หอมปรารถนา

ตอนที่ 5 : ไว้ทุกข์ให้หัวใจ ไว้อาลัยให้ความรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    12 พ.ย. 59

5

"ไว้ทุกข์ให้หัวใจ ไว้อาลัยให้ความรัก"





“วันนี้พี่พิมพ์...เอ่อ...”

เด็กสาวจ้องสภาพเจ้าของร้านด้วยสายตาตกตะลึง ก่อนจะกลืนน้ำลายเอื้อก

“ทำไมเหรอ?”

“พี่พิมพ์จะไปงานศพหรือคะ แต่งดำทั้งชุดเลย แถมร้องเท้าก็ยังดำ...”

พิมพ์ใจก้มมองดูตัวเองด้วยความตกใจ เธอเลือกหยิบชุดดำออกจากตู้มาใส่ได้ยังไง เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด

“อะ...อ๋อ...เออ...ใช่ ๆ พอดีต้องไปงานศพน่ะ”

“แล้ว...ไม่แต่งหน้าหรือคะ มาหน้าสดมาเชียว ผมเผ้าก็ไม่หวีด้วย ฟู ๆ ยุ่ง ๆ...เอ๊ะ หรือเป็นแฟชั่นคะ...ใช่มั้ยคะพี่พิมพ์”

ฉิบหาย!...คำนี้อุทานอยู่ในหัวดังลั่น ลั่นครืนเหมือนเสียงฟ้าคำราม...เธอออกจากห้องมาได้ยังไงในสภาพนี้...สติสตังค์หายไปไหนหมด เธอคงเบลอหนักไปแล้ว

“แต่งสิ...จะมาแต่งที่ร้านไง”

“เฮ๊ยแก!” เสียงหมอเดียร์ทักมาจากด้านหลัง พิมพ์ใจแปลกใจเล็กน้อยเพราะนาเดียร์ไม่เคยแวะเข้าร้านตอนเช้าแบบนี้ เธอมักจะแวะมาสั่งกาแฟช่วงสายๆหน่อย แต่พอหันไปเผชิญหน้าก็ถึงกับอึ้ง...กิมกี่!

นาเดียร์กับทัดเทพยืนอยู่ด้วยกัน ทั้งคู่ยังใส่ชุดลำลองที่แทบไม่ต่างจากชุดนอน สีหน้าของทัดเทพบ่งบอกถึงความสุขสมหวังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เหมือนเขากำลังตกอยู่ในภวังค์รัก

“ทำอาหารเช้าให้หน่อยสิจ๊ะเพื่อนรัก แบบอเมริกันเบรคฟาสท์น่ะ 2 ที่นะจ๊ะ”

พิมพ์ใจยังอึ้งกับภาพที่เห็นอยู่ ก่อนจะกระพริบตาปริบ ๆ เพื่อไล่ความอลหม่านในหัวให้ออกไป แล้วตั้งสติใหม่ให้เข้าที่เข้าทาง

“แล้วทำไมวันนี้ใส่ชุดดำล่ะ” ทัดเทพเป็นคนถามเธอ เขามองเธอด้วยสีหน้าประหลาดใจ “จะไปงานศพเหรอ”

“อะ...อืม” เธอฝืนยิ้มออกมา ทั้งที่น้ำตาตกใน หัวใจของเธอกำลังขาดรอน ๆ ใครจะรู้บ้างหนอ “ไปนั่งสิ เดี๋ยวทำอาหารให้”

ทั้งคู่จึงพากันเดินไปนั่งที่โต๊ะสาม แล้วพูดคุยกันต่ออย่างมีความสุข...บนความทุกข์ของเธอ

พิมพ์ใจกลัวน้ำตาจะไหลออกมาต่อหน้าทุกคน เธอจึงรีบหลบไปอยู่ในห้องน้ำ แล้วปล่อยความเศร้าออกมาอย่างเต็มที่

“ฮือ ๆ เราต้องเข้มแข็งและเดินหน้าต่อไป...สู้ ๆ”

เธอปาดเช็ดน้ำตา แต่งหน้าเข้มกว่าทุกวัน เพราะต้องการกลบความเจ็บช้ำบนใบหน้า ก่อนจะเข้าครัว แล้วทำอาหารเช้าให้เพื่อนรักทั้งสอง

เธอนำอาหารมาเสิร์ฟด้วยตัวเอง ขณะทั้งคู่คุยเรื่องหนังที่ไปดูมาเมื่อวานอย่างออกรส

“ขอบใจจ้ะเพื่อนรัก แล้วแกกินรึยังเอ๋ย”

“เรียบร้อยแล้ว เชิญคู่รักคู่ใหม่รับประทานให้อร่อยนะคะ ขอตัวก่อน”

นาเดียร์ออกอาการเขิน ขณะทัดเทพยิ้มนิด ๆ เขาใช้มีดป้ายแยมสตรอเบอรี่ในกระปุกแล้วนำมาทาบนขนมปังให้แฟนสาวด้วย...แหม...ดูห่าม ๆ ห้าว ๆ ทำโรแมนติกก็เป็นกับเขาด้วยนะเนี่ย  

“เดี๋ยวขอกาแฟดำสองที่ด้วยนะครับคนสวย”

สั่งโดยไม่ได้มองเธอด้วยซ้ำ เพราะเอาแต่จ้องสาวสวยตรงหน้า

“รอสักครู่นะคะเจ้านาย” เธอว่าประชด ก่อนจะเดินห่างออกมาอย่างเหี่ยวแห้งแล้วสั่งเจ้าอินดี้ที่ประจำเคาน์เตอร์ให้จัดการต่อให้

  “พี่พิมพ์ ๆ” เด็กสาวมากระซิบถาม ขณะเธอเปิดเครื่องนับเงินที่โต๊ะผู้จัดการซึ่งตั้งเยื้องหลังเคาน์เตอร์ “ตกลงคุณหมอกับพี่ทัดสุดหล่อคบกันแล้วหรือคะ”

เธอชะงักไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างขื่นขมหัวใจ

“ว๊า...นุกเห็นพี่ทัดมาที่ร้านบ่อย ๆ ตอนแรกคิดว่ามาจีบพี่พิมพ์ซะอีก ที่ไหนได้...”

“โอ๊ย...แกก็มโนชนะเลิศ ที่เขามาร้านทุกวันเพราะมาจีบหมอเดียร์ย่ะ ไม่ได้มาเพราะฉัน รีบเอากาแฟไปเสิร์ฟเขาไป แต่ไม่ต้องใส่น้ำตาลนะ เพราะเขาหวานกันอยู่แล้ว”

พิมพ์ใจบอกตัวเองว่าเธอควรจะดีใจกับเพื่อนนะ ที่เพื่อนหลุดพ้นจากความรักครั้งเก่าที่แสนเจ็บปวดนั้นมาได้และได้เริ่มต้นครั้งใหม่เสียที

เธออยากเห็นรอยยิ้มของเพื่อนมากขนาดไหนในวันที่เพื่อนหนีเมืองกรุงกลับมาที่บ้าน

แต่เธอก็ทำไม่ได้...เธอเสียใจกับภาพที่เห็น เธอเจ็บปวดกับรอยยิ้มของทั้งคู่

“ฉัน...ไม่ใช่คนดีใช่มั้ย” เธอล่ะเกลียดตัวเองเหลือเกินที่อยากจะเข้าไปขัดขวางความสุขของพวกเขา อยากเข้าไปทำลายรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

เพราะสิ่งเหล่านั้นมันบาดหัวใจเธออย่างเลือดเย็นและโหดเหี้ยมที่สุด

 

“ไป...ไปทะเล...ฉันต้องไปทะเล” พิมพ์ใจตัดสินใจเปิดอินเทอร์เน็ตและจองตั๋วเครื่องบินผ่านเวปไซต์ของสายการบินในเที่ยงของวันนั้น เพื่อจะไปเที่ยวทะเลตามลำพัง เพื่อพาหัวใจดวงน้อย ๆไปพักผ่อน และไปให้ไกลจากภาพบาดตา

“ไปเมา...แล้วเสียตัวให้ฝรั่ง...ฮ่า ๆ ๆ ๆ” เธอหัวเราะร่าเหมือนคนบ้า เพื่อกลบเกลื่อนความเศร้าในหัวใจ หลังจากถอนหายใจมาสักพันรอบได้

“ดูเหมือนพี่พิมพ์จะเสียใจมากนะคะ ไม่ทราบว่าจะไปร่วมงานศพใครหรือคะ”

นุกนิกยังถามด้วยความห่วงใย ก่อนเธอจะออกจากร้านมาตอนบ่ายสองกว่า ๆ โดยแจ้งว่าจะออกไปงานศพ

ไปร่วมงานศพใครน่ะเหรอ...เปล่าเลย...เธอก็เพียงแค่ไว้อาลัยให้กับตัวเองเท่านั้น เธอขอเวลาทำใจสักครู่  

พิมพ์ใจตัดสินใจพาตัวเองไปยังโลกอื่น ด้วยการไปยังโรงหนังที่เคยดูประจำ เธอตรงไปหน้าเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วทันที  

“มีหนังที่ยิงกันทั้งเรื่องแล้วเลือดสาดกระจายมั้ยคะ”

พนักงานชายประจำช่องขายตั๋วหนังมองหน้าเธอเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า

“เรื่องนี้ก็แล้วกันนะครับ ไม่ทราบว่าจองกี่ที่ครับคุณลูกค้า”

“โอ๊ย...” เธอล่ะเซ็ง จะถามทำไมเนี่ย...ที่เดียวค่ะ เห็นพี่มากับใครหรือคะ หรือว่ามีใครเกาะอยู่บนบ่า...แต่เธอไม่ได้พูดแบบนั้นออกไป ได้แต่ยิ้มและตอบเสียงหวาน ๆว่า

“คนเดียวค่ะน้อง”

เมื่อได้ตั๋วหนังมาแล้ว เธอก็เข้าโรงหนังทันที เพราะเหลือเวลาแค่สิบนาทีเท่านั้นก็ถึงเวลาฉายหนังแล้ว

เธอได้ที่นั่งแถวกลาง ๆของโรงเพราะหนังใกล้ออกจากโรงแล้ว คนดูก็เลยบางตา

ความจริงเธออยากมาดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่เข้าตอนช่วงแรก ๆ แล้ว แต่ชวนเพื่อนคนไหนก็ไม่มีใครมาด้วย

“ยิงมัน!...ยิงมันให้ตายไปเลย!!!” และเธอไม่แปลกใจเลยที่เธอเป็นเพียงผู้หญิงคนเดียวที่นั่งดูหนังเรื่องนี้ ท่ามกลางชายชาตรีนับสิบชีวิต “อย่าใจอ่อน...อย่าปราณีมัน...ฆ่ามันเลย!

เธอจ้องมองภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอยักษ์ด้วยดวงตาขวาง ๆ ราวกับจะลงมือฆ่าคนร้ายเสียเอง โดยไม่ทันมองหรือสนใจคนที่เพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวติดกัน ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่เข้าโรงมา

ชายหนุ่มเห็นเธอเข้าก็แปลกใจ ก่อนจะนั่งลงอย่างเงียบๆ แล้วจ้องจอยักษ์...เพียงสามวินาที ก่อนจะเหลียวกลับไปมองผู้หญิงที่นั่งข้างกันอีกครั้ง

เขาจะทักเธอดีมั้ย เขาถามตัวเอง

“ยิงแม่งเลย!” เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาจึงตัดสินใจได้ว่า...ไม่ควรขัดจังหวะเธอตอนนี้จริง ๆ

“หึคนอ่อนแอก็ต้องตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด แกมันสมควรตายแล้วไอ้โง่”

เธอว่าอย่างนั้น ก่อนจะร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะหนังกำลังยิงกันสนั่นหวั่นไหว

เป็นอะไรวะ

เขาทั้งตกใจและอึ้งมากที่อยู่ ๆ เธอก็ร้องไห้ไม่หยุด ทั้งที่หนังกำลังมันส์

และก่อนที่เขาจะอ้าปากถามว่าเธอเป็นบ้าอะไร หญิงสาวก็ลุกออกจากโรงหนังไปอย่างรวดเร็ว โดยที่หนังไม่ทันจบซะอย่างนั้น

“อ้าว...เป็นอะไรวะ” ทัดเทพงงงันไปหมด ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากโรงหนังเพื่อตามเธอออกไป

ทว่า เขาตามเธอไม่ทันเสียแล้ว เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอย เดินหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ

“เฮ้อ...อินขนาดนั้นเลยหรือวะ”

อินเรืองอะไรไม่รู้ ตัวเขาเองก็อยากดูหนังเรื่องนี้มาก แต่ตอนที่มาดูหนังกับหมอเดียร์เมื่อวานนี้ เขาให้หญิงสาวเลือกหนัง เขาจึงไม่ได้มาดูหนังเรื่องนี้

“นี่ถ้ารู้ว่าชอบแนวนี้เหมือนกันจะได้ชวนมาดูด้วยกันซะเลย...แต่ไหงไม่ทันจบก็วิ่งออกจากโรงซะละ”




@@

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น

  1. #12 แอล (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 20:52
    แกจะชวนพิมพ์ทำไมแกก็ชวนแฟนแกดิ่ ไอย้ามีแฟนแล้วนะไม่จำเแ็นต้องยุ่งกับพิมพ์แล่ว(สงสารนางเถิด)
    #12
    0