ห้ามรักเธอ (Don't lie to me)

ตอนที่ 15 : รอนานมั้ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    20 ก.ย. 61






บทที่ 15

                              รอนานมั้ย        







               ความโกรธเป็นฟืนเป็นไฟทำให้หัวใจแข็งกระด้างของอิศราร้อนรนกระวนกระวายจนอยู่ไม่ติด ความหึงหวงอันคุคลั่งที่ซ่อนซุกอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจทำให้เขาขาดสติและไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ เขาเชื่อว่าหากเขาไม่ได้ตัวเธอกลับมาในไม่กี่นาทีนี้ เขาอาจจะอาละวาดจนโรงแรมพังพินาศไปเลยก็ได้

               “ฮึ่ม..........”   เวลาหนึ่งนาทีที่เขายืนอยู่ในลิฟต์ มันเหมือนนานหลายชั่วโมงสำหรับเขา มันนานเกินไปจนทำให้ความกังวลเริ่มกัดกินความรู้สึกของเขา มันนานจนความเครียดเริ่มประดังประเดเข้ามาในสมอง...สมองที่กำลังอ่อนแอและพ่ายแพ้...สมองที่กำลังต่อสู้กับคำสาป   

               “โอย...ปวดหัว...อือ...” เขากัดฟันกรอดด้วยความคลั่ง กำหมัดแล้วทุบฝาผนังลิฟต์ไปอย่างแรงเพื่อระบายความเดือดดาล หากเป็นไปได้ เขาอยากทุบหมัดลงบนใบหน้าของมันให้อ่วม โทษฐานที่มายุ่งกับผู้หญิงคนนั้น

               “หึ!  สกปรก !

               ใช่...เขามั่นใจมากว่าที่เขาเดือดขึ้นมาก็เพราะไม่พอใจที่เธอหยามเกียรติเขา ลบหลู่ดูหมิ่นและท้าทายคำสั่งของเขาอย่างไม่เกรงกลัว เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้หญิงคนนั้นหรอกนะ เขาก็แค่ไม่ต้องการให้ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาทำให้โรงแรมชั้นดีของเขาต้องแปดเปื้อนไปด้วยโคลนตมสกปรก  

               “อ่า...” เขาพยายามระงับสติและอารมณ์เอาไว้เมื่อลิฟต์เดินทางมาถึงจุดหมาย เพราะเขาไม่ควรทำตัวเหมือนหมาบ้าต่อหน้าใครทั้งนั้น อย่าลืมว่าเขาขึ้นมาเพราะความเกลียด ไม่ได้มาเพราะหึงหวงห่วงหาใดๆ 

               เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก...เขาก้าวเท้าออกจากกล่องสี่เหลี่ยมนั่นอย่างเร่งร้อน พลางสอดสายตามองหาหญิงสาวทันที

               “อยู่ไหนวะ!!” เขาเร่งฝีเท้าด้วยใจสั่นสะท้าน หวาดหวั่นกลัวจะหาเธอไม่พบ หวาดกลัวว่าเธอจะตกเป็นของคนอื่น ใจเขาดิ้นไม่หยุดกระทั่งเห็นเธอชัดเต็มตา ไม่ไกลจากจุดที่เขายืนอยู่สักเท่าไหร่

               บัวบูชายืนอยู่กับผู้ชายคนนั้นที่หน้าห้องสวีตเกือบสุดทางเดิน ทั้งคู่กำลังจะเข้าไปข้างในอยู่รอมร่อ...สีหน้าเรียบนิ่งของเธอมีแววตื่นตระหนกเล็ก ๆ ราวกับไม่มั่นใจในตัวเอง  

               อิศรากัดฟันกรอด ดวงตาคลั่งโกรธ ก้าวเท้าเร็วรี่ตรงไปยังเธอโดยไม่ลังเล แล้วคว้าข้อมือเธออย่างแรงพร้อมฉุดกระชากร่างสวยเข้าหาลำตัวจนร่างเธอกระแทกกับแผ่นอกของเขาอย่างแรง

               “โอ๊ย!

               “มานี่!

               “อะไรของคุณ!” เขารวบตัวเธอไว้ให้อยู่ในวงแขนข้างขวาแล้วลากเธอออกมาโดยสองเท้าของเธอลากไถมากับพื้น เธอตกใจแทบช็อค พยายามดิ้นรนแต่สู้เขาไม่ได้

               “เมฆ!  ปล่อย!  เมฆ!!!

               เตชินท์ทั้งอึ้งทั้งตกใจ ทำอะไรแทบไม่ถูก เพราะอิศราจู่โจมเร็วมากจนเขาไม่รู้ตัวเลย เมื่อตั้งสติได้ เขาก็รีบเข้ามาคว้าแขนซ้ายของอิศราไว้

               “อะไรของนายเนี่ย!  ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!!

               “มีสิทธิ์อะไรมาสั่ง!” เขาหยุดฝีเท้า หันกลับมามองเตชินท์ด้วยสีหน้าเย็นชาดวงตากลัดแค้น “ปล่อยแขนฉัน!

               เตชินท์ยอมปล่อย เพราะเกรงกลัวอิศราอยู่ลึก ๆ แต่กระนั้น เขาก็ต้องปกป้องผู้หญิง จะเมินเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร มันโหดร้ายเกินไปสำหรับเธอ

               “ปล่อยบัวเถอะเมฆ”

               “อย่ามายุ่ง!!!” อิศราตะคอกใส่หน้าเขา พร้อมกับชี้หน้าเขาแบบตรงๆอย่างหยามหยัน “อย่ามายุ่งกับผู้หญิงคนนี้!!

               “แต่นายจะทำแบบนี้กับบัวไม่ได้นะ นายไม่มีสิทธิ์!

               “ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?”  เขาถามย้ำพร้อมกับหัวเราะขบขันออกมา ก่อนที่สายตาเย็นชาจะหันกลับมาจ้องใบหน้าสวยที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา ดวงตาหวาดหวั่นเกรงกลัวของเธอทำให้เลือดลมในกายของเขาสูบฉีดพลุ่งพล่านทีเดียว

               “มีสิ ทำไมจะไม่มี เธอเป็นนักโทษของฉัน ฉันตัดสินใจเองว่าจะทำอะไรกับเธอ ส่วนนาย ถ้าไม่อยากซวย ก็หยุดซะ! อะไรก็ตามที่คิดหรือกำลังจะทำ หยุดซะ! นี่เป็นคำเตือน! ครั้งแรกและครั้งสุดท้าย!!

               “ปล่อยนะ!” เธอพยายามกระเสือกดิ้นรนออกจากพันธนาการที่แน่นหนักของเขาให้ได้ แต่มันไม่ได้ผล แรงโกรธและแรงเกลียดของเขารัดรึงเธอแน่นกว่าเชือกหรือโซ่ตรวนที่ใช้ควบคุมนักโทษเสียอีก    

               “บอกให้ปล่อยไง! เมฆ!  ไม่ได้ยินเหรอ!

               เขาทำเหมือนไม่ได้ยินคำร้องขอ ลากเธอมาจนถึงหน้าประตูลิฟต์ โดยมีเตชินท์เดิมตามมาด้วยความเป็นห่วง

               “อย่าทำอะไรบัวนะ ขอร้องล่ะเมฆ ปล่อยบัวเถอะ นายเป็นบ้าไปแล้วรึไง”

               อิศราชี้หน้าเตชินท์เพื่อเตือนเป็นครั้งสุดท้าย เตชินท์จึงยอมหุบปาก

               “ถ้าไม่ปล่อย ฉันจะร้องให้คนช่วยนะ คิดดูนะว่าโรงแรมของคุณจะเสียหายแค่ไหน”

               “ที่ผมโยนขยะทิ้งนอกโรงแรมน่ะเหรอ” เขาพูดใส่หน้าเธอพร้อมกับกดลิฟต์ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เขาดันเธอเข้าไปข้างในอย่างแรง จนร่างเธอเซไปติดกับฝนัง เขาก้าวตามเข้าไปแล้วกดปิดประตูลิฟต์ทันที

               บัวบูชาหน้าซีดเผือด ปากสั่นระริก หายใจติดขัดเพราะความตระหนก ใจเต้นรัวเหมือนจะหลุดจากขั้ว เนื้อตัวชาชืดเหมือนไม่มีเลือด ความหวาดกลัวและเสียใจที่จู่โจมเธออย่างโหดร้าย ทำให้ดวงตาของเธอร้อนผ่าว หนาวสั่นไปทั้งร่าง...เธอรู้สึกหวาดกลัวเขากว่าทุกครั้งที่เคยกลัว...กลัวจนแทบไม่กล้ามองหน้าเขาเลย 

               อิศรายืนนิ่งเหมือนรูปปั้นไร้ชีวิต แต่สองมือกำแน่น ชั่วอึดใจหนึ่ง เขาขยับตัวราวกับวิญญาณกลับเข้าร่าง จัดการกดลิฟต์ให้หยุดทำงาน แล้วหันหน้ามาหาเธอ ด้วยสีหน้าคลั่งเครียด ขยับตัวเข้าหาเธอแล้วตะคอกใส่อย่างมีอารมณ์

               “มาที่นี่ทำไม!!  ใครอนุญาตให้มา !!! บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามมาให้เห็นหน้าอีก !!

               บัวบูชาตกใจจนตัวสั่น แต่พยายามอย่างที่สุดที่จะเผชิญหน้ากับเขาให้ได้ ดวงตาคู่สวยที่คลอน้ำมองเขาด้วยความเสียใจ ผิดหวังและคับแค้นใจ สายตาคู่นี้เองที่ทำให้ไฟร้อนในหัวใจเขาสงบลงได้ ไม่มากก็น้อย...

               “ฉันก็ไม่ได้อยากมานักหรอก!!” เธอตะโกนใส่หน้าเขาบ้าง “คิดว่าฉันอยากมาเห็นหน้าอยากมาเจอคุณมากรึไง คิดว่าฉันยังคิดถึงคุณจนทนไม่ไหวก็เลยมาที่นี่เพื่อจะได้เจอคุณงั้นเหรอ ตอนนี้ไม่ใช่แค่คุณหรอกที่ขยะแขยงฉัน!!! เพราะฉันก็ขยะแขยงคุณเหมือนกัน!!! ฉันเกลียดคุณฉันขยะแขยงคุณ ได้ยินมั้ย!!

               “หึ!  งั้นเหรอ” เขายิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ ดวงตาคู่คมกลัดแค้นแฝงไว้ด้วยความเศร้า “ขอบใจมากนะที่รู้สึกอย่างนั้น ผมถือว่าเป็นของขวัญวัน....ตาย...ก็แล้วกัน!!

               เธอขมวดคิ้วนิ่วหน้า จ้องมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนขอร้องความเห็นใจ                    “เพราะอะไร บอกมาสิว่าเพราะอะไร”

               “เพราะอะไรงั้นเหรอ อยากรู้มากเลยเหรอที่รัก”

               “บอกมาสิ บอกมา!

               “ถ้าบอกแล้ว” เขาขยับใบหน้าเข้าใกล้ซอกคอของเธออย่างจงใจจะเย้ยยั่ว “จะสบายใจขึ้นเหรอ ฮึ?”

               เธอกัดฟันกรอด พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล “ฉันควรได้รู้ มันเป็นสิทธิ์ของเหยื่อ”

               เขาผละใบหน้าออกมาเผชิญหน้ากับเธอในระยะที่ลมหายใจประสานกัน  

               “ที่รักไม่ใช่เหยื่อนะ...แต่มันแค่เป็นความรับผิดชอบของที่รักต่างหาก”

               “รับผิดชอบอะไร”

               “คิดดูเอาเองสิ คิดให้ดี”

               “คนเลว”

               “ใช่  ผมมันเลว แต่ก็เลวเฉพาะกับคุณแค่คนเดียวเท่านั้นแหละ เพราะคนอย่างคุณมันสมควรได้รับแล้ว คุณต้องร้องไห้แบบนี้แหละ ร้องออกมาเลย ร้องสิ!!

               ดวงตากลมโตเอ่อล้นด้วยน้ำใส ก่อนจะไหลพรากอาบสองแก้มแดงเรื่อ ความเสียใจและคับแค้นใจทำให้เธออดไม่ได้ที่จะลงมือทุบตีหน้าอกและใบหน้าของเขาไปหลายครั้งจนนับไม่ได้ ซึ่งเขาก็ยอมให้เธอทุบตีโดยดี

               “ฉันทำผิดอะไร ฉันทำผิดอะไร!! บอกมาสิว่าฉันทำผิดอะไร ฉันทำอะไรผิดห๊า ฉันทำอะไร!

               เขาคว้าสองมือของเธอไว้แน่น...

               “อยากรู้มากนักเหรอ ห๊า!!

               ดวงตาสองคู่จ้องกันนิ่งงัน...

               “ใช่ บอกมาสิ ว่าทำไมต้องเป็นฉัน”

               น้ำตาเธอไหลไม่หยุด เขานิ่งเงียบ ถามตัวเองว่าทำไมต้องเจ็บปวดไปกับเธอด้วย...

               “มันไม่เคยจริงเลยใช่มั้ย” เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แต่หนักแน่น “ไม่ว่าจะเป็นครั้งไหน มันไม่เคยจริงเลย ครั้งแรกก็ไม่จริงใช่มั้ย มันก็คงเป็นเกมเหมือนครั้งนี้ด้วยสินะ”

               “ไม่ต้องมาคร่ำครวญ” เพราะเขาไม่เห็นเข้าใจที่เธอพูดเลย เธอกำลังเรียกร้องอะไรอยู่ “ออกไปจากโรงแรมซะ กลับไปในที่ของเธอ อย่ามาให้เห็นหน้าอีก!

               “ไม่ต้องมาสั่ง ฉันไปแน่ ฉันจะไปให้ไกลที่สุด ไกลจนคนเลวอย่างคุณหาฉันไม่เจออีกเลย”

               เธอผลักเขาออกห่างตัวด้วยความแรง แล้วก้าวไปยืนที่หน้าแผงควบคุมลิฟต์ กดปุ่มเพื่อให้ลิฟต์ทำงานแล้วกดเลขชั้นฟร้อนโรงแรมทันที เพียงอึดใจเดียวเท่านั้น ประตูลิฟต์ก็เปิดออก เผยให้เห็นผู้คนที่เดินขวักไขวไปมาอยู่ด้านนอก  เผยให้เห็นหนทางข้างหน้าที่เธอจะต้องก้าวออกไป

               บัวบูชาปาดเช็ดน้ำตาแล้วก้าวออกจากลิฟต์ เดินตรงออกไปยังส่วนหน้าของฟร้อน เพื่อจะออกจากโรงแรมแห่งนี้ไป เพื่อจะไปให้ไกลที่สุด 

               อิศราอยากจะหันหลังให้เธอแล้วเดินหนีให้ไกลเช่นกัน  แต่เขากลับก้าวตามเธอไปแล้วฉุดมือเธอไว้อีกครั้ง

               “อยากรู้มากใช่มั้ย?”

               ขาดคำนั้น...เขายัดจดหมายเลือดฉบับนั้นใส่ในมือสั่นๆของเธอ จ้องหน้าเธอนิ่งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกลียดและรักอย่างเหลือล้นระคนกัน  

               “คำตอบอยู่ในนี้”

               บัวบูชาก้มมองสิ่งที่อยู่ในมือด้วยดวงตาพร่าเลือนและใจที่สั่นสะท้าน หวาดหวั่น...

               “ไปได้แล้ว ไปให้พ้น!

               เขาไล่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา บัวบูชาหน้าซีดเผือด ตัวสั่นระริกเมื่อก้าวเท้าเดินห่างเขามาเรื่อย ๆ โดยไม่หันกลับไปมองเขาอีกเลย นั่นเพราะเธอไม่อยากเห็นสีหน้าเกลียดชังของเขาอีกแล้ว เดินออกมาให้ไกลจากความเกลียดชังนั่น เดินออกมาให้ไกลจากหัวใจที่ดำมืดของผู้ชายคนนั้นซะ  

               บัวบูชาก้าวออกจากประตูโถงต้อนรับของตัวโรงแรม แล้วก้าวลงไปเดินบนพื้นซีเมนต์ด้วยใจสะท้านไหว น้ำตาไหลตกไม่ขาดสายในทุกย่างก้าวที่เหยียบย่าง   

               ความเสียใจและความหวาดกลัวกับคำตอบที่อยู่ในมือ ทำให้เธอตัวสั่นกว่าเดิมและหายใจแรงขึ้นในทุกวินาที เมื่อเธอก้มลงมองจดหมายที่อยู่ในมือ ความสงสัยมากมายก็ประดังประเดเข้ามาในหัว  

               “คำตอบเหรอ...” เธอลังเลอึดใจหนึ่ง กอนจะตัดสินใจคลี่จดหมายเปื้อนเลือดฉบับนั้นออก...แต่ไม่ทันจะได้อ่านมันแม้แต่บันทัดเดียว เสียงล้อรถเบรกลั่นถนนดึงความสนใจเธอไปเสียก่อน

               “อะ...”  บัวบูชาหันไปมองรถคันงามที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเธอด้วยความเร็วและแรงด้วยความตกตะลึงปนช็อค เพียงชั่ววินาทีเดียวเท่านั้น รถคันนั้นก็ถึงตัวเธอแล้วกระแทกร่างเธออย่างจัง...

               โลกที่สว่างดับพรึ่บลงในพริบตา...ร่างของเธอกระเด็นลงไปนอนบนพื้นถนนแล้วแน่นิ่งไปทันที เลือดจากกายไหลเอื่อยนองเต็มพื้น โดยเฉพาะเลือดจากหว่างขาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย ราวกับทำนบพัง

               เธอหลับตาลงพร้อมกับเสียงกรีดร้องตกใจของผู้คน...ห้วงวินาทีสุดท้ายก่อนที่เธอจะหมดสติไป เธอรับรู้ได้ว่าแหวนหมั้นที่เธอถอดมันไม่ออก มันได้กระเด็นหลุดหายจากนิ้วของเธอไปแล้ว มันหายไปอย่างที่เธอปรารถนาแล้ว...

 

               เสียงเอะอะโวยวายที่หน้าประตูโถงของโรงแรม ทำให้พนักงานโรงแรมและแขกเหรื่อต่างตกอกตกใจแล้วแห่กันออกไปดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

               อิศรายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่เขาก็ไม่แน่ใจตัวเองนัก เขาตื่นจากภวังค์เพราะเสียงรถชนดังลั่นและเสียงหวีดร้องหวาดสยิว รวมทั้งเสียงอื้ออึงของผู้คน

               “ผู้หญิง...ผู้หญิงที่เพิ่งเดินออกไป...”

               “....ผู้หญิง...ไม่ใช่หรอกน่า” อิศราคิดว่าต้องเป็นใครสักคนที่โชคร้าย ใครสักคนที่ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น เขาขยับเท้าก้าวออกไปด้านนอกในฐานะเจ้าของโรงแรม เขาต้องไปจัดการความวุ่นวายที่เกิดขึ้น  

               “เมฆ!” วราลียืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่ที่รถของเธอ ซึ่งเป็นรถคันที่ก่อเหตุชนคนที่ยืนอยู่ริมถนนจนร่วงลงไปนอนแน่นิ่งอยู่หน้ารถ ขณะหน่าวยรักษาความปลอดภัยของโรงแรมประมาณสี่คนยืนอยู่ใกล้ร่างที่นอนจมกองเลือด คนหนึ่งกำลังโทรศัพท์ติดต่อโรงพยาบาล

               อิศราเดินไปหาวราลีด้วยความห่วงใย สายตาและสีหน้าของวราลีบ่งบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กเสียแล้ว

               “ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจนะเมฆ  ฉันจะทำยังไงดี ฉันขอโทษ  ฉันไม่ได้ตั้งใจ ถ้า  ถ้า  ถ้าเธอตายล่ะ ถ้าเธอตายละเมฆ....”

               “ใจเย็น ๆ” อิศราบอกเพื่อน ก่อนจะค่อย ๆ หันไปมองร่างนั้นด้วยความรู้สึกเวทนา หากพอได้เห็นเต็มตาแล้วว่าหญิงสาวผู้โชคร้ายคนนั้นคือใคร หัวใจของเขาก็ดิ้นพล่าน สมองที่หนักอึ้งคล้ายหยุดทำงานไปเลย

               “ไม่...ไม่ใช่”  เขากระซิบบอกตัวเองว่านั่นไม่ใช่ร่างของหญิงสาวที่เขารักจนหมดหัวใจ นั่นไม่ใช่เธอ ไม่ใช่บัวบูชา

               “ไม่จริง...ไม่...” เขาก้าวเท้าไปยืนใกล้ร่างของเธอแล้วทรุดลงกองตรงนั้นอย่างหมดเรี่ยวเรียว ดวงตาคู่คมล้นเอ่อไปด้วยน้ำตา ก้มมองร่างจมกองเลือดของเธอด้วยหัวใจแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี

               “ไม่ใช่...ไม่ใช่บัว...” เขาต้องไปฝันไปแน่ ๆ เขาต้องฝันไป มันไม่ใช่เรื่องจริง

               “ไม่เป็นไรนะ” เขาประคองศรีษะของเธอวางไว้ในตัก ความพร่าเลือนจากหยาดน้ำตาทำให้ภาพบางภาพซ้อนเข้ามาในหัว ภาพตอนที่เขากำลังกอดศพของเพื่อนรักที่ตกลงมาจากชั้นแปด ภาพตอนที่ใบหน้าเปื้อนเลือดนั้นกระซิบบอกเขาว่า...

               ห้าม...รัก...เธอ

               เสียงนั้นดังเข้ามาในสมองของเขาอีกครั้ง มันดังก้องจนหูเขาแทบแตก มันดังระงมไปทั้งหัว ดังจนเขาสติแตกแล้วร้องลั่นออกมาจนดังไปทั้งโรงแรม...

               ผู้ป่วยมีอาการเกี่ยวกับความทรงจำครับ...หลังเหตุการณ์สะเทือนใจ เขาลืมความทรงจำบางส่วนไป ซึ่งอาจจะเป็นความจำในส่วนที่ทำให้เขาเจ็บปวด หรือเป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกผิดกับมัน...สมองของเขาจึงสั่งให้ลืมมันไป สมองของเขาสั่งให้ลืมใครบางคนไป

               “ไม่...ไม่...ไม่...ไม่...ไมจริง...ไม่จริง!!” อิศราตะโกนลั่น น้ำตาไหลพราก สวมกอดร่างของบัวบูชาด้วยความเสียใจและเศร้าสะท้าน...

               “บัว...ตื่นสิบัว....บัว!” เขามองใบหน้าเปื้อนเลือดของหญิงสาวในอ้อมกอดด้วยความรัก...รักที่ซ่อนลึกอยู่ในใจ รักที่ฝากฝังเอาไว้ในความทรงจำ...ความทรงจำที่กำลังเปิดเปลือกใครบางคนออกมา...

 

               เมื่อ 9 ปีที่แล้ว...ตอนที่เขายังเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 ของโรงเรียนเอกชนชื่อดัง เขาเป็นหนุ่มเนื้อหอมที่มีผู้หญิงมากมายมาสารภาพรักและนำดอกกุหลาบมาให้ในวันวาเลนไทน์ แต่สำหรับเขาแล้ว ผู้หญิงเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในใจเขามาตลอดสามปีเต็ม...

                    บนดาดฟ้าในวันนั้น...แสงแดดร้อนแรงในวันแห่งความรักยิ่งทำให้ความรักของหนุ่มสาวนั้นร้อนแรงและเร่าร้อนไม่แพ้แสงแดด

                    บัวบูชาในชุดนักเรียนยืนรออยู่ตรงมุมหนึ่งหลังห้องเก็บของซึ่งตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้า...

                    “บัว!

                    เสียงเรียกนั้นทำให้เธอหันกลับมาแล้วยิ้มสดใส...

                    “เมฆ!

                    เขายิ้มเขินเดินเข้ามาหาเธอพร้อมดอกกุหลาบสีแดงในมือ...

                    “รอนานมั้ย”


B
E
R
L
I
N
Select AllCopy To Clipboard
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #60 Ar.nie (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 13:15

    สมใจพวกแกแล้วนิ รอหัวเราะทีหลังดังกว่า อยากแก้แค้นอยากเอาคืนดีนัก พอทำเขาปางตายมายืนตัวสั่นร่ำร้อง


    ปล.ถ้าเรื่องพลิกกลับกลายเป็นเพราะอิเมฆเป็นส่วนทำให้เพื่อนตายไม่ใช่บัว ฉันจะสมน้ำหน้าให้ -พวกคนรักเพื่อน!


    #60
    1
    • #60-1 แมวมณี(จากตอนที่ 15)
      24 กันยายน 2561 / 17:27
      ขอบคุณที่เม้นต์นะคะ เลิฟๆ
      #60-1
  2. #59 paphapin1234 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 07:49
    พีคคคค้า
    #59
    0
  3. #58 เพลิงในคืนมืด (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 00:16
    สาสารบัวอ่ะ
    #58
    0
  4. #57 aprilfuday (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 23:33

    ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากค่ะ อยากรู้ไวไวจังค่ะใครอยู่เบื้องหลัง
    #57
    0
  5. #56 Yaneda (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 23:27
    ขออีบุ๊​ค​เลยได้มั้ย​คะ​
    #56
    0
  6. #55 Ray_1980 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 23:26
    มันคืออะไรคะไรท์ททท

    รอต่อเลยนะ รออออ
    #55
    0
  7. #54 แมวมณี (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 23:13

    ฝากตอนใหม่ด้วยค่าาาาา ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

    #54
    1
    • #54-1 Punim5673(จากตอนที่ 15)
      20 กันยายน 2561 / 23:37

      ขอบคุณค่ะไรท์ สนุกมากค่ะ
      #54-1