  ฮารุตะจะจับจองตัวหล่อนเป็นคู่ชีวิต  เขาแสดงให้เห็นถึงความนัยความมั่นคง  ฐานะเขามั่นคงแน่นอน  เพราะหล่อนดูเงินเดือนจากสลิปของเขา  ตัวเลขหกหลัก   ความเป็นอยู่ของเขาสุขสบายหรูหรา หล่อนเคยเข้าไปที่คอนโดซึ่งบริษัทเช่าให้ เขาจ่ายแค่ค่าน้ำและไฟ  เคยไปที่นั่นห้าหกครั้ง  หล่อนจึงมั่นใจว่าเขาจริงจังกับหล่อน  และเขามักบอกเสมอว่า  เขารักหล่อน พูดด้วยคำภาษาไทยที่ฟังแปร่งหูไปหน่อย  แต่ก็ลึกลงไปด้วยความจริงใจที่สัมผัสได้

ทำให้ลินจงยอมที่จะไปไหนมาไหนกับเขา  เพราะหล่อนมั่นใจ  วันหยุดเขามักจะพาหล่อนไปเที่ยว พามาที่คอนโดของเขา  ฮารุตะมีกำหนดอยู่ประเทศไทยสามปี แต่ครบแล้วเขาต่อเพิ่มไปอีก  ทำให้เป็นหกปี  หมายถึงอยู่ยาว ไม่มีกำหนดกลับ  เพราะเขากำลังหลงรักสาวไทยผู้กุมหัวใจมั่นของเขา  ตอนนี้ลินจงก็หัดเรียนเขียนอ่านภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนสอนภาษา  หล่อนคิดว่าจำเป็น เพราะหล่อนตัดสินใจแน่วแน่  ความร่ำรวยก็มีส่วนถูกต้อง ที่หล่อนจะเลือกผู้ชายที่เพียบพร้อมคนนี้ วัยของเขามากกว่าหล่อนห้าปี  ไม่เป็นปัญหา  เพราะงานการที่หล่อนทำ  มันก็อยู่ในวงเวียนที่เอาเนื้อตัวเข้าแลก  ฮารุตะไม่ถือสาในเรื่องนี้ ไม่มองอดีตที่หล่อนเคยผ่าน  เขาเองก็บอกว่าเขาเคยมีภรรยาชาวญี่ปุ่นเหมือนกัน  แต่ก็เลิกกันแล้ว  มีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคน ทางแม่เอาไปเลี้ยง

เขากอดหล่อนทางด้านหลัง

“คุณชอบมั๊ยลิลลี่”  เขามักจะเรียกหล่อนว่าลิลลี่

“ชอบมากค่ะฮารุตะซัง”  หล่อนตอบเขา

 

ชลบุรีในเขตพัทยาศรีราชาเป็นชุมชนชาวญี่ปุ่นที่แข็งแกร่งและขนาดใหญ่  ส่วนมากชาวญี่ปุ่นพาครอบครัวมาอยู่ด้วยกันที่เมืองไทย มีโรงเรียนสำหรับลูกเป็นนานาชาติ มีที่พักเป็นคอนโดหรูแวดล้อมไปด้วยสาธารณูปโภคครบครันสนามเด็กเล่นสระว่ายน้ำ  ส่วนภรรยาชาวญี่ปุ่นเป็นแม่บ้านอยู่กับบ้านเลี้ยงลูก

 

“ข้าวปั้น” เก่งรบเรียกเพื่อนที่เพิ่งสนิทสนมเขาเป็นเด็กหนุ่มในวัยเดียวกับเก่งรบ  สอบเข้าได้เหมือนกัน   ตั๋นเป็นคนแนะนำให้รู้จัก   ข้าวปั้นเป็นคนขี้อายไม่กล้าพูด  เขาไม่ได้สนิทสนมกับเก่งรบตั้งแต่แรก เก่งรบก็มองอยู่ห่างๆ เพราะคิดว่าคนละชั้น การแต่งกายการขับรถเก๋งมาเรียนหนังสือนี่  ไม่ใช่ธรรรมดา  แต่มาเข้าใจอีกทีว่า เพื่อนใหม่คนนี้ติดดินมาก  เขาเป็นกันเองกินอาหารได้ทุกอย่างไม่เลือก ไม่ว่าข้างถนนหรือภัตตาคาร  หรือในห้าง  สนิทกันมาอาทิตย์หนึ่ง    ข้าวปั้นอุปนิสัยดีอ่อนโยนร่าเริง  การเรียนปากกลาง ชอบในวิชาชีพช่าง จนสอบเข้ามาในคณะวิศวะอิเลกทรอนิกส์ได้   ที่สนิทสนมกันมากที่สุดตอนทำกิจกรรม  ในเร็วๆนี้จะมีการรับน้อง จากรุ่นพี่ ในกลุ่มนักศึกษาช่างที่เป็นเด็กใหม่  รับฟังเรื่องราวและการปฏิบัติ  ไปกันทุกคน ในอีกหนึ่งอาทิตย์ที่จะถึง

สิ่งที่ทำให้เกิดความกลมกลืนหรือสนิทสนมมากกว่าเดิมนั้น  อยู่ที่เล่นตะกร้อเล่นฟุตบอลด้วยกัน แม้จะเลือกเรียนคนละสาขาแต่ก็อยู่ร่มเงาศึกษาเดียวกัน  มีความเป็นอันหนึ่งเดียวกัน  เฮฮาสนุกสนานร่วมกัน

“ปั้น ส่งบอลให้เราสิ”  เลิกเรียนเร็วกว่ากำหนดในวันนี้  อาจารย์มีธุระ นักศึกษาเลยลงมาเล่นกีฬา มีทั้งเตะตะกร้อ และฟุตบอล  เก่งรบลงสนามแข่งฟุตบอลกับเพื่อน  เมื่อสนิทกับข้าวปุ้นแล้วเขาจึงกล้าคุย ข้าวปั้นยิ้มเป็นหนุ่มตัวสูงผิวขาวออกไปทางโย่ง  ที่สำคัญใส่แว่นตาเพราะสายตาสั้น  แต่การเล่นฟุตบอลไม่มีปัญหา   เหนื่อยจากการเล่นก็ปาเข้าไปเกือบหนึ่งชั่วโมง พากันนั่งพักเอนหลังที่เก้าอี้ม้านั่ง เหงื่อแตกซ่กเปียกโชกกันไปหมด  ครึ่งชั่วโมงต่อมาจึงแยกย้ายกันกลับ ข้าวปั้นนำรถเก่งส่วนตัวขับออกมา ลดกระจกเปิดบอกกับเพื่อนที่เดินผ่านทางริมถนน

“กลับก่อนนะทุกคน เจอกันพรุ่งนี้”  เก่งรบกับตั๋นยิ้มให้เพื่อนเจ้าของรถเก๋ง  แตน นุดีและวิชยาก็เช่นกันโบกมือให้หนุ่มหล่อพ่อรวยที่เลือกมาเรียนสายเดียวกับพวกเขา  ทั้งๆที่จริงจะเลือกเรียนต่อพาณิชย์หรือต่อวิทยาลัยอื่นก็ได้  นี่เพราะความชอบใจรัก

 

 

แม่ที่ทำงานเป็นแม่ครัวร้านอาหารแถวฝั่งธนกลับเข้าบ้าน ปกตินางสมรไม่ค่อยเข้าบ้านเพราะที่ทำงานอยู่ไกล ทำให้ไปกลับไม่ได้  แต่นางไม่ห่วงลูกสาวทั้งสองคน คือไหมวาดกับลินจง  เพราะมีญาติอยู่ดูแลข้างๆ  ลินจงนั้นนางกำลังจะหมดห่วง เพราะว่าลูกสาวมักโทร.มาบอกว่า คบหาอยู่กับแฟนหนุ่มชาวญี่ปุ่น  ห่วงใยแต่คนเล็กที่กำลังเรียนหนังสือ  ไหมวาดกำลังโตเป็นสาวและน่ารัก

 

 

 

 

 

 วางพลอตเอาไว้ล่วงหน้า

ลินจงอยู่กับแฟนหนุ่มชาวญี่ปุ่นเขาพาไปที่ห้างเพื่อชอปปิ้ง พัทยาสามคืนแล้ว  กำหนดกลับกรุงเทพศุกร์ที่จะถึงนี้  เรียกว่ามาค้างพักถึงห้าวัน  เช่าโรงแรมหรู เป็นความต้องการของฮารุตะ

 

เทคนิคช่างกลปราการเทพ

 

ลินจงอยู่กับแฟนหนุ่มชาวญี่ปุ่นเขาพาไปที่ห้างพาชอปปิ้งเพราะวันนี้เขาหยุด ไปที่พัทยา  ส่วนต่างถูกตำรวจจับที่เขาออกขวาในช่วงเวลาเร่งด่วนมีผู้ดดยสารซ้อแนท้ายแต่สวมหมวกกันน้อค ทำให้หัวสียอย่างมาก ต้องแซงเพรารถเมล์สองคันเบียดอยู่เลนซ้ายสุด  ยอมจ่ายค่าปรับแต่ก็บ่นเซ็ง

ข้าวปั้นคือเพื่อนที่มีฐานะมากที่สุดในโรงเรียนเพราะข้าวปั้นนำรถเก๋งขับมาโรงเรียน บางครั้งเป็นรถเบนซ์ของพ่อ ถามความรู้สึกของเขาถูกพ่อแม่กีดกันไม่ให้มาเรียนที่โรงเรียนช่าง เพราะอยากให้ลูกเรียนต่างประเทศ  หรือสายสามัญ เนื่องจากได้ยินข่าวการทะเลาะวิวาทของนักเรียนช่าง  แต่ปองพลเป็นคนดื้อ เขาชอบสายนี้ เขาเรียกว่ามันเป็นความท้าทาย ปองพลเลือกเรียนวศวกรรมไฟฟ้า  เนื่องจากเขาสามารถสอบได้  ในวันที่เขาสอบได้ ในบ้านไม่มีใครดีใจสักคน พี่สาวของเขาคนโตเรียนอยู่มหาวิทยาลัยบจุฬา ส่วนคนที่สองเรียนอยู่ม.ธรรมศาสตร์   ครอบครัวเป็นคนมีฐานะ เพราะบิดาเป้นเจ้าของโรงงานผลิตอะไหล่าชิ้นส่วนรถยนต์อยู่แถวเทพารักษ์

เก่งเจอเข้าปั้นครั้งแรกไม่กล้าทัก เพราะข้าวปั้นดูหรูจากการแต่งตัว การขับรถ แต่ข้าวปั้นเป้นฝ่ายเข้ามาคบเขาก่อน เรียนด้วยกัน เพื่อนในโรงเรียนมักสนิทสนมกัน จึงรู้ว่าข่าวปั้นไม่ใช่คนเหยียดหรือดูถูกคนที่มีฐานะด้อยกว่า จากการชวนเล่นเตะตะกร้อและเตะบอลหลังเลิกเรียน ทำให้สนิทสนมกัน  พร้อมกับเพื่อนคนอื่น เช่นตั๋น

โรงเรียนเทคนิคปราการ มีหัวโจกรุ่นพี่ ชื่อ ทัด  คอยเสี้ยมสอนเพื่อจะล้างแค้นนักศึกษาต่าง

สถาบันที่เป็นคู่อริเก่า  โอม เต้ หมอก   แฮคส์  เอก   เต้หลงรักบัว  สาวพาณิชย์ที่คบหาอยู่กับนุดี  แต่บัวชอบนุดีมากกว่าเพราเป็นหยิงด้วยกันเอาใจเก่ง  บัวไม่ชอบอันธพาลเกกมะเหรก  เต้ไปเจอบัวนั่งทานสุกีร์ในห่างกับนุดีก็ไม่พอใจ  เข้าไปหาเรื่อง  ในจำนวนเพื่อนโรงเรียนนี้ หมอกเป็นคนมีฐานะมากกว่าคนอื่น ที่บ้านมีร้านเกกมอินเตอร์เนตกับครอบครัว  มีธุรกิจเกี่ยวกับเป็นเอเย่นต์รับจ้างทำพิธีทางศุลกากรให้กับลูกค้า  พ่อแม่กีดกัน  อีกอย่าง หมอกมีพี่ชายคนโตชื่อ   น้ำ หรือ ภูภัทร และมีสาวคนรักที่เรียนรมหาวิทยาลัยด้วยกัน กำหนดว่าจะแต่งงานเมื่อเรียนจบ อรวิกา  หรือ อุ้ม  ซึ่งอุ้มเป็นพี่สาวคนโตของข้าวปั้น  สองครอบครัวนี้ต่างเห็นรด้วยที่จะดองกันเพราะร่ำรวยทั้งคู่

ทัดแค้นใจเบิ้มที่ครั้งหนึ่งเคยรุมทำร้ายเพื่อนของเขาเจ็บปางตาย  จึงนัดที่จะเอาคืนเพื่อนต่างโรงเรียนคือ เทคนิคอรุณ  ความแค้นตรงนี้ขนาดที่ทัดจบไปแล้ว ยังวนเวียนมาที่โรงเรียน  โดยฝังหัวรุ่นน้องในสถาบันให้ช่วยแก้แค้น เล่าว่ามันเป้นเรื่องที่นย่าอายที่สุดที่ถูกฝ่ายตรงกันข้ามเล่นงาน  ถูกแย่งเข็มขัดไปเหมือนดูถูกหมิ่นศักดิ์ศรี  เพื่อนรุ่นน้องก็ฮืออยากจะแก้แค้นด้วยอารมณ์คึกคะนองของวัยรุ่น ที่เพื่อนลากไป  ในโรงเรียนนี้ มีคนไม่เห็นดีรกับการต่อยตีทำร้าย เพื่อล้างแค้น  คือ  โน้ต หรือนที  นทีเป็นเด็กเรียนพ่อของเป็นช่างซ่อมรถเปิดเป็นอู่  เขามาต่อยอดครอบครัวด้วยการเรียนด้านช่างยนต์   เพื่อจบออกมาจะสานงานพ่อแม่

ข่าวนักศึกษาตายเป็นข่าวหน้าหนึ่งของโรงเรียน คนที่เคราะห์ร้ายคือจ้อน  ถูกคมมีดจ้วงแทงมีบาดแผลร่างกายห้าแห่งไปสิ้นใจที้โรงพยาบาลเหตุเกิดขณะจ้อนอยู่ทำการบ้าสนคนเดีดยว ขระที่เพื่อนคนอื่นๆกลับไปหมดแล้ว จ้อนต้องเร่งทำรายงานส่งครูเพราเกรงว่าจะไมมีเวลาเสาร์อาทิตย์เขาตั้งใจจะไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ชลบุรี  แต่แล้วเขาถุกคู่อริรุมแทงตายที่ป้ายรถเมลื ท่ามกลางการกรีดร้องของผู้คนที่มายืนรอ โดยเฉพาะผู้หญิง  เหตุเกิดที่ป้ายรถเมล์หน้าสถบัน หลักฐานที่ปรากฏคืออาวุธปืนปากกา  กับรอยเลือดที่หยดเป็นทาง

คนที่รุมทำร้ายจ้อน คือ  เอกกับไอ้เต้ เพราะแรงยุยงของทัด รุ่นพี่อันธพาล ไม่ต้องการให้ถึงตาย แต่จ้อนตายแล้ว  ข่าวดังไปทั่วประเทศที่โรงเรียนถุกเพ่งเล็ง ผู้บริหารคณาจารยืถุกสอบสวงน ถุกตั้งปัญหาจากสังคมว่า ทำไมจึงเกิดเรื่องแบบนี้ พ่อแม่ของจ้อนมาจากต่างจังหวีดพร้อมด้วยเครือญาตินำศพของเขาไปบำเพ็ญที่บ้านเกิด  ผู้ใหญ่และเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ท่านผอบอตอรอ และรัฐมนตรีมหาดไทยกระทรวงศึกษธิการ สั่ง

ให้หาคนผิดมาลงโทษ กำหนด หลังจากเข้าสู่กระบวนการสอบสวนกับผู้บริหารมีคำสั่งให้ปิดโรงเรียนหนึ่งอาทิตย์ สั่งกำชับกับผู้บริหารถ้ามีการทะเลาะวิวาททำร้ายกันอีก  จะปิดโรงเรียนถาวร

เพื่อนๆเสียใจมาก ที่จ้อนจากไปก่อนวัยสมควร  เพือ่นๆอ่าลัย  ได้ไปร่วมงานศพจ้อน  นักข่าวสัมภาษณ์  ทุกคนสีหน้าสลด ฐานะของจ้อนไมดีนักพ่อแม่มีอาชีพเป้นชาวงประมทงพื้นบ้าน เขาใฝ่ฝันร่ำเรียนจบเพื่อจะกลับมาทำงานที่บ้านเกิดในโรงงานอุตสาหกรรมใกล้พ่อแม่       โปรดติดตาม

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น