ท่านอ๋อง ข้างามหรือยัง (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,909 Views

  • 323 Comments

  • 507 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    18,049

    Overall
    48,909

ตอนที่ 23 : ไม่ชิมจริงหรือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1992
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    22 ม.ค. 62

            ทางด้านเนินลับของมู่เฉิงชางเขากำลังหงุดหงิดที่จัดการพวกมาสืบความลับได้ไม่หมด เหมืองแร่ที่พวกเขากำลังทำอยู่นี้จะต้องถูกปกปิดเป็นความลับไม่อย่างนั้นเซิ่งหนานย่อมต้องตกเป็นที่หมายตาของแต่ละแคว้นรวมถึงพระบิดาอย่างแน่นอนและแม้จะอยู่อย่างเงียบๆ กระทำการอย่างลับตาผู้คนก็ยังมีคนใจกล้าเข้ามาหาข่าวอยู่เสมอวันนี้ก็เช่นกัน      

            “สั่งคนคุ้มกันหุบเขาด้านในให้ดี ใครไม่น่าไว้ใจจับกุมให้หมด ข้าจะกลับมาจัดการเอง” เขาออกคำสั่งเสร็จแล้วจึงได้เดินทางกลับไปยังจวนอ๋องซึ่งก็คล้อยหลังกับลู่เหม่ยจิงเพียงไม่นาน   

            “ท่านอ๋องกลับมาแล้ว” เผิงเสี่ยวโยวที่ดักรออยู่แถวตำหนักใหญ่กระวีกระวาดมาต้อนรับซึ่งก็ไม่ทันท่านพ่อบ้านที่ก้าวมารับเสื้อคลุมของผู้เป็นนายเสียก่อน

            “วันนี้มีสิ่งใดเกิดขึ้นหรือไม่”          

            “นอกจากมีพระชายาที่ออกไปเที่ยวตลาดก็ไม่มีอะไรพะยะค่ะ”       


                “เที่ยวตลาด? นางไปทำไมกัน” เขาไม่เข้าใจว่าในลาดมีสิ่งใดดีนักเหล่าสตรีและนางกำนัลบางส่วนถึงอยากออกไปนักหนา    

            “นางออกไปพบคุณหนูกวนพะยะค่ะ” มู่เฉิงชางครุ่นคิดไปมาก่อนจะนึกได้ว่าบิดาของนางไปอาศัยอยู่กับใต้เท้ากวนจื่อหรงซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักบัณฑิตควบคุมดูแลเรื่องพิธีการและระเบียบการของเมืองนี้       

            “นางไปพบบิดานางหรือ” 

            “ทราบว่าออกไปอ่านตำราเช่นเคยพะยะค่ะ” ตำรามีตั้งมากมายในนี้เหตุใดนางจึงอยากออกไปข้างนอก หาเรื่องออกไปเที่ยวเล่นมากกว่ากระมัง  

            “ท่านก็ช่วยปรามนางเสียบ้าง ออกไปเที่ยวข้างนอกบ่อยๆ คนจะได้ครหาเอาได้ว่าพระชายาของข้าประพฤติตนไม่เหมาะสม”        

            “ไม่น่าจะมีคนทราบพะยะค่ะ”      

            “ทำไมกัน”         

            “นางใช้รถม้าของนางกำนัลในการเดินทางแถมแต่งตัวเป็นสามัญชนโดยตลอด อีกอย่างชาวเมืองนอกจากขุนนางที่เข้าเฝ้าวันนั้นก็ยังไม่มีใครเคยเห็นพระชายาเลยสักหน เรื่องเสื่อมเสียนี้ไม่ต้องกังวลพระทัยอยู่แล้วพะยะค่ะ”   


          “ก็ดีแล้ว สตรีอย่างนางให้อ่านหนังสือมากๆนั่นแหละดีแล้ว ถึงอยู่ด้วยก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี” ระหว่างนั้นก็มีคนมารายงานว่าเตรียมน้ำเสร็จแล้วพ่อบ้านมู่จึงได้เปลี่ยนเรื่องสนทนาแทน      

            “หม่อมฉันให้คนเตรียมน้ำอุ่นเสร็จแล้ว เชิญเสด็จท่านอ๋องพะยะค่ะ”

            “ท่านนี่รู้ใจข้าเสียจริง อีกสักครู่รบกวนท่านให้คนไปเชิญท่านโหลวมาพบข้าที่ห้องอักษรด้วยก็แล้วกัน” แล้วมู่เฉิงชางก็เดินเข้าไปในตำหนักของตนเองไม่ได้แวะทักทายสตรีอีกสองนางที่ยืนก้มหน้าอยู่ตรงนั้นแม้แต่น้อย          

            “แม่นางเผิง ข้าว่าท่านกลับไปพักผ่อนเถิด ท่านอ๋องน่าจะสรงน้ำแล้วก็หารือข้อราชการมากกว่า” 

            “ให้ข้าช่วยเตรียมชาดีหรือไม่”       

            “ยังไม่มีคำสั่งข้าเองก็ไม่กล้าก้าวก่าย ข้าว่าพวกท่านกลับไปก่อนก็แล้วกัน”พ่อบ้านมู่ปฏิเสธอีกรอบพร้อมกับกวักมือเรียกเด็กรับใช้ให้ไปส่งข่าวที่บ้านพักของโหลวอี้เจี๋ยว่าเจ้านายให้เข้าพบพอสั่งเสร็จก็เดินหายไปไม่สนใจเผิงเสี่ยวโยวอีกเลย ตอนแรกนางก็โมโหอยู่บ้างแต่พอเดินกลับไปยังห้องพักของตนเองก็มีผลไม้หน้าตาแปลกประหลาดตกลงมาใส่นางพอดี   

            “แม่นางเผิงเป็นอะไรหรือเปล่า” เสี่ยวยาที่เดินตามมารีบร้องถามเพราะเห็นอีกฝ่ายคล้ายจะทรุดตัวลงไปบนพื้น    

            “ไม่เป็นไร อาจจะเพราะวันนี้ข้าทำงานมากไปเลยแข้งขาอ่อนแรงน่ะ น่าจะได้เวลาพักแล้ว ตัวเจ้าเองก็สมควรไปพักผ่อนได้แล้วเช่นกัน”   

            “ไม่เป็นไรแน่นะ”

            “อืม ข้าไม่เป็นไร” นางรีบม้วนผลไม้ลูกนั้นเข้าในชายเสื้อแล้วรีบปิดการสนทนาทันที      

            เดินทางสมทบ ช้าเร็วเร่งลงมือ     

            หญิงสาวทุบผลไม้ต้นเหตุแตกแล้วดึงเอากระดาษออกมาอ่าน รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นมาในดวงหน้างดงามทันที    

            ประเสริฐนัก คนของนางกำลังเดินทางเข้ามาในเมืองนี้อย่างต่อเนื่องแล้ว นางจะไม่โดดเดี่ยวแล้ว

 

 



            “ข้าได้รับรายงานมาว่าวันนี้มีคาราวานพ่อค้าอัญมณีเดินทางมาค้าขายในเซิ่งหนาน ขายดีเป็นอย่างมาก หยกและเครื่องประดับล้ำค่าล้วนแต่ถูกธิดาขุนนางซื้อไปจนเกลี้ยง”                

            “นั่นก็เรื่องปกติของการค้าขายไม่ใช่หรือ”    

            “ท่านอาจจะคิดว่ามันไม่แปลก แต่อย่าลืมว่านอกจากนครจินหวงเมืองหลวงของเราแล้วไม่ค่อยพบของมีค่าพวกนี้นัก หากมีมาก็คงมาจากต่างเมืองแน่นอน”      

            “แล้วคนที่ท่านส่งไปติดตามรายงานว่าอย่างไรบ้างล่ะ”  มู่เฉิงชางทราบดีว่าแม้ช่วงหลังท่านองครักษ์ผู้ยิ่งใหญ่จะออกตัวว่าไม่ค่อยยุ่งเรื่องอื่นแต่เขาไม่มีทางเชื่อหรอก คนของโหลวอี้เจี๋ยหูตามากมายราวตาข่ายสวรรค์ มีคนเข้ามาย่อมไม่มีทางไม่ตรวจสอบแน่นอน          

            “พ่อค้าอัญมณีคนนั้นนามว่าเฝิงเหวินฟู่ พักที่โรงเตี๊ยมสราญ”

            “ท่านนี่รอบคอบเสมอเลยนะ ตอนนี้ข้าทราบเรื่องข้างนอกแล้วไหนล่ะรายงานของฝ่ายในข้ายังไม่เห็นเลย”           
            “เรื่องนี้...”         

            “ท่านบอกว่านางมีความตั้งใจข้าเลยให้โอกาสนางฝึกฝน แต่วันนี้ทราบมาว่านางออกไปข้างนอกเพิ่งกลับเข้ามาคงจะเขียนรายงานไม่ทันสินะ หึหึหึ” โหลวอี้เจี๋ยลอบถอนหายใจเพราะคิดว่าวันนี้ลู่เหม่ยจิงคงพลาดท่าเสียแล้ว แต่ใครเล่าจะคาดคิดในช่วงเวลานั้นเองหลี่จื้อเหยาก็เร่งรุดเดินทางมาที่ตำหนักใหญ่เพื่อถวายรายงานจนได้  

            “หม่อมฉันบอกแล้วว่าพระชายาลู่มีความรับผิดชอบ เหมาะสำหรับเป็นผู้นำเคียงข้างท่านได้”     

            “มีรายงานมาก็ดีแล้ว ข้าก็ไม่ได้ว่าสิ่งใดนี่นา” เขาคลี่รายงานม้วนนั้นมาอ่านพร้อมกับสอบถามท่านพ่อบ้านว่าตรงกันหรือไม่ซึ่งเรื่องนี้ท่านพ่อบ้านก็ยืนยันว่าจริงทุกประการมู่เฉิงชางจึงเลิกสนใจเรื่องที่อีกฝ่ายแอบหนีไปเที่ยวนอกวัง ไปแล้วไม่สร้างเดือดร้อนเขาก็จะทำเป็นไม่ทราบเรื่องก็แล้วกัน

 







            เช้าวันถัดมาลู่เหม่ยจิงก็ให้คนเตรียมขนมและของว่างบางส่วนใส่ตะกร้าไว้ซึ่งตอนที่พวกเขาเตรียมอาหารโหลวอี้เจี๋ยก็คิดว่านางคงทำมาให้เจ้านายของตนเองจึงไปดักรอที่ตำหนักใหญ่ไม่ยอมไปไหนเพราะจะรอชิมขนมซึ่งกว่าจะว่าราชการเสร็จจน ดื่มชาเสร็จก็ไม่เห็นวี่แววว่าพระชายาจะโผล่มาสักที     

            หรือนางถอดใจไปแล้ว    

            “ท่านรอสิ่งใดหรือเปล่าพี่โหลว”    

            “หม่อมฉันกำลังรอทานขนมที่พระชายาลู่สั่งให้คนตำหนักอิงเซียงทำอยู่”        

            “นางทำขนมหรือ”           

            “คบหาแม่นางกวนเป็นสหาย ก็ย่อมต้องรู้อะไรมาบ้าง หม่อมฉันเห็นคนตำหนักนั้นมาขอวัตถุดิบไปปรุงอาหารก็เลยแอบมานั่งรอที่นี่พะยะค่ะ”     

            “จะกินได้หรือเปล่าเถอะ” มู่เฉิงชางทำคล้ายไม่ได้ใส่ใจนักแต่ในใจก็แอบคิดว่านางกำลังจะทำเพื่อเขาหรือเปล่า แต่ขอบอกเลยว่าเขาไม่มีทางสนใจนางอยู่แล้ว ถ้านางเป็นสายลับของฮ่องเต้จริงก็ย่อมต้องหาทางเข้าหาเขาเพื่อมาล้วงความลับอยู่แล้ว                       

            “มีคนจากตำหนักอิงเซียงมาขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ”     

            “ให้เข้ามาได้”     

            “ท่านอ๋อง พระชายามีรับสั่งให้หม่อมฉันนำขนมมาถวายเพคะ” กลิ่นขนมหอมฉุยเบื้องหน้าทำให้เขาหันไปมองแต่สีหน้าก็ยังนิ่งสนิทเช่นเดิม          

            “แล้วพระชายาล่ะ”         

            “นางบอกว่าจะรีบไปหาท่านลู่เพคะ”          

            “นับว่าใช้ได้เลยนะ ทำอาหารเสร็จแล้วก็กตัญญูต่อบิดา ส่วนสามีก็หากินเอง” โหลวอี้เจี๋ยชะเง้อมองขนมกลิ่นหอมในจานด้วยสายตาอยากลิ้มลองจนมู่เฉิงชางต้องตัดบทให้นางกำนัลตำหนักในวางทิ้งไว้แล้วกลับไปทำงาน 

            “กลิ่นหอมมากเลยนะท่านอ๋อง”    

            “มีพิษหรือเปล่าก็รู้” เขาเหลือบมองพร้อมกับกล่าวคำพูดไม่อยากจะเชื่อออกมา แต่คนที่อยากลองอยู่แล้วก็รีบหยิบเข็มเงินออกมาตรวจสอบอย่างว่องไว   “ไร้พิษแล้วพะยะค่ะ เชิญเสวยได้”

            “ข้าไม่กิน ท่านอยากกินก็กินไปเลย”           

            “รับสั่งจริงนะ”   

            “อืม”    

            “ขอบพระทัยท่านอ๋อง” แล้วโหลวอี้เจี๋ยก็หยิบขนมใส่ปากอย่างไม่ต้องรอคำอนุญาตซ้ำสอง พอหยิบใส่ปากแล้วเขาก็หยิบซ้ำอีกหนก่อนจะรีบคว้าอีกสองชิ้นวิ่งไปเอาไปให้พ่อบ้านมู่ชิมอีกราย บางทีโหลวอี้เจี๋ยก็เป็นนิสัยเช่นนี้อายุมากกว่าเขาแท้ๆ แต่บางเรื่องก็เหมือนเด็กเกินไปจะตื่นเต้นอันใดก็แค่ขนมหวาน ในวังทำออกจะบ่อย    

            แต่เมื่อพิศดูแล้วขนมนี้หน้าตาออกจะแปลกตาอยู่บ้าง สีเหลืองอ่อนมีกลิ่นหอมคล้ายข้าวโพด แต่ก็เหมือนไม่ใช่เหมือนแป้งนึ่งแต่ก็น่าจะมีอะไรมากกว่านั้น ในขณะที่เขากำลังพิจารณาขนมในจานโหลวอี้เจี๋ยก็กลับเข้ามาพร้อมท่านพ่อบ้าน      “มีอะไรหรือ”         

            “ท่านอ๋อง ขนมนั้นไม่เสวยแล้วใช่หรือไม่”   

            “อืม แล้วยังไง”   

            “หากไม่เสวยหม่อมฉันขอ”           

            “อร่อยถึงเพียงนั้น?” เขาไม่อยากเชื่อนักว่าจะอร่อยเลิศล้ำถึงขั้นกลับมาขอใหม่ ถามองครักษ์ของเขาคงไม่ได้ความจริงอย่างนั้นคงต้องสอบถามท่านพ่อบ้านดีกว่า

            “ท่านได้ชิมไปหรือยัง”      

            “ได้ชิมไปหนึ่งคำพะยะค่ะ หวานนุ่มลิ้น อร่อยมาก”  

            “เขาแย่งหม่อมฉันไปกินหมดเลย” อาจจะเพราะทั้งสองท่านนี้ติดตามเขามาตั้งแต่แรกความสนิทสนมรู้ใจกันก็มีมากทำให้เป็นเหมือนสหายถกเถียงกันเช่นนี้ตั้งแต่เขาเป็นเด็กจนมาตอนนี้ก็ยังไม่มีใครยอมใครเช่นเดิม              

            “เอาล่ะ ไม่ต้องเถียงกัน บนจานนั้นข้ายกให้”           

            “ขอบพระทัยท่านอ๋อง” ในช่วงเวลาที่ไม่ได้ว่าราชการตำหนักใหญ่ของเขาไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามาอยู่แล้วจึงไม่มีใครที่จะได้พบภาพสองท่านผู้อาวุโสที่คนในวังเซิ่งหนานเคารพกำลังแย่งขนมกันกินอย่างมีความสุข จะมีก็แต่มู่เฉิงชางที่นั่งกุมขมับมองพวกเขาอยู่อีกด้านเท่านั้นเอง                          


++++++++++++++++++++++++++++++++++
แล้วท่านอ๋องจะต้องเสียใจจจจจจจจจจจจจ

อิอิอิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #198 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 05:05
    ทิฐิเยอะจริง พระเอกกกก
    #198
    0
  2. #58 pen250 (@pen250) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 00:43
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-13.png พระเอกเรื่มสนใจนางแล้ว
    #58
    0