คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic singular] Winter love trip

โดย Asakura

ไปเที่ยวด้วยกันไหม? ทริปเบาเบาของเราสอง :) [Fic singular] Yaoi

ยอดวิวรวม

1,093

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,093

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


8
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 ต.ค. 60 / 00:40 น.
นิยาย [Fic singular] Winter love trip [Fic singular] Winter love trip | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Warning : เป็นฟิคดองข้ามฤดูกาล
ได้แรงบันดาลใจจาก Winter love trip (9entertrain) & Nut singular's trip
*ตัวละครและสถานที่ในฟิคชั่นถูกสมมุติขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงใดใดทั้งสิ้น*



 
cr.shl
cr.shl

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 ต.ค. 60 / 00:40


Short Fiction

Winter love trip



ลมหนาวปีนี้มาช้ากว่าที่คิด แต่เมื่อมาแล้วก็ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง อุณหภูมิเย็นสบายเรี่ยผิวกับสายลมเย็นที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างทำให้ร่างบางที่ซุกตัวขดเป็นก้อนกลมบนเตียงยิ่งแทรกใบหน้าแนบเข้ากับหมอนใบโตมากขึ้น

 รุ่งอรุณที่สาดแสงจนเตียงขาวสะอาดปรากฏแสงสีทองอ่อนๆของดวงอาทิตย์ไม่ได้รบกวนการนอนอันแสนจะสนิทของเจ้าของเตียงแม้แต่น้อย รวมไปถึงแมวตัวป้อมที่นอนขดเป็นรูปปั้นบนช่องหน้าต่างนั่นก็ด้วย

ร่างใต้ผ้าห่มผืนหนาพลิกตัวเล็กน้อย แต่สายลมหนาวที่ใครหลายคนคิดถึง ทำให้หนังตาหนักอึ้งไม่ยอมเปิดขึ้นมา ขนตาวยาวเป็นแพเรียงตัวสวยถูกมือบางขยี้ก่อนจะซุกตัวนอนต่อ


ปิ๊นนนนน


คิ้วเรียวขมวดเมื่อได้ยินเสียงรบกวนแทรกเข้าโสตประสาท แต่ดังอยู่ได้ไม่นานก็เงียบเสียงทำให้ใบหน้าหวานผ่อนคิ้วที่ตึงลงแล้วหลับลงสู่ห้วงนิทรา

นัทที่บีบแตรจากรถคันหรูที่จอดเทียบอยู่หน้าบ้านซินชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่างรถมองไปทางระเบียงห้องที่ม่านสีขาวไหวสะบัดต้านแรงลมแล้วก็ต้องจิ๊ปากเบาๆ

ชายสูงวัยกว่าเดินออกมาเปิดประตูรั้วบ้านแล้วยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“นัท มาแต่เช้าเลยนะ.. น้องซินยังไม่ลุกจากเตียงเลย” 

“จริงเหรอครับ? งั้นนัทเข้าไปรอในบ้านก่อนแล้วกันครับ”

“ได้สิ.. ดับเครื่องแล้วมานั่งจิบกาแฟคุยกันก่อนดีกว่า...”

ประตูรั้วถูกเปิดออกกว้างเพื่อให้นัทขับรถเข้ามาจอดในบริเวณรั้วบ้าน เพราะชายสูงวัยรู้ว่าชายหนุ่มรักรถแสนแพงของตัวเองมากแค่ไหน ถ้าปล่อยทิ้งไว้หน้าบ้านก็คงจะรู้สึกกังวลกับมันไม่น้อย

 

 

นัทเดินเข้ามานั่งที่โซฟาของบ้านอย่างเคยชิน หญิงสูงวัยยกถ้วยกาแฟดำที่ส่งควันคุกรุ่นมาวางไว้ตรงหน้า นัทยิ้มรับแล้วยกขึ้นจิบ

“..เห็นน้องซินบอกว่านัทจะมารับไปช็อปปิ้ง..” หญิงสูงวัยกล่าวขึ้น

“ครับ.. พรุ่งนี้ก็จะไปทริปเชียงใหม่กันแล้ว เสื้อหนาวอะไรยังไม่เรียบร้อยเลยครับ ของผมก็ทิ้งไว้ในตู้ไม่ได้ใช้นานจนแมลงสาปเกาะแล้วอ่าครับ..” นัทตอบยิ้มๆ

“..เสียดายที่ม๊ากับป๊าไปด้วยไม่ได้เพราะนัดกับเพื่อนสนิทเอาไว้ว่าจะไปสังสรรค์กัน ไม่งั้นคงได้ไปเที่ยวไกลๆกับลูกสักที..” หญิงสูงวัยพูดขึ้นแล้วนั่งลงข้างๆชายสูงวัย

“โถ่คุณ.. เราไปน่ะสิ จะเป็นก้างชิ้นโตของตานัทเลยแหละ” ชายสูงวัยพูดขึ้นอย่างรู้ทัน ทำให้นัทชะงักแล้วเกาแก้มตัวเองอย่างคนโดนรู้ทัน

“นั่นสินะคะ..” สองสามีภรรยาเอ่ยแซวก่อนจะหัวเราะ

“เอ่อ... แล้วซิน..”

“อุ้ย โทษที ม๊าลืมไปเรียกให้เลย..” หญิงสูงวับกล่าวแล้วเตรียมจะลุกออกไป แต่นัทก็เรียกรั้งไว้ก่อน

“ม๊าครับ เดี๋ยวผมขอไปตามซินเองครับ”

 

 

ประตูไม้สีขาวถูกมือแกร่งผลักเข้าไปอย่างเบาๆ นัทชะโงกหน้าเข้าไปมองก่อนจะเดินเข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ เมื่อเดินเข้าไปถึงข้างเตียง นัทก็ส่ายหน้าน้อยๆ เมื่อคนที่มองหายังนอนตูดโด่งอยู่ แล้วพอผินไปมองที่หน้าต่าง ก็ต้องถอนหายใจเมื่อแมวตัวโปรดของซินหาวหวอดๆทั้งที่ยังหลับตาแล้วก็ขดตัวลงแนบกับช่องหน้าต่างเพื่อหลับอุตุอีกครั้ง

“พอกันทั้งแมวทั้งเจ้าของ” นัทบ่นเบาๆก่อนจะลงมือดึงผ้าห่มผืนหนาออก

“ซิน ตื่นๆๆๆ จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน”

“อื้อออ เสียงดังว่ะ” ปากบางบ่นมุบมิบแล้วนอนหันหน้าหนีเพื่อปัดความรำคาญ

“ไอ้ คุณ ซิน จะตื่นไหม.. ลุกได้แล้วโว้ยยย” นัทวางเข่าลงบนเตียงข้างนึงก่อนจะกระตุกชายเสื้อนอนตัวโคร่งของคนบนเตียงให้หันกลับมา

“โอ๊ยยย เออๆ เชี้ย ตื่นก็ได้” น้ำเสียงหวานที่กล่าวสวัสดีทักทายนัทด้วยคำหยาบคายซึ่งดูขัดกับหน้าสวยๆและเสียงหวานๆนั่นเหลือเกิน

“ไปอาบน้ำ อย่าให้พูดซ้ำ จะไปซื้อของไหม นี่กูอุตส่าห์ขับเบนซ์มารับมึงเลยนะเนี่ย” สรรพนามที่แสนจะคุ้นเคยถูกเอ่ยขึ้นเมื่ออยู่กันสองต่อสอง

“มันหนาว ไม่อาบแต่เปลี่ยนแค่เสื้อผ้าได้ป่ะล่ะ” ร่างบางที่ลุกขึ้นมานั่งด้วยสภาพงัวเงียพูดต่อรอง

“โห อย่ามาๆ กูไม่อยากให้รถใหม่ๆหรูๆของกูเหม็นหึ่งกลิ่นตุๆของคนขี้เซาและซกมกหรอก มึงไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้” เสียงทุ้มโวยออกมาทันทีแล้วจับต้นแขนบางให้ลุกขึ้น

“ไม่! ถ้ากูซกมกก็ปล่อยกูไว้เนี่ยแหละ” หน้าหวานบูดบึ้งและซุกลงไปกับเตียงอีกครั้ง

“อย่ามาเนียน กูรู้ว่ามึงยังไม่อยากตื่นเพราะอากาศน่านอนเฉยๆหรอก”

“...เชี้ย..รู้ดี..” ซินด่ากับหมอนก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วลงจากเตียงไปหยิบผ้าขนหนู ไม่วายก่อนจะเข้าห้องน้ำยังส่งสายตาพิฆาตมาให้ดูโอ้ผมสั้นที่นั่งลงตรงปลายเตียง นัทลูบเตียงเบาๆก่อนจะยิ้มบางๆ อุณหภูมิอุ่นจากร่างบางยังฝังอยู่บนเตียงนุ่มนั่นอยู่เลย

 
 

 

ซินกับนัทเดินลงมาจากชั้นบนพร้อมกัน โดยที่ซินกำลังเอาผ้าคาดปาก และนัทกำลังสวมแว่นดำ

“อ้าว ขุดขึ้นมาจากเตียงกันได้ละหรอ”

“ม๊าอ่ะ” เสียงหวานของลูกชายแง่งอนเล็กๆเมื่อโดนแม่ตนพูดแซว

“..มากินข้าวกันก่อนไหม? วันนี้ม๊าทำไข่เจียวกุ้งฟูกับต้มยำปลาทู”  ป๊าเอ่ยขึ้นกับซินและนัท

“ไม่ดีกว่าฮะ.. วันนี้ซินจะให้นัทมันเลี้ยง ให้นัทมันซื้อของให้ ไม่อยากใช้เงิน..แต่อยากได้ของใหม่ๆ” เสียงหวานพูดขึ้นพลางยิ้มร่าแล้วสไลด์ไอโฟนอัพรูปดอกไม้ที่ถ่ายแล้วแต่งรูปทิ้งไว้เมื่อวาน

“แต่ละคำที่พูดมานี่เห็นความงกชัดเจนมากเหอะซิน..” นัทพูดบอกแล้วล้วงกุญแจรถในกระเป๋ากางเกงออกมา

“แล้วยอมให้ผลาญป่ะล่ะ?” ซินย้อนทันทีที่ได้ยินคำว่างกหลุดจากปากนัท

“แล้วทุกวันนี้มึงก็แทบรูดกูเป็นบัตรเครดิตอยู่แล้วครับ ยังจะมาถาม” แม้จะพูดเช่นนั้นแต่นัทกลับไม่มีแววโกรธเคืองสักนิด

“งั้น ผมไปก่อนนะครับป๊าม๊า เดี๋ยวเสร็จแล้วจะพาซินมาส่ง” นัทบอกก่อนจะเดินนำออกไปสตาร์ทรถ โดยซินเดินตามหลังมาแล้วขึ้นไปนั่งในรถ จากนั้นทั้งคู่ก็พากันมาที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านบางนา

 

 

นัทวนรถไปจอดใกล้ทางเข้าห้างมากที่สุดก่อนที่ทั้งสองจะลงจากรถ

“..เบื่อเมกะบางนาตรงนี้ กว้างเกินไป เดินแล้วเมื่อย” ซินบ่นกระปอดกระแปด

“..มึงนั่งมาสบายๆยังบ่นนะ ของที่จะซื้อนี่ก็เงินกูด้วย มึงแค่ใช้ขาเดิน กับความอยากได้นู่นนี่ของมึงเท่านั้นเองนะครับแหม่”

แขวะจบนัทก็เดินเข้าไปในห้างไม่รอดูใบหน้าง้ำที่จ้องตวัดมาอย่างคมกริบ ซินเดินตามนัทเข้าไปในห้างที่แอร์เย็นฉ่ำแล้วอดขนลุกไม่ได้

“ไปซื้อของก่อน แล้วค่อยหาไรกินนะ..” เสียงหวานเอ่ย นัทจึงพยักหน้าแล้วเป็นฝ่ายเดินตามซินแทน

ร่างบางเดินมาหยุดอยู่ที่ร้านเครื่องประดับร้านประจำก่อนจะเดินเข้าไป ตากลมโตจ้องเครื่องประดับที่ทำจากเงินและหินแร่ต่างๆในตู้กระจกสีขาว นัทเดินมาหยุดอยู่ข้างๆพอดีกับมือเรียวของซินที่เอื้อมไปสะกิดตรงอกเสื้อพอดี

“..อยากได้อันนี้ว่ะ แหวนเงินเกลี้ยงๆอ่ะ ที่มีก็มีแต่แหวนมีหัวทั้งนั้นเลย”

“..มันจำเป็นไหมเนี่ย กูพามึงมาเลือกของจำเป็นที่จะไปใช้ในทริปเชียงใหม่ ไม่ใช่อะไรแบบนี้”

“มึงงกอ่ะ  ก็กูอยากได้ ทีมึงยังซื้อรถตั้งหลายคัน แพงก็แพง แม่งจำเป็นมากมั้ง ร่างมึงก็มีร่างเดียว ซื้อมาเก็บไว้ในโรงรถเยอะแยะ รวยนักก็เอามาใช้ซื้อของให้กูบ้างเป็นไรไปฮะ” เสียงหวานบ่นออกมาเป็นพรวนทำให้นัทสูดหายใจลึกแล้วลูบหน้าตัวเองอย่างยอมแพ้

“ครับๆคุณซิน มึงเลือกเลยครับ กูยอมมึงเลยวันนี้”

เมื่อได้ยินดังนั้นซินก็ยิ้มอย่างมีชัยแล้วชี้ไปในตู้กระจกให้พนักงานร้านหยิบให้ กว่าจะออกจากร้านเครื่องประดับ ซินก็ได้แหวนมาสองวง วงหนึ่งเป็นแหวนเงินเกลี้ยง อีกวงเป็นแหวนที่มีหัวแหวนประดับด้วยเทอควอยซ์ที่เจ้าตัวแสนจะชอบ จำได้ว่าอันล่าสุดหัวแหวนกระเด็นหลุดไปดีดหัวแฟนคลับตอนเล่นไลฟ์ละมั้งนะ

เดินมาได้ไม่เท่าไหร่ซินก็จะแวบเข้าไปในร้านแว่นกันแดดแบรนด์เนม นัทที่รู้ทันจึงกระชากคอเสื้อยืดสีอ่อนไว้ก่อนแล้วลากพาเดินให้ออกห่างจากของที่นัทคิดว่า มีความจำเป็นน้อยมากในทริปครั้งนี้

 

“อ่ะ ร้านเนี้ย กูให้มึงเลือกเลย มันต้องใช้แน่นอนในทริปนี้..” นัทพาซินมาหยุดที่ร้านเสื้อกันหนาวและผ้าพันคอหลากหลาย ครั้งที่ไปทริปกับแฟนคลับก็ไม่เคยจะคิดซื้ออะไรมากมาย แต่พอจะได้ไปกับซินก็รู้สึกว่าอะไรๆควรจะมีพร้อมมากกว่า อาจเพราะไปกันแค่สองคน ไม่มีใครคอยช่วยจัดการนู่นนี่ให้ก็ได้ละมั้ง

“กูจะเอาให้กระเป๋าแหกเลยคอยดู ไอ้ นัท” ปากบางประชดก่อนจะเดินไปเลือกผ้าพันคอเป็นอันดับแรก

“..โทษที กูใช้บัตรเครดิตวงเงินไม่จำกัดครับมึง” นัทเดินมากระซิบข้างหูแล้วยักคิ้วก่อนจะเดินไปเลือกเสื้อกันหนาวให้ตัวเอง

เมื่อได้แล้วนัทก็เดินกลับมาหาซินที่ยังยืนเลือกผ้าพันคอผืนที่สาม โดยข้างๆก็มีพนักงานถือเสื้อกันหนาวลายยีราฟสีน้ำตาลเหลืองไว้ในมือ

“คราวที่แล้วก็ลายเสือโคร่งเผือก คราวนี้ลายยีราฟ คราวหน้าถ้าผลิตลายตุ๊กแกมึงคงซื้อเก็บเป็นคอลเลคชั่นใช่ไหม” นัทพูดกวนแล้วเดินไปขยี้หัวซินเล่น

“อย่ามาเล่นหัวได้ป่ะ มึงดูดิ้ว่าเอาผืนไหนดี ผืนเก่าโดนแป้งขโมยไปขายในงานเปิดบั้นท้ายละอ่ะ”

“ผืนนี้ดิ เข้ากะมึง”

เมื่อซินกับนัทได้เสื้อกันหนาวและผ้าพันคอเรียบร้อยก็เดินไปร้านอื่นกันต่อ ช็อปปิ้งเสียยาวนานจนเลยมาบ่าย นัทจึงพาซินมากินอาหารกลางวันที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ทั้งสองเลือกที่นั่งที่บังสายตาจากผู้คน ไม่เพียงแต่ไม่ชอบคนเยอะ ยังไม่อยากให้ใครที่จำได้มาเจอด้วย เพราะครั้งที่แล้วที่มากับซินก็มีแฟนคลับเห็นพอดี ถึงแม้ซินจะคาดผ้าปิดปากและสวมแว่นกันแดดก็ตามที แต่นั่นแหละที่เป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนยิ่งสังเกต นัทอยากจะพูดกับซินหลายครั้งแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยืนยันจะคาดผ้าปิดปากโดยอ้างว่าเป็นภูมิแพ้

ซาซิมิชุดใหญ่ ยำสาหร่าย เทมปุระและซุปมิโสะกลิ่นหอมถูกเสิร์ฟลงตรงหน้า มือเรียวของซินเกี่ยวขอบจานอาหารญี่ปุ่นเข้ามาใกล้ก่อนจะถ่ายรูปอาหารในจานเพื่อเก็บๆไว้แต่งรูปแล้วค่อยอัพลงอินสตาแกรมต่างจากนัทที่คว้าจานเทมปุระมาลองแอ๊คมุมถ่ายกับตัวเอง
 


“..นัท ของมันจะไม่น่ากินตอนมึงถ่ายเน้นหน้ามึงนี่แหละ” เสียงหวานบอกออกมาก่อนจะคีบแซลมอนชิ้นโตเข้าปาก

“ไหงพูดงี้วะ ใครจะถ่ายสวยแบบมึง ถ่ายอาหารเน้นขอบจาน วันๆก็อัพแต่ดอกไม้” นัทเถียงอย่างไม่ยอมแพ้พลางแอ๊คท่าถ่ายไปหลายๆรูปเผื่อเลือก

“เดี๋ยวตบปากฉีก ขี้บ่นงุ้งงิ้งขึ้นทุกวันผู้ชายอะไร” ซินว่าก่อนจะดึงจานเทมปุระที่นัทยังไม่เลิกแอ๊คท่ากับมันมาใกล้ตน

“ติดมาจากมึงแหละ อื้อ! ไอ้อิน ไอ้เอี้ย” ก่อนที่นัทจะเถียงกลับไม่ทันจบประโยคดีกุ้งเทมปุระก็ถูกยัดเข้าปากเสียจนปิดกั้นเสียงเสียหมด โดยมีซินที่นั่งป้องปากหัวเราะท่าทางคนตรงข้ามที่ข้างแก้มเปรอะไปด้วยน้ำมันและพยายามเคี้ยวพลางออกเสียงด่า

“พูดมาก สนิทมากชักเถียง จำคำที่แฟนคลับบอกให้ขึ้นใจ ซินถูกเสมอ ห้ามเถียง!” นัทผงะหน้าหนีทันทีที่ซินยื่นตะเกียบมาชี้หน้าพลันพูดอย่างเอาแต่ใจ

 มื้ออาหารญี่ปุ่นวันนี้ถูกคนทั้งคู่กินอย่างเอร็ดอร่อยบ้างก็ชวนกันคุยเรื่องสัพเพเหระ บ้างก็เงียบเพื่อกินอย่างเดียว จนในที่สุดอาหารก็หมดลงไปในไม่กี่นาทีต่อมา..

 

 

ซินเดินตัวปลิวเข้าบ้านแล้วปล่อยให้นัทถือของลงมาจากรถ เมื่อกลับมาถึงป๊ากับม๊าก็ไม่อยู่เสียแล้ว มีแต่ข้อความที่เขียนแปะโพสอิทไว้ว่าออกไปซื้อของขวัญมาเตรียมไว้เพื่อนำไปให้เพื่อนในวันที่จะนัดสังสรรค์กัน

“ป๊าม๊าไม่อยู่..” ซินพูดเบาๆเมื่ออ่านโพสอิทจบแล้วเดินขึ้นห้องนอนของตนโดยที่นัทเดินถือถุงมากมายตามขึ้นไปแล้วกองลงบนพื้นเมื่อเข้าไปในห้องนอนของซิน

“อื้อ ไว้นี่ละ เสร็จแล้วก็กลับไปได้เลย” ซินพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ถอดผ้าคาดปากและแว่นตาอันโตออกวางไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือมุมห้องและกระโดดเข้าหาเตียงหนานุ่ม

แต่สักพักแรงยวบบนเตียงก็ทำให้ซินพลิกตัวกลับมานอนหงาย ก็พบว่านัทกำลังค้อมตัวลงมาทาบทับ สองแขนกางกั้นให้ซินอยู่ภายใต้กรอบแขน

“อ่ะ.. ทำไรเนี่ย?” ตากลมโตกระพริบปริบๆก่อนจะเอ่ยถาม ตกใจที่หันมาเจอใบหน้าคมอยู่ใกล้ตนไม่กี่เซน

“..ป๊าม๊าไม่อยู่..” เสียงทุ้มพูดเนิบๆ

“ก็..เออไง”

“...อยู่เป็นเพื่อน..ป่ะ?” ตาคมที่มองจ้องลงมาในตากลมทำเอาซินหลบสายตา อยู่เป็นเพื่อนหรืออยู่เป็นอย่างอื่นกันแน่วะ ซินคิดในใจก่อนออกแรงผลักอกนัทให้ออกห่าง

นัทเว้นช่องว่างระหว่างกันไว้นิดนึงแต่ก็ยังไม่ปล่อยซินจากกรอบแขน

“...อุตส่าห์ยอมทั้งวันนะวันนี้.. แล้วจะยอมให้กันมั่งไม่ได้รึงไง?” นัทพูดขึ้น นิ้วยาวเกี่ยวผมยาวสวยของคนใต้ร่างเล่น

ไอ้ที่เถียงคอเป็นเอ็นจนต้องเอากุ้งเทมปุระยัดนี่มันยอมหรือวะ ซินก่นด่าในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา

“..หวังผล?” เสียงหวานถามกลับพลางเลิกคิ้ว

“...ไม่ถึงขนาดนั้น.. แต่มีโอกาสก็อยากจะใช้.. ป๊าม๊าไม่อยู่นี่นา..” นัทรีบพูดแก้ความเข้าใจผิด เพราะรู้ว่าซินเป็นพวกคิดมากกับคำพูดของคนรอบข้าง

“..แต่เดี๋ยวก็กลับมา.. เหนื่อยแล้วนะวันนี้ ปวดขาแล้ว เดินทั้งวัน”

“..ไม่ต้องใช้ขาสักหน่อย.. เนียนอีกล้ะ” นัทว่า

“ใครกันแน่ที่เนียน ปลาหมึกลามก” ซินว่ากลับพลางดึงมือนัทที่กำลังเล่นกับผมยาวของตนให้ออกห่าง นัทถอนหายใจเบาๆแต่ก็เลือกที่จะเดินหน้าต่อไปด้วยการก้มลงกดจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากบางโดยไม่ได้รุกล้ำแต่อย่างใด แต่สัมผัสเบาๆเพื่ออ้อนเท่านั้น

“อื้อ” ซินร้องในลำคอเมื่อหายใจขัด ไม่ใช่เพราะจูบ แต่เพราะหัวใจกำลังเต้นขาดช่วง

นัทผละออกมา ก่อนจะกดแนบริมฝีปากลงไปอีก ทำอย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“อื้อ.. พอยัง?” ซินเอ่ยขึ้น ถึงแม้สองแขนของตนจะเลื่อนไปโอบรอบคอนัทแล้วก็ตาม เรียกให้นัทขำในลำคอเบาๆ

“ถามตัวเองดีกว่าไหม หืม..” นัทแซวทำให้ซินรู้ตัวรีบยกแขนที่คล้องรอบคออีกฝ่ายลง

“..แค่จะดึงคอเสื้อให้ลุกออกห่างเฉยๆหรอก..” ซินตอบหน้าซึนแต่ก็หลบตานัท

นัทได้ใจก็รีบก้มลงหอมแก้มเนียน ไล้จมูกไปมาก่อนลดต่ำลง มือแกร่งเลื่อนมาปัดป่ายไปตามเนื้อผ้านุ่ม

“...ด..เดี๋ยว..” ซินร้องขัดแล้วรีบคว้ามือแกร่งไว้ก่อนที่มันจะเลื่อนต่ำลงไปมากกว่านี้

“..อะไร..” เสียงทุ้มอู้อี้เพราะกำลังจูบซับแก้มเนียนอยู่ถามขึ้น

“...เลือก.. เลือกมาว่าวันนี้วันเดียว หรือทริปเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน..” ซินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง นัทจึงละออกมาจากซอกคอ ตากลมสบตาคมนิ่ง

“..หมายถึง ..ถ้ามุ้งมิ้งด้วยกันวันนี้ ไปทริปก็จะไม่ให้? แต่ถ้าไม่วันนี้ ไปทริปสองคืนจะให้มุ้งมิ้งงั้นเหรอ?” นัทถามด้วยแววตาสงสัยแต่ก็บดบังความแพรวพราวในตาไว้ไม่มิด

ปึก

“โอ๊ย ไรอ่า..” นัทร้องเมื่อกำปั้นเล็กทุบเข้าที่ไหล่

“หมายถึงว่า.. ถ้ามุ้งมิ้งวันนี้แล้วกูไปทริปไม่ไหว มึงก็จะได้อยู่กับกูแค่วันนี้ แต่ถ้ามึงไม่ทำ มึงจะได้อยู่กับกูตั้งสามวันที่ทริปเชียงใหม่ ..ไอ้ งอก หื่นเอ๊ย!” ซินอธิบายแล้วอดที่จะว่าไม่ได้ ในความหมายของซินคือ ถ้านัทได้มุ้งมิ้งงุ้งงิ้งแล้วมันไม่หยุดง่ายๆแล้วซินจะไปทริปไม่ไหว แล้วนัทก็จะได้ไปทริปคนเดียวเป็นเป็ดเหี่ยวตรอมใจ

“..ชิ แม่ง..”

“..ลุกได้ยัง?” ซินพูดเสียงเข้ม นัทจึงยอมล่าถอยจุดประสงค์ของตนเองกลับมานั่งดีๆ ซินก็ลุกขึ้นมาคว้าผ้าห่มมากอดไว้

ภายใต้ห้องที่ตกอยู่ในความเงียบ สายลมหนาวพัดผะแผ่วเข้ามาผ่านช่องหน้าต่างอย่างเป็นจังหวะ คนสองคนนั่งอยู่บนเตียงนุ่มสบสายตากัน นัทไม่รุกเร้า และซินก็ไม่ได้กระเถิบตัวห่าง เสียงหวานแผ่วเบาไม่แพ้สายลมหนาวที่พัดผ่านทำให้คนฟังรู้สึกชื่นใจด้วยหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะพองโต

“...ไปทริปเชียงใหม่... เราจะยอมก็ได้.. ถ้าถึงตอนนั้น..”

 

 

 

 

 

 

 

“น้องซิน นัท กลับมาแล้วเหรอลูก..”

“ฮะม๊า...” เสียงม๊าตะโกนขึ้นมาจากข้างล่างเรียกให้ซินรีบเด้งตัวลงจากเตียงแล้ววิ่งลงไปข้างล่าง ทิ้งให้นัทยังนั่งคิดวนไปวนมาย้ำกับตัวเองว่าหูฝาดหรือเปล่ากับคำของซินเมื่อครู่

“...ไปทริปเชียงใหม่... เราจะยอมก็ได้.. ถ้าถึงตอนนั้น..

“โว้ย มึงแม่งชอบเซอร์ไพรส์กูตลอด” นัทพูดออกมาอย่างตื่นเต้นเมื่อหลุดจากภวังค์ ท่าทางทริปนี้จะเป็นที่ปลาบปลื้มและเปรมปรีดิ์แก่นัทเป็นอย่างยิ่ง

มือแกร่งคว้าหมอนใบโตที่ซินหนุนนอนประจำมาซุกหน้าลงไปอย่างหมั่นเขี้ยว คอยดูกูจะทำให้หายหนาวเลยเชียงใหม่!

 

 

เสียงจอแจของผู้คนที่ขวักไขว่อยู่ในสนามบินในวินาทีรีบร้อนไม่ได้ทำให้นัทรู้สึกรำคาญแต่อย่างไร ท่าทางตื่นเต้นที่มีมันคล้ายกับเด็กสาวที่เพิ่งเดทครั้งแรก หรือไม่ก็แฟนคลับมุมเสาที่กำลังรอเจอศิลปิน

ความจริงนัทตั้งใจว่าจะไปรับซินมาสนามบินพร้อมกันจะได้ไม่เสียเวลาและเปลืองค่าน้ำมัน แต่ป๊ากลับบอกว่าจะเป็นคนมาส่งซินเอง ครั้นจะพูดขัด ป๊าก็บอกว่าจะเอาตัวลูกชายเขาไปอยู่ด้วยตั้งหลายวันขอป๊าอยู่กับลูกนานกว่านี้สักครึ่งชั่วโมงบนรถก็ไม่ได้ นัทเลยต้องยอมเพราะเถียงไม่ออกจริงๆ เวลานัดคือสิบโมงวันนี้ นัทมองนาฬิกาข้อมือตนเองก่อนจะเงยหน้ามองประตูทางเข้า แล้วก็พบกับร่างบอบบางแสนคุ้นเคยเดินตรงเข้ามา มืออีกข้างลากกระเป๋าเดินทางใบเล็ก ส่วนอีกข้างก็สไลด์ไอโฟนด้วยความเคยชิน

“อ้าว ป๊าไม่เข้ามาส่งในนี้เหรอ?” นัทถามขึ้นพลางมองไปข้างหลังซินก็ไม่เห็นใคร

“ป๊าบอกว่า น้องซินเดินไปเองได้นะ.. ป๊าไม่อยากขโมยเวลาของนัทเขามากกว่านี้แล้ว” เสียงหวานเลียนเสียงและคำพูดของพ่อตนให้นัทฟัง นัทเพียงแต่ส่งเสียงหึๆในลำคอก่อนจะฉวยข้อมือบางให้เข้าเกทไปพร้อมกัน แล้วทริปคู่ก็เริ่มต้นขึ้น...

 

ใช้เวลาไม่นานซินและนัทก็เดินทางมาจนถึงเชียงใหม่ เมืองที่อากาศกำลังหนาวได้ที่ นัทคว้าผ้าพันคอผืนหนาจากกระเป๋าสะพายของตัวเองมาพันคอ ก่อนจะเอาปลายผ้าพันคออีกด้านไปพันกับคอของซินที่นั่งอยู่ข้างกันในเบาะหลังของรถ

“ทำไรเนี่ย?” ซินหันไปถามทันทีที่ผ้าพันคอถูกพันหลวมๆกับคอของตน แต่ก็ไม่ได้หยิบมันออกแม้แต่น้อย

“หนาวไง..แบ่งกัน” คำตอบสั้นๆทำเอาซินส่ายหน้าแต่ก็แอบลอบยิ้มโดยไม่ได้พูดอะไร

ความจริงถ้าทำแบบนี้ในที่พลุกพล่านคงเป็นเป้าสายตาแน่นอน แต่ดีที่ตรงนี้คือในรถของทางสนามบินที่มีคนขับรถบริการแบบส่วนตัวสุดๆ ซินจึงไม่ค่อยห่วงเท่าไร อีกทั้งคนขับรถก็เป็นผู้ชายอายุไม่น้อย จึงเดาได้ว่าไม่น่าจะรู้จักหรือจำพวกเขาทั้งสองคนได้

รถจากสนามบินขับมาจนถึงที่หมาย เป็นสถานที่เช่ารถสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งนัทบอกไว้ว่านัทจองรถเอาไว้ พอมีรถเองจะได้ดริฟอย่างเมามันส์และไปในที่ที่อยากไปแบบอิสระได้

“จองรถแบบไหนไว้อ่ะ?” ซินถามขณะที่เดินตามนัทเข้ามา

“..ก็ไม่หรูมากเท่าที่กูซื้อเองอ่ะ ก้นผู้ดีอย่างมึงนี่นั่งได้ป่ะครับ” นัทติดต่อกับพนักงานเรียบร้อยพนักงานก็พามายังรถที่นัทเช่าเอาไว้ เป็นรถยนต์ธรรมดา ไม่ใช่ราคาเหยียบล้านอะไร แต่ซินก็ไม่ได้ซีเรียส เพราะไม่ใช่คนที่เห่อเรื่องรถอะไรแบบนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคันไหนก็ได้ทั้งนั้น

“...ถ้าเป็นรถเต่าก็ดีนะ..ชอบ” ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่ซินก็พูดรถที่ตัวเองคิดว่ามันคลาสสิคและอยากจะขับสักครั้ง

“โห.. รถเต่านี่กูดริฟทีอะไหล่คงกระเด็นหมดครับมึง” นัทพูดก่อนจะเข้าไปนั่งในรถแล้วสตาร์ทรถก่อนที่ทั้งคู่จะออกเดินทางโดยมีนัทเป็นคนขับและซินนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถ

 

            “เดี๋ยวๆ นี่มึงจะไปไหนเนี่ย?” ซินถามเพราะวิวข้างทางเป็นวัดมาตลอดเส้นทาง

“พาไปไหว้พระก่อน ค่อยไปรีสอร์ท” นัทตอบเสียงเรื่อยโดยหน้าก็ยังมองทางอยู่

“หือ? นี่คือมาถึงของเขิงไม่เก็บก็จะพาไปวัด มึงบ้าป่ะเนี่ย” ซินบ่นอย่างไม่จริงจังนัก

“ก็ตอนมาทริปกะแฟนคลับกูสำรวจไว้หมดละ เข้าแม่งทุกวัดอ่ะ แล้วก็เจอวัดที่ถูกใจวัดนึง คิดไว้ตั้งแต่ตอนนั้นว่าจะพามึงไปทำบุญด้วยกัน..”

“อยากเกิดชาติหน้ามาเจอกันอีกว่างั้น?”

“เปล่า.. แค่อยากเกิดมาคู่กับมึงทุกภพทุกชาติแค่นั้นเอง..” นัทตอบออกมาพลางละสายตามาจากท้องถนนครู่นึงในประโยคสุดท้าย และท่าทางจะเป็นเหตุผลน้ำเน่าที่ฟังขึ้นจนคนโวยวายในตอนแรกนั่งเงียบกริบกลั้นรอยยิ้มหยักไปตลอดทาง

เมื่อถึงวัดนัทก็พาซินไปไหว้พระในโบสถ์เป็นอันดับแรก จากนั้นก็ไปถวายสังฆทานร่วมกัน กรวดน้ำ และให้อาหารปลา กว่าจะเสร็จก็กินเวลาไปชั่วโมงเศษๆ ก่อนทั้งคู่จะพากันเดินทางไปยังรีสอร์ทที่พักที่ถูกจองล่วงหน้าไว้แล้วเช่นกัน

 

 

รีสอร์ทที่นัทจองเอาไว้เป็นรีสอร์ทอนุรักษ์ธรรมชาติ ตัวของรีสอร์ทมีห้องพักทำจากไม้เนื้อดีแบ่งเป็นโซนๆ โดยบริเวณโดยรอบของรีสอร์ทมีสวนดอกไม้นานาพันธุ์ที่ต่างอวดสีสันส่งกลิ่นหอมเป็นอโรม่าเทอรปี้ที่ดีสำหรับคนที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งปีอย่างพวกเขา ในส่วนด้านข้างของรีสอร์ทก็มีสวนบอนไซที่ถูกตัดต่อและตกแต่งกิ่งจนมีรูปร่างสวยงาม และที่ทำให้ซินถึงกับตาวาวก็คือกิจกรรมชมนกที่ทางรีสอร์ทจะจัดขึ้น

กระเป๋าใบโตถูกวางลงบนเตียง ซินเปิดมันออกแล้วรีบคว้ากล้องที่ตัวเองพกมาด้วยแล้วไปหน้ากระจกเพื่อรวบผมตัวเองด้วยยางมัดผมเส้นเล็ก

“เดี๋ยวไปดูนกนะ นัทจะนอนอยู่นี่ก็ได้ ไปละ” พูดไม่ทันขาดคำเสียงประตูห้องก็ปิดดังปัง นัทที่ทำท่าจะเรียกซินไว้ถึงกับต้องเก็บคำพูดแล้วลงมือจัดกระเป๋าของตัวเอง

“จัดเสร็จแล้วค่อยตามไปก็ได้วะ.. หืม ไอ้นี่แม่งไม่มีความเรียบร้อยเลยให้ตายดิ” นัทบ่นพึมพำกับตัวเองพลางดึงกระเป๋าเดินทางของซินที่ถูกเจ้าตัวรื้อเละเทะเพื่อหากล้องตัวเดียว

 

 

ซินเดินออกมาจากตัวรีสอร์ทและไปเข้าร่วมกลุ่มนักท่องเที่ยวซึ่งไกด์ของรีสอร์ทกำลังอธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมชมนกที่ทางรีสอร์ทโหมโปรโมทอย่างออกรส แต่ก็เต็มไปด้วยสาระมากมายเกี่ยวกับนก ทำให้ซินหวนนึกถึงวันที่ไปถ่ายแบบลงนิตยสาร แฮมเบอร์เกอร์ ที่มีสถานที่ถ่ายทำคือสถานที่พักตากอากาศบางปู ที่นั่นก็มีกิจกรรมชมนกเช่นเดียวกับที่นี่ ไกด์ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการแยกประเภทของนก สายพันธุ์ของนก และลักษณะเด่นของนก ก่อนที่นักท่องเที่ยวทั้งหมดจะเข้าสู่สถานที่ชมนก

ลานกว้างปรากฏแก่สายตาของนักท่องเที่ยว นกนานาพันธุ์โผบินตัดผ่านไปมาบนท้องฟ้าเหนือลานนั้น ทั้งลานที่ถูกปลูกสนามหญ้า และบึงกว้างที่ถูกขุดไว้สำหรับนกที่ชอบน้ำ ซินยกกล้องขึ้นถ่ายพลางเดินแยกออกมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวไปหยุดอยู่ตรงใต้ร่มไม้ใหญ่ข้างบึงน้ำ มือเรียวกดถ่ายภาพตรงหน้าเก็บไว้หลายใบ

แชะ แชะ

เสียงชัตเตอร์กล้องที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ซินหันไปมองทันที

“เอ่อ ขอโทษที่ถ่ายภาพคุณโดยไม่ขอก่อนนะครับ ผมนี่เสียมารยาทจริงๆ” ชายหนุ่มร่างสูงซึ่งสะพายกล้องโปรราคาแพงเอ่ยออกมากับซิน เท่าที่สังเกตก็พอทำให้ซินรู้ว่าเขาเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแถบเอเชีย แต่พูดภาษาไทยชัดแจ๋ว

“..ไม่เป็นไรครับ.. แต่ถ่ายมากกว่านี้คงไม่ได้แล้วนะครับ..” ซินตอบแต่ก็ห้ามไปด้วยเนืองๆ

“เข้าใจแล้วครับ.. เอ่อ.. ผมเป็นคนญี่ปุ่นนะครับ.. ทาเคนางะ ไค ยินดีที่รู้จักครับ” เมื่อตอบรับคำของซินเจ้าตัวก็เอ่ยแนะนำตัวเองพลางยื่นมือออกมาตรงหน้าเพื่อทักทายแบบสากล ทำให้ซินต้องตอบกลับไปอย่างสุภาพเช่นกัน

“..ซินครับ.. ยินดีที่รู้จักนะครับ” ซินเอ่ยตอบพลางส่งมือทักทายตอบ

“ชื่อเพราะจังนะครับ.. เหมาะกับคุณดี..แล้วก็ ผมยาวแบบนี้ก็เหมาะกับหน้าตาคุณด้วยเหมือนกัน” อีกฝ่ายพูดขึ้นขณะกำลังสัมผัสมือกัน สายตาที่แฝงความนุ่มลึกมองสบมาที่ซินพลันหยอดคำหวานที่หวังให้คนตรงหน้าผ่อนคลายแต่มันกลับตรงกันข้าม

“...เอ่อ ขอบคุณนะครับ” ซินพยักหน้าขอบคุณก่อนชักมือตัวเองกลับคืนพลางคิดวิธีเลี่ยงการสนทนากับอีกฝ่ายต่อ ไม่ได้หลงตัวเองแน่ๆ แต่เท่าที่สังเกตก็รู้ได้ว่ากำลังถูกอีกฝ่ายจีบนิดตอดหน่อย

“เอ่อ...คุณซิน.. มาเที่ยวคนเดียวเหรอครับ?” อีกฝ่ายตั้งคำถามชวนคุยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ซินกระอักกระอ่วนใจอย่างมาก ถึงแม้อีกฝ่ายจะหน้าตาดี และสุภาพมากก็ตาม

แต่ก็เหมือนมีระฆังช่วยชีวิต หรืออาจจะเรียกว่าซวยก็ว่าได้ เมื่อเสียงทุ้มอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคนที่หน้าตาไม่รับทั้งแขกทั้งฝรั่ง

“..ไม่ได้มาคนเดียว แต่มากับแฟนน่ะครับ” นัทที่เห็นซินยืนคุยอยู่กับคนแปลกหน้าก็รีบเดินเข้ามาทันทีและทันได้ยินประโยคละม้ายคล้ายจะจีบของอีกฝ่ายเข้าพอดี ความจริงเจ้าตัวอยากพูดสถานะที่ชัดเจนกว่านี้แต่ก็เกรงว่ามันจะฟังดูหยาบคายเกินไป

ไครีบหันไปมองผู้มาใหม่ที่เดินเข้ามาโอบเอวซินอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ทำให้ชายหนุ่มชะงักไปนิดนึงแต่ก็เดาได้ว่าคนร่างสูงที่กำลังโอบกอดคนที่ตนหวังจะจีบนั้นมีความสัมพันธ์อย่างไรกัน

“เอ่อ...ครับ งั้นผมไม่รบกวนแล้วดีกว่าครับ” ไคเอ่ยอย่างเกร็งๆ แล้วยกมือที่ถือกล้องขึ้นเป็นเชิงขอตัว

“ก็ดี...” นัทก็รับคำแบบห้วนๆจนไคต้องเลี่ยงตัวออกมาในที่สุด

เพียะ

มือเรียวของซินฟาดที่ไหล่นัททันทีที่ไคเดินจากไป

“พูดจาไม่ค่อยน่าฟังเลยนะ ก็แค่นักท่องเที่ยวกับนักท่องเที่ยวคุยกันทั่วไป” ซินเอ่ย

“โหยยย ชื่อเพราะ ผมยาวๆนี่ก็เหมาะกับหน้าตาคุณเหมือนกัน แล้วส่งสายตาหวานเยิ้มมดตะนอยขึ้นตีนกูเนี่ยนะซินจะให้กูพูดดีใส่” นัทเถียงด้วยน้ำเสียงยั๊วะๆ

“แต่กูก็ไม่ได้หลงคารมป่ะ”

“อย่ามาๆ กูช้ากว่านี้อีกนิดมึงก็หลงมันแล้วแหละ เสือกปล่อยฟีโรโมนฟุ้งเชียวนะมึง” นัทว่ากลับอย่างไม่พอใจนิดนึงแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรนัก

“งี่เง่า ถ้ากูจะหลงคนง่ายขนาดนั้น กูคงหลงทุกคนที่เข้ามาในชีวิตกูละ ซึ่งทุกคนล้วนดีกว่ามึงทุกคนเลยนะนัท” ซินพูดเหวี่ยงใส่แล้วรีบจ้ำอ้าวออกจากตรงนั้นเพื่อกลับรีสอร์ททันทีทั้งที่เพิ่งถ่ายรูปไปได้ไม่กี่รูป ก็มันอดอารมณ์เสียไม่ได้ที่ถูกพูดเหมือนตนเองเป็นคนใจง่ายทั้งที่นัทก็รู้ดีที่สุดว่าเขาเป็นคนอย่างไร

“ซิน...” น้ำเสียงอ่อนลงของนัทดังไล่หลังมาแต่ซินก็เร่งเท้าเดินเร็วขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ

และวันแรกของทริปจบลงที่ซินนอนหันหลังให้นัท แม้ว่าจะถูกสะกิดยิกอย่างออดอ้อนซินก็ไม่ได้สนใจ อาจจะจริงที่ซินยังคงนอยด์จากเรื่องเมื่อตอนกลางวัน แต่ที่จริงเหตุผลหลักของการแสร้งงอนเสริมเติมเข้าไปจนเหมือนมึนตึง มาจากการป้องกันตนเองจากเรื่องที่เคยสัญญาไว้กับนัทก่อนที่จะมาเที่ยวมากกว่า

 

อากาศยามเช้าที่เย็นกว่าปกติเรียกให้ซินเริ่มอารมณ์เย็นลง นัทยังง้องแง้งเหมือนเมื่อวาน พยายามทำให้ซินเลิกงอน สุดท้ายก็เป็นผลเมื่อซินหายงอนเลิกทำมึนตึงใส่ นัทกลับมาเป็นเช่นเคย คำพูดหวานๆ ท่าทางน่ารักถูกพับเก็บไปทันที เหลือแต่ผู้ชายห้าวๆปากกวนตีนคนเดิม

“ซิน กูว่ามีที่นึงมึงชอบชัวร์ ไปกันเลยวันนี้มึงต้องกรี๊ดอ่ะ มึงต้องชอบ” เสียงทุ้มพูดออกมาด้วยความมั่นใจเมื่อทั้งคู่นั่งอยู่ในรถเรียบร้อย

“ทำไมต้องกรี๊ด ไม่แต๋ว ไม่กรี๊ด” ซินหันไปค้อนพร้อมนั่งกอดอก นัทยักไหล่ก่อนจะยื่นมือไปลูบหัวซิน

“หน้ามึงให้อ่ะ”

“ไอ่..เชี้ยนิ” ซินสบถเบาๆ พลันส่งสายตาจิกแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบกลับอะไรรุนแรงนอกจากมือเรียวที่โบกหลังหัวคนข้างๆหนึ่งที

นัทออกรถทันทีด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หยอกล้อกันจนเคยชิน รู้ดีว่าอีกคนเป็นยังไง แต่ก็ชอบที่จะแซวเพราะจะได้เห็นแววตาใสนั่นกรอกตาใส่บ้างนอกจากทำหน้าแบ๊วตามแบบฉบับคนหน้าหวานอย่างเดียว

รถคันเล็กวิ่งไปตามทาง ตอนนี้ตามข้างทางเริ่มปรากฏต้นไม้เรียงกันเป็นทิวแถว ต้นไม้ที่ไม่ได้มีใบสีเขียวสดอย่างที่เคยเห็นกัน แต่มันมีแต่ดอกทั้งต้น ทั้งยังมีสีชมพูหวานเสียจนซินต้องเหลียวมอง

มือเรียวกดเปิดกระจกรถแล้วยกไอโฟนขึ้นถ่าย ความเร็วของรถทำให้ภาพที่ได้สั่นคลอนและเบลอเล็กน้อยจนคิ้วเรียวขมวดปม

“ช้าๆได้ไหม มึงรีบอ๋อนัท”

“เออ กูรีบ ไง.. ชอบล่ะสิมึง กูบอกแล้ว” นัทว่าก่อนจะเร่งความเร็วยิ่งขึ้นแต่ก็ไม่ถึงกับเร็วจี๋แบบที่เคยขับตอนนั่งคนเดียว

ซินส่ายหน้าก่อนจะเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถที่ตนเปิดทิ้งไว้ สีชมพูหวานของมันตัดกับทิวเขาสีเขียวที่มองได้ไกลออกไป สวยเสียจนละสายตาไม่ได้ อีกทั้งลมที่ปะทะผิวแก้มยิ่งทำให้ซินเผยยิ้มบาง

นัทหันไปมองซินก่อนจะหันกลับไปมองถนน

“..เดี๋ยวพาไปหายืมจักรยานแถวนี้ แล้วขี่ไปตามทาง จะได้หาที่จอดง่ายๆ อยากจอดถ่ายรูปตรงไหนก็จอด..” นัทอธิบาย เพราะตนเองตั้งใจจะทำอย่างนั้นเลยไม่ได้หยุดรถที่ตนขับอยู่ ซินหันไปมองคนพูดครู่หนึ่งก่อนหันมาเท้าแขนสองข้างขนานกับหน้าต่างรถแล้วเกยคางตรงแขนตนเองอีกทีเพื่อมองวิวข้างทางที่สวยขึ้นเรื่อยๆตามระยะทางที่ใกล้ถึงจุดหมาย
 


ไม่นาน นัทก็ขับรถมาจอดที่ๆหนึ่ง จักรยานแบบที่มีที่นั่งซ้อนถูกหยิบยืมมาอย่างง่ายดายจากชาวบ้านแถวนั้น ดีที่ที่นั่งซ้อนเป็นเบาะนุ่ม ซินคิดภาพไม่ออกว่าถ้าเป็นแบบตารางแข็งๆก้นจะเป็นรอยยับเหมือนขนมวาฟเฟิลขนาดไหน

ร่างสูงขึ้นคร่อมจักรยานก่อนพยักเพยิดให้ซินซ้อน แล้วออกแรงปั่นไปตามริมถนนโดยมีซินซ้อนท้ายคอยถ่ายรูปวิวที่ขี่ผ่าน

“นัทช้าๆ จอดตรงนี้ก่อนๆ”

“คร้าบๆ”

ล้อจักรยานชะลอแล้วหยุดหมุนตามคำสั่ง ซินนั่งอยู่บนจักรยานไม่ได้เคลื่อนตัวลงมายืน มือสองข้างประคองกล้องกดถ่ายภาพทิวทัศน์ของดอกหญ้าที่กำลังไหวต้านแรงลมเอื่อย

“ความจริงรูปจะออกมาสวยก็อยู่ที่วัตถุที่ถูกถ่ายด้วยว่ามะ?” อยู่ดีดีเสียงหวานก็พูดขึ้น นัทเพียงมองตามทิศที่ซินมองครู่หนึ่งก่อนตอบรับ

“ก็คงงั้น”

“..ซินไม่ค่อยออกไปไหนเลยไม่ค่อยมีภาพในมุมอื่นๆเลยแฮะ อิจฉาแป้งเหมือนกัน รูปแต่ละรูปอย่างสวย องค์ประกอบภาพมันดีอ่ะ วัตถุในภาพก็สวย..” เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงอิจฉาและเสียดายเล็กๆนั่นก็ทำให้นัทยิ้มบางๆ

“..แค่มึงถ่าย selfie รูปตัวเองลงก็สวยแล้ว”

“ห๊ะ? นี่ชม?” ซินหันหน้าจากวิวไปมองนัททันทีที่ได้ยิน

“เออดิ นี่ไง.. วัตถุสวย องค์ประกอบสวย ตา จมูก ปาก แก้ม” นิ้วยาวนั่นชี้ตามที่ตัวเองพูด แตะแผ่วเบาไปบนหางคิ้วของอีกคนไล่มาตามที่พูดจนหยุดอยู่ที่แก้มใส

“..อ..อืม” ซินครางอื้ออึงในลำคอเมื่อถูกนัทบีบแก้มด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนโหมดหวานจะถูกเปลี่ยนเมื่อประโยคใหม่หลุดจากปากอีกคน

“..หึๆ ไปไม่ถูกเลยดิมึง” ใบหน้าหล่อส่งยิ้มทะเล้น

“หุบปากไปเลย” ซินปัดมือนัทออกเบาๆ แต่นัทก็ยังไม่เลิกยุ่มย่ามกับร่างกายที่ตนเองชมว่าสวยงาม

“แขนก็สวย มือก็สวย เอวก็น่ากอด”

“เอ้ย! ปล่อยนะเล่นอะไรไอ่บ้า ไปทำหน้าที่สารถีได้แล้วจะไปถ่ายตรงอื่นแล้ว” ซินตวาดขึ้นทันทีเมื่อนัทไม่อยู่สุขเอี้ยวตัวเคลื่อนแขนมาโอบเอวคอดของตนพร้อมสายตาเจ้าเล่ห์

“อะไรนะ หน้าที่สามี?” และมิวายพูดกวนอวัยวะเบื้องล่างสุดของซิน

“อ..ไอ้ ฮึ่ย!” จนซินผละตัวลุกขึ้นจากจักรยานแล้วเดินหนีไปลิ่วๆ เดือดร้อนนัทต้องไถจักรยานตามไปติดๆ

“เฮ้ย รอด้วยดิ้ซิน!

 

 

“ปั่นเร็วๆอีก ลมกำลังเย็นเลย” ซินกลับมาซ้อนหลังจักรยานนัทเช่นเดิมหลังจากแกล้งเดินหนีลิ่วๆจนปวดขาเล่นๆสักพัก ตอนนี้อากาศกำลังดี๊ดี ยิ่งเจอเนินลูกใหญ่ให้ขี่ขึ้น ตอนปั่นลงมายิ่งรู้สึกดีสุดๆ แต่ก็แค่กับคนซ้อนละนะ..

“น่องจะโป่งแล้ว อีกนิดน่องจะแตกแล้วซิน” สารถีเริ่มมีโวยวาย เพราะตนเองปั่นขึ้นเนินมาหลายลูกแล้ว

“นั่นๆ ขึ้นเนินสูงๆ เอาเลย อย่าให้จักรยานไหลลงนะนัท” แต่คนซ้อนที่สนุกสุดๆกับการนั่งรถจักรยานชมวิวกลับสั่งเอาๆจนคนขี่เพลีย แต่ทำไงได้ นัทก็แค่ทำตาม

“ฮึบ! อื้ออออ สู้โว้ยยยยยยยย” เสียงทุ้มตะโกนสร้างกำลังใจให้แก่ตนเองก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วถีบจักรยานขึ้นเนินที่นับว่าสูงที่สุดเท่าที่เคยผ่านมา แต่ผลที่ได้คือ รถจักรยานไม่เพียงปั่นไม่ขึ้นแล้ว ยังไถลถอยหลังลงเนินไปอย่างช้าๆด้วย

“โอ๊ยยย ไม่ได้เรื่อง! ลงมา!” ซินที่ทนไม่ไหวถึงกับต้องสละตัวลงจากจักรยาน มือเรียวยึดแฮนด์จักรยานเอาไว้ไม่ให้มันไหลลงเนินเนื่องจากนัทไม่มีแรงแม้แต่จะจับเบรกหยุดล้อจักรยาน

“เดินจูงขึ้นไปดีกว่าว่ะซิน” นัทลงมายืนข้างซิน พยายามกลั้นหอบอย่างที่สุด ซินเพียงหันไปมองด้วยหางตาอย่างเหยียดหยามในเรี่ยวแรงของอีกฝ่ายก่อนจะพูดเสียงหนักแน่น

“ไม่ต้อง เดี๋ยวซินขี่ นัทซ้อน”

“ห๊ะ?” นัทผงะไปกับคำของซิน นอกจากจะตกใจยังจะสบประมาทในใจอีกด้วย ก็ตัวบางเป็นกระดาษเอสี่แค่นี้ ขาก็เล็กตะเกียบเรียกแม่แค่นั้น มันจะไหวได้ไงวะ เนินก็สูงลิบลิ่วไม่เห็นอีกฝั่งแบบนี้ แต่คิดยังไม่ทันถึงไหนซินก็ขึ้นไปนั่งบนจักรยานเตรียมปั่นแล้ว

“ให้ไว” ซินเรียกเสียงห้วน

นัทเลยต้องเลยตามเลย ขึ้นไปซ้อนอย่างช่วยไม่ได้ แต่ยังไม่ทันนั่งดีดีซินก็ออกตัวอย่างรวดเร็วจนคนร่างสูงเกือบหงายหลัง

“เออๆ เฮ้ย แม่จ้าวอย่าซิ่ง!

 

“วะฮู้ววววว” เสียงใสของซินดังกังวานเมื่อปั่นขึ้นมาถึงยอดเนินสูงได้ ลมที่ตีผ่านหน้าสร้างความเย็นสบายแสนสดชื่น นัทที่ซ้อนท้ายจักรยานส่งสายตามองด้วยความเหลือเชื่อ

“ซิน! มึงเอาแรงมาจากไหนเนี่ย โคตรไม่อยากจะเชื่อ”

“..เห็นอย่างนี้ก็ผู้ชายป่ะนัท ให้ออกแรงเยอะๆก็ทำได้” ไม่พูดเปล่ายังจะกล้าปล่อยแฮนด์มือนึงเพื่อยกขึ้นอวดกล้ามที่ไม่มีให้คนซ้อนดู

“..กูก็ผู้ชายว่ะซิน เอ๊ะ.. แล้วทำไมเวลากูจะปล้ำมึงทีไรถึงไม่มีแรงขัดขืนสักทีละ อ๋ออออ กูเก็ตละ”

“เก็ตเชี้ยไร หุบปาก!” นัทยังไม่ทันได้ออกปากแซวนิ้วชี้เรียวก็ชี้หน้านัทพร้อมถลึงตายิ่งทำให้นัทได้ใจเข้าไปใหญ่

“ยังไม่ทันพูดเลย โถ สมยอมก็ไม่บอก” เสียงทุ้มที่ดูจะหลงตัวเองมากส่งออกมาจากเรียวปากหยักกระทบข้างหูซินเบาๆ

“นัท! ไอ้ทะลึ่งไอ้ลามก!

“โอ๊ย เจ็บนะเว้ย ดูทางดิวะซิน รถมันส่ายนะเว้ย ฮ่าๆๆ เฮ้ย ล้มๆ”

นัทกับซินตบตีกันแม้จะยังอยู่บนรถจักรยาน ซินที่บังคับแฮนด์ด้วยมือเดียวนานๆทำให้รถส่ายไม่น้อย

โครม!

จนสุดท้ายทั้งคู่ก็ลงมาแหมะอยู่บนพื้นอย่างหมดรูป

 “โอย.. เจ็บชะมัด” เสียงหวานบ่นโอดโอยพลางคลำสะโพกตัวเองป้อยๆ นัทที่ล้มลงมาแต่ตั้งตัวได้ก่อนจึงลุกขึ้นปัดกางเกงตัวเองแล้วนั่งยองๆลงข้างร่างบาง

“จะเทพไปละถ้าไม่ล้ม ไหนดูดิ๊ เสียหายมากไหม” มือแกร่งจับซินให้ลุกขึ้นหันไปมาเพื่อหารอยบอบช้ำ ซินทำเพียงส่ายหน้าเบาๆแล้วพยักเพยิดไปทางจักรยานที่นอนแอ้งแม้งบนพื้น

“..ไม่อ่ะ ไม่มีแผลอะไร แต่นั่นอ่ะ.. โซ่หลุด”

“ฮู้วว ลำบากและ” นัทหันไปมองก่อนจะส่งเสียงแล้วพรูลมออกจากปาก

“อื้ม ลำบากมึงแหละ ใส่โซ่สิ เดี๋ยวไปนั่งรอใต้ร่มไม้ข้างทาง”

ซินตบบ่านัทเบาๆเป็นกำลังใจพลันยิ้มสวยแล้วเดินเชิดๆเพื่อไปนั่งใต้ร่มไม้ใกล้ๆ

 “อ้าว.. ทิ้งกูเลย”

“งานซ่อมไม่ใช่งานถนัด” ก็ตามนั้น งานซ่อมจึงตกอยู่ในความรับผิดชอบของนัทเพียงคนเดียว

 

หลังจากใช้เวลาสักพัก นัทก็ซ่อมจักรยานจนเสร็จ ทั้งนัทและซินจึงกลับมานั่งจักรยานอีกครั้ง ก่อนออกแรงปั่นมาตามทางเรื่อยๆ

“น้ำตกไหมซิน?” นัทที่ตอนนี้เป็นคนขี่จักรยานถามขึ้นโดยไม่ได้หันกลับไปมองซินที่นั่งซ้อน

“ไม่อ่ะ ไม่หิว” นัทกรอกตาเล็กน้อยกับอาการกวนตีนของคนซ้อน

“.. กูหมายถึง ลงไปน้ำตกกันไหม ทางข้างหน้านี้มีจุดพักให้เล่นน้ำตก ไอ่นี่ก็มุกแป้กตลอด”

“หุๆ ไปดิ ไปถ่ายรูป”

 

ซินชะงักเท้าทันทีที่มองเห็นทางข้างหน้า ก็รกแบบป่าดงดิบประมาณนั้น หญ้าที่ไม่ได้ถูกเล็มตัดแต่งอะไรก็ขึ้นสูงลู่เป็นธรรมชาติ แต่ก็ยังมีทางดินพอให้เดินลัดไปบ้าง

“ทางลงอย่างรกอ่ะ”

“เขาพยายามจะอนุรักษ์ความเป็นธรรมชาติไว้ไง” นัทพยายามพูดเกลี้ยกล่อมคนร่างบางที่ดูท่ามันจะไม่ยอมเดินลงไปด้วยกัน

“แน่ใจ?”

“..เออ ลงมาเหอะน่า กูไม่เอามึงไปทำมิดีมิร้ายหรอก” จนในที่สุดนัทก็เป็นฝ่ายฉุดข้อมือบางนั่นลงมาเดินไปพร้อมกันท่ามกลางเสียบ่นกระปอดกระแปดของคนที่ถูกลากดึง

“ไม่ได้คิดงั้นเหอะ คิดอยู่ได้ พูดอยู่ได้เรื่องแบบนี้ เสื่อมนะเนี่ย”

“เอ้า ไม่รู้เหรอ? เขาบอกว่าผู้ชายทะลึ่งนิดๆ ลามกหน่อยๆเนี่ยน่ารัก”

“เหอะๆ”  ซินได้แต่ปล่อยให้คนที่กล้าพูดชมว่าตัวเองลามกน่ารักจูงไปตามทางที่เริ่มเอนลงต่ำเรื่อยๆเพื่อมุ่งหน้าไปยังน้ำตก

 


 

ไม่นานทั้งคู่ก็เดินลัดเลาะผ่านรากไม้ใหญ่ที่ขึ้นคดเคี้ยวามทางเดินมาจนถึงน้ำตกสายหนึ่งจนได้ แม้จะไม่อลังการเท่ากับน้ำตกสายใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่อื่น แต่มันก็พกพาความสดชื่นมาให้คนที่อยู่รอบบริเวณ

“อา....สดชื่นที่สุด หนาวดี” ซินพูดขึ้นเมื่อนัทปล่อยมือตนออก ขาเรียวเดินไปใกล้น้ำตกขึ้นอีกนิดพลางชูแขนทั้งสองขึ้นสูงบิดกายรับความสดชื่นที่ประเดประดังเข้ามาพร้อมเสียงซู่ซ่าของธรรมชาติตรงหน้า

“ลงเล่นกันป่ะละ?” นัทพูดชวนก่อนเดินเข้ามายืนเคียงข้างซิน

“..แต่เราไม่มีชุดมาเปลี่ยนกันนะ”

“เหอะน่าๆแค่เอาเท้าจุ่มน้ำโอเคไหม?” ยังไม่ทันจะได้รับคำตอบซินก็ถูกนัทดึงให้ไปริมน้ำตกตรงชั้นดินที่มันเดินลงไปได้ง่ายเสียแล้ว

ทั้งคู่ค่อยๆพากันเดินลงไปในน้ำตก แค่ระดับน้ำขึ้นมาครึ่งแข้งก็รับรู้ถึงอุณหภูมิเย็นของน้ำตกทันที

“เย็น เย็นมาก” ซินเดินลุยน้ำตกไปลึกขึ้นอีกนิดจนน้ำถึงระดับเข่า พลันกระโดดขึ้นนั่งที่โขดหินขนาดไม่ใหญ่มาก แน่นอนว่ากางเกงขายาวที่พับขึ้นมาถึงหัวเข่ามันเปียกชื้นเล็กน้อย นัทที่เอามือล้วงยุกยิกในกระเป๋ากางเกงก็เดินตามมานั่งบนโขดหินพร้อมเสียงทุ้ม

“หันหลังมา..”

“ทำไม?”

“จะมัดผมให้” ซินหันหน้าไปมองยางรัดผมสีดำที่อยู่ในมือนัทก่อนจะหันตัวในทิศทางที่นัทจะมัดผมให้ได้ถนัดที่สุด

“..พกยางมาด้วย?” ปากบางพูดถามขึ้นเมื่อคนข้างหลังจับผมของเขามัดรวบให้อย่างเบามือ แต่ประโยคที่นัทตอบมานี่เล่นเอาซินหันขวับทันที

“อื้ม ยางรัดผมอย่างเดียว แต่ถ้าถุงยางอ่ะ..อยู่ที่รีสอร์ท”

ซินได้ยินแล้วต้องกรอกตาขึ้นฟ้า แน่นอนมันคงไม่เลือกสถานที่ในการพูดจาลวมลามเขา ดีที่แถวนี้ไม่ค่อยมีคนมากมายนัก ไม่งั้นเขาคงหนีขึ้นจากน้ำตกแล้วประเคนเท้าลงบนหลังคนข้างหลังให้สะใจเสียก่อน

“หึๆ”

“ผมยาวจรดสะโพกอยู่แล้วซิน..ผมมึงยาวไวเนาะ” มือก็มัดผมไปพูดไป ตาคมมองปลายผมยาวที่ถ้าซินลงไปเล่นน้ำตกปลายผมมันคงจะระไปกับสายน้ำ

“ชอบไหมล่ะ?”

“..แต่ก่อนอ่ะใช่ แต่ตอนนี้.. คิดว่ามันดูทำให้มึงสวยเกินไป.. ผู้ชายก็รุมจีบ อย่างไอ้ผู้ชายที่รีสอร์ท..” นัทพูดไปตามความจริง เขาชอบผมของซิน ชอบที่มันยาวสลวยเข้ากรอบหน้าหวาน แต่ถ้านัทชอบก็ต้องมีคนอื่นมาชอบเช่นกัน

“งั้นเดี๋ยวกลับไปตัด” ซินพูดอย่างไม่ยี่หระอะไร ถึงเพิ่งตัดไปเมื่อปีที่แล้ว แต่จะตัดอีกสักครั้งก็คงดี แต่คนร่างสูงกลับทำหน้าเสียดายแทนเขาซะงั้น

“เอาจริง?”

“อื้อ” ซินตอบในลำคอก่อนจะเอาแกว่งเท้ากระทุ้งน้ำเย็นไปเรื่อยๆ นัทก้มหน้านิดนึงก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วใช้ไหล่ตนกระแทกไหล่ซินเบาๆเป็นการเย้า

“..ความจริง ไม่ต้องทำเพราะไม่อยากให้กูหึงก็ได้นะ ห่วงความรู้สึกกูใช่ไหมละ..”

“เปล่า ความจริงแค่เบื่อทรงนี้แล้ว ก็เลยว่าจะตัด..” นัทเข้าโหมดซึ้งได้ไม่ถึงครึ่งวินาที ซินก็ดับฟินด้วยการบอกเหตุผลจริงๆออกมาเสียอย่างนั้น

“โห่ หมดซึ้งเลยกู” ซินได้แต่ส่ายหน้าเบาๆกับใบหน้าคมที่บ่งบอกถึงความผิดหวังเล็กๆ แล้วสายตาคมก็เปลี่ยนเป็นระยิบระยับขึ้นมา

“ซิน.. ขอหอมแก้มหน่อยดิ” นัทพูดแล้วก้มหน้าลงมาใกล้ใบหูเล็ก จนซินต้องขยับห่าง

“มึงมาโหมดไหนเนี่ย”

“อ..อึก..    ไม่ให้หรอก” ซินเกือบหายใจสะดุดเมื่อเผลอสบตาคมเจ้าเล่ห์คู่นั้น ไม่ทันตั้งตัวนัทก็โน้มลงมาจนจมูกชิดจมูกซิน ซินสะดุ้งก่อนจะกระทุ้งเท้าในน้ำจนกระเซ็นขึ้นมาโดนนัทจนผงะ

“เฮ้ย! มันเปียกนะเว้ยซิน โห ใช้ตีนกระทุ้งน้ำใส่หน้า กล้ามาก” นัทจับชายเสื้อตัวเองขึ้นดูผลงานที่ซินทำ แน่นอนว่ามันเปียกเป็นจุดๆ โดยที่คนทำลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างเขา

“ทำไม จะทำไม?”

นัทเกือบจะคว้าร่างบางของซินไว้ได้ทัน แต่ซินก็กระโดดลงจากโขดหินเสียก่อน ส่งผลให้นัทเกือบหน้าคว่ำลงบนโขดหิน

“ไปไหน โดนดีแน่ คืนนี้ละมึง คืนนี้ล่ะ!!” นัทกระโดดลงมาจากโขดหินวิ่งลุยน้ำตามซินที่วิ่งล่วงหน้านำตนขึ้นฝั่งไปก่อน เสียงหวานยังลอยมาตามลมยั่วนัทไม่น้อย

“โอ๊ย กลัวมาก แรงขี่จักรยานขึ้นเนินมึงยังไม่มีเลยนัท ฮ่าๆๆ”

!!!! หยามชิบ” นัทชี้นิ้วตามหลังซินก่อนทั้งคู่จะวิ่งตามกันขึ้นไปยังจุดพักรถที่ตัวเองทิ้งจักรยานกันเอาไว้

 

นัทหอบเล็กน้อยเมื่อเดินมาถึงจักรยานที่มีซินยืนรออยู่แล้วด้วยใบรอยยิ้มเผล่

“ไปไหนต่อ?”

“กลับรีสอร์ทไปใช้ถุง” สายตากรุ้มกริ่มที่ส่งไปทำให้คนฟังรู้ความหมายโดยนัย คนตัวเล็กกว่าเท้าเอวมือหนึ่ง กุมขมับด้วยมือหนึ่งอย่างระอา

“ไม่ขำ”

“หึ เดี๋ยวพาขึ้นดอย ไปดูทะเลบนดอย สนไหมละ?” นัทพูดขึ้นก่อนจะวาดขาขึ้นจักรยาน ตามด้วยซินที่ขึ้นซ้อนท้าย

“ทะเล? บนดอยเนี่ยนะ?”

“นั่นๆ สนใช่ไหม? จับให้มั่น กูจะซิ่งละ”

มือเรียวจับเอวคนข้างหน้าแน่นก่อนจักรยานคันเล็กจะมุ่งหน้าขึ้นไปตามถนนโล่งที่ตัดผ่านภูเขากว้าง

 

 

“ว้าว.. สุดยอดมากๆเลย” เสียงใสอุทานอย่างอัศจรรย์ใจ เกิดมาก็ครั้งนี้แหละที่รู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติที่สุด หมอกสีขาวที่ปกคลุมทั่วพื้นข้างล่าง บ้างเหมือนกลุ่มเมฆหนานุ่ม บ้างเหมือนระลอกคลื่นที่ซัดซบกับภูเขาหลากลูกที่ขึ้นสลับกัน แสงสีส้มอ่อนลิบตาตัดกับสีขาวดูราวกับภาพวาดสีน้ำราคาแพง

“ใช่ไหมล่ะ.. นี่ละทะเลที่บอก เป็นไง สุดลูกหูลูกตา หาเส้นขอบฟ้าไม่เจอเลย” นัทเอ่ยอย่างภูมิใจกับการนำเสนอของตัวเอง ร่างสูงเท้าเอวมองทิวทัศน์ตรงหน้าก่อนหันมองคนร่างบางที่กดรัวรูปอยู่ข้างๆ

“..ไม่นึกว่ามันจะสวยขนาดนี้ เคยเห็นแต่ในรูป สวยมาก สวยมากเลย” ใบหน้าหวานนั้นยิ้มจนตาหยี

“อยู่ด้วยกันแบบนี้ยิ่งดีเลยว่าไหมละ?”

“เหมือนหมอนใบโตๆเลย เห็นแล้วอยากกระโดดลงไปซุกตัว” นัยน์ตาชวนฝันเปล่งประกายไม่น้อยเมื่อมองภาพตรงหน้าผ่านเลนส์กล้อง

“หืม? ไม่เลิกเลยนะ รักการนอนจริงๆ แต่อย่าทำจริงนะเว้ย กระโดดลงไปงานเข้าเลยกูจะไปหาแฟนสวยๆอย่างเงี้ยได้ที่ไหนอีก” นัทพูดเย้า

“โห ปากหวานมาก ต้องการสื่ออะไรป่ะ” ซินละจากการถ่ายรูปผินมามองคนข้างๆที่เริ่มเคลื่อนกายเข้ามายืนแนบชิดข้างหลัง

“สื่อว่ามีคนนี้คนเดียวในโลกแหละที่จะเอาเป็นแฟน” นัทพูดพลางฉวยโอกาสกอดคนร่างบางจมอ้อมอก ซินผงะหันมองซ้ายขวาทันที แต่นักท่องเที่ยวคนอื่นก็ดูจะสนใจกับทะเลหมอกมากกว่าเขาสองคน

“หึยย เว่อร์ นี่มาดูวิวไม่ใช่เหรอ ชวนคุยอยู่ได้ เงียบไปป่ะจะถ่ายรูป ปล่อยด้วย” ซินขยับกายออกจากอ้อมแขนหนา พลันเสียงทุ้มที่เคยได้ยินทักขึ้นพอดี

“..เอ่อ นั่นคุณซินใช่ไหมครับ?”

“... อ้าว คุณนั่นเอง มาเที่ยวแถวนี้เหมือนกันหรือครับ?” ซินแทบกระโดดออกห่างจากนัทแล้วทักกลับไป แน่นอนว่านัทต้องสะกดความขุ่นมัวที่เกิดขึ้นไม่น้อย ตาคมตวัดมองนักท่องเที่ยวคนเดิมคนนั้นอย่างเหวี่ยงๆ แต่ไคกลับไม่ได้สังเกตนัท เพราะมัวแต่ยิ้มกับซิน

“ครับ พอดีอยากได้ภาพสวยๆไปทำโฟโต้บุ๊คน่ะครับ”

“อ่อ ดีจังนะครับ”

“นั่นสิ ดีจังเลยนะครับ.. มีที่สวยๆตั้งหลายที่ ไม่ไปที่อื่นบ้างละครับ” นัทพูดแทรกขึ้นทำให้ไคหันไปมองนัทอย่างเสียไม่ได้

“นัท..”

“..เอ่อ ก็.. คาดว่าจะเดินทางไปเรื่อยๆน่ะครับ” เมื่อเห็นแววตาไม่พอใจที่ฉายชัดก็ทำให้ไคอึดอัดไม่น้อย ยิ่งประโยคถัดมายิ่งทำให้ไคผงะ

“อ่อออ เดินทางตามแฟนคนอื่นไปเรื่อยๆ”

“นัท!” ซินเรียกเสียงดัง มือเรียวจับแขนแกร่งบีบปราม แต่นัทขยับแขนออก ดูท่าว่านัทจะหงุดหงิดจริงจัง ไคหลบสายตาเล็กน้อยก่อนปฏิเสธ

“..ผม ไม่ได้..จะคิดแบบนั้น”

ซินที่เห็นนัทดึงแขนออกจากมือตัวเองก็ไม่สบอารมณ์เช่นกัน ร่างบางพ่นลมหายใจก่อนจะเดินมาหาไคแทนพลางพูดเหน็บนัท

“อย่าไปฟังเลยครับ หมามันก็ชอบเห่าเป็นปกติ”

“ซิน!

“ไร้ สา ระ” ซินหันขวับไปมองนัทก่อนเอ่ย นั่นทำให้นัทปรี่เข้ามาจับข้อศอกซินพลางดึงให้ออกห่างจากไค

“มานี่เลย”

“ไม่ไป คุณไคไปดูมุมนู้นกันไหมครับ สอนซินถ่ายรูปด้วยสิ” ซินสะบัดแขนออกจากนัทบ้างอย่างเอาคืน แล้วเดินไปคล้องแขนนักท่องเที่ยวหนุ่มที่ยืนเก้อให้เดินไปอีกทางพร้อมกัน ทิ้งให้นัทยืนหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่คนเดียว

“ซิน กลับมานี่เดี๋ยวนี้นะ!

 

เมื่อเดินห่างจากนัทมาได้  ไคก็ถามขึ้นอย่างเกร็งๆ

“คุณซินทำอย่างนี้จะดีเหรอครับ?”

“..ช่างเขาเถอะครับ” แม้จะพูดอย่างนั้นแต่หน้าคนพูดก็หมองไม่น้อย

“อ่า..ครับ”

“นั่งคุยกันแถวนี้ดีกว่า..” ซินชวนอีกคนนั่งลงข้างกัน ด้านหน้าเป็นทะเลหมอกอีกฟากหนึ่งของภูเขา ลมเย็นๆที่พัดผ่านผิวกายไม่ได้ทำให้ใจที่รุ่มร้อนเย็นลงสักนิด อีกคนเหมือนจะรู้เลยชวนพูดเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศอันน่าอึดอัด

“ผมเดินทางมาหลายประเทศนะครับ แต่ผมว่าที่นี่สวยที่สุดแล้ว..”

“..นั่นสินะครับ” ซินพยักหน้าเห็นด้วย แต่กลับต้องรีบผินมองทิวทัศน์เมื่อคนข้างๆจ้องเขาอยู่ตลอดเวลา

“อาจจะสวยในสายตาผมเพราะได้เจอคุณซินที่นี่ด้วยละมั้งครับ” คำพูดนั้นดูหวานหูมากเกินกว่าคนที่เพิ่งรู้จักจะพูดกันแต่มันเต็มไปด้วยความจริงใจ ซินจึงตัดสินใจที่ถามออกไป

“..คุณจีบผมอยู่เหรอ?”

“เอ่อ โดนถามแบบนี้เล่นเอาผมไปไม่ถูกเลยนะเนี่ย” ฝ่ายถูกถามได้แต่เกาหลังคออย่างเขินๆกับความตรงไปตรงมาของคนถาม

“ถึงจะรู้ว่าผมมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเนี่ยนะ”

“..ก็ ถ้าไม่ลองจีบจะรู้ได้ไงละครับ คุณอาจเปลี่ยนมาชอบผมก็ได้” ไคเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน เขาคิดว่าคำตอบนี้ตรงกับใจตัวเองตอนนี้ที่สุดแล้ว ซึ่งนั่นทำให้ซินหลุดยิ้มพลางส่ายหน้าน้อยๆ

“..คุณนี่ เป็นคนที่แปลกจริงๆเลย ..น่าสนใจ”

“..คุณก็แปลกดี..  อาจหมายรวมถึงแฟนคุณด้วย” ไคเอ่ยกลั้วขำก่อนจะพยักเพยิดไปทางด้านหลัง ซินมองตามจึงรู้สาเหตุที่ไคพูดอย่างนั้น

นัทที่นั่งอยู่อีกมุมด้านหลังปาเครื่องบินกระดาษมาใส่หัวของไคลำแล้วลำเล่า ใบหน้างอง้ำเหมือนเด็กที่กำลังไม่พอใจเมื่อถูกแย่งของเล่น ที่พื้นข้างกันก็มีกองกระดาษโปชัวร์อยู่ปึกหนึ่ง

“...” ซินหันกลับทำเมิน คิดว่าเดี๋ยวนัทคงเลิกเล่นไปเอง แม้จะไม่พอใจกับความไร้มารยาทของนัทก็ตาม ไคก็เช่นกันทั้งที่รู้สึกคันหัวตะหงิดๆเวลาส่วนหัวของเครื่องบินกระดาษกระแทกใส่แต่ก็ไม่คิดจะโกรธเคืองแต่อย่างใด

“..เอ่อ..” ไคพยายามหาเรื่องคุยกับซินแต่ดูเหมือนความอดทนของซินจะหมดลงแล้ว

เพราะผ่านไปได้แค่อึดใจ ซินก็พ่นลมหายใจยาวออกมา ใบหน้าหวานหันขวับไปมองนัทอย่างเอาเรื่อง

“ฮึ่ย! มึงปามาอีกรอบนึงกูจะหนีตามผู้ชายคนนี้ไปจริงด้วย!

นัทชะงักมือที่กำลังจะปาเครื่องบินกระดาษทันที ใบหน้าหล่อเหลาสลดไม่น้อย เสียงทุ้มเอ่ยหงอ

“ก็มึงเมินกูอ่ะซิน”

“..แล้วมึงทำไรปัญญาอ่อน แล้วนี่ไร บ้านมึงผลิตกระดาษหรอ!” ซินหยิบเครื่องบินกระดาษลำที่ตกอยู่ใกล้ตัวขึ้นมาโวยใส่

“..โห พูดเพราะๆสิซิน นี่ง้อแล้วนะเนี่ย” นัทลุกขึ้นยืนก่อนเดินมาหาซินแล้วนั่งยองๆข้างซิน แทรกกลางระหว่างไคกับซิน มือแกร่งที่ถือเครื่องบินกระดาษจิ้มไหล่ซินอย่าง้องอน

“ไม่เล่น!” ซินเอ่ยเสียงแข็ง แต่นัทก็ยังไม่หยุด

“นะ น๊า... น๊า...”

“ไม่เล่นโว้ยยย” ซินผลักมือนัทออกจากตัวแล้วลุกขึ้นยืนเท้าเอว ไม่ได้โกรธโมโหอะไรนักหรอก แต่ที่ทนไม่ได้เนี่ย ก็ไอ้ท่าทางปัญญาอ่อนนี่แหละ ลมแทบใส่ มันไม่เหมาะกับนัทจริงๆ

“เอ่อ..” ไคที่เห็นซินยืนก็ยืนขึ้นเช่นกัน แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรนัทที่นั่งยองๆอยู่ก็ลุกขึ้นทันทีพร้อมพูดเสียงดัง

“ง้อแล้วไม่คืนดีจะใช้กำลังแล้วด้วย!

“เอาสิ จะลองใช่ไหม ฟ้องป๊าแน่!” ซินโก่งคอเถียง พลันหยิบเครื่องบินกระดาษที่หล่นอยู่ขยำแล้วปาใส่อกนัทระยะเผาขน ทั้งสองเถียงกันไม่หยุด จนไคต้องอออกโรงห้ามทัพ

“เอ่อ ทั้งสองคน..มันทำลายสถานที่ท่องเที่ยวสวยนะครับ โดนปรับเงิ..”

“เงียบไปเลย!” นักท่องเที่ยวหนุ่มยังพูดไม่ทันจบก็โดนพลังโจมตีคูณสองโต้กลับไป นัทที่ทนให้ซินหยิบเครื่องบินกระดาษมาขยำปาใส่อกไม่ได้จึงคว้าหมับเข้าที่ข้อมือทั้งสองของซิน

“ไม่หยุดใช่ไหม ไม่หยุดก็ได้!

“อ๊ะ! ปล่อย!!” ซินร้องเสียงหลงเมื่อถูกอุ้มลอยในท่าพ่ออุ้มลูก

“ไม่ปล่อย ไปเคลียร์เดี๋ยวนี้” นัทอุ้มซินเดินห่างออกมาจากไคที่ยืนมองเก้อๆ

ซินดิ้นไปมา ด้วยรูปร่างที่เกือบจะเท่ากันทำให้นัทลำบากไม่น้อย

“ไม่เอา บอกให้ปล่อย ไอ้นัทบ้า เชี้ยปล่อยยย!” เสียงหวานแหกปากตะโกนสุดคอ แต่ก็ดังไม่เท่าคนอุ้มที่ตวาดทับ

“ด่าอีกคำกูจะปล้ำแม่งตรงนี้!!

“หมาบ้า!” ซินหยุดดิ้น แต่มือก็จิกบ่านัทจนจมเล็บ

“กูทำจริง” นัทว่าก่อนโน้มหน้าเข้าไปใกล้

“เอ้ย! ไม่! เออ! ไม่ด่าแล้ว!

 

 

“ทำไมต้องไปยุ่งกะมันด้วย” นัทเอ่ยขึ้นมาทันที่วางซินลงบนก้อนหินใหญ่ลูกหนึ่งที่ขึ้นบนภูเขาสูง

“เรื่อง ของ กู” ซินพูดเน้นคำก่อนเชิดหน้าหนี

“ทุกเรื่องของมึงคือเรื่องของกู” นัทก้มหน้าลงไปใกล้ปลายจมูกอีกฝ่ายแล้วพูดขึ้น

ซินสบตากับนัทครู่หนึ่งก่อนเอ่ย

“...ไม่ต้องมาหยอด”

“เฮ้อ... ให้มันได้อย่างนี้ดิวะ นี่มันทริปความสุขนะ ทำไมต้องมามีเรื่องเถียงกันได้ตลอดๆด้วย” นัทว่าอย่างอ่อนใจพลางหย่อนก้นนั่งลงข้างซินแล้วเอ่ยเรียก

“หันมานี่ดิ๊”

“ไม่”

“ซิน..”

สองมือประคองใบหน้างอให้หันมามองตน นัทสูดหายใจลึกก่อนจะค่อยๆพูดเคลียร์

“...ซินก็รู้ว่านัทขี้หึง โอเคนะ เราอาจจะเถียงกัน ไม่พูดหวานๆใส่กัน.. แต่มันก็ไม่ได้แปลว่านัทไม่รักซินนะ แต่ที่ซินทำเมื่อกี้มันเหมือนทิ้งนัทที่มาด้วยกันไปอยู่กับคนอื่นที่ซินเพิ่งรู้จัก..”

“ไม่ได้ทิ้งเสียหน่อย ไม่ได้ทิ้งนัท แค่คุยกะคนอื่นเอง ไม่ได้แปลว่าซินทิ้งนัทซะหน่อย”

“แต่นัทรู้สึกว่าซินทิ้งนัท..” น้ำเสียงหงอๆหน้าตาหงอยๆทำให้ซินยกมือขึ้นมากุมมือแกร่งที่กำลังประคองใบหน้าของตนอยู่

“ตกลงนี่นัทง้อซินหรือซินจะต้องง้อนัทกันแน่ อย่ามาทำหน้าแบบนี้”

“บรรยากาศก็ดี สถานที่ก็สวย ไม่มีตัวแทรกก็ดีอยู่หรอก” นัทพาลอย่างเสียไม่ได้

“ถ้าไม่พูดประชดประโยคหลังมันจะดีมากนัท” มือเรียวตีมุมปากนัทเบาๆ

“..มีแฟนปากอย่างนี้จะให้ทำไงละ”

“โอ้ ยอมรับสินะว่าปากเสีย” ซินเอ่ยยิ้มๆ นัทหน้าหงิกที่ได้ยินอย่างนั้นแต่สักพักก็กรุ้มกริ่ม

“ปากเสีย.. งั้น...ซ่อมให้หน่อยดิ” ใบหน้าคมยื่นไปใกล้ใบหน้าซิน จมูกโด่งปัดไปมาข้างแก้มเนียนอย่างออดอ้อน

“..อ..ไอ้ เอาหน้าออกไปไกลๆเลย ซ่อมบ้าซ่อมบออะไร” ซินยกมือขึ้นทาบใบหน้านัทแล้วผลักออก แต่นัทก็ฉวยโอกาสดันซินลงกับพื้นหินเบาๆ

ตุบ

เรียวปากบางที่กำลังจะต่อว่าถูกปิดแน่นจากเรียวปากของคนร่างสูงที่เข้าทาบทับ

“..อ๊ะ! อื้อออ”

เสียงทั้งสองอื้ออึงในลำคอดังขึ้นชั่วขณะ ก่อนจะถูกเสียงกระพือปีกของฝูงนกที่บินแปรขบวนกลับเข้ารังทำให้สองร่างสะดุ้งห่าง

“พ พอแล้ว จะจูบให้ปากบวมเลยรึไง” ซินดันบ่าแกร่งเอาไว้เมื่ออีกคนทำท่าจะบดจูบอีก นัทยอมปล่อยให้ซินเป็นอิสระ เสียงทุ้มเอ่ยเย้า

“จูบให้รู้ว่ามีเจ้าของ”

“โอ๊ยจะอ้วก” ซินกลับมานั่งดีๆ พลางจัดเสื้อให้เข้าที่เข้าทาง ก็ไม่รู้เสื้อมันเลิกขึ้นมาเกือบถึงราวอกตอนไหน

“หึๆ ชอบว่ะ” เสียงทุ้มเสน่ห์เอ่ย สายตาก็ยังคงจ้องมองไปที่อีกคนโดยไม่ละไปไหน ทำให้อีกคนหน้าร้อนผะผ่าว

“ชอบเชี้ยไร?”

“ชอบเชี้ยเนี่ยยยย” นัทพูดพลางยกมือบีบแก้มใสของคนข้างๆอย่างหมั่นเขี้ยว เมื่อแก้มถูกปล่อยซินก็ใช้ไหล่กระแทกไหล่แกร่งของอีกคน

“อึ้ย ก็ชอบเชี้ยเนี่ยยยเหมือนกัน”

แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะออกมา สองร่างเคลื่อนกายเข้าใกล้ชิดจนไหล่ชนกัน มือคนทั้งคู่ประสานกันแน่น

ท่ามกลางทะเลหมอกที่เย็นชื้น เสียงหัวเราะคลอเสียงนกทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นขึ้น มือที่จับกุมกันไว้ก็เช่นกัน...

 

…………………………………………………………………………..

Winter love trip

By Asakura

 ถ้าไม่ฟินขออภัย เราขึ้นสนิมไปหน่อย
            โครงเรื่องก็ดองมานานจัด 55 5

 

 thx for theme
          :D SHALUNLA THEME

 

ผลงานทั้งหมด ของ Asakura

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. #5 Uuuuuuuu
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 21:57
    พึ่งมาอ่านน ฟินนนนนมากกกกกค่ะไรท์ อ่านไปเขินไป มวนท้องไปหมดแล้วเนี่ยยย แอร๊ยยยย ////~~~

    ปล.ชอบที่ไรท์แต่งทุกเรื่องเลยยย nuts in is real! #เพื้อ
    #5
    1
    • 12 ตุลาคม 2558 / 20:42
      เรียลตรง "หื่น" ป่ะคะ? 55 5
      #5-1
  2. วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 11:51
    ฟิคพี่ซากุระนี่เองงง ~ แอบติดตามเป็นเอฟซีอยู่นะคะ ขอบฟิคพี่มากๆเลย *-*
    #4
    1
  3. #3 Suthinee Chanchinda
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 01:12
    ชอบบบบ👍 ฟินเบาๆกำลังดี อ่านแล้วคิดถึงตอนพี่ซินพี่นัทไปwinter love trip กับ9entertainมากๆอ่ะ น่าร้ากกกกกกกกก😘😘😘
    #3
    1
    • 12 ตุลาคม 2558 / 20:43
      แรงบันดาลใจมาจากเทือกๆนั้นแหละ อิอิ
      #3-1
  4. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:28
    ฟินมากกกกก ชอบแนวๆนี้แหละ ไม่หวานเว่อร์จนเกินไป มีเรื่องทะเลาะเบาๆให้เป็นสีสัน >/////<
    #2
    1
    • 12 ตุลาคม 2558 / 20:43
      เป็นสีสัน และเป็นจริงเป็นจังมากเลย 55 5
      #2-1
  5. #1 feather25 (@feather25) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:04
    ขาดดด อะไรนะ nc?? เอ่อออ หื่นว่ะตู 555 น่ารักค่ะ อบอุ่น เรียลดี
    #1
    0