ห้ามรักเธอ (Don't lie to me)

ตอนที่ 8 : เกมโอเว่อร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,253
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    7 ก.ย. 61







บทที่ 8

         เกมโอเว่อร์       

 

 

 

 

               เมฆ...เราเลิกกันเถอะ

               สายตาของเธอราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของเขาอย่างรุนแรงและไร้ความปรานี จนถึงขั้นทำให้หัวใจของเขาแหลกละเอียดกลายเป็นฝุ่นผง คำบอกเลิกจากผู้หญิงไร้ความหมายทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางหัวได้อย่างไร เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขากำลังรู้สึกเจ็บและชาไปทั้งตัวเพราะผู้หญิงคนนี้

               ไม่มีทาง เขาไม่มีทางยอมรับโชคชะตานี้ เพราะคนที่จะต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสจากเรื่องโกหกครั้งนี้ มันต้องเป็นเธอเท่านั้น มันไม่มีทางเป็นเขาไปได้ มันจะต้องเป็นเธอที่ต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอความเห็นใจจากเขา   

               อิศราคิดว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ หากเขาไม่ได้หูฝาดไป หรือเธอเกิดนึกกลัวการแต่งงานขึ้นมาจริงๆ แต่มันไม่มีทางเกิดขึ้นเพราะเธอหมดรักเขา

               ขณะที่กลุ่มเพื่อนสนิทของเขาถึงกับอึ้งและงงงัน โดยเฉพาะวราลี เธอร้อนใจจนอยู่ไม่ติด เมื่อคิดว่าเกมลวงครั้งนี้อาจย้อนกลับมาทำลายคนที่เธอรักได้ ซึ่งเธอจะไม่มีวันยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นแน่   

               “บอกเลิกเหรอ บอกเลิกใช่มั้ย??” แขกเหรื่อที่มาร่วมงานต่างพากันอึ้งและตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของว่าที่เจ้าสาวผู้ได้ชื่อว่าเป็นซินเดอเรล่าที่น่าอิจฉา หญิงสาวธรรมดาที่เพิ่งบอกเลิกเจ้าชายไปอย่างไร้เยื่อใย แม้แต่กอบกุลและลลิตาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของว่าที่เจ้าสาวก็ยังมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจในสิ่งที่เพื่อนทำ   

               “บัว!

               อิศราไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรไป แต่คำเดียวที่ผุดอยู่ในหัวของเขาตอนนี้ก็คือ เขาไม่ยอม...เขาไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นแน่ เขาไม่ยอมเลิกกับเธอ หรือเขาไม่ยอมให้เธอบอกเลิก เขาก็ยังไม่แน่ใจ เพียงแต่เขาไม่ยอม...  

               “บัว”

               เขาก้าวมาถึงตัวเธอแล้วคว้าสองแก้มไว้ในอุ้งมือ ก้มลงประกบปากจูบแน่นเพื่อให้เธอหยุดพูดในสิ่งที่ไม่สมควรจะพูดเสียที ซึ่งสร้างความตกใจและประหลาดใจให้แก่เพื่อนสนิทและแขกเหรื่อเป็นอย่างมาก

               บอกเลิกแล้วจูบกันดูดดื่ม สองคนนี้กำลังเล่นตลกอะไรกันอยู่...ราเมศหันมองสายตาตกตะลึงของทุกคนแล้วก็ได้ความคิด อาศัยช่วงที่ทุกคนกำลังงง แก้ไขสถานการณ์เป็นรองของอิศราให้กลับมาเหนือกว่าอีกครั้ง

               “เซอร์ไพรซ์...ปรบมือ” เขาตะโกนลั่น พร้อมปรบมือนำร่อง และอธิบายเพื่อความกระจ่าง “ไม่ต้องตกใจไปครับ มันก็แค่การแสดงเพื่อความสนุกและตื่นเต้นเท่านั้น พวกเขายังคงรักกันมากเหมือนเดิม”

               แต่ทุกคนเห็นตรงกันว่าไม่เห็นจะสนุกตรงไหน แต่ก็ยอมปรบมือให้กับการแสดงที่ดูสมจริงจนน่าตกใจ

               “อื้อ...” บัวบูชาผละริมฝีปากออกจากเรียวปากนุ่มของคนร้ายกาจด้วยสีหน้าโกรธเคือง

               “เมฆ...”

               “พูดอะไร” เขากระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงเขียวขุ่น สีหน้าอ้อนวอนออกมาจากความรู้สึกภายในโดยไม่รู้ตัว “อย่านะบัว...”

               “เราเลิก...”

               เขายกฝ่ามือขึ้นปิดปากสวยไว้ก่อนที่เธอจะพูดจบประโยค  ใบหน้าคร้ามแดงก่ำ กดกรามแน่นขณะพยายามระงับสติอารมณ์เอาไว้ให้ถึงที่สุด  

               “ไปคุยกันในห้อง” เขาคว้ามือเธอเพื่อจะลากออกไปกลางวงล้อม แต่เธอกลับสะบัดมือออกจากอุ้งมือเขา แล้วจ้องหน้าเขานิ่ง อย่างท้าทาย

               “คุยกันที่นี่แหละ ต่อหน้าทุกคน ทุกคนที่นี่จะเป็นพยานให้เราสองคนยังไงล่ะ”

อิศราจ้องหน้าเธออย่างไม่เข้าใจ เธอเป็นอะไป โกรธหรืองอนอะไรเขาอย่างนั้นหรือ

               “บัว...” แต่ไม่ทันที่เขาจะเอ่ยอ้อนวอนออกมา วราลีเดินเข้ามากลางวง พร้อมกับสาดแก้วไวน์แดงใส่หน้าบัวบูชาจนเปียกไปทั้งหน้า

               “เฮ๊ย!

               “บัว!  อิศราตกใจหน้าเหวอ หันมองวราลีด้วยสายตาดุเข้ม ธนินทร์และราเมศรีบเข้ามาคว้าตัววราลีเพื่อจะลากออกไปเสีย แต่วราลีไม่ยอม สะบัดสองหนุ่มทิ้ง แล้วหันมาชี้หน้าบัวบูชาอย่างเย้ยหยัน  

               แขกเหรื่อต่างตกใจอึ้งและแตกฮือเหมือนนกแตกรัง โดยเฉพาะกอบกุลที่รีบปรี่เข้ามาหาบัวบูชาด้วยความเป็นห่วง ขณะลลิตาได้แต่ยืนนิ่งช็อค จ้องมองแต่อิศราแบบไม่วางตา

               “บัว! เป็นไงบ้าง ?”

               บัวบูชาได้แต่ยืนนิ่ง เหมือนยอมรับในโชคชะตา แม้ภายในจะระอุไปด้วยความคับแค้นใจ

               “วราลี!!!  อิศราตะคอกใส่เพื่อนรักดังลั่นไปทั้งงาน สีหน้ากราดเกรี้ยวคลั่งโกรธจนระงับไม่อยู่  “เป็นบ้าอะไร!!!

               วราลีตกใจหน้าซีด เพราะเขาไม่เคยมองเธอด้วยสายตาแบบนี้มาก่อน อย่าว่าแต่ตะคอกอย่างหัวเสียเลย เขาไม่ควรจะโกรธเธอเพราะผู้หญิงคนนี้ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เขาเพิ่งทำลงไป มันเหมือนว่าเขากำลังปกป้องผู้หญิงคนนั้นอยู่ คนที่เขาเคยบอกว่าเกลียดชังสุดหัวใจ

               เมฆ....อย่าบอกนะ... เธอใจสั่นจนแทบจะรั้งขาไว้ไม่อยู่แล้ว เมื่อคิดว่าเธอและเพื่อน ๆ กำลังจะพ่ายแพ้ให้แก่ศัตรูอย่างราบคาบ  

               “พอซะทีเถอะเมฆ!” เธอจ้องมองเพื่อนรักอย่างเย้ยเยาะท้าทาย “พูดความจริงได้แล้วเมฆ !! บอกทุกคนไปสิว่าทุกอย่างที่ทุกคนเห็น มันก็แค่เกม!

               คำพูดของวราลีทำให้ทุกคนงงงันและแปลกใจ ต่างหันไปซุบซิบและวิพากษ์วิจารณ์ราวกับผึ้งแตกรัง

               “หยุดนะวราลี ออกไป!” อิศราตะโกนใส่หน้าเธอซ้ำด้วยสีหน้าร้อนใจ ขณะบัวบูชาพยายามข่มกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้เพื่อให้ยังยืนอยู่ได้ ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จ้องมองเธอเป็นตาเดียว กอบกุลจับมือเธอไว้แน่นเพื่อส่งกำลังใจและอยู่เคียงข้างทุกวินาที  

               “ทำไมฉันต้องไป ฉันรอวันนี้มาตั้งนานแล้ว นายเองก็รอมานานแล้วเหมือนกันนี่เมฆ บอกผู้หญิงคนนี้ไปสิ ว่าที่ผ่านมา มันเป็นแค่เรื่องโกหก นายไม่เคยรักผู้หญิงคนนี้เลย ไม่เคยเลยสักนิด แต่นายเกลียดเธอยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน เกลียดและอยากให้เธอทนทุกข์ทรมานและเจ็บปวดไปจนตายไง!

               อิศราหน้าซีดเผือด หัวใจเหมือนจะหยุดเต้นขณะหันมองหน้าบัวบูชาที่มองเขาด้วยสายตาผิดหวังและเสียใจอย่างรุนแรง แต่สายตาคู่นั้นกลับไม่ได้ประหลาดใจกับสิ่งที่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย    

               “อะไรกันเนี่ย” ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน

               “นี่เป็นปาร์ตี้สละโสดจริงเหรอ”

               “มันเป็นแค่เกมโว๊ย!

               วราลีมองหน้าอิศราด้วยสายตาท้าทาย “ทำให้ได้อย่างที่พูด ทำเร็ว ๆ เข้า!!

               ทิวากรแอบยิ้มเยาะด้วยความพอใจ จัดการรินไวน์ลงจนเต็มแก้วทรงสูง แล้วเดินตรงมาหาอิศรา

               “จัดการเลยเมฆ!!” พูดพลางยื่นแก้วไวน์ให้แก่อิศรา “ทำให้เกมโอเวอร์ซะที พวกเราเชื่อในตัวนายนะ ทำเพื่อเขา ทำซะ จบมันเถอะ!

               อิศราหน้าเข้มและนิ่งงัน ขณะรับแก้วไวน์จากเพื่อนรักผู้เงียบขรึมมาถือไว้

               “ใช่!” เขาควรจะหยุดหวั่นไหวเพราะความรู้สึกสงสารหรือสมเพชเวทนาเสียที เขาควรจะหันกลับมามองที่เป้าหมาย หันกลับมามองผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุให้เพื่อนรักที่สุดในชีวิตของเขาต้องตาย ผู้หญิงที่กำลังมองเขาด้วยสายตาท้าทายไม่แพ้กัน “มันไม่เคยมีอะไรที่เป็นความจริงระหว่างเราเลย มันไม่เคยมีความรัก มีแต่ความเกลียดชัง!!

               สายตาเกลียดชังของเขาปรากฏอย่างเปิดเผย ขณะเทไวน์ลงบนพื้นตรงหน้าเธอ แทนที่จะราดบนหัวเธอให้มันสะใจกันไปเลย ซึ่งทำให้กลุ่มเพื่อนสนิทของเขาถึงกับเซ็ง และแอบผิดหวังให้ตัวเขา     

               “สำหรับฉัน เธอก็แค่ขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้นเองบัว สองเดือนที่ผ่านมา มันก็แค่ละครตบตาลวงโลก มันก็แค่เกมสนุกเท่านั้น เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะสนใจคนอย่างเธอเหรอ มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน!

               “แค่เกมจริง ๆ เหรอ” ไม่เพียงแค่บัวบูชาเท่านั้นที่ตั้งคำถามนี้กับตัวเอง แต่หญิงสาวทุกคนในงานก็เช่นกัน ที่พากันซุบซิบเย้ยเยาะเพราะรู้สึกสมเพชคนไม่เจียมตัวกันจนสนุกปาก   

               “แล้วสนุกพอรึยัง” เธอถามเขาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบไร้ความรู้สึก เขาขมวดคิ้วมุ่น คาดไม่ถึงว่าเธอจะนิ่งและรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายได้ดีขนาดนี้  

               “สนุกพอรึยังเมฆ?”

               ไม่เลย...นอกจากจะไม่สนุกแล้ว...เขายังรู้สึกอื้ออึงไปทั้งอกอย่างบอกไม่ถูก สายตาผิดหวังและเศร้าเสียใจของเธอทำให้เขารู้สึกเจ็บไปด้วย

               “เกมโอเวอร์!!  เอาล่ะทุกคน ฟังๆ” ราเมศตะโกนขึ้นกลางวง เพราะเห็นว่าอิศรากำลังจะจนมุม “ทุกคนก็คงรู้กันแล้วนะว่าการแต่งงานของอิศรากับบัวบูชาเป็นแค่เกมหลอก เล่นกันเท่านั้น เพราะงั้นปาร์ตี้คืนนี้จึงไม่ใช่ปาร์ตี้สละโสดอย่างที่ทุกคนคิด แต่มันคือปาร์ตี้ฉลองให้กับผู้ชนะในเกมต่างหาก ปรบมือให้อิศราด้วยที่สามารถทำให้บัวบูชายอมตกลงแต่งงานได้”

               ราเมศปรบมือนำ ทุกคนจึงปรบมือตาม อย่างงงๆ สายตาของทุกคนจับจ้องแต่บัวบูชา ด้วยความเวทนา

               “เสียใจด้วยนะบัวบูชา แต่เกมโอเว่อร์แล้ว” วราลีมองเธอด้วยสายตารังเกียจ “กลับไปอยู่ในที่ของเธอซะ!

               “เอาล่ะทุกคน” ธนินทร์รอจังหวะมานาน รีบส่งสัญญาณมือให้ทุกคนหันมามองเขา “ได้เวลาเปิดแชมเปญฉลองแล้ว ขอเชิญคุณอิศราครับ”

               เจ้าของชื่อพยายามปั้นหน้าเหมือนว่ากำลังสาสมใจในชัยชนะของตัวเอง ทั้งที่กำลังรู้สึกอื้ออึงไปทั้งอก

               “ใช่   ได้เวลาแล้ว”

               “เมฆ!” เธอเรียกเขาไว้ เขาหยุดแล้วหันมองหน้าเธอ  สายตาสองคู่จ้องมองกันอย่างไม่ลดละ

               “บัว...” กอบกุลเรียกเพื่อนรักให้หลุดจากภวังค์ “ไปกันเถอะแก ไปจากที่เลว ๆนี่ซะ”

               “เดี๋ยว” เธอบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงเย็นเยือบ ก่อนจะเอ่ยกับคนร้ายกาจ “ขอคุยด้วยหน่อย”

               อิศราถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง แสร้งทำเหมือนว่าเบื่อหน่ายเหลือล้น “ระหว่างเราไม่มีอะไรจะต้องคุยกันแล้วมั้ง เธอไปได้แล้ว! 

               “ฉันไปแน่ไม่ต้องห่วง แต่ก่อนไป ขอถามคำเดียว”

               “อะไร”

               “ทำแบบนี้ทำไม”

               เขายิ้มมุมปาก  “ก็บอกแล้วไงว่าเพื่อความสนุก”

               “แค่นั้นเหรอ” เขาควรมีเหตุผลมากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ “แล้วทำไมต้องเป็นฉัน”

               เขานิ่งไปนานมาก ก่อนจะก้มลงมากระซิบใกล้หูเธอ

               “เพราะเธอชื่อ บัวบูชา วรรณกุล โอเคมั้ย”

               เขายิ้มร้ายใส่เธอ ก่อนจะหันหลังให้แล้วเดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อนรักที่กำลังดื่มกินและเต้นกันอย่างสนุกสนาน ทุกสายตายังมองมาที่เธอ สายตาเยาะเย้ยและสมเพชเวทนาให้กับความโง่เขลาและไม่เจียมตัวของเธอ   

               “ไปเถอะบัว”

               บัวบูชาใบหน้าเรียบเฉย “ไม่”

               “บัว! จะอยู่ทำไม?”

               “ฉันจะอยู่ที่นี่ จนกว่าเขาจะยอมบอกความจริงกับฉัน ยังไงวันนี้ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าเขาทำกับฉันแบบนี้เพราะอะไรฉันจะไม่ไปจนกว่าเขาจะยอมเปิดปากพูดความจริง !!

               บัวบูชาตัดสินใจเด็ดขาดและแน่วแน่ เดินไปนั่งลงที่โต๊ะหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะของเขา ด้วยท่วงท่าท้าทายอยู่ในที พร้อมกับทอดสายตาเย็นชาจ้องมองไปยังอิศราอย่างไม่วางตา...


B
E
R
L
I
N
Select AllCopy To Clipboard
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #21 ติชิลา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 20:56

    สุดยอดเลยบัว

    #21
    0
  2. #18 tom247 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 10:15
    ยอดดอยมันหนาว ไรท์คงเมตตา
    #18
    0
  3. #17 Ray_1980 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 00:36
    จัดการเลยบัว
    #17
    0
  4. #16 paphapin1234 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 23:05
    อย่ายอมนะบัว
    #16
    0
  5. #15 NovelMania (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 22:08

    เอาใจช่วยบัว

    #15
    0
  6. #14 coonX3 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 21:44

    ลุยเลย

    #14
    0