ท่านอ๋อง ข้างามหรือยัง (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,580 Views

  • 323 Comments

  • 514 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17,720

    Overall
    48,580

ตอนที่ 7 : ออกเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2671
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    31 ส.ค. 61

             แล้วช่วงเวลาอันโหดร้ายก็เริ่มต้นขึ้น นางนอนหลับไปได้เพียงไม่นานก็โดนปลุกขึ้นมาอาบน้ำขัดตัว จับแต่งเสื้อผ้าที่ดูดีมาก เสื้อผ้าไหมสีขาวแต่ผิวนางกลับตัดกันอะไรเยี่ยงนี้ ตอนนางเดินทางมาขึ้นรถม้ามีแต่คนมองแล้วก็ยิ้มขำขัน นางไม่สนุกด้วยเลยนะ  
   

         พวกเขานิสัยไม่ดีอีกแล้ว  

            ทำไมทำหน้าเช่นนั้นล่ะ จิงเอ๋อร์”

            ท่านพ่อดูสายตาพวกเขาสิ พวกนั้นเหยียดหยามลูก”          

            เจ้าก็ทำเป็นไม่เห็นเสียสิ บางอย่างถ้าเห็นแล้วมันไม่สบายก็ทำเป็นไม่เห็นไปบ้างก็ได้” ใช่สิ ท่านพ่อแต่งตัวแบบบัณฑิตแล้วออกมาดูดีเพียงนี้ยังจะมีใครมาว่าท่านอีก ส่วนนาง แต่งยังไงก็เหมือนห่านป่าอยู่ดี 


            ลูกจะพยายามเจ้าค่ะ”               




            สามวันถัดมา     

            นับจากบิดาบอกว่าจะเล่าให้ฟังทีหลังนั้น นางก็ยังไม่ทราบอะไรเช่นเคยเนื่องจากลู่จิ่งเหวินผู้เป็นบิดาเอาแต่หลบหน้านางตลอดเวลา และพอมาถึงเรือนรับรองก็ต้องคอยตรวจข้าวของสำหรับการออกเดินทาง ใครมีสิ่งใดก็ขนมากองกันจนหมด นางเองก็เอาแต่วิ่งไปมาจนกระทั่งตื่นเช้า พวกทหารในวังก็เดินทางมารับนางขึ้นรถม้า มีรถสองคันสำหรับนางและสำหรับบิดาด้วย

            ดูหรูหราเกินไปหรือเปล่านะ          

            ลู่เหม่ยจิงเอ่ยถามกับตนเองตนที่เห็นรถ ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อเห็นข้าวของหลายเกวียนที่จะเดินทางพร้อมตนเอง นางเหลือบไปมองท่านกงกงคนเดิมที่เคยมาพบจึงรีบคุกเข่าทำความเคารพทันที    

            “หัวไวใช้ได้ คนพวกนี้ที่เดินทางไปด้วยถือเป็นคนของเจ้า เรียกใช้ได้ตลอดเวลา ส่วนนี่เป็นของสำคัญเก็บไว้ให้ดี เมื่อเดินทางไปถึงเซิ่งหนานแล้วก็ให้ไปขอพบท่านอ๋อง หรือองค์ชายสิบเอ็ด จากนั้นก็ส่งสิ่งนี้ให้แก่พระองค์ จำได้หรือไม่” คำกล่าวของท่านกงกงยาวเหยียดยากจะเข้าใจแต่ก็พอจำได้ว่าไปถึงแล้วให้มอบม้วนผ้าสีเหลืองให้ท่านอ๋อง  

            องค์ชายสิบเอ็ดที่ได้ยินจากคนพวกนั้นหรือเปล่านะ 

            นางพยักหน้าหลังจากทบทวนคำบอกกล่าวในหัวเรียบร้อยแล้ว          

            “ดีมาก การเดินทางหนนี้ยาวไกลและอันตราย ขอให้รักษาตนให้ดี ข้าได้จัดการมอบจอมยุทธ์ฝีมือดีให้ติดตามเจ้าไปด้วย นี่คือ หลี่จื้อเหยา” พอท่านกงกงกล่าวจบก็มีร่างสูงในชุดสีทึมพลิ้วกายมาหยุดตรงหน้านางอย่างชวนตกตะลึง มีเรื่องแบบนี้จริงในโลกใบนี้ด้วย      

            นางเคยได้ยินคำว่าจอมยุทธ์แต่ไม่เคยเจอใครที่บินได้เช่นนี้มาก่อน     

            ได้เปิดหูเปิดตาอย่างแท้จริงก็หนนี้เอง        

            “คารวะนายหญิง”          

            “ช้าก่อน นายหญิงอะไรกัน ข้าน่าจะอายุน้อยกว่าท่านอีกนะพี่ชาย”    

            “เขากล่าวได้ถูกต้องแล้ว ข้าจ้างให้เขาคอยติดตามดูแลเจ้า เจ้าเป็นนายของเขาก็ย่อมมิผิด มีอะไรเรียกเขาได้ตลอดเวลา”            

            “จอมยุทธ์หลี่ท่านทำได้ใช่หรือไม่” 

            “ข้าน้อยรับปากแล้วมิคืนคำ จะดูแลนายหญิงให้ปลอดภัยแน่นอน”    

            “ดีมาก เช่นนั้นก็เชิญขึ้นรถม้าได้แล้ว จะได้เดินทางเสียที” ลู่เหม่ยจิงมองหน้าทุกคนด้วยสายตาสงสัยเล็กน้อยแต่ก็ยอมเดินขึ้นรถแต่โดยดี พอขบวนรถม้าเคลื่อนไปได้สักพักลุ่ยกงกงก็กวักมือเรียกเอาคนที่แอบซ่อนอยู่ไม่ไกลให้ออกมารายงาน   

            “เซิ่งหนานเป็นอย่างไรบ้าง”          

            “มีคนรายงานมาว่าท่านอ๋องบ่นใหญ่เลยเรื่องสมรสพระราชทาน ซ้ำยังบอกว่าจะไม่ยอมแต่งงานกับผู้ที่ฮ่องเต้จัดหาให้เด็ดขาด มีข้อแม้ที่เขาจะยอมรับก็คือนางต้องงดงามมากเท่านั้นเขาจึงจะยอม”            

            “ไม่ยอมก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก องค์ชายสิบเอ็ดย่อมไม่มีทางหลบหลีกราชโองการได้อย่างแน่นอน ข้าเชื่อว่าเขาฉลาดพอที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตนเอง”  

            “แต่ว่าที่พระชายาที่ส่งไป มันไกลกับคำว่างามนะขอรับ”                   

            “เจ้ารู้หรือไม่ว่านางชื่ออะไร”         

            “ไม่ทราบขอรับ”  

            “นางชื่อเหม่ยจิง แปลตามความหมายก็คือดวงแก้วอันงดงาม แล้วเจ้าว่าผู้ที่ฝ่าบาทส่งไป นางงามหรือยัง”          

            “เอ่อ...ตามชื่อก็งามแล้วขอรับ”     

            “นั่นแหละ ฝ่าบาททรงส่งของที่งดงามไปให้พระโอรสเรียบร้อยแล้ว หึหึหึ” ลุ่ยกงกงหัวเราะออกมาด้วยความพึงพอใจก่อนจะขึ้นรถม้ากลับจวนของตนเองเช่นกัน ว่ากันว่าเรื่องนี้ถูกกล่าวขานในเมืองหลวงอีกหลายวันเรื่องที่ทรงประทานพระชายาที่มีรูปกายอัปลักษณ์ ดำด่างไปให้พระโอรส    

            ไม่มีผู้ใดทราบพระประสงค์แน่ชัดแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าสงสัย     

            ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่ไถ่ถามกันไปมาแล้วจึงสรุปตามความเข้าใจของแต่ละคนเท่านั้นเอง




            ม้วนผ้าสีเหลืองทองถูกผู้ที่เรียกว่ากงกงท่านหนึ่งที่ร่วมขบวนเดินทางนำไปเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว ในมือนางตอนนี้จึงมีเพียงม้วนภาพอีกหนึ่งม้วนที่บอกว่าจะเป็นสามีของนางในอนาคตเท่านั้นเอง          
 

           ลู่เหม่ยจิงไม่ใช่เด็กที่โง่งมจนเกินไปนัก อายุเท่านางหลายคนก็แต่งงานกันไปแล้วก็มี แต่พวกเขาก็เรียกกันปกติไม่มีใครเรียกภรรยาตนเองว่าพระชายาเลยนางจึงไม่รู้ว่าตนเองต้องเจอสิ่งใดบ้าง        

            ถามทางบิดาก็เอาแต่นิ่งเงียบเหมือนคนมีเรื่องติดค้างในใจ ยิ่งถามท่านก็ยิ่งหลบลี้ วันนี้ก็เช่นกัน พอนางซักถามไปมาหลายเรื่องเข้าลู่จิ่งเหวินก็ย้ายไปนั่งกับท่านกงกงที่รถม้าอีกคันแทน เหลือแต่นางที่ไม่รู้จะทำสิ่งใดจึงเอาภาพขององค์ชายสิบเอ็ดมาเปิดดู

            อา....   

            ช่างเป็นบุรุษที่งดงามเสียจริง งามกว่าบิดามากนัก   

            เขาคงอายุมากกว่านางไม่กี่ปีกระมัง แต่ว่าตัวนางขี้ริ้วขี้เหร่เช่นนี้เขาจะยอมรับนางหรือไม่หนอ    

            ว่าแล้วลู่เหม่ยจิงก็แอบล้วงเอากระจกขึ้นมาส่องหน้าตอนเองพร้อมกับเสียงถอนหายใจที่ตามมา

            สวรรค์โปรดเมตตาลูกด้วยเถิด

           


            เหม่ยจิงนั่งมองหนทางที่เต็มไปด้วยป่าสีเขียวหนาทึบ บ่งบอกว่าตนเองมาไกลจากเมืองหลวงแล้ว เมืองเซิ่งหนานอยู่ที่ใดนางก็ไม่ทราบ เอาเป็นว่าแม้เพียงชีวิตในยามนี้จะเดินทางไปไหนนางก็ยังมิอาจล่วงรู้ได้เลย        

            เด็กสาวนึกย้อนกลับไปในช่วงหลายวันที่ผ่านมาแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลดปลง นางคิดถึงบ้านคิดถึงไร่นาที่เคยทำ ยังดีหน่อยที่บิดาเดินทางมาด้วยไม่อย่างนั้นนางคงต้องแอบหลบหนีไปเสียตั้งนานแล้ว        

            อาจจะเพราะความฝันแปลกประหลาดนั่นหรือไม่ที่ทำให้ชีวิตนางตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ลู่เหม่ยจิงพยายามทบทวนความทรงจำอันเลือนลางก่อนจะประติดประต่อได้ในที่สุด            

            ในค่ำคืนนั้นนางได้ฝันแปลกประหลาดมหัศจรรย์ขึ้นมา นางฝันว่าตนเองได้พบมังกรสีขาวเกาะอยู่บนหลังคาบ้าน เหมือนงูแต่ก็ไม่ใช่งู พอเดินไปใกล้มันก็ขู่ฟ่อใส่เรื่อยๆ แต่นางก็พยายามจะจับให้ได้ พยายามอยู่หลายหนจนสุดท้ายนางก็ละความพยายามแล้วเดินหนีไป       

            พอตื่นขึ้นมาก็ยังนึกเสียดายนัก    

            ถ้ามังกรมีจริง ทำไมไม่จับไว้นะ ฝันเช่นนี้จะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายกันแน่และนางก็ไม่ได้มีเวลามาวิเคราะห์เรื่องอื่นใดอีกเลยเพราะหลังจากลืมตาตื่นเหตุการณ์วุ่นวายก็ตามมาอย่างรวดเร็ว   

            “เหม่ยจิง ทำไมตื่นสาย” เสียงบิดาตะโกนปลุกที่หน้าห้องนอนทำให้ร่างผอมบางของนางรีบลุกขึ้นมาพร้อมออกวิ่งในทันที 

            “ท่านพ่อ ขออภัย ลูกมัวแต่ฝันเจ้าค่ะ”        

            “ฝัน?”  

            “เจ้าค่ะ ลูกฝันเห็น....” นางยังไม่ทันได้บอกว่าฝันเห็นอะไรเลย ก็มีเสียงดังเอะอะที่หน้าบ้านขึ้นมาเสียก่อน และพอพวกนางมาถึงบ้านหลังน้อยก็โดนล้อมเอาไว้ด้วยกำลังของเจ้าหน้าที่ทางการเสียแล้ว          

            “เจ้าไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่า”    

            “ไม่นี่เจ้าคะ”      

            “แล้วทหารมาทำไมเยอะแยะ” ระหว่างที่สองพ่อลูกกำลังถามไถ่กันชาวบ้านที่มามุงดูอยู่ก็ซุบซิบกันไปหมด บ้างก็สันนิษฐานไปต่างๆนาๆ   

            และทุกคนก็ได้คำตอบเมื่อคนที่น่าจะมีอำนาจสูงสุดได้ประกาศออกมาพร้อมใบคำสั่งจากทางการ          

            “ลู่จิ่งเหวินและลู่เหม่ยจิงมีคำสั่งให้นำตัวไปพบที่จวนท่านเจ้าเมือง ห้ามบิดพลิ้วหรือฝ่าฝืนคำสั่งโดยเด็ดขาด”      

            “แต่ว่า...” นางอ้าปากจะถามแต่โดนบิดาตีแขนไว้เสียก่อน    

            “อย่าถามมากความ รีบตามพวกเขาไปก่อนดีกว่า”   

            “เราไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นาท่านพ่อ” 

            “นายท่านไม่ทราบว่าพวกเราทำสิ่งใดผิดหรือ” ลู่จิ่งเหวินทำใจดีสู้เสือเอ่ยถามออกไปแต่กลับได้รับคำตอบที่ชวนงุนงงมากกว่าเดิม

            “ไม่มีเรื่องใดผิด มีแต่เรื่องน่ายินดี เชิญไปพบท่านเจ้าเมืองก่อนเถิด เดี๋ยวพวกท่านก็ทราบเอง”


            “เอ๋” เขาเอ่ยปากจะถามอีกรอบแต่ก็โดนเชิญขึ้นรถม้าที่จอดรอที่ด้านนอกแล้ว สองพ่อลูกมองหน้ากันด้วยความฉงนใจแต่ก็เดินขึ้นรถไปตามแรงฉุดดึง  รถม้าเคลื่อนตัวออกห่างจากหมู่บ้านแล้วท่ามกลางความสงสัยของชาวบ้านและความสงสัยของตนเอง พอนางมาถึงก็มีคนพานางไปอาบน้ำขัดตัวสารพัดก่อนจะพาไปพบชายคนหนึ่งที่เรียกกันว่าฮ่องเต้แล้วสุดท้ายพวกเขาก็แบกนางใส่เกี้ยวนั่งมาจนถึงตรงนี้จนได้                 

            “การเป็นสามีภรรยาจะเกิดจากเหตุการณ์เช่นนี้ได้จริงหรือ” นางเกิดมาไม่เคยพบผู้ใดงดงามเพียงนี้มาก่อน ก่อนหน้านี้ก็ยังเคยคิดว่าพี่หลี่หน้าตาเข้าที แต่พอได้พบภาพวาดสามีในอนาคตแล้วนางก็เริ่มคิดได้ว่าฟ้ากับเหวมันไกลกันมากเกินจะนับเสียอีก 

                ลู่เหม่ยจิงยกแขนตนเองมาพิศมองก่อนจะตัดสินใจเอาภาพวาดนั้นไปเก็บที่เดิม        


++++++++

คนเขียนจะทำการส่งดวงแก้วงดงามไปให้แล้วนะเจ้าคะท่านอ๋อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #183 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 03:20
    ฝันคล้ายกันเสียด้วย
    #183
    0
  2. #6 Catsab (@Catsab) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 22:18
    กลับมาเร็วนะ-เรารอ
    #6
    0