อริรักกัน

ตอนที่ 12 : อริรักกัน มาต่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ส.ค. 58

จี๊ดกับฉัตรน้องพ่อ

 

เก่งมานี่ ทำให้นายแท้ขายพวงมาลัยได้หกถึงเจ็ดพวง เขายิ้มจนแก้มเหี่ยวแทบปริ คงจะจริงที่หลานชายบอกว่าตัวนำโชค  นี่แค่พูดเล่นผลของมันเป็นจริง เก่งรบถึงกับอึ้งและทึ่ง  หรือว่าเขาเป็นตัวนำโชคในวันนี้จริง  อีกห้านาทีจะเข้าสามทุ่มแล้ว วันนี้พวกเด็กทโมนทั้งสามไม่ได้มา เห็นลุงบอกว่า ป่วยเป็นไข้หวัดพร้อมกัน  มิน่าล่ะ ลุงแท้นั่งขายอยู่คนเดียว  เหลือบดูนาฬิกาข้อมือ  “ไม่ง่วงเหรอเก่ง  พรุ่งนี้จะต้องตื่นเช้านี่”

“ครับลุง”  เก่งเริ่มนั่งสัปหงกแล้ว    “กลับเหอะ  วันนี้เที่ยงคืน ลุงจะเก็บของเข้าบ้าน  แต่ไม่ต้องห่วง  ได้ฉัตรช่วย”  แกบ่นตามมาอีกครั้ง

“แต่ที่ลุงรู้สึกไม่พอใจก็ไอ้จี๊ดนั่นแหละ ได้สักครึ่งของเก่งก็ยังดี  มันเที่ยวแต่ผลาญขอเงินพ่อแม่  ซิ่งแว้นๆ   ไปรวมกลุ่มกับพวกเหลือเดนเหลือขอ  ตายมาสักวันหนึ่งจะรู้สึกไอ้พวกนี้”  มอเตอร์ไซค์ซิ่งคันหนึ่งแล่นมาถึง

“ลุงขอตังค์หน่อย ยี่สิบบาท  ซื้อน้ำกลั่นเติมรถหน่อย”  พอเสียงเครื่องหยุดคำนั้นดังขึ้น  นายแท้ชะงัก  เงยหน้าขึ้นจากเก้าอี้นั่ง   “ชะ ไอ้จี๊ด ขายไม่ดี  ไว้วันหลัง”  แกบอกปัด เก่งรบสังเกตคนชื่อไอ้จี๊ด ที่ลุงเอ่ยพอดี เบาะหลังมีเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม วัยน่าจะประถม นุ่งกางเกงขาสั้นเสมอเข่า จนเห็นขาอ่อนรวบกอดเอวคนขับไว้แน่น จี๊ดที่เห็นคือไว้ผมยาว ผมหยักศก ไปทางฟูผิวคล้ำมือกำแฮนด์จอดคุย พอได้รับคำปฏิเสธ”โธ่ลุง  ห้าบาทก็ได้  นี่ถ้าพ่ออยู่  ฉันขอพ่อไปนานแล้ว ไม่มาขอลุงหรอก” บ่นด้วยเสียงหงุดหงิดจากอารมณ์โจ๋  เด็กสาวที่นั่งอยู่ดูเหมือนไม่ได้สะทกสะท้านอะไร

“เออ ไปขอพ่อมึงสิวะ” แกพูดไม่ไยดี   โจ๋มอไซค์ยิ่งอารมณ์เสียหนักกว่าเดิม

“อีกและ ลุงนี่ ไม่เข้าใจชีวิตจี๊ดเลย” จากนั้นเจ้าของรถก็เบิ้ลเครื่องดังกระหึ่ม เสียงดังแว้นๆจากท่อไอเสียที่ดัดแปลง มันปวดแสบแก้วหูไปหมดของคนฟัง เก่งรบรู้สึกอย่างนั้น      “มึงไปไกลๆเลย ไม่ต้องแวะเวียนมาแถวนี้อีก” แกชี้มือไล่ตามหลังอย่างโกรธจัด    “ไอ้พวกเหลือขอ เดนคนจริง นี่ถ้าเป็นลูกลุงจะจับเฆี่ยนตีให้หลังลายเลย”  แกบ่นฮึดฮัด เพราะแรงโกรธ   เก่งรบเห็นนิสัยเห็นท่าทีก้าวร้าวแล้วงเขาส่ายหน้าเหมือนกัน

“ไม่เรียนหนังสือหรือครับ”  นายแท้สั่นหัว

“แม่มันทูนเกล้า ให้เป็นยิ่งกว่าลูกเทวดาซะอีก  งานการไม่สอนให้ลูกทำ ดีแต่ประคบประหงมเอาใจ โตขึ้นมันถึงได้ดีแตกอย่างนี้ไง”  เขาไม่อยากแตะถึงวิไล ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องสะใภ้   “ประถมไม่จบด้วยซ้ำ มันเกก่อน  กับไอ้พวกแบบเดียวกันนั่นแหละ”

“สงสารก็แต่ฉัตร น้องของลุง  ทำงานทำการเงินทอง ยกให้เมียหมด เมียก็เอาเงินตรงนั้นแบ่งให้ลูกใช้  เจริญล่ะ  ลุงถึงเรียกไอ้ลูกเทวดาชิงหมาเกิด” แกบ่นคำท้ายเก่งรบรู้สึกขำ แต่มันขำไม่ออก เป็นไปในแนวขำขื่นมากกว่า  สงสารชะตากรรมคนเป็นพ่อ ที่มีลูกเป็นแบบนี้ หาเลี้ยงคนทั้งบ้าน

“ครับ ค่าครองชีพมีแต่แพงขึ้นทุกวัน”  เก่งรบพูดบ้าง เท่าที่รู้  และอ่านจากหนังสือพิมพ์  สังเกตข่าวสารบ้านเมือง

“คนพวกนี้ไม่รักตัวเอง ไม่รักพ่อแม่เลยนะครับ”

“เฮ้อ  ลุงถึงเหนื่อยหน่ายกับชีวิตพวกมันจริง”

 

นายแท้ไม่พอใจอย่างมากขายของอยู่ดี หลานลูกของน้องชายฉัตร เข้ามาขอเงิน รู้นิสัยหลานพวกนี้เป็นอย่างไร  ปฎิเสธ  เก่งรบเลยได้รู้ชีวิตบางแง่มุมของคนเหล่านี้  สักพักหนึ่งชายแต่งชุดมูลนิธิร่วมกตัญญูเป็นอาสาสมัครขับรถผ่านเข้ามา เก่งรบเลยได้รู้จีกว่าเป็นนายฉัตรพ่อของนายจี๊ดและเป็นคนที่เคยมายืมรถต่างไปทำงานเมื่อหลายวันก่อน  ท่าทางนายฉัตรเนือยแต่เขามีความมุ่งมั่น เห็นในดวงตา แต่เก่งรบนึกสงสารที่เขาเป็นพ่อที่ต้องรับภาระท่วมถมหัวเต็มไปหมดอย่างนี้  ยิ่งเห็นลูกแต่ละคนของนายแท้สามคน  เข้าใจที่ผู้เป็นลุงเอ่ย  วิไลเมียของฉัตรทำงานเป็นแม่บ้านตามอาคารสำนักงานงกๆเงิ่นทำงานเลี้ยงลูก ประคบประหงมเอาแต่ใจ โดยไม่ได้ดูพื้นฐานของครอบครัวว่าลำบากยากจน  ผิดกับครอบครัวของนายแท้และนางเอี่ยมพี่ชาย  ที่ทุกคนต่างช่วยทำมาหากิน   ความที่นางเอี่ยมเป็นคนต่างจังหวัดหนักเอาเบาสู้มาก่อน จึงทำได้ และเห็นว่าปกติ ลูกของแท้  ต่างคนโต จบชั้นประถมออกมาขับรถวิน   ต้น คนที่สองยังเรียนหนังสืออยู่ เป็นรุ่นพี่ของเก่งรบ แต่ว่าเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ที่ต่างจังหวัด  นานๆถึงจะกลับ

หลินที่ทำงานเป็นสาวบาร์มีลูกค้าญี่ปุ่นมารักชอบติดพัน  หล่อนใฝ่ฝันชีวิตที่สุขสบาย  กับฮารุตะ  กลับมาเจอวาดไหมอยู่ในบ้านเปิดไฟอ่านหนังสือ เก่งรบทัก ไม่หลับหรือ  อ่านหนังสือไหมตอบ เก่งจัง  ลุงเรียกหลานที่ไม่เอาถ่านพวกนี้ว่า ไอ้พวกลูกเทวดาชิงหมาเกิด    โปรดติดตาม

 

นอนคิดที่บ้าน หัวถึงหมอนแต่ยังไม่หลับ นึกภาพที่ลุงเล่า ภาพที่อยากให้ช่วยเหลือ  เก่งรบไม่เคยมีภาพอย่างนี้ บ้านของเขาอบอุ่นพ่อแม่รักลูกทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่ได้รักมากหรือรักน้อย ไม่ได้เลี้ยงลูกให้โอ่หรือผยองเทียบตนเหนือคนอื่น  ไม่เห็นแก่ตัว แต่อยู่ในโอวาทเชื่อผู้หลักผู้ใหญ่   ด้านนอกที่หลับตาแล้วได้ยินเสียงกลุ่มใหญ่ห้อตะบึงแว้นๆๆ  รบกวนประสาทหู  รู้เลยว่ามนุษย์ค้างคาวพวกนี้  คอยทำความรบกวนชาวบ้าน  ทำความเดือดร้อนในยามวิกาล ที่คนส่วนมากหลับพักผ่อนเพราะเหนื่อยล้ามาทั้งวัน    “ไม่หลับหรือ”  ต่างพลิกตัวมาถาม เพราะได้ยินเช่นกัน

“เดี๋ยวก็ชิน  มันซิ่งกันแทบทุกวันนั่นล่ะ  ไอ้พวกลูกเทวดาชิงหมาเกิด”  คำนี้เก่งรบได้ยินมาจากลุง  แต่ต่างรู้ จึงอมยิ้ม คิดว่าพี่ต่างพอจะรู้ตื้นลึกบางหนาของครอบครัวนี้

“ลุงก็พูดคำนี้เหมือนกัน”  ต่างยิ้ม   “รู้ไหม หมายถึงใคร”

“รู้ครับ สงสารอาฉัตร”

ต่างถอนใจ ถ้าจะคุยเรื่องนี้ คงยาว   “พี่ก็สงสารอา แต่ทำไง ดันมีลูกแบบนี้ งานการก็ไม่เอา ไม่เอาทั้งถ่านไม่เอาทั้งแกลบ  มันจะให้พ่อแม่เลี้ยง”

ฟังดูแล้วไม่สบายใจหดหู่    “สงสารพ่อกับแม่นะครับ”

“เออ ถ้ามันมีความคิดแบบนี้ เท่าครึ่งขี้ตีนร่วงๆของเก่งน่ะ พี่ยิ้มเลย  แต่นี่มันไม่เอาอะไรทั้งนั้น”

“หมกตัวมั่วสุมกับไอ้พวกเลวๆด้วยกัน พ่อแม่มันไม่เอา  ไหนจะยา ไหนจะมั่วกันไปหมด  ไอ้เรื่องกลับตัวกลับใจอย่าไปพูดถึงมันเลย พี่เคยบอกเตือนพวกมันตั้งหลายหน มันก็เหมือนกับสีซอให้ควายฟัง” จากนั้นต่างกับเก่งรบพากันหลับนอน

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น