ท่านอ๋อง ข้างามหรือยัง (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,914 Views

  • 323 Comments

  • 508 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    18,054

    Overall
    48,914

ตอนที่ 11 : เตรียมต้อนรับพระชายา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    1 พ.ย. 61

           หลังจากที่สืบข่าวจนแน่ใจว่าท่านอ๋องไปนั่งทำงานที่เนินลับไม่ได้อยู่ในจวนโหลวอี้เจี๋ยจึงเดินทางกลับไปเพื่อปรึกษาบรรดาท่านอาจารย์ทั้งหลายว่าควรจะต้อนรับพระชายาอย่างไรบ้าง ถึงแม้จะไม่ได้มาจากความเต็มใจแต่นี่มันสมรสพระราชทานเชียวนะจะมาทำเป็นเล่นไม่ได้เด็ดขาด บรรดานักปราชญ์และบัณฑิตทั้งหลายจึงตกลงกันได้ว่าสมควรจะต้องหาที่พักอันสมควรให้แก่ว่าที่พระชายาซึ่งเขาเองก็เล็งเอาไว้ว่าตำหนักเล็กที่สร้างว่างไว้นั่นเอง       

          “ม้าเร็วส่งข่าวมาหรือยังว่าพวกเขาจะมาถึงตอนไหน” 

          “มีแค่บอกกำลังเตรียมจะออกเดินทางแต่ไม่ได้แจ้งว่าวันไหนน่ะสิ”        

          “ข้าได้ยินว่าท่านอ๋องพาสตตรีกลับมาด้วยอย่างนั้นหรือ” ท่านอาจารย์กงซื่อเอ่ยถามด้วยสีหน้าคล้ายจะกังวลอยู่ไม่น้อย เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนพวกเขาเองก็ไม่ไว้วางใจใครนัก นับตั้งแต่ฮ่องเต้เสด็จมาหลายเมืองก็เริ่มมองว่าเซิ่งหนานคงมีความสำคัญอยู่ไม่น้อย    

          จากที่ไม่เคยสนใจก็หันมาจับตามองกันมากขึ้น          

          “ข้าได้ไปตรวจสอบแล้ว มีบางอย่างแปลกๆ แต่ก็บอกไม่ถูกว่าแปลกอย่างไรบ้าง”

          “ท่านเป็นองครักษ์สัญชาติญาณไม่น่าจะผิดพลาด”   

          “อาจารย์กงคงได้พบเจอนางในเร็ววันนี้เป็นแน่” โหลวอี้เจี๋ยคิดว่าหากเป็นดังที่คาดสตรีนางนั้นคงไม่อยู่เฉยเป็นแน่ เขาจะทำเป็นตามเรื่องไม่ทันก็แล้วกัน     


          หลังจากลอบมาหารือกันเสร็จแล้วพวกเขาก็แอบเตรียมการบางอย่างเพิ่มเติม คิดอ่านไว้จนรอบคอบเผื่อว่าท่านอ๋องมีความคิดที่ไม่ตรงกับพระบิดาพวกเขาจะได้มีการจัดการที่รองรับได้ทัน ทหารแค่หยิบมือคงไม่เพียงพอหรอกหากทำให้ฮ่องเต้หย่งหมิงกริ้วขึ้นมา อาจจะยกพลกรีฑาทัพเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องแทน         

          พวกเขาอุตส่าห์ช่วยมู่เฉิงชางดำรงตำแหน่งอ๋องเซิ่งหนานมาจนมั่นคงขนาดนี้ มีอิสระไกลห่างราชสำนักเพียงนี้ ย่อมมิยินดีที่จะกลับไปรับใช้ในวังอีกอย่างแน่นอน      

          หากไต้ซือไป๋คุนพูดมาจริงทุกข้อแล้ว เขาย่อมต้องต้อนรับพระชายาให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้      

          หวังก็แต่ท่านอ๋องจะไม่มีแผนการแปลกประหลาดแอบซ่อนเอาไว้ก็แล้วกัน   



+++++++++++++


               หลี่จื้อเหยาได้รับมอบหมายให้มาติดตามคอยดูแลความปลอดภัยของสองพ่อลูกที่จะเดินทางไปยังเซิ่งหนาน ตอนแรกเขาก็สงสัยว่าทั้งๆที่มีทหารติดตามไปพอสมควรแล้วเหตุใดต้องมียอดฝีมืออีก พอมาถึงครึ่งทางเขาถึงได้ทราบว่าการเดินทางไปยังเมืองเซิ่งหนานไม่ใช่เรื่องงานเลย รถม้าต้องหยุดอยู่เรื่อยๆ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยว่าล้อจะติดหล่มหรือไม่ จะผ่านไปได้หรือเปล่า พวกเขาเดินทางมาวันนี้ก็เข้าสู่วันที่สี่แล้วเดินทางสลับหยุดพักมาเรื่อยๆตามรายทางเพราะบรรดานางกำนัลที่ติดตามมาต่างก็อยากพักผ่อน บ้างก็เดินไม่ไหวก็มีเดินทางได้เพียงสิบลี้ก็ต้องคอยหยุดพักมาโดยตลอด      


          สามวันที่ผ่านมาเขาแทบไม่ได้สนใจสตรีบนรถคันนั้นนัก และวันนี้ขณะที่นั่งพักอยู่ริมลำธารเขาก็ได้ยินนางกำนัลที่เดินทางมาด้วยซุบซิบนินทาเรื่องรูปโฉมของนางลับหลังจนอดสงสัยขึ้นมาเช่นกัน ดังนั้นเย็นวันนี้เขาจึงได้เดินอ้อมเขตที่พักของว่าพระชายาลู่เหม่ยจิงด้วยหวังว่าจะไปชมโฉมนางสักครา              
          ในความคิดของหลี่จื้อเหยาคนจะมาเป็นพระชายานั้นต้องงามสง่า เยื้องย่างดุจนางหงส์ 

          แต่สิ่งที่เขาได้เห็นเบื้องหน้านี้ต้องเอามือขยี้ตาซ้ำหลายหนเพราะไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กสาวที่วิ่งไล่จับกระต่ายป่าไปมานั้นคือคนที่เขาต้องมาอารักขาดูแล    

          “พี่ชายๆๆ ช่วยข้าจับมันที” เขามองเด็กสาวที่เนื้อตัวยังคงคล้ำแดด เห็นแต่ลูกตากับฟันขาวๆ ที่ส่งยิ้มมาให้ก่อนจะลอบมองไปยังส่วนอื่นๆว่ามีคนเห็นหรือไม่เขาเกรงว่าจะมีคนมองว่าไม่เหมาะสมพอไม่เห็นใครจึงพยักหน้าตัดสินใจช่วยนาง      มือใหญ่กับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วนั้นทำให้ในพริบตาเขาก็สามารถจับกระต่ายป่าได้ ลู่เหม่ยจิงเห็นเช่นนั้นก็ปรบมือด้วยความยินดีทันที  

          “พี่ชาย ท่านเก่งมากเลย ข้าไล่จับมันมาสักพักแล้วแต่เจ้านี่กระโดดหนีไวมาก ขอบคุณท่านมากเลย”

          “จะเอามันไปทำไม” เขาคิดว่านางคงเหมือนเด็กสาวคนอื่นๆที่คิดว่าสัตว์ตัวน้อยนี่น่ารักอยากเอาไปเลี้ยงกระมัง แต่แล้วคำตอบของนางกลับทำให้เขาถึงกับสะดุ้งทันที       

          “ข้าจะเอามันไปย่าง เนื้อกระต่ายย่างอร่อยมากเลยนะ” ว่าแล้วลู่เหม่ยจิงก็วิ่งกลับเข้าไปในเขตที่พักเหลือแต่จอมยุทธ์หนุ่มที่ได้แต่ส่ายหัวด้วยความขบขัน นี่เขามองนางผิดพลาดไปได้ยังไงกัน  

          แล้วกริยาท่าทาง หรือวาจาเช่นนี้หรือที่จะส่งไปเป็นพระชายาท่านอ๋องแห่งเซิ่งหนาน       

          ดูจากเมื่อสักครู่แล้วเขาคิดว่าไม่น่าจะรอดเอาเสียเลย 

          นิสัยสบายๆ บุคลิกไม่สง่างาม นางเหมาะกับการเป็นสาวชาวบ้านมากกว่า เขาไม่เข้าใจหลักการคัดเลือกคนของทางราชสำนักเลย ให้ตายเถอะ


         พอดรุณีน้อยนางนั้นวิ่งกลับเข้ากระโจมที่พักแล้วเขาก็เดินสำรวจต่อไปอีกเล็กน้อยก่อนจะพบเข้ากับชายที่เขาเคยพบเจอมาตลอดการเดินทางนั่นคือบิดาของนางนั่นเอง       

            “ท่านจอมยุทธ์ไม่ทราบว่าสะดวกหรือไม่”    

            “มีอะไรหรือขอรับ”          

            “ข้ามีเรื่องจะไหว้วานสักหน่อย เกี่ยวกับเหม่ยจิงนั่นแหละ รบกวนเวลาสักครู่จะได้หรือไม่”          

            “ย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เชิญ” เขามองใบหน้าคร้ามแดดคร้ามลมของอีกฝ่ายที่มีร่องรอยความกังวลไม่น้อยก็นึกสงสารปนสงสัยว่าพวกเขามีท่าทางแปลกมาก คนหนึ่งดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับกับการจะได้รับตำแหน่งที่สตรีหลายนางอาจจะหมายปอง แต่อีกหนึ่งกลับกังวลจนเห็นได้ชัดเพียงนี้        


            ท่านกงกงส่งเขามาทำงานอะไรกันแน่          



++++++++++++++

 

          หลังจากที่ได้สนทนากับบิดาของลู่เหม่ยจิงแล้วเขาก็รู้สึกสงสารนางไม่น้อย เอาตามจริงแล้วบุรุษสูงศักดิ์ย่อมพึงใจในสตรีงดงาม บุตรธิดาของเหล่าขุนนางหรือเจ้าหญิงต่างเมืองมากกว่าจะเป็นเด็กสาวจากท้องนาเช่นนี้ เขาเห็นด้วยกับอีกฝ่ายว่าไม่อยากให้นางสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง เห็นกริยาของนางก็ทราบว่ามีไหวพริบ กล้าเจรจาแต่ผิวพรรณและชนชั้นของนางนี่สิอาจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคตได้           

          “ท่านหลี่ เราใกล้จะถึงเมืองเซิ่งหนานแล้ว ต้องไปแจ้งด้วยหรือไม่ขอรับ” ทหารที่ติดตามมาจำนวนหนึ่งเอ่ยถามเขาขึ้นมาเพราะหลี่จื้อเหยาแม้จะเป็นเพียงจอมยุทธ์ธรรมดาแต่การที่รุ่ยกงกงวางตัวมาย่อมมีความสำคัญไม่น้อย พวกเขาไม่ควรจะมองข้ามไป        

          “อืม จัดส่งคนเข้าเมืองไปแจ้งแก่ท่านอ๋องว่าขบวนของพระชายาเสด็จมาถึงชั้นนอกของเมืองแล้ว จะให้ทำเช่นไรต่อไปก็สุดแล้วแต่จะทรงกรุณา”      

          “รับทราบขอรับ”    

          หลังจากเดินทางขยับมาได้อีกหลายลี้ พวกเขาก็เริ่มหาที่พักค้างคืนอีกคืนหนึ่งก่อน ต้องรอฟังว่าทางนั้นจะตอบรับว่าอย่างไร หน้าที่ของเขาคือการอารักขาพระชายาให้ถึงเมืองเซิ่งหนานเขาจะต้องทำให้สำเร็จแน่นอน         

 

-----------------------------------

 

          “ท่านอ๋องพะยะค่ะ จะทรงจัดการเช่นโปรดทรงมีพระบัญชาด้วย” ขุนนางฝ่ายวังของเซิ่งหนานมาเข้าเฝ้าพร้อมเอ่ยถามถึงเรื่องการตัดสินใจของผู้เป็นเจ้านาย           

          “เสด็จพ่อส่งมาขนาดนี้ ข้าจะปฏิเสธได้หรือ” 

          “แล้ว...”  

          “ส่งสารกลับไปยังขบวนพระชายาว่าอีกสามวันข้างหน้าข้าจะไปรับนางเอง” แม้จะหลบลี้หนีหน้า ไม่ตอบปัญหาในเรื่องนี้ไปได้หลายวันแต่สุดท้ายเขาก็หนีไม่พ้น ยังไงเสียก็ต้องเผชิญหน้ากับพระชายาพระราชทานจนได้           

          “ท่านโหลวมีความคิดเห็นเช่นไร”     

          “ข้าน้อยไร้ปัญญา สุดแล้วแต่ท่านอ๋องพะยะค่ะ” มู่เฉิงชางถึงกับถอนหายใจออกอย่างไม่ปิดบัง คำพูดเชิงห่างเหินนี้เริ่มมีมาหลังจากที่เขาพาสตรีนางหนึ่งกลับมาในเมืองด้วย เขาเองก็แค่คิดว่าเพียงจะช่วยนางให้ปลอดภัยไม่ได้มีสิ่งใด แต่นางกลับยืนยันว่าตนเองสิ้นไร้ญาติมิตรและจะขอเป็นทาสเขาเพื่อตอบแทนบุญคุณ     

          เขาไม่ทราบจะทำอย่างไรจึงให้นางมาทำงานที่เรือนรับใช้ และพอโหลวอี้เจี๋ยกลับมาจากลาไปพักสามวันแล้วพบเจอนางท่านองครักษ์ยิ่งไม่พูดจาอะไรเลยนี่นับเป็นหนแรกในรอบเจ็ดปีที่อยู่กันมาที่เขาโดนกระทำเช่นนี้  

          “พวกเจ้าออกไปก่อน ข้ามีเรื่องจะสนทนากับท่านราชองครักษ์” พอสั่งงานไปแล้วเขาก็รีบไล่ทุกคนออกไป ก่อนจะปิดประตูหันมาเปิดการเจรจากับโหลวอี้เจี๋ยผู้ที่เป็นทั้งลูกน้องและเป็นทั้งพี่ชาย พ่อและอีกหลายอย่างทันที


          “ท่านเป็นอะไรกันแน่ ข้าทำสิ่งใดผิดงั้นหรือ” 

          “ท่านอ๋องไม่ผิดหรอกพะยะค่ะ”       

          “ไม่จริง พวกเราอยู่กันมาหลายปี ท่านไม่เคยใช้วาจาเช่นนี้กับข้า”          

          “ท่านไม่พอใจที่ข้านำแม่นางเผิงมาในเมืองใช่หรือไม่” มู่เฉิงชางตัดเข้าเรื่องสำคัญทันทีเพราะพวกเขาเคยบาดหมางกันเพราะเรื่องนี้มาก่อน        

          “กระหม่อมเคยเตือนท่านอ๋องแล้วว่ามิควรไปพาใครเข้ามาในเขตตำหนัก แต่สตรีนางนี้กลับเดินไปมาได้ แถมความเป็นมาก็ไม่มี หม่อมฉันไม่ไว้ใจ”  

          “ท่านก็ให้คนจับตาดูนางเสียสิ ตอนที่ข้าช่วยนางเพราะเห็นแก่คนกำลังตกยากไม่ได้คิดว่านางจะสลัดไม่ไปเช่นนี้นี้นา” นี่ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เขาไม่ได้คิดว่านางจะมาเดินเข้าออกในวังนี้เลย           

          “ตอนนี้นางวางตัวเหมือนเป็นคนของท่าน เป็นสตรีของท่าน แต่อีกไม่นานพระชายาจะมาถึงแล้วท่านจะให้คำตอบแก่นางว่าอย่างไร”        

          “นางคือชายาในนามเหมือนเดิมไง เสด็จพ่อให้รับ ข้าก็รับ นางก็เป็นชายาเอกไป ส่วนชายารองไว้ข้าสนใจใครเมื่อไหร่ค่อยแต่งตั้งก็แล้วกัน” เขาไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยเพราะสนใจแต่บ้านเมือง แม้กระทั่งเผิงเสี่ยวโยวเขาเห็นว่านางหน้าตางดงามก็จริง เอาใจเก่งก็จริงแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกกับนางมากไปกว่าสตรีคนอื่นเลย           

          “ท่านอ๋องคิดตื้นเช่นนี้เดี๋ยวก็ทรงมีเรื่องยุ่งยากภายหลังแน่นอน”           

          “ไม่มีหรอกน่า ท่านโหลวยังไม่แก่เลยคิดมากไปใย ท่านอย่าเพิ่งมาทำตะบึงตะบอนใส่ข้าเลย รีบมาช่วยข้าเตรียมตัวต้อนรับพระชายาก่อนได้มั้ยเล่า” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมสนทนาด้วยหลายคำเขาก็รีบเข้าเรื่องสำคัญต่อไปอย่างทันที        

          “หากไม่เห็นแก่ชาวเซิ่งหนาน ไม่เห็นแก่พระชายาที่จะเสด็จมา กระหม่อมจะไม่สนทนากับท่านอ๋องเลย”     

          “เอาน่าๆๆ ที่เคืองข้าก็เอาไว้ก่อน งานของบ้านเมืองสำคัญกว่ามาก หากต้อนรับไม่ดีโนเสด็จพ่อเล่นงานกันปะไร ท่านต้องช่วยข้านะ พี่โหลวนะ”     

          “เฮ้อ” โหลวอี้เจี๋ยได้แต่ถอนหายใจออกมาก่อนจะจำใจรับปากเมื่ออีกฝ่ายเดินมากอดแขนพร้อมกับการออดอ้อนเอาใจ เขาเลี้ยงดูองค์ชายสิบเอ็ดมาตั้งแต่เด็ก ทราบดีว่าคำพูดเช่นนี้คือยอมอ่อนให้จนถึงขีดสุดแล้ว ซึ่งหากว่าเขาไม่ทำก็คงใจร้ายมากเป็นแน่    

          เอาน่า ท่านไต้ซือบอกว่าพระชายาที่จะมาถึงเป็นคุณแก่เซิ่งหนานแน่นอน          

          เขาจะเชื่อท่านด้วยการเตรียมงานต้อนรับพระนางเป็นอย่างดี




++++++++++++++++++++++++

ไม่ได้เข้ามาอัพเรื่องนี้สักพัก

อิชั้นคิดไม่ออก วันนี้คิดว่าควรจะอัพสักหน่อย 

ขออภัยที่ทำให้รอนานนะคะ

นางเอกจะเข้าเมืองแล้ววววววววววววว โห่ ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮิ้ววววววววววววว 

Image result for ทิวทัศน์เมืองจีน

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #186 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 03:52
    จะเจอกันสักที 55
    #186
    0
  2. #20 นัทจัง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 21:14

    ท่านอ๋องก็แปลก นางไม่ไปก็ให้อยู่โซนนางกำนัลที่ไม่เกี่ยวกับตำหนักในสิ นี่เล่นเข้านอกออกใน (ท่านอ๋องควรจำกัดขอบเขตห้ามเข้าและไม่ให้นางเสนอหน้า ยิ่งไม่พูดนางยิ่งเอาใหญ่ขนาดไปตลาดยังนั่งเกี้ยวเดียวกัน มันไม่ใช่ เดินยังเดินเสมอมันใช่ที่ไหนท่านอ๋อง) ท่านอ๋องน่าจะให้ท่านโหลวเป็นคนดูแลเรื่องนี้แทน สะกัดดาวรุ่งนางจะได้ไม่ผยอง

    #20
    0
  3. #17 pen250 (@pen250) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 21:00

    ดีใจจัง
    #17
    0