ท่านอ๋อง ข้างามหรือยัง (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 49,599 Views

  • 325 Comments

  • 506 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    18,739

    Overall
    49,599

ตอนที่ 33 : ขอดูไกลๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2045
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

            แต่ดูท่าคำว่าขอดูอยู่ไกลๆของนางคงเป็นแค่ความฝันเสียแล้ว เพราะหลังจากที่พี่เฝิงหอบชุดผ้าไหมปักลายดอกไม้ระยับตามาให้พร้อมหมวกคลุมหน้านางก็โดนลากมาขึ้นรถของเขาอย่างรวดเร็ว มีหลายคนมองนางด้วยความแตกตื่นจนก้าวขาไม่ออกแต่กลับโดนอีกฝ่ายฉุดให้เดินตามมาจนได้ 
 

           “คุณชายข้าจะไม่โดนดุแน่หรือ เข้ามาจนถึงตรงนี้แล้ว” จะไม่ให้นางกังวลได้ยังไงกันก็จุดที่เขาลากนางมานั่งมันเป็นที่นั่งข้างเซิ่งหนานอ๋องใกล้มากเกินไปแล้วกระมัง


            “ใครจะดุเจ้ากันเล่า มานี่ เอานี่ไปห้อยไว้ด้วย” เขาปลดสายรัดเอวออกมาเส้นหนึ่งแล้วผูกแบบลวกๆ เข้าที่เอวของนางด้วย     

            “มันคืออะไรหรือ”

            “หยกขาว ที่เมืองข้าเป็นสิ่งหายากมาเลยนะ ถือว่าข้าให้เจ้าเป็นค่าตัดชุดก็แล้วกัน” เขาหันเสื้อคลุมสีดำที่ปักลายพยัคฆ์ขาวให้นางดูแทน ความจริงนางจะไม่ลำบากใจหรอกแต่ดูสายตาคนติดตามของเขาสิมองนางเป็นตาเดียวขนาดนี้หากไม่เพราะมีหมวกคลุมหน้าอยู่ในตอนนี้เกรงว่านางคงต้องมุดลงไปในดินแล้ว      

            “นั่งลงสิ” ลู่เหม่ยจิงเห็นคนอื่นๆนั่งลงไปหมดแล้วจึงขยับตัวไปนั่งบ้าง เฝิงเหวินฟู่เหลือบมองสตรีที่นั่งหลบไปไกลจากเขาเล็กน้อยก่อนจะตวัดมองไปยังเหล่าผู้ติดตามอย่างคาดโทษที่มองจนนางไม่กล้าขยับตัว

            “องค์ชาย ป้ายหยกกับชุดนั่น...”    

            “เจ้าจะทำไม มันของของข้า ข้าจะให้ผู้ใดก็ย่อมได้”

            “แต่ว่านาง...”    

            “เงียบได้แล้วน่า”

            ลู่เหม่ยจิงเริ่มนึกบางอย่างขึ้นมาได้ว่าตำแหน่งการนั่งมันแปลกกว่าที่คิด นางนั่งเยื้องมาทางขวามือของเซิ่งหนานอ๋อง มองไปทางด้านซ้ายเป็นขุนนางและเหล่าบัณฑิตทั้งหลายที่มาร่วมงาน แล้วใครเป็นแขกเมืองกัน




            คำถามนี้เกิดขึ้นพร้อมคำตอบที่ตามมาติดๆกันเพราะจากนั้นไม่นานมู่เฉิงชางกับเฉินฝูก็เดินทางมาถึง สีหน้าของเขานิ่งสงบเช่นเดิมด้านข้างมีสหายของตนเองที่ปรายสายตาไปฝั่งท่านโหลวอยู่บ่อยครั้ง เฉินฝูคงมีความสุขอย่างที่นางบอกจริงๆ            

            “คารวะองค์รัชทายาท” นางเห็นสามีของตนเองยกมือประสานทำความเคารพใครบางคนซึ่งอยู่ด้านหลังตนเองและพอนางหันไปก็ต้องอ้าปากค้างเพราะคุณชายเฝิงที่พานางมานั่งตรงนี้นั้นเป็นถึงรัชทายาท  

            “นี่ท่าน”

            “นั่งก่อนใจเย็นๆนะ ไว้ข้าจะอธิบายทีหลัง” ก็นึกอยู่แล้วว่าการที่มานั่งชิดติดขอบเวทีขนาดนี้มันไม่น่าจะตำแหน่งธรรมดา แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนที่นางคิดระบำมาให้เขาดู แล้วนี่มันจะเหลือสิ่งใดให้ชมอีกเล่าในเมื่อเขาเป็นคนช่วยนางคิดท่าด้วยซ้ำไป        

            “ข้า...” นางจะอยู่ยังไงเป็นพระชายาอีกเมืองดันมานั่งอีกเมือง ตำแหน่งตัวสอดแนมของพระบิดายังโยนใส่นางทุกวัน นี่จะกลายเป็นสายลับอีกเมืองด้วยหรือไร ชีวิตของลู่เหม่ยจิงลำบากเสียแล้ว แต่นางก็ตัดสินใจนั่งนิ่งแทนเพราะหากแสดงกริยาใดออกไปย่อมต้องมีคนสงสัยอย่างแน่นอน เกิดเดินมาเปิดผ้าคลุมหน้าออกนางคงหมดโอกาสเข้าวังเซิ่งหนานอย่างแน่นอน  

            การสนทนาของบุรุษเป็นไปอย่างออกรส มีการเล่าเรื่องต่างๆไปมาก่อนจะมีการนำอาหาร สุราและตบท้ายด้วยนารี

            เสียงพิณและกลองที่นำมาผสมผสานกันทำให้จังหวะการเต้นรำครึกครื้นมากขึ้น สีสันของผ้าที่ฉูดฉาดตัดกันไปมาแลดูงดงามกว่าที่คาด สาวงามเหล่านี้เกิดมาเพื่อร่ายรำหรือไรดูอ่อนช้อยงดงามไปเสียหมดเลย         

            “งดงามยิ่ง ระบำเซิ่งหนานนี้สนุกมากเลย”             

            “รัชทายาทชอบหม่อมฉันก็ยินดียิ่งแล้ว”     

            “น่าเสียดายวันนี้ไม่ได้เตรียมการแสดงมา แต่ก็พอมีคนที่เต้นระบำได้บ้าง เต้นคล้ายๆกันนี่แหละ” อย่านะ อย่าเอานางออกไปเชือดนะ  

            “คนติดตามของข้าบอกว่านางจำท่ามาจากระบำเมื่อสักครู่ได้ อยากจะขอลองบ้าง” เฝิงเหวินฟู่ท่านมันเกินไปแล้ว 

            “เชิญ” เขาสะกิดให้นางลุกจนได้ จะให้ทำอะไรล่ะ ที่ควรเต้นเขาก็เต้นไปหมดแล้ว รัชทายาทยังจะให้นางทำสิ่งใดอีก           

            “เต้นแบบที่เจ้าคิดสิ ข้าจะดีดพิณให้เอง”   

            “แต่...” 

            “ถ้าไม่เต้นข้าจะดึงหมวกเจ้าออกเดี๋ยวนี้แหละ”นางคิดผิดสินะที่มากับผู้ชายคนนี้เพราะสุดท้ายแล้วนางก็ได้ร่ายรำออกไปจนได้               

            เสียงพิณดังขึ้นท่ามกลางความตกใจอีกครั้งของชาวเฝิงเยว่ บทเพลงกลอนลายหงส์นี้เป็นเพลงในราชสำนักจะใช้ก็ต่อเมื่อพระชายาหรือราชินีจะแสดงแต่นี่องค์รัชทายาทเลือกเล่นเพลงนี้ให้สตรีชุดขาวร่ายรำ      

            ยิ่งชุดผ้าไหมขาวแถมยังพู่ห้อยเอวนั่นอีก    

            มิน่าเล่าถึงคลุมหน้านางเสียมิดชิด เพราะขนาดเห็นเพียงการเคลื่อนไหวพวกเขายังจินตนาการได้ถึงความ
งดงามของผู้แสดง องค์ชายคงหวงมากเช่นกัน  เพลงจบลงไปแล้วท่ามกลางเสียงปรบมือของเหล่าผู้ชมซึ่งไม่เคยเห็นความงดงามเช่นนี้มาก่อน ซึ่งเฉินฝูได้แอบกระซิบกับอีกฝ่ายว่าหากวันนี้พระชายามารับรองว่าสตรีชุดขาวจะต้องเทียบไม่ติดอย่างแน่นอน         

            “แล้วถ้านางมาเจ้าจะทำยังไง”      

            “ไม่เห็นจะยากเลยเพคะ หม่อมฉันก็แค่ลุกขึ้นเชิญพระชายาประทับเท่านั้นเอง”             เขาไม่น่าหลวมตัวสนทนากับนางเลยจริงๆ      แต่จะว่าไปแล้วเขาเองก็รู้สึกว่าเหมือนจะคุ้นตากับร่างที่ร่ายรำตรงหน้าเช่นกันแต่ก็คิดไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน จังหวะที่นางหมุนตัวแล้วเคลื่อนหายไปทำให้เขานึกถึงความฝันเมื่อนานมาแล้ว ตอนที่หงส์สีขาวบินหายลับไปตัวนั้นเหมือนใจหายพิกล        



+++++++++++++++++++++

ได้มองไกลมากมั้ยจ้ะเสี่ยวจิง
นั่งฝั่งตรงข้ามสามีเลยทีเดียว 
แปะๆๆ ฝากๆๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #208 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 06:07
    ก็ยังดีนะ ที่ยังคุ้นๆบ้าง 555
    #208
    0
  2. #101 swan28 (@swan28) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 21:04

    อร๊าย...ใจหาย
    #101
    0