นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

เทวนาคินทร์

สถานที่แห่งนั้นไกล มองไม่เห็นอะไร นอกจากความเงียบ ที่ช่าง สงบ และวังเวงยิ่งนัก เหมือนร่างนั้นทะเล่อทะล่าอยู่กลางความมืดที่ดายเดี่ยว และความหนาวเหน็บ ยะเยือกจนจับขั้วหัวใจ หมู่ดาวที่เคยระยิบพริบ

ยอดวิวรวม

246

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


246

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
จำนวนตอน : 5 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  30 ธ.ค. 60 / 12:35 น.
นิยาย ǹҤԹ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เทวนาคินทร์


บทประพันธ์ แพรวัจน์


บทที่ 1


สถานที่แห่งนั้นไกล มองไม่เห็นอะไร นอกจากความเงียบ ที่ช่าง สงบ และวังเวงยิ่งนัก เหมือนร่างนั้นทะเล่อทะล่าอยู่กลางความมืดที่ดายเดี่ยว และความหนาวเหน็บ ยะเยือกจนจับขั้วหัวใจ หมู่ดาวที่เคยระยิบพริบพราย อยู่เหนือขอบฟ้า สกาวแสงนั้น พลันหดหาย ความมืดแห่งราตรีกาล ช่างน่ากลัวอะไรอย่างนี้ คือคำอุทานของผู้เผชิญเหตุการณ์ ฝีเท้าทั้งสองของเขากลับย่ำ ย่ำไปตาม พื้นทรายเม็ดละเอียด นึกถึงภาพของตัวเองอยู่อย่างโดดเดี่ยว ความมืดมิดเช่นนี้ ไม่อาจบ่งบอกได้ว่า บุรุษตรงหน้า สวมใส่เสื้อผ้าแบบไหน

เพราะถูกราตรี ทั้งเบื้องบนและข้างล่าง ขับจนมืดมิดไปหมด การเดินทางของเขา เหมือนเดินทางสู่ทิศทางมรณะ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ?

อำนาจมนตราสะกดเขามาที่นี่ เบื้องหน้า คือความสงบราบเรียบของผืนน้ำ กว้างใหญ่ ที่ดูเวิ้งว้างไพศาล และข่มความน่ากลัวเอาไว้ ยิ่งกว่าน่ากลัวที่สุด เหมือนจะช๊อค เพราะทั้งความมืดมิดและน่ากลัวน่าสะพรึงที่สุดนั้น กลับมีบางสิ่งบางอย่างผุดโผล่มากจากที่ไกลๆ และกำลังมุ่งหน้ามา ราตรีแห่งท้องน้ำ ไม่ไกลจากนั้น กลับผุดร่างของวัตถุบางอย่าง ที่เคลื่อนไหวตัวมาอย่างช้า

พื้นผิวน้ำที่เรียบสงบ กลับแปรเปลี่ยนเป็นพลังคลื่นมหึมา ที่สะสมแรงพลัง ขับเคลื่อนขนาดมหึมา ท้องน้ำที่ว่าเริ่มกระจายเหมือนมีการขุ่นกวนอยู่ใต้ท้องน้ำ กระเพื่อมรุนแรง เป็นระลอกคลื่นขนาดใหญ่ กระแสน้ำนั้นหมุนวน คล้ายพายุลูกโต ที่กำลังจะถาโถม สู่ทิศทางเบื้องหน้า ร่างของเขาผงะแทบจะเซหงายหลัง กับสิ่งที่ปรากฏอยู่ เสียงที่ทำให้ ตกใจอย่างมากที่สุด แทบหัวใจจะหยุดเต้น

นั่นคือ เสียงคำรามแผดลั่น อันน่ากลัว ถึงขนาดขนพองสยองเกล้า อสุรสัตว์ดึกดำบรรพ์ตัวนั้น ที่อยู่ตรงหน้า คำรามพิโรธ ท่ามกลางความอนธกาลในยามนี้ ทุกเส้นขุมขนของร่างกาย ลุกตั้งชันโดยไม่รู้ตัว เขากำลังพบเจอกับสิ่งใดกันแน่

อสุรสัตว์เบื้องหน้า เหมือนขึ้งโกรธมานานนับพันปี เขายังมองเห็นคมเขี้ยวทั้งสองกับหงอนใหญ่สีแดง เกล็ดสีนิลตามลำตัวเหมือนเกล็ดปลา ยาวหกสิบถึงเจ็ดสิบเมตร ความมืดมิดเช่นนี้ เริ่มมีแสงจันทร์ทอแสงให้ประจักษ์ เขายังมองเห็นลูกตาของสัตว์ประหลาด มีสีแดงเท่าไข่ห่าน ทั้งสองเบ้าตาเหมือนมีประกายไฟลุกโชนออกมา จนกระทั่งเขาสามารถมองเห็นได้ในระยะใกล้ชิด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ร้าย ที่แทบทำให้หัวใจหยุดเต้นในแทบจะทันที

ร่างที่ชูหัว นั้นสูงเกือบห้าเมตร นอกจากนั้น มันยังชูร่อน ส่ายไปมา พร้อมด้วยน้ำเสียงคำรามกึกก้องลั่นฟ้า ราวกับพญามัจจุราช เขาเห็นได้ชัดถึงลักษณะของมันที่เป็นสีดำสนิท งูยักษ์ งูขนาดใหญ่เท่าถังน้ำมัน ในความเป็นจริง บุรุษผู้นั้นถอยกราดร่นตัวหนีอย่างตื่นกลัว พร้อมกับดวงตาที่เบิกโพลง พร้อมกับสติที่ใกล้จะสิ้นสัมปชัญญะของเขาในบัดดลนั่นเอง


ธกฤต สะดุ้งตื่น เขาฝันร้ายอีกเช่นเคย มองกวาดตาไปรอบตัว เขายังอยู่บนที่นอน ในห้องคอนโดหรูกลางกรุง ขนาดว่าแอร์ที่เปิดทิ้งไว้ยังเย็นฉ่ำ แต่ทว่าเหงื่อเม็ดโป้งกลับแตกซิก ผุดซึมเต็มหน้าผาก และรินไหลลงข้างแก้ม ไม่ใช่แค่เพิ่งครั้งแรก ที่เขาฝันเป็นตุเป็นตะ ในเรื่องทำนองนี้ แต่ทว่านับครั้งไม่ถ้วน ที่เขาเกิดมาลืมตาดูในโลกใบนี้ ที่บ้านของเขา จำได้ว่า สิบครั้ง และที่คอนโดหรู ที่เขาเพิ่งได้กรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของประมาณสามครั้ง

เหมือนสิ่งลี้ลับมาจากมิติภพภูมิ เกินที่มนุษย์จะหยั่งรู้ได้ กำลังกวักมือ กำลังดึงตัวเขา เข้าไปสู่วังวน และเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งธกฤตเกลียดพลังอำนาจลึกลับบางอย่าง ทำให้เขาอยากต่อต้าน มันทุกครั้ง เขาอยากเป็นเช่นคนปกติ ที่ไม่ต้องพบเจอกับสิ่งเหล่านี้ มือขาวค่อยๆเอื้อมกดสวิชต์บนหัวเตียง แต่ความสว่างก็ไม่ได้ ทำให้เขาหายสะพรึงกลัว กับความฝันที่น่าขุนลุกขนพอง ราวกับเกิดเรื่องจริง เมื่อตะกี้นี้

ทบทวนอีกครั้งในความฝัน ที่เพิ่งเกิดชั่วครู่ คงอีกนานที่จะสว่าง เขามิสามารถข่มตาให้หลับลงได้ ชั้นที่ 23 ของคอนโดหรู ภายในห้องสะอาด และใหม่เอี่ยม มีพื้นที่ใช้สอยสองร้อยเจ็ดสิบตารางเมตร ซึ่งถือว่า ไม่ได้เล็กเลย สำหรับหนุ่มโสดอย่างเขา

ธกฤตจบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรม จากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง อันดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่บารมี เส้นสายของบิดาเลย แต่มาจากความสามารถของเขาล้วนๆ พูดถึงห้องของเขา ที่สะอาดใหม่เอี่ยม คอนโดยุคใหม่ พื้นที่ใช้สอย ถูกจัดตกแต่งให้เข้ากัน สีของผนังห้องแมตช์ เข้ากันกับที่นอนผ้าปูและหมอน

ที่นอนตั้งอยู่ชิดมุมสุด ติดกับหน้าต่าง โคมไฟที่อยู่เหนือเตียงนอน ให้แสงเป็นสีนวลนุ่ม ทำให้สบายตา ไม่อึดอัด เมื่อยามเพ่ง กิจวัตรประจำวันบางครั้งเขาชอบอ่านหนังสือ ถ้าหากมีเวลา เช่นที่บ้านหลังเก่า ซึ่งจะมีห้องสมุดของบ้าน ภายในมีตู้หนังสือเก่าแก่ล้ำค่า ที่มีคุณค่าทางจิตใจ ไม่อาจประเมินตีราคาได้ ทั้งที่เป็นนวนิยาย และสารคดี ข้อมูลสำคัญต่างๆ ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นของบิดาซื้อเก็บสะสม



แต่ในห้องคอนโดแห่งใหม่ มีหนังสือเพียงสองสามเล่ม ที่เขาซื้อติดมือ มาจากร้านหนังสือในศูนย์การค้า มีแต่เพียงตู้หนังสือสีไม้โอ้ค ใหม่เอี่ยมขนาดกะทัดรัด วางชิดติดกับผนัง มุมห้องด้านขวา และเขาไม่ได้วางสิ่งใดขวาง ให้ดูเกะกะ

นี่คือห้องนอนของหนุ่มน้อย ที่เขาไม่ได้ซื้อเฟอร์นิเจอร์อย่างอื่นเพิ่ม ที่ปลายเตียงของเขา มีชั้นทีวีจอแบนบางเฉียบ ติดยี่ห้อชื่อดัง กับกล่องวางซีดี และลำโพงคู่ตั้งขนาบกัน เครื่องเล่นวีดีโอ และเครื่องเสียงที่มาพร้อมกัน แบบเบ็ดเสร็จในวันเดียว

เขาสั่งซื้อ จากศูนย์การค้าใกล้บ้าน และมีบริการให้พนักงานขนส่ง นำมาส่งและติดตั้งในห้องของเขา สิบโมงเช้าที่เขาตื่นอีกครั้ง หลังจากที่เผลอหลับ นาทีชั่วโมงผ่านไปตั้งนาน ชายหนุ่มลุกขึ้นบิดขี้เกียจหนึ่งครั้ง ก่อนจะลงจากเตียง ที่นี่ไม่ใช่บ้านหลังเก่า ที่เขามักจะตื่นได้ด้วยตัวเอง เพราะมีแม่บ้านทำงานอยู่ในครัวเสียงปัดกวาดถูบ้านของคนใช้ เสียงพูดคุยกันตามประสา นี่คือบรรยากาศในบ้าน

แต่ธกฤตเลือกเองที่จะเข้ามาอยู่ในคอนโดนี้ หลังจากที่ซื้อแล้ว เขารีบย้ายข้าวของมาอยู่ด้วยซ้ำ มีเสียงทัดทานจากมารดาที่รักยิ่งของเขา ไม่ต้องการให้ลูกชายคึนโตแยกไปจากน้องๆ แต่ธกฤตตัดสินใจเด็ดเดี่ยว เขารู้ว่าเป็นเพราะอะไร อ้างด้วยเหตุผลว่า เขาโตพอเป็นผู้ใหญ่ที่จะรับผิดชอบตัวเองได้แล้ว

ผมโตเป็นผู้ใหญ่พอแล้วนะครับแม่ อีกทั้งงานของผมบางทีต้องไปต่างจังหวัด และกลับไม่เป็นเวลา ผมไม่อยากรบกวนใคร เพื่อนของผมก็มีบ้าง ที่แวะมาหา ถึงที่นี่”

ธกฤตพูดให้รู้ว่าเขามีเหตุผล ทำให้นางละไมพูดจำยอมนิ่งรับฟังและยอมรับในที่สุด สิ่งที่บุตรชายขอร้อง ภึงจะเป็นคนตามใจลูก แต่ก็เพราะรักเพราะห่วง ธกฤตเป็นลูกชายคนแรกที่นางอุ้มเบ่งท้องคลอดออกมาก่อนน้อง จิตใจของนางจึงอยู่ที่ลูกชายคนโตมากกว่าใคร แต่เมื่อรับฟังความคิดของเขานางจึงพยักหน้าเข้าใจ

แต่ก็อย่าลืมแวะเข้าบ้านบ้างนะลูก แม่คิดถึง” ท้ายที่สุดนางละไมกล่าวคำนี้ในวันที่ลูกชายนำข้าวของส่วนตัวเพื่อจะย้ายไปอยู่ที่คอนโดแห่งใหม่

ได้ครับแม่ ถ้าผมเสร็จงานใหญ่ และผมมีเวลาพอ” คำตอบของลูกชายก็ทำให้นางละไมยิ้มออกมา


ธกฤตหวนมองภาพนั้นที่เขาจากมา ในวันที่เขาย้ายข้าวของออกจากบ้านใส่รถยนต์ส่วนตัว ที่เขาได้ครอบครองจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง หลังจากทำงานและเรียนจบ งานของเขาเกี่ยวกับแปลนแบบก่อสร้าง ซึ่งแล้วแต่ไซต์งาน สถานที่ ที่บริษัทกำหนด มีทั้งต่างจังหวัดและกรุงเทพ ชีวิตของเขาเหมือนการผจญภัยในตัวด้วย อีกอย่างที่เขาต้องการหลีกหนี “สิ่งลี้ลับ”ที่เกาะแกะวนอยู่รอบตัวเขา สิ่งที่เขาบอกคนอื่นได้ แต่คนเหล่านั้นมักไม่เชื่อ “พ่อปู่” ซึ่งไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นอมนุษย์ มีลักษณะไม่ต่างไปจากความฝันที่เขาเคยพบเจอ ทุกวันนี้ธกฤตถูกหลอน จนเขาหายหลอนไปแล้ว เขาพบเจอสิ่งน่ากลัว ที่มนุษย์คนหนึ่งหากได้เจอคงจะช๊อคไปเลยทันที แต่เขาผ่านมาได้ เมื่อเจ้าของเสียงจากสถานที่ลึกลับ พลันร่างที่ปรากฏนั้นก็เช่นกัน เขาชอบให้พ่อปู่ปรากฏกายในร่างอสรพิษธรรมดามากกว่าร่างเดิมที่เป็นเชื้อสายของบาดาล

เจ้ามีไอกลิ่นแบบเดียวกับข้า” นี่คือครั้งแรกที่ได้เผชิญหน้าพบกัน เมื่อได้ฟังคำตอบ ธกฤตแค่พยักหน้า เหตุใดที่คนในบ้านไม่เคยเห็นพ่อปู่ ทั้งๆที่อาศัยอยู่ใกล้กัน ที่ ที่พ่อปู่บอกว่าสถิตอยู่คือ สระโบราณเล็ก มีส่วนเชื่อมต่อไปยังลำคลองสายเก่า ที่ปัจจุบันไม่ได้ใสสะอาดดังเดิม และสถานที่อยู่ใหม่ของเขาเช่นกัน เขาหนีพ่อปู่ หวังว่าพ่อปู่จะไม่มารบกวนเขาอีก

เอ๊ะ” เขาฉุกคิดในความฝัน หรือว่าเมื่อคืนนี้ พ่อปู่มาหาเขาอีก ดลให้เป็นนิมิต อาการของธกฤตชักหงุดหงิดโมโหขึ้นบ้าง โดยเฉพาะพญานาคตระกูลสีดำ ที่เรียกว่า กัณหาโคตรมะ พ่อปู่บอกเขาเอง ใช่แล้วจริงด้วย ธกฤตเพิ่งนึกออก หลังจากที่เฉลียวใจทบทวนดูอีกครั้ง ไม่มีใครทำอย่างนี้ได้ นอกจากสิ่งเหนือจริง นี่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่สามารถหนีพ่อปู่ได้หรือ ขนาดเป็นสถานที่แสนหรูทันสมัย อยู่บนตึกสูงชั้นที่ 23 พ่อปู่ยังตามมาก่อเรื่องรำคาญชวนหงุดหงิดที่คอนโดอีก

เขาไม่ต้องการให้สิ่งประหลาดน่ากลัวมาปรากฏในยามนี้ ไม่ต้องการให้พ่อปู่ตามมาถึงที่พักแห่งใหม่ของเขา แม้จะรู้จักพ่อปู่มานานแล้ว ในบ้านหลังเก่า มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้น ที่ พ่อปู่ ท่านแสดงตัวตนให้ได้เห็น พ่อปู่จะปรากฏตัวตอนใกล้ค่ำ เขาจดจำได้ดี ในครั้งแรกที่เหตุการณ์ชักนำให้เขาได้พบกับสิ่งเหนือจริง เขานั่งอยู่คนเดียวหลังบ้าน ขณะที่พ่อกับแม่และน้องๆอยู่ข้างในบ้าน เป็นช่วงเย็นที่ครอบครัวเสร็จจากรับประทานอาหารแล้ว พักผ่อนอยู่ข้างใน

แต่เขาอยากจะนั่งเล่นเพลินๆในสวนหลังบ้าน สูดดมอากาศบริสุทธิ์ เด็กชายธกฤตในวัยชั้นประถมสี่ เพราะหลังบ้านจะเป็นสวนดอกไม้ พันธ์ไม้เลื้อยที่พาดพันไปตามโครงเหล็ก ส่งกลิ่นหอมอบอวล พบกันครั้งแรก พ่อปู่ปรากฏกายในร่างของชายชราผมสีดอกเลาสวมชุดสีขาวไว้หนวดเคราอายุราวสองร้อยกว่าปี ร้องเรียกเขา

ไอ้หนู” เด็กชายธกฤตหูแว่วได้ยิน แปลกใจยิ่งนัก พร้อมกับร่างของเขานั้นลุกเดินตรงดิ่งไปดุจราวกับต้องมนต์สะกด ตามทิศทางของเสียงที่ได้ยิน

นั่นคือเริ่มแรกที่เขาได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ ผ่านบุคคลลี้ลับ ว่าตัวเขาเอง ในอดีตชาติที่ผ่านมา ก็อยู่ในภพภูมิที่เร้นลับมาก่อน ภพภูมิที่มนุษย์ไปไม่ถึง แบ่งภาคระหว่างโลกมนุษย์กับแดนทิพย์ออกจากกัน คล้ายมิติหนึ่ง อยู่ในโลกใบเดียวกัน แต่ซ้อนภพ เหมือนคลื่นถี่ เครื่องรับสัญญาณเครื่องรับวิทยุที่ต้องจูนคลื่นความถี่ ถึงจะได้ยินเสียงและรับชมภาพได้ ฉันใดก็ฉันนั้น ภพภูมิที่ยากต่อการค้นหาและคำตอบก็ดุจเดียวกัน

ธกฤตนึกถึงเด็กสาวที่วงหน้าเรียวดูสดใสตามวัย และมักจะมีรอยยิ้มเสมอ แต่เขาติว่า ช่างอยากรู้อยากเห็น อรกานต์หรือ อิ้ว เธอไม่อยากให้ใครเรียกว่าอิ้ว เดี๋ยวจะกลายเป็นซีอิ๊ว ตาสองชั้น แม้จะดูหมวย ผิวขาวเหมือนไข่ปอก แต่ก็เหมือนเด็กสาวอยากจะหลีกหนีสิ่งเหล่านี้ กรรมพันธุ์หรือชาติเกิด

ขณะที่ธกฤต เขานั้นเป็นหนุ่มหน้าไทยแท้ จนแลดูคมเข้มไปด้วยซ้ำ งานของเขาที่ออกกลางแจ้งบ่อย แดดที่ปะทะผ่านใบหน้าลำคอ ท่อนแขน สีผิวที่เคยขาวก่อนหน้านี้ มันแปรเปลี่ยนเป็นสีออกแทน

การคบหาของทั้งคู่อยู่ในฐานะแฟน และเป็นแฟนกันที่มีวัยห่างกันประมาณห้าปีด้วยซ้ำ ธกฤตยี่สิบห้า เขาเข้าเบญจเพสพอดี ขณะที่อิ้ว หรือ อรกานต์ กำลังเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ธกฤตอยู่ในวัยทำงาน อรกานต์อยู่ในวัยเรียน เพิ่มพูนความรู้

แต่การคบหาของทั้งคู่นั้นเป็นที่เปิดเผยของทั้งสองครอบครัว วชิระกับเพชรอนันต์ เสียงโทร.มือถือดังขึ้นพอเห็นหน้าจอขึ้นชื่อแล้ว ธกฤตกดรับ

ว่าไงจ้ะ อิ้ว” เสียงของเขายังงัวเงียอยู่นิดหน่อย เพราะก็ยังแช่ตัวเองอยู่บนที่นอนที่นุ่มสบาย ยังไม่ตื่นเต็มที่

พี่กฤตเพิ่งตื่น” น้ำเสียงจากทางฝ่ายหญิงคาดเดา

ว่าแต่มีอะไรกับพี่ ไม่ไปเรียนหรือ”

อิ้วหยุดค่ะ อยากจะไปชอปปิ้งเสียหน่อย พี่กฤต หยุดด้วยไม่ใช่หรือคะ อิ้วถามจากเพื่อนพี่แล้ว พาอิ้วไปหน่อยได้ไหมคะ เราไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันนานแล้วนะคะ”

อรกานต์บอกถึงระยะห่าง ที่ระหว่างเด็กสาวกับชายหนุ่มว่างเว้น เพราะธกฤตมีงาน ส่วนอรกานต์ก็มีเรียนตลอด การทำงานของธกฤตกลับไม่ตรงเวลา บางครั้งทำงานอยู่ในกรุงเทพ ชานเมือง หรือไม่ก็ต่างจังหวัด หากจำเป็นเขาก็ค้าง แต่ถ้าหากว่าไม่แล้ว เขาจับมานอนที่คอนโด ซึ่งหลับสบายกว่า

เขาไม่เคยพาเพื่อนมาที่คอนโด แม้แต่อรกานต์ก็ไม่เคยมาที่นี่ ธกฤตนึกถึงงูสีดำตลอดเวลา พ่อปู่นะ ทำให้เขาหลอนจนได้ มีความรู้สึกว่าทุกย่างก้าวที่ไปไหน มักจะมีร่างที่เขาไม่ได้เชื้อเชิญตามเกาะไปด้วย ให้เขาเห็นคนเดียวไม่เป็นไร ถ้าคนอื่นล่ะมีเรื่องเป็นเรื่อง คงได้ช๊อกตายจริง

พ่อปู่ อยู่ในที่ของพ่อปู่เถอะนะ อย่าตามมาถึงนี่เลย ผมกำลังจะออกจากบ้าน นัดแฟนเอาไว้ แค่นี้ล่ะ มีอะไรค่อยคุยกัน” เขาเอ่ยด้วยคำนี้เหมือนพ่นไปกับสายลมให้รับรู้ สิ่งที่ลึกลับเหนือจริง น่าจะรับทราบ เพราะเขามีความรู้สึกว่า ร่างนั้น ไม่หนีหายไปไหน ไม่ทันขาดคำและฉับพลันนั้น ร่างมหึมาในร่างของงูมีหงอนสีแดงเข้ม ร่างสีนิลมะเมื่อมลอยอยู่กลางอากาศเหนือเพดานห้อง

บอกว่า อย่าเล่นอย่างนี้นะปู่ ตกใจหมด” เขาปรามเสียงอย่างไม่พอใจ เขาเคยกลัวร่างตรงหน้า จนหายตกใจกลัวไปแล้ว ร่างสีดำสนิทเช่นเดียวกันทั้งตัวมีแถบครีบสีเหลือง ดีนะที่ไม่ขู่ฟ่อ ยิงเขี้ยวออกมาเพราะเขาเห็นเห็นมาแล้ว เขี้ยวโง้งคม เช่นเดียวกับพิษฉกรรจ์ แต่ดีที่พ่อปู่ฟังภาษามนุษย์ออกพูดบอกว่า จะไม่มีทางทำอันตรายเขาเด็ดขาด จะมีแต่ความช่วยเหลือเท่านั้น เขาจะเบาใจได้ไหมนี่

ใจของธกฤตยังเต้นโครมครามไม่สร่างหาย จนเขาต้องปรามตำหนิ

อย่าเล่นอย่างนี้ได้ไหม พ่อปู่” คำขอร้องของเขา ทำให้สัตว์เลื้อยคลานที่อยู่อีกภพภูมิหนึ่งหัวร่อได้เหมือนคนที่มีความชอบใจ

ถึงปู่จะเป็นอะไร ปู่ก็ไม่ทำอะไรเอ็ง มีแต่ดูแล เพราะเขาฝากมา”

พูดสนทนากับเขาด้วยภาษามนุษย์ จนธกฤตคลายความกลัวลงไปได้ แต่ยังตงิดคำพูด “ใครฝากปู่มา”

อยู่รู้เลยน่า ถึงเวลาจะรู้เอง แต่ว่าตอนนี้เอ็ง ไปไหน ปู่จะตามเอ็งไปทุกที่”

อย่าบ้า น่าปู่ อย่าล้อเล่น” เขาตำหนิอีกเสียงเขียว เหมือนพ่อปู่เป็นเฒ่าทารกที่ไม่รู้จักโต ส่งผลให้ร่างสัตว์เลื้อยคลานยิ่งครึกครื้นหัวร่อ

ผมถึงไม่กล้าพาใครมาที่ห้องนี้ได้ กลัวปู่ทำอะไรไม่รู้จักกาลเทศะ” เขาตำหนิอีกชุด แต่ก็ส่งผลให้ร่างเลื้อยคลานมหึมาลับหายจนดูว่างเปล่า พร้อมกับเสียงที่เคาะดังข้างนอก

เสียงอะไรล่ะ แล้วนี่คุณพูดกับใคร” คนที่อาศัยอยู่เคียงข้างห้องเอ่ย เสียงนั้นไม่เชิงตำหนิ แต่ธกฤตเปิดประตูให้พร้อมยิ้ม

ไม่มีอะไรครับ ผมซ้อมบทละครที่จะแสดงเท่านั้นเอง” คิดเอาตัวรอดได้ด้วยคำนี้ การโกหกเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่ทว่าจำเป็น


กัณหาโคตรมีกายสีดำกำเนิดจากเลนตมสปรก ธกฤตพลิกหนังสืออ่านดู อรกานต์ตามเขามาด้วย เห็นเขาอ่านหนังสือลั้บพวกนี้แล้ว เด็กสาวเบ้หน้า เพราะเธอไม่ชอบ อยากให้เขาพาเข้าไปเดินชอปปิ้งแผนกเสื้อผ้าด้านใน หรือไม่ก็ซุปเปอร์มาเก็ต

เป็นเพียงแค่นาคทหารรับใช้คนใช้ ส่วนที่เรียกว่าพญานาคคือตระกูลเอราปัถ มีกายสีมรกตหรือเขียว ส่วนที่สูงส่งไปกว่านั้น เรียกว่าพญานาคราช คือ ฉัพยาปุตตะ มีกายสีรุ้ง เป็นพญานาคชนชั้นปกครอง เช่นเดียวกับ วิรูปักข์ มีกายสีทอง

แล้วที่เขาพบเจองูสีดำในความฝัน ขนาดใหญ่ คือตระกูลกัณหาโคตร

พี่กฤต อ่านหนังสืออะไรอยู่คะ” สิ้นคำถามของสถาปนิกหนุ่ม เขาจึงยื่นหนังสือส่งไปให้เด็กสาว หล่อนร้องตกใจ

ว้าย งู”

ทำไมพี่กฤตชอบอ่านเรื่องน่ากลัวอย่างนี้คะ”

พี่อยากศึกษา เพราะมีบางสิ่งบางอย่างที่พี่อยากค้นหาคำตอบให้เจอด้วยตัวเอง”

เขายังตอบเป็นปริศนาแก่อรกานต์ซึ่งเป็นคนรัก ขณะที่หล่อนยังสุดุ้งถอยร่น ทำหน้าตาแหยงๆ รูปภาพของพญานาคตัวสีดำมะเมื่อมที่อยู่ตรงหน้า คือภาพที่เคยเห็นตามบันไดโบสถ์วัด และอรกานต์ไม่เห็นดีด้วยที่ชายคนรักจะหมกมุ่นกับเรื่องที่คร่ำครึล้าสมัย ที่หล่อนเรียกเข้าข่ายว่าดึกดำบรรพ์ และแสนจะน่ากลัว

อรกานต์ไม่พอใจแต่เก็บความรู้สึกไว้ในใจ

พาอิ้วไปที่ซุปเปอร์เถอะค่ะ ที่นั่นมีศูนย์อาหาร อิ้วชักหิวแล้ว” อรกานต์ใช้วิธีที่ไม่อยากให้เขาสนใจแต่หนังสือหนังหามากกว่าหล่อน แต่วิธีนี้ไม่ได้ผล ถึงเขาพยักหน้า แต่บอกว่า “เดี๋ยวก่อนนะ พี่ขอเลือกซื้อหนังสือก่อน สัก สิบห้านาที อิ้วจะไปรอก่อนก็ได้ เดี๋ยวพี่ตามไป”

คำของเขาทำให้อรกานต์หน้ามุ่ยขึ้นมา อย่างไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ คำพูดที่เด็ดขาดแบบนี้ ทำให้รู้ว่าคนรักจะต้องทำธุระของเขาให้จบ อาจจะคว้าหนังสือที่เขาต้องการหนึ่งเล่มติดมือมาด้วย ทำให้อรกานต์ต้องเดินออกไปรอเขาที่บริเวณเก้าอี้นั่งในศูนย์อาหาร และจองโต๊ะไปในคราวเดียวกัน

แต่การรอของหล่อนก็ทำให้เกิดคำถามตามมาอีกหลายคำ รวมทั้งรู้สึกแปลกๆกับท่าทีบุคลิกที่เขาสนใจแต่เรื่องที่คนในยุคสมัยใหม่วิทยาศาสตร์ไม่สนใจกัน หรืออาจจะเป็นเพราะว่า เขาจบจากสถาปัต จึงสนใจเรื่องพวกนี้มากกว่าคนทั่วไป มันอาจจะเกี่ยวกับการงานที่เขาจะต้องทำ และพบเจอ

อรกานต์นั่งไม่ติดที่เลย เมื่อทำธุระเสร็จแล้ว ธกฤตเดินถือถุงหนังสือเล่มที่เขาต้องการ กับที่เปิดอ่าน และได้มายังศูนย์อาหารตามที่อรกานต์บอก เด็กสาวไปรอเขาล่วงหน้า ยังไม่สั่งอาหาร แล้วริมฝีปากก็แย้มยิ้ม เมื่อเห็นร่างสูงเดินตรงมา ที่นี่ค่อนข้างพลุกพล่าน

ทำไมไม่สั่งอาหารล่ะ” เขาเงยหน้าขึ้นจ้อง ร่างเล็กที่ยังคว่ำหน้าเหมือนงอนอยู่

เอาน่า พี่เลี้ยงเอง อย่าทำอย่างนี้สิ” ตำหนิของธกฤต พร้อมกับร่างของเขาที่หย่อนก้นนั่ง ทำให้เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม รู้สึกดีขึ้น หันมาทางเขา ก่อนที่จะส่งยื่นคูปองให้เขาหนึ่งใบ

ไม่เป็นไรค่ะ อิ้วเป็นเจ้ามือ เลี้ยงพี่กฤตเอง รบกวนพี่กฤตหลายครั้งแล้ว เกรงใจเหมือนกัน” ทีแรกธกฤตทำหน้างงแล้วเขาเข้าใจ ยิ้มต่อ

ไม่ต้องหรอกน่า พี่จ่ายเอง ซื้อมาเท่าไหร่ล่ะ”

ไม่ค่ะ ไม่ต้องจ่าย อิ้วจะออกเอง” อรกานต์แย่งตอบและรู้สึกเกรงใจเขามากยิ่งขึ้น ไม่ยอมรับกับธนบัตรใบสีม่วงที่เขายื่นส่ง ธกฤตนั่งนิ่ง บางครั้งเขาเป็นคนแข็งๆ อะไรก็ได้ และชอบติดดิน แต่ด้านฝ่ายแฟนสาว อาจจะไม่ชอบใจก็ได้ คนเรามีอะไรหลายอย่างที่ต่างขั้ว และมองกันคนละมุม

ประการอย่างหนึ่งคือธกฤตมีวัยมากกว่าอรกานต์หลายปี เขาคิดเหมือนกันว่า แฟนหนุ่มอย่างเขาอาจทำให้แฟนสาวไม่ค่อยพอใจ ไม่แน่ใจว่าจะเทคแคร์ได้อย่างที่อรกานต์ต้องการหรือเปล่า อาหารมื้อนั้น เขาเลือกทานผัดไทยทะเล ส่วนอรกานต์เลือกราดหน้าหมูเส้นเล็กในชามใบโต จนกระทั่งอิ่มกันแล้ว ใจที่อรกานต์บอกว่าอยากจะชอปปิ้งต่อที่แผนกเสื้อผ้า กลับปฏิเสธ อยากจะกลับบ้าน

อ้าว ไม่ไปแล้วหรือ”

ไม่ค่ะ อิ้วรู้สึกอิ่มแล้วเดินไม่ไหว อยากจะกลับบ้าน”

ทำให้ธกฤตขับรถเก๋งส่วนตัวแล่นขับไปจนถึงในบ้านของอรกานต์ พบคุณสมสกุล มารดาของอรกานต์ ที่นั่งเล่นอยู่บริเวณหน้าเทอเรซ แต่ก็ยิ้มให้และต้อนรับเขา

น้าขอบใจนะที่พาน้องมาส่ง” ธกฤตอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ เขายืนนิ่งวางตัวสงบและเกรงใจ ที่สำคัญเขาเป็นคนพูดน้อย จนแทบเรียกได้ว่า ไม่พูดเลย ซึ่งคุณสมสกุลก็รับรู้ แต่บุคลิกของธกฤตจะเปลี่ยนเมื่อเขาอยู่ต่อหน้าเพื่อนที่เริงร่าคุยเรื่องสนุกสนานฮาเฮ แต่จะต้องเป็นคอเดียวกันที่คุ้นเคยกัน อย่าง ทัดสิน

ไม่เป็นไรครับ” เขาพยายามที่จะไม่อึกอัก แต่เป็นคนที่คุยกับผู้ใหญ่ ไม่ได้นาน ที่สุดต้องขอลากลับ

งั้นผมกลับก่อนนะครับ” คำนี้เท่านั้นเอง เขาเดินตรงไปที่รถส่วนตัว ก่อนจะสตาร์ทเครื่องเงียบๆแล้วแล่นออกไปอย่างเบาเครื่องที่สุด เวลานั้นบ่ายสองโมงครึ่งเท่านั้น

ฝ่ายคุณสมสกุลยังคงครุ่นคิดเงียบๆ มองด้วยสายตาและหางตาเท่านั้น ไม่มีคำตอบบอกกล่าวว่า ชายหนุ่มคนนี้จริงจังกับลูกสาวคนเดียวของนางเพียงใด ทางด้านอรกานต์ก็แทบจะผลุบหายเข้าไปในห้องและปิดล๊อกกลอนสนิท กับลูกสาวคนนี้ นางก็ยังคงปล่อยปละ มันเป็นความรักของหนุ่มสาว แต่มันจะยืนยาวหรือสืบทอดต่อไปจนเป็นฝั่งเป็นฝานั้นนางไม่รู้


เขาบอกตัวเองว่า ถ้ามันยังไม่มืดค่ำ จะยังไม่เข้าคอนโด ยังไม่ถึงบ่ายสาม แม้การจราจรในใจกลางเมืองกรุง เขาจะต้องเผื่อรถติดบ้าง กำลังนั่งนึกถึงใบหน้าของเพื่อนแต่ละคน ที่สนิทเขา มีแค่สามคน ที่คบหากันมานาน ไม่ถึงขนาดเรียกเพื่อนแท้เพื่อนตาย แต่เรื่องนิสัยถือว่าผ่าน นิสัยเป็นอันดับแรกที่เขาเลือกคบเพื่อน

จิณณะ โปมินทร์ หรือ ปราการ ในบรรดาเพื่อนทั้งสามนั้น ล่าสุดเพื่อนที่ออกจากที่ทำงานเก่า คือ ปราการ เขาแน่ใจว่า ปราการอยู่ที่บ้าน ปราการยังเป็นโสดเหมือนเขา แต่ก็ถือว่า โสดไม่ซิง ปราการมีกลุ่มเพื่อนชอบเที่ยวกลางคืน แต่ธกฤตไม่เที่ยวเด็ดขาด กลุ่มเพื่อนจึงหาว่าเขาคร่ำครึ จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ธกฤตยังยึดมั่นในแบบเดียวที่เขาเป็นอยู่ คือ ชอบขลุกอยู่ในห้อง เพื่อให้แน่ใจก่อนว่าไปถึงแล้วจะไม่คว้าน้ำเหลว เพราะไอ้เพื่อนตัวดี ดันอยู่นอกบ้าน เขาเลื่อนหาเบอร์โทร.เพื่อนคนนี้ในจอทัชสกรีนบางเฉียบ

อยู่ไหน” เขาส่งเสียงถามเพื่อนออกไป คำถามออกจะจริงจัง เพราะธกฤตเป็นคนที่ทำอะไรดูจริงจังไปหมด บางครั้งคนฟังเลยพลอยเครียดตาม

อยู่บ้าน” เสียงที่ตอบนั้น หลังจากนิ่งฟัง ในน้ำเสียงติดงัวเงียเล็กน้อย

กำลังตื่นว่ะ”

งั้น ฉันจะไปหาแกที่บ้าน นะกาน”

ฟังคำตอบจากเพื่อนแล้ววางสาย เขาจึงฮัมเพลงครางไปด้วยในลำคออย่างคนมีความสุข ที่ปลายทางประมาณครึ่งชั่วโมง เขาจะอยู่ที่บ้านของปราการ บ้านย่านหัวหมาก หมู่บ้านนักกีฬา

ถึงบ้านเพื่อนในช่วงเวลาที่เขาจำกัดไว้ คือ ไม่เกินครึ่งชั่วโมง กว่าจะหาบ้านของปราการพบ ตามซอกซอย ปราการเดินมาเปิดประตูรั้วต้อนรับ เขาจึงแล่นรถเข้ามาจอด ในลานจอดที่กว้าง ด้านข้างชอุ่มไปด้วยพันธ์พฤกษ์

เข้ามานั่งข้างในก่อน” ปราการวันนี้เขาอยู่คนเดียว ส่วนบิดามารดาออกไปทำธุระที่ข้างนอก ถึงช่วงเย็นจะกลับ เปิดประตูให้ผายมือให้เพื่อนเข้าไปนั่งที่โซฟารับแขกด้านหน้ามีจอทีวีแบนบางขนาดดูทั้งครอบครัว ไม่มีภาพเพราะเจ้าของไม่ได้เปิด มีแต่เพียงแมกกาซีนกับหนังสือพิมพ์รายวันที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยตรงหน้า

อากาศร้อนเป็นบ้า” เจ้าของบ้านบ่น

แกมามันก็ร้อนจัด เอางี้ ฉันเพิ่มแอร์ให้เย็นขึ้นกว่าเดิม มีธุระคุยอะไรกันจะได้สะดวกสบาย” ปราการกดรีโมทเพิ่มความเย็นของแอร์

และธกฤตเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน เขารู้ว่างานโปรเจกต์หน้าที่ทางบริษัทรับเอามาจากลูกค้านั้น เป็นหมู่บ้านริมแม่น้ำโขงในจังหวัดนครพนม เขาจะต้องจากคอนโดที่ใช้ชีวิตสุขสบาย เป็นเวลาถึงสองเดือนหรือไม่ก็สามเดือน จนกว่างานจะแล้วเสร็จ ในช่วงนี้มีความคิดอยากจะชวนเพื่อนไปด้วย และเขาไม่ได้บอกกับอรกานต์ รู้ว่าคำถามจะมีมาก เพราะนับวันระหว่างเขากับอรกานต์ยิ่งห่าง

ยิ่งเขาไปต่างจังหวัดนานขนาดนั้นแล้ว ไม่อยากให้อรกานต์และครอบครัวคิดมาก แต่สิ่งที่ถูกต้องคือเขาจะต้องบอกแฟนสาวและครอบครัวของหล่อน แต่อย่างว่า ธกฤตตัดสินใจที่จะไม่บอก

แต่เขามองไปที่เพื่อนอย่างเดียว ที่เขาจะไปทำงานอยู่ยาวนั้น บริษัทมีบ้านพักให้พนักงานอย่างดี เป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาว และสามารถนำพาคนในครอบครัวไปได้ แต่ธกฤตยังไม่มีครอบครัว เขามีเพื่อน สามารถพาไปได้ เพราะถ้าไปทำงานที่นั่นแล้ว อยู่คนเดียว มันเหงายิ่งกว่าอะไร คนว่างงานอย่างปราการคงจะตอบตกลงรับคำ เพราะประการหนึ่ง ปราการชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ และตอนนี้ปราการยังไม่คิดจะทำงาน ปราการชอบท่องเที่ยว ยิ่งบุกเข้าไปในถ้ำที่แปลกๆ ปีนเขา หน้าผาโลดโผนแบบนี้ ปราการตกปากรับคำในแทบจะทันที ที่เป็นอย่างนี้ เพราะธกฤตรู้อุปนิสัยของเพื่อน

ฉันรู้ว่านายไม่อยากจะทำงานในช่วงนี้ แต่ฉันขอเสนอให้นาย ไปท่องเที่ยวและพักอยู่กับฉันด้วย ที่นั่นมีอะไรน่าเที่ยวเยอะ” เกริ่นนำแบบนี้กระตุกต่อมสนใจคนอยากฟังทันที และปราการหูผึ่ง

ที่ไหนวะ”

แถวๆภาคอีสานติดแม่น้ำโขง” ธกฤตตอบเพื่อน

เออ มัวแต่ใบ้คำนั่นล่ะ บอกมาเหอะ จังหวัดอะไร ฉันยิ่งเซ็งเหงาด้วยนี่ อยากจะออกพ้นจากกรุงเทพ” เขาบอกเหตุผลธกฤต ซึ่งธกฤตยิ้มในทันที ว่าสิ่งที่เขาขอและชักชวนเพื่อน ปราการจะไม่ปฏิเสธ

นครพนม”

เออ ฉันรู้จังหวัดนี้ดีว่ะ น่าสนใจ ไม่เคยไปเที่ยว แต่สถานที่สำคัญ คือ พระธาตุพนม ที่ฉันอยากไปใจจะขาด ตกลงรับคำของแกเลย ไอ้กฤต แกมาชวนฉันในโอกาสที่เหมาะเลยนะ”

ฉันรู้ใจแกไง” ธกฤตตอบยิ้ม เป็นอันว่า ปราการตกลง เพื่อนจะไปกับเขา กำหนดการเดินทางคือ สิ้นเดือนที่จะถึงนี้ เพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวทำธุระส่วนตัวให้เสร็จสรรพก่อน

พูดกับปราการแสนง่าย ใจจริงเพื่อนรักเอนเอียงไปในทางท่องเที่ยวค่อนข้างมาก ธกฤตทราบคำตอบ เพียงแต่ขอให้ปราการเพื่อนรักรีบทำธุระทุกอย่างให้เสร็จสรรพ ปราการยังเป็นโสด เขายังไม่มีแฟน ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

แล้วนายล่ะ บอกแฟนแล้วหรือยัง” ปราการหันมาทางเขาบ้าง เจอคำถามนี้ของเพื่อนรัก ธกฤตอึ้งไปนิดหนึ่ง เขาครุ่นคิดเรื่องนี้ก่อนหน้านี้ แต่เพื่อนก็ดันมาถามอีก

ไม่มีอะไร ฉันจัดการได้”

ที่ว่า จัดการได้นี่ คือ ไม่มีการโวยวายใช่ไหม นายกับฉันอยู่ต่างจังหวัดเป็นเดือนสองเดือนหรืออาจจะนานกว่านั้นอย่างที่นายบอก”

ธกฤตพยักหน้า

เอาเหอะ เรื่องส่วนตัวของฉัน ฉันจัดการได้อย่างแน่นอน” ธกฤตบอกให้เพื่อนรักคลายกังวล

อิ้ว ก็รู้ว่าฉันไปทำงาน” ทุกครั้งนี่คือคำตอบที่เขาให้กับอรกานต์ และเขาก็ทำงานจริง ไม่ใช่การปดเท็จหรือปิดปัง จนเขาไม่รู้ว่า ลึกนั้นอรกานต์ห่วงใยอนาทรเขาไหม เพราะทางเขาก็เรียบเรื่อยกับหล่อน เช่นเดียวกับหล่อน อรกานต์ยังเรียนหนังสือ ยังไม่พ้นภาระนี้จากผู้ปกครอง เขาอยากให้เธอเป็นแค่เด็กเรียนที่สนใจตำรับตำรามากกว่า ส่วนในเรื่องของความรัก เขาก็ยังคงเป็นเช่นนี้ของเขา คือติดดินเรียบง่าย แต่ว่าสิ่งเหล่านี้กำลังจะพัดพาให้เขาและอรกานต์ห่างไกลกันทุกที

เขาไม่ได้วาดวางอนาคตของตัวเองไว้เลย อรกานต์จะเป็นเนื้อคู่ของเขาก็ได้ และไม่ได้เป็นก็ได้ สิ่งนี้เบื้องบนกำหนดไว้ เขาพยายามทำในสิ่งที่ดี

ก่อนที่เขาจะกลับ สบายใจในเรื่องที่มีเพื่อนร่วมทางและใช้ชีวิตอยู่กับเขา

แต่ค่าใช้จ่าย นายก็ต้องเผื่อเองด้วยนาโว้ย ของฉันก็มีเท่าที่ดูแลตัวเองได้”

ธกฤตดักคอเพื่อนคนนี้ไว้ก่อน

เออน่า ฉันจะพกไปเต็มที่ แถมเอทีเอ็มด้วย เดือดร้อนเรื่องอะไรก็กดมาใช้ ฉันไม่ให้นายเดือดร้อนหรอก” ปราการรับปากเช่นนี้เขาก็สบายใจ ที่เลือกคนไม่ผิด


ธกฤตนำเรื่องนี้มาบอกมารดาของเขาและญาติพี่น้องในครอบครัว เป็นช่วงเวลาใกล้ค่ำ ซึ่งบิดาและมารดากลับมาจากทำธุระพอดี มารดาซื้อกับข้าวติดมือมาด้วยและเข้าครัวทำอาหารเย็น จอดรถสนิทธกฤตก้าวเดินเข้ามาในบ้าน พบนางอ้อยแม่บ้านซึ่งกำลังใช้ไม้มอพถูพื้นบริเวณห้องโถงรับแขก ด้านตรงกลางที่มีตู้โชว์ไม้สักแกะสลัก

หันไปอีกด้านเห็นบิดาเอนหลังพิงพนัก ท่าทางกำลังเหน็ดเหนื่อย มีกระเป๋าหนังสีน้ำตาลที่มักพกติดตัววางอยู่ข้างตัว นายอาทรเงยหน้าขึ้นมองลูกชายคนโตแว้บหนึ่ง ท่านพยักหน้ารับรู้การมาถึง แต่สายตาของธกฤตมองบิดาพร้อมกับคำถาม

แม่ล่ะครับ”

อยู่ในครัวโน่น” เขาเดินไปหาบิดาก่อน ทรุดนั่ง บิดาชี้มือไปข้างใน ทรุดนั่งแล้วเขาถือโอกาสมองหน้าบิดา ธกฤตตัดสินใจจะบอกบิดาก่อน ในเมื่อเจอท่านก่อน ส่วนมารดาเอาไว้ทีหลัง

พ่อครับ ช่วงนี้ผมจะออกต่างจังหวัดอีกครั้ง อาจจะนานครับ สามเดือน”

ที่ไหนล่ะ” นายอาทรทราบถึงการงานที่บุตรชายคนโตทำงานดี เขาทำงานที่เป็นปึกแผ่น และเป็นสถาปนิกที่เชี่ยวชาญในฝีมือและประสบการณ์ แม้ว่าธกฤตจะย้ายออกจากบ้านไปอยู่คอนโดส่วนตัว นั่นคือการเลือกของบุตรชาย ซึ่งนายอาทรคิดว่าเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

นครพนมครับ” นายอาทรเพียงแค่พยักหน้า

บริษัทส่งไป แต่พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ บริษัทมีที่พักให้อย่างดีในโรงแรมและความปลอดภัย ผมจะพาเพื่อนไปอีกคน”

ใครล่ะ” นายอาทรเงยหน้าถามบุตรชาย

ไอ้การครับ ปราการจะไปกับผมด้วย มันว่างงานพอดี ผมเลยชวน จะได้มีเพื่อนไงครับ เพราะผมไม่มีเพื่อนที่โน่น ไอ้นี่ มันก็เต็มใจ ขาเที่ยวอยู่แล้วครับเรื่องนี้”

นายอาทรรู้จักเพื่อนของบุตรชายคนนี้ดี ที่ลูกชายเคยพามาเยี่ยมที่บ้านสักสามสี่ครั้ง เมื่อตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย พักหลังชักห่างหาย เพราะต่างมีการงานทำ ท่านแค่พยักหน้ารับรู้

งั้น ผมเข้าไปบอกแม่ก่อน” ธกฤตลุกจากเบาะนั่งเขาเข้าไปในครัว พบว่ามารดากำลังปรุงอาหารอยู่บนเตา อาหารที่มารดาประกอบนั้นส่งกลิ่นหอมควันฉุยน่ารับประทาน นางใช้ทัพพีตักชิมน้ำแกงอยู่พอดี

แกงอะไรล่ะครับแม่ หอมเหลือเกิน”

นางละไมหันหน้ามามอง พลางยิ้ม เมื่อรู้ว่าบุตรชายคนโตมาถึง

มาถึงเมื่อไหร่ แม่ไม่เห็นรู้เลย” นางวางทัพพีที่ชิม ก่อนที่จะได้เวลายกหม้อแกงที่ทำต้มยำปลากะพงบนเตาวางลง ธกฤตยื่นสองมือสอดเอวโอบมารดาไว้เหมือนที่เขาเคยทำเช่นนี้เมื่อตอนเยาว์วัย

เบาๆสิ แม่หายใจหายคอไม่ออก” นางบอกบุตรชาย

กฤตคิดถึงแม่ครับ คิดถึงมากๆ พักหลังไม่ได้กอดแม่เลย”

ก็ใช่ สิจ้ะ ลูกแม่ไม่ใช่เด็กๆแล้วนี่ แถม ตอนนี้ก็หนีแม่ไปอยู่คนเดียวเสียอีก ว่าแต่คิดถึงแม่อย่างนี้ แม่ก็คิดถึงลูกจ้ะ” สองแม่ลูกหันมายิ้มให้กัน แล้วเขาก็ทอดสายตาออกไปข้างหน้า เหมือนครุ่นคิด กำลังจะพูดในเรื่องที่ตั้งใจบอก

มีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ถึงมากอดหอมแม่อย่างนี้” เมื่อรู้สึกแปลกเงยจ้องไปที่ดวงตาของลูกชาย เขายิ้ม

แม่ทายเก่งเสมอ”

อ้าว ก็แม่เป็นแม่ของลูกนี่ แม่รู้จักลูกทุกคนของแม่อย่างดี”

บอกแม่มาสิ”

เขาตัดสินใจเอ่ย “ผมจะไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด บริษัทส่งไปครับ อาจจะนานถึงสามเดือน”

สามเดือนเชียว” นางละไมอุทาน มันเป็นช่วงเวลาที่ถือว่านานสำหรับคนเป็นแม่ คราวก่อนบุตรชายมีโอกาสไปทำงานที่ต่างจังหวัดแถวภาคใต้ เดือนกว่า แต่นี่ถึงสามเดือน

แม่ว่านานไปนะ คราวก่อนลูกไปใต้ เดือนหนึ่ง แม่ยังว่านาน แต่นี่ สามเดือนเชียว”

มองหน้ามารดายิ้มปลอบท่าน

แล้วแม่ไม่อยากให้ผมไปใช่ไหม มันเป็นหน้าที่ครับ ที่ผมต้องทำงาน แล้วจะนำเงินมาให้แม่เก็บไงครับ” ยิ้มประจบในคำพูดที่คนเป็นแม่ฟังแล้วชื่นหัวใจ

นางถอนใจ

ไม่ใช่หรอกลูก แต่แม่เป็นห่วง”

แต่ผมไม่ได้ไปคนเดียวนะครับ อย่างน้อยเอาเจ้าการไปด้วย”

มันบอกว่า อยากจะไปเห็น และกราบไหว้พระธาตุพนม”

พระธาตุพนม ที่นครพนมแม่รู้จักดี”

คุณแม่เคยไปเที่ยวหรือเปล่า”

ดูเหมือนในอดีตประวัติเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวในครอบครัว นางละไมไม่เคยได้เล่าเรื่องนี้ให้แก่ผู้เป็นลูกๆ ฟังเลย มีแต่เพียงสามีที่ท่านรับรู้ แต่ที่นางไม่อยากจดจำ เนื่องจากเป็นเพียงครอบครัวของบิดาบังเกิดเกล้า ที่หลังจากมารดาของท่านเสียไป บิดาก็ไปมีภรรยาและครอบครัวใหม่ตลอดจนขายที่ดินสิ่งปลูกสร้างที่บ้านเก่าทิ้ง เนื่องด้วยเหตุนี้ นางไม่อยากคิด

เมื่อรู้ว่าบุตรชายเดินทางไปจังหวัดแห่งนี้ นางเคยไปแค่ครั้งสองครั้งตอนเด็ก หลังจากที่มารดาเสียชีวิต คุณละไมก็ถูกนำมาเลี้ยงโดยญาติฝ่ายมารดาที่ท่านมีศักดิ์เป็นพี่สาวในกรุงเทพ นั่น อดีตเดิมถูกตัดขาดหายไปโดยสิ้นเชิง

เปล่าหรอกลูก ไม่เคยไปเที่ยว” จำเป็นต้องปดบุตรชายและไม่เอ่ยอะไรอีก

จนกระทั่งถึงเวลาทานข้าวมื้อเย็นพร้อมหน้าพร้อมตาคนในครอบครัว และคุณละไมก็นิ่งเงียบ จากที่ปกติมักจะพูดจา แต่คราวนี้ เหมือนไม่มีเรื่องจะพูดคุย ธกฤตบอกน้องชายคนเล็กเป็นคนสุดท้าย ธารทัพน้องชายคนเล็กแค่พยักหน้าเข้าใจตามประสาเด็กหนุ่มชั้นประถมหกเท่านั้น อยู่จนกระทั่งถึงเวลาสองทุ่ม ธกฤตจึงขับรถออกจากบ้านไปเงียบๆ หารู้ไม่ว่าร่างที่ติดตามเขามา คือ เงาร่างสีดำของอสรพิษขนาดใหญ่

ขับไปเรื่อยๆจนมีความรู้สึกว่าที่บริเวณเบาะหลังมีการดิ้นรน เสียงขลุกขลัก เหมือนมีของหนักเคลื่อนไหว สังหรณ์ใจของธกฤตเกิดขึ้นพร้อมกับคำพูด

ปู่ตามมาตอนไหน”

ก็เอ็งกลับเข้าบ้านนี่ไอ้หนู”

รู้ได้ไง ว่าผมจะกลับเข้าบ้าน”

ลืมไปแล้วหรือยังไง ว่าลุงไม่ใช่มนุษย์อย่างเอ็ง”

เขาโคลงศีรษะอย่างรู้ดี

ถึงเวลาแล้วที่ถูกกำหนด เอ็งจะต้องกลับไปสู่ที่เก่า มีคนรอคอย เขาอยากจะพบ”

ข้างหลังเบาะยังเป็นภาพของอสรพิษตัวสีดำเขี้ยวโง้ง แต่ทว่าสำหรับธกฤตเขาหายกลัวนานแล้ว ตั้งแต่ที่ถูกหลอนจนบ่อยครั้ง จนกลายมาเป็นเพื่อนต่างรุ่นระหว่างคนกับนาค

เออ ปู่อยู่ในสภาพนี้ท่าจะไม่ดี ใครได้มาเห็น”

นั่นสิ ถ้าไม่อยากเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ให้คนมาแตกตื่นดู ปู่ก็จงทำตัวให้น่ารักกว่านี้” เสร็จสิ้นหลังจากที่ชายหนุ่มเอ่ยร่างอัปลักษณ์น่ากลัวด้วยอำนาจที่ข่มก็แปรเปลี่ยนเป็นชายชราในชุดขาวผมหงอกโพลนและไว้หนวดเคราดุจเดิม

แบบนี้ ดีมั๊ย”

ค่อยยังชั่วปู่” เขาเอ่ยพร้อมถอนใจ

ที่ปู่ตามมาด้วย ปู่มีอะไรจะบอกหรือ แล้วที่บอกว่า มีคนอยากจะพบผม น่ะใคร”

ปู่บอกเอ็งได้เท่านี้ มันนอกเหนือจากหน้าที่ ส่วนที่เหลือเอ็งก็ต้องหาให้เจอ แต่ก่อนจะไป ปู่ จะให้แหวนนาคราช”

แหวนนาคราช” เขาพึมพำ

แหวนนี้ใส่ติดตัวแล้วสามารถกลบกลิ่นไอพิษของพญานาคได้ และสามารถเข้าไปในเมืองบาดาลได้เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์เท่านั้น ห้ามถอดเด็ดขาด ถ้าลงไปแล้ว มิฉะนั้นจะเกิดอันตรายจนถึงแก่ชีวิต และที่สำคัญห้ามพาใครลงไปนครบาดาลด้วย ต้องไปได้คนเดียว”

ปู่พูดยังกะว่า ผมจะต้องลงไปพิสูจน์ถึงเมืองใต้บาดาลนั่นน่ะ”

เป็นจริง ถึงเวลาเจ้าจะรู้ เพราะเมื่อชาติก่อน เจ้าก็เคยเกิดเป็นนาคเหมือนปู่”

เขารับทราบเรื่องนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องยอมรับ เมื่อผู้อาวุโสกล่าวแบบนี้ก็ต้องยอมรับในฐานะเป็นผู้น้อย และเป็นหลาน เชื่อมั่นในสิ่งที่ผู้อาวุโสรู้ไปเสียทุกอย่าง จากการพิสูจน์และเห็นจริง

แต่ก่อนจะไป ปู่จะสอนการวิปัสสนากรรมฐานขั้นต้นก่อน เพราะมนุษย์ธรรมดาไปไม่ถึง ถึงแม้จะไปได้ แต่กลับมาไม่ได้ ต้องอยู่เมืองนาคชั่วชีวิต วิธีของปู่เป็นวิธีลัด ง่ายนิดเดียว”

เอ็งพร้อมเมื่อไหร่”

ตอนนี้ยังไม่พร้อมหรอก”

งั้นพร้อมเมื่อไหร่ ก็ตั้งแก้วน้ำเปล่าทิ้งไว้ จุดธูปบอกปู่ ปู่จะมาและพาไปยังที่อยู่ของปู่”

เขาตื่นเต้นเมื่อได้ฟังคำนี้ อยากจะไปเห็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของปู่นาคเหมือนกันว่าจะเป็นแบบไหน สวยสดงดงามแค่ไหน จึงพยักหน้ารับ แต่ก็สงสัย

ทำไม ต้องตั้งแก้วน้ำเปล่าล่ะปู่”

เพราะน้ำเป็นสัญลักษณ์แทนตัวนาคอย่างปู่ เป็นสภาวะที่จะรองรับได้ในภพของปู่” ขับไปจนถึงใกล้คอนโด ร่างของชายชราก็ปลาสนาการหายวับไปกับตา จนธกฤตส่ายหน้า การจะมาจะไปที่ไม่ได้บอกกล่าวของผู้เฒ่าชราอายุเป็นพันปี ที่ไม่ใช่มนุษย์ ถึงคอนโด เขาจึงนำรถเข้าจอด ถือกุญแจขึ้นลิฟต์ เพื่อกลับไปพักผ่อนสักที คราวนี้รู้สึกทั้งเมื่อยและเพลียจัด ดีที่ได้รับประทานอาหารจากบ้าน ความหิวจึงไม่มี แต่ที่แน่ๆ ธกฤตคิดว่า เขาคงหลับเป็นตายคราวนี้


สารบัญ 5 ตอน อัปเดตล่าสุด 30 ธ.ค. 60 / 12:355 ตอน

ตอน
ชื่อตอน
สถานะ
อัปเดตล่าสุด

ผลงานอื่นๆ ของ ดอกหางนกยูงสีส้ม

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 12:33
    เรื่องนี้ เจาะไปที่พญานาคตระกูลสีดำ กัณหาโครต ซึ่งมีตำแหน่งแค่นาค คนรับใช้ ดูแลสถูปเป็นหทาร  เขียนค่อนข้างยาก ส่วนตระกูลบอื่นๆ ขอเวลาสะสมข้อมูล  เป็นซีรี่
    #2
    0
  2. วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 12:32
    พบกันอีกครั้ง  สองเดือนถัดไป ขอฝากนิยายแนวลึกลับเหนือจริง สยองไว้ด้วย
    #1
    0