( exo ) l kaido'' You never know my love

ตอนที่ 5 : CHAPTER FIVE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    15 พ.ค. 60


คยองซู


ใครๆก็บอกว่ามหาวิทยาลัยสอบเข้าว่ายากแล้ว การเรียนให้จบนั้นยากกว่า ผมกำลังเข้าใจความหมายของประโยคนี้อย่างลึกซึ้งเลยล่ะครับ


เมื่อวานคะแนนควิชาคอมโปรเพิ่งออก ถึงแม้พวกผมจะเรียนเครื่องกลแต่ก็ต้องเรียนวิชาพื้นฐานของทุกสาขา และวิศวะคอมก็เป็นอะไรที่ผมเกลียดที่สุด ทุกครั้งที่มีการสอบผมก็มักจะได้คะแนนเท่ามีนอยู่เสมอ มีต่ำบ้างแต่ไม่เคยต่ำเท่านี้ ต่ำชนิดที่ว่าเห็นเอฟมารำไร


ดังนั้นอาจารย์จึงเรียกผมไปพบเป็นกรณีพิเศษเพื่อหาทางเพิ่มคะแนน ด้วยเหตุนี่เมื่อเลิกเรียนผมต้องรอพบอาจารย์ประจำวิชาก่อนจึงเลิกช้ากว่าชาวบ้าน และจงอินก็เป็นผู้รับหน้าที่ดูแลอินนี่แทน


“อินนี่เป็นยังไงบ้างจงอิน” ผมถามคนปลายสายขณะที่กำลังเดินไปที่ร้านกาแฟหน้าคณะเพื่อซื้อเครื่องดื่มแก้ง่วง


“ก็ดี ตอนนี้กำลังกินข้าวอยู่ แล้วนี่เมื่อไหร่จะกลับ” ประโยคสุดท้ายจงอินถามเสียงแข็งกว่าปกติ….ห่วงกันไม่เข้าเรื่องอีกแล้ว


“กำลังกลับแล้วแต่ว่าจะแวะซื้อกาแฟก่อนเอาอะไรไหม ลาเต้?”


“ก็รู้ว่ากูไม่แดกกาแฟ กูแดกแต่...”


“โกโก้ โอเคเดี๋ยวซื้อให้” ผมพูดแทรกก่อนที่จงอินจะพูดจบ การกระทำนั้นทำให้อีกฝ่ายหัวเราะออกมาเบาๆเรียกร้อยยิ้มกว้างจากผมได้


“รีบๆกลับล่ะมันดึกแล้ว นั่งแท็กซี่หรือไม่ก็วินมอไซต์เข้ามานะ ห้ามเดิน”


“ทำไมรู้ทัน”


“กูรู้อยูู่แล้วว่ามึงมันขี้งกกับเรื่องที่ไม่เข้าท่า มันดึกแล้วอันตราย”


“คร้าบๆ เพื่อนหรือพ่อเนี่ยมึงอ่ะ”


“ก็เป็นห่วง รีบกลับ”


“ทราบแล้วครับ ดูแลอินนี่ดีๆด้วยล่ะ”


“เออๆ”


หลังจากที่วางสายจากจงอินผมก็เปิดประตูเข้าไปในร้านกาแฟหน้าคณะที่ผมกับเพื่อนๆชอบมาอ่านหนังสือบ่อยๆ ด้วยเวลาที่ผมมาค่อนข้างดึกและใกล้เวลาปิดร้านแล้วทำให้มีลูกค้าอยู่ในร้านเพียงไม่กี่โต๊ะ ผมยืนเลือกเมนูอยู่หน้าเคาน์เตอร์สักพักก็ได้ยินเสียงใสของใครบางคนเรียกจากด้านหลัง


“พี่ใช่เพื่อนพี่จงอินรึเปล่าคะ”


“ครับ?” ผมถามกลับอย่างงงๆแต่เหมือนน้องเขาจะเข้าใจว่าคำว่า ‘ครับ’ ของผมคือการตอบรับว่าเป็นเพื่อนจงอิน เป็นคำว่าครับที่ไม่มีเครื่องหมายคำถาม คือดูหน้าพี่ไม่ออกหรอครับว่างงมาก


ไม่ได้งงว่าจงอินคือใครนะ แต่งงว่า...น้องน่ะเป็นใคร


“พี่เป็นเพื่อนพี่จงอินจริงๆด้วย หนูก็ว่าจำคนไม่ผิด” น้องพนักงานหน้าตาน่ารักคนนั้นยิ้มกว้างก่อนจะเอื้อมมือมาเขย่ามือผม


“พี่ช่วยอะไรหนูหน่อยได้ไหมคะ”


“ครับ?”


“โอ๊ยยยยย พี่ใจดีจังเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”


เอาอีกแล้ว สงสัยน้องเขาจะไม่ได้ยินเสียงสูงตรงท้ายคำที่หมายถึงประโยคคำถาม ต่อไปนี้กูจะไม่ใช้คำว่าครับอีกต่อไปแล้ว!!


“เอ่อ...คือพี่ไม่….”


“พี่ไม่รู้จักหนูเหรอคะ หนูชื่อดาฮยอนค่ะเป็นพนักงานพาร์ทไทม์อยู่ที่ร้านนี้”


น้องเขาคงสังเกตุเห็นสีหน้าที่ยังคงมีความงงอยู่เลยพูดต่อโดยหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ “พนักงานคนที่เขินเบอร์โทรไว้บนแก้วกาแฟพี่ไงคะ”


“อ้อ น้องคนนั้นเอง พี่จำได้แล้ว ที่เป็นเน็ตไอดอลใช่ไหม”


“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ” น้องดาฮยอนเอามือเกาท้ายทอยแก้เก้อ


“อเมริกาโน่ร้อนและโกโก้เย็นได้แล้วค่ะ”


“ขอบคุณมากครับ” ผมหยิบแก้วกาแฟของตัวเองและโกโก้เย็นของจงอินจากเคาน์เตอร์แล้วเดินนำน้องดาฮยอนไปนั่งที่โต๊ะใกล้ๆก่อนจะเริ่มต้นคุยกันอย่างจริงจัง


“ว่าแต่น้องจะให้พี่ช่วยอะไรล่ะ”  ผมถามไปตามมารยาท ในใจก็พอจะเดาได้อยู่หรอกว่าน้องเขาจะให้ช่วยอะไร แหม่...อาการออกชัดขนาดนี้ คนซื่อบื้อแค่ไหนก็ดูออกครับ


“ก็ทำเหมือนที่พ่อสื่อคนอื่นเขาทำกันน่ะค่ะ”


...นั่นไง ผิดจากที่ผมคิดที่ไหน...


“อ้อ แบบจัดฉาก สร้างบรรยากาศ เลือกสถานที่ให้น้องกับไอ้จงอินมาเจอกันอย่างงั้นหรอ”


“ใช่ค่ะ ใช่ๆๆๆ” ดาฮยอนพนักหน้ารัวๆพร้อมกับรอยยิ้มกว้างเมื่อผมเข้าใจในสิ่งที่เธอต้องการ


ผมนิ่งคิดไปสักพัก ตอนแรกว่าจะปฏิเสธเพราะรู้ดีว่าไอ้จงอินไม่ชอบเรื่องพวกนี้ ก็ไม่เข้าใจมันเหมือนกันนะว่าจะรักษาความโสดเอาไว้บวชพระรึไง ถึงได้ไม่ยอมมีแฟนเสียที หน้าตาก็ดี หุ่นก็ได้ เรียนก็เก่ง แต่ทำตัวเหมือนมีคนที่แอบชอบอยู่แล้วงั้นแหละ อย่าให้ผมรู้นะว่าเธอคนนั้นเป็นใคร จะรีบไปลากตัวมาตกลงปลงใจคบกันให้สิ้นเรื่องสิ้นราว


“ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวพี่จัดการให้”


สุดท้าย ผมก็แพ้สายตาออดอ้อนของน้องดาฮยอนเข้าจนได้ เอาน่าไอ้คยองซู ไหนๆก็หลวมตัวมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ถือว่าทำบุญช่วยคนน่ารักก็คงไม่เป็นหรอกมั้งครับ อีกอย่างเพื่อนผมจะได้มีแฟนกับเขาเสียที ผมก็สบายไม่ต้องคอยตอบคำถามหรือเป็นไม้กันหมาให้มันด้วย วินๆทั้งสามฝ่าย


       น้องดาฮยอนยิ้มกว้าง พูดขอบคุณผมด้วยสีหน้าที่ปกปิดความดีใจไว้ไม่มิด “ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะที่ช่วยหนู”


“ไม่เป็นไร สู้ๆ พี่เอาใจช่วยนะครับ ไฟท์ติ้ง!!!”


“ค่ะ ไฟท์ติ้ง!!!”


น้องดาฮยอนเดินจากไปแล้วทิ้งให้ผมถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อคิดได้ว่ามันอาจจะโกรธผมเหมือนเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่จะทำอะไรก็ไม่ทันแล้วล่ะ เล่นรับปากน้องเขาไปแล้วนี่


เข้าใจกูหน่อยนะเพื่อน กูหวังดีกับมึงจริงๆ

50%

ผมเปิดประตูเข้าห้องพร้อมกับโกโก้ในมือที่เริ่มละลาย ผมของผมยุ่งกว่าปกติเนื่องจากนั่งมอ’ไซต์มาตั้งแต่หน้าร้านกาแฟ


ใช่แล้วครับ ผมไม่ได้นั่งแท็กซี่อย่างที่จงอินบอก ก็ราคามันแพง ตอนนี้ก็ปลายเดือนแล้วด้วย เงินมันหมุนไม่ทันนี่ครับ


ผมจัดผมเผ้าให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้ไอ้จงอินจับได้ว่านั่งมอ’ไซต์มา ก่อนจะเดินไปวางโกโก้ของจงอินที่โต๊ะกินข้าวซึ่งตั้งอยู่มุมห้องตรงข้ามกับเตียงนอน เมื่อเรียบร้อยแล้วผมก็หันกลับไปเตรียมจะหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อไปอาบน้ำจึงสังเกตเห็นว่าจงอินนั่งเล่นกับอินนี่อยู่บนเตียง


ผมเดินเข้าไปหาก่อนจะนั่งลงข้างเตียงพลางเอามือรูปหัวอินนี่ที่ตอนนี้กำลังหลับสบายอยู่บนตักของจงอิน


จงอินเงยหน้าขึ้นมามองผมก่อนจะถามนิ่งๆ “ทำไมกลับช้า”


“อินนี่เป็นไงบ้าง” ผมทำเป็นหูทวนลมพร้อมกับพูดเปลี่ยนเรื่อง


“กินข้าวแล้ว แต่เหมือนมันจะหนาว มึงคงต้องเพิ่มอุณภูมิแอร์หรือไม่ก็นอนพัดลม”


“ไม่มีทาง กูขี้ร้อนมึงก็รู้ เราหาผ้าห่มมาคลุมมันได้ไหม”


“ก็แล้วแต่มึงสิ” จงอินพูดก่อนจะค่อยๆอุ้มอินนี่ที่หลับสนิทไปวางบนที่นอนข้างเตียงก่อนจะหันกลับมาถามผมเสียงแข็ง


“ทำไมมาช้า” แม่งขยี้ประเด็นนี้จัง ไม่คิดจะลืมเลยนะ


ผมยิ้มอ้อน พลางกระเถิบตัวเข้าไปใกล้เพื่อนขี้ห่วง “แหม ก็รอรถนาน มึงอ่ะไม่ยอมให้กูนั่งมอ’ไซต์ก็งี้แหละ”


จงอินหรี่ตามองสำรวจผมทุกตารางนิ้ว ท่าทางแม่งทำผมใจคอไม่ดีเลยว่ะ


“แน่ใจนะว่าไม่ได้นั่งมอ’ไซต์จริงๆ”


ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “ก็เออสิวะ ไม่คุยกับมึงแล้ว เหนียวตัว ไปอาบน้ำดีกว่า” ผมตอบรัวเร็วก่อนจะรีบลุกหนี ขืนนั่งให้มันซักแบบนี้ไอ้จงอินต้องรู้ความจริงแน่ๆ


ในจังหวะที่ผมลุกขึ้นหันหลังจะเดินไปห้องน้ำ จงอินยื่นมือมาดึงผมให้กลับลงไปนั่งบนเตียง แต่ด้วยท่ายืนผมที่ไม่มั่นคงบวกกับแรงดึงที่มากและเร็วของจงอิน ทำให้ผมเซล้มลง ขาของผมกระแทกโดนขาจงอินเต็มแรง หัวของผมกับมันเกือบชนกันโชคดีที่ผมเอามือยั้งไว้ได้ทัน ผมดันไหล่จงอินเพื่อลุกขึ้นแต่มันกลับรั้งผมเข้าไปใกล้กว่าเดิม กลายเป็นว่าผมถูกมันกอดเอาไว้สะงั้น!! จะผลักก็ไม่ออก ไม่รู้ว่าแรงคนหรือแรงควาย...ไอ้ฉิบหาย


ผมหลบตาเรียวรีที่จ้องมองมา ไม่กล้าสบตามันเนื่องจากตัวเองมีชนักติดหลัง และผมก็เป็นคนหลอกใครไม่เก่งเสียด้วย หรือถึงผมจะหลอกคนเก่ง ผมก็หลอกคนอย่างมันไม่ได้หรอกครับ...ก็มันน่ะรู้จักผมดีสะยิ่งกว่าตัวผมเองสะอีก


ผมสะดุ้งเมื่อจงอินเอามืออีกข้างที่ไม่ได้กอดผมไว้หยิบอะไรบางอย่างออกจากหัวของผม ก่อนจะนำอะไรบางอย่างนั้นยื่นมาตรงหน้า ผมมองของในมือจงอินสลับก่อนจะมองเลยขึ้นไปสบสายตาที่มีแววของผู้ชนะ ฉิบหายแล้วกู!!!


จงอินยิ้มมุมปากก่อนจะถามเสียงเข้ม “แล้วนี่อะไร”


“เอ่อ…ใบไม้”


“นั่งแท็กซี่มาแล้วมีใบไม้บนหัวมึงได้ไง”


ผมโพล่ออกไปไม่ได้คิดเลยสักนิด ถ้าผมหยุดคิดแค่เพียงเสี้ยววิมันต้องจับได้แน่ว่าผมพูดโกหก


“แอร์รถแท็กซี่มันเสีย กูเลยต้องเปิดหน้าต่างมันคงปลิวมาติดหัวกูตอนนั้นมั้ง” ผมพยายามเก็บพิรุจต่างๆที่มักจะเกิดเวลาผมโกหก ผมจ้องตาจงอินไม่กระพริบ และยกมือขึ้นมาปิดหูเพื่อไม่ให้มันเห็นว่าผมหูแดงกว่าปกติ


“ค่ารถมาเท่าไหร่” จงอินยังไม่เลิกสงสัย


“15 บาท”


“เออถูกเนาะ ถูกกว่ามิตเตอร์ตอนแรกอีก” จงอินอมยิ้ม

           “เฮ้ย!! ไม่ใช่ 15 ดิ 50 บาท กูจำผิด”

          จงอินหัวเราะในลำคอก่อนจะเอามือที่ถือใบไม้ดันหน้าผากผมเต็มแรงจนแทบหงายหลัง “มึงคิดว่าจะหลอกกูได้เหรอ ฮึ?”

          ผมใช้จังหวะนี้ผลักตัวจงอินออก ขยับจัดท่านั่งให้ดีกว่าไอ้ท่าบ้าเมื่อกี้ก่อนจะตอบคำถามจงอิน ในใจคิดว่าเสียงที่ตอบออกไปแม่งโคตรแข็งเลยนะ แต่ทำไม...กลายเป็นสั่นๆอย่างนั้นวะ

          “คะ...ใครหลอกมึง กูพูดความจริง กูนั่งแท็กซี่มาจริงๆเพราะรู้ว่ามึงเป็นห่วง”

          “....” จงอินมองหน้าผมนิ่ง แต่สายตาที่มองมานี่ทำผมโคตรอึดอัดเลยครับ

          “ก็ได้ กูรู้ว่ามึงห่วงแต่กูก็ห่วงเงินในกระเป๋าตัวเองเหมือนกันนี่นา มอ’ไซต์มันถูกกว่าตั้งหลายบาท”

          สุดท้ายผมก็ยอมสารภาพความจริงออกไป ถึงแถต่อไปมันก็ไม่รอด รีบเล่นบทเศร้าดีกว่า นี่แหละครับเคล็ดลับของผม


“งั้นวันหลังถ้ากลับดึกกูจะไปรับเอง”

          “นี่สองทุ่มยังไม่ดึกสักหน่อย”

          “ดึกแล้ว สำหรับกู”

          “แล้วมึงจะไปรับกูยังไง เดินเหรอ”


          “อือ คงงั้น”

          “จะบ้าเหรอ ไม่ให้กูนั่งมอ’ไซต์แต่มึงจะเดินออกไปรับกู หอมึงใกล้กับหอกูมาเลยดิ”

          “ก็ไม่ไกล กูเดินได้”

          “มึงเป็นห่วงกู แล้วไม่คิดว่ากูจะเป็นห่วงมึงบ้างหรือไง”

          “....”

          หลังจากประโยคนั้นจงอินก็นิ่งเงียบไป ไม่เถียงหรือหาเรื่องผมกลับ ที่สำคัญเสียงหัวใจของจงอินมันดังขึ้นมาอีกแล้ว เพื่อเป็นการยืนยันว่าไม่ได้หูแว่ว ผมจึงเอาหูไปแนบตรงตำแหน่งที่คิดว่าเป็นหัวใจของจงอิน เสียงนั้นมันดังชัดเจนขึ้น หัวใจของจงอินเต้นถี่กระทบโดนหูผมมากขึ้น….มากจนน่าเป็นห่วง

          ผมผละตัวออกมามองจงอินด้วยสายตาเป็นห่วงก่อนจะต่อว่าจงอินทันที ไม่ได้สังเกตเลยว่าหน้าที่เคยเป็นสีแทนตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อรามไปจนถึงใบหู

          “กูบอกมึงแล้วว่าให้ไปหาหมอ”

          “ไปหาทำไม” จงอินถามผมด้วยสีหน้างุนงง


“ก็หัวใจมึงเต้นแรงอีกแล้ว เสียงดังมาถึงนี่ คราวที่แล้วกูนึกว่าเพราะมึงเหนื่อยแต่ครั้งนี้กูว่าไม่น่าใช่ มึงไม่ได้เป็นโรคหัวใจใช่ไหม”

          “ไม่ได้เป็น”

          “แล้วทำไม...”

          “หัวใจกูก็เต้นปกตินั่นแหละ เสือกจริง” จงอินพูดเสียงแข็งพร้อมกับเอามือมาผลักหัวผม

          ผมปัดมือมันออกก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไว้กูพามึงไปหาหมอดีกว่า บอกให้มึงไปมึงก็ไม่ไปหรอก”

          “ไม่ต้องเลยไอ้แว่น กูดูแลตัวเองได้”

          “แต่มึงน่าจะไปให้หมอตรวจหน่อยนะว่าเป็นอะไร ป่วยรึเปล่า”

          “กูรู้ว่ากูเป็นอะไร”

          “แล้วมึงเป็นอะไร”

          “ไม่บอก”

          “ทำไม”

          “เพราะเป็นมึงไง...กูเลยบอกไม่ได้”

          “อะไรวะ มึงบอกกูได้ทุกเรื่องนะเว้ย ถึงมึงเป็นมะเร็งหรือเป็นเอดส์กูก็รับได้”

          “เพ้อเจ้อละๆ ถึงเวลาเดี๋ยวกูบอกมึงเองแหละ”

          “สัญญานะ” ผมยกนิ้วก้อยขึ้นมา จงอินมองผมยิ้มๆก่อนจะยกนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของผม

          “อือ สัญญา”

          ในเมื่อจงอินสัญญากับผมแล้วว่าจะบอกเรื่องที่ตัวเองป่วยเมื่อถึงเวลา ผมก็ไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก ผมรีบพูดเรื่องอื่นต่อทันทีเดี๋ยวไอ้จงอินจะคิดได้ว่าเราคุยอะไรกันก่อนหน้านี้ แล้วผมจะซวยเอา

          “หิวจัง มีอะไรให้กินบ้าง”

          “มาม่า”

          “ไม่มีอย่างอื่นหรอวะ” ผมโวย กินมาม่าทุกเย็นแล้วโคตรเบื่อเลย


“อ้าว ก็ห้องมึงมีแต่มาม่าจะมีอะไรให้แดกล่ะ”


“ไม่เอาไม่กินมาม่า” ผมตอบปฏิเสธพร้อมกับส่ายหน้ารัวๆยืนยันหนักแน่นว่า ‘กูไม่แดกมาม่าแน่ๆ!!!’


“งั้นจะกินอะไร”


“อยากกินข้าวต้ม”


“ร้านไหนมี”


“หน้าซอยหอจงแด”


“ถ้ากูบอกว่าไม่อยากไปอ่ะ”


“มึงต้องไป” ผมพูดท่าทางจริงจัง แต่ไอ้จงอินมันกลับหัวเราะออกมาสะงั้น


“เออๆกูไปก็ได้”


“งั้นก็รีบไปกูหิวจนจะแดกมึงได้แล้วเนี่ย”


“กูยอมให้มึงแดกทั้งตัวเลย”


จงอินยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเดินนำออกไป ทิ้งให้ผมยืนอึ้งที่โดนมันสวนกลับมาอย่างนี้ หรือเพื่อนสมัยนี้เขาคุยกันอย่างนี้วะ


            ไอ้คยองซู มึงจะตกใจทำเหี้ยไรเนี่ย ไอ้จงอินก็แค่กวนตีนมึงเท่านั้นแหละ

100%

กำลังอยู่ในช่วงสอบเลย แต่ก็แอบแว้บมาลงให้จบตอนก่อนจะกลับมาหลังจากสอบเสร็จนะคะ
ตอนนี้กำลังติด PRODUCE 101 หนักมากกกก เลยมีแพลนว่าจะแต่งฟิคสั้นเกี่ยวกับPD101ด้วย
ถ้าแต่งจะมีคนสนใจอ่านไหมคะ? 55555555555555

ปล. เราลองจัดหน้าใหม่ดู ให้อ่านง่ายมากขึ้น รีดเดอร์คิดว่ายังไงกันบ้างคะ? เม้นบอกเราได้เลยน้าาาา
กำลังใจสำคัญคือคอมเม้นนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

38 ความคิดเห็น

  1. #37 phurichaya145 (@phurichaya145) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 21:03
    อู้ววว กินเลยคยองซู5555
    #37
    0
  2. #27 Infinite Sungjong199 (@sungjongkyu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 21:48
    ถ้ารู้ว่าจงอินชอบ คยองซูจะรู้สึกยังไงนะ
    #27
    0
  3. #26 8800 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 20:47
    คยองซูโง่หรือบื้อห้ะเนี้ย น่าจีบตีก้นจริงๆ
    #26
    0
  4. #25 Kk19199 (@Kk19199) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 20:34
    คยองซูเพื่อนที่ไหนเค้ายอมให้กินทั้งตัว วรั้ยยยยย คยองซูคนซื่อออออ
    #25
    0
  5. #24 wrkiiy (@wrkiiy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 18:07
    จงอินเขาใจเต้นแรงตอนอยู่กับตัวเองยังจะหาผญ.มาให้อีกนะคยอง
    #24
    0
  6. #23 kriskky (@kriskky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 10:48
    คยองซูเอ้ยยยย
    #23
    0
  7. #22 Atikwa (@Atikwa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 10:51
    รอค่าาา มาอัพไวๆน้าาาาา
    #22
    0
  8. #21 Kk19199 (@Kk19199) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 12:27
    กลัวดราม่าจังเลย เมื่อไหร่คยองซูจะรู้ว่าจงอินเค้าชอบคยองซู ฮื่อออออ
    #21
    0
  9. #16 Noodyo_an (@achareeya-pan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 10:37
    ถ้ารู้ว่าจงอินชอบใครจะลากให้มาตรงลงปรงใจ งันถ้ารู้ก็อย่าลืมลากตัวเองมาเลยค่ะ คยองซู
    #16
    0