หลินเจียเจ๋อ แก๊งม่วน ป่วนจอมยุทธ์

ตอนที่ 1 : เทพสัประยุทธ์หลินเจียเจ๋อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 มี.ค. 64

ใกล้ค่ำ ฝนเริ่มตกปรอยๆ ลงมา ชายหนุ่มเดินฝ่าฝนลัดเลาะป่าไผ่จนมาเจอบ้านร้างหลังหนึ่ง เมื่อสำรวจดูแล้วไม่มีคนอยู่ เขาคาดคะเนว่าอีกเดี๋ยวฝนจะต้องตกลงมาหนักแน่ๆ จึงตัดสินใจพักในบ้านร้างแห่งนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตั้งใจจะเดินไปให้ถึงในเมืองเพื่อพักในโรงเตี๊ยม หลังจากยึดเอามุมหนึ่งที่พอนอนได้ ปัดฝุ่นหนาเตอะและใยแมงมุมที่รกรุงรังออก เอาหญ้าแห้งมาปูเป็นที่นอน วางห่อผ้ากับกระบี่ลง จอมยุทธ์หนุ่มก็นอนหลับพักผ่อน เขานอนตรงด้านในสุดของบ้าน เพื่อไม่ให้เป็นเป้าสายตาของคนที่เข้ามาภายหลัง เป็นนิสัยของจอมยุทธ์ผู้ร่อนเร่พเนจร ที่ต้องหาที่พักแรมที่บ้างครั้งเป็นโรงเตี๊ยมบ้าง เป็นบ้านคนทั่วไปบ้าง วัดร้าง ศาลเจ้าร้าง บ้านร้าง หรือถ้าไม่มีจริงๆ ก็ต้องนอนในป่า เขาเคยชินกับการพักในที่ที่ไม่สะดวกสบาย

 

และแล้วฝนก็ตกลงมาหนักจริงๆ เหมือนฟ้ารั่ว หลินเจียเจ๋อหลับตานอน แต่ยังคิดเรื่องต่างๆ ไปเรื่อยเปื่อย คิดถึงชีวิตเมื่อครั้งวัยเด็ก วัยรุ่น คิดถึงการฝึกวิชา อาจารย์ พ่อแม่ คนที่บ้าน สิบห้าปีแล้วที่เขาออกมาเร่ร่อนในยุทธภพ ช่างเป็นเวลาที่นานมาก ตอนนี้คนที่บ้านจะเป็นยังงัย เจียเจ๋อออกจากบ้านมา ไม่ได้ตั้งใจว่าจะมาท่องยุทธ์ภพหรือหาประสบการณ์อะไร แต่เป็นเพราะเขามีปัญหาทางบ้าน เป็นเพราะเขาไม่อยากอยู่เพื่อทนกับปัญหาบางอย่าง เป็นเพราะเขาต้องสูญเสียแม่ไป จึงทำใจไม่ได้ เขาเคลิ้มหลับไป หลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ เขาฝันถึงพ่อ พ่อพูดกับเขาว่า

 

“อาเจ๋อ เมื่อไรเจ้าจะกลับมา พ่อคิดถึงเจ้ามาก พ่อขอโทษ พ่อผิดไปแล้ว” ท่านพ่อร้องไห้ เรียกร้องให้เขากลับบ้าน เขานิ่งเงียบพูดไม่ออก ในฝันนั้นเขากลายเป็นเด็กแปดขวบ อยู่ในอ้อมกอดของพ่อ ท่านพ่อกำลังเล่นกับเขา รู้สึกมีความสุขมาก ตัวเขาโตขึ้นเรื่อยๆ จากแปดขวบเป็นเก้าขวบ สิบขวบ โตขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นวัยรุ่น ฝึกวิชาอยู่ในสำนักแมวป่ากับอาจารย์หยางกว๋อซิน

“ทำได้ดีมากเจียเจ๋อ เจ้าเป็นศิษย์ที่มีพรสวรรค์ที่สุดนับตั้งแต่ข้ารับศิษย์มา” อาจารย์บอกเขา

“ขอบคุณอาจารย์” เขายิ้ม

“อาเจ๋อ!” เขาหันกลับไปยังที่มาของเสียง ท่านพ่อนั่นเอง ท่านดูแก่ลงมาก แก่เกินกว่าอายุจริงเสียอีก ข้างๆ ท่านมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ นางทำหน้าโกรธแค้น ผู้หญิงคนนี้ ที่ทำให้เขาต้องออกมาจากบ้าน ร่อนเร่พเนจรไปเรื่อย 

“อาเจ๋อ” เสียงผู้หญิงอีกคนเรียกเขา ท่านแม่นั่นเอง ท่านยังสวยเหมือนเดิม 

“ได้เวลากลับบ้านแล้วนะลูก” 

ท่านแม่บอกเขา เขาเดินเข้าไปหา กำลังจะพูด แต่ก็สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงคนคุยกัน

“ได้มาเยอะแยะเลย ฮ่าๆๆๆๆ ไอ้เศรษฐีนั่นรวยไม่เบาเลย ได้เงินของมันมาเป็นถุงๆ แถมได้ทรัพย์สินอื่นๆ มาอีก งานนี้เรารวยกันแล้ว ได้ทั้งค่าจ้างฆ่าล้างตระกูล ได้ทั้งปล้นทรัพย์มันอีก สองต่อเลย” 

พวกมันเป็นชายชุดดำหกคน คงจะเสร็จจากงานปล้นฆ่า เป็นทั้งโจรเป็นทั้งนักฆ่า เจียเจ๋อแอบอยู่ในมุมหลังบ้าน แต่สถานที่นี้ถึงแอบก็คงไม่พ้น แต่เขาก็ไม่คิดจะหนีไปไหนอยู่แล้ว

“ลูกพี่ แล้วนังนี่ล่ะจะทำงัย” อีกคนถาม

“จะฆ่าก็เสียดาย ข้าเลยพามาด้วย เอามันไปขายซ่องที่ต่างเมืองเหมือนเดิม กำไรอีกต่อหนึ่ง ฮ่าๆๆๆๆ” พวกมันดีใจกันใหญ่

มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกมัดมือมัดเท้า มัดปาก นั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของบ้าน

“แต่เรารับคำสั่งมาให้ฆ่าทั้งตระกูล นี่ลูกชายของมันไม่อยู่ เท่ากับเราทำงานไม่สำเร็จรึเปล่า”

“เจ้าไม่ต้องห่วงไปหรอก วันนี้เราจะไปดักรอมันที่นอกเมือง มันกลับมาเมื่อไหร่ก็จัดการฆ่ามันซะ”

“จริงด้วยนะลูกพี่ แค่นี้งานเราก็สำเร็จเรียบร้อย ฮ่าๆๆๆๆ” 

เจียเจ๋อเดินออกมาจากหลังบ้าน เขาเจอคนชั่วมามาก และปราบมามากเช่นกัน ไอ้พวกนี้ก็กำลังจะโดนปราบเหมือนกัน เดินมายืนอยู่ข้างหลังพวกมัน มีคนหนึ่งเห็นเขา สะดุ้งตกใจลุกพรวดพราดขึ้นมา 

“เฮ้ย!! แกเป็นใครวะ” มันตวาด ที่เหลือก็ตกใจตามลุกขึ้นมาทั้งหมด

“พวกแกมาคุยกันหนวกหู ข้าจะนอน”

“นอนเหรอ” เจ้าหัวหน้าทวนคำ

“ได้ยินเรื่องที่พวกเราคุยกันทั้งหมดแล้วใช่มั้ย” มันถาม

“ใช่ พวกแกมันเลวจริงๆ เลวยิ่งกว่าเดรัจฉาน” เจียเจ๋อตอบเสียงเรียบ

“หนอยแน่ะ! บังอาจ แกอยากนอนใช่มั้ย เฮ้ย พวกเรา สงเคราะห์ให้มันนอนหลับไปตลอดกาลหน่อยสิ” 

การต่อสู้เริ่มขึ้น พวกลูกน้องโจรมีดาบครบมือ แต่ฝีมือกระจอก แค่อึดใจเดียวก็ลงไปนอนกองกับพื้น เจียเจ๋อยังไม่ทันเหนื่อย

“มีใครฝีมือดีกว่านี้อีกมั้ย อย่าทำให้ข้าเบื่อเลย” เขาดูถูก

“แกตาย!” หัวหน้าโจรถือดาบรออยู่นานแล้ว เห็นลูกน้องแพ้ราบคาบ พุ่งเข้ามาหาเจียเจ๋อ ฝีมือมันดีกว่าลูกน้อง แต่ก็ยังไม่ครณามือจอมยุทธ์หนุ่มผู้เยี่ยมยุทธ์ หัวหน้าโจรโดนฝ่ามือซัดกระเด็นไปชนฝาผนังบาดเจ็บสาหัส เจียเจ๋อจัดการพวกลูกน้องจนสลบทั้งหมด เขาแก้มัดเชือกให้ผู้หญิง ฝนหยุดตกและถึงเวลาเช้าพอดี

“ขอบคุณท่านมาก” นางพูดพลางร้องไห้ น้ำตาใหม่ไหลลงทับคราบน้ำตาเก่า

“เจ้าเป็นคุณหนูของตระกูลเหรอ” 

“เปล่า ข้าเป็นสะใภ้ สามีของข้าเดินทางไปทำธุระที่ต่างเมือง เมื่อคืนพวกมันบุกมาฆ่าทุกคน ตายหมดเลย” นางพูดพลางร้องไห้หนักขึ้นไปอีก

“เอาล่ะๆ เจ้าบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า”

“ไม่ ข้าไม่ได้บาดเจ็บอะไร” 

“งั้นเจ้ารีบไปแจ้งทางการ ให้มาจับพวกมันไปให้หมด ข้าจะรออยู่ที่นี่ คอยคุมพวกมันไว้” 

หญิงสาววิ่งออกไป นานพอสมควร กว่าเจ้าหน้าที่ทางการจะมา มีลูกน้องโจรสองสามคนทำท่าจะฟื้น จึงโดนเจียเจ๋อเตะซ้ำจนสลบไปอีก เขาไม่มีเชือกที่จะเอามามัด จึงต้องใช้วิธีนี้

เจ้าหน้าที่ศาลเมืองต้าถง จับกุมตัวโจรทั้งหกคนไปขังรอการตัดสิน ฆ่าคนตายและปล้นทรัพย์ โทษก็คงไม่แคล้วถูกประหาร เจียเจ๋อได้เงินรางวัลนำจับจากทางการมาจำนวนหนึ่ง เพราะพวกโจรเคยก่อคดีอุกฉกรรจ์ไว้หลายคดี ทางการประกาศจับอยู่นานแล้ว ความจริงเขาไม่ได้ทำเพื่อเงิน แต่ในเมื่อมันเป็นสิทธิที่พึงมีพึงได้ก็ไม่ผิดที่จะรับไว้ ทรัพย์สินที่โจรปล้นไปก็ส่งคืนให้เจ้าของทุกชิ้น

คุณชายวัยยี่สิบห้าของตระกูลซูกลับมาจากทำธุระต่างเมือง พอรู้เรื่องที่พ่อแม่และคนในตระกูลของตนถูกฆ่าตายหมด ก็ร้องไห้เสียใจทรุดลงกับพื้น ภรรยาของเขาก็ร้องไห้ แต่ก็มีสติมากกว่า จึงคอยปลอบใจและเป็นกำลังใจให้สามี แม้ทุกคนจะถูกฆ่าตายหมดแต่ก็ยังเหลือลูกชายกับสะใภ้ไว้สืบสกุลต่อไป ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องโชคดีหรือโชคร้าย หรือเป็นโชคดีในโชคร้ายอย่างที่เขาว่า เจียเจ๋อก็ยังสับสนอยู่ ที่แน่ๆ การสูญเสียไม่ใช่เรื่องดีสำหรับใคร

คุณชายซูหาคนมาช่วยฝังศพคนในตระกูล เขาขอบคุณเจียเจ่อเป็นอย่างมากที่ช่วยภรรยาของเขาให้รอดพ้นเงื้อมมือโจร ความโศกเศร้าดูทุเลาลงไปพอสมควร เขากับภรรยากลับบ้านมาเจอเจียเจ๋อยืนอยู่หน้าบ้าน

“หากไม่ได้จอมยุทธ์หลิน ภรรยาข้าไม่รู้จะเป็นยังงัย ขอท่านจงรับการคารวะจากข้าด้วย” สองคนผัวเมียคุกเข่าลง

“เอาล่ะ ๆ ลุกขึ้นเถอะ อย่าทำแบบนี้เลย ข้าก็ทำไปตามหน้าที่ชาวยุทธ์ ที่เจอความชั่วร้ายจะนิ่งดูดายไม่ได้” เขาจับไหล่ของซูเข่อเซินลุกขึ้น สองคนลุกขึ้น เชิญเขาไปนั่งในบ้าน เอาน้ำชามาเลี้ยง

“จอมยุทธ์หลิน ท่านจะพักอยู่กับเรานานเท่าไรก็ได้”

“ข้าขอพักแค่คืนนี้คืนเดียว พรุ่งนี้ก็จะไปแล้ว”

“ท่านจะไปไหนต่อเหรอ”

ซูเข่อเซินถาม เจียเจ๋อนิ่งไป เขากำลังคิดว่าจะไปไหนต่อดี หรือว่าจะ…

“อ้อ ข้าคงถามมากไปหน่อย ต้องขอโทษด้วย” คุณชายซูพูด

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ข้าแค่คิดว่าจะไปต่อหรือจะกลับบ้านดี”

“กลับบ้านเหรอ ก็ดีนะ กลับบ้านไปหาคนที่บ้าน” คุณชายพูดจบก็ทำหน้าสลด เพราะนึกถึงตัวเองที่ต้องสูญเสียคนที่บ้านไป แล้วพูดต่อว่า

“คำว่าบ้านสำหรับทุกคน คงไม่ได้หมายถึงตัวบ้านอย่างเดียว แต่หมายถึงคนในบ้านด้วย” พูดพลางส่ายหน้า

เจียเจ๋อนิ่งเงียบ คุณชายซูพูดถูก ถ้ามีแต่บ้านเปล่าๆ ไม่มีคนในบ้านจะมีความหมายอะไร อาจจะถึงเวลาแล้วที่เขาต้องกลับบ้าน ในฝันเมื่อคืนท่านแม่ก็มาบอกว่าให้กลับบ้าน

“ตระกูลของเจ้า มึความแค้นกับใครเหรอ พวกมันถึงได้ทำแบบนี้”

“เท่าที่ข้ารู้ไม่มี ตระกูลเราทำการค้าผ้าไหม การค้าก็ไม่เคยไปขัดแย้งหรือขัดผลประโยชน์กับใคร” คุณชายบอก

เจียเจ๋อไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทางการ จึงไม่คิดที่จะสอบสวนเรื่องราวต่อไป ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางการจะดีกว่า เขาแค่เห็นความชั่วร้ายอยู่ตรงหน้า และขจัดมันเท่านั้นเอง

“อีกไม่นานพวกนั้นก็คงสารภาพ ว่าใครเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง” เจียเจ๋อบอก หวังให้คุณชายซูผ่อนคลาย

ซูเข่อเซินจ้างคนมาเก็บกวาดสิ่งของที่กระจัดกระจาย ล้มระเนระนาด รวมเช็ดถูทั้งคราบเลือดของคนในบ้านให้หมดไป เขาจ้างคนรับใช้ใหม่ชายหญิงมาอย่างละสองคน 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น เจียเจ๋อเก็บเสื้อผ้าใส่ห่อผ้า หยิบกระบี่เตรียมตัวเดินทาง เขาเดินออกมาจากห้องเพื่อมาลาซูเข่อเซิน พบคุณชายซูกำลังยืนคุยอยู่กับเจ้าหน้าที่ศาลเมืองต้าถง สีหน้าไม่ค่อยดี จึงเข้าไปถาม

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ” 

“เมื่อคืนมีคนบุกเข้าไปที่คุก ทำร้ายทหารที่เฝ้าคุก แล้วฆ่านักโทษทั้งหมด” เจ้าหน้าที่บอก 

“ใครมันกล้าทำถึงขนาดนี้” เจียเจ๋อถาม

“เรายังไม่รู้ว่าเป็นใคร ข้ามาแจ้งให้คุณชายซูรับทราบ และขอให้ระวังตัวไว้ด้วย พวกมันอาจจะไม่เลิกคิดที่จะฆ่าล้างตระกูลซู และขอเชิญคุณชายไปให้ปากคำที่ศาลด้วย” 

ซูเข่อเซินฟังแล้วไม่สบายใจ นักโทษทั้งหมดเป็นคนที่จะสืบสาวราวเรื่องไปถึงตัวการ แต่ตอนนี้มาตายทั้งหมด เจียเจ๋อคิดว่าตอนนี้เขายังไม่สมควรไปจากที่นี่ เพราะอาจจะเป็นการทิ้งให้ซูเข่อเซินกับภรรยาเผชิญหน้ากับนักฆ่าเพียงลำพัง ซึ่งก็หมายถึงความตาย

“ถ้างั้นข้าจะอยู่ที่นี่ก่อน เพื่อความปลอดภัยของท่าน” จอมยุทธ์บอก

“ขอบคุณจอมยุทธ์หลินมาก ข้าจะไม่ลืมพระคุณท่านเลย อีกเดี๋ยวข้าต้องไปให้ปากคำที่ศาล ขอฝากบ้านไว้กับท่านด้วย”

“ได้สิ มีข้าอยู่สบายใจได้”

 

เจียเจ๋อนั่งจิบน้ำชาอยู่ในสวน ตระกูลซูเป็นตระกูลใหญ่ ซูตงลู่พ่อของคุณชายซูมีลูกชายและลูกสาวอย่างละคน คนรับใช้อีกหลายคน ก่อนหน้านี้ในบ้านคงคึกคักเพราะมีคนเยอะ แต่ตอนนี้เงียบเหงาเพราะทุกคนถูกฆ่าตายยกเว้นลูกชายกับลูกสะใภ้

เจียเจ๋อมองไปยังสวนดอกไม้เพลินๆ เห็นเงาคนๆ หนึ่งกำลังแอบอยู่ เขาลุกขึ้น ใช้วิชาตัวเบากระโดดไปอยู่ข้างหลังคนๆ นั้น เป็นผู้ชายอายุยังไม่มาก ประมาณยี่สิบปี ตกใจมากที่เห็นเจียเจ๋อกระโดดมาอยู่ด้านหลัง ทำท่าจะวิ่งหนีแต่เจียเจ๋อคว้าแขนไว้ได้ บิดไพล่หลัง

“เจ้าเป็นใคร มาทำลับๆ ล่อๆ เป็นคนร้ายใช่มั้ย"

“ปละๆๆ เปล่า! ข้าไม่ใช่คนร้าย ข้าเป็นคนดี”

“คนดีเหรอ คนดีที่ไหนมาแอบอยู่ในบ้านคนอื่น”

“ข้าเป็นคนดีจริงๆ ท่านจอมยุทธ์ ไว้ชีวิตข้าเถอะ”

“งั้นบอกมาว่าเจ้าเป็นใคร” 

“ขอเชิญที่โต๊ะน้ำชาเถอะ ข้าจะเล่าให้ฟัง”

เจียเจ๋อเห็นว่ายังเป็นเด็กและไม่มีวรยุทธ์ จึงพามานั่ง

“เล่ามา”

“ข้าชื่อฮั่วถิงเอิน เป็นคนรับใช้บ้านตระกูลเฉิน” เด็กหนุ่มบอก

“ตระกูลเฉิน” เจียเจ๋อทวนคำ

“ใช่แล้ว เฉินซื่อเสียงเป็นเจ้านายของข้า” 

“อืม แล้วงัยต่อ”

“หลายวันก่อนเถ้าแก่ซูไปที่บ้านตระกุลเฉิน เพื่อคุยธุระกับเถ้าแก่เฉิน เขาสองคนเป็นเพื่อนกันมาหลายปี ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ แต่วันนั้นดูเหมือนเรื่องที่พวกเขาคุยกันจะเป็นความลับมาก เลยเข้าไปคุยกันในห้องของเถ้าแก่เฉิน ข้านำน้ำชาไปให้ และออกมาข้างนอก แต่ก็สงสัยอยู่ว่าพวกเขาคุยเรื่องอะไรอยู่จึงได้แอบฟัง ปกตินี่ไม่ใช่นิสัยของข้า แต่ข้าสงสัยมานานแล้ว มีคนที่ไปมาหาสู่กับเถ้าแก่เฉินหลายคน ถูกเชิญเข้ามาในห้องส่วนตัว”

“แล้วพวกเขาคุยเรื่องอะไรกัน”

“เถ้าแก่เฉินบอกว่ากำลังจะทำงานใหญ่ หากเถ้าแก่ซูร่วมมือด้วย ต่อไปภายภาคหน้าก็จะได้เป็นใหญ่เป็นโต”

“งานใหญ่ งานอะไร”

“ให้เงินสนับสนุนพวกจิน*"

เจียเจ๋อตกใจ น้าชาเกือบพุ่งออกมาจากปาก

“พวกจิน* กบฏเหรอ”

“ใช่แล้วท่านจอมยุทธ์ เถ้าแก่เฉินเป็นสายลับของพวกจิน คอยหาเงินทุนส่งให้พวกจิน โดยเอาลาภยศมาล่อ”

“เป็นความจริงรึนี่” เจียเจ๋อถามย้ำ

“จริง ข้าได้ยินมากับหู” 

“แล้วเถ้าแก่ซูว่ายังงัยบ้าง”

“เถ้าแก่ซูโกรธมาก ด่าว่าเถ้าแก่เฉินแรงๆ และบอกว่าจะเปิดโปงแผนชั่วของเถ้าแก่เฉินด้วย พูดจบก็หุนหันเดินออกไป"

“อย่างนี้นี่เอง มันถึงได้ฆ่าเถ้าแก่ซูเพื่อปิดปาก” เจียเจ๋อเข้าใจแล้ว

“แล้วทำไมเจ้าไม่ไปแจ้งทางการล่ะ มาบอกข้าทำไม”

“ข้าไม่มั่นใจว่าทางการจะคุ้มครองข้าได้ แต่ข้าได้ยินคนพูดกันว่าท่านคือเทพสัประยุทธ์ผู้ไม่เคยแพ้ใคร ปราบคนชั่วมาแล้วทั่วแผ่นดิน ท่านต้องคุ้มครองข้าได้แน่ๆ ข้าไม่อยากกลับไปบ้านตระกูลเฉินอีกแล้ว ข้าเกลียดพวกไส้ศึกกับพวกขายชาติขายแผ่นดิน ยังมีคนอีกหลายคนที่เข้าร่วมกับเถ้าแก่เฉิน” ฮั่วถิงเอินหยุดพูดครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ

“เมื่อเช้าข้าก็แอบฟังเถ้าแก่เฉินพูดกับพ่อบ้านว่าให้แจ้งไปยังแคว้นจิน ให้ส่งนักฆ่าฝีมือดีที่สุดมาจัดการกับท่าน ส่วนพ่อบ้านก็บอกว่าให้เก็บสมุดรายชื่อผู้สนับสนุนด้านการเงินไว้ให้ดี อย่าให้หลุดออกไป ไม่งั้นก็ต้องตายกันหมด ที่แท้พ่อบ้านคนนั้นก็ไม่ใช่พ่อบ้านจริงๆ เป็นสายลับของพวกจินอีกคน”

“สมุดรายชื่อเหรอ เจ้ารู้มั้ยว่ามันซ่อนอยู่ที่ไหน"

“ตอนนี้ไม่ได้ซ่อนอยู่ที่ไหนหรอก มันอยู่ที่ข้า ข้าแอบดูจึงรู้ว่าซ่อนอยู่ในช่องลับหลังตู้หนังสือ” ฮั่วถิงเอินเอามันออกมาจากเสื้อ เป็นสมุดเล่มหนึ่ง ข้างในเขียนชื่อคนกับจำนวนเงิน ดูแล้วก็เป็นเงินมากโข

“งั้นคดีนี้ก็ปิดได้ซะที เจ้าเอาสมุดเล่มนี้ไปให้ทางการ หลังจากคนพวกนั้นถูกจับแล้ว เจ้าก็จะได้รางวัลจากทางการ งานนี้รับเป็นหมื่นตำลึง เจ้ารวยแน่” เจียเจ๋อพูดอย่างใจเย็น

“ท่านจอมยุทธ์ ข้าไม่ได้ต้องการเงินอะไรนั่นหรอก ข้าห่วงชีวิตตัวเองมากกว่า ข้าต้องเอาสมุดเล่มนี้มอบให้ทางการแน่นอน แต่ต้องแน่ใจว่าพวกนั้นถูกปราบปรามจนหมด อยู่เมืองนี้คงไม่ปลอดภัยแล้ว ข้าคงต้องไปอยู่ที่อื่น”

“เป็นความคิดที่ดี”

“ท่านจอมยุทธ์ ท่านไม่กังวลเลยรึงัย เมื่อกี๊ข้าบอกว่าพวกมันกำลังเรียกนักฆ่าระดับพระกาฬมาสังหารท่าน”

“มาก็ดี จะได้จบเรื่องกันไป ข้าก็ไม่ได้อยากอยู่ที่นี่นาน อยากกลับบ้านแล้ว”

 

ซูเข่อเซินกลับจากไปให้การที่ศาล พบว่ามีคนรับใช้จากตระกูลเฉินมาอยู่ในบ้าน พวกเขานั่งอยู่ในห้องโถงของบ้าน ฮั่วถิงเอินเล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณชายซูฟัง 

“ที่แท้เป็นมันนี่เอง เฉินซื่อเสียง ไอ้ระยำ! ข้าจะไปฆ่ามัน” ทำท่าจะผลุนผลันเดินออกไป แต่เจียเจ๋อห้ามไว้ และบอกว่า

“เรามีหลักฐานเอาผิดมันแล้ว ไม่ต้องไปฆ่ามันหรอก เดี่ยวทางการก็จะฆ่ามันเอง” 

“จริงด้วยท่านพี่ อย่าใจร้อนเลย” ฮูหยินซูพูดกับสามี

“งั้นข้าจะเอาหลักฐานไปให้ทางการเดี๋ยวนี้”

“ยังก่อน ยังไม่ใช่ตอนนี้” เจียเจ๋อห้ามอีก

“ทำไมกันล่ะ” คุณชายสงสัย

“ตอนนี้หลักฐานพยานเรามีแล้ว แต่ข้าอยากจับนักฆ่าที่จะมาให้ได้ก่อน แล้วส่งให้ทางการ" จอมยุทธ์พูดจบจิบน้ำชาอย่างใจเย็น

“จับนักฆ่า” คุณชายซูทวนคำ

“ใช่ เพื่อไม่ให้มันไปฆ่าใครอีก ถ้ามันไม่ยอมให้จับดีๆ ก็ต้องฆ่า คิดว่าอีกสองวันมันน่าจะมาถึง จากวันพรุ่งนี้ไปพอมืดค่ำแล้วขอให้ทุก อยู่แต่ในห้อง อย่าออกมาเดินเพ่นพ่าน ข้าจะส่งจดหมายไปบอกเถ้าแก่เฉินว่าสมุดรายชื่ออยู่ที่ข้า และขอให้คนของศาลมาคอยคุ้มกันพวกเจ้า มันต้องมาแย่งสมุดคืนแน่”

สองคืนผ่านไปเหตุการณ์ยังปกติ คืนที่สามเจียเจ๋อคิดว่ามันต้องมาแน่ จึงให้เจ้าหน้าที่ทางการสิบกว่าคนแอบซุ่มอยู่ ส่วนตัวเขาออกมานั่งที่โต๊ะน้ำชาในสวน 

เข้ายามโฉ่ว* เจียเจ๋อสังเกตเห็นอะไรบ้างอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในสวน พวกมันคงมากันแล้ว เขากระโดดไปอยู่ด้านหลังพวกมัน คนชุดดำเหล่านั้นตกใจ พวกมันมากันแปดคน เข้าโจมตีเจียเจ๋อ แต่ก็ถูกเตะกระเด็นออกมา เจ้าหน้าที่ทางการวิ่งออกมา ต่อสู้กับพวกมัน 

เจียเจ๋อมองไปรอบๆ เห็นคนผู้หนึ่งยืนอยุ่บนรั้วกำแพงบ้าน มันปิดหน้าเหมือนคนอื่น ดูท่าทางมีวรยุทธ์สูงไม่เบา เจียเจ๋อโดดขึ้นไปบนกำแพงประจัญหน้ากับมัน 

“เจ้าน่ะรึ เทพสัประยุทธ์” มันถาม

“ตัวจริงเสียงจริง พิสูจน์ได้”

“ฮ่าๆๆๆๆๆ วันนี้ข้า ทิงซวงฉวน นอกจากจะทำงานสำเร็จแล้ว ยังจะมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วยุทธภพด้วย เพราะฆ่าเทพสัประยุทธ์หลินเจียเจ๋อได้” มันประกาศก้อง ชักกระบี่ออกมาเสียงดังกังวาล

“เอาไว้ทำได้ก่อนแล้วค่อยโม้ สมุดรายชื่ออยู่กับข้า อยากได้ก็มาเอา” เจียเจ๋อเอาสมุดออกมาให้ดู แล้วเก็บไว้ในเสื้อเหมือนเดิม ชักกระบี่ออกมาเตรียมพร้อมสู้เช่นกัน

“ข้าเอามันคืนมาแน่”

สองคนต่อสู้กัน ทิงซวงฉวนสมเป็นนักฆ่าอันดับต้นๆ ของแคว้นจิน ฝีมือเยี่ยมยุทธ์ กระบี่ว่องไวดุจสายลม แต่เมื่อสู้กันไปถึงสิบกระบวนเพลง เจียเจ๋อก็รู้ว่ามันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ด้วยวรยุทธ์เขานั้นเหนือกว่าอยู่หลายขุม เจียเจ๋อหาช่องว่าง แล้วซัดฝ่ามือไปที่หน้าอกของทิงซวงฉวนอย่างแรง ไม่หวังจะฆ่า แต่เพียงเพื่อหยุดเขาเท่านั้น นักฆ่าจากจินโดนฝ่ามือไปหนึ่งที แต่ก็ยังไม่บาดเจ็บสักเท่าไร แค่รู้สึกแน่นๆ หน้าอกเท่านั้น มันเข้าไปต่อสู้อีก เจียเจ๋อจึงเพิ่มกำลังโจมตีเข้าไปอีก ฝ่ามือที่สองทำให้ทิงซวงฉวนกระเด็นไปสิบก้าว กระอักเลือดออกมานิดหน่อย

“ยอมแพ้แล้วมอบตัวซะ ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า” เจียเจ๋อให้โอกาส แต่

“อย่าดูถูกข้าเกินไปนัก วันนี้หากเจ้าไม่ตาย ข้าก็ม้วย”

มันโจมตีเข้ามาอีก โดยเพิ่มกำลังและความดุดัน เจียเจ๋อยังรับมือได้ ผ่านไปสี่กระบวนเพลง เทพสัประยุทธ์ก็ซัดฝ่ามือเข้าที่ท้องของนักฆ่าเต็มแรง คราวนี้อัดกำลังภายในเข้าไปเต็มที่ มันกระเด็นไปสิบกว่าก้าว ตะเกียกตะกายลุกขึ้น ใช้กระบี่ยันตัวขึ้นมาแต่ไม่ไหว ล้มลงกระอักเลือดออกมามากมาย สิ้นสุดการต่อสู้

พวกลูกน้องของนักฆ่าทั้งหมดถูกจับ รวมทั้งทิงซวนฉวนด้วย เจียเจ๋อไม่รู้ว่าทิงซวนฉวนจะมีชีวิตรอดไปได้กี่วัน มันอาจฆ่าตัวตายเพื่อที่จะได้ปิดปากตัวเอง ไม่เปิดเผยความลับ หรือไม่ก็โดนสอบสวนด้วยวิธีการทรมานจนตาย หรืออาจจะถูกทรมานจนต้องบอกความลับ จากนั้นก็โดนประหารชีวิต เส้นทางคนชั่วมักจบลงไม่สวยอย่างนี้เสมอ เจียเจ๋อเอาสมุดรายชื่อผู้สมรู้ร่วมคิดกันขายชาติให้คุณชายซูเพื่อเอาไปให้ทางการ เรื่องนี้สำหรับเขามันจบลงแล้ว เขาไม่อยากยุ่งยากเรื่องการให้ปากคำหรือเป็นพยานใดๆ เพราะสมุดเล่มนั้นก็บอกทุกอย่างแล้ว เขาขอให้คุณชายซู ฮูหยิน และฮั่วถิงเอินไม่เอ่ยชื่อของเขาให้ใครรู้ และกำลังจะเดินทางจากไป

หลังจากร่ำลาคนตระกูลซูเรียบร้อยแล้ว เจียเจ๋อออกเดินทางต่อ เขาออกจากเมืองฉางอานจุดหมายคือไคเฟิงเมืองหลวง เดินไปได้หนึ่งชั่วยามก็รู้สึกเหนื่อย จึงหยุดพักที่ร้านน้ำชา นั่งจิบชาอยู่ สักพักเห็นผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาจากทางที่เขามา ฮั่วถิงเอินนั่นเอง เด็กหนุ่มวิ่งมาหยุดที่โต๊ะ เหนื่อยหอบ

“ท่านจอมยุทธ์ ท่านมาไม่บอกข้าซักคำ ข้ากลับจากศาล คุณชายซูบอกว่าท่านจากมาแล้ว”

“มีธุระอะไรกับเข้าเหรอ”

“ข้าจะไปกับท่านด้วย”

“ไปกับข้า จะไปไหนเหรอ”

“ไปเมืองไท่หยวน บ้านเดิมข้าอยู่ที่นั่น”

“บ้านเดิมอยู่ไท่หยวนแล้วทำไมมาอยู่ที่ต้าถง”

ฮั่วถิงเอินถอนหายใจแล้วเล่าว่า

“เมื่อก่อนตอนข้ายังเป็นวัยรุ่น ชอบเที่ยวเตร่กับเพื่อนฝูง ไม่เอางานเอาการ ไม่เคยช่วยงานที่บ้านเลย บางครั้งไปกับเพื่อนหลายวันไม่กลับบ้าน พ่อแม่ข้าก็เอือมระอา วันหนึ่งข้าทะเลาะกับพ่อ เขาด่าข้า ตีข้า ข้าโกรธมาเลยผลักเขาล้มลง แล้วออกจากบ้านมา เดินทางมาเรื่อยๆ จนมาถึงฉางอาน มาสมัครทำงานที่ตระกูลเฉิน สามปีแล้วข้าไม่ได้กลับไปเลย ป่านนี้พ่อกับแม่ข้าไม่รู้จะเป็นงัยบ้าง ตอนนี้ข้าสำนึกแล้ว อยากกลับบ้าน” เด็กหนุ่มทำหน้าสลด

เจียเจ๋อคิดในใจว่าเรื่องราวของฮั่วถิงเอินกับเรื่องของเขามีความคล้ายกัน นึกเอ็นดูสงสารเด็กคนนี้

“เจ้าจะกลับบ้านก็กลับไปสิ ทำไมต้องไปกับข้า”

“ข้ากลับเองได้ แต่เดินทางกับท่านปลอดภัยกว่า ข้าพกเงินมาตั้งสองหมื่นตำลึง ทางการให้รางวัลมา แถมคุณชายซูก็ให้มาตั้งหลายพัน ดูสิท่านจอมยุทธ์ ข้ารวยแล้ว” ล้วงตั๋วเงินในเสื้อออกมาให้ดู

“นี่ รีบเก็บซะ เอาเงินเยอะๆ ออกมาโชว์แบบนี้อยากตายรึงัย"

“อ้อ ใช่แล้วๆ ไม่ปลอดภัยๆ ฮะๆ” เก็บเงินเข้าไปในเสื้อ

“เดินทางกับข้าไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ทั้งที่พักทั้งอาหารข้าเลี้ยงเอง” เด็กหนุ่มพูดอย่างอารมณ์ดี

“ข้าจะไปส่งเจ้าที่บ้าน อยากเจอพ่อแม่ของเจ้า อยากรู้ว่าเขาจะว่ายังงัยเมื่อเจอเจ้า”

“ดีเลยท่านจอมยุทธ์!”

ทั้งสองเดินทางอยู่สามวัน ในที่สุดก็ถึง บ้านเกิดของฮั่วถิงเอินเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในเมืองไท่หยวน ชื่อว่าหมู่บ้านหนิว* เหตุที่ชื่อนี้เพราะชาวหมู่บ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเลี้ยงวัว บ้านของถิงเอินก็เลี้ยงวัวเช่นกัน เขาบอกว่าพ่อเขามีวัวยี่สิบตัว ซึ่งบ้านของเด็กหนุ่มก็ใช่ว่าจะยากจน แต่เพราะเขาทำตัวไม่ดีเอาแต่เที่ยวสำมะเลเทเมา จึงต้องออกจากบ้านไปเป็นคนรับใช้

ในที่สุดก็มาถึงหน้าบ้านของถิงเอิน มีวัวหลายตัวอยู่จริงๆ สองคนมาหยุดอยู่หน้าบ้าน ถิงเอินเรียกหาพ่อกับแม่ มีชายหญิงชราสองคนเดินออกมา เห็นเด็กหนุ่มก็ตกใจ

“อาเอิน” สองคนเรียกพร้อมกัน และร้องไห้พร้อมกันด้วย พ่อแม่ลูกไม่ได้เจอกันนานเลยดีใจใหญ่ เจียเจ๋อก็พลอยยินดีไปด้วย ถิงเอินเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อแม่ฟัง สองคนขอบคุณจอมยุทธ์หนุ่มเป็นการใหญ่

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกท่านน้าทั้งสอง ถิงเอินเป็นคนดี ข้าก็ต้องช่วยคุ้มครองเขา”

“พ่อ แม่ ข้ารวยแล้ว นี่เห็นมั้ย เงินรางวัลจากทางการ” เอาเงินออกมาโชว์ ผู้เป็นพ่อเห็นแล้วจึงบอกว่า

“อาเอินเอ๊ย มีเงินเยอะก็ต้องเก็บไว้ให้ดี เอาออกมาใช้เฉพาะเรื่องที่เป็นประโยชน์ อย่าเอาไปเที่ยวไร้สาระเหมือนเมื่อก่อน เจ้าน่ะโตแล้วนะ อย่าให้เหมือนเมื่อก่อนเลย”

“ข้ารู้แล้วพ่อ ข้าสำนึกผิดแล้ว เมื่อก่อนข้าไม่ดีเอง ต้องขอโทษด้วย”

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เจ้าคิดได้ข้าก็ดีใจแล้ว” 

ทุกคนดูมีความสุขกับการกลับมาของถิงเอิน เจียเจ๋อกำลังคิดว่าถ้าเขากลับถึงบ้าน ทุกคนจะยังต้องรับเขาแบบนี้หรือเปล่า

“จอมยุทธ์หลิน ท่านพักที่บ้านเราก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อดีมั้ย” พ่อของถิงเอินเสนอ

“ใช่ๆ นี่ก็ใกล้ค่ำแล้ว พักที่นี่ก่อน หรือท่านจะพักหลายๆ วันก็ได้นะพวกเรายินดี” ถิงเอินพูด

“ข้าขอพักแค่คืนเดียว พรุ่งนี้เดินทางต่อ” 

เพื่อนของถิงเอินพอรู้ว่าเขากลับมาก็ดีใจ พากันมาหา บางคนก็ชวนไปเที่ยวด้วยกันอีก แต่ถิงเอินปฏิเสธไป เล่าให้เพื่อนฟังถึงเรื่องที่เจอที่ฉางอาน และบอกว่าจะกลับมาดูแลพ่อกับแม่ เพื่อนบางคนก็เข้าใจ บางคนก็ไม่เข้าใจ แต่ในที่สุดพวกเขาก็กลับไป

ค่ำแล้ว เจียเจ๋อนั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่ในห้อง มีเสียงเคาะประตู

“เข้ามา” ประตูเปิดออก ถิงเอินนั่นเอง

“จอมยุทธ์หลิน ข้าจะไปตกปลาท่านจะไปด้วยมั้ย”

“ตกปลา กลางคืนเนี่ยนะ”

“ใช่ ข้าชอบตกปลาตอนกลางคืน”

“ไปสิ”

ทั้งสองเดินไปที่แม่น้ำ ถือเบ็ดคนละคัน ที่นั่นมีเรือพายผูกอยู่ ถิงเอินแกะเชือกออก ทั้งสองนั่งเรือพายออกไปในแม่น้ำ ยามค่ำคืนแสงจันทร์สาดส่อง หิ่งห้อยนับพันบินอยู่เหนือน้ำ เป็นภาพที่น่ามอง เจียเจ๋อคิดว่าหากมีโอกาสได้มากับคนรัก คงจะดีไม่น้อยทีเดียว

“จอมยุทธ์หลิน ข้ารู้นะว่าท่านคิดอะไรอยู่” ถิงเอินยิ้ม

“ท่านกำลังคิดว่า ที่นี่น่ะ สวยมากๆ ยามค่ำคืนมีหิ่งห้อย มีแสงจันทร์ ถ้าได้มากับคนรักคงดีมากๆ ใช่มั้ยล่ะ” เจียเจ๋อยิ้มให้กับการรู้ทัน

“เจ้าก็คิดเหมือนกันล่ะสิ”

“คิดสิ ข้าน่ะมีคนที่อยู่ในใจแล้ว นางชื่อว่า อี้เอ๋อร์ เป็นคนสวยมาก ก่อนที่ข้าจะไปจากบ้าน เราก็เคยคบกัน แต่ข้าจากไปซะก่อน ไม่รู้ว่านางเปลี่ยนใจไปชอบคนอื่นแล้วรึยัง อ้อ แล้วท่านล่ะ มีคนรักแล้วยัง” 

“ยังไม่มีหรอก”

“ไม่น่าเชื่อเลย เทพสัประยุทธ์หลินเจียเจ๋อ หน้าตาหล่อเหลา ฝีมือก็ดี จะไม่มีคนรัก หรือว่าท่านน่ะ เอาแต่เที่ยวไปทั่ว ไม่ปักหลักอยู่เป็นหลักแหล่ง ผู้หญิงเลยไม่มั่นใจจะฝากชีวิตไว้ให้” ถิงเอินพูดจี้ใจดำ 

“เจ้าพูดถูกแล้ว จากนี้ไปข้าจะถอนตัวจากยุทธภพ กลับไปอยู่บ้านซะที จะได้มีเมียกับเขามั่ง” 

เจียเจ๋อหัวเราะร่วน เขาไม่ได้พักผ่อนหย่อนใจแบบนี้มานานแล้ว การท่องเที่ยวไปทั่วแผ่นดิน มันก็เป็นภาระที่หนักอยู่เหมือนกัน เป็นเรื่องที่หนุ่มสาวหลายๆ คนใฝ่ฝันอยากใช้ชีวิตแบบนั้น แต่เมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง คนเราก็ควรใช้ชีวิตอยู่เป็นหลักแหล่ง มีบ้าน มีครอบครัว มีลูก และนี่คงถึงเวลาของเขาแล้ว

ถิงเอินเอาปลาที่ตกได้ใส่ในข้อง เขาตกปลาได้หลายตัว แต่เจียเจ๋อตกไม่ได้เลย ไม่รู้เป็นเพราะอะไร

“ท่านแพ้ข้าแล้ว ฮ่าๆๆ ในที่สุดข้าเอาชนะเทพสัประยุทธ์ได้ จากการประลองตกปลากัน” ถิงเอินหัวเราะชอบใจ 

“ข้าก็ไม่ได้เก่งไปซะทุกเรื่องหรอก” เจียเจ๋อแก้ตัว

จู่ๆ มีงูน้ำตัวหนึ่งเลื้อยขึ้นบนเรือ ถิงเอินตกใจมากเพราะเป็นคนกลัวงู

“งู!! ช่วยด้วย งูมันจะกัดข้า” 

“อย่าตกใจไป นี่แค่งูน้ำ ไม่มีพิษ”

“ข้ากลัว งู!” ถิงเอินลุกขึ้นยืน เรือโคลงเคลงไปมา

“นั่งลง! เดี๋ยวเรือล่ม” เจียเจ๋อสั่งแต่ไม่ทันแล้ว เรือคว่ำลงเพราะถิงเอินเหยียบแคมเรือข้างเดียว สองคนตกน้ำ ถิงเอินว่ายเข้าฝั่งอย่างไม่คิดชีวิต เจียเจ๋อว่ายตามมา ถึงฝั่งถิงเอินหอบแฮ่กๆ 

“แค่งูน้ำเจ้าก็กลัวเหรอ” เจียเจ๋อถามหลังจากขึ้นฝั่งได้

“ขอโทษด้วยจอมยุทธ์หลิน ข้ากลัวงูจริงๆ ข้าเคยถูกงูกัดตอนเด็กๆ เลยกลัวงูทุกชนิด”

“งั้นเหรอ เอาล่ะ ข้าเข้าใจแล้ว เรากลับกันเถอะ”

โชคดีที่ถิงเอินแขวนข้องไว้กับตัว ปลาเลยไม่หลุดออกไป ทั้งสองเปียกมะล่อกมะแล่ก ถึงบ้านจึงเปลี่ยนเสื้อผ้า คืนนั้นถิงเอาปลามาย่างกิน และเอาเหล้ามาเลี้ยงจอมยุทธ์

“ไม่ใช่เหล้าอย่างดีหรอกนะ พ่อข้าทำเอง”

“รสชาติพอใช้ได้” เจียเจ๋อบอก “ปลาก็อร่อยดี"

“จอมยุทธ์หลิน ท่านบอกข้าว่าจะถอนตัวจากยุทธ์ภพแล้ว ท่านพูดจริงเหรอ”

“จริงสิ ข้าตัดสินใจได้ตอนที่ไปตกปลา”

“ทำไมล่ะ ตกปลาเกี่ยวอะไรด้วย”

“ข้ารู้สึกได้ถึงความสงบ เป็นสิ่งที่ข้าไม่เคยมี แต่ไม่ใช่ว่าข้าไม่เคยนั่งเรือในแม่น้ำ ไม่ใช่ว่าไม่เคยตกปลา ไม่เคยเห็นหิ่งห้อยสวยๆ ข้าเคยเห็นมาหมดแล้ว แต่มันอยู่ที่ความคิดของข้าต่างหาก พอข้าคิดว่าอยากกลับบ้าน ก็เริ่มมองเห็นอะไรๆ แจ่มชัดขึ้น รู้สึกถึงอะไรๆ ได้มากขึ้น ข้าอิจฉาเจ้านะถิงเอิน ได้อยู่กันพร้อมหน้าพ่อแม่ ทำงานเรียบง่าย ชีวิตเรียบง่าย ค่ำมาตกปลา ร่ำสุรา แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังไม่มีความสุขเท่าเจ้าเลย ข้าเองก็อยากมีชีวิตแบบนี้เหมือนกัน”

“ฮ่องเต้ไม่มีความสุขเท่าข้าเหรอ แหม ดีใจจริงๆ ที่ได้รู้แบบนี้ ข้าเองไม่ฉลาดเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่ท่านพูด แต่ก็ยินดีกับท่านด้วย เรามาดื่มกันให้เต็มที่เลยคืนนี้” ถิงเอินยกจอกขึ้น เจียเจ๋อยกตาม แล้วดื่ม คืนนั้นสองคนดื่มกันหลายไหกว่าจะเมาหลับไป

รุ่งเช้าเจียเจ๋อเตรียมตัวออกเดินทาง แม่ของถิงเอินเอาของกินมาให้ 

“เอาไว้กินระหว่างทางนะ” 

“ขอบคุณท่านน้ามาก แต่ไม่ต้องให้มาเยอะหรอก ข้ากินไม่หมดเดี๋ยวจะเสียซะก่อน”

“เดินทางปลอดภัยนะ” ถิงเอินอวยพร “ถ้าผ่านมาก็อย่าลืมมาหาเรา”

“อืม ข้าไปล่ะนะ ลาก่อนครับท่านน้า”

เจียเจ๋อเดินทางต่อไป รู้สึกดีที่ได้มาพักที่นี่ คิดไว้ในใจว่า หากมีโอกาสได้เดินทางผ่านมาทางนี้ ก็จะขอมาที่นี่อีก อากาศยามเช้าสดชื่อ แสงแดดอ่อนๆ ส่องลงมา อีกแค่ไม่กี่วันก็จะถึงไคเฟิงบ้านเกิดเมืองนอน

 

**************************************************************************

*ยามโฉ่ว - 01.00 - 02.59

*จิน - อาณาจักรจิน คู่สงครามกับอาณาจักรซ่ง

 

/////นิยายเรื่องนี้ไม่ซีเรียสนะ พยายามเขียนให้อ่านแบบผ่อนคลาย สบายๆ ขำๆ นิดๆ หน่อยๆ (ไม่กล้าบอกว่าฮา เดี๋ยวไม่ฮาแล้วจะเสียคน อิอิ/////

ยินดีต้อนรับคนที่เข้ามาอ่านนะ ฝากกด Fav ด้วยนะจ๊ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #6 theptat (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 20:23

    แนะนำตัวได้ดีนะครับ

    ภาษาสละสลวย ครับ



    หลินเจียเจ๋อ : เทพสัปประยุทธ์

    ชื่อเหมือนคนใหญ่คนโตบ้านเราเลย 555+

    #6
    1
    • #6-1 วารีรันตร์(จากตอนที่ 1)
      24 กรกฎาคม 2563 / 21:33
      จริงด้วย ไม่ได้คิดมาก่อนเลย ไม่บอกก็ยังไม่คิดนะเนี่ย
      #6-1
  2. #2 วารีรันตร์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 12:05

    อัพได้สักที สงสัยว่าคราวก่อนมีการเซพทับ เอาหน้าว่างเซฟทับหน้าที่เขียนไป เลยออกมาว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย

    #2
    0
  3. #1 วารีรันตร์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 01:10

    กรรม เขียนเสร็จแล้วอัพ แล้วหายเกลี้ยง ยังงัย

    #1
    0