ห้ามรักเธอ (Don't lie to me)

ตอนที่ 20 : ขอโทษนะ+แจ้งข่าว E-book

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,654
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    23 ต.ค. 61









บทที่20

                                         ขอโทษนะ        

 

 

     

 

          ขอโทษนะ...คำเดียวที่ดังก้องอยู่ในหัวสมองอันโง่เขลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำเดียวที่ดังลั่นอยู่ในหัวใจบอบช้ำและเจ็บปวด เสียงร้องไห้แสนรวดร้าวราวกับจะขาดใจตายลงตรงนั้นของหญิงสาวที่เพิ่งจะสูญเสียเลือดเนื้อในอกไป กรีดเฉือนเลือดเนื้อและจิตวิญญาณของเขาจนพังยับเยิน แรงสะอื้นราวกับเป็นคำสวดที่สาปให้เขาต้องตรมทุกข์ไปตลอดชีวิต ทำให้เขารู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง...

          “ขอโทษ....”  ริมฝีปากสั่นพร่าคร่ำครวญแผ่วเบาราวกับหมดเรี่ยวขาดแรง ลมหายใจขาดห้วงจากแรงสะอึกสะอื้นทำให้เขาทรมานเจียนจะขาดใจ น้ำตาแสนเศร้ากลั่นจากความทุกข์อันน่าเวทนาไหลหลั่งไม่ขาดสาย วินาทีนี้ เขาอยากจะลุกหนีจากความอ่อนแอแล้วเดินไปหาเธออย่างจำนน คุกเข่าลงต่อหน้าเธอแล้วเอ่ยมันออกไปสักพันครั้งหรือหมื่นครั้ง แต่เขาคงทำแบบนั้นไม่ได้ หากเธอได้เห็นหน้าเขาในเวลานี้ เธอคงจะเจ็บปวดและทุกข์หนักยิ่งกว่าเดิม 

          “บัว....ลูก...อ่า...อือ...”  เวลานี้ วินาทีนี้ เขาได้รับรู้แล้วว่าไม่ได้ทำลายแค่หัวใจของหญิงสาวที่เขารัก แต่เขายังทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองอีกด้วย เขามันเลวระยำจนหาคำใดมาเปรียบไม่ได้

          “ลูก...พ่อขอโทษ...ฮือ...อือ” แม้คนอย่างเขาไม่คู่ควรกับคำว่าพ่อแม้แต่น้อย แต่เขาก็อยากจะเอ่ยมันออกมา เพื่อตอกย้ำให้ตัวเองได้รู้ว่าได้ทำความผิดครั้งใหญ่ในชีวิตไปแล้ว

          “ไม่จริง ไม่จริงใช่มั้ย ลูกยังอยู่ ยังอยู่ใช่มั้ย หนูยังอยู่กับแม่ใช่มั้ยลูก...ฮือ...อือ...ลูกจ๋า”   

                    อย่าร้องเลย...บัว...อย่าร้อง เขาอยากจะเข้าไปเช็ดน้ำตาให้เธออย่างทะนุถนอม ปลอบโยนเธอด้วยถ้อยคำอ่อนโยนอ่อนหวาน อยากโอบกอดให้แน่นแล้วปกป้องเธอไว้จากความทุกข์เศร้า แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิด นี่สินะ คือบทลงโทษบทแรกที่เขาได้รับจากสวรรค์

          “อือ...มันสมควรแล้ว”  อิศราพยายามข่มกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ในลึกที่สุด รั้งอารมณ์ตั้งสติให้มั่นคง ไม่ดิ่งลงเหวไปก่อนที่จะปลุกตัวเองกลับมาไม่ได้ เขานั่งกอดเข่าจ่มจมอยู่ในห้องน้ำอย่างเงียบเชียบเพื่อรอคอยเวลา

          แม้คุณหมอและพยาบาลจะออกจากห้องไปแล้ว แต่เขาก็ยังรอ และรออย่างสงบ แม้ภายในจะทรมานกับการฟังเสียงร้องไห้คร่ำครวญของหญิงสาวราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด

          “ลูกจ๋า...ทำไม...ทำไม...ทำไมถึงเป็นอย่างนี้...ฮือ...แม่ขอโทษ แม่ปกป้องลูกไม่ได้...แม่ขอโทษ”

          “เจ็บมากสินะ...คุณเจ็บเท่าไหร่ ผมขอเจ็บมากกว่าคุณพันเท่าแสนเท่านะบัว” เขากระซิบบอกจิตวิณญาณอ่อนล้าของตนเอง กอดร่างกายที่สั่นสะท้านเพราะความเจ็บปวดที่รุกลามไปทั่วทั้งตัวและในทุกอณูของเลือดเนื้อ

          “แม่ขอโทษลูก...ฮือ....แม่ขอโทษ”  

          “ผมรู้บัว...ผมรู้แล้ว”  เสียงร้องของเธอทำให้สติเขาแทบหลุด เขาแทบอยากจะลุกไปหาเธอเดี๋ยวนี้ แต่สติบางส่วนบอกให้เขาอดทนไว้ก่อน อย่าเพิ่งโผล่หน้าไป อย่าให้เธอเจ็บซ้ำไปซ้ำมา รอเวลาที่เหมาะสมเถอะนะ อีกไม่นานแล้วล่ะ รอให้เธอนอนหลับไปเสียก่อน รอให้ดวงตาอ่อนโยนของเธอพักอยู่ในดินแดนแห่งความฝัน แม้ไม่ใช่ฝันดี แต่เธอคงได้หายเหนื่อยสักพักล่ะนะ

          เวลาผ่านไปราวชั่วโมงเศษ เสียงร้องโหยไห้ของเธอก็ค่อย ๆ หายไปจนกลายเป็นเสียงสะอื้นแผ่วเบาราวกับคนใกล้หมดแรง หากเพียงไม่นานนัก ความเงียบงันก็เข้ามาเปลี่ยนบรรยากาศเศร้าให้คลายลง คงเหลือเพียงเสียงลมหายใจปนสะอื้นเล็ก ๆ เป็นระยะเท่านั้น เธอหลับไปเพราะฤทธิ์ของยาและฤทธิ์ของความทุกข์ตรมของชีวิต  

          หลังจากฝังตัวอยู่ในห้องน้ำนานเท่ากับความทรมานที่ได้รู้ว่าเธอเสียลูกไปจากอุบัติเหตุ อิศราพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะประคับประคองความรู้สึกของตัวเองให้คงที่ ไม่ไหลจมดิ่งลงไปในหุบเหวของความตาย ขณะก้าวเท้าอย่างเงียบงันตรงไปหาหญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้

          “บัว...” เขายืนนิ่งเหมือนคนไร้วิญญาณ มองใบหน้าสวยซ่อนเศร้าเลอะคราบน้ำตาจนร่องแก้มเปียกของเธอด้วยหัวใจที่เจ็บปวด ก่อนจะกดสายตาแดงก่ำมองไปยังหน้าท้องแบนเรียบของเธอ แล้วเห็นภาพตอนที่เธอนอนจมกองเลือดซ้อนเข้ามาในหัว เลือดแดงฉานที่ไหลระเต็มสองขาขาวสะอาด เลือดที่แสนบริสุทธิ์ซึ่งเกิดจากความรักของเธอและความแค้นของคนโง่... 

          “บัว...เมฆขอโทษ”  เขาพูดพลางสะอื้นฮึกฮัก ยื่นมือสั่นเทาไปแตะบนแก้มนิ่มอย่างโหยหา...อาวรณ์...วินาทีนี้ทั้งดีใจและเสียใจระคนกัน...ดีใจที่เธอยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็เสียใจกับการสูญเสีย ซึ่งเขามีส่วนผิด

          “เมฆไม่คู่ควรเลย...” ฝ่ามือใหญ่เลื่อนลงจับมืออุ่นของหญิงสาวไว้แล้วบีบเบา ลมหายใจที่อ่อนล้าระบายออกมาอย่างสิ้นหวัง ดวงตาแดงก่ำเอ่อล้นจนหยดลงแตะแต้มบนหลังมืออ่อนนุ่ม “เมฆไม่คู่ควรกับความรักของบัว เมฆไม่คู่ควรที่จะเป็นพ่อใคร...เมฆไม่ควรได้รับการให้อภัย”

          เขาพิพากษาตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คนเช่นเขาไม่ควรได้รับการให้อภัย คนเช่นเขาควรอยู่อย่างเป็นทุกข์ไปตลอดชีวิต ไม่มีสิทธิ์จะยิ้มหรือหัวเราะได้อีก

          “และไม่ว่าบัวจะต้องการหรือไม่ แต่ต่อจากนี้ไป ทั้งชีวิตของเมฆเป็นของบัว เมฆจะทำทุกวิถีทางเพื่อชดใช้ให้บัวและลูก เมฆจะเป็นเงาของบัว จะคอยปกป้องดูแลบัว ลมหายใจนี้จะเป็นของบัวนะ และสำคัญกว่านั้น เมฆสัญญาว่าเมฆจะไม่มีวันลืมบัวอีกแล้ว เมฆจะไม่ฝังบัวไว้แค่ในหัวใจเท่านั้น แต่บัวจะอยู่ในเลือดทุกหยด อยู่ในทุกอณูของวิญญาณ”

          ถึงแม้เธอจะไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาพูด แต่สวรรค์คงรับรู้ในเจตนารมณ์ของเขาได้ เขาจะถือว่าเป็นคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับเบื้องบนก็แล้วกัน  

          “เมฆอยากคุยกับบัวนะ อยากได้ยินเสียงบัว อยากได้ยินบัวเรียกเมฆ อยากให้บัวดุด่าตบตี หรือลงโทษเมฆตามแต่ใจบัวอยากจะทำ แต่เอาไว้บัวหายดีเสียก่อนนะ เพราะงั้น บัวต้องแข็งแรงเร็ว ๆ และเข้มแข็งเอาไว้”

          เขาพูดพลางใช้ปลายนิ้วโป้งปาดเช็ดน้ำตาบนร่องแก้มของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะลูบศีรษะอย่างแผ่วเบา อ่อนโยน นุ่มนวล

          “ต่อไปนี้  อย่าร้องไห้ อย่าเจ็บ อย่าป่วย อย่าเจ็บปวดอีกเลยนะ” หากเขามีเวทมนต์ เขาก็คงจะสาปให้เธอมีความสุขไปชั่วชีวิต แต่เขาเป็นแค่คนเลวแสนโง่ เขาจึงคงทำได้แค่อ้อนวอนร้องขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้โปรดกรุณา “ถึงแม้บัวจะไม่ต้องการ  แต่เมฆจะปกป้องบัวด้วยชีวิตและลมหายใจของเมฆ เมฆจะทำหน้าที่ของเมฆให้ดีที่สุด...บัวอาจไม่เชื่อคนที่เคยโกหกบัวหลายเรื่อง บัวอาจเกลียดชังคนที่ทำให้บัวช้ำใจเสียใจจนแทบไม่อยากเห็นหน้า แต่เมฆจะพิสูจน์ให้บัวเห็น ว่าเมฆคนนี้ คือคนของบัวบูชา คือคนที่ซื่อสัตย์และมั่นคงต่อบัวบูชาคนเดียว ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

           อิศราอาศัยช่วงเวลาที่เธอยังหลับอยู่ พูดคุยกับเธอไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รีบร้อน ราวกับกำลังใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด เขาทำแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่กล้าเผชิญหน้ากับเธอหรอกนะ แต่เขาเป็นห่วงความรู้สึกของเธอต่างหาก เธอยังเจ็บป่วยหนักทั้งร่างกายและจิตใจ เธอจึงไม่ควรต้องแบกรับอารมณ์โกรธเกลียดและคับแค้นใจ เมื่อต้องพูดคุยและเห็นหน้าคนที่ทำให้เธอเจ็บ...

          ดังนั้น รอให้เธอหายดีเสียก่อน รอให้เธอออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นก็ยังไม่สาย หากจะพูดคุยและเอ่ยคำขอโทษ  

          “พอบัวตื่น บัวคงไม่ยอมให้เมฆเข้าใกล้แบบนี้ใช่มั้ย บัวคงไม่ยอมให้เมฆแตะต้องตัวบัว นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เมฆจะได้อยู่ใกล้บัวที่สุด” เขาไม่ลังเลที่จะก้มลงจุมพิตบนหน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน ซึมซับความรู้สึกอบอุ่นรัญจวนใจแล้วฝากฝังมันไว้ใต้ก้นบึ้งหัวใจ “เมฆขอโทษนะบัว เมฆควรจะจำเรื่องของเราได้เร็วกว่านี้”

          เขานั่งมองเธอราวกับต้องการจดจำทุกอณูบนใบหน้านี้ไว้ มองอย่างลึกซึ้งเอ็นดู มองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยรักและปรารถนาดี  

          อิศรานั่งเฝ้าบัวบูชาเกือบทั้งคืน กระทั่งเกือบฟ้าสาง เขากลับไปที่ห้องพักฟื้นของตัวเอง หยิบดอกกุหลาบแดงออกจากช่อมาหนึ่งดอก แล้วนำมันกลับไปที่ห้องพักฟื้นของเธอ เขาวางกุหลาบดอกนั้นเอาไว้ข้างหมอน กลิ่นหอมอ่อนจางคงทำให้เธอผ่อนคลาย และมีความสุข

          “แทนคำขอโทษ...จากหัวใจ”

          อิศราแทบไม่อยากจะจากมาเลย เขายังอยากใช้เวลากับเธออยู่ แต่กลิ่นของดอกกุหลาบคงกระตุ้นความรู้สึกของเธอ จึงทำให้เธอเริ่มขยับตัวเคลื่อนไหว เหมือนว่ากำลังจะตื่นจากการหลับใหลหลายชั่วโมง

          เขาย่องออกจากห้องของเธอ แล้วกลับมาที่ห้องพักของตัวเอง ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างอ่อนเพลีย แล้วเผลอหลับไปประมาณสี่ชั่วโมงเห็นจะได้ ก่อนจะตกใจตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ลั่นขึ้นอย่างไร้มารยาท

          “ครับพี่ฟ้า...ผมดีขึ้นเยอะแล้ว ทำงานเถอะ ไม่ต้องมาเฝ้าผมทุกวันหรอก...ครับ...ไม่ครับ ผมจะอยู่ที่โรงพยาบาลจนกว่า...จนกว่าเธอจะหายดีและออกจากโรงพยาบาลได้ ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง”

          เขาวางโทรศัพท์จากพี่ชาย ก็รีบออกจากห้องเพื่อไปหาคุณหมอที่ทำการรักษาบัวบูชาทันที เขามีคำถามมากมายอยากถามคุณหมอ รวมทั้งอยากได้คำแนะนำสำหรับการดูแลผู้ป่วยที่จิตใจกำลังบอบช้ำ   

          “ผมเป็นเจ้าของไข้เธอน่ะครับคุณหมอ”

          แต่คุณก็เป็นคนไข้นะ คุณหมอมองเขาด้วยสายตาประมาณนั้นเลย

          “แต่คุณอิศเรศ...”

          “โรงแรมไม่จำเป็นต้องมายุ่งกับเรื่องนี้ครับ ผมจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างของเธอเอง ในฐานะคู่หมั้นครับ ผมต้องการให้รักษาเธออย่างดีที่สุด”

          “ไม่ต้องห่วงครับ เธอได้รับการดูแลอย่างดีมาโดยตลอด ว่าแต่คุณเป็นคู่หมั้นของเธอหรือ?”

          “ครับ” เขาตอบชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีความลังเลในสีหน้าแม้แต่น้อย นั่นเพราะยังต้องการให้เป็นเช่นนั้น “ไม่ทราบว่าตอนนี้อาการของเธอเป็นยังไงบ้างครับ”

          คุณหมอหยุดคิดเล็กน้อย “อาการทางด้านร่างกายของเธอถือว่าดีขึ้นเยอะนะครับ แต่อาการทางใจนั้น...คงต้องเยียวยากันพอสมควร คุณอาจยังไม่รู้ว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เธอเสียลูกไปด้วย...เธอเองไม่ต้องการให้บอกใคร แม้แต่ครอบครัว แต่ในเมื่อคุณเป็นคู่หมั้นของเธอ คุณก็มีสิทธิ์ที่จะรู้เรื่องนี้ด้วย”

          เขาหน้าซีดตัวสั่น แม้จะรู้เรื่องนี้มาแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกสะเทือนใจอยู่ “ครับ...เราเสียลูกไป”

          “หมอเสียใจด้วยนะครับ”

          “มันเป็นความผิดของผมเองครับที่ดูแลเธอไม่ดี แต่ผมกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ตอนนี้ขอเพียงให้เธอหายดีและกลับมาแข็งแรงโดยไว ฝากคุณหมอดูแลเธอด้วยนะครับ”

          “อืม” คุณหมอมองหน้าอิศราแล้วครุ่นคิดพิจารณา “ทางเราก็อยากดูแลเธอให้ดีที่สุดนะครับ แต่ตอนนี้เธอกับครอบครัวทำเรื่องขอย้ายโรงพยาบาลไปแล้ว เธอไม่ได้บอกคุณหรอกเหรอ?”

          “ว่าไงนะครับ??!!

          “คนไข้ให้เหตุผลว่าอยากกลับไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลใกล้บ้านน่ะครับ ทางเราเห็นว่าอาการเธอดีขึ้นเยอะแล้วก็เลยอนุญาต”

          อิศราสีหน้าร้อนใจ “แล้วตอนนี้เธอไปรึยังครับ”

          “หมอไม่แน่ใจนะ แต่คิดว่า...”

          “ขอบคุณนะครับ”

          เขาไม่รอฟังคุณหมอเพราะคิดว่าไม่มีเวลาแล้ว หากเธอยังไม่ออกไปก็อาจได้เจอกันและรั้งเธอไว้ เขาวิ่งมาที่ห้องพักฟื้นของเธออย่างรีบร้อนและเหนื่อยหอบ เพื่อจะพบว่าเตียงคนไข้ว่างเปล่าไปแล้ว

          “คนไข้ล่ะครับ”

          พยาบาลสาวที่กำลังจัดเก็บเตียงเงยหน้ามองเขา แล้วตอบคำถามอย่างสุภาพ

          “ออกแล้วค่ะ เพื่อนของเธอมารับเธอออกไปสักครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ คุณมีอะไรรึเปล่าคะ?”  

          “เปล่าครับ  เปล่า” สีหน้าของอิศราบ่งบอกถึงความผิดหวังและเสียใจอย่างเห็นได้ชัด เขาผละจากห้องนั้น เดินคอตกกลับมาที่ห้องพักของตัวเอง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ของพี่ชายอย่างไร้อารมณ์  

          “ผมจะออกจากโรงพยาบาลวันนี้”

          “อ้าว...ไหนว่า”

          “พี่ไม่ต้องมารับ ผมจะกลับเอง”

          เขาวางโทรศัพท์โดยไม่ล่ำลาพี่ชายสักคำ

          “ก็ดีเหมือนกัน มันไม่ใช่เวลามานอนอยู่ในโรงพยาบาลสักหน่อย”  เขามีอะไรตั้งหลายอย่างต้องสะสาง เขามีอะไรมากมายต้องทำ โดยเฉพาะกับเพื่อนสนิทบางคน ที่ก่อเรื่องร้ายแรงเอาไว้และสร้างข่าวลือเสียหายอย่างไร้ยางอาย “ถึงเวลาชำระล้างคราบสกปรกซะที”   

แจ้งข่าวจ้า...

1 ตอนนี้ ห้ามรักเธอ มีในรูปแบบอีบุ๊คแล้วนะคะ ใครอยากอ่านทั้งเรื่องสามารถจิ้มลิงค์ ตามไปเก็บได้ที่ MEB

รายละเอียด    ราคาปก : 199 บาท

จำนวน : 42 ตอน  517 หน้า (≈ 100,219 คำ)

2. ไรท์โพสตอนที่ 20 (ขอโทษนะ) เป็นตอนสุดท้ายนะคะ

3. ไรท์ขอขอบคุณทุกท่านมากที่ติดตามอ่านนิยายเรื่องนี้ ทั้งบันทึกเป็นนิยายถูกใจ คอมเม้นต์และแชร์นิยาย  ไรท์ซาบซึ้งมากค่ะ

4. ยังไงฝากติดตามนิยายเรื่องใหม่ ๆ ของไรท์ด้วยนะคะ


                                            ลิงค์ E-Book นะคะ

B
E
R
L
I
N
Select AllCopy To Clipboard







                                ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

                        วรรณณ ชนาชยา กาญจนวณิช 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #110 040626 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 21:54
    ไม่อัพแล้วหรอค่ะนานมาก
    #110
    0
  2. #108 MuBin69 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 20:49

    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ^^
    #108
    1
    • #108-1 แมวมณี(จากตอนที่ 20)
      24 ตุลาคม 2561 / 20:00
      ขอบคุณเช่นกันค่าาาา
      #108-1
  3. #107 แมวมณี (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 20:35

    ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์ ทุกไลต์ ทุกแชร์ นะคะ ไรท์มีความสุขมากที่ได้เขียนเรื่องนี้ และเราทุกคนได้มีความสุขร่วมกัน ไม่มากก็น้อย รักคนอ่านทุกท่านค่ะ ยังไงฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ของไรท์ด้วยนะคะ ^^Y

    #107
    2
    • #107-1 MuBin69(จากตอนที่ 20)
      23 ตุลาคม 2561 / 20:49
      ไรท์น่าจะจัดโปรลดจัดหนักสักวันก็ยังดีนะคะ^^
      #107-1
    • #107-2 แมวมณี(จากตอนที่ 20)
      24 ตุลาคม 2561 / 20:00
      มีคนอ่านซื้อไปเยอะแล้วค่ะ ถ้าไรท์จัดโปรไรท์โดนด่าแน่เลย เอาไว้เรื่องใหม่ นะคะ ^^
      #107-2