คัดลอกลิงก์เเล้ว

เดชดาบเดี่ยวกระบี่ฟ้าผ่า

เรื่องราวของ ชาติ-จีนไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน แนวกำลังภายใน ยุทธจักรแบบไทยและจีนผสานเป็นหนึ่งเดียว ถือว่าผู้เขียนขอแหวกแนว เพราะแนวกำลังภายในเป็นเรื่องที่ชอบมากที่สุดอย่างหนึ่งผู้เขียน ติดนิยาย ของโกวเล้ง กับกิมย้ง ซึ่งแปล โดย จำลอง พิศนาคะ กับ ว.

ยอดวิวรวม

470

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


470

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
จำนวนตอน : 0 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  28 ส.ค. 60 / 12:37 น.
นิยาย പҺǡкҼ เดชดาบเดี่ยวกระบี่ฟ้าผ่า | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เดชดาบเดี่ยวกระบี่ฟ้าผ่า

 

ของ    จ้าวเกาะดอกท้อ

 

ณ ศาลาไร้ คุณธรรม

 

เชิ้วเหม่งอี้ผงกศรีษะคล้ายคำนับลงสามครั้ง ต่อหน้าป้ายบรรพชน ในสถานที่ชื่อว่าสุสานดาบไร้เงา  เบื้องหน้าของเขานี่เอง ที่เหล่าจอมยุทธเรียกกันว่า สุสานไร้เงา  สุสานดาบไร้เงามีต้นกำเนิดมาจากท่านปู่โอ้วเอี้ยวอ่อง เป็นคนจากมณฑลกวานสี ทำมาค้าขายจนได้ดิบได้ดี

หากว่าสิบกว่าปีที่ผ่านไป  สถานที่แห่งนี้กลับรกร้างว่างเปล่า เป็นที่อยู่ของอสรพิษสัตว์เลื้อยคลานที่น่ากลัว เพราะเต็มไปด้วยป่าหญ้าที่สูงท่วมหัว จะแบ่งเป็นทางเดิน  ทางเดินที่เหมือนกับว่า  ถึงสภาพจะรกร้างไร้การเหลียวแลอย่างนี้ แต่ก็ยังมีผู้มาสักการะเคารพศพในสุสานบรรพชนแห่งนี้ของเขาอยู่  เนื่องจากสังเกตรอยบนพื้นหญ้าที่ถูกย่ำจมดินจนกลายเป็นเส้นทาง ที่เดินเข้าไปในสุสานที่ว่างเปล่าแห่งนี้ได้

ข้าพเจ้ากำลังก้าวเข้าไปในสุสานดาบไร้เงาของตระกูล  ความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น  หรืออาจจะเป็นเพราะว่าข้าพเจ้าอุปาทานไปเอง 

เสียงลมพัดใบไม้ไหว  เสียงกรีดปีกของสัตว์ที่บินอยู่ใกล้ๆไพเราะคล้ายเสียงดนตรีมากล่อมเป่าในสุสานของบรรพบุรุษของข้า ชุดที่ข้าพเจ้าสวมคือชุดสีแดง มีกระบี่เล่มหนึ่งแขวนอยู่ข้างกายติดพู่ห้อย  มันเป็นอาวุธติดตัวของข้า  นอกจากศัตรูร้ายเท่านั้นเองที่มันจะถูกกระชากออกจากฝักเร็วชั่วพริบตาเดียว แล้วสังหารคนที่อยู่เบื้องหน้าใช้เวลาไม่เกินวินาที  มันก็จบสิ้นชีวิตอย่างทันตา

นี่คือคมกระบี่ปลายอักษรทรัพย์สินมรดกทางปัญญาของตระกูลท่านตา  พวยล้อบู้จง  แห่งสำนัก ขุนเขาทะยานเมฆา  เก๋งจีนสูงที่มองเห็นอยู่นั่น ถ้าคนมีรสนิยมสูงชื่นชมดอกไม้ เขาจะมองเห็นทะเลดอกไม้งามนาๆชนิดในสวนกว้างแห่งนี้ พวกดอกเบญมาศที่เบ่งบานสีเหลืองชมพูแดงขาวสะพรั่งไปหมด   ตัดกับดอกเก็กฮวย  ทางด้านหนึ่งก็มีดอกท้อและบ๊วยแข่งกันบานสะพรั่ง สีของมันไม่แตกต่างไปจากซากุระเท่าใดนัก จึงงามหมดจดและสถานที่แห่งนี้จะเยี่ยมชมได้เฉพาะช่วงนี้นี่เอง คือ ต้นฤดูหนาวไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิ

 

ชิวเหม่งอี้ก้าวเท้าไปเรื่อย  หลังจากเสร็จคำนับไหว้บรรพบุรุษณสุสาน  ก็พาฝีเท้าอ้อมไปยังสุสานหิน เป็นคลองน้ำซึ่งเลี้ยงปลาเอาไว้  เส้นทางเดินมีลักษณะคดโค้ง  จวบจนไปถึงเก๋งจีนที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว  เสียงกวาดใบไม้ไปมาทำให้เขารู้ว่ามีผู้คนรออยู่ที่นั่น   “ลุงหวัง”  เมื่อพบว่าชายชีราคือคนเก่าแก่ของตระกูล ที่หายไปนานเกือบสามปี  ไม่เคยได้พบพานเลยสักครั้ง สีหน้าของชิวเหม่งอี้ดีใจอย่างมากที่สุด  ตรงเข้าไปเขย่าร่างๆ

“ลุงหวัง..   ลุงจริงๆ ลุงยังไม่ตาย”  ชายชราผมสีดอกเลาทิ้งไม้กวาดในมือ  เมื่อเงยหน้าอันฝ้าฟางจ้องชายหนุ่มผู้งามสมเป็นจอมยุทธ   สืบทายาทผู้เป็นเจ้านายตระกูลฟาง  เสียดายนายท่านและฮูหยินจบชีวิตลงเพราะคนโฉดชั่ว   อสุนีบาตฟาดสังหารในคราวนั้น    ผู้เฒ่าหวังเมื่อเห็นนายน้อยร่างจริง  ไม่ใช่เงาและภูติวิญญาณก็เบะสีหน้าคล้ายจะร้องไห้ เหมือนตื้นตันอย่างหนัก

“ฟ้าดินคุ้มครอง ตระกูลฟางยังมีนายน้อย   โอสวรรค์ยังปรานี”แกละล่ำละลักเอ่ยเช่นนั้น  ด้วยชุดสีเทาที่ดูเก่าคร่ำคร่า   “ข้าดีใจเหลือเกิน ที่สวรรค์เมตตา  ขอวอนให้นายน้อยช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลฟาง”ชิวเหม่งอี้นิ่งเงียบ ถ้อยคำนั้นจับใจยิ่งนัก

ทราบดีถึงการตายของบรรพบุรุษรวมทั้งบิดามารดา   แต่มิทราบว่าผู้ใดเป็นตัวการ เมื่อพบเห็นผู้เฒ่าหวังซึ่งเป้คนเก่า แก่ของบิดามารดาและอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย อดถามไม่ได้    “ท่านพ่อท่านแม่ ของฆ่า ถูกผู้ใดสังหาร ท่านลุงหวัง  โปรดช่วยชี้แนะบอกความจริงแก่ข้าด้วย” หันสีหน้าไปทางผู้สูงวัยเอ่ยกล่าวเป็นคำถาม

“เจ็ดอสรพิษนกยูงดำ กับพรรคพวกของมัน รวมทั้ง เฒ่าอสุนีบาตแห่งเกาะฟ้าลั่น  คืนนั้นพระจันทร์แรม  พวกมันจู่โจมเมื่อตอนสองยาม..   ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นอย่างที่นายน้อยได้ทราบภายหลัง”

ชิวเหม่งอีซบใบหน้าลงกับพื้นหินอ่อนโต๊ะเบื้องหน้า  หลังจากชั่งใจ สำรวจดูทุกสิ่งทุกอย่างเสร็จแล้ว  กำลังนั่งรอข้าทาสผู้ซื่อสัตย์ ที่หวนกลับมาปัดกวาดบริเวณสุสานของบรรพบุรุษ  เป็นเรื่องไม่คาดคิดว่า ปีนี้เขาจะได้เจอกับท่านลุงหวัง  ซึ่งหายสาบสูบไปในคราวที่เกิดเรื่อง   “แล้วตั้งแต่เกิดเรื่อง ท่านลุงหวังไปพักอยู่ที่ไหน”เอ่ยกล่าวเสียงเนิบหากแต่สายตาจับอยู่ที่ใบอ่อนของกิ่งหลิวกับบ๊วยขาว

“หลบหนีไปอยู่กับชาวนาผู้หนึ่ง ชื่ออาแซ   ที่ตำบลบักเลี้ยม”ทำให้ชิวเหม่งอี้ผงกศีรษะ  สุภาษิตจีนบอกว่า บุญคุณต้องทดแทนแค้นยังต้องชำระ เห็นทีเขาจะต้องเปลี่ยนแปลงใหม่ เพราะใจยังไม่อยากจะฆ่าคน  ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะต้องฆ่า หรือว่าจะต้องฆ่าเพราะความแค้นเสียแล้ว

นิ่งไปครู่เหลือบมองดูฟ้า   กระบี่ข้างกายยังซ่อมคมอยู่ในฝัก ไม่ห่างนอกกาย  เนื่องจากเป็นอาวะประจำกาย  ถอนหายใจสักครู่ถึงเรื่องยุ่งยาก   “งั้นเสร็จจากนี้ ลุงหวังต้องกลับไปอยู่กับชาวนาเช่นเดิม”ลุงหวังพยักหน้า    ชิวเหม่งอี้ละความสนใจไปทางด้านอื่น   เขาเคารพบรรพบุรุษเสร็จแล้วก็ต้องไป

“แล้วนายน้อยล่ะ”

“ข้าคนพลัดบ้านไร้ถิ่นที่  จะมีทางไหนนอกจากรอนแรมเป็นพเนจร”ผู้สูงวัยกว่าครางที่ชะตากรรมของนายน้อยเป็นเช่นนี้    “โธ่นายน้อย   นี่ท่านนายท่านกับฮูหยินยังอยู่  นายน้อยคงไม่ถึงกับขนาดนี้”

“ว่าได้หรอกหรือ ลุงหวัง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ข้าตั้งใจเอง หากท่านพ่อท่านแม่ยังอยู่กับตาม  ถ้าหากข้าชอบสิ่งนี้ก็ต้องเป็นไปแบบนี้..เข้าใจคำว่าชะตาชีวิตมั๊ย”  ผู้อาวุโสหวังจึงเงียบกริบ

เพียงไม่นานนักชิงเหม่งอี้ก็อันตรธานตนหายไปจากที่นั่น หลงเหลือเพียงความว่างเปล่า กับดนตรีธรรมชาติของกอไผ่สีทองที่เสียดเบียดกับสายลมพลิ้ว

 

 

สารบัญ อัปเดต 28 ส.ค. 60 / 12:37

ตอน
ชื่อตอน
    empty-somsom

    นักเขียนยังไม่ได้เพิ่มตอนจ้า

ผลงานอื่นๆ ของ ดอกหางนกยูงสีส้ม

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 มกราคม 2554 / 02:20

    เรื่องราวของ  ชาติ-จีนไทย  ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน แนวกำลังภายใน  ยุทธจักรแบบไทยและจีนผสานเป็นหนึ่งเดียว  ถือว่าผู้เขียนขอแหวกแนว เพราะแนวกำลังภายในเป็นเรื่องที่ชอบมากที่สุดอย่างหนึ่งผู้เขียน ติดนิยาย ของโกวเล้ง กับกิมย้ง    ซึ่งแปล โดย จำลอง พิศนาคะ กับ ว.ณเมืองลุง  และสำนวนการแปลนิยายอิงประวัติศาสตร์ แบบสมัยใหม่ อย่าง เช่น จูมง นิยายเกาหลี   ซึ่งขอชื่นชมผู้แปล ที่แปลได้กระชับ ถูกใจนักเมื่ออ่าน  ถึงการต่อสู้ที่มีที่มาที่ไป และซ่อนปมเงื่อน  เมื่ออ่านแล้วได้รสชาติแบบใหม่ จนทำให้อยากจะเขียนเรื่องแนวนี้ ผู้เขียนใช้ชื่อว่า     แซเบี๋ยง..วีรบุรุษต้นตระกูลตำนานชาวนา  เพียงแต่ผู้เขียนไม่ชอบบู๊หรือเข่นฆ่ากันแบบเลือดสาดกระจาย พยายามเลี่ยงเรื่องแบบนี้   คอยติดตามดูว่าจะออกมาแบบไหน จะลงให้อ่านไปเรื่อยๆ     แนวนี้เป็นนิยายยุทธจักรไม่เชิงกำลังภายใน เพราะบอกตามตรงความรู้ด้านกำลังภายในแบบจีนผู้เขียนมีแต่เพียงน้อย  ถือว่าชมความโรแมนติกอีกแบบหนึ่งที่เป็นธรรมชาติในสวนอักษรที่ไม่มีพิษภัยุธยา สมัยพระเจ้าตาก  ควบคู่กับอยุธยาสมัยตอนปลาย ให้ชื่อเรื่องแล้วว่า สยามก๊ก มีเว

    แนวนี้อันที่จริงก็เขียนไว้หลายเรื่อง แต่ยังโพสในเวป คิดอยู่เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับตำนานนักรบกรุงศรีอยุธยา สมัยพระเจ้าตาก  ควบคู่กับอยุธยาสมัยตอนปลาย ให้ชื่อเรื่องแล้วว่า สยามก๊ก มีเวลาจะแอบทยอยเขียนต้นฉบับเอาไว้  สมควรแก่เวลาจะลงนำมาให้อ่าน

     

     

     

     

     

    #1
    0