ท่านอ๋อง ข้างามหรือยัง (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,647 Views

  • 323 Comments

  • 512 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17,787

    Overall
    48,647

ตอนที่ 17 : ช่องว่างที่ยิ่งห่างไกล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1959
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    3 ม.ค. 62

          แล้วทั้งห้าคนก็เดินทางเข้าสู่ตลาดในเมืองของเซิ่งหนาน เฉินฝูไปกับสาวใช้ของนาง เช่นเดียวกับเหม่ยจิงที่ไปกับจูเอ๋อร์จะเพิ่มมาอีกหนึ่งก็คือพี่หลี่ที่อาศัยความเป็นท่านพ่อบ้านติดตามออกไปด้วยความแนบเนียนเช่นทุกครา       


          การมาเดินเล่นหนนี้ทำให้นางได้เปิดหูเปิดตาอย่างแท้จริง ผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่ไปมาเพื่อหาซื้อสินค้า นางเคยได้ยินมาว่าเซิ่งหนานกันดารผู้คนแร้นแค้น แต่เท่าที่มาถึงนางยังมองคำว่ายากจนไม่พบเจอ ทุกคนก็ยิ้มเบิกบานค้าขายมีความสุขดีนี่นา     

          “ข้าได้ยินคนที่อยู่เมืองจินหวงบอกว่าที่เซิ่งหนานยากจน จนบัดนี้ข้าไม่เห็นว่าจะยากจนตรงไหนเลย”          

          “ข้าเองก็เคยคิดเช่นนั้น เมื่อก่อนตอนอพยพมาใหม่ๆ จำได้ว่าชาวบ้านยากจนมาก เมืองแห่งนี้ก็มีแต่ป่าเขา พวกขุนนางที่ตัดสินใจตามองค์ชายสิบเอ็ดมานั้นก็ต้องหาพื้นที่เอาเอง ท่านพ่อชอบต้นหลิวใหญ่ตรงนั้นจึงให้คนมา

สร้างบ้านให้ ส่วนตลาดที่นี่เพิ่งมีขึ้นมาไม่นานนี้เอง”

          “เจ้าย้ายมาตั้งแต่เด็กเลยสินะ”       

          “ใช่แล้ว แต่เจ้าเป็นคนที่วาสนาดีมากเลยนะ ท่านอ๋องเป็นคนไม่ใส่ใจสตรีหรือความรักเลย ไม่ว่าสตรีคนใดจะทอดสะพานเขาก็ไม่สนใจ มีเจ้านี่แหละเข้ามานั่งตำแหน่งพระชายาได้”   

          “เหตุใดข้าถึงไม่มองว่าเป็นเรื่องของวาสนาล่ะ ข้าคิดว่าเป็นเวรกรรมของพวกเราต่างหาก”    

          “ทำไมถึงกล่าวเช่นนั้น”      
   

       “ไม่รู้สิ ท่านอ๋องไม่ได้ชอบข้า เขาบอกว่ารับข้าไว้เพราะขัดราชโองการไม่ได้ จะส่งกลับก็เกรงว่าจะเกิดปัญหาเลยยินยอมให้อยู่ต่อ”  

          “อย่าไปสนใจเรื่องพวกนั้นเลย สามีภรรยาหากไม่มีวาสนาต่อกัน ไม่ได้คำนับฟ้าดินร่วมกันหรอก”   

          “ทำไมเจ้าปลอบใจข้าได้ดีจัง เจ้าเข้าใจข้าเช่นนี้ไม่ใช่ว่าเจ้ามีความรักแล้วหรือ”   

          “ข้าน่ะเหรอ? ก็มีชายในใจอยู่แล้วบ้าง”         

          “ใครกัน”  

          “ตอนนี้ขอข้าปิดเป็นความลับก่อนได้หรือไม่ วันหนึ่งข้าจะบอกเจ้าเป็นคนแรกเลย” ทั้งสองเพิ่งได้คุยกันวันนี้เป็นวันแรกแต่กลับรู้สึกว่าสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วก่อนจะนับถือกันเป็นสหาย        

          “มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้นะเฉินฝู”     

          “ไว้มีแล้วข้าจะบอกท่านก็แล้วกัน” แล้วทั้งสองก็แยกย้ายกันกลับที่พักซึ่งเย็นวันนั้นเหม่ยจิงก็ได้ยินตำหนักใหญ่บอกว่าท่านอ๋องกลับเข้าวังมาแล้วหลังจากหายไปเนิ่นนาน       

          “วันนี้ท่านอ๋องเสด็จกลับวังแล้ว พระชายาจะไปตำหนักใหญ่หรือไม่เพคะ”    

    “ไปทำไมกัน ไปให้เขาไล่ออกข้ามาหรือไร” ลู่เหม่ยจิงกลับมาถึงตำหนักแล้วก็อาบน้ำเตรียมตัวจะพักผ่อนเนื่องจากวันนี้ได้ออกไปข้างนอก ได้เจอบิดา มีสหายพูดคุยนางจึงคลายความอึดอัดและตึงเครียดลงไปได้อย่างมาก        

          “แต่ว่าธรรมเนียมของเขาเราคือพระชายาต้องไปรายงานเรื่องในวังแก่ท่านอ๋องนะเพคะ”  

          “ข้าไม่ไปหรอก ท่านพ่อบ้านของพวกเราก็มี เจ้าก็ให้พี่หลี่เขียนรายงานให้สักฉบับแล้วเอาไปถวายเองก็แล้วกัน ข้าจะนอนแล้ว” กล่าวจบนางก็ปีนเตียงขึ้นไปแล้วล้มกายลงนอนทันที เหลือแต่จูเอ๋อร์ที่ได้แต่ยืนนิ่งคาดไม่ถึงว่าพระชายาจะตัดสินใจเด็ดขาดเช่นนี้ แต่เรื่องรายงานความเป็นไปของฝ่ายในก็มิอาจจะขาดไปได้นางจึงยอมเสี่ยงตายหารายงานไปถวายเสียเอง


          หลี่จื้อเหยาเขียนรายงานค่าใช้จ่ายต่างๆ พร้อมแจกแจงรายละเอียดปลีกย่อยให้นาง จูเอ๋อร์จึงนำไปส่งมอบให้โหลวอี้เจี๋ยแทน  

          “พระชายาล่ะ”     

          “นางบอกว่าไม่สบาย ขอพักเจ้าค่ะ” 

          “ท่านอ๋องพระชายาไม่สบาย”           


          “มาบอกข้าทำไม ข้าไม่ใช่หมอ ไม่สบายก็เรียกหมอสิ” น้ำเสียงไร้เยื่อใยนั้นทำเอาสาวใช้อย่างนางได้แต่รู้สึกท้อแท้ใจในความสัมพันธ์ของผู้เป็นนาย ต่างคนต่างอยู่โดยแท้จริง        
 

         “พระชายาเพียงแค่อ่อนเพลียเพคะพักสักเล็กน้อยก็คงหายดี”  

          “ท่าทางนางแข็งแรงจะตายไป จะมาสำออยป่วยเพื่อให้ข้าไปดูหรือยังไงกัน”   

     “ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกเพคะ พระชายาอ่อนเพลียจริงๆ”            

          “เจ้ากลับไปพักผ่อนได้แล้ว”            

          “เพคะ”คล้อยหลังจากสาวใช้ของลู่เหม่ยจิงออกไปแล้วบุรุษทั้งสองก็เริ่มถกเถียงกันถึงความไม่ยอมโตของผู้เป็นประมุขของเมือง โหลวอี้เจี๋ยยกตัวอย่างมาอธิบายหลายเรื่องแต่สุดท้ายกลับโดนตัดบทจนสิ้น        

          “ช่างนางเถอะ ไหนท่านโหลว ข้าขอดูรายงานที่พระชายาลู่เขียนหน่อย นางดูแลเป็นอย่างไรบ้าง หากทำหน้าที่นี้ไม่ไหวข้าจะได้หาคนมาทำแทน” องครักษ์โหลวได้แต่ลอบมองเสี้ยวหน้าคมเข้มด้วยสายตากึ่งตำหนิที่คนอื่นไม่กล้าจะกระทำแต่เขาก็ไม่นึกจะเกรงกลัวนักด้วยรู้นิสัยผู้เป็นนายดี         

          “ทำไมกัน”

          “มีคนให้แต่งตั้งแล้วหรือพะยะค่ะ”  

          “ไม่มี”     

          “กระหม่อมเคยทูลแล้วว่าธิดาขุนนางหรือบัณฑิตในเมืองเราให้เลือกมาสักนางก็ไม่ทรงเชื่อ รอจนได้พระชายาพระราชทานมาถึงมากล่าวเช่นนี้ มิสมควรเลยจริงๆ”     

          “แตะไม่ได้เชียวนะเจ้านายคนใหม่”  

          “มิใช่ว่าแตะต้องมิได้ หากแต่ต้องทรงเคารพและให้เกียรติพระชายาด้วยพะยะค่ะ”         

          “ข้าไม่ให้เกียรตินางตรงไหนกัน ไม่ไล่กลับเมืองหลวงก็ดีเท่าไหร่แล้ว”    

          “ทรงระแวงพระบิดาก็สมควรอยู่ แต่พระชายาลู่นางก็ไม่ได้มีทีท่าคล้ายจะเป็นสายลับใดๆเลย นางอยู่มาก็พักใหญ่แล้วกระหม่อมยังเห็นว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติ”  

     “นางอาจจะกำลังรอเวลา หรือหลอกให้พวกเราตายใจก็เป็นได้” พอเห็นว่าอีกฝ่ายปักใจเชื่อไปแล้วว่าลู่เหม่ยจิงต้องมาสืบข่าวที่เซิ่งหนานเพื่อรายงานต่อฮ่องเต้แล้วโหลวอี้เจี๋ยก็ไม่ได้กล่าวต่อไปว่าตอนที่เขารายงานว่ามีสายลับเล็ดลอดเข้ามาในเมืองเป็นใครเรื่องเช่นนี้รอให้มั่นใจค่อยเปิดเผยโฉมหน้าก็แล้วกัน         

          “นี่รายงานของตำหนักอิงเซียงพะยะค่ะ”           

          มู่เฉิงชางหยิบรายงานมาอ่านก่อนจะมีสีหน้าประหลาดใจไม่น้อย ว่าลู่เหม่ยจิงคนนั้นจะทำได้หรือ เขาคิดว่าคงเป็นคนของราชสำนักมากกว่ากระมังที่ทำแทนนาง


          +++++++++


          เวลาผ่านไปเนิ่นนานชาวเมืองก็เริ่มจะผิดสังเกตเพราะท่านอ๋องยังทรงงานเพียงลำพังเช่นเคย และไม่มีผู้ใดได้พบพานพระชายาอีกเลย จึงเกิดกระแสเสียงที่ไม่ค่อยดีตามมาว่าไม่เป็นที่พอพระทัย เมื่อสบโอกาสนี้เผิงเสี่ยวโยวจึงถือโอกาสสุมไฟให้แรงขึ้นไปอีกนางพบว่าช่วงหลายวันมานี้ธิดาของท่านบัณฑิตกวนเข้าออกวังอ๋องบ่อยเกินไปแล้ว หากเป็นสตรีธรรมดานางจะไม่คิดมากเลย แต่กวนเฉินฝูคนนั้นกลับงดงามเฉลียวฉลาด นางกังวลว่าลู่เหม่ยจิงกำลังคิดจะหาชายารองให้ท่านอ๋อง ชายาเอกหย่าไม่ได้นางไม่กังวลเพราะตั้งคืนเข้าหอเซิ่งหนานอ๋องก็ไม่เคยย่างกรายเข้าไปใกล้ตำหนักอิงเซียง แต่นางต้องไม่ลืมว่าเขามีชายารองได้อีก         

          นางจะพลาดเป็นหนที่สองไม่ได้เด็ดขาด      

          เผิงเสี่ยวโยวเฝ้ามองพระชายาอย่างใจเย็น นางหาทางเข้าพบอีกฝ่ายได้ไม่ง่ายนัก เพราะสาวใช้ของนางไม่ยอมให้ห่างตา พอวันไหนจูเอ๋อร์ไปธุระข้ารับใช้ที่ตำหนักอิงเซียงก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาดูแลทำให้นางเข้าไม่ถึงตัว แต่วันนี้โอกาสเป็นของเผิงเสี่ยวโยวแล้ว


          ลู่เหม่ยจิงกำลังฝึกคัดตัวอักษรอยู่เพียงลำพังที่ศาลาเล็กข้างตำหนักวันนี้จูเอ๋อร์ไปต้มน้ำแกงมาให้ เพราะเห็นว่าหลายวันมานี้นางเห็นว่าตนเองเองขยันขันแข็งในการฝึกเขียนอักษรเป็นอย่างมาก ยิ่งได้สหายเป็นเฉินฝูที่รอบรู้ไม่ต่างจากบิดาก็ทำให้อีกฝ่ายมีเรื่องให้ทำจนถึงขั้นไม่ได้ใส่ใจว่าท่านอ๋องไม่ได้เสด็จมาหาตนเอง รวมถึงไม่เคยเอ่ยถามถึงเช่นกัน                

          นางเคยแอบเอารูปเขาออกมาเปิดดูอยู่บ้างแต่พอนึกถึงสีหน้าถมึงทึงของอีกฝ่ายก็รีบม้วนเก็บไว้ดังเดิม หน้าที่ของพระชายาที่ท่านกงกงให้ท่องจดจำมานั้นนางไม่ได้ใช้เลยสักข้อเดียว อาจจะเพราะนางขี้ริ้วขี้เหร่มากไปเขาจึงไม่สนใจจะชายตามองเลยกระมัง และเท่าที่ได้ยินมาเขาเองก็มีสาวงามคอยรับใช้ข้างกายแล้ว   

          สวรรค์จะไม่มีวันที่นางงดงามบ้างเลยหรือยังไง                                 

            “เจ้าเป็นใครกัน”ขณะที่นางวางพู่กันครุ่นคิดถึงเรื่องของตนเองอยู่นั้นก็มีคนก้าวมายืนตรงหน้าลู่เหม่ยจิงจึงเงยหน้ามองเพราะคิดว่าเป็นจูเอ๋อร์ แต่ก็ผิดคาด  เป็นสตรีที่หน้าตางดงามผู้หนึ่งแทน        

          “คารวะพระชายา หม่อมฉันเผิงเสี่ยวโยวเพคะ” อา...ชื่อนี้นางเคยได้ยินที่แท้ก็สาวงามที่คนในจวนอ๋องกล่าวถึงนี่เอง วันนั้นนางเห็นเพียงชั่วครู่คิดว่างดงามแต่ไม่คิดว่าจะสวยผุดผาดถึงเพียงนี้

          “มีธุระกับข้าหรือ”  

          “หามิได้เพคะ หม่อมฉันนำของมาจัดเตรียมรอท่านอ๋องที่ตำหนักใหญ่ เห็นเหมือนมีคนอยู่ตรงนี้เลยแวะเข้ามาดูเพคะ”            
 

         “อืม”       

          “น่าแปลกนะเพคะ ตามธรรมเนียมเรื่องพวกนี้พระชายาน่าจะเป็นคนทำมากกว่า แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงต้องมาเป็นหน้าที่ของหม่อมฉัน”ที่ฟังอยู่นี้คิดว่านางคงฟังไม่เข้าใจสินะถึงสำเนียงการเยาะเย้ยถากถางของอีกฝ่าย          
 

         “เรื่องในวังเซิ่งหนาน การตัดสินใจเป็นของท่านอ๋อง หากประสงค์ให้ใครทำก็อย่าได้ขัดเลย”          

          “พระชายามีเมตตายิ่งแล้วเพคะ”    

          “อื้ม”       

          “หากพระชายามีเรื่องใดให้หม่อมฉันรับใช้ก็บอกได้นะเพคะ”   

          “ข้าไม่รบกวนแม่นางเผิงหรอก คนของตำหนักอิงเซียงมีพอแล้ว”           


          “คงใกล้ได้เวลาท่านอ๋องเสด็จกลับแล้ว หม่อมฉันขออนุญาตไปอาบน้ำก่อนไปรับใช้ท่านอ๋องนะเพคะ” เผิงเสี่ยวโยวแสร้งเงยหน้ามองดวงตะวันก่อนจะกระวีกระวาดออกไปจากศาลาด้วยสีหน้าสะใจ เหลือแต่ลู่เหม่ยจิงที่ยังคงกำพู่กันนิ่งงันจนกระทั่งจูเอ๋อร์ถือถาดน้ำแกงเดินขึ้นมา            

 

         “พระชายาเป็นอะไรไปเพคะ”                                  

          “เมื่อครู่นี้มีคนชื่อเผิงเสี่ยวโยวมาพบข้า”        

          “อะไรนะเพคะ”    

          “เจ้ารู้จักนางใช่หรือไม่”      

          “รู้จักเพคะ” คนในวังอ๋องไม่มีใครไม่รู้จักนาง  

          “ท่านอ๋องคงเมตตานางมาก” งานที่ลู่เหม่ยจิงไม่เคยได้ทำยังให้สตรีผู้นั้นทำแทนได้เลย    

          “เสวยน้ำแกงร้อนๆก่อนนะเพคะ เรื่องแม่นางเผิงไม่มีสิ่งใดต้องกังวลหรอกเพคะ”

          “แต่นางงดงามมากเลยนะจูเอ๋อร์”   

          “พระชายาเองก็งามนะเพคะ”         

          “อย่ามาโกหกข้าเลย ข้าอยู่กับคำดูแคลนมาโดยตลอดอยู่แล้ว” นางก็แค่อยากลองเป็นสาวงามบ้างเท่านั้นเอง สวรรค์ก็ไม่ยอมเมตตานางสักที         

          “คนอื่นเข้าออกตำหนักใหญ่ได้แต่ยกเว้นข้า”           

          “อย่ากังวลไปเลยเพคะ จูเอ๋อร์จะลองไปถามท่านพ่อบ้านจวนอ๋องให้เจ้าค่ะ”วันเวลาที่ผ่านมาหลังจากตามรับใช้กันมาจูเอ๋อร์กลับคิดว่าพระชายาลู่เป็นคนที่นิสัยดีมาก เรื่องส่วนตัวของนางในบางอย่างแทบไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลยนางทำเองทั้งนั้น นี่ช่วงหลังออกไปพบบิดาของนางบ่อยขึ้นเห็นกวนเฉินฝูเขียนอ่านได้ นางก็อยากอ่านได้บ้าง นางนำเรื่องไปปรึกษาท่านโหลวก็ไม่ได้ว่าอะไรอนุญาตให้แม่นางท่านนั้นเข้าวังได้ แล้วตอนนี้แม่นางกวนก็เข้ามาสอนอ่านหนังสือคัดอักษร       

          พระชายาอาจจะเป็นอัจฉริยะโดยไม่รู้ตัวหรือก็ไม่ทราบ เพียงไม่นานเจ้านายก็จดจำอักษรและเขียนได้มากขึ้น เวลาว่างก็แอบติดตามบิดาไปสำนักบัณฑิตด้วยอีกต่างหาก พระชายาที่ท่านอ๋องไม่เคยให้เฝ้าเลยจึงต้องไประเห็จอยู่นอกวังเสียส่วนใหญ่ปล่อยให้เผิงเสี่ยวโยวที่ไล่ไม่ยอมไปนางนั้นทำหน้าที่แทนอยู่เสมอ      

             แต่นางคิดว่าแม่นางเผิงกำเริบเกินไป อาจจะมีภัยต่อเจ้านายของตนตามมา เรื่องนี้นางต้องรีบรายงานท่านองครักษ์เสียหน่อยแล้ว         




+++++++++++++++++++

ช่องว่างมันเหมือนจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ ท่านอ๋องก็เอาแต่ทำงานหมือนคนไม่มีครอบครัว

เขียนไป อินไป

ฉันจะด่าอิตาอ๋องนี่แหละ 555

แบบนี้ต้องมีดรีมทีม 

ขอบคุณที่ให้การติดตามจ้าาาา เจอกันสัปดาห์หน้านะคะ  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #192 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 04:28
    ท่านอ๋องนิสัยไม่ดีจริงๆจ้า 555
    #192
    0
  2. #24 ANGELBABYCOOL (@ANGELBABYCOOL) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 13:01

    ท่านอ๋องไม่อยากจะแต่งงาน

    แล้วไม่คิดเหรอว่านางเองก็ไม่อยากจะแต่ง

    #24
    0