ท่านอ๋อง ข้างามหรือยัง (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,894 Views

  • 323 Comments

  • 507 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    18,034

    Overall
    48,894

ตอนที่ 31 : วาสนาที่อาภัพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2006
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    6 ก.พ. 62

            “มองเช่นนั้นไม่ใช่ว่าอยากออกไปเข้าเฝ้าหรือเหม่ยจิง” ลู่จิ้งเหวินเอ่ยถามบุตรสาวที่ได้แต่ชะเง้อมองอีกฝ่ายจากภายในห้องแต่งตัว จากตรงนี้สามารถมองเห็นลานแสดงได้อย่างชัดเจน       
 

           “ไม่เห็นเรียกหาเลยท่านพ่อ เขาคงไม่อยากเจอลูกเป็นแน่”     

            “เจ้าน้อยใจหรือไม่”         

            “ก็มีบ้างเจ้าค่ะ ลูกกระทำสิ่งใดท่านอ๋องก็ไม่เคยชมเชยเลยสักหน ท่านพ่อเคยคิดหรือไม่เจ้าคะ ว่าการที่ลูก

มาอยู่ที่นี่มันผิดที่ผิดทางเกินไป”        

            “โชคชะตากำลังเล่นตลกมากกว่า เจ้าชอบท่านอ๋องใช่หรือไม่”           

            “คงเป็นความชื่นชอบที่สตรีมีต่อบุรุษรูปงามมากกว่าเจ้าค่ะ ชื่นชมอยู่ไกลๆก็พอ” นางไม่มีคุณสมบัติใดที่เป็นพระชายาได้เลยจริงๆ           

            “หากเจ้าเหนื่อยพ่อพอจะรู้จักสำนักปฏิบัติธรรมอยู่บ้าง เจ้าไม่ลองไปไหว้พระ พักผ่อนสมองดูสักหนหรอกหรือ”     

            “เอาไว้เสร็จงานเลี้ยงแล้วลูกคงต้องหาที่สงบสักพักเจ้าค่ะ หลายเดือนมานี้ลูกพยายามอย่างหนัก แต่กลับไม่เคยมีตัวตนเลยสักครั้งเดียว ตำแหน่งพระชายาเอกหย่าไม่ได้จริงหรือเจ้าคะ” นางเคยได้ยินเขาบ่นเรื่องนี้เช่นกัน        

            “ฮ่องเต้พระราชทานมาให้ หากไม่มีรับสั่งจากพระองค์ก็ไม่สามารถทำได้”


         “แล้วลูกต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้ต่อไปนานเพียงไหนเจ้าคะ”

            “เสี่ยวจิง แล้ววันหนึ่งลูกจะเข้มแข็งแล้วลูกจะเข้าใจ เรื่องบางเรื่องต้องใช้เวลา” เขาเชื่อว่าวันหนึ่งจะฝึกฝนนางให้ยืนอย่างสง่างามได้แน่นอน  

            “เจ้าไปพักผ่อนได้แล้วกระมัง เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”  

            “เช่นนั้นลูกขอตัวลา” ลู่เหม่ยจิงเดินกลับเข้าห้องพักไปแล้วผู้เป็นบิดาจึงเดินย้อนกลับไปที่ศาลากลางสวนบ้างซึ่งในที่นั้นก็มีสหายรักนั่งรออยู่แล้วเช่นกัน


     “จิ้งเหวินข้ามีเรื่องสงสัย หากเอ่ยถามตอนนี้เจ้าจะปิดบังหรือไม่”        

            “ท่านถามมาก่อนก็แล้วกัน เรื่องไหนสามารถข้าจะเล่า” แล้วทั้งสองก็เล่าย้อนไปถึงเรื่องในอดีตก่อนที่ความเงียบจะเข้าปกคลุม    

            “มารดาของนางเป็นใครกันแน่” ที่เขาถามเพราะยิ่งมองก็ยิ่งคิดว่าเคยเห็นสตรีหน้าตาเช่นนี้มาก่อน ผิดก็แต่สตรีนางนั้นเป็นธิดาขุนนางขั้นสูง แม้จะผ่านมาเป็นสิบปีแต่เขาคิดว่าจดจำความงามนั้นได้เสมอ แล้วจากนั้นก็ไม่มีใครพบนางอีก        “เหตุใดจึงถามเช่นนี้” 

            “จิ้งเหวิน สกุลเสิ่นแห่งจินหวงยิ่งใหญ่มาก เป็นดุจดั่งแม่ทัพของแผ่นดิน ในปีที่เราเข้าไปในเมืองหลวงเพื่อสอบเข้ารับราชการนั้นข้าเคยพบธิดาใต้เท้าเสิ่นที่ตลาด แล้วก็ไม่พบนางอีกเลย รวมถึงเจ้าที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย เจ้าจะไม่ให้ข้าสงสัยเลยหรือยังไงกัน”     

            “สมแล้วที่เป็นมหาบัณฑิตแห่งเซิ่งหนาน เรื่องนั้นข้าไม่ปฏิเสธแต่จะขอร้องว่าไม่ต้องกล่าวเรื่องนี้อีก นางจากไปนานแล้วข้าไม่อยากให้นางต้องมัวหมองอีก” 


           “เป็นนางจริงๆด้วยสินะ เหตุใดเจ้าถึงไม่พานางไปส่งคืนให้ท่านตาของนางแล้วเลี้ยงดูเยี่ยงธิดาตระกูลใหญ่ หากวันนี้มาถึงนางจะต้องเป็นที่ยอมรับของท่านอ๋องมากกว่านี้อย่างแน่นอน”      

            “เหม่ยจิงเกิดมาอาภัพ ชะตาไม่ดี นางไม่เหมาะกับการอยู่ในเมืองหรอก” เพราะหากจับได้ว่าเป็นดาวเสริมคู่มังกร ลูกสาวของเขาก็อาจจะไม่มีชีวิตรอด เข้าจำเป็นต้องเห็นแก่ตัว         

            “ทุกคนย่อมมีเหตุผล เรื่องนั้นข้าจะไม่ก้าวล่วง แต่อย่างไรก็ตามข้าก็เอ็นดูนางเหมือนธิดาคนหนึ่ง หากนางไม่สบายใจจะเข้าวังก็ให้นางมาพักผ่อนที่นี่ได้เสมอ”        

            “ขอบใจเจ้ามากจริงๆ”     

            “ข้าก็ต้องขอบใจเจ้าเช่นกัน บัณฑิตที่ปราดเปรื่องเช่นเจ้าสมควรจะต้องจรัสแสงแต่เหตุใดถึงเอาแต่หลบอยู่ข้างหลังเช่นนี้” หลายอย่างที่เป็นความคิดของลู่จิ้งเหวินมักจะถูกผลักให้เป็นของเขา ซึ่งเรื่องนี้กวนจื่อหรงเห็นว่าไม่ถูกต้องนัก        

            “ข้าชื่นชอบการใช้ความคิด แต่ไม่ชอบการออกหน้า” 

            “แต่ว่า...”          

            “ข้ายินดีอยู่ในสภาพเช่นนี้ มีสหายรู้ใจ ได้ใช้ความสามารถของตนเองข้าพึงพอใจแล้ว” สุดท้ายกวนจื่อหรงก็ไม่สามารถกล่อมอีกฝ่ายให้เข้ามาร่วมในทีมบัณฑิตได้เช่นเคย แต่หนนี้ก็ทำให้เขาได้เข้าใจแล้วว่าหากจะนับเอาความเหมาะสมของชาติตระกูลพระชายาลู่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ใดเช่นกัน      

            แต่หากจะถามว่าเหตุใดเขาไม่สนับสนุนธิดาของตนเองให้เขาไปเป็นพระชายาอีกคน เกรงว่าจะไม่เป็นผลเพราะคนทั้งบ้านต่างก็ทราบดีว่าจุดมุ่งหมายของเฉินฝูคือใคร ที่นางยินยอมเข้าไปสวมรอยเป็นพระชายาไม่ใช่เพราะนางอยากได้ตำแหน่งนั้น เขาผู้เป็นบิดามองได้อย่างทะลุปรุโปร่งในทันที        

            ว่ากันว่าในเซิ่งหนานมีอยู่สองตำแหน่งที่เป็นใหญ่ที่สุด หนึ่งคือตำแหน่งอ๋องเซิ่งหนาน และตำแหน่งราชองครักษ์ของท่านอ๋องที่ผูกพันกันเหมือนพี่น้องตัดกันไม่ขาด สองบุรุษที่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตั้งแต่เซิ่งหนานยังเป็นป่ารกทึบจนกระทั่งยิ่งใหญ่ขนาดนี้ จะว่าไปแล้วชะตาของบุตรสาวของเขานั้นไม่ต่างจากธิดาของสหายนักหรอก เพราะเขาก็ไม่เคยเห็นคนทั้งสองมีความรักเลยสักหน    



       หากท่านองครักษ์โหลวแต่งงานเมื่อไหร่ น่าจะมีสตรีร่ำไห้กว่าค่อนเมืองเลยกระมัง




+++++++++++++++++++++++++++

ฮั่นแหน่ววววว  

เอ๊ะ ป๊าลู่ มันคืออะไร ยังไง เจ้าคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #206 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 05:55
    ภูมิหลังดีไปอีก
    #206
    0
  2. #99 swan28 (@swan28) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 20:19
    พลอยเรื่องดีงาม
    #99
    0
  3. #37 nokjib02 (@nokjib02) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:49

    มีผู้ใหม่เลยค่ะมาต่ออีกนะค่ะ

    #37
    0