หอมปรารถนา

ตอนที่ 3 : ไม่ใช่แฟน แค่เพื่อนเฉยๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 773
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    12 พ.ย. 59

3

"ไม่ใช่แฟน แค่เพื่อนเฉยๆ"





ทัดเทพปล่อยให้เธอรออยู่ที่ห้องรับรองลูกค้าของอู่โดยเขาขึ้นไปที่ห้องพักชั้นสองเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

เด็กในร้านแซวกันใหญ่ว่าเธอเป็นซ้อ...โธ่ ๆ ๆ ก็อยากเป็นอยู่หรอกนะ แต่มันเป็นไปไม่ได้น่ะสิ เพราะเฮียเขาอยากได้ผู้หญิงคนอื่นเป็นเมียต่างหากเล่า  

“ความจริงอู่ก็ใหญ่ดีนะ รายได้น่าจะดีอยู่” เธอรู้ว่าใจของเพื่อนสาวนั้นยังขัดข้องเรื่องฐานะของเขามากกว่าเรื่องใด เจ้าหล่อนจึงยังไม่ยอมเปิดใจเต็มที่ เลยยังกั๊กไปเรื่อย “ถ้าคบกันจริง ๆ คงไม่ถึงกับลำบากหรอกมั้ง”

“ทำไม” เขาก้าวเข้ามาในห้องรับรองแขก พร้อมชะโงกหน้ากวน ๆมาทางเธอ “คิดว่าผมไม่มีปัญญาเลี้ยงเมียเหรอ”

เธอลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ ไม่ใช่เพราะเขาได้ยินที่เธอพูดเรื่องฐานะของเขาหรอก แต่ตกใจที่เขาแต่งตัวอย่างกับจะไปแข่งรถมอเตอร์ไซค์กับเด็กแว๊น

เธอเพ่งมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อให้แน่ใจว่าตาเธอไม่ฝาด ชายหนุ่มสวมเสื้อยึดกางเกงยีนส์และสวมรองเท้าผ้าใบยี่ห้ออดิดาสสีเหลือง

“นี่เหรอ...ชุดไปกินบุพเฟ่ห์โรงแรมหรูของคุณ”

“อ้าว ทำไมล่ะ เท่ดีออก”

“ถ้างั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องใส่กระโปรงสวมส้นสูงก็ได้ เมือยเท้าจะตาย”

“ใส่แบบนั้นแหละดีแล้ว น่ารักดี”

อย่าพูดคำว่าน่ารักดีอีกนะ ไม่อย่างนั้นเธอจะคิดแล้วนะ...

“อืม ๆ  งั้นรีบไปเถอะ เดี๋ยวถ้า รปภ.โรงแรมไล่ค่อยไปหาราดหน้าที่ตลาดกินก็ได้”

หญิงสาวพูดจบก็เดินนำเขาออกไปก่อน ชายหนุ่มมองตามหลังอย่างขำขัน ก่อนจะเดินไปถึงตัวเธอแล้วคว้าข้อมือเธอไว้

“จับมือทำไม!

เธออ๊ายอาย เพราะลูกน้องเขาตะโกนแซวกันใหญ่

“รถผมจอดอยู่ด้านหลังร้านโน่น”

“อ้าว ไม่ได้ควบบิ๊กไบค์ไปเหรอ”

“เปล่า ผมจะเอารถกระบะไป พาสาวสวยไปด้วยทั้งที ผมไม่ยอมให้ลำบากหรอก”

แล้วเขาก็ลากมือเธอเดินผ่ากลางร้านที่ลูกน้องเกือบสิบชีวิตตั้งหน้าแซวเจ้านายกันเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อเดินทะลุออกหลังร้าน ซึ่งเป็นที่ส่วนตัวของเขา

ที่นั่นมีบ้านพักหลังเล็ก ๆ สไตล์โมเดิลตั้งอยู่ กับลานจอดรถที่บรรจุรถได้ห้าคัน เธอเห็นรถจอดครบทุกช่องเลยล่ะ ซึ่งรถแต่ละคันแพง ๆทั้งนั้น

“รถลูกค้าน่ะ ของพวกเพื่อนๆ ตกแต่งเสร็จแล้วไม่ยอมมาขับไปซะที เดี๋ยวจะคิดค่าจอดรถแล้ว” เขาลากเธอไปที่ช่องจอดรถซึ่งมีรถกระบะสีดำคันใหญ่จอดอยู่ เธอเคยเห็นเขาขับรถคันนี้หลายครั้งแล้ว “ส่วนเราเอาคันนี้ไป”

“รถเพื่อน ๆคุณ  แพง ๆทั้งนั้นเลยนะ”

“ใช่  ชอบเหรอ หรือว่าอยากนั่งแลมโบกินี เดี๋ยวผมโทรไปยืมเพื่อนก็ได้”

“อืมโทรไปสิ”

“ว่าไงนะ!” เขาถลึงตาใส่เธออย่างเคืองขุ่น

“ฉันประชด จะไปกันได้รึยัง ฉันหิวแล้ว”

“หึก็ขึ้นรถสิ  รถกระบะนะ ไม่ใช่แลมโบกินี”

“เออไม่ขึ้นผิดหรอก มีตาย่ะ แยกถูก”

“งั้นเปิดประตูรถเองนะ”

“ก็ปล่อยสิ ปล่อยมือฉันสิ!!!

“พูดเสียงดังทำไมวะ เดี๋ยวคนเข้าใจผิดคิดว่าผัวเมียทะเลาะกันหรอก” เขาปล่อยมือเธอแล้วเดินวนหน้ารถไปขึ้นตำแหน่งคนขับ

ส่วนเธอเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งข้างเขาด้วยสีหน้าสีตาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่...ไม่ค่อยพอใจก็ตรงที่เขาคิดว่าเธอชอบรถแพง ๆนี่แหละ  

“จองโรงแรมไหนไว้”

“เดี๋ยวก็รู้ รับรองคุณต้องตะลึงตาค้างแน่” เขาพูดพลางเอี้ยวตัวผ่านช่องเบาะไปหยิบเสื้อสูทสีครามที่แขวนอยู่มาสวมทับเสื้อยืดอย่างคล่องแคล่ว

“มีสูทเตรียมไว้แล้วก็ไม่บอก”

“ดูดียัง”

“ก็ดูเป็นผู้เป็นคนดี” แต่ความจริงคือเขาหล่อมากแค่หยิบสูทตัวเดียวมาสวม เธอยังแปลกใจที่เขาดูสมาร์ทเหมือนนักธุรกิจเลยเชียวล่ะ

พิมพ์ใจไม่อยากจะเชื่อว่าตอนนี้เธอกำลังจะได้ไปดินเน่อร์หรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมกับผู้ชายที่เธอแอบรักมาหลายเดือน เขาคงไม่รู้ว่าเธอมีความสุขแค่ไหน

แม้รู้เต็มอกว่าเขาทำไปเพียงเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น เขาอยากซื้อใจเธอ เพื่อให้เธอสนับสนุนเขาในการเดินหน้าจีบหมอเดียร์

“อ้าว  ทำไมขับออกนอกเมืองล่ะ”

“ก็มันอยู่นอกเมืองไง” เขาบอกแค่นั้น ก่อนรถจะเลี้ยวเข้าถนนสายหนึ่งแล้วตะลุยฝ่าเส้นทางที่ไม่ต่างจากโลกพระจันทร์

ความมืดสองข้างทางทำให้เธอขนลุกขนพอง โดยเฉพาะเมื่อขับผ่านวัดแห่งหนึ่ง

“โอ๊ยตายแล้ว นี่คุณจะพาฉันไปไหนเนี่ย ไม่เอานะ อย่าฆ่าฉันเลยนะ ฉันขอล่ะ ฉันยังไม่อยากตาย”

“เราทุกคนก็ต้องตายกันทั้งนั้นแหละ”

“แต่ไม่ใช่ตอนนี้” เธอจับแขนเขาแน่น “กลับ...กลับเดี๋ยวนี้  ฉันไม่ไปกับคุณแล้ว โอ๊ยทำไมฉันใจง่ายมากับคุณเนี่ย...ฮือ ๆ”

เขาไม่สนใจคำอ้อนวอนของเธอ กลับหัวเราะหึ ๆสร้างบรรยากาศวังเวงชวนขนลุกเข้าไปอีก พิมพ์ใจทั้งกลัวทั้งเครียดแล้วในตอนนี้

“เอ๊ะนั่น!! นั่นบ้านคนใช่มั้ย” เขาขับผ่านบ้านหลังแรก หลังจากสองข้างทางเต็มไปด้วยป่า แต่เขาก็ไม่จอด

“โอ๊ยทัด คุณจะพาฉันไปไหนเนี่ย”

“ก็ไปกินบุพเฟ่ห์ไง” เขาขับผ่านบ้านหลายหลังซึ่งปลูกเรียงรายเต็มสองข้างทาง เธอไม่รู้จริงๆว่าที่นี่ที่ไหน รู้เพียงแค่มันเป็นหมู่บ้านที่ห่างไกลเมืองพอสมควร

กระทั่งถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนว่ากำลังมีงานรื่นเริงบางอย่างอยู่ เพราะแสงไฟที่ระยิบระยับรอบบ้านและเสียงเพลงจากดนตรีสดที่ดังกระหึ่ม

เธอเห็นผู้คนครึกครื้น หลายกลุ่มหลายก้อน นั่งกระจัดกระจายไปตามโต๊ะต่าง ๆ มีแบลกดร๊อปดอกไม้สดสวยงามตั้งหน้างาน มีคู่บ่าวสาวกำลังรับแขกและส่งแขก ด้วยรอยยิ้มอิ่มสุข

“ฮึ...”  เธอหันขวับมองเขา “นี่มันอะไร”

“ถึงแล้วครับคนสวย ลงไปจัดกันเหอะ”

เขาดับเครื่องรถแล้วลงจากรถอย่างสบายอารมณ์ หญิงสาวเป่าปากมองบนก่อนจะลงตามเขาไปโดยไม่มีข้อแม้ ไม่ว่ายังไง เธอคงกลับตัวตอนนี้ไม่ได้แล้ว เธอพลาดแล้ว เธอถูกเขาหลอกมางานแต่งเพื่อน!!!

“อ้าวเฮ๊ย...ไอ้ทัด!” เจ้าบ่าวเข้ามาทักทายทัดเทพทันทีที่เห็นเขาเดินเข้างาน ก่อนจะหันมามองพิมพ์ใจด้วยสายตาสงสัย “แล้วนี่ใครเอ่ย...”

“ดีใจด้วยนะโว๊ยเพื่อน” เขาตบบ่าเจ้าบ่าวอย่างสนิทสนมก่อนหันไปยิ้มกับเจ้าสาว “ดีใจด้วยนะครับ ขอให้มีความสุขมากๆ มีตัวน้อยเร็ว ๆนะ”

“ขอบคุณจ้ะทัด ทัดพาแฟนเข้าไปที่โต๊ะเพื่อน ๆสิ นั่งอยู่ที่โต๊ะริมสระน่ะ”

“เฮ๊ย...ไม่ใช่แฟน เพื่อนน่ะ” เขาแนะนำเธอให้บ่าวสาวรู้จักเช่นนั้น ก่อนจะเดินนำเธอเข้าไปในงานแต่งงานแบบบ้าน ๆที่กำลังสังสรรค์กันอย่างสนุก

“ไอ้ทัด!  ทางนี้โว๊ย” กลุ่มเพื่อนของเขาซึ่งเป็นชายล้วนประมาณห้าหกคนส่งเสียงโหวกเหวกเรียกเขามาแต่ไกล เขาเองก็โบกมือทักทายเพื่อนกลับไปอย่างกับนักเลงโต

“นี่คุณ! พาฉันมางานแต่งเพื่อนคุณทำไมเนี่ย”

“อ้าว...ก็อยากกินบุพเฟ่ห์ไม่ใช่เหรอ”

“อยาก...แต่ไม่ใช่แบบนี้”  โอ๊ย...เธออยากจะกรี๊ด โดนเขาแกล้งจนได้ ไม่น่าเปิดช่องว่างให้เลย

“ก็นั่นไงบุพเฟ่ห์ นั่นไงครับคุณ” เขาชี้ไปที่โต๊ะวางอาหารยาวยืดซึ่งเนืองแน่นไปด้วยอาหารคาวหวาน “เพื่อนผมสั่งอาหารมาจากโรงแรมห้าดาวเลยนะคุณ คุณอยากกินอะไรก็ตักได้เลย หรือจะให้ตักให้เอามั้ยล่ะ”

“ไม่ต้อง ๆ  โอเค ๆ” ไหน ๆ ก็ไหน ๆแล้ว เธอพยายามตั้งสติและควบคุมต่อมโมโหไว้ “คุณไปหาเพื่อนของคุณเหอะไป๊ เดี๋ยวฉันนั่งแถว ๆนี้ก็ได้”

เจ้าหล่อนพูดพลางหันมองหาโต๊ะเหมาะ ๆ  

“ไปนั่งกับเพื่อนผมดีกว่า”

“ไม่เป็นไร คุณจะได้คุยกับเพื่อนสนุก ๆไง ไม่ต้องห่วง ฉันดูแลตัวเองได้ คุณไปเหอะ”

เธอแทบจะดันหลังเขาเลยทีเดียว ไม่สิ แทบจะถีบเขาไปต่างหาก ชายหนุ่มจำใจทิ้งเธอไว้ที่โต๊ะหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับโต๊ะวางอาหาร มีป้าแก่ ๆ กับหลานสาวยังกินอาหารอยู่

“เอาวะ หิวไส้จะขาดแล้ว” หญิงสาวไม่รอช้า เดินไปที่โต๊ะวางอาหาร คว้าจานใบใหญ่ จัดการตักอาหารที่ชอบอย่างมีความสุข

ทัดเทพทักทายเพื่อน ๆอย่างเฮฮาปาร์ตี้ ตามประสาหัวโจกของกลุ่ม พวกนี้เป็นเพื่อนสมัยมัธยมที่สนิทสนมคุ้นเคยกันมาตลอด  

“เฮ๊ย...พาเมียมาด้วยเหรอ ทำไมไม่พามาแนะนำให้เพื่อน ๆรู้จักวะ” เพื่อนคนหนึ่งถามขึ้น

“ไม่ใช่โว๊ย...เพื่อนน่ะ”

“อะไรวะ มึงคบผู้หญิงเป็นเพื่อนด้วยเหรอ แล้วเพื่อนสมัยไหนวะ ทำไมพวกกูไม่เห็นรู้จักเลย”

“ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของกู พวกมึงอยากแดกเหล้าก็แดกไป”

“โอเค  ถ้าเป็นแค่เพื่อน งั้นกูขอเบอร์ได้เปล่า”

เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยขึ้นในวง เขาถึงกับสะอึก ก่อนจะหัวเราะออกมา

“ฮ่า ๆ ๆ ! ยัยอ้วนขายออกแล้วโว๊ย ได้ ๆ เดี๋ยวกูถามมันก่อนนะว่ามันให้ได้มั้ย แต่กูขอเตือนเลยนะ แม่งกินดุฉิบหาย  ไม่เชื่อก็หันไปมองดู แล้วเห็นหน้าติ๋ม ๆนะโว๊ย ด่าไฟแลบ ตามเช็คตามเช็ดผัวตลอด งี่เง่าง๊องแง๊งจนผัวคนก่อนแม่งทนไม่ไหวเลยทิ้งแม่งเลยกูล่ะสงสาร”

“เหรอวะ”

“เออสิ เฮ๊ย! แต่คนเราเปลี่ยนกันได้โว๊ย ลองจีบดู”

ทัดเทพยังท้า เพราะเขาเห็นแล้วว่าสีหน้าเพื่อนเจื่อนไปถนัดตา

“งั้นกูขอเบอร์ด้วย” เพื่อนตัวอ้วนๆคนหนึ่งยังใจกล้า “กูอยากลองดีโว๊ย กูชอบผู้หญิงกินเก่งแบบนี้แหละ เรื่องขี้ด่านี่ถ้าด่าน้อยกว่าแม่กู กูให้ผ่าน ส่วนเรื่องงี่เง่าผู้หญิงก็เป็นกันทุกคน”

คราวนี้คนที่หน้าเจื่อนคือทัดเทพ

“เออ...เดี๋ยวกูขอให้”

ชายหนุ่มชนแก้วกับเพื่อน ๆ ต่ออีกครู่หนึ่ง ก่อนจะขอตัวออกมาหาหญิงสาวที่กำลังนั่งกินไม่หยุด

“อาหารอร่อยมากเลยอ่ะ สมราคาคุยจริงๆเลยคุณ  จะกินอะไรมั้ย เดี๋ยวไปตักให้”

“ไม่เอา”

“หือ...นี่ดื่มเหล้าเหรอ” เธอสูดจมูกฟุดฟิดใกล้ๆเขา “แล้วจะขับรถกลับบ้านยังไงเนี่ย”

“กินมั่ว ๆ ไม่ถึงแก้วหรอก ขับได้น่า”

“ไม่ได้ ห้ามขับ เดี๋ยวฉันขับเอง”

“นี่” อยู่ ๆเขาก็พูดจริงจัง “ไม่เคยมีแฟนจริงเหรอ”

“ถามทำไม”

“ก็...แค่อยากรู้เฉย ๆ ไม่ได้จะทำไม”

“งั้นก็ไม่ต้องรู้หรอก ไม่มีประโยชน์ คุณเอาสมองไว้จำเรื่องหมอเดียร์เหอะ จำได้รึยังว่าเธอชอบกินอะไร ชอบสีอะไร ชอบดูหนังแบบไหน อยากได้กุหลาบสีอะไรในวันวาเลนไทน์”

“แล้วคุณล่ะอยากได้สีอะไร” เขาสวนมา ทำเอาเธออึ้ง เขาจะถามเธอทำไม...

“ก็...ฉันชอบกุหลาบ...”

“ดำสีดำใช่มั้ย เหมาะกับคุณเลย”

หญิงสาวกรอกตามองบน ทำหน้าเซ็ง ก่อนจะจิ้มอาหารเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างไร้อารมณ์  

“งั้นผมเดาเอาว่าหมอเดียร์ต้องชอบกุหลาบขาวแน่ เพราะเป็นผู้หญิงที่สวยทั้งภายนอกและภายใน”

“เอ่อ...” เธอเรอออกมาอย่างไม่เกรงใจใคร ก่อนจะคว้าน้ำขึ้นมาดื่มอั่ก ๆ เขามองเธอตาขวาง ก่อนยกมือขึ้นอุดจมูก

“ทำไปได้ยังไง”

“อิ่มแล้ว  จะกลับกันได้รึยัง”

ที่เขาปลีกตัวจากกลุ่มเพื่อน ก็เพราะตั้งใจจะกลับนี่แหละ เขารู้สึกเซ็งขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ

เมื่อบอกลาเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว ล้อรถของเขาก็หมุนทันที โดยหญิงสาวทำหน้าที่โชว์เฟอร์ เพราะเธอไม่ยอมท่าเดียว

“อูย...ซี๊ดส์” ระหว่างทางเธอเผลอร้องออกมาเบา ๆ แต่เขาดันได้ยิน

“เป็นอะไรอ่ะ”

“ท้องอืดน่ะ แน่นจุกไปหมดเลย” เมื่อได้รับคำตอบ เขาถึงกับหัวเราะกร๊าดออก ลืมความเซ็งไปเลย

“ก็เล่นตะกระตะกรามซะขนาดนั้น คนเรานะ เห็นว่าเป็นของฟรีเข้าหน่อยก็ซัดเอา ๆ ไม่ห่วงตัวเองเลย”

“แล้วทำไมจะต้องมาทับถมกันด้วยเนี่ย”

“โอเค ไม่ทับถมแล้ว ว่าแต่ปวดมากมั้ยล่ะ”

“พอทนได้”

“ไปหาหมอมั้ย เผื่ออาหารเป็นพิษ”

“ไม่ต้อง ไม่ใช่หรอก มันไม่ได้ปวดรุนแรงขนาดนั้น เดี๋ยวถึงห้องค่อยกินยาธาตุเอาก็ได้”

“แน่ใจนะ” 

“แน่สิ นี่มันร่างฉัน ท้องของฉัน ฉันไม่ปล่อยให้มันเป็นอะไรไปหรอก ไม่ต้องห่วงค่ะ”

“ไม่ได้ห่วงเลย แต่เผื่อคุณอาการหนักขึ้นมา หมอเดียร์รู้เข้าก็อาจตำหนิผมได้ไง”

“อ๋อ...หวงตัวเองว่างั้น งั้นไม่ต้องห่วง เรื่องที่ฉันไปกินบุพเฟ่ห์โรงแรมหรูกับคุณ ฉันจะปิดให้มิด ไม่ให้ใครรู้เลยเด็ดขาด...สบายใจยัง”

เธอแอบรู้สึกน้อยใจอย่างบอกไม่ถูก ก่อนลงจากรถจึงเรอใส่เขาไปทีหนึ่ง แล้วก็หันหลังให้เขาเลย ไม่ยืนรอส่งให้รถเขาออกไปตามมารยาท

“หึ...กลัวหมอเดียร์จะโกรธ ไม่ได้ห่วงเลย ช่างเป็นสุภาพบุรุษซะเหลือเกิน”

เมื่อถึงห้อง...พิมพ์ใจก็เปิดตู้เย็น คว้ายาธาตุน้ำขาวมาเปิดดื่มไปประมาณหนึ่ง ก่อนจะนั่งพักที่โซฟาเพื่อให้ร่างกายและท้องไส้ได้ผ่อนคลาย

“เฮ่อ...ชีวิตฉัน...ทำไมมันโรแมนติกขนาดนี้เนี่ย”

เธอประชด...วินาทีนี้อยากจะซดเบียร์มากกว่ายาธาตุน้ำขาวเสียอีก !!!   



ฝากติดตามด้วยนะคะ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น

  1. #10 แอล (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 20:32
    เข้าใจนะหนูพิมพ์ทำใจตีตัวออกห่างจากสองคนนี่ซะหมอเดียร์นางไม่หงิมเหมือนตาหรอก(รีดคิดเอาเองนะ)
    #10
    0