ห้ามรักเธอ (Don't lie to me)

ตอนที่ 9 : เราอย่าเจอกันอีกเลย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,053
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    8 ก.ย. 61











บทที่ 9

เราอย่าเจอกันอีกเลย




               “เฮ๊ย...”

               ราเมศเอ่ยกระซิบกับอิศราซึ่งกำลังนั่งก้มหน้าดูแหวนที่นิ้วของตัวเองด้วยสายตาเคร่งเครียด เขาควรจะถอดมันทิ้งแล้วโยนไปจากชีวิตซะ...

               “อะไร”

               “โน่น...”  เพื่อนตัวแสบพยักพเยิดหน้าให้เขาหันไปดูที่โต๊ะไกลสุดของงานปาร์ตี้ ซึ่งมีหญิงสาวนั่งอยู่เพียงสองคนเท่านั้น หนึ่งในนั้นคือบัวบูชา เธอยังคงอยู่ในงานปาร์ตี้ไม่ยอมไปไหน สายตาเย็นเยือกของเธอยังคงมองมาที่เขาอย่างไม่วางตาและไม่ไหวติงสักวินาที ราวกับกำลังสลักดวงวิญญาณของเขาไว้ในดวงตาคู่นั้น ซึ่งทำให้เขารู้สึกวุ่นวายใจและหนักใจอย่างบอกไม่ถูก เขาจะทำยังไงกับผู้หญิงดื้อด้านคนนี้ดีนะ  

               “ยัยหน้าด้านนี่...กวนตีนชะมัด!” วราลียกแก้วไวน์ขึ้นซดด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างมาดมั้น ตั้งใจจะไปไล่ผู้หญิงคนนั้นด้วยตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด หากเจ้าหล่อนยังหน้าด้านไม่ยอมไปก็จะลงมือลากด้วยสองมือของเธอเอง แต่ความตั้งใจของเธอกลับโดนอิศราขัดขวางเสียก่อน

               “ไม่ต้องไปสนใจ!” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงดุดันแฝงความเบื่อหน่ายรำคาญ สีหน้าเรียบเฉยเหมือนคนไม่สนใจโลก ซึ่งตรงข้ามกับความรู้สึกภายในลิบลับ วินาทีนี้เป็นวินาทีที่ยากเย็นสำหรับเขาเหลือเกิน ดูเหมือนความฉลาดหลักแหลมจะช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย เมื่อความรู้สึกหวั่นไหวเริ่มกัดกินหัวใจของเขาอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นทำให้เขารู้สึกสับสนไปหมด  

               วราลียอมนั่งลงทั้งที่รู้สึกไม่พอใจและไม่เห็นด้วย

               “แต่มันรกหูรกตา เหมือนมีขยะเหม็น ๆ กองอยู่ในงาน มันจะทำให้งานปาร์ตี้ไม่สนุกเอาน่ะสิ”

               “ใช่ เธอกำลังทำ” ทิวากรเอ่ยขึ้น ด้วยใบหน้าเรียบเฉย และท่าทางเฉยเมยเหมือนปกติ ขณะหันไปมองบัวบูชา ด้วยสายตาสนใจอยู่อย่างลึกเร้น “เธอคิดจะต่อกรกับนาย เธอคิดจะสู้กับนายว่ะเมฆ บางที เกมอาจยังไม่จบก็ได้ หรือว่านายจะไปเล่นให้จบ”

               อิศรารู้สึกสั่นไหวไปทั้งใจ เมื่อความอ่อนแอเริ่มมีผลต่อการตัดสินใจ เขาหยิบไวน์ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้วเพื่อดับความรุ่มร้อนในอก

               “ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องไปสนใจ! อยากนั่งก็นั่งไป นั่งได้ทั้งคืนก็เชิญเลย ทนได้ก็ทน อยากรู้เหมือนกันว่าใครจะเป็นฝ่ายแพ้” เขาพูดโดยที่ไม่ยอมหันไปมองหญิงสาวเลยแม้วินาทีเดียว “เฮ๊ยเมศ ไปบอกดีเจให้เปิดเพลงดังกว่านี้หน่อย เอาแบบมันส์ ๆ เลยนะ พวกนายลุกขึ้นเลย ลุกเดี๋ยวนี้ มาเต้นฉลองความสำเร็จกันดีกว่า !

               เสียงเพลงแดนซ์ที่ดังขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ทำให้งานปาร์ตี้คึกคักราวกับผับหรือดิสโก้เทค ซึ่งสร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้แก่ผู้ร่วมงานปาร์ตี้เป็นอย่างมาก พวกเขาดื่มเต้นและร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะกลุ่มของผู้จัดงานทั้งห้าคน ที่ฉลองความสำเร็จด้วยการเปิดแชมเปญขวดใหญ่ขวดที่สองแล้วร่วมกันดื่มอย่างสุขสันต์   

               แต่ภาพความสุขเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เธอหวั่นไหวเลยสักนิดเดียว เธอไม่ได้รู้สึกอิจฉาความสุขของพวกเขาอย่างที่พวกเขาอยากให้เธอรู้สึก เธอมองออกว่ามันเป็นความสุขที่จอมปลอม ไร้ความจริง

               ท่ามกลางความครึกครื้นวุ่นวาย เธอยังคงมองอิศรา อย่างไม่ไหวติง แม้เขาจะไม่ยอมหันมา แต่เธอมั่นใจว่าเขารู้ เขารู้ว่าเธอยังอยู่ตรงนี้ เขารู้เต็มอกว่าเธอยังรอเขาอยู่

               “ไปกันเถอะบัว เขาคงไม่มาคุยด้วยหรอก” กอบกุลออกปากชวนเพื่อนอีกครั้ง หลังจากรอมาเกือบชั่วโมง แต่ดูเหมือนจะไร้ความหมาย

               “ไม่ ยังไงฉันก็ต้องจบเรื่องนี้ให้ได้คืนนี้ ฉันไม่อยากค้างคาใจ ฉันจะกลับก็ต่อเมื่อได้คุยกับเขาแล้ว”

               “แกทนสายตาคนพวกนี้ได้ยังไง” กอบกุลเริ่มหัวเสียและอยากลุกไปตบหน้าคน “ดูพวกมันมองสิ มันเยาะเย้ยแก มันทำเหมือนว่าสมเพชแกมาก ทั้งที่พวกมันควรจะร่วมกันประณามนายเมฆกับพวกไม่ใช่เหรอ”

               “ไม่มีใครอยากเข้าข้างคนอย่างเราหรอกกุล” บัวบูชาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “คนพวกนั้นมีทั้งเงิน อำนาจ และคอนแนกชั่น ใครก็อยากคบหา อยากร่วมก๊วนด้วยทั้งนั้น อย่างเราเองก็เคยชอบอกชอบใจที่เขาเข้ามา...ไม่ใช่เหรอ”

               กอบกุลถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย “ทำไมฉันมองเขาไม่ออกเลย ฉันมั่นใจมากว่าเขารักแก”

               บัวบูชายิ้มเย้ยตัวเอง หากเธอไม่ได้มีเด็กอยู่ในท้อง เธอคงซดไวน์ไปหมดขวดแล้ว

               “ฉันน่าจะเอะใจนะ ว่าคนอย่างเขาจะมาสนใจอะไรฉัน ฉันมันก็แต่แม่ค้าในตลาดสด”   

               “แม่ค้าแล้วไง ไม่ได้ทำงานทุจริตซะหน่อย ว่าแต่ยัยตาหายไปไหนเนี่ย ไม่เห็นตั้งนานแล้ว หรือว่าหนีกลับไปแล้ว”

               ขาดคำนั้น เสียงโทรศัพท์ของกอบกุลดังขึ้น ซึ่งเป็นสายจากเพื่อนที่หายไปนั่นเอง

               “ว่าไงนะ...” เธอเงียบเพื่อฟังปลายสาย ก่อนจะตอบตกลงแล้วปิดโทรศัพท์ “ยัยตาบอกว่ารออยู่ที่รถแล้ว มันถามว่าเราจะกลับกันรึยัง มันจะกลับแล้ว...เสียงเหมือนเมามากด้วย นึกแล้วเชียวว่าหายไปไหน”

               “งั้นแกไปเถอะ เดี๋ยวฉันกลับเอง ฉันขี่มอเตอร์ไซค์มาน่ะ เสร็จเรื่องแล้วจะบึ่งกลับเอง” บัวบูชายังคงยืนยันคำเดิมอย่างไม่ไหวติง “แกไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันขอคุยกับเขาก่อน คุยเสร็จแล้วถึงจะกลับ”

               “แล้วถ้าเขาไม่ยอมคุยกับแกจริงๆล่ะ”

               “ฉันจะอยู่ที่นี่จนกว่าเขาจะยอมคุยกับฉัน แกเชื่อฉันสิว่าเขากับเพื่อนเขาไม่ได้ชอบนักหรอก ที่ฉันยังอยู่ที่นี่ เพราะงั้น เขาจะยอมคุยกับฉันจนได้” เธอพูดพลางหันไปมองผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในแขกที่มาร่วมงานครั้งนี้ เธอเริ่มคิดออกในวินาทีนี้เองว่าเธอเคยเห็นเขาหลายครั้งที่ตลาดและได้เจอกันโดยบังเอิญอีกหลายครั้งตามสถานที่ต่าง ๆ เขาแอบมองเธออย่างมีเลศนัยตั้งแต่ที่เธอเข้ามาในงานแล้ว กระทั่งตอนนี้ เขาก็ยังมองอยู่  

               “แต่ฉันเป็นห่วงแก ให้ฉันทิ้งแกไว้ที่นี่ ฉันคง...”

               “ไปเถอะน่า ฉันเอาตัวรอดได้ ไปหายัยตาเถอะ มันเมาขนาดนั้น เดี๋ยวมันขับรถออกไปเองจะยุ่ง”

               เมื่อกอบกุลยอมออกจากงานไปเพราะความเป็นห่วงเพื่อนที่กำลังเมาอ้อแอ้อยู่ที่รถ บัวบูชาก็ได้มีโอกาสต้อนรับผู้ชายคนนั้นอย่างที่เธอคิดเอาไว้ เขาเข้ามาหาเธออย่างมีจุดประสงค์อย่างแน่นอน สีหน้าและสายตาของเขาบ่งบอกว่าเขามีเรื่องอยากคุยกับเธอ  

               “นั่งด้วยคนนะ”

               “เชิญค่ะ”

               “จำผมได้มั้ย”

               คำถามของเขาทำให้เธอต้องพิจาณาใบหน้าเขาอย่างตั้งใจอีกครั้ง การได้มองใกล้ขนาดนี้ ทำให้เธอจำเขาได้ทันทีว่าเขาเคยเป็นเพื่อนร่วมห้องของอิศราและแก๊งนั่นเอง หมอนี่เป็นนักกีฬาโรงเรียน เป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ ในโรงเรียนไม่แพ้อิศรา เพียงแต่เขาเป็นคนจนเหมือนกับเธอและกอบกุล เขาจึงไม่ได้รับการยกย่องจากเพื่อนร่วมห้องสักเท่าไหร่  

               “คุณชื่อ...”

               “ผมชื่อเต...เตชินท์ ห้อง 6/1

               เธอจ้องหน้าเขาอย่างนึกสงสัย “คุณ...คอยตามฉัน...ใช่มั้ย?”  

               “ใช่ ผมตามคุณมาหลายปีแล้ว”

               เขายอมรับตรงๆ ราวกับเป็นเรื่องปกติ มันทำให้บัวบูชารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก  

               “งั้นเราคุยกันหน่อยได้มั้ย”

               “ได้สิ ผมอยากคุยกับคุณมานานแล้ว”

               “เชิญค่ะ”

               เธอลุกจากโต๊ะก่อน เตชินท์จึงลุกตาม แล้วทั้งคู่ก็เดินออกจากงานไปด้วยกัน โดยใช้เส้นทางภายในบ้าน มุ่งตรงไปยังหน้าบ้านหลังใหญ่  

               “นั่นมันไอ้เตนี่”

               ธนินทร์พูดกับเพื่อนทั้งกลุ่ม “ใครเชิญมันมาวะ”

               “ไม่รู้สิ”

               อิศราหันไปมองบัวบูชาและเตชินท์ที่เดินหายไปด้วยกันด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ซ่อนความร้อนรนเอาไว้ภายในจนเต็มแน่น  

               “มันพาเจ้าสาวแกออกไปแล้วว่ะเมฆ ยัยนั่นก็ยอมไปกับมันโว๊ย”

               “สันดาน  ง่าย!” วราลีเย้ยหยันสนุกปาก “โง่!

               “ไอ้เตนี่ขึ้นชื่อเสียงแบดบอยด์เลยนะ” ราเมศเอ่ยถึงคนในวงการเดียวกัน “ได้ข่าวว่าตั้งแต่มีบริษัทสถาปนิกเป็นของตัวเองนี่ กินไม่เลือกนะ สงสัยวันนี้อยากกินดอกบัวล่ะมั้ง”

               อิศราแอบร้อนใจจนอยู่ไม่ติด แต่ยังวางท่าเหมือนไม่ได้สนใจอะไร  “เรื่องของมันสิ  ถ้ายัยนั่นอยากให้มันกิน เราจะทำไงได้วะ  เฮ๊ย !  ฉันขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ”

               เขาบอกเพื่อนเท่านั้น ก่อนจะเดินปรี่ออกมาอย่างเร็วด้วยใจที่กระวนกระวาย มันเป็นวินาทีที่เขารู้สึกแย่กับตัวเองมากที่นึกเป็นห่วงผู้หญิงคนนั้นแทบบ้า

               “มันไม่ควรเลย...”  เขาตรงเข้ามาในบ้านด้วยความร้อนใจ เขาอยากจะตะโกนเรียกชื่อเธอแทบคลั่ง แต่คำว่าศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่ เขาจึงได้แต่เดินตามหาไปจนทั่วทุกซอกทุกมุมและทุกห้อง ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง แต่ก็ไม่เห็นเจ้าหล่อนกับหมอนั่นแม้แต่เงา

               “หายไปไหนวะ”  เขาคิดจะเดินออกไปดูที่หน้าบ้าน แต่กลับเจอป้าแม่บ้านเข้าเสียก่อน

               “ป้าครับ เห็นคุณบัวมั้ย เห็นมั้ยป้า?”

               “ไม่เห็นค่ะ มีอะไรหรือคะคุณหนู คุณบัวไปไหนคะ”

               “ไม่เห็นเลยเหรอ ไม่เห็นจริงหรือป้า”

               “ไม่เห็นนะคะ ลองไปถามเพื่อน ๆ”

               “ไม่ต้อง!!! ไม่ต้องไปบอกใครนะว่าผมหาบัวอยู่ ป้าลองออกไปหาคุณบัวที่แถวชายหาดดูนะ ถ้าเจอโทรมาบอกด้วย ฮึ่ม! หายไปไหนวะ ก็เห็นเต็มตาว่าเดินเข้ามาในบ้านนี่นา ไอ้เต!” 

                              เขาหัวเสียอารมณ์บูดเมื่อคิดว่าอาจมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นระหว่างเธอกับไอ้เตชินท์จอมหื่น เขารีบหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดโทรไปยังเบอร์ของหญิงสาว เพื่อจะบอกกับเธอว่าเขาจะยอมคุยกับเธอเป็นครั้งสุดท้าย แต่เจ้าหล่อนกลับไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเขา

               “บัว!  ทำไม...”

               เขาหงุดหงิดงุ่นง่านจนแทบจะขว้างโทรศัพท์ทิ้ง หากไม่คิดถึงอีกเบอร์เสียก่อน เบอร์ของคนที่ทำงานให้เขาอย่างลับๆมาตลอดหลายปี แต่ไม่ทันที่จะกดเบอร์นั้นตามใจปรารถนา

               “เข้าห้องน้ำแล้วเหรอเมฆ!!!” วราลีเดินเข้ามาด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนกำลังจับผิดเขาอยู่ แน่นอน เธอไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะมาเข้าห้องน้ำ เขาก็แค่อยากมาหาผู้หญิงคนนั้น คนที่เขาเกลียดนักหนา “เข้ามาทำอะไรตั้งนาน เพื่อนๆ รออยู่นะ ทำไมไม่รีบออกไปอีก”

               “กำลังจะไป”

               “แล้วทำไมยังไม่ถอดแหวนหมั้นออก”

               เมื่อโดนทัก เขาหน้าเสียเล็กน้อย ก่อนจะรีบถอดแหวนออกจากนิ้วแล้วขว้างไปอย่างแรงเพราะความโมโหที่เธอหายไปกับผู้ชายคนอื่น

               “โอ๊ย!

               อิศราและวราลีหันไปมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาแทบจะพร้อมกัน...

               “บัว!     

               บัวบูชาจับหน้าผากที่ปูดแดงขึ้นเล็กน้อยเพราะแหวนวงนั้นทำพิษ ความเจ็บทำให้เธอน้ำตาแทบไหล อิศราตกใจไม่น้อยที่เห็นเธอบาดเจ็บ ความลืมตัวทำให้เขาก้าวขาเพื่อจะไปหาเธอ แต่โดนวราลีรั้งเอาไว้

               “ทำไมเธอยังอยู่ที่นี่อีก!!

               บัวบูชามองหน้าอิศราด้วยความเสียใจและผิดหวังอย่างรุนแรง ดวงตาคู่สวยคลอน้ำอย่างห้ามไม่อยู่ ความเจ็บจากแหวนวงนั้นยังไม่เท่ากับความเจ็บที่โดนความรักหักหลัง เขาควรมีคำอธิบายที่ดีกว่านี้ให้กับเธอไม่ใช่เหรอ

               “เมฆ!  คุยกันหน่อยสิ ครั้งสุดท้าย”

               คำว่าครั้งสุดท้ายทำให้ใจของอิศราหวั่นไหวเล็กๆเขารู้สึกไม่ดีเลยที่ตัวเองเป็นแบบนี้

               “ยังต้องคุยอะไรอีก!!” วราลีออกโรงเสียเอง เพราะกลัวว่าเพื่อนจะใจอ่อน “ทุกอย่างมันคือเกม เมฆไม่ได้รักเธอ เขาแค่เล่นเกมกับเพื่อน ๆ เธอตัดใจจากเมฆซะเถอะ เรื่องของเธอกับเมฆมันไม่มีทางเป็นจริงได้ เพราะเขาไม่เคยรักเธอ เขาเกลียดเธอ ได้ยินมั้ย เขาเกลียดเธอ!!

               “เมฆ...” บัวบูชาแทบไม่ฟังสิ่งที่วราลีพูดเลย เธอเพียงแค่อยากฟังจากปากของเขาเท่านั้น “คุณเกลียดฉันเรื่องอะไรเหรอ ฉันเคยทำอะไรให้คุณเหรอ บอกฉันมาเถอะ ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่ามันจะเป็นแค่เกม”

               อิศรายืนนิ่งเฉย ใบหน้าเย็นชาราวกับไร้ความรู้สึก ทั้งที่ภายในนั้นร้อนระอุราวกับมีไฟกองโตสุมอยู่  

               “อย่าสำคัญตัวไปเลยบัวบูชา มันไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ บอกแล้วไงว่ามันก็แค่เกม ยังไม่เข้าใจอีก กลับไปซะเถอะ ทุกอย่างมันจบแล้ว เกมโอเว่อร์ไปแล้ว !

               แววตาของคนใจดำประกาศชัดว่าเกลียดชังเธอ น้ำเสียงเย็นชาไร้เยื่อใย ทำให้เธอรู้สึกเหน็บหนาวไปทั้งหัวใจ

               “คุณจะไม่บอกจริง ๆ ใช่มั้ย”

               “พูดไม่รู้เรื่องเหรอ!!” วราลีทนไม่ไหวแล้ว “อย่าพยายามอีกเลย เธอไม่มีสิทธิ์จะอยู่ที่นี่แล้ว เธอไปซะเถอะ ส่วนแหวนที่เธอสวมอยู่ เอาไปขายซะ ถือว่าเป็นของชดเชยแล้วกัน อ้อ หรือถ้าจะเอาแหวนลงนั้นด้วยก็ได้นะ ทางนี้ถือว่าเป็นขยะแล้ว เก็บใส่กระเป๋าได้เลย”

               วราลีหมายถึงแหวนที่อิศราขว้างทิ้ง เธอยิ้มเยาะให้บัวบูชาด้วยความสะใจ ก่อนจะลากอิศราเดินผ่านหน้าบัวบูชาไป

               “ก็ได้ ถ้าคุณไม่บอกฉัน ฉันเองก็จะไม่บอกเรื่องสำคัญกับคุณเหมือนกัน คุณจะไม่ได้รู้ไปจนวันตาย!!

               อิศราชะงักฝีเท้า คิ้วขมวดสงสัย วราลีเห็นท่าไม่ดีจึงชิงพูดเสียก่อน...เพื่อตัดไฟเสียแต่ต้นลม

               “คำว่าสำคัญใช้ไม่ได้กับเธอหรอกยัยแม่ค้า!! เขาก็บอกแล้วไงว่าอย่าสำคัญตัว อย่าสำคัญตัว ! ไปได้แล้ว แล้วอย่ากลับมาให้เขาเห็นหน้าอีก ไม่งั้น อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

               เจ้าหล่อนพูดจบก็ลากอิศราออกไปราวกับว่าเขาเป็นของเธอ ทิ้งบัวบูชาไว้เบื้องหลัง กับเศษซากของความรู้สึกเกลียดชัง เธอเหลือบมองแหวนที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวดใจ  

               “ก็ได้ แค่เกม แค่เกมก็ได้   ไปกันเถอะ...”

               เธอกระซิบบอกลูกน้อยในท้อง ก่อนจะเดินออกจากบ้านหลังสวยนั้นมาด้วยใจที่ร้าวราน...

               “เราอย่าเจอกันอีกเลย”  


B
E
R
L
I
N
Select AllCopy To Clipboard
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #27 NovelMania (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 22:23

    ดื่มกาแฟรอไรต์มาอัพต่อ อย่างใจจดจ่อ

    #27
    0
  2. #26 tom247 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 08:55
    สุดท้ายก็ไม่รู้เหรอ มาบ่อยๆนะไรท์ รอจุดจบของอีแก๊งนี้
    #26
    0
  3. #25 coonX3 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 23:10

    เข้มแข็ง เดินหน้า เท-พวกศีลต่ำเสมอกันไปเถอะ ขอให้กรรมตามสนอง

    #25
    0
  4. #24 Ray_1980 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 22:47
    เข้มแข็งนะบัว อย่าใจออ่นนะ
    #24
    0
  5. #23 paphapin1234 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 22:11
    สมกับที่เป็นเพื่อนกันจริงๆจะด่าเ-้ยก็สงสารเ-้ย#อินจัด😠😠
    #23
    0
  6. #22 แมวมณี (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 22:03

    ฝากตอนใหม่ด้วยค่ะ

    #22
    0