ท่านอ๋อง ข้างามหรือยัง (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,655 Views

  • 323 Comments

  • 512 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17,795

    Overall
    48,655

ตอนที่ 4 : มาเยี่ยมเยือนหรือมาสำรวจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2800
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 140 ครั้ง
    25 ส.ค. 61

            ชาวเมืองออกมาเมียงมองดูราชรถหรูหราเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ผู้คนด้านในที่มองออกไปก็ได้แต่ภาคภูมิใจว่าตนเองนั้นมีบารมีมากแต่สำหรับมู่เฉิงชางทราบดีว่าชาวเมืองของตนเองคงได้แต่สงสัยว่าทำเช่นนี้เพื่อสิ่งใดกันแน่   

 

           เมื่อคืนตอนที่เขาออกไปนอนที่กระโจมขนาดออกไปตอนดึกแล้วแท้ๆ พวกเขาก็ยังทราบ รีบหุงหาอาหารไปให้พร้อมกับเหล่าทหารที่เฝ้ายามได้กินจนอิ่มหนำ ในเซิ่งหนานความหรูหราไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ความอิ่มท้องและอิสรภาพของพวกเขาต่างหากที่สำคัญ


            น้องสิบเอ็ดควรจะฝึกชาวเมืองให้มากกว่านี้นะ พวกเรานั่งรถผ่านแท้ๆ กลับไม่ทำความเคารพต่อองค์ฮ่องเต้เลย” องค์รัชทายาทกล่าวตำหนิออกมาเมื่อเห็นว่านอกจากจะมองเฉยๆแล้วคนเหล่านั้นมิได้คุกเข่าใดๆอีกเลย        

            พวกเขาคงไม่ชินกับการมีบุคคลชั้นสูงมาพะยะค่ะ”

            แล้วเจ้าอยู่กันยังไงหรือ” พระบิดาเอ่ยถามออกมาเขาจึงจำเป็นต้องแสดงให้ดูว่าชาวเมืองของตนเองไม่ได้มีความผิด จึงได้เปิดม่านโผล่หน้าออกไปให้พวกเขาได้เห็น สักพักชาวเมืองที่เดินสวนกันไปมาก็วางข้าวของลงกระโดดโลดเต้น โบกมือเรียกเขาเสียงดังแทนแล้วก็เป็นเช่นนี้ตลอดทาง      

            กริยายังขาดการอบรมอยู่มากจริงๆ”         

            ตอนสิบเอ็ดมาเขายังเด็กมาก แถมที่นี่ก็ไม่ได้มีพวกปราชญ์หรือผู้มีความรู้มาช่วยขัดเกลา อย่าไปว่าพวกเขาเลย” 

            จริงด้วย เมืองนี้กว้างขวางก็จริง แต่มีก็แค่บ้านคนไม่มีสำนักศิลปะอะไรเลยหรือ”        

            ไกลเกินไปที่พวกเขาจะเดินทางมา ผู้มีความรู้ส่วนมากก็เข้าไปอยู่ตามเมืองใหญ่ๆเพื่อหาเงินกันทั้งนั้นพะยะค่ะ”หลังจากถูกสามพี่น้องไล่เลียงไปมา เขาก็ตอบไปหนึ่งคำ      

            เจ้าอยากได้อาจารย์ที่สอนในวังสักคนมั้ยล่ะ”        

            เสด็จพ่อคิดจะส่งผู้ใดมาที่นี่หรือ”           

            ในวังหลวงมีราชครู มีผู้รู้มากมายตอนนี้ข้ายังคิดไม่ออกหรอก” เหมือนว่าจะเห็นมุมพระโอษฐ์แย้มนิดๆ นี่ทรงถามหยั่งเชิงเขาอย่างนั้นหรือ        

            ที่นี่สั่งสอนไปก็ยากพะยะค่ะ ชาวบ้านสนใจแค่ปากท้อง ไม่ได้สนใจเรื่องขนบธรรมเนียม

ใดเลย”

            แล้วจะให้เป็นเช่นนี้หรือ”

            หม่อมฉันจะให้การอบรมพวกเขาเอง”      

            เป็นถึงท่านอ๋อง แต่ต้องลงมาสอนราษฎรเองมันจะดีหรือ”  

            มิเป็นไรพะยะค่ะ หม่อมฉันใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนที่นี่ จึงละเลยเรื่องพิธีการ ต้องขายหน้าตนเองเช่นนี้” ฮ่องเต้มองผ่านช่องผ้าม่านออกไปก็พบว่าชาวบ้านที่เสด็จผ่านล้วนแต่มองตามเฉยๆ จะมีเพียงตอนที่มู่เฉิงชางเยี่ยมหน้าออกไปมองเท่านั้นที่พวกเขาส่งเสียงเอะอะตามมา การใช้ชีวิตของเขาเรียบง่ายอย่างที่กล่าวไว้จริงๆ      

            หรือจะทรงระแวงมากเกินไป        

            สิบเอ็ดเจ้าอายุเท่าไหร่แล้วปีนี้”               


            ปีนี้ก็สิบแปดแล้วพะยะค่ะ”        

            เจ้ามีชายาหรือยัง นี่เรายังไม่เห็นสตรีอื่นนอกเหนือไปจากนางกำนัลเลย” สามพี่น้องจึงนึกมาได้ว่าพวกเขาลืมเรื่องนี้ไปจริงๆ มิน่าเล่าจึงคิดว่ามันสงบเกินไป ที่แท้ขาดนารีนี่เอง      

            ยังพะยะค่ะ”    

            เจ้าพวกนี้อายุสิบห้าสิบหกก็รับอนุเข้าตำหนักแล้ว ตอนนี้มีชายากันหมด เจ้าเองก็น่าจะมีเช่นกันนะ” รับสั่งเช่นนี้คงมีแผนการมาแล้วเป็นแน่ เขานึกถึงที่ไต้ซือผู้นั้นบอกว่า ให้รับเอาคำพูดทุกคำไว้อย่าได้ขัด จะรวมถึงเรื่องนี้หรือไม่หนอ            


           “หม่อมฉันยังไม่มีเวลาพิจารณาเลยพะยะค่ะ”        
          

                       เสด็จพ่อ ที่นี่มีแต่สตรีชาวบ้าน จะให้น้องสิบเอ็ดสนใจคงยากสักหน่อย เหตุใดพวกเราไม่ลองหาบุตรธิดาของขุนนางหรือท่านเจ้ากรมต่างๆให้แก่เขาเล่า” นี่ก็ช่วยกันเหลือเกินรัชทายาท      

 

           แล้วบุตรธิดาเจ้ากรมไหนจะอยากมาใช้ชีวิตที่นี่เล่าเสด็จพี่” องค์ชายสามเจ้าเดิมเป็นคนกล่าววาจาดูถูกออกมาเช่นเคย เขาเองก็เห็นว่าจริงจึงไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด     

            เอาเถิด เรื่องนี้เราจะจัดการเอง เจ้าจะอยู่ครองเมืองเพียงลำพังไม่ได้”


            แต่..”  

            เอาเถอะน่าน้องสิบเอ็ด หากเจ้าได้แต่งภรรยาเข้าบ้านแล้ว รับรองเลยว่าบ้านของเจ้าจะงดงามอีกมาก ไม่ชอบหรือไรบุปผางามที่น่ามอง”            

            เจ้าเจ็ดก็พูดไป สิบเอ็ดยังไม่เคยมีภรรยา เขาจะรู้อะไรเล่า” บรรดาพี่ชายของเขากำลังยกความสุขที่มีชายาในจวนมากมายมาเชิญชวนแต่ตรงข้ามกับเขาที่เห็นว่าจะมีภรรยาทั้งทีก็ขอเลือกสักหน่อย เขาอยากได้สตรีที่งดงามทั้งกาย วาจา ใจ มีความคิดใกล้เคียงกันรวมไปถึงการดูแลบ้านเรือนและชาวเมืองอย่างผาสุก       ซึ่งเขาก็ยังไม่เคยเจอมาก่อนเลย          

       พะยะค่ะ” อยู่ๆฮ่องเต้หย่งหมิงก็อยากเสด็จเข้าไปในค่ายทหาร เขาจึงให้คนนำขบวนพาไปที่เป้าหมายทันที     

            เจ้าพาเราไปค่ายฝึกทหารด้วยก็แล้วกัน”   

            นี่เรียกว่าค่ายทหารได้หรือ”        

 
            พวกเจ้าฝึกกันเช่นนี้จะเอาชนะศัตรูได้หรือยังไง”     


            ทำไมมันถึงแตกต่างกับที่พวกเราเคยเห็นมาจังเลย” ล้วนแต่เป็นถ้อยคำจากบุรุษเดิมๆอีกเช่นเคย เขาไม่ได้เถียงออกไปเพราะการใช้เจ้าพวกนี้ในการฝึกปรือมันยิ่งทำให้คนในค่ายมีความเก่งมากขึ้น เขาไม่ได้ฝึกทหารออกรบพุ่งยามมีศึก เขามีทหารในมือเพียงเท่านี้จึงให้ฝึกซ้อมแบบกองโจรดักซุ่มโจมตีมากกว่า 

             เราไม่มีงบประมาณมากขนาดในวังหลวงหรอกพะยะค่ะ”    


            แต่การเอาเศษฟาง หุ่นหญ้าพวกนี้มันช่างดูเสื่อมเกียรติราชวงศ์เราเหลือเกิน” 


            เจ้ามีทหารในมือเท่าไหร่รึ”          

            ตอนนี้ก็ราวๆพันกว่านายพะยะค่ะ”          


            มันจะไปพออะไรหากมีคนยกมาประชิดเมือง”        


            หม่อมฉันคิดว่าหากมีคนยกทัพมา คงน่าเศร้าเพราะในเมืองไม่มีสิ่งใดน่าสนใจเลยสักนิดเดียว”            
            จะมีไม่มีก็ต้องป้องกัน เอาล่ะ เรากลับวังคราวนี้จะพิจารณาเอง” ฮ่องเต้หย่งหมิงรับสั่งออกมาด้วยความอนาถใจ นี่เขาทอดทิ้งเจ้าเด็กนี่นานจนอีกฝ่ายหัวใจชาด้านไปเสียแล้วกระมัง เจ็ดปีที่ผ่านมาจะชดเชยให้เขาสักเล็กน้อยก็ยังดี

 

            ในเช้าวันรุ่งขึ้นเขาก็รับทราบความเปลี่ยนแปลงนั่นคือฮ่องเต้จะเสด็จกลับวังแล้ว ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ รู้แต่ว่าองค์ชายทั้งสี่บ่นเรื่องอาหารการกินรวมไปถึงที่หลับนอนที่ไม่สะดวกสบาย บางพระองค์กลับขึ้นไปนอนในราชรถของตนเองแทน บรรดาขันทีก็บ่นว่าพื้นที่รองรับไม่ดีนัก บรรดาข้ารับใช้ของพวกเขารวมถึงผู้ติดตามก็ล้วนแต่ไม่สะดวก ไม่ต่างจากการค้างอ้างแรมในป่าเลย      
  

          ดังนั้นพวกเขาจึงจะกลับวังหลวง  

            นับเป็นเรื่องที่ดี มู่เฉิงชางเองก็ต้องทำตัวเป็นคนดีด้วยเช่นกัน ด้วยการไปส่งเสด็จพวกเขาอย่างจริงใจ เขาคุกเข่าที่ประตูด้านนอกของตัวเมืองจนกระทั่งขบวนนั้นหายลับสายตาไปจึงลุกขึ้นมายืนด้วยสีหน้าที่เปี่ยมสุข ความอึดอัดใจได้หายไปแล้วสินะ           

            ท่านอ๋องจะทำเช่นไรต่อไปพะยะค่ะ”        

            สั่งคนตรวจสอบด้วยว่ามีคนแปลกหน้าหลงในเมืองหรือไม่”        

    ทรงคิดว่า...”    


            พระบิดาน่าจะทรงทำเช่นนั้นแน่นอน” โหลวอี้เจี๋ยครุ่นคิดสักพักก็นึกได้เช่นกันว่าคนที่มีคำทำนายพิเศษเช่นนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่ผู้มีอำนาจจะปล่อยวาง ต่อให้ส่งมาไกลเพียงนี้ยังดั้นด้นมาได้ เหตุใดในภายภาคหน้าจะหาโทษมาให้มิได้  

            “เช่นนั้นข้าจะสั่งทุกหน่วย ทุกกองติดตามหาข่าวสารคนแปลกหน้าให้มากขึ้นพะยะค่ะ” แล้วเขาก็ไม่ลืมที่จะเฝ้านระวังนางกำนัลที่มาแบบพิเศษนางนั้นด้วยเช่นกัน ตลอดเวลาที่ฮ่องเต้ประทับที่นี่เขาได้รับรายงานมาตลอดว่านางพยายามอาสาถือของเข้าออกหลายหน แต่เนื่องจากการดูแลฮ่องเต้เป็นหน้าที่ขันทีประจำพระองค์จึงไม่อนุญาตให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ จึงไม่เกิดเรื่องขึ้นมาแต่อย่างใด  

                 ระวังให้มาก ตอนนี้อำนาจของราชสำนักกำลังแผ่เข้ามา เขาคงไม่ชอบใจข้าจริงๆ” ไม่ใช่ไม่รู้ว่าบิดาคิดสิ่งใดอยู่ แต่เขาก็พยายามเต็มที่แล้วที่จะไม่ให้ทรงจับพิรุธได้ เขาก็แค่อยากรักษาเมืองและเหล่าพี่น้องในเซิ่งหนานเอาไว้เท่านั้นเอง




+++++++++++

อันนี้ไม่ได้เรียกว่าคิดถึงห่วงใย

แต่มาเพื่อประเมินสถานการณ์นะเสด็จพ่อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 140 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #180 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 03:07
    เอานะ ชดเชยให้กันสักหน่อยก็ยังดี
    #180
    0
  2. #4 Catsab (@Catsab) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 16:52
    สงสัย-ไรท์-อยากเป็นหงส์แน่
    ถ้าคิดแบบนี้นะ
    #4
    0