นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

ศึกยุทธจักรเซียนโค่นสดมภ์

กำลังภายใน ที่อยากสานต่อให้จบ

ยอดวิวรวม

375

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


375

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
จำนวนตอน : 1 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  28 ส.ค. 60 / 12:35 น.
นิยาย ֡طѡ¹ʴ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

 ศึกยุทธจักรเซียนโค่นสดมภ์


 ชิติงหยู  มือกระบี่อันสามของบู๊ลิ้ม ท้าประลองกับหม่าซือไถบนหุบเขากวงเม้ง  แรมสิบสี่ค่ำเดือนเจ็ด  เพื่อชำระสะสางหนี้แค้นของบรรพบุรุษที่สองฝ่ายอาฆาตแค้นกันมานับเนื่องยี่สิบปี  ซิติงหยูเป็นทายาท   หอพักเจ้าสำราญ และเจ้าของเกาะดอกบ๊วย  ส่วนหม่าซื่อไถเป็นทายาทพรรคสิงห์โตทอง
สิบปีก่อนเป็นการพ่ายแพ้อย่างยับเยินของพรรคสิงโตทอง เต็มไปด้วยรอยแค้น เพื่อนัดประลองฝีมืออีกรอบ  แต่เมื่อสามปีที่ผ่านมา พรรคสิงโตทองที่นำโดยหม่าซือไถมือกระบี่อันดับห้า  กลับพ่ายแพ้อย่างราบคาบ ในกระบวนท่าที่แปด  ในวิชายุทธจักรลีลาจันทราอันพริ้งพรายของเฒ่ากระบี่ซิติงหยุน  เป็นครั้งที่สามแล้ว ที่หม่าซือไถ  อับอายชาวยุทธ  คราวนี้จึงวางแผนอย่างไม่พลาดเป้า
บัดนี้พวกมันวางแผนอย่างแยบยล  เพื่อกำจัดซิติงหยูให้ได้
ทายาทหอพักเจ้าสำราญผู้ลึกลับ ก็ยากที่ใครจะตามตัวพบได้  ทราบแต่เพียงว่า  ซิติงหยู  มีพี่น้องร่วมสายโลหิต คือซิหยุนกัง  เป็นกระบี่อันดับสี่ของบู๊ลิ้ม  แต่ทว่าหายสาบสูญจากยุทธภพ  มิทราบว่าเขาอยู่ที่ใด   และน้องสาวคนสวย ที่ชื่อหลี่ม่าน  นางก็ไม่ปรากฏตัวเช่นกัน  แต่ก็ทราบเพียงว่านางแต่งงานมีครอบครัวแล้วกับชายโชคดีสกุลหนึ่งที่หมู่บ้านทางตอนใต้
หอพักเจ้าสำราญยังดำเนินการไปโดยปกติ  ไม่มีใครสักคนในตระกูลที่จะหวั่นหวาดครั่นคร้ามต่อศัตรู

ที่หอพักเจ้าสำราญดังกล่าว ยังมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา  จากลูกน้องของผู้มีอิทธิพลเจ้าของสถานที่
หม่าซือไถบอกับตัวเองว่า เขาไม่มีวันยอมแพ้ซิติงหยูได้อีกแล้วในคราวนี้ เพื่อให้ชาวยุทธโจษขาน ว่าเขาย่อยยับอัปราชัยแบบไม่มีแผ่นดินจะอยู่
มันเป็นเรื่องที่น่าอายกว่าอะไรทั้งหมดมวล
ศึกครั้งนี้ แม้จะใช้สารพัดพิษ  หม่าซือไถต้องชนะอย่างเดียว
แม้หมาซือไถจะเป็นมือกระบี่อันดับห้าก็ตาม
และซิติงหยู อันดับสาม 
ฉะนั้นเกมล้มกระดานครั้งนี้ไม่มีพลาดเป้าหมาย
ต่างมีนัดอยู่เบื้องหน้า  และเป็นนัดประลองความตาย ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องเพลี่ยงพล้ำอย่างแน่นอน


 จอมยุทธกระบี่ดำปรากฏอยู่หน้าโรงเตี๊ยมในยามพลบค่ำ เขาเป็นชายหนุ่มนิรนามที่ไม่มีผู้คนแถวนี้รู้จัก แม้แต่เสี่ยวเอ้อกับเถ้าแก่ของร้านริมข้างทาง    ที่ในระยะทางร้อยกว่าลี้นั้น มีร้านอาหารและโรงแรมที่พักอยู่แห่งเดียว  คือร้านตือเป๋าริมทาง
 ท่านจอมยุทธ พลบค่ำแล้ว เชิญแวะพักทานอาหารที่โรงเตี้ยมก่อนเถิด  ที่นี่มีอาหารอร่อย   เสี่ยวเอ้อเดินออกมากวักมือเรียกเขา   รอนแรมเดินทางมาไกล โดยมีจุดมุ่งหมายซ่อนเร้นอยู่ แต่มิเคยมีผู้ใดทราบ
 จอมยุทธกระบี่ดำผู้นี้สวมหมวกที่ทำจากไม้ไผ่ปีกกว้างปิดบังใบหน้าที่แท้จริงของเขา  จึงพยักหน้าให้กับเสี่ยวเอ้อ แล้วเดินตามเข้ามา   ดาบที่สะพายบนฝักไม่ขยับเขยื้อน  ดูเหมือนจะถูกเก็บในห่อผ้าอย่างดี  และมิทราบว่าในเนื้อตัวของชายหนุ่มมีทรัพย์สินมีค่าข้าวของใดอีก
เท่าที่ดูลักษณะการแต่งกายที่ดูภูมิฐาน  คงไม่ใช่คนกระจอก  ทรุดนั่งบนเก้าอี้ว่างตัวหนึ่ง  เหลือบสายตามองคนในร้านที่ใช้บริการก่อนหน้านี้   มิใช่มีแต่เขาเพียงคนเดียว คนเหล่านั้นร่ำสุราอาหารและพูดคุยอย่างรื่นเริง  มีด้วยกันสามสี่โต๊ะ  ดูเหมือนจะมากันเป็นกลุ่ม   จอมยุทธนิรนามเพียงผู้เดียวที่ปราศจากเพื่อน  หากแต่เขาไม่เหงาหรือเดียวดาย
อาหารถูกสั่งไปแล้ว เมื่อบริกรจดเรียบร้อย เขาบอกสั้น
เสี่ยวเอ้อ เอาอาหารชั้นดีมา  ไก่ตู๋นน้ำแดง  ผัดผักสี่สหาย  กับเป็ดย่างหนึ่งตัว  สุราไม่ต้อง
อิ่มอาหารจอมยุทธหนุ่มตบพุง เอ่ยบอก
เสี่ยวเอ้อ  ช่วยนำข้าขึ้นห้องพักหน่อย
ได้ท่าน  เสี่ยวเอ้อรับคำ  พาชายหนุ่มขึ้นบริเวณชั้นสองของโรงเตี๊ยม  ห้องหับสะอาด บนเตียงไม่กว้างแต่พอนอนได้ ไม่อึดอัด  หน้าต่างเป็นกระจกสีขาว  เครื่องมือเครื่องไม้  ผ้าห่ม หมอนดูสะอาด
ห้องหับสะอาด ผ้าห่มยังดูใหม่ ใช้ได้ๆ ดี จอมยุทธกระบี่ดำเอ่ย เสียงเสี่ยวเอ้อโต้ตอบ
เป็นเพราะแม่นางหลิวต่างหาก
คิ้วเรียวโค้งดั่งจันทร์ของนิรนามหนุ่มผู้ใบหน้าคมคายเงยขึ้น
แม่นางหลิวคือใคร
นางเป็นน้องสาวเถ้าแก่ข้านี่เอง
ด้วยเหตุนี้จอมยุทธกระบี่ดำมิทราบ เพราะเหยียบย่างเข้ามาในโรงเตี๊ยม  เขาไม่พบอิสตรีสักคน นอกจากบุรุษเพศ    ช่างแปลกและอัศจรรย์ใจเหลือเกิน  แต่ก็ทราบว่านางเป็นน้องสาวของเถ้าแก่
งั้นรึ   ข้าขอบใจท่านมาก หากมีอะไรจะรบกวน จะเรียกท่านเอง
ได้เลย เรียกข้า ได้ยี่สิบสี่ชั่วโมง  เพราะข้านั่งอยู่ข้างล่าง
ได้  จอมยุทะกระยี่ดำเดินไปปิดประตูงับเข้าหากัน เมื่อเสี่ยวเอ้อออกจากห้อง  กระบี่ดำที่วางไว้บนหัวเตียง ยังอยู่ที่เดิม

มืดสนิทบริเวณโรงเตี้ยมเงียบและว่าง ไม่มีแขกมาใช้บริการ    บนหลังคากระเบื้อง ชายสามคนในยามวิกาล ที่ใช้วิชาตัวเบาย่ำบนแผ่นกระเบื้อง  ในห้องของจอมยุทธชฃุดดำ  เขายังไม่หลับ  จุดตะเกียงอยู่กลางห้อง อ่านหนังสือ  ขณะที่กระบี่ดำที่มักติดกายประจำวางอยู่เหนือเตียง
กระทั่งรู้สึกถึงความผิดปกติ    บุรุษชุดดำเงี่ยหูฟัง พร้อมกันนั้นระแวดระวัง  เพราะมีความรู้สึกว่า มีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่แถวนี้
จอมยุทธนิรนามเอ่ย
ไม่ต้องทำลับๆล่อๆอยากแสดงตัวมา เชิญ  ไม่ทันขาดคำร่างหนึ่งก็พุ่งมาทางหน้าต่าง กราดด้วยอาวุธคมยาว ที่ยื่นมาอย่างรวดเร็ว   จอมยุทธนิรนามรับกระบี่ด้วยฝักกระบี่ที่ยังไม่ชักออกมา  เสียงจึงดังเพล้ง   ในการพุ่งโผนโรมรันผู้แปลกหน้า  สองกระบวนท่า เท่านั้น หนุ่มนิรนามจึงเอ่ย
ที่แท้กระบี่เหิรฟ้า แห่งสำนักเซี่ยวเม้งนี่เอง มองปราดเดียวก็ตอบได้
ฉลาด มิเสียแรงที่เป็นจอมยุทธผู้โด่งดัง ท่านคือ จอมกระบี่ดำนิรนาม
ชายหนุ่มหยุดการต่อสู้นิดหนึ่ง เปลี่ยนเป็นหัวเราะ
ชายผู้จู่โจมเอ่ย
ข้าเพียงแต่วัดใจประลองกำลังเล่นกับท่าน
เหตุใดจึงคิดเช่นนี้
ว่ากันว่า ท่านเป็นหนึ่งในบู๊ลิ้มอันดับที่เก้า แต่สองเดือนที่ผ่านมา ท่านเลื่อนมาอยู่อันดับที่แปดเช่นเดียวกับข้าอย่างรวดเร็ว   ข้าจึงอยากวัดฝีมือ
จอมยุทธนิรนามยิ้มอีกครั้ง เผยให้เห็นฟันสีขาวเรียงซี่เต็มเม็ด  ว่ากล่าวกันว่าจอมยุทธนิรนามยิ้มสวย ไม่แตกต่างไปจากหนุ่มหล่อเจ้าเสน่ห์มีเขี้ยวที่มุมปาก อิสตรีหลงใหล แต่เขาไม่ปรารถนาอิสตรีเลยแม้สักคน
เมื่อหยุดในเชิงบู๊แปรเป็นพูดคุย
ขออภัยที่ล่วงเกินท่าน โดยมิทันรู้ตัว
เสียงกล่าวตอบเนิบ
ข้ามิถือสา   แต่คราวหลังอย่าทำอย่างนี้  เพราะข้าไม่เชื้อเชิญรับแขกผู้แปลกหน้า
เหตุเพราะทราบว่ากระบี่ดำไม่อำมหิตและไม่ไร้คุณธรรม จึงได้ใช้วิธีเช่นนี้ 
อีกฝ่ายรู้ว่า ผู้สูงยุทธอย่างหนุ่มนิรนามฉายากระบี่ดำ ที่เพิ่งก้าวเด่นในยุทธจักรนักบู๊ ซึ่งเป็นหนึ่งในบู๊ลิ้ม ไม่ปรารถนาคนแปลกหน้ามาเป็นเพื่อน
หากเขาจะตัดสินใจคบใคร เขาจะคบคนคนนั้นเอง
ข้าอยากคบท่านเป็นสหาย
กระบี่ดำกล่าวตอบ
กฎของข้าไม่เคยคบใครเป็นสหาย  ด้วยการที่ผู้นั้นเชื้อเชิญหรืออยากเป็น  แต่เป็นเพราะข้าต้องเลือกเอง
ชายตรงหน้าหัวร่อดัง
ฮ่าๆ     ท่านไม่เคยเปลี่ยนคุณสมบัติเลย
คุณสมบัติเหตุใดต้องเปลี่ยน
หัวร่ออีกครั้ง
ฮ่าๆ นี่สิของจริง  ฉายากระบี่ดำ  ไม่คบมิตร
ลาก่อน แล้วพบกันที่หุบเขากวงม้ง   งานชุมนุมชาวยุทธ
หายลับดีดกายลับไปกับอากาศ เป็นอัศจรรย์  ราวกับรู้ว่าจุดหมายปลายทางของกระบี่ดำอยู่ที่ใด  เขาไม่ยอมรับจอมยุทธผู้นี้เป็นสหายเพราะคำพูดไม่กี่ประโยค
คนอย่างกระบี่ดำนิรนาม คบใครล้ำลึก  เกินยากจะถอน และหนักแน่นดังขุนเขาและภูผา  เพราะคนที่ต้องการคบคือเพื่อนตายเท่านั้น
เหตุนี้ในปฐพีเขาจึงเสาะแสวงหาคนประเภทนี้เป็นสหาย  แต่ช่างหายากเย็นนัก
ซ้ำตรงหน้าตะกี้นี้  จอมยุทะกระบี่เหิรฟ้า  เขารู้จักเพียงนาม แต่มิเห็นใบหน้าที่แท้จริง  เพราะผู้ปรากฏกายดังกล่าวสวมชุดดำเห็นแต่เพียงลูกตา  ส่วนกระบี่ดำ  เช่งหยุนเผยใบหน้าที่สะอ้านและความหมดจด  น้อยใครนักที่ใครจะได้เห็นหน้าเขา นอกจากเวลาหลับนอน
แต่กระบี่เหิรฟ้า  เป็นอันดับแปดเช่นเดียวกับเขาในบู๊ลิ้ม  เห็นใบหน้าของเขาแล้ว  มิเป็นไร
เหตุนี้จึงมีผู้บันทึกไว้ว่า ปัจจุบัน  มือกระบี่อันดับแปดมีสองคน

จากบ้านเกิดเมืองนอนมาที่เกาะหลูคัง  เขาคิดถึงภาพนางหนึ่ง  อิสตรีผู้นี้งามจับใจนัก  คบหาและพบกันตั้งแต่เด็ก  นางมีชื่อว่า  ยี่กงหลิน  นางแซ่ยี่ ชื่อกงหลิน
ไม่เพียงเท่านั้นพวกลักลอบในชุดไอ้โม่งที่คิดจะจู่โจมเขา   หรือโจรชั้นสวะ  ถูกเขาดีดกายดิ่งเหนือเพดานทะลุกระเบื้อง   พร้อมร่ายรำกระบี่พุ่งเพลงดาบจ่อรอชิดที่ลำคอของพวกมัน ถึงกับตัวสั่นอย่างเห็นชัด เจ้าสองโจรตาถั่ว อึ้ง และลนลาน  ตาเหลือก  เมื่อรู้ว่าเขามีวรยุทธสูงส่งเช่นนี้
ไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด ท่านจอมยุทธ มันละล่ำละลักบอก
พวกไหน ใครส่งเจ้ามา ถ้าไม่อยากตายให้รีบบอก
แม่นางต้าเหลียน
ใครคือแม่นางต้าเหลียน&160;   ถามอีกครั้งด้วยสีหน้าตึงตะคอก
พรุ่งนี้เช้า ท่านจะได้เจอนาง ข้าขอตัวก่อน
โจรกระจอกสองคนดีดกายหายไป เมื่อรู้ว่าสู้วรยุทธเขาไม่ได้ เพราะอ่านรู้  จากฝีมือกระบี่และการร่ายรำ  เขาพึมพำ
แม่นางต้าเหลียน  พรุ่งนี้จะต้องรู้อย่างแน่นอน

เพราะเขาไม่คิดเอาชีวิตโจรที่ถูกส่งมาทำงานรับใช้บางอย่างแน่นอน  ต้องรู้จักต้นตอ  และคนที่สั่งบงการพวกมัน  เพราะเขาเป็นกระบี่เทพปรานี ไม่ฆ่าคนโดยไม่จำเป็น  หากเขาไม่คิดฆ่าเรา เราไม่จำเป็นต้องคิดฆ่าเขา
คือฉายากระบี่เทพปรานีนามหนึ่งของเขา   โจรกระจอกหายไปแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะหลับนอนอย่างเป็นสุข  เพราะถึงขนาดนี้แล้ว คงไม่มีใครกล้าลอบหรือลูบเหลี่ยมคมของเขาได้แน่นอน
เพราะได้เจอดีแล้ว จอมยุทธนิรนามคิด

สว่างแล้วกวาดตามองหญิงสาวที่เห็นหน้าเขาเป็นครั้งแรก

ท่านชื่อกระบี่ดำ หรือเทพปรานีผู้เลี้ยงชื่อ หวงเล่อเซียน
สตรีที่หันหลังให้เขาบอกกล่าว นางปรากฎโฉมเป็นหญิง ที่เพิ่งทราบว่า ร โรงเตี๊ยมแห่งนี้มีสตรีพักอยู่ด้วย  โจรกระจอกเมื่อวาน และเสี่ยวเอ้อ บอกว่า  นางเป็นภรรยาของเจ้าของร้าน  เขาจึงหันมายิ้มให้ ในขณะทรุดนั่งรินน้ำชาให้ตัวเอง
ขออภัยที่ข้าให้คนล่วงเกิน มิเช่นนั้นจะไม่รู้ว่า ตัวจริงเป็นท่าน  จึงต้องทดสอบฝีมือ
เขาอึ้งอีกครั้ง ที่ชีวิตของเขาถูกล้อเล่นกับความตาย
ท่านคิดว่าความตายของคนเราเป็นเรื่องน่าสนุกสนานหัวร่อชวนล้อเล่นหรือไงแม่นาง
ไม่ได้หันไปทางหล่อน จึงไม่รู้ว่า แม่นางผู้นี้สวยงามเพียงไร 
แต่พอนางขยับตัวมาใกล้ จึงได้เห็นโฉมงามชัดเจน นางงามประหนึ่งเทพธิดา
แต่จอมยุทะกระบี่ดำ  ไม่อึ้ง เพราะเขาพบหญิงงามมาไม่ถ้วน  จึงรู้สึกเรียบเฉย

และนั่นเหมือนกับท้าทายสตรีตรงหน้า ที่เขาทราบว่า นางคงจะเป็น ต้าเซียน แม่นางที่โจรสวะสองนายพูด  นางแต่งในชุดสีฟ้าทันสมัยแบบหญิงจีนทั่วไป ด้วยอาภรณ์ประณีต
แม่นางรู้จักข้าได้ไง นับว่าฉลาด ปัญญาดี นับถือ  และแม่นางคงจะเป็น แม่นางต้าเหลียน
เปล่า ข้าชื่อ  หลิวหงเอ่อ  แซ่หลิว  ชื่อหงเอ๋อ
เขาโปรยยิ้มให้ รู้สึกสนใจนางอยากจะเกี้ยวจีบ
ข้าทราบจากเสี่ยวเอ้อ ว่า แม่นางหลิวเป็นน้องสาวเจ้าของร้าน
ท่านเข้าใจผิด ข้าวางแผนเอง  ที่จริงแม่นางหลิวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเถ้าแก่ร้านนี้  เพราะเถ้าแก่ไม่มีน้องสาว ข้าให้เสี่ยวเอ้อโกหกท่าน
งั้นแม่นาง คงอยากจะลองดีกับข้า
นางหัวเราะ
คงไม่กระมัง เพราะฉายากระบี่ดำของท่านเลื่องลือยุทธภพ
ข้าอ่านเกมออกว่าแพ้ท่าน  นางตอบ  ที่แท้นางคาดเดามาเรียบร้อย
ไม่เช่นนั้นหรอกแม่นาง แม่นางไม่แสดงกระบวนท่ามา ข้าจึงมิรู้ว่า ท่านเก่งหรือข้าเก่ง  จอมยุทะกระบี่ดำถ่อมตน
แต่ข้าขอยอมแพ้ท่าน นางเอ่ยเหมือนใจยินยอม

หลิวหงเอ๋อรู้สึกถูกชะตาด้วย แต่ใช่ว่าคนอย่างเขาหล่อนจะตีสนิทได้ง่าย   ดังนั้นจึงเอาใจเขาด้วยการอยากปรนนิบัติ แต่ฉายากระบี่ดำ ที่นางทราบแล้วว่า เขาชื่อ  หวงเล่อเซียน  ถูกเขาโบกมือปฏิเสธ  คล้ายไม่ยอมรับความหวังดีต่อนาง เขากล่าว
ข้าบอกแล้วไง ว่าไม่ชอบการปรนนิบัติจากอิสตรี
หล่อนยิ่งแปลกใจ
ไยท่านแปลกประหลาดนัก เพราะมีแต่ผู้คนล้วนอยากให้ข้าปรนนิบัติรับใช้ โดยเฉพาะสตรี  เพราะนางมีความอ่อนนุ่ม  ผิวเนื้อนางก็เนียน  แต่ท่านแปลก 
นางเอ่ยแล้วหันมองเขา 
หวงเล่อเซียนตอบ เขาเอ่ยโดยไม่มองหน้า  หากแต่บุคลิกคมคายสง่า ชวนให้น้ามอง
นั่นไม่ใช่ข้า เขาไม่ต้องการคำพิรี้พิไร พอเอ่ยจบแล้วก็ลุกจากโต๊ะ  ไม่ยอมคว้ากระบี่ที่มีชื่อเสียงติดกายไปด้วย
หวงเล่อเซียน ลืมอะไรก็ได้ แต่เขาไม่มีวันลืมกระบี่

ยุทธจักรเต็มไปด้วยการชิงดีชิงเด่น  ฉะนั้นทางดีที่สุด คือกระบี่ใกล้ตัว ปลอดภัย มิมีผู้ใดกล้าท้าประลอง  หวง
เล่อเซียนปราดจากไปทันที  โดยทิ้งเงินค่าบริการทั้งหมด  ทำให้หลิวหงเอ๋อมองตามหลังด้วยความแค้นใจ  ที่มิอาจทำอะไรเขาได้
นางระบายแค้นกับลูกน้องด้วยการบ่นอย่างหัวเสีย
ใช้ทำงานอะไรไม่ได้เรื่อง เหลวเป็วมาทุกที ฮึ
ลูกน้องทั้งสองที่แปลงโฉมเป็นโจรเพราะคำสั่งโอด
โธ่ นายหญิง ใครจะนึกเล่าว่า เขาจะเป็นจอมยุทธที่เยี่ยมยอดอย่างนี้
ถ้าเขาไม่เยี่ยมยอด  ข้าก็ไม่คิดให้พวกเจ้าประลองดูกับเขาหรอก เพราะจะได้อ่านเกมออก  ว่าจะเอาชนะคนผู้นี้ต้อง
ใช้วิธีอย่างไร
หลิวหงเอ๋อกวาดตามองลูกน้องแล้วเอ่ย
พวกเจ้าไปได้แล้ว  ถ้าใช้ให้ทำงานเมื่อไหร่ แล้วค่อยมา   ส่วนข้าจะกลับสุสานเกล็ดนพเก้า เพื่อรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านพ่อทราบ  เพราะคนที่ท่านพ่อต้องการตัวมากที่สุดคือ  กระบี่ดำ หวงเล่อเซียน  ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ตาม ข้าต้อง
จับตัวเขาให้ได้  เอ่ยจบแล้ว แม่นางในชุดขาว ที่สวนหลังบ้านหลังเอ่ยธุระกับคนของบิดา แล้วนางก็ดีดกายหายวับไปกับสายลม

ฝีเท้าของหวงเล่อเซียนย่ำไปในบูรพาทิศ  เส้นทางที่จะผ่านหุบเขากวงเม้ง ทางลัด ต้องผ่านป่าเปลี่ยนสี กับ อาณาจักรมาร  สุสานหอกระดูกภูติ  อันมีเหลิ่งเฮอซัวเป็นเจ้าของ  เรื่องนี้หวงเล่อเซียนระมัดระวัง แค่ฝีเท้าย่างก้าวสู่ป่าเปลี่ยนสี  ที่ดูลึกลับแลตระการตา ในความสวยงามนั้นซ่อนพิษและค่ายกลเอาไว้
ป่าเปลี่ยนสีน่าทอดทัศนา เพราะยามอาทิตย์ส่องทั่วทั้งป่ากลายเป็นสีแดงปนส้ม  แต่คนที่ไม่รู้และมองข้าม  มักต้องฝังตัวเองเป็นสุสานอยู่ที่นี่ แม้แต่เพียงใบไม้เคลื่อนไหวเพียงนิด จำเป็นต้องระวัง
หวงเล่อเซียนบอกตัวเอง แม้แต่ตาก็ไม่กระพริบ  เพราะไม่ความรู้สึกว่าเขากำลังเผชิญอยู่กับเงาที่ไม่ปรากฏตน  ความเคลื่อนไหวเบาหวิวดุจใบไม้ เป็นกับดักที่แนบเนียน หากไม่เจนสังเวียนเชิงยุทธ
ร่ำเรียนวิชาจากสำนักอื่นมาด้วยเพื่อรู้เขารู้เรา เพราะในยุทธภพเป็นโลกกว้าง  ที่ไม่มีทั้งมิตรแท้และศัตรูถาวร  แต่นี่เขาเตรียมรับมืออยู่ตลอดเวลา
ส่วบๆ  เงาไหวเหมือนเดินตามหลังเขา พอหันขวับไปปรากฏว่าเหลือเพียงความว่างเปล่า  เท้าย่ำบนใบไม้กรอบแกรบ
หวงเล่อเซียนนึกชมความงาม ทั้งๆที่เขารู้ว่า  ค่ายกลมรณะซ่อนอยู่ตรงหน้า  แต่เขามีอารมณ์ดื่มด่ำในความสวยงาม
เพียงย่างก้าวอีกเท้า เขาก็ดีดกายขึ้นสูงโดยฉับพลัน  ขณะที่พื้นดินมีความสั่นสะเทือนปรากฏว่าเป็นตอไม้ไผ่แหลมที่ผุดพรวดจากพื้นเบื้องล่าง  หมายปักลงตรงตัวเขา
จนหวงเล่อเซียนต้องประกาศ
ถ้าไม่ใช่หมาลอบกัดเปิดเผยออกมาซะ

จอมภูติร้ายหัวร่อทุกทิศ  ก้องไปหมด ฟังแล้วชวนขนลุกขุนเกรียว  หากแต่สายตาของหวงเล่อเซียนไม่หวาดหวั่นและเกรงกลัว  เขาพานพบยุทธจักรมาไม่ถ้วน  พบทั้งคนดีและคนชั่ว   รวมทั้งเล่ห์กระเท่ห์สารพัดพิษ  แค่นี้ถือว่าผงน้ำจิ้มหรือกล้วยเข้าปาก  เพราะผู้ที่ไม่เยี่ยมยอดด้วยวรยุทธ  ไม่อาจพาตัวเองเดินบนเส้นด้าย ที่รู้แต่เพียงว่าจุดจบคือชีวิต  เพราะแค่ย่างก้าว ชีวิตก็เหมือนแขวนอยู่กับความตาย
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
แล้วเสียงโหยหวนเหมือนภูติร้ายที่ปราศจากวิญญาณเอ่ย
หน้าด่านประตูผี  ขอต้อนรับหวงเล่อเซียน ผู้มีฉายากระบี่ดำเลื่องชื่อ  หนึ่งในนักบู๊ที่มีผู้จัดตำแหน่งไว้
ไม่ต้องพูดพร่ำ อยากโชว์ตัวก็แสดงออกมา  ฉายากระบี่ดำสำทับเสียงเข้ม  ชักกระบี่ออกมาทั้งฝัก ท่วงท่าการเดินอย่างมีศิลปะและชั้นเชิง  เขายังไม่ได้ร่ายรำกระบี่  เพราะไม่จำเป็นในเวลานี้
เงาร้ายสายหนึ่งพุ่งมาทางเบื้องขวา   หวงเล่อเซียนหันหน้ารับคมอาวุธของพวกมันด้วยด้ามฝักของกระบี่ที่ยัง
ไม่ถูกชัก ประออกไป  จนมันดีดกายหายไป  เพื่อทดสอบความไว ก็รู้ว่าความไวของเขาไม่พลาดเป้า
 แต่เขารู้ว่าพวกมันมีเป็นกลุ่ม  ที่กำลังยัดเยียดความตายให้เขา
ป่าเปลี่ยนสีดูเหมือนจะเป็นสถานที่น่าภิรมย์ แต่มันกลับไม่ภิรมย์สักคิด  เขาทอดฝีเท้าพร้อมเปล่งเสียงรำพึงรำพัน อย่างใจเย็น
ความเยียบเย็นดุจแผ่นหิมะจะประทานความตายให้เจ้า  หวงเล่อเซียน
ภูติร้ายสำทับข่มเสียงให้ดูเกรง

หวงเล่อเซียนหยุดยืนอยู่ตรงกลาง เตรียมรับภัยมืด ศึกที่มองไม่เห็นตัว  ได้ยินแต่เพียงเสียงหัวร่อก้องทั่วทิศ  พวกมันมีด้วยกันจำนวนหนึ่ง   ตั้งท่าเตรียมรับเพลงดาบ หรือเกมร้ายอันใช้จู่โจมจากผู้ที่ไม่หวังดี
ข้ารู้ว่าตัวเองถูกฟ้าดินประทานความตายให้  แต่ไม่ใช่เวลานี้ เพราะจุดจบสำคัญ  อีกอย่าง ข้ายังทำงานไม่เสร็จ  เหตุไฉนต้องรีบตายด้วยเล่า
เขาว่ากันว่า หวงเล่อเซียนไใช่คนปากสามหาว หากเจ้าพบอิสตีมักจะสุภาพอ่อนโยน จนนางลุ่มหลงรักใคร่
เสียงที่ปราศจากตัวตนโต้กลับมา  คนที่กำลังยืนอยู่ใกล้ความตาย กลับเยียบเย็นแน่วนิ่ง  มีสติ  อีกทั้งยังหัวเราะ
เพราะพวกเจ้าไม่ใช่อิสรีที่เอ่ยถึงนะสิ

เสียงนางผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น นางปรากฏโฉมด้วยชุดฟ้าเกล้ามวยปักปิ่น ใบหน้าเป็นโฉมสะคราญผู้หนึ่ง  แต่แววตาของนางมาดร้าย ซ่อนพิรุธด้วยรังสีอำมหิต   หวงเล่อเซียนจึงมองภาพตรงหน้า ไม่คลาดสายตา
ที่แท้นางบังเงาผู้เดียวดาย  กุ้ยหยีนี่เอง
เขารู้ว่านางเป็นสตรีในดงโฉดแห่งด่านประตูผี เป็นคนของสำนักมาร  ที่เขาไม่ยอมพลาดพลั้งเสียที สุ่มหลงเป็นเด็ดขาด
ข้าเองล่ะ ที่เป็นสตรี ที่สาว และสวยที่สุด
หล่อนชื่นชมตัวเองหลังจากกรากพโฉมหน้านวยนาดเดินมาใกล้
ความสวยของเจ้าเป็นพิษ ไม่ใช่ความต้องการของข้า   หวงเล่อเซียนเอ่ยกล่าวอย่างสุขุม
จริงรึ ที่ท่านจะปฏิเสธสตรีที่สวยงามอย่างข้า ซึ่งคนทั้งแผ่นดินพากันสยบให้

หวงเล่อเซียนยิ่งหัวเราะอย่างขบขัน ทำให้นางแค้นเคือง  สีหน้าขมึงทึงใส่
ฮึ  ข้าบอกแล้วไง ความสวยของนางเจือยาพิษ  ผู้ชายคนนั้น คงไม่มีชื่อข้า
นางมองด้วยแววตาอาฆาตอีกครั้ง บ่นพึมพำ
ท่านใจร้าย
ปกติข้าเป็นคนใจร้ายอยู่แล้ว แต่จะดีกับคนบางประเภท ไม่ต้องพล่ามมาก   เจ้าหลีกไปดีกว่า ข้าไม่ต้องการทำร้ายสตรี  หวงเล่อเซียนประกาศลั่น  กระชับกระบี่ไว้กับตัวมั่น
ผิดไปล่ะ เพราะข้าเป็นคนของสำนักด่านประตูผี ถึงยังไงงานนี้ ก็เอาชีวิตข้าเป็นเดิมพัน เชิญออกมาได้แล้วพวกเรา
สิ้นเสียงนางก็มีลมหอบรุนแรงมาสายหนึ่ง พร้อมกับสามเงาร่าง ในชุดดำแดงเขียว  ปรากฏเป็นสมุนจอมมาร  อวดฤทธิ์เดช ผยองใส่หวงเล่อเซียน
จอมยุทธกระบี่ดำ ใครๆก็ชื่นชมฝีมือเจ้า ข้ากับพี่น้องประตูด่านผี อยากจะลิ้มลอง จะให้เจ้าเหลือแต่ชื่อ
ฝีปากของเต๊กโก พี่ใหญ่ของบรรดาจอมมารทั้งสาม   และกุ้ยหยี  นางบังเงาผู้เดียวดาย  เป็นชายไว้เคราสีขาว  หน้าตราที่เหี้ยมเกรียม แผดเสียงดุดัน
ลงมือพวกเรา  ให้มันชิมค่ายกลตาข่ายแปดทิศดูบ้าง

พวกเจ้าเป็นสุนัขรับใช้ของเหลิ่งเฮอซัว  ความจริง ข้าอยากพบเจ้าสำนักมากกว่า เพื่อขอผ่านทาง
หวงเล่อเซียนเปิดคำพูดคุย เมื่อกระบี่ของเขาวาดร่ายรำไปมา  ทำให้เปล่งอานุภาพ เป็นที่เกรงกลัวและครั่นคร้ามต่อฝ่ายมารของประตูด่านผี  ที่มีชื่อว่า  สุสานหอกระดูกภูติ
ว่ากันว่า ที่นี่ เป็นดินแดนแห่งความตาย  คนเป็นไม่อาจเข้ามาได้  มีแต่คนตายเท่านั้น  แต่คนตายก็เป็นคนที่ตอบคำถามอะไรไม่ได้ คำพึมพำของหวงเล่อเซียน
สมุนมารเห็นท่าทีและวิทยายุทธกระบี่ที่ร่ายรำสองกระบวนท่า นึกครั่นคร้ามแต่ก็ทำใจดีสู้เสื้อ   เพราะรับบัญชากับเจ้านายมา ว่าให้จัดการกับหวงเล่อเซียนให้จงได้  ไม่ว่าเป็นหรือตาย ก็จงฝังหวงเล่อเซียนไว้ที่นี่
หวงเล่อเซียนยังใจเย็น ยิ้มของเขานั้นดูเยือกเย็น เช่นเดียวกับสีหน้า
เพราะฉะนั้นข้ายังไม่อยากตาย  เพียงแต่ขอผ่านด่านประตูผี เพื่อมีธุระไปยังหุบเขากวงเม้ง

จอมมารพี่ใหญ่หัวร่ออีกครั้ง
เป็นเรื่องที่เราให้เจ้าทำแบบนั้นไม่ได้ง่ายหรอก จอมยุทธกระบี่ดำ  ถ้าท่านไม่อยากตาย ก็จงไปจากที่นี่  เพราะท่านหนีไม่พ้นค่ายกลตาข่ายแปดทิศของพวกเราไม่ได้หรอก
ข้าก็อยากจะดูเป็นขวัญตาเหมือนกัน  เผื่อว่าชีวิตนี้มีบุญ  ได้ชมกระบวนท่าและตาข่ายดักกลที่มีชื่อเสียงว่า ล้อมดักครอบใครแล้ว ไม่มีทางรอด
เสียงสตรีสอดขึ้นมา  นางเป็นคนเดิมกับกุ้ยหยี
ถูกแล้วท่านกล่าวถูก ข้าหวังดีต่อท่าน เมื่อพี่ใหญ่ของข้านึกปรานี ท่านจงไปเสียเถอะ อย่าสร้างศัตรูกับพรรคสุสานกระดูกภูติ  นางเหมือนจะเตือนเพราะความหวังดี
แต่หวงเล่อเซียนยิ้มเย็นและหัวเราะให้กับนาง
ขอบใจนะแม่นาง แต่ข้าเป็นคนประเภทหนึ่ง เมื่อก้าวไปข้างหน้าแล้ว ก็ใม่อยากถอยกลับให้คนอื่นรำคาญใจ  อีกอย่างหนึ่ง ข้าไม่ชอบความตาย  เพราะความตายเป็นเรื่องน่าล้อเล่นสำหรับข้า  เพราะฉะนั้นบอกให้เป็นคำตอบสุดท้าย  ข้าไม่หนี   แต่ข้าจะใช้วิธีปราบมารหมู่อย่างพวกเจ้า

สิ้นคำหวงเล่อเซียนชักกระบี่ที่ทรงอานุภาพ เพราะประกายคมของมันกริบ และเหมือนซ่อนพลังเร้นบางอย่าง  ฝักสีดำถูกห้อยทิ้งชายไว้ที่เดิม  ใช้กระบี่วาดไปข้างหน้า ขณะเดียวกับร่างที่ดีดพลิ้วด้วยวิชาตัวเบา    รอบด้านสีทิศ หวงเล่อเซียนระแวดระวังหมด
กระบี่คมกริบของเขาจึงแค่ประมือกระทบกับอาวุธร้ายของเหล่าจอมมารสามพี่น้อง     ทำอะไรเขาไม่ได้  เพราะความว่องไว ดีดพลิ้วพลิกกาย    อาวุธของอีกฝ่ายแทบไม่แตะถึงตัวเขา
ดังนั้นเหลี่ยมเล่ห์ของมาร จึงได้ใช้วิธีที่บอกกล่าวล่วงหน้า  ผ่านไปสี่กระบวนท่า เห็นว่า ไม่อาจสกัดฝีมือของจอมยุทธผู้เกรียงไกรได้  ตาข่ายหนาจึงถูกโยนลงมาจากเบื้องสูง  ซึ่งมันตั้งเตรียมรอไว้นานแล้ว เมื่อคมมีดตัด  รอจังหวะที่จอมยุทธกระบี่ดำเผลอ
ในที่สุดก็ครอบร่างจอมยุทธหนุ่ม  หากเขาก็ตั้งสติ ใช้กระบี่ที่คมกริบฟาดฟันไปทั่ว ทแยงซ้ายและขวา จนเชือดตาข่ายถูกตัดเป็นช่องโหว่  สามารถดีดกายทะยานกลางอากาศได้
ทำเอาจอมมารทั้งสามอุทานตกใจอย่างคาดไม่ถึง ว่าจอมยุทธกระบี่ดำสามารกฝ่าแหวกวงล้อมตาข่ายกับดักกลของพรรคได้ 
เขาดาหน้าเดินตรงมาหาเหล่าจอมมารทั้งสาม
ทีนี้ข้าสามารถผ่านด่านประตูผีได้แล้วหรือยัง
ยังจนกว่าพวกเจ้าจะล้มเราสามมารพี่น้องได้
ชีวิตของข้าไม่อยากจะฆ่าคน  เมื่อข้าไม่อยากฆ่า ก็อย่าต้องบังคับให้กระบี่ฆ่าต้องเปื้อนเลือด  อีกอย่าง ข้าไม่เคยเป็นศัตรูของพรรคสุสานกอกระดูกภูติ
หวงเล่อเซียนเอ่ยจบ  ทำท่าจะเดินไป

หนึ่งในสมุนมาร ซึ่งมีดินลมไฟ  เจ้าลมกำลังจะชักกระบี่ และคมอาวุธแหลมที่เหมือนดาวกระจายพุ่งด้านหลังของจอมยุทธหนุ่มด้วยวิธีเผลอลอบกัด  หากแต่ทุกย่างก้าวของหวงเล่อเซียนระแวดระวังภัยตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงหยิบพัดเหล็กต้าน คมดาวกระจายและอาวุธมีด จึงถูกดีดเข้าไปยังต้นตอที่กล้าใช้อาวุธร้ายกับเขา ปักลงกลางอกทันที
จนมันร้อง  อ๊าก  แล้วฟุบ  ความว่องไวเป็นหนึ่งที่ไม่เป็นรองใคร ทำให้สมุนมารอีกสองที่เหลืออยู่  ต่างครั่นคร้าม  รีบกรากเข้าพยุงตัวเจ้าลม ซึ่งถือว่า เป็นน้องรอง พาตัวหายวับไปกับผงควันพิษสีม่วง เพราะคมอาวุธนั้นอาบด้วยพิษของสมุนไพรของพรรคสุสานหอกระดูกภูติ  พวกมันจึงพาน้องรองที่บาดเจ็บกลับเข้าช่องลับสำนักมารแห่งนี้ทันที


หวงเล่อเซียนตะลึง ภาพต่างๆหายวับเป็นปลิดตา  ป่าเปลี่ยนสี นั้นพ้นผ่านไป เมื่อเดินเข้าไปอีกหน่อย  จึงเป็นธรรมชาติ ของต้นไม้สีเขียวให้ความรื่นรมย์ มากกว่าสะพรึงกลัวของใบไม้สีแดงที่อาบเหมือนสีโลหิต
เขาพอจะรู้ว่า กับดักต้องขวางอยู่ข้างหน้า   เหลิ่งฮัวซัว  คงใช้ลูกน้องเล่นเกมสกปรกกับเขาอีก  เมื่อเดินไปที่ป่าใหญ่สีเขียวขจีเบื้องหน้า กลับได้ยินเสียงน้ำตก  ที่ถั่งไหลจากโตรกผาสูงอยู่ตลอดเวลา
นึกถึงสายน้ำความเย็นฉ่ำ  ก็อยากอาบ  ส่วนหนึ่งที่เป็นน้ำกินเขาเก็บไว้ในกระบอกไม้ไผ่

หวงเล่อเซียนมีความแค้นกับเตียกเหงี่ย  แต่เขาไม่เคยรับรู้  ความแค้นที่เกิดจากอีกฝ่ายแค้นเขาข้างเดียว นานมาแล้ว เมื่อห้าปีก่อน  ศึกนั้นเกิดขึ้นจากการประลองยุทธ  เตียกเหงี่ยแพ้พ่ายเขาอย่างย่อยยับ
รวมทั้งมีสตรีนางหนึ่งที่เขาซ่อนไว้ในดวงใจ นางไม่ใช่คนที่เขาเคยรู้จักมาตั้งแต่เด็กๆ ในหมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งนางชื่อ ยี่กงหลิน    
แต่นี่นางชื่อ เปาเปา  ห้าปีที่ผ่านไป เขาก็ลืมชื่อนาง  แทบไม่ได้แวะข้องเกี่ยว  หลังจากเชื่อว่า นางเป็นต้นตอที่เกิดเรื่องแค้นขึ้นกับเขาและเตียกเหงี่ย
นางเป็นสตรีสาว  ที่สวยและชาญฉลาด ใบหน้าคมหวาน  หากแต่เป็นพิษ   พิษที่เขากับเตียกเหงี่ย กำลัง
จะสัญญาเป็นเพื่อนร่วมสาบาน   นั้นต้องกลายเป็นศัตรู  มองหน้ากันไม่ติด และฝ่ายเตียกเหงี่ย อาฆาตแค้นเขาอย่างมาก
และห้าปีที่เขาร่อนเร่พเนจร เขาก็ไม่เคยพบเจอเตียกเหงี่ยเช่นกัน  จะว่าเตียกเหงี่ยตายก็ไม่ใช่  เพราะเขาเป็นบุรุษที่มีกำลังวังชาแข็งแรงคนหนึ่ง
ความเชื่อเช่นนี้ จึงไม่มีในจิตใจของหวงเล่อเซียน  เพราะเขาไม่เชื่อเด็ดขาด

งานปราบปรามคนชั่วเพื่อผดุงคุณธรรม ต้องร่วมทำงานด้วยกันหลายฝ่าย หลายพรรค   เขาสลัดเรื่องเตียกเหงี่ยทิ้งไป แม้ยังจะคิดถึง  เพราะรู้สึกเจ็บปวด  ที่เขาคนหนึ่งไม่อาจเสียสละความรัก ให้แก่เตียกเหงี่ยได้
เขารู้ว่าเตียกเหงี่ยรักนาง รักว่านเปาเปา   แต่ทว่านางกลับรัก และเอาใจภักดีต่อ หวงเล่อเซียนมากกว่า
จุดจบของความรัก ที่เขาเรียกว่า เมื่อที่ใดมีรัก ที่นั่นย่อมมีทุกข์ เห็นจะเป็นจริง  เพราะจากนั้นมา เขาก็จากว่านเปาเปาอีกคน  เขาไม่รู้ว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับว่านเปาเปา สามารถเรียกว่าความรักได้หรือเปล่า

อีกประการโดยวิสัยของนักกระบี่  ผู้หยิบยื่นความตายให้ใครก็ได้นั่น ไม่ควรมีความรัก   เพราะหากมีแล้ว สตรีนางนั้นจะมีแต่ความเจ็บปวด  นางจะต้องผิดหวังและเกิดการคั่งแค้น ตามมาด้วยความเกลียดชังและอาฆาต
ดังนั้น หวงเล่อเซียนจึงฝึกปฏิบัติตัวเองไม่ให้รู้จักความรัก

เขาย่างผ่านเถาวัลย์ในเขตของสำนักสุสานหอกระดูกภูติ  เมื่อมาถึงแล้วต้องเยือนเจ้าของสำนัก หากไม่ต้อนรับ    ก็ใช้วิชาชิงเหลี่ยมชิงไหวพริบด้วยการต่อสู้  อย่างที่ผ่านมา สมุนมาร ดินลมไฟ พ่ายแพ้เขาราบคาบ  หวงเล่อเซียนจึงสามารถเดินไปข้างหน้าได้
น่าแปลกเขามองเห็นแล้ว เป็นบันไดที่ไต่ขึ้นไปสู่บ้านที่ก่อด้วยอิฐหลังคากระเบื้อง  เขาแน่ใจนักว่า ที่ทำการของพรรคมารแห่งนี้ อยู่ตรงนั้น เพราะมองเห็นยอดหลังคา
สตรีผู้หนึ่งเชื้อเชิญเขา นางแต่งกายเหมือนแม่ชี   จึงแปลกใจว่าทำไมพรรคมารจึงมีแม่ชี้อยู่ด้วย
เชิญท่านจอมยุทธ  ข้างในมีคนที่ท่านอยากจะพบรออยู่
หวงเล่อเซียนคำนับตอบครั้งหนึ่งก่อนเท้าย่ำไป  ประตูศิลาถูกผลักออก ไม่ใช่แค่ชั้นเดียว  มองผ่านสายตารอบดด้าน เป็นสวนบุปผชาติละานตา  แต่หวงเล่อเซียนไม่สนใจ เดินไปเรื่อยๆ  พบประตูอีกชั้น คราวนี้เป็นประตูไม้  และประตูถูกเปิดออกมาเอง โดยคนเฝ้าในชุดแดง  เชื้อเชิญหวงเล่อเซียนอีกครั้ง
เจ้านายของข้า ที่ท่านอยากพบอยู่ข้างใน
เขาคาดเดาได้แล้วว่าต้องเป็นเหลิ่งฮัวซัวที่จอมเจ้าเล่ห์   สังเกตได้จากรายรอบที่แขวนกระดูกส่วนกะโหลกของสัตว์เรียงรายไปทั่ว  นับว่าน่าสะพรึงกลัว ตามด้วยภาพแขวนที่ชวนสยดสยอง  น่าเกลียดน่ากลัวสำหรับคนขวัญอ่อน  ตลอดทาง โดยมีแต่ความมืด นอกจากแสงสว่างจากตะเกียงที่จุดไว้
ลึกลับไม่น้อย  มิน่าจอมมารถึงได้พรางตัวอยู่ที่นี่ตลอด  
หรือว่าเขากำลังก้าวเข้าสู่หอกระดูกภูติ  ไม่แน่ว่าจะมีค่ายกลอะไรเกิดขึ้น เพราะเหลิ่งฮัวซัว  เป็นจอมมารที่คิดไม่ซื่อ
แต่หวงเล่อเซียนไม่ได้ปล่อยวางทุกสิ่ง  เพราะสายตาของเขาไวตลอดเวลา  หากศัตรูจู่โจม เขาก็พร้อมทะยานต่อกรได้ทันท่วงที


 ว่านเปาเปาชอบเลี้ยงนก สารพัดนก  ที่ชอบคือ นกขุนทองกับ หงส์หยก
 ลูกดูนกทุกวันไม่ยอมเบื่อ  เพราะอะไร  ถึงไม่ยอมทำอย่างอื่น
ท้งจือถามลูกสาวคนสวย
ลูกสบายใจเมื่อได้ดูมัน  เมื่อนึกถึงอดีต
คำนั้นพร่ำออกมาจากอกและใจลึกของนาง  ท้งจือทราบดีว่า ใครเป็นคนมอบนกให้บุตรสาว
หวงเล่อเซียน ใช่ไหม?
ก็เขาเป็นคนหานกนี้ให้กับข้านี่ท่านพ่อ   แสดงว่านางไม่ปฏิเสธ  และไม่สามารถลืมเจ้าของนกนี้ได้
ท้งจือขบกรามด้วยความแค้น
พ่อไม่ต้องการให้ลูกคบ กับเขา
ว่านเปาเปาหันมาทางบิดา
เขาผิดอะไรล่ะท่านพ่อ
ผิดที่เกิดมาเป็นจอมยุทธกระบี่ดำในวันนี้ล่ะสิ   ท่านหัวหน้าให้พวกเราสกัดมัน เพื่อไม่ให้ไปถึงหุบเขากวงเม้ง
ที่แท้นางเข้าใจแล้วว่าบิดาคิดเช่นไร   นางเสียใจอย่างมาก เสียใจจนมิอาจกล่าวออกมาเป็นคำพูด  ได้แต่ร่ำรำพันในใจ  ที่แท้ท่านพ่อก็คิดไม่ดีต่อเขา  ถึงกับยินยอมรับใช้คนชั่ว

นางหยุดเพลิดเพลินกับนก  เพราะบิดาทำให้อารมณ์ของนางเปลี่ยนไป คือผิดหวังและเศร้า ถึงกับเบี่ยงตัวเองหลบไปในสวนดอกเบญจมาศ

ประมือกับสมุนจอมมารทั้งสาม หวงเล่อเซียนคิดว่าสามารถเอาตัวรอดได้ แม่ชีที่นำทางเขามา ก็ไม่แน่นักว่านางเป็นคนดี  แต่ชีนางนี้ก็ทำเขาเข้าสู่ห้องโถงนี้จนได้
คนที่ท่านอยากพบรออยู่ข้างหน้านี้แล้ว ข้าขอตัวก่อน
แล้วนางชีเดินไปที่ม่านผ้าสีขาวผลุบหายไป
กลับมีเสียงทรงอำนาจดังขึ้น
ยินดีต้อนรับจอมยุทธหวง  ท่านกล้ามากที่กล้าบุกถิ่นข้า และได้ชื่นชมฝีมือของท่านเป็นขวัญตาแล้ว ขอถาม โปรดยินดีที่จะเข้ามาเป็นพรรคพวกของพวกเราหรือไม่
พวก ของพวกเจ้าเป็นใคร  หวงเล่อเซียนถามออกไปอย่างอหังการ

ทำให้จอมมารเจ้าของพรรคหัวเราะฮ่าๆๆๆๆ
ท่านต้องตอบมาก่อนว่าจะยอมมั๊ย
เหล่าพรรคมาร มีใจอำมหิต มุ่งแต่ฆ่าคน ข้าไม่ยอมรับใช้ทั้งสิ้น
แสดงว่าท่านต้องการเป็นศัตรูพรรคสุสานหอกระดูกภูติ
ข้าไม่ได้เลือก  หวงเล่อเซียนตอบเช่นนั้น
แต่เหมือนท่านเลือก
แล้วแต่ท่านจะเข้าใจ   หวงเล่อเซียนตอบอย่างไม่ไยดี
จอมมารเจ้าของพรรคจึงกร้าวเสียง
หวงเล่อเซียนเจ้าบังอาจมากเกินไปแล้ว  พูดไม่พูดเปล่าจอมมารปรากฏตัวพร้อมประฝ่ามือใส่จอมยุทธหนุ่ม  แต่เขารับไว้ทัน ทั้งสองคนดีดกายสู้กันกลางหาว  เหนือห้องโถงกว้าง

ฝีมือท่านมิใช่ย่อย  มิน่าถึงกล้าต่อกรกับพรรคสุสานหอกระดูกภูติ  มิทราบว่าท่านอยู่ในอันดับใดในบู๊ลิ้ม
ประมือแล้วเห็นว่าเชี่ยวชาญยุทธของจอมยุทธกระบี่ดำ กับเจ้าของพรรคอย่างเหลิ่งเฮอซัว  เท่ากัน  แต่เหลิ่งเฮอซัวอาจจะแพ้จอมยุทธนิรนามผู้มีกระบี่เกรียงไกรอย่างที่เล่าลือกัน  เพราะว่าเหลิ่งเฮอซัวกำลังบาดเจ็บ  จากพิษของตะขาบเฒ่าทักษิณ
แต่ไม่พยายามแสดงให้จอมยุทธกระบี่ดำทราบว่า บาดเจ็บ  หากแต่หวงเล่อเซียนรู้  เขาอ่านออกเพราะรู้ในเกี่ยวกับพิษบาดแผล  สุขภาพของคนปกติและไม่ปกติ มีความรู้สึกว่า เจ้าสำนักจอมมาร อ่อนแรงลงไปมาก กำลังภายในที่ถูกนำมาใช้แค่สามส่วน ทั้งที่น่าจะมากถึงเจ็ดส่วน
จึงรู้ว่า แค่คำพูดที่เจ้าสำนักจอมมารเอ่ย แค่กลบเกลื่อนตัวเอง
ด้วยการหยุดเอ่ยกล่าวกับเขา เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ

คนที่บาดเจ็บ หวงเล่อเซียนจะไม่ทำอันตราย  อันนี้คือหลักที่ยึดถือของเขา
เขาเพียงแต่ยิ้มพรายที่ริมฝีปาก
เป็นเรื่องที่ท่านจะค้นหาเอง
เจ้าสำนักมารที่กำลังอ่อนแรง เช่นเดียวกับน้ำเสียง
ท่านต้องการสิ่งใด
ข้าเพียงแต่ขอผ่านทาง เพื่อไปสู่หุบเขากวงเม้ง

หุบเขากวงเม้ง  เป็นสถานที่ชุมนุมชาวยุทธนี่
ท่านต้องการไปเพื่ออะไร
ไม่ใช่เรื่องที่ข้าต้องตอบคำถามของท่าน
จอมยุทธหวงเล่อเซียนกร้าวเสียงขึ้น

เจ้าสำนักมารหัวเราะออกมา แต่เป็นหัวเราะที่ขมขื่น
ท่านจะต้องไปเพื่อช่วยเหลือคนคนหนึ่ง
หวงเล่อเซียนหันใบหน้ากลับมา
เมื่อท่านรู้แล้ว ท่านจะถามไปทำไม
จอมมารหัวร่อ
ถามเพื่อ่ให้แน่ใจ

จอมยุทธหวงเล่อเซียนเอ่ย
กำลังภายใยนของท่านเหลือไม่กี่ส่วน  ทั้งๆที่ควรจะมากกว่านี้ เพราะข้าดูแล้วฝีมือเชิงยุทธของท่านยิ่งหย่อนไม่น้อยไปจากข้า  มันเกิดอะไรขึ้นกับท่าน

เจ้าสำนักจอมมารถึงกับอึ้งที่หวงเล่อเซียนคาดเดาถูก
ท่านเก่ง  เพราะฉะนั้นข้าจึงเตรียมตัวต้อนรับท่าน
ต้อนรับด้วยการคิดจะเอาชีวิตฆ่า หมายปองร้ายนี่นะหรือการต้อนรับ
ท่านไม่เคยได้ยินคำว่า ที่ใดมีศัตรูที่นั่นย่อมเป็นมิตรหรือ

หวงเล่อเซียนหัวร่อ เมื่อคำนี้ถูกใจ  และเขาก็คาดเดาถูก ที่แท้จอมมารต้องการบอกอะไรเขาสักอย่าง
เขาเลยถาม
อาการของท่าน
เมื่อสามวันก่อน ข้าลงจากเขา  ไปเจอะเจอกับตาเฒ่าตะขาบพิษทักษิณเข้า   มันซัดฝ่ามือเข้าเต็มเหนี่ยว จนข้าแทบแย่ ต้องใช้วิธีขับพิษจากกำลังภายใน กับปราณ  แต่ได้แค่นี้
คำเอ่ยตอบเหมือนจอมมารทราบสังขารตัวเองดี
ต้องใช้บัวเย็นแรกอรุณ  กับหญ้าเกล็ดมังกร  ซึ่งต้องบุกเข้าไปในถ้ำเกล็ดมังกร  ถึงจะได้
หวงเล่อเซียนเชี่ยวชาญในด้านโอสถรักษาเป็นอย่างดี
ตอนนี้ข้ายังมียาบัวเย็นแรกอรุณอยู่ในขวด เป็นเพียงลูกกลอน  แม้สรรพคุณจะใช้ไม่ได้ดีเท่ากับดอกบัวสด แต่ก็ช่วยให้ท่านพอคลายทุเลาได้ นี่ท่านรับเอาไป
ความเป็นผู้ที่ใจกว้าง และเปี่ยมเมตตา  จอมมารเจ้าสำนักจึงยื่นมือรับยาลูกกลอนที่เป็นส่วนผสมของบัวเย็นแรกอรุณ   ที่เป็นไม้ประเภทหนึ่ง ก่อเกิดอยู่ภายใต้หิมะ เช่นเดียวกับ บัวหิมะ  เพียงแต่ไม่ลึกเท่าบัวหิมะ

ออกดอกสีม่วงกับเหลือง เด็ดเอาใบกับดอกผสมกัน ถ้าจะหาดอกบัวเหล่านี้พบเจอ จะต้องหาแหล่งน้ำให้เจอก่อน เพราะแหล่งน้ำหรือแอ่งเหล่านี้ยามปกติเป็นแอ่งน้ำธรรมดา แต่เมื่อมีหิมะปกคลุม  ดอกบัวเย็นแรกอรุณจะมีสรรพคุณกว่าดอกบัวธรรมดา เพราะมีความเย็นยะเยือก  ที่สำคัญมักจะโผล่ดอกบานในช่วงอรุณเท่านั้น   เมื่อดอกบานแล้วจะหุบและเหี่ยวลงทันทีเมื่อยามสาย  ฉะนั้นบัวประเภทนี้ต้องตามหาก่อนตะวันจะขึ้น  ซึ่งอาศัยแสงจันทร์    สรรพคุณตรงที่ทานต้านพิษได้ทุกชนิด  ไม่แพ้ดอกบัวหิมะ ที่หายากเย็น
ยิ่งเป็นบัวหิมะพันปี   แทบจะหาไม่ได้เลย
บัวหิมะพันปีกับบัวเย็นแรกอรุณต่างกันอีกอย่างหนึ่ง คือ บัวหิมะใช้ไหลในการรักษาส่วนบัวเย็น ใช้ใบกับดอก

ขอเชิญท่านพักค้างที่นี่ก่อนสองสามวัน แล้วค่อยเดินทางไป
.ซุงหม่ากับเหมาเอ๋อ  รีบจัดที่พักให้กับท่านจอมยุทธ
สิ้นคำสั่ง ลูกน้องรีบเดินนำหน้าไป  สิบนาทีต่อมาจึงเดินเข้ามาบอก
ได้แล้วครับ นายท่าน
แล้วหันไปบอกจอมยุทธกระบี่ดำ
เชิญท่านจอมยุทธ   ข้าจะเตรียมสุราอาหารมาให้
สุราไม่ต้อง แต่อาหาร ข้ากำลังหิวพอดี

เกิดอะไรขึ้นกับหวงเล่อเซียน  เป็นเพราะคุณธรรม เนื่องจากเห็นเจ้าสำนักบาดเจ็บ ตัวเขาเองรู้วิธีแก้พิษ จึงเข้าช่วยเหลือ  ห้องหับที่จัดให้อยู่ชั้นสอง ของหอ กระดูกภูติ
ภายนอกรวมทั้งชื่อดูน่ากลัว แต่พอเข้ามาชมข้างในแล้ว กลับสวนงามไม่มีที่ติ  เหมือนหลุดเข้ามาในแดนสวรรค์ ไม่น่าเชื่อว่า นี่คือพรรคมาร
วางกระบี่คู่กายลงบนเตียง  เมื่อผลักหน้าต่างเปิดออกลมโชยเข้ามา มองเห็นรดอกโบตั๋นสีขาวอยู่ท่ามกลางสระ กับต้นบํวย  บรรยากาศอย่างนี้น่าร่ำรำพันกับบทกวีเหลือเกิน  แต่หวงเล่อเวียนยังไม่มีอารมณ์

การที่เจ้าสำนักมาร ต้อนรับเขา แสดงว่า หมดความแคลงใจ ในเมื่อชีวิตใช้ซื้อชีวิต
ที่เขากระทำให้เห็นแล้ว คือคุณธรรม  ฉายาจอมยุทธกระบี่ดำ ทรงคุณธรรมแค่ไหน  ทั่วปฐพีคงรู้

ขณะที่ด้านนอก และภายในครัวมีเสียงไม่พอใจถึงกับหงุดหงิด ของเด็กสาวนางหนึ่ง  นางทราบว่าบิดาถูกทำร้ายจากแขกผู้บิดากลับเป็นฝ่ายต้อนรับ
อารมณ์เด็ก ทำให้โกรธเคือง อยากจะเอาชนะ  และอยากจะช่วยเหลือบิดา
นายท่าน แพ้จอมยุทธผู้นี้ราบคาบนะคุณหนู   ยิ่งได้เห็นซุงหม่า    คนใช้คนสนิทเอ่ยอย่างนี้แล้วก็เคือง  อยากแก้แค้น อยากลองดี
นางชื่อเหลิ่งอิงอิง ได้ปณิธานกับตัวเองว่า
คอยดูเถอะ ข้าจะไม่ให้เขาอยู่ที่นี่มีความสุขแน่  เดี๋ยวเขาจะได้รู้ว่า ที่หอกระดูกภูติ มีค่ายกลอะไรบ้าง    โดยเฉพาะป่าบ๊วยแดง  กับป่านเงิน
แต่คุณหนู  พ่อข้า ยังเสร็จจอมยุทธผู้นี้เลยะ
ซุงหม่าเป็นลูกชายของสมุนมารที่ชื่อลม
ทำให้เหลิ่งอิงอิง  หน้าบูดบึ้งกว่าเดิม
ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็เอาด้วยกลล่ะ   ข้าจะให้เขาพ่ายแพ้ ด้วยค่ายกลที่แม่ข้าสร้างเอาไว้
ประกาศมั่นแล้วถาม
แล้วนั่นกำลังยกอาหารไปให้ใคร
จอมยุทธที่คนเดิมที่ท่านเจ้าสำนักรับไว้เป็นแขก
เป็นเขาอีกแล้วหรือ  งั้นดี ข้าจะจัดการเอง
เหลิ่งอิงอิง  ระเบิดเสียงอย่างหงุดหงิดและเอาแต่อารมณ์  ซึ่งซุงหม่าเพื่อนร่วมรุ่น   เข้าใจดีว่า นางทั้ง
แก่นแก้ว  เอาแต่ใจ รวมทั้งอารมณ์มุทะลุแค่ไหน
เขากลัวเกิดเรื่องใหญ่ ที่ทำให้ท่านอาจารย์ตำหนิ

แต่ก็รู้จิตใจของนางดีว่า ลูกสาวคนสวยของท่านเจ้าสำนัก  ไม่เคยกลัวใคร  เพราะใจของนางบ้าดีเเดือด 

แต่ซุงหม่าก็กลัวเหมือนกัน  กลัวท่านเจ้าสำนักลงโทษ  และเหลิงอิงอิง สหายรักต่างชั้นได้รับอันตราย
แต่ข้าดูแล้วนะ  คุณหนูสู้เขาไม่ได้หรอก

เหลิ่งอิงอิง ระเบิดเสียงออกมา  เพราะท่าทีขัดใจ
สู้ไม่ได้ยังไง
ฝีมือด้านยุทธของเขาเหนือกว่าพวกเรามาก  แถมท่านอาจารย์ก็ยังเอาชนะเขาไม่ได้
เจ้าว่าพ่อข้า ขี้ขลาด สู้เขาไม่ได้หรือไง
เหลิ่งอิงอิงตวาดออกมา   เมื่อใครว่าบิดาที่หล่อนเทิดทูน

นี่เป็นเพราะท่านพ่อ แพ้ตาเฒ่าตะขาบพิษมากกว่า  ไม่เช่นนั้น ฝีมือวรยุทธของท่าน หากลงมือจริง ใครก็ทำท่านไม่ได้    ข้อนี้ซุงหม่าเห็นคล้อยตามมาด้วย  หากไม่โดนตาเฒ่าตะขาบพิษทำร้ายหนัก

เอาล่ะ ซุงหม่า เจ้าออกไปก่อน ข้าอยากอยู่คนเดียว  ส่วนอาหาร เดี๋ยวข้าจะจัดการให้
เหลิ่งอิงอิงเอ่ยกล่าวกับเพื่อนร่วมรุ่น  และเป็นลูกน้องของบิดา  รวมทั้งเป็นลูกศิษย์  หล่อนมีแผนการบางอย่างที่มาดหมายในใจ และรอยยิ้มกระตุกวาบ

เมื่อซุงหม่าโดนไล่ก็ออกไปพ้น แต่ในใจกวาดกลัวว่าเหลิ่งอิงอิง จะทำเรื่องไม่ดี ให้เขาได้รับความเดือดร้อน  ถูกท่านอาจารย์ลงโทษ  หากคิดทำร้ายอาคันตุกะของท่าน
ซุงหม่าไม่กล้าคิด เพราะกลัวว่า เหลิ่งอิงอิงจะทำจริง   โดยพลการ


และสิ่งที่ซุงหม่าคาดคิดไว้ก็เป็นจริง  เมื่อเหลิ่งอิงอิงเทยาพาไร้สีและกลิ่นจากขวดโรยลงในอาหารให้กลืนเป็นสีเดียวกัน  พลาง
กระหยิ่มในใจคิดว่า
เสร็จแน่ จอมยุทธนิรนาม   ใครทำร้ายพ่อข้า  ข้าก็ต้องทำร้ายตอบสนอง  มิเช่นนั้นจะรู้ฝีมือเด็ดของลูกสาวเจ้าสำนักหรือไง
หล่อนพึมพำกับตัวเอง และคิดว่า จะต้องกู้หน้าให้บิดาที่พ่ายแพ้ในครั้งนี้

สักครู่จึงเดินไปเรียกซุงหม่า
ซุงหม่าอาหารเยอะ ข้ายกคนเดียวไม่ไหว ไปเรียกเหมาเอ๋อ  มาช่วยด้วย
ได้ครับคุณหนู
เร็วๆนะข้าจะรอ  เอ่ยแล้วกระหยิ่มยิ้ม  คิดว่าพิษของนางต้องแสดงฤทธิ์เดช  คิดว่า วิธีนี้จะสามารถจัดการกับจอมยุทะกระบี่ดำผู้เลื่องชื่อได้
แต่เดี่ยวก่อน  ข้าจะตามไปทีหลัง  แล้วข่าจะให้ใครๆก็จำข้าไม่ได้แม้แต่สักคนเดียว แม้แต่เจ้าด้วยซุงหมา   เหมาเอ๋อ  คอยดูนะ แต่พวกเจ้าห้ามบอกใคร  รู้แล้ว เก็บปากเงียบ  แม้แต่ท่านพ่อ

หญิงสาวกำชับ  ทำให้ทั้งคู่พยักหน้า  แล้วเหลิ่งอิงอิงก็เข้าไปในห้องส่วนตัวของนาง  เตรียมชุดที่เอาไว้พร้อมเติมหนวดเครา  มีไผสีดำตัวบะเริ่มพรนางความสวยไว้ เพื่อ่ให้ดูว่านางเป็นคนอัปลักษณ์
เพราะนางไม่อยากให้ใครเห็นความสวยของนาง หากนางไม่ปรารถนา  จึงต้องใช้ถ่านทาหน้าให้ดำ เก็บผมให้เรียบร้อย  ทำตัวเป็นบุรษเพศ
แม้จะดูเก้เก้กังๆก็ตาม   แต่เหลิ่งอิงอิงก็คิดว่า นางจะทำให้แนบเนียนมากที่สุด


จอมยุทธกระบี่ดำทรุดยังอยู่กลางห้อง  เขาอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเสร็จสรรพ ด้วยชุดสีขาวสะอาด  เสียงประตูถูกเคาะ  ทำให้เอ่ย
เข้ามาได้
อาหารเข้ามาแล้ว ท่านจอมยุทธ  ที่นายท่านสั่ง
เหมาเอ๋อเป็นคนเอ่ย
ขอบใจพวกเจ้ามาก
หวงเล่อเซียนยิ้มให้กับคนทั้งคู่  และก็มีร่างของคุณชายชุดฟ้าอีกคนตามมาด้วย  ลักษณะกิริยาแล้วเป็นที่ชวนสังเกต เหมือนมีพิรุธบางอย่าง  เป็นคุณชายหน้าดำ มีไผเม็ดใหญ่แต้มที่แก้ม  หรือเป็นเพราะมีใบหน้าที่อัปลักษณ์ ถึงอายที่จะมองคน
ข้านำผลไม้อร่อยๆของหอกระดูกภูติมาให้  ท่านต้องกินให้เยอะๆ นะ ข้าเก็บมาเองด้วยตัวเลยล่ะ
คุณชายที่เหมือนกับเสียงสูง  คล้ายดัดเสียงให้ใหญ่  ทั้งๆที่เสียงนั้นดูแหลมเล็ก 
 
แต่หวงเล่อเซียนยังไม่ได้สงสัย นึกเอะใจใดๆ
ขอบใจท่านมาก  จะอยู่ทานร่วมด้วยกันมั๊ย   หวงเล่อเซียนชวน

และหันไปทางจอมยุทธชุดฟ้า  แต่กลับเห็นใบหน้าที่สั่นปฏิเสธ
โอ ไม่หรอก  ท่านทานไปเถิด  ท่านคงเดินทางมาเหนื่อยๆและหิว   ส่วนพวกข้ากินมาเรียบร้อยแล้ว
เหลิ่งอิงอิงพยายาม  หาทางเอาตัวรอด  และหล่อนก็กระหยิ่มในใจ 
เมื่อจอมยุทธนิรนามเอ่ย
ถ้างั้นก็ขอบคุณในน้ำใจ

เหลิ่งอิงอิงได้โอกาส
ถ้างั้น พวกข้าขอตัวก่อนนะ
เชิญ คุณชายทั้งสาม

ทานให้หมดด้วยนะ  ข้าอุตส่าห์ปีนเก็บผลไม้มา ไม่งั้นข้าโกรธท่านจริงๆ
เหลิ่งอิงอิง ไม่ลืมที่จะแสดงละครตบท้ายแสร้งว่าหวังดี ที่แท้นางซ่อนใจมัจจุราชเอาไว้  เพื่อทำลายคนที่ทำร้ายบิดา

หวงเล่อเซียนรู้สึกแปลกๆกับรสอาหาร  เขาเป็นคนไม่วางไว้ใจใคร โดยเฉพาะต่างถิ่น  ยิ่งคนที่เผยตัวเป็นศัตรูกับเขา วัตถุเงินจึง
ถูกดึงออกมาจุ่มในถ้วยอาหารและแกง ปรากฏว่า ทำให้เขาผงะ เพราะวัตถุเงินสำหรับตรวจสารพิษ
กลับกลายเป็นสีคล้ำและดำในที่สุด  แสดงว่าเขาถูกวางยา

หวงเล่อเซียนโกรธจัดอย่างมาก  แต่ก็ข่มใจเอาไว้
นี่ตอบแทนกันด้วยวิธีอย่างนี้หรือ

เหลิ่งเฮอซัวเป็นพรรคมาร แต่จิตใจยังไม่ยอมทิ้งความเป็นมารอีก ทั้งๆที่จะตายแล้ว  ถ้าหากเขาไม่ช่วย
หันไปมองผลไม้ เห็นว่าสีสันน่ากินดี และไม่มีพิษ  จึงกัดกินแทนอาหาร  ช่วยคลายหิวได้

ด้านนอก  เหลิ่งอิงอิงกับสหายร่วมรุ่น  หล่อนปิดปากหัวเราะคุยโวว่า
ป่านนี้เสร็จมะก้องด้อง  เดี๋ยวเราไปเก็บศพ
ทำให้สมุนทั้งคู่ฮาครืน ถูกใจ  และคิดว่าต้องเป็นไปตามนั้น
ยาพิษเด็ดชีพนพเก้า  ของท่านอาจารย์หญิง ใครก็เลียนแบบ  ให้พิษร้ายแรงถึงตายได้  เพราะฉะนั้น  จอมยุทธนิรนามก็ไม่มีทางรอด   ต่อให้มีปีกบิน  ก็หนีเงื้อมมือความตายไม่รอด 

เพราะคิดว่าจอมยุทธ หนุ่มต้องหมดสติเพราะยาพิษของนาง ที่เอาไว้กลั่นแกล้งเพราะมียาถอนพิษ  ที่เก็บไว้ในห้องโอสถของสำนัก   เหลิ่งอิงอิง แอบขโมยมาจากบิดาไว้ในห้อง


จอมยุทธหวงเล่อเซียนขบคิด ขมวดคิ้ว ก่อนที่จะใช้แผนเกลือจิ้มเกลือ
ท่านเหลิ่งๆ ช่วยมาที่นี่หน่อย
เสียงเรียกของคุณชายหวง  ทำให้บรรดาลูกน้อง ที่ทำหน้าที่ตรวจตราดูความเรียบร้อย เวรยามอยู่บริเวณนั้น   ตาลีตาเหลือกเข้ามาทันที
มีอะไรหรือท่าน
หวงเล่อเซียนหันไปมอง ชายร่างผอม ในชุดฟ้า พร้อมเอ่ย
ไปตามท่านเหลิ่ง  นายของพวกเจ้ามา
สมุนของบ้าน รีบออกไปทันที  รับคำสั่ง  เพราะท่านเหลิ่งผู้เป็นประมุขสั่งไว้  เพราะจอมยุทธนิรนามฝีมือเหนือชั้น คนในตระกูลเหลิ่งไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่แท้จริง

ประมุขเหลิ่งเฮอซัวเห็นเข้าดังนั้น  คาดการว่าเป็นฝีมือของใคร
ไปเรียกอิงอิง  มาพบข้าเดี่ยวนี้
น้ำเสียงท่านเกรี้ยวกราดอย่างมาก  ลูกน้องที่ฟังรับคำสั่งก็รู้  เพราะท่านไม่เคยโกรธจัดอย่างนี้เลย

อีกอย่างเหลิ่งอิงอิง  เป็นลูกสาวสุดที่รัก แก่นแก้วของท่าน  รับคำแล้วจึงออกไปทันที
เจ้ามีธุระอะไรมาหาข้าล่ะ ซุงหม่า
เห็นสีหน้าที่เครียดของซุงหม่า อิงอิงจึงเอ่ย
แนะ ไม่ยอมตอบข้า มีอะไรก็ว่ามา
นางว่าด้วยเสียงฉุนเฉียว
ท่านอาจารย์ เรียกหาเจ้า ไปพบ
ตอบ นายสาวและเป็นเพื่อนเล่น ด้วยสีหน้าที่วิตกและหวาดหวั่น  จนพิรุธนั้น เหลิ่งอิงอิง  รู้สึกได้
เรื่องอะไร?  ท่านพ่ออยากพบข้าเรื่องอะไร
ซุงหม่าอึกอักที่จะตอบ แต่ก็ยอมบอก เป็นเพราะรักนายสาว
เอ้อ ก็คือเรื่องที่เจ้าวางยาพิษ ใส่คุณชาย

อ๋อ  เรื่องแค่นี้หรือ ที่ท่านพ่อโกรธข้า  ก็ได้  ข้าจะไปหาท่านเอง อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าจอมยุทะกระบี่ดำ จะเก่งกาจแค่ไหน
ซุงหม่าเตือน
แต่เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาหรอกน่า   ขนาดพ่อข้า ยังเอาชนะไม่ได้
แต่ข้าจะลองดู  คุณหนูพรรคมารหอกระดูก  ดื้อที่จะรั้น
ซุงหม่าทำอะไรไม่ได้  แต่มีสีหน้ากระอักกระอ่วน  เพราะรู้ฤทธิ์เดชสาวแสนซนลูกสาวของเจ้านายเป็นอย่างดี
อิงอิง ก้าวเข้าไปในในห้องโถงทันที  สีหน้าหวั่นหวาดเกรงกลัวต่อสายตาของบิดาเช่นกัน  แต่ก็เอ่ย
ท่านพ่อเรียกข้ามา     มีธุระอะไรหรือเปล่า
อิงอิงตอบและถามพร้อมกับแกล้งไขสือ  ที่จอมยุทธนิรนามมองเห็นแววหลุกหลิกในดวงตาของหล่อน
ยังจะถามอีก นังตัวดี เจ้าทำอะไรให้ข้าอับอายอย่างที่สุด  กับคุณชาย ที่ข้าอุตส่าห์ต้อนรับเขาอย่างดิบดี
เหลิ่งอิงอิง  ใจทดท้อเมื่อบิดาเอ่ยอย่างนั้น รู้แล้วว่า ท่านรู้ว่าเป็นฝีมือของหล่อน
ข้าเปล่านะ ท่านพ่อ  ข้าทำอะไรลงไป
ยังไม่ตอบความจริงอีก นังลูกื้อ  เพี๊ยะ
โอ๊ย  ท่านพ่อตบหน้าข้า
อิงอิงร้องครวญที่ถูกบิดาตบหน้าอย่างโกรธจัด  ถึงกับกุมประคองแก้มที่โดนตบเอาไว้  มองจ้องจอมยุทธนิรนามอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ  พร้อมกับคับแค้นใจไปทางบิดา   ที่เห็นคนอื่นดีกว่าลูกในไส้ของตัวเอง 
ข้าเกลียดท่านพ่อ เกลียดมากที่สุด ท่านพ่อใจร้าย ฮือๆๆ
อิงอิงร้องคร่ำครวญตะโกนออกม แล้วปิดหน้า ร้องไห้สะอึกสะอื้น ก่อนวิ่งออกไป
เห็นดังนั้นแล้ว  ผู้นำของพรรคหอกระดูกถอนใจ
พวกเจ้าไปตามอิงอิงมานี่  ข้าต้องการให้นางได้รับโทษ
เหลิ่งเฮอซัวมีสีหน้าเครียดและซีดจน ตกใจที่บุตรสาวสุดรักทำฤทธิ์อย่างนั้น  แต่อาการโกรธจัดที่ลูกสาวทำหนักเกินไป  ทำให้ต้องรีบจัดการ  เพราะท่านอับอายจอมยุทธผู้นี้เช่นกัน  เดี๋ยวจะเข้าใจว่าเป็นความคิดของท่าน  พลอยทำให้บาดหมางใจหนัก
แต่จอมยุทธกระบี่ดำโบกมือ
ไม่เป็นไรหรอกท่านเหลิ่ง  นางอาจจะไร้เดียงสา และแสนซน  ถือว่า ข้าไม่ถือโทษโกรธนาง
แต่ว่า  เจ้าสำนักของพรรคเอ่ย
ไม่เป็นไร ข้าถือว่า นางทำไปเพราะขาดสติ 

จอมยุทธกระบี่ดำ คิดว่านางทำลงไปนั้นหนักและมากจริง  แต่เขาพยายามมองเว้นเพราะเห็นว่าเป็นสตรีเพศ  แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ต้องจับนางมาอบรม    และใช้วิธีการสั่งสอนที่แยบยล  ถึงจะเอานางอยู่
ผลุนผลันจากบิดา นางหลบมาอยู่หลังสวน  ซึ่งสะพรั่งด้วยดอกไม้นานาชนิด  คร่ำครวญรำพันถึงการที่บิดาตัดสินใจลงโทษนาง ทั้งๆที่จอมยุทธผู้นั้นเพิ่งก้าวเข้ามาในชายคาพรรค
บิดาช่างทุ่มเทไปที่ผู้ชายคนนั้นมากกว่านาง  ทำให้นางเจ็บแค้น นั่งถอนต้นหญ้าข้างสระบัวปาทิ้งอย่างโกรธแค้น
สมุนทั้งสองกับอีกตำแหน่งเป็นเพื่อนรัก ตามมาเจออิงอิง  ถูกนางตวาดใส่
ข้าไม่ต้องการพบเจอใคร ออกไป๊
แต่เหมาเอ๋อที่หลงรักนางเอ่ย
แต่ว่า  ข้าห่วงเจ้านะ อิงอิง  เห็นเจ้าไม่สบายใจ เพราะโกรธแค้นจอมยุทธนิรนามที่เก่งกาจกว่าเจ้าตั้งหลายเท่า ข้าก็แค้นเคืองเขาด้วย
จริงหรือเจ้าแค้นเคืองเขาเหมือนข้า
อิงอิงเอ่ยตอบ เมื่อหาแนวร่วมเดียดฉันท์จอมยุทธนิรนามแบบเดียวกับตัวเองได้แล้ว
แต่ก็ตอบไปว่า
ฝีมือของเจ้าก็สู้เขาไม่ได้
เหมาเอ๋อตอบอีก ชักสีหน้าหงุดหงิดนิด  เครียดแต่พยายามอธิบายให้นายสาวที่เขาหลงรักได้เข้าใจ
นี่อิงอิง  เจ้าเข้าใจหรือเปล่า  เราอย่าไปสนใจจอมยุทธหวงนั่นเลย
แต่ข้าเกลียด เกลียด เขาอย่างมาก ไม่อยากเจอหน้าเลย
เหมาเอ๋อได้ยินคำตอบ ก็อมยิ้ม เพราะคิดเสมอว่าจอมยุทธนิรนามผู้นี้ทั้งหล่อเหลาเป็นชายหนุ่มที่เจ้าเสน่ห์กว่าเขาหลายเท่า  ถ้าผู้หญิงหลงใหลชอบก็ไม่เป็นเรื่องแปลก  แต่เขาเกรงกลัวว่า ผู้หญิงคนนั้น จะเป็นเหลิ่งอิงอิง
ซึ่งเขายอมรับไม่ได้  ถ้าจะต้องพ่ายแพ้ ความรัก

บุตรสาวหายไปแล้ว  ท่านเหลิ่งประมุขพรรคหอกระดุกภูติ  ไม่เห็นจะสนใจวิตก  เพราะคาดว่านางคงจะวิ่งเล่นตามประสา  ดีเหมือนกันที่ไม่มีลูกสาวจอมยุ่ง มากวนเรื่องให้ผู้ใหญ่ต้องมาวุ่นวายปวดหัวด้วย
ลูกสาวของข้า ไม่ประสา  นางยังเด็กนัก ขอบคุณจอมยุทธหวง ที่ท่านให้อภัย
จอมยุทธหวงยิ้มให้
ข้าก็คิดว่านางเป็นเด็ก  แต่ก็ไม่ได้คิดเอ็นดูตามประสาเด็ก
เห็นหวงเล่อเซียนเอ่ยด้วยคำคมเช่นนี้แล้ว เจ้าของพรรคขมวดคิ้วกลางโต๊ะน้ำชา ขณะกำลังรินดื่มกันสองคน
ทำไมล่ะ
เพราะยิ่งโตนางก็ยิ่งเป็นสาว  และคงจะสวยมาก ถ้าลดความแก่นแก้ว รั้นลงได้
ขอบคุณจอมยุทธหวงที่แนะนำ
เจ้าของพรรคยิ้มรับกับคำชี้นำและชี้แนะ  ไม่คาดคิดอย่างอื่น
แต่ก็แอบคิด  ไม่นึกว่า  จอมยุทธหวงเล่อเซียนจะเก่งกาจในการรักษาบาดแผลของผู้ที่ได้รับพิษ  ยังจะเก่งกาจในการดูคนอีก
งั้นราตรีนี้ ข้าขอให้ท่านพักอยู๋ในตึกของข้าอย่างสบายใจ
ขอบคุณ ผู้อาวุโส  จอมยุทธหวงเอ่ย

แม้จะพักอยู่ที่พรรคหอกระดูกภูติ แต่ภาระต่างที่ห้อมล้อมรุม หวงเล่อเซียน ทำให้เขามิอาจจะพักผ่อนได้นานวันอย่างที่ท่านเหลิ่งเจ้าของหอกระดูกภูติ  ผู้ชื่นชอบเขาเป็นการส่วนตัวเอ่ย
สามราตรีเท่านั้น ที่หวงเล่อเซียนกำหนดให้แก่ตัวเอง
เพราะภาระในโลกยุทธของเขามีมาก ในการเร่งกำจัดจอมมาร
อีกทั้งฝึกปรือวิชากำลังภายในระดับสูงมากกว่านี้อีกต่อไป  เพราะเชื่อว่า คู่ต่อสู้ของเขาต้องมีอีกแน่
เมื่อศัตรูพยายามกล้ำกราย จึงเป็นเหตุที่เขาต้องแวงหาวิชาต่อสู้ที่เหนือกว่า เพื่อป้องกันทั้งตัวเองและชาวมนุษย์

หาไม่เจอครับท่านอาจารย์
ซุงหม่ากับเหมาเอ๋อเป็นทั้งสมุนและรวมทั้งเป็นศิษย์พี่ของแม่นางอิงอิง  ยังหาตัวนางไม่พบ ไม่ทราบว่านางเร้นกายไปยังทิศทางไหน
แย่จริง ลูกคนนี้  ท่านเหลิ่งพึมพำสบถอย่างเอือมระอากับลูกสาวแก่นทะโทน และวิสัยเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโต
หวงเล่อเซียนหนุ่มที่อายุไม่เกินยี่สิบห้า ยิ้มให้ดุจปลอบ
ท่านเหลิ่ง มีลูกสาวเพียงคนเดียว  ย่อมต้องห่วงเป็นธรรมดา  แต่วิสัยแบบเด็ก
เมื่อเขาเอ่ยออกมาอย่างนี้ เจ้าของพรรคหอกระดูกภูติพึมพำตาม  อย่างรู้สึกอายต่อแขกผู้เยี่ยมยุทธอย่างเขา ที่ลูกชายมาทำขายหน้าแขกอย่างนี้
ขอโทษ ท่านหวงด้วย ที่ลูกสาวของข้า ไม่เอาไหนจริง
แต่หวงเล่อเซียนยิ้มให้
ท่านเหลิ่งเด็กก็คือเด็ก

เหลิ่งอิงอิงหายตัวออกจากบ้านโดยที่ไม่มีใครทราบ  หนักใจแก่จอมยุทะกระบี่ดำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ที่คิดว่านยาวงคงจะซุกซนตามประสาเด็ก  แต่กลับเห็นท่านเหลิ่งผู้เป็นบิดานั้นซึมเซาและกังวล
ทั้งๆที่เป็นคนออกปากสั่งให้คนตามหาลูกสาวเพื่อจะลงโทษ
ข้าตามหาลูกอิงไมได้  เพื่อจะให้ท่านจอมยุทธลงโทษ
หวงเล่อเซียนไม่นึกว่า เจ้าพรรคมารอย่างเหลิ่งฮัวซัว  จะยังติดใจคำนี้อีก
จึงยิ้มและเอ่ยให้ท่านสบายใจ
ท่านอย่าคิดเรื่องนี้มาก  เพราะที่จริงข้าก็เพียงแต่แหย่ลูกสาวท่านเล่นเหมือนกัน เพราะนางไม่ประสา

ทราบคำตอบจากจอมยุทธกระบี่ดำ ทำให้ท่านเหลิ่งหันมา
ขอบคุณที่จอมยุทธหวงให้อภัย  และคิดว่าลูกสาวของข้านางเป็นเพียงเด็กไร้เดียงสาคนหนึ่ง
แล้วความเป็นจริง นางเป็นเพียงแค่เด็กไร้เดียงสาไม่ใช่หรือ?
เจ้าของพรรคมารเอ่ยตอบ
ใช่แล้วท่าน
ฉะนั้นท่านไม่ต้องกังวล ข้าไม่ถือสาเด็กอยู่แล้ว
ขอบคุณท่านหวงอีกครั้ง

นางหลบหนีออกจากบ้าน เพราะไม่กล้าสู้หน้าพ่อ ที่ว่ากล่าวถึงความผิด เกิดจากนางได้ใส่ยาพิษให้จอมยุทธผู้เก่งกาจคนนั้น 
เหลิ่งอิงอิงมาไกล ถึงสระเย็นบึงสำราญ  ซึ่งดูแล้วสถานที่ว่านี้ เป็นเหมือนบ้านร้าง  เพราะเต็มไปด้วยเถาวัลย์พาดพันและ และดงหญ้ารกขึ้นสูง  และสวนหลังบ้าน ยังมีต้นไม้ที่ปลูกทิ้งเอาไว้
เมื่อหลายเดือนก่อน  เหลิ่งอิงอิง เคยมาที่นี่  และพบว่า มีที่ซ่อนตัว หลับนอนได้
คราวนี้จึงคิดว่า จะใช้สถานที่นี้ หลบอยู่เพื่องอนพ่อไปซักสามสี่วัน
เพราะขืนย้อนกลับไปหาท่านเหลิ่ง  ผู้เป็นพ่อในเวลานี้  ต้องถูกเล่นงานหนัก
และอีกอย่างเหลิ่งอิงอิง รู้สึกเจ็บใจ ที่ฝีมือเพลงยุทธของเธอเป็นฝ่ายด้อย จอมยุทธผู้เก่งกาจคนนั้น
ที่ชื่อ จอมยุทธกระบี่ดำ   เธอหมายแค้นเขาอย่างมาก
และเวลานี้ท้องเริ่มร้องจ้อก  เพราะหิว   แถวนี้พอจะมีอะไรกินได้บ้าง?
ถ้ายังอยู่ในครอบครัว เธอคงไม่ต้องลำบากขนาดนี้  เพราะมีคนใช้ทำให้ทุกอย่าง

ท่านอา กุ๊จง

และคนผู้นั้นชื่อ เถียนเกาเกา

เหลิ่งอิงอิง

สารบัญ 1 ตอน อัปเดตล่าสุด 28 ส.ค. 60 / 12:351 ตอน

ตอน
ชื่อตอน
สถานะ
อัปเดตล่าสุด

ผลงานอื่นๆ ของ ดอกหางนกยูงสีส้ม

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 05:55
    เออ ผมยังไม่ ขอ อ่าน บนนำ และ เนื่องเรื่องในบทที่1 นะครับ

    เพราะผมเห็น ว่าคุณเขียนเรื่องหลายแนว
    เลยไม่แน้ใจว่า จะ เขียวให้ อ่าน อย่าง ต่อ เนื่อง หรือ ป่าว
    #1
    0