ท่านอ๋อง ข้างามหรือยัง (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,494 Views

  • 323 Comments

  • 513 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17,634

    Overall
    48,494

ตอนที่ 34 : ความเคลื่อนไหวของสายลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1924
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    11 ก.พ. 62

        “ห้องอักษรมีความเคลื่อนไหวพะย่ะค่ะ” โหลวอี้เจี๋ยที่เดินหายไปในช่วงที่กำลังมีการแสดงกลับมายืนข้างกายผู้เป็นนายพร้อมกล่าวรายงานในบางเรื่องทันที 


         “มีสิ่งใดหายไปหรือไม่”    

            “เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้แผนที่ทางการทหารของเรามีร่องรอยถูกเคลื่อนย้าย แต่ไม่หายไป” ไม่หายแต่คงคัดลอกแทนสินะ แผนสูงมาก แต่ยังถือว่าต่ำไปเล็กน้อย

            “ในเมื่อมีคนอยากได้ก็ให้เขาเอาไปเถิด” มู่เฉิงชางนั่งจิบชาอย่างอารมณ์ดี ใครจะเอาของสำคัญไปวางไว้แบบนั้นกัน ร้อยวันพันปีนอกจากอ่านรายงานแล้วเขาก็ไม่มีของสำคัญใดๆเลยตั้งแต่ขนย้ายไปซ่อนฮ่องเต้ที่เสด็จมาในหนก่อน ฐานลับเยอะแยะในเซิ่งหนานเขาจะซ่อนที่ไหนก็ย่อมได้       

            “ตอนแรกข้านึกว่าท่านอ๋องแห่งเซิ่งหนานจะอายุรุ่นราวคราวปู่เสียอีก ไม่นึกว่าจะเป็นชายหนุ่มรูปงามที่อายุน้อยแทน”           

            “รัชทายาทกล่าวเกินไปแล้ว แต่ข้าก็ต้องแปลกใจมากพวกท่านแต่งกายเรียบง่ายมากกว่าที่คิด”   

            “เมืองแห่งอัญมณีก็ไม่จำเป็นต้องเอาเพชรพลอยมาประดับนี่นา”       

            “ก็จริง แต่ผ้าคลุมของท่านแปลกตาไม่น้อยเลยทีเดียว”ลายปักสวย เรียบง่ายแต่โดดเด่น

            “ข้าเพิ่งได้มาวันนี้เช่นกัน มีแม่นางท่านหนึ่งปักให้ นางบอกว่าอยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำข้าเลยให้นางช่วยทำเสื้อคลุมให้แทน” เฝิงเหวินฟู่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจแต่คนที่นั่งอยู่ข้างๆนั้นกลับเริ่มทำตัวไม่ถูก พวกเขาทั้งสองจะมานั่งสนทนากันอยู่ข้างกายนางเช่นนี้ไม่ได้นะ

            “แต่ทรงเสื้อผ้าเช่นนี้เหมือนว่าข้าจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ” พระชายาตัวปลอมทนที่เดินตามมาเงียบๆเอ่ยขึ้นมาบ้างยิ่งทำให้ลู่เหม่ยจิงเริ่มกังวล อย่าเชียวนะเฉินฝู อย่ากล่าวถึงนางเชียวนะ 

            “พระชายารู้จักนางด้วยหรือ”        

            “ทูลรัชทายาทหม่อมฉันเคยเห็นใครคนหนึ่งชอบตัดผ้าพร้อมปักลายเช่นนี้อยู่คนหนึ่งเพคะ”       

            “เจ้าไปรู้จักใครอีก” มู่เฉิงชางเอ่ยถามด้วยความสงสัย เรื่องพวกนี้เขาเป็นคนปกครองเมืองไม่เห็นรู้เรื่องเลย

            “วันก่อนหม่อมฉันยังเห็นองครักษ์โหลวใส่อยู่เลย”   

            “จริงเหรอท่านโหลว”       

            “เสื้อคลุมที่กระหม่อมใส่นั้นพระชายาทำให้ต่างหาก ไม่ใช่แม่นางน้อยที่ไหนสักหน่อย” โหลวอี้เจี๋ยออกตัวก่อนจะใช้ให้คนไปหยิบชุดที่เขาใส่เมื่อวานมายืนยัน ก่อนจะพบว่าเป็นลายกิเลนปักจากด้ายสลับสีดูแปลกตาแต่ก็มีความงดงามมู่เฉิงชางได้แต่เหลือบสายตามองอีกฝ่ายนิ่งงันว่าไปได้มายังไง      

            “เห็นทีว่าเรื่องนี้เราต้องคุยกันเสียแล้วล่ะ”   
 

          การสนทนาของพวกเขาเป็นไปในหลายทิศทาง มีเรื่องบ้านเมือง การเดินทาง สตรีและอีกมากมายที่นางจะฟังไหว ลู่เหม่ยจิงที่หลบมุมข้างเก้าอี้มาได้ครู่ใหญ่ก็เริ่มขยับตัวคลายความเมื่อยบ้าง      

            แย่แล้ว             

            ขานางเหน็บกินเข้าแล้ว   

            “แม่นางท่านนี้” เฉินฝูที่อยู่ใกล้พอดีรีบหันไปประครองซึ่งก็สบโอกาสให้คนที่อยู่ใต้หมวกผ้าคลุมร่างกายมิดชิดนั้นรีบกระตุกชายเสื้ออีกฝ่ายทันที          

            “เฉินฝูข้าเอง”    

            “ใครกัน”           

            “เสี่ยวจิง ช่วยพาข้าไปจากที่นี่ก่อน เร็วเข้า ท่านอ๋องอยู่ใกล้ข้ามากเกินไป ข้ามองหน้าเขาจนตาลายไปหมดแล้ว” เมื่อได้ทราบว่าสตรีในชุดสีขาวเป็นใครเฉินฝูก็วางอุบายว่าจะปล่อยให้บุรุษได้สนทนากันเพียงลำพังส่วนตนเองก็ฉุดเอาสาวน้อยอีกคนติดมือไปด้วยเช่นกัน       

            “เช่นนั้นข้าก็ขอฝากคนของข้าด้วยก็แล้วกัน นางไม่ค่อยชอบงานเลี้ยงนักแต่ข้าพอดีบังคับนางมาด้วยน่ะ”            

            “เพคะ เชิญแม่นางด้านนี้ก่อนจะดีกว่า” เมื่อมีคนเปิดทางลู่เหม่ยจิงก็ไม่รอช้านางพยักหน้าแล้วรีบรุดตามอีกฝ่ายออกไปจากวงสนทนาของบุรุษทันที

            “พระชายาท่านบอกข้ามาตามตรง เหตุใดท่านจึงมากับรัชทายาทของเฝิงเยว่ได้” พอลับตาคนอื่นแล้วนางก็เปิดหมวกอีกฝ่ายก่อนจะรัวคำถามออกมาทันที  “ข้าก็ไม่รู้ ข้าเจอเขาโดยบังเอิญ เขาบอกว่าเขาจะมางานเลี้ยงเหมือนกัน ข้าเองก็อยากมา ข้าเลยตามเขามา”  

            “แล้วชุดนี่คืออะไร”         

            “เขาบอกว่าเป็นสตรีแต่งชุดแบบนี้แล้วจะดูงดงาม ข้าเองก็อยากงาม ข้าเลยใส่มา” นางไม่ได้โกหก นี่เป็นความสัจจริง           

            “มันงดงามก็จริง แต่ข้าว่ามันดูแปลกๆ”     

            “แปลกยังไงกัน” 

            “มันงดงามเกินกว่าจะเป็นชุดคนทั่วไปน่ะสิ เจ้าไม่เห็นหรือไรว่าชุดของเขาก็เป็นสีขาวปักลาย

อย่างประณีตเพียงนั้น”            

            “เอาตามตรงนะ ข้าไม่ทันมองเขาด้วยซ้ำไป”           

            “ใช่สินะ ในสายตาเจ้าคงมีแต่ท่านอ๋องเพียงคนเดียว”          

            “ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย ข้าแค่มัวกังวลกลัวโดนท่านอ๋องจับได้ว่าเข้ามาในวังอ๋องโดยไม่มีคำสั่งต่างหาก ข้ามองหน้าเขาผ่านตาข่ายผ้าจนตาลายไปหมดแล้ว” 


       “เรื่องเจ้าไปเต้นรำใส่เสียงเพลงนั่นก็อีกเรื่อง เจ้าเป็นพระชายาแห่งเซิ่งหนานนะ ไปเต้นรำเพลงของเมืองอื่นได้ยังไงกัน”          

            “ทำไม่ได้เหรอ”   

            “ก็ไม่ได้น่ะสิ เอาอย่างนี้ข้าจะให้พ่อบ้านหลี่พาท่านไปเปลี่ยนชุดแล้วหลบกลับไปก่อน ขืนเดินไปเดินมาในงานโดนจับได้ขึ้นมาเราสองคนต้องจบเห่แน่นอน” 



           “เอาอย่างนั้นก็ได้”          

            “เช่นนั้นก็ไปเปลี่ยนชุดที่ห้องของท่านก่อนก็แล้วกัน” สตรีทั้งสองเร่งรีบเดินทางมุ่งหน้ากลับตำหนักอิงเซียงซึ่งก็สวนกับเผิงเสี่ยวโยวที่จ้องมองสตรีในชุดสีขาวด้วยความตะลึงงัน นางเดินทางไปมาหลายแห่งเคยได้ยินเรื่องราวมาไม่น้อย

            ใครจะไม่ทราบถึงความพิเศษนี้    

            นี่ไม่ใช่ชุดธรรมดาที่ใครจะใส่ได้ เพราะองค์ชายรัชทายาทสั่งให้ทอขึ้นมาเป็นพิเศษแล้วก็เก็บไว้นานปีแล้ว แต่จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีสตรีนางใดได้มีโอกาสได้สวมใส่และหลายปีมานี้ก็ไม่เคยมีคนได้เห็นมันอีกเลย คาดไม่ถึงว่ารัชทายาทเมืองเฝิงเยว่จะทรงพาสตรีติดตามมาด้วย ความอยากรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครทำให้นางตัดสินใจจะก้าวเท้าตาม แต่เสี่ยวยาก็ร้องเรียกขึ้นมาเสียก่อน           

            “แม่นางเผิง ใกล้จะได้เวลารินน้ำชาอีกรอบแล้วเจ้าค่ะ”        

            “จริงด้วยสิ รีบไปกันเถอะ” แม้จะอยากรู้แต่โอกาสนี้ของนางก็ไม่ได้มีมาบ่อย นางต้องรีบไปจะดีกว่า และเมื่อเข้ามาถึงในงานก็มีสายตาทั้งสามคู่ลอบมองสาวงามที่ทำหน้าที่รินชาด้วยสายตาที่แตกต่างกันออกไป นิ่งสงบ คาดหวัง และไว้อาลัย นางยังคงรินชาให้ทุกคนด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มเพราะยังไม่ทราบว่ารอยหมึกสีดำที่ชายกระโปรงของนางนั้นได้ถูกมองเห็นเข้าเสียแล้ว โหลวอี้เจี๋ยหันไปสบสายตากับผู้เป็นนายก่อนจะพยักหน้าให้แก่กันอย่างเข้าใจ            

 

 

 +++++++++++

ควรไม่ควรก็ทำไปหมดแล้วจ้าาาา

ฝากแปะก่อนนะคะ จะมาใหม่โอกาสหน้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #209 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 06:12
    โล่ง อย่างน้อยก็ไม่รู้ความลับของเสี่ยวจิง
    #209
    0
  2. #41 kai589 (@kai589) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:41

    มาต่อเร็วๆนะคะไรท์

    #41
    0