หอมปรารถนา

ตอนที่ 26 : ไม่ได้คบ แต่นอนกอดกันทั้งคืนเนี่ยนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    29 พ.ย. 59




26
"ไม่ได้คบ แต่นอนกอดกันทั้งคืนเนี่ยนะ"











แป๊ะ!

....จากนั้นเขาก็ถูกตบปากดังแป๊ะ! ไม่แรง แต่ก็เจ็บไปถึงหัวใจเลยล่ะ หากไม่ทันได้อ้อนต่อ ฝ่ามือที่ใช้แป๊ะปากเขาตะกี้ก็จัดการผลักใบหน้าเขาอย่างแรง จนพ้นระยะอันตราย

“ไปไกลๆเลย”  เธอถลึงตาใส่เขาก่อนจะพลิกร่างหันหลังให้อย่างไม่ใยดี

“ใจร้าย” เขาพลิกร่างขึ้นนอนหงาย สายตาละห้อยจ้องมองเพดานนิ่ง “เฮ้อ...จูบยังเคยมาแล้ว ขอหอมแก้มนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่ได้”

เขาแสร้งตัดพ้อไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้ต้องการให้เธออายหรือรู้สึกผิดอะไร เพราะแค่เธอไม่เกลียดกันแล้ว ก็ถือว่าสำเร็จไปขั้นหนึ่ง

ทัดเทพถอนหายใจแผ่วเบา ปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไร ตราบใดที่เธอยังไม่ตกลงคบกับใคร เขาก็ยังมีโอกาส

ส่วนพิมพ์ใจที่ตอนนี้หัวใจยังเต้นรัวไม่หยุด เพราะตื่นเต้นรนรานไปหมด พยายามจะนอนให้นิ่งที่สุด เพื่อให้เขาเข้าใจว่าเธอหลับไปแล้วจริง ๆ ทว่า...ทำยังไงเธอก็นอนไม่หลับ ข่มตายังไงใจมันก็ยังตื่นอยู่ดี

นับแกะสินับแกะ หรือไม่ก็นับเป็ด นับไก่ นับ...โอ๊ย...ฉันคิดผิดจริงๆด้วยที่ชวนผู้ชายขึ้นเตียง พรุ่งนี้ฉันต้องกลายเป็นหมีแพนด้าแน่เลย ฮือ!’

เธอคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยจนกระทั่งหลับไปในที่สุด และตื่นขึ้นอีกครั้งในช่วงสายของวันใหม่ เพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นตรงหัวเตียง

กริ๊งงงงงงงงงง

“อือ....ใครโทรมาแต่เช้าเนี่ย” เธอผงกหัวขึ้นจากอกกว้างที่กอดซบไว้แน่น งัวเงียพูด แต่ยังไม่ยอมลืมตา “จะโทรทำไมหลายรอบเนี่ย”

“นอนเหอะ” ชายหนุ่มขยับริมฝีปากเบาๆราวกับละเมอ แต่สองมือกลับรวบกอดร่างสวยแน่นกว่าเดิม “อืม...คนกำลังมีความสุข...สุข...ที่สุด”

กริ๊งงงงงงงง แต่โทรศัพท์เจ้ากรรมก็ยังลั่นต่อ มันทำให้ชายหนุ่มแทบอยากจะคว้ามันแล้วขว้างทิ้งซะเดี๋ยวนี้

“โอ๊ย! คนจะนอน!

เธอลืมตาฉับเพราะเสียงบ่นของเขามากกว่ารำคาญเสียงโทรศัพท์ ถึงได้รู้ว่าที่หายหนาวและรู้สึกอบอุ่นสบายทั้งคืนก็เพราะนอนกอดกับเขากลมดิกทีเดียว

“หืม...ตานี่ กอดซะแน่นเลยนะ...หมอนข้างหายไปไหนเนี่ย” เธอพยายามจะดึงร่างออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม แต่เขากลับไม่ยอมยังรั้งเธอไว้ไม่ยอมปล่อย “ทัด! ปล่อยเร็ว”

“อือ...นอนต่ออีกนิดนะ”

“คุณก็นอนไปสิ ฉันจะลุก ปล่อยเดี๋ยวนี้”

“อากาศหนาวจะตายจะรีบลุกไปไหน” เขายังครวญครางขณะยังหลับตาพริ้ม เธอหมั่นไส้จนต้องทุบแผ่นอกเขาไปที แล้วเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ติดห้องมาแนบหู โดยที่เขาก็ยังกอดร่างเธอไว้

“สวัสดีค่ะ”

“ยัยพิมพ์! กว่าจะรับได้นะ ทำอะไรอยู่ยะ” เมื่อเพื่อนตะโกนถามมาแบบนี้ เธอถึงกับตาเหลือก เพราะสิ่งที่ทำอยู่นั้นดูจะไม่งามสักเท่าไหร่ นอนกอดอยู่กับผู้ชายใต้ผ้าห่มเนี่ยนะ เธอพยายามยันร่างเหนียวแน่นเขาออกไป

“นี่...ออกไปสิ”

“ออกอะไรวะ แกทำไรอยู่เนี่ย”

“เปล่า” พิมพ์ใจจำต้องปล่อยเลยตามเลย แล้วหันมาพูดกับเพื่อนแทน “แล้วนี่แกโทรมาทำไมแต่เช้า”

“เช้าบ้าอะไรของแกวะ ตอนนี้สิบโมงแล้วโว๊ย!

“ห๊า! สิบโมงแล้วเหรอ! ทำไมอากาศมันครึ้มๆจังเลยอ่ะ ฉันก็นึกว่ายังเจ็ดโมงเช้าอยู่”

“ก็หมอกมันลงจัด”

“เออว่ะ แล้วแกรู้ได้ไง หรือว่าแกกลับมาแล้ว”

ขาดคำนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น...ก๊อก ๆ พิมพ์ใจหันขวับไปมองประตู

“ฉันอยู่หน้าประตูแล้วล่ะ รีบออกมาที่โต๊ะหน้าระเบียงเลยย่ะ มากินกาแฟกัน ฉันเตรียมอาหารเช้ามาให้เรียบร้อยแล้วด้วย มีทั้งอเมริกันเบรกฟาส แล้วก็ข้าวต้มร้อน ๆ ฉันรีบขับรถกลับมาตั้งแต่เช้าเพื่อเพื่อนสุดที่รักเลยนะเนี่ย โอ๊ย หนาวว่ะ 8 องศาได้มั้งเนี่ย แต่ฟินระเบิด”

แต่คนที่หนาวกว่าคือพิมพ์ใจต่างหาก เธอรีบคุ้ยร่างของทัดเทพให้ตื่นจากฝันหวานอย่างเร็ว และบอกเขาด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ

“เพื่อนฉันมาแล้ว”

“หือ...เพื่อนคุณมาแล้วเหรอ” เขาลุกขึ้นนั่ง สะบัดแขนไปมาเพื่อไล่ความขบเมื่อย “ไหนอ่ะ ไม่เห็นมีเลย”

“อยู่ที่หน้าประตูโน่น คุณนอนต่อเถอะ นอนเลย ไม่ต้องออกไป ฉันขี้เกียจอธิบายเพื่อน เดี๋ยวฉันออกไปหามันก่อนนะ”

“อ๋อ...โอเค นอนใช่มั้ย”

“อืม อยู่ในห้องนี่แหละ ข้างนอกอากาศหนาวจะตาย เดี๋ยวพอใกล้จะกลับฉันมาปลุกคุณเอง”

พิมพ์ใจสั่งความเท่านั้น ก่อนจะลงจากเตียง เดินไปหยิบเสื้อคลุมในตู้มาสวม แล้วตรงไปที่ประตู ก่อนจะเปิดประตูออกไป เธอยังหันมาชี้หน้าเขา แทนคำพูดว่านอนเดี๋ยวนี้!!!

ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะทิ้งร่างลงนอนแล้วหยิบผ้าห่มขึ้นคลุมโปงจนมิดชิด

 

 

“เป็นไงบ้างแก???”

นภาพรถามทันทีที่เห็นหน้าเธอ

“ก็โอเค”

“โอเคจริงๆนะโว๊ย”

“จริงสิ” พิมพ์ใจไม่อยากให้เพื่อนเป็นห่วงและเซ้าซี้ไม่เลิกจึงหันไปสนใจอาหารเช้าบนโต๊ะแทน “เฮ๊ย!!! กลิ่นข้าวต้มกุ้งใช่มั้ยเนี่ย หอมจัง”

เจ้าหล่อนเดินไปนั่งลงที่โต๊ะไม้ขนาดหกที่นั่งตรงระเบียง พร้อมกับหยิบช้อนส้อมและมีดวางบนจานสีขาวใบใหญ่ นภาพรเดินมานั่งลงตรงข้ามกับเพื่อน เอ่ยถามด้วยความสงสัย

“แล้วเพื่อนแกล่ะพิมพ์ ไม่ออกมากินด้วยกันเหรอ ฉันเตรียมมาสองที่นะ”

“โหย ยังนอนอยู่เลย มันขี้เซาน่ะ ปล่อยมันไปเถอะ อย่าไปสนใจมันเลย” เธอพูดพลางหัวเราะสดใส ก่อนจะหันไปหยิบถ้วยกาแฟขึ้นสูดกลิ่น “นี่กาแฟฝีมือแกใช่มั้ยเนี่ย ฉันจำกลิ่นได้ ฉันคิดถึงฝีมือแกสุด ๆ”

“นี่ไม่ต้องแกล้งทำเป็นร่าเริงขนาดนั้นก็ได้” นภาพรรู้จักเพื่อนดีจึงเย้าออกมา มันทำให้พิมพ์ใจหุบยิ้มได้ทันที “แกอยากจะร้องไห้อยากจะโวยวายอะไรก็จัดมาเลย เอาให้เต็มที่ ไม่ต้องสร้างภาพเป็นนางเอกสู้คนหรอก”

พิมพ์ใจยิ้มนิด ๆ “เอาจริงนะ ตอนนี้ฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว มันต่างจากเมื่อวานลิบลับเลย เมื่อวานนะแทบอยากจะหายไปจากโลกนี้เลยล่ะ แต่วันนี้กลับคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น ก็อยากจะร้องนะ อยากจะโวยวาย แต่มันทำไม่ได้จริง ๆว่ะ”

“เฮ๊ย จริงเหรอ เป็นไปได้ไง แกไม่แค้นยัยหมอเดียร์ หรือว่าพวกเกรียนคีบอร์ดเลยเหรอ”

“ไม่แค้นหรอก แต่ถามว่าโกรธมั้ย ก็โกรธนะ แต่ไม่มากพอจะให้ลุกขึ้นแก้แค้นหรือตอบโต้อะไร ปล่อยให้พวกเขา ดราม่ากันไปเถอะ อีกสักพักก็เบื่อ แล้วก็หันไปดราม่าเรื่องอื่น”

“โอ๊ยตาย แม่พระ ตกลงแกมาหาฉันทำไมเนี่ย ฉันเนี่ยนั่งคิดนอนคิดทั้งคืนเลยว่าจะเอาคืนคนพวกนั้นยังไง โดยเฉพาะยัยเพื่อนหมอสุดแสบของแกที่จงใจสร้างเรื่องใส่ร้ายแก และทำให้แกไม่มีที่ยืนในสังคม”

“คนอื่นคิดยังไงก็ช่างเถอะ ขอแค่คนที่ฉันรัก เข้าใจฉันและอยู่เคียงข้างฉันก็พอ” สีหน้าและแววตาของพิมพ์ใจดูเหมือนคนที่กำลังมีความสุขมากกว่าความทุกข์ มันเลยยิ่งทำให้นภาพรเป็นห่วง

“นี่แกเสียสติไปแล้วเหรอ หรือถูกด่าจนสมองรวน ร้านแกจะเจ๊งเพราะเรื่องนี้นะโว๊ย”

“ถ้ามันจะเจ๊ง ฉันก็คงทำอะไรไม่ได้ แต่ก่อนจะเจ๊ง ฉันจะทำให้ดีที่สุด ฉันจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ”

“อืม เห็นแกคิดบวกได้อย่างนี้ฉันก็โอเค แต่เอาจริงนะ มันไม่แฟร์เลยถ้าแกต้องปิดร้านเพราะเรื่องงี่เง่าพวกนี้ แกจะยอมแพ้ยัยหมอแอ๊บแบ๊วนั่นจริงเหรอ”

พิมพ์ใจหยิบถ้วยกาแฟที่ยังร้อนฉ่าและควันกรุยกรายส่งกลิ่นหอมชื่นใจขึ้นดื่มนิด ๆ แล้ววางลงกลับที่เดิม ด้วยใจที่เย็นและนิ่งกว่าทุกครั้ง

“ฉันไม่ได้ยอมแพ้ เพียงแต่ตอนนี้...ฉันชนะแล้วต่างหาก”

“หมายความว่าไงวะ”

เสียงประตูเปิดออก ก่อนจะเผยให้เห็นชายหนุ่มสุดหล่อที่ผมยังยุ่งเป็นกระเซิงและเสื้อผ้ายับยู่ยี่เดินออกมาเหมือนคนละเมอ มากกว่าตื่นแล้ว  

“หอมจัง”

“หะ....”  นภาพรเมื่อได้เห็นชายหนุ่มคนนั้นก็ถึงกับตาค้าง กรามแข็ง เพราะคาดไม่ถึงว่าเพื่อนของพิมพ์ใจที่มาด้วยกันจะเป็นเขาคนนี้

ส่วนพิมพ์ใจทั้งตกใจทั้งเคืองที่อยู่ๆ เขาก็โผล่ออกมา ทั้งๆที่เธอบอกให้เขาเก็บตัวอยู่ข้างใน

“เอ่อ...”

“นะ...นี่...เพื่อนแกเหรอ”

“อะ....อือ” พิมพ์ใจยิ้มไม่ค่อยเต็มปากขณะพยักหน้า “นี่แหละ”

“นอนด้วยกันเหรอ”

“หะ! แกอย่าเข้าใจผิดนะ แค่นอนเฉยๆ”

“ก็ไม่ได้ว่าอะไร”

ทัดเทพเดินมานั่งลงข้าง ๆพิมพ์ใจ ต่อเมื่อเห็นหน้าเพื่อนสาวของเธอชัดถึงได้รู้ว่ากำลังนั่งอยู่กับผู้จัดการไร่นั่นเอง เขารีบขยิบตาบอกให้นภาพรเงียบปากเรื่องเขาไว้

“ตื่นก่อนแล้วทำไมไม่ปลุกอ่ะที่รัก ปล่อยให้ผมนอนคนเดียวอยู่ได้”

พิมพ์ใจหันมองเขาด้วยสายตาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ หากนภาพรไม่นั่งอยู่ตรงนี้ เธอจะกัดคอเขาจริงๆด้วย

“ทัด นี่เหมียว...เหมียว...นี่ทัดนะ”

ใช่...ก็คุณทัดเทพไง...อย่าบอกนะว่า...

“ไอ้10 ชั่วโมงน่ะเหรอ!!!!!!

พิมพ์ใจหน้าเหวอ รีบยกนิ้วชี้ขึ้นแตะปาก

“เอ่อ ไอ้10 ชั่วโมงอะไรครับ”

“เปล่าหรอกทัด มันเป็นโค้ตลับของสาวๆน่ะ กินข้าวต้มสิ กำลังร้อน ๆเลย กินเร็ว!

เธอสั่งเสียงแข็ง เขาจำเป็นต้องกินข้าวต้ม แม้อยากกินอเมริกันเบรคฟาสมากกว่าก็เหอะ

นภาพรกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ ไม่คิดว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ เมื่อเพื่อนรักของเธอก๋ากั๋นถึงขนาดพาลูกชายเจ้านายมานอนด้วยกันที่ไร่ โดยแนะนำให้เธอรู้ว่าเขาคือไอ้เจ้าของอู่คนนั้นที่เคยคบกับเธอสิบชั่วโมง แล้วทิ้งเธอไปหายัยหมอเน่า

พิมพ์ใจ...หล่อนต้องมีคำอธิบายมากกว่านี้ให้ฉัน!

“แล้วนายอาชวินที่ว่าจะพามาเที่ยววันนี้ล่ะ” เธอไม่ได้อยากทำลายบรรยากาศหวานหอมของคู่รักหรอกนะ แต่เธออยากได้คำตอบจริง ๆ

ทัดเทพเงยหน้ามองพิมพ์ใจด้วยสายตาเคือง ๆ

“จะพาหมอนั่นมานี่เหรอ?”

“อืม...ตอนแรกจะพาเขามาเที่ยว แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นซะก่อนไง” เธอยอมรับความจริงด้วยใบหน้าถอดสี ทำอย่างกับแฟนจับได้ว่ามีชู้ “คือ...”

“น่าเสียดายนะ เลยอดมาเดตกับไฮโซสุดหล่อเลย”

“นี่ทัด อย่างี่เง่าได้มั้ย ก็เพื่อนกันทั้งนั้น”

“เพื่อนอะไร มันคิดอะไรกับคุณอยู่ อย่าทำเป็นแบ๊วไม่รู้เลยน่า”

“เพราะรู้ไงว่าเขาชอบ เลยอยากเปิดโอกาสให้ตัวเอง อยากลองศึกษาเขาดู ฉันผิดตรงไหนมิทราบ”

เดี๋ยว...อย่าทำเหมือนกูไม่ได้อยู่ตรงนี้สิ...นภาพรคิดแต่ไม่ได้พูดออกไป

“เออ...ไม่ผิดหรอก!” ขาดคำนั้น เขาหยิบถ้วยกาแฟร้อนๆขึ้นดื่มด้วยความโมโห และความร้อนของกาแฟนั่นเองที่ทำให้เขาสำลักจนปากคอเลอะเทอะไปหมด

“โอ๊ย...ร้อนฉิบหาย!!!

“ตานี่!!!” พิมพ์ใจรีบหยิบกระดาษชำระมาเช็ดปากเช็ดคอและเสื้อยืดตรงช่วงอกให้เขาอย่างขัดใจ พร้อมกับบ่นเป็นป้า “ทำตัวเหมือนเด็ก ๆไปได้ สกปรกหมดเลยเห็นมั้ยเนี่ย เจ็บปากรึเปล่า ลิ้นพองมั้ย?”

บ่นเสร็จก็จัดแจงหยิบแก้วน้ำเย็นยื่นให้เขาดื่ม ชายหนุ่มทำหน้างอเหมือนม้าหมากรุก ก่อนจะดื่มน้ำเย็นแค่พอล้างปากเท่านั้น

“ไหนดูลิ้นสิ”

“ไม่ต้อง!

“นี่ทั้งสองคนคะ!!!” นภาพรรีบแทรกขึ้น ก่อนจะไม่ได้พูดอีก ทั้งสองคนจึงหันมองเธอเป็นตาเดียว “ตกลงคบกันใช่มั้ยเนี่ย...คบกันใช่มั้ย”

“เปล๊า!!!” พิมพ์ใจเป็นคนพูด สีหน้าของทัดเทพสลดเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นปั้นปึ่ง

“สกปรกหมดแล้ว งั้นผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ”

เมื่อชายหนุ่มลุกกลับเข้าห้องไป จึงเปิดโอกาสให้นภาพรได้ซักฟอกเพื่อนอย่างละเอียดยิบ 

“ไม่คบ แต่นอนด้วยกันเนี่ยนะ”

“แค่นอนเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรกัน”

“ตัวไม่ได้แตะกันเลยงี้”

“เอ่อ” เธอควรจะโกหกเพื่อรักษาภาพพจน์...เพื่อ? นี่มันยัยเหมียวนะ “ก็มีบ้าง...กอด ๆ”

“กอด! แกปล่อยตัวกับคนที่แกไม่ได้คบด้วยอย่างงี้เหรอ คือถ้าแกคบกัน จะกอดจะจูบจะฟิจเจอร์ริ่งกันจนเตียงพัง ฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่นี่บอกไม่ได้คบกัน”

พิมพ์ใจกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ เมื่อโดนเพื่อนเทศนาชุดใหญ่

“ก็...มันตกกะไดพลอยโจรไง ตอนรู้เรื่องยัยเดียร์ เขาอยู่ด้วยพอดี เขาเลยอาสามาส่งที่นี่”

“แกยังชอบเขาอยู่ล่ะสิ”

“อืม”

“แล้วนายอาชวินล่ะ”

“เปล่า”

“แล้วเล่นตัวทำหอกอะไรเนี่ย”

“ทำหอกอะไรล่ะ ฉันแค่อยากให้แน่ใจก่อน ไม่อยากอกหักรักคุดเหมือนครั้งก่อน อีกอย่างคนอย่างเขาสมควรได้รับบทเรียนบ้าง เพราะตอนที่ได้ง่ายๆ ดันไม่เอาเอง”

“ก็จริงของแก” นภาพรเห็นด้วยกับเพื่อนในจุดนี้ “นายทัดเทพควรจะพิสูจน์ตัวเองมากกว่านี้”

“หืม” คำพูดของนภาพรทำให้พิมพ์ใจถึงกับแปลกใจ “ทำไมแกรู้จักชื่อจริงเขาล่ะ”

“อ้าว แกไม่เคยบอกฉันเหรอ”

“ไม่”

ฉิบหาย...

“คือ...แกจำเรื่องที่ฉันเคยเล่าให้ฟังได้มั้ย ที่บอกว่าเจ้าของไร่มีลูกชายโคตรหล่ออ่ะ”

“นี่อย่าบอกนะ”

“เขาแหละ”

พิมพ์ใจอ้าปากค้าง ก่อนจะถอนหายใจพรึด

“ยิ่งรู้จักกันมากขึ้นเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าฉันกับเขายิ่งห่างกันมากขึ้นทุกทีเลยว่ะ จากฐานะไล่เลี่ยกัน ตอนนี้เขาไปไกลลิบเลยล่ะเหมียว เอาไงต่อดีวะ???”

“รวบหัวรวบหางเลยดีมั้ย”

“เอางั้นเหรอ????”







พิมพ์จะเอาไงต่อ โปรดติดตามตอนต่อไปพรุ่งนี้ค่ำ ๆน๊า
^^Y
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น

  1. #74 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 21:31
    5555ความคิดดี
    #74
    0
  2. #72 แอล (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 13:54
    จะตบกันมันอยู่ที่ฐานะมั้ยล่ะของทัดนี้พ่อของทัดเต็มใจรับพิมพ์เป็นลูกสะไภ้สุดๆเลยนะสืบมาหมดแล้ว เท่าที่พิมพ์สัมผ้สทัดมาทัดเป็นไฮโซมั้ยพูดคุบภาษาชาวบ้านมากแล้วพืมพ์สบายใจมั้ยที่คุยกับทัด คุยกับตัวเองซะอยู่กัยใครแล้วไม่เกร็งไม่รู้สึกลำบากใจด็ตบกับคนนั้นแหล่ะ คนที่เราสามารถแสดงความเป็นตัวตนเราออกมาได้
    #72
    1
    • #72-1 แมวมณี(จากตอนที่ 26)
      30 พฤศจิกายน 2559 / 16:44
      หวัดดีค่าคุณแอล คิดว่าหายไปไหน อิอิ ^^Y ขอบคุณที่ยังตามอ่านน๊า
      #72-1
  3. #66 nok (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 00:41
    ความคิดดีเพื่อนเหมียว...เห็นด้วยเลยจะได้ไม่ไปไหนเสีย...เดี๋ยวยัยหมอเดียร์จะมาทวงคืนอีกฮ่าๆๆๆๆ...รอลุ้นค่า
    #66
    0