หอมปรารถนา

ตอนที่ 24 : อยู่ด้วยกันก่อนนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,066
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    27 พ.ย. 59




24
"อยู่ด้วยกันก่อนนะ"












“มีอะไรทัด?”

พิมพ์ใจเห็นสีหน้าของทัดเทพแล้วใจคอไม่ค่อยดี เธอรู้สึกถึงลางร้ายบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา

“เดียร์โทรมาทำไม?”

“ไปคุยกันในรถ” เขาบอกแค่นั้น ก่อนจะจับมือเธอแล้วลากออกจากร้านไปอย่างเร็ว เธอรู้สึกว่ามือของเขาเย็นมาก

ทว่า เมื่อเข้ามาอยู่ในรถแล้ว เขากลับไม่ยอมจับพวงมาลัยรถ แต่หันมาจับสองบ่าของเธอไว้แทน สายตาคมกริบจ้องมองเธอเหมือนกับจะสะกดให้เธอหยุดนิ่ง ใช่ ร่างกายเธอแทบไม่กระดุกกระดิก แต่ใจนั้นสั่นพร่าไปหมด

“อย่าทำแบบนี้ทัด พิมพ์ใจไม่ดีเลย เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

“ฟังผมให้ดีนะ”

เขาพร้อมจะบอกแล้ว แต่เธอกลับยกฝ่ามือขึ้นเบรค

“แป๊บ” เธอขอทำใจครู่หนึ่ง เพื่อให้ใจมันแกร่งพอจะรับรู้เรื่องที่เขากำลังจะพูด ซึ่งเธอมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน “โอเค ว่ามา”

“คนที่โทรมาไม่ใช่เดียร์” แค่นี้ก็พีคแล้ว “แต่เป็นหมอที่ล้างท้องให้เธอ”

“ห๊ะ! ว่าไงนะ!!

“หมอเดียร์กินยาฆ่าตัวตาย”

พิมพ์ใจอ้าปากหวอ ตัวแข็งค้าง ช็อคไปเกือบนาที ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหู

“กินยาฆ่าตัวตายเลยเหรอ? เดียร์ทำแบบนั้นทำไม? แล้วตอนนี้เป็นไงบ้าง? โอ๊ย??? เรารีบไปเยี่ยมเดียร์กันเถอะ!!!

“อย่าเพิ่งเลยนะ” เขามองหน้าเธอนิ่งๆ “คุณแค่รู้ไว้ว่าตอนนี้หมอเดียร์เธอปลอดภัยดีแล้วก็พอ เธอไม่เป็นอะไรแล้ว เดี๋ยวผมจะไปส่งคุณที่คอนโดนะ”

สิ้นประโยคนั้น เขาผละจากร่างเธอ หันไปจับพวงมาลัยแน่น เตรียมนำรถออกจากลานจอดรถของโรงแรม

“ทำไมเหรอ” เธอยังตื๊อ “ทัดกลัวว่าคนจะมองว่าเราสองคนเป็นต้นเหตุให้เดียร์คิดสั้นใช่มั้ย”

ทัดเทพไม่ตอบอะไร ขับรถขึ้นสู่ถนนเส้นใหญ่ด้วยใจที่นิ่งและเพ่งมองถนนหนทางอย่างมีสมาธิ แม้อารมณ์จะไม่คงที่ แต่เขาพยายามควบคุมมันไว้อย่างดีที่สุด

“ไม่ตอบ แสดงว่าใช่”

“อืม....ตอนนี้ใคร ๆ ก็คิดว่าเป็นเพราะคุณและผมทั้งนั้น  เพราะหมอเดียร์เขาโพสเฟสบุ๊คตัดพ้อคุณก่อนจะกินยา”

“เฟสบุ๊คเหรอ?” เจ้าหล่อนอุทานพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตั้งใจจะเปิดดูเฟสบุ๊คของเพื่อนซะหน่อย แต่ทัดเทพกลับฉกโทรศัพท์เธอมาอย่างไว แล้วเก็บไว้กับตัวแทน

“ไม่ต้องดูหรอก”

เห็นสีหน้าทัดเทพเธอก็รู้ได้ทันทีเลยว่าคงไม่ใช่เรื่องเล็กซะแล้ว 

“เฮ้อ...ชัวร์แล้ว...ตอนนี้คนคงจะแห่เข้าไปรุมด่า รุมประณามและสาบแช่งฉันกันใหญ่เลยใช่มั้ย”

“ไม่มีอะไรหรอกน่า”

“งั้นก็เอาโทรศัพท์คืนมาสิ” เขาไม่คืนแน่ หากไม่ใช่เพราะสายของอาชวินโทรเข้ามาที่เครื่องของพิมพ์ใจซะก่อน เขาจำต้องยื่นโทรศัพท์คืนให้เธอ ด้วยคิดว่ามันดีกว่าให้หมอนั่นติดต่อเธอไม่ได้แล้วแจ้นมาหาเธอที่คอนโดแทน  

“ไอ้วินโทรมา คงจะรู้เรื่องแล้ว”

หญิงสาวตั้งสติเล็กน้อย ก่อนจะกดรับ “ค่ะคุณอาชวิน”

“รู้เรื่องนาเดียร์แล้วใช่มั้ยครับ” เขาเปิดประเด็นแบบไม่ต้องมีอรัมภบทกันเลยทีเดียว

“ค่ะ”

“ที่เธอทำแบบนี้เพราะอยากจะเรียกร้องความสนใจจากผม และอยากจะให้คุณดูเป็นคนร้ายในสายตาของคนอื่น ให้คุณเป็นจำเลยของสังคม ผมรู้จักเธอดี คุณไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะ ตอนนี้อยู่เงียบๆไปก่อน ไม่ต้องเคลื่อนไหวอะไรทั้งนั้น ส่วนนัดพรุ่งนี้เลื่อนไปก่อน เดี๋ยวผมจัดการเรื่องเดียร์จบจะโทรไป”

“จัดการ! จัดการยังไงคะ”

“ก็ในเมื่อเธอเรียกร้องความสนใจจากผม ผมก็ต้องสนใจเธอหน่อยสิ จริงมั้ย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ทำให้เธอรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะวางสายไป

“ไอ้วินว่าไง”

“เขาบอกว่าเขาจะจัดการเอง”

“จัดการเอง? มันคิดจะทำอะไร”

“นั่นสิคะ น้ำเสียงเพื่อนคุณน่ะแปลก ๆยังไงไม่รู้ ฉันชักจะเป็นห่วงแฟนเก่าคุณซะแล้ว”

“นี่ อย่าย้ำได้มั้ย หมอเดียร์เขาคบกับผมเพราะแค่อยากแกล้งคุณ แต่คนที่เธอรักคือนายอาชวินโน่น”

“คุณก็เลยอกหัก เลยหันมาหาฉันแทน”

“ผมไม่เคยอกหักจากเพื่อนรักของคุณเลยนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แล้วที่ผมกับหมอเดียร์เลิกกัน ไม่ใช่แค่เพราะผมจับได้ว่าเธอพังร้านคุณ หรือเพราะเธอไปนอน...”

“นอน? นอนอะไร”

“เปล่า” เขาเกือบหลุดเรื่องภาคินไปแล้วเชียว “แค่อยากจะบอกว่าที่ผมจีบคุณ ไม่ใช่เพราะอกหักรักคุดจากใคร แต่เพราะผมชอบคุณจริง ๆ”

“งั้นเหรอ แล้วนี่กำลังบอกรักฉันรึไง”

“ถ้าคุณจะตีความอย่างนั้นผมก็โอเค” ทั้งคู่ไม่ได้สนทนากันอีกเลย กระทั่งรถจอดใต้คอนโด เขาถึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงกังวล

“ยังไง ช่วงนี้คุณงดโซเชี่ยลไปก่อนนะ ที่ร้านก็ไม่ต้องไปหรอก เดี๋ยวผมไปคุมช่างให้เอง”

“อืม ขอบใจนะที่มาส่ง” เจ้าหล่อนหลบสายตาเขาเพราะตอบรับส่งเดชไปอย่างนั้นเอง เธอตั้งใจจะเปิดดูเฟสบุ๊คทันทีที่ถึงห้อง แต่ก่อนจะลงจากรถน่ะเอง เขากลับคว้าข้อมือไว้

“ผมว่าคุณกลับบ้านดีมั้ย”

“หือ?”

“เดี๋ยวผมไปส่ง ไปตอนนี้เลย ขึ้นไปเก็บเสื้อผ้า”

“เอ๊..ทัด...เป็นอะไรของคุณเนี่ย วิตกจริตไปรึเปล่า ฉันไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดนั้นนะ ฉันรับมือได้ไม่ต้องห่วง”

“แต่ผมเป็นห่วงนี่” สายตาของเขาบอกว่าทั้งกังวลและเป็นห่วงเธอมาก “ผมปล่อยให้คุณอยู่คนเดียวไม่ได้ เอางี้ ถ้าไม่กลับบ้าน ไปนอนที่บ้านผมมั้ย”

“ไปนอนบ้านคุณเนี่ยนะ! ฉันว่าฉันอยู่คนเดียวน่าจะดีกว่านะ”

“ไม่ดีหรอก นิสัยอยากรู้อยากเห็นของคุณมันเป็นอันตรายกับคุณ เลือกเอาจะกลับบ้านพ่อแม่ หรือไปบ้านผม”

เธอจะเถียงเขาต่อ แต่น้องชายโทรเข้ามาซะก่อน แล้วรัวทันทีแบบไม่มีเว้นช่องให้เธอพูดแทรก

“มีคนเข้ามาด่าพี่ในเพจร้านเต็มเลย ด่าว่าพี่แย่งผัวเพื่อน ด่าว่าแรดร่านเต็มไปหมดเลย ผมทนไม่ไหวแล้วนะ”

“เอ่อ...ใจเย็นๆ แก มันไม่มีอะไรทั้งนั้น แกไม่ต้องบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่นะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง” แล้วเธอก็รีบวางสาย ก่อนจะเป็นนภาพรที่โทรเข้ามา เธอรู้สึกถึงความฮอตของตัวเองก็วันนี้

“เฮ๊ยแก! ฉันว่ามันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ จัดการ    แคปหน้าจอแม่งให้หมดเลย แล้วฟ้องมันรายตัว เกรียนคีบอร์ดชอบเผือกเรื่องชาวบ้านพวกนี้ต้องเจอ พรบ.คอมโว๊ย”

“เหมียว มันขนาดนั้นเลยเหรอวะ” เธอกดวางโทรศัพท์จากเพื่อนแล้วเปิดโทรศัพท์ขึ้นดูเฟสบุ๊คทันที ทัดเทพหันมาจะคว้าเครื่องเธออีกครั้ง แต่ไม่ทันซะแล้ว

“พิมพ์! อย่าน่า”

“ไหน ดูสิ” พิมพ์ใจสไลด์หน้าจออ่านคอมเม้นต์นับพันข้อความในเพจร้านกาแฟที่เข้ามาถล่มเธอในสเตตัสต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ ด้วยข้อหาแย่งแฟนเพื่อนจนทำให้เพื่อนฆ่าตัวตาย โดยใช้ถ้อยคำหยาบคายรุนแรง รวมทั้งสาบแช่งให้เธอถูกผู้ชายทิ้งและร้านเจ๊งในเร็ววันนี้

“อะ...” หัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้นไปเลย หน้าชาตัวชาไปหมด รู้สึกเจ็บปวดแทบกระอัก เพราะไม่ใช่แค่เธอที่โดนด่าโดนประณาม แต่เกรียนคีบอร์ดยังพากันด่าพ่อแแม่ของเธอด้วยถ้อยคำรุนแรงไม่แพ้กัน

“ผมบอกแล้วว่าอย่าอ่าน” ชายหนุ่มดึงโทรศัพท์หลุดจากมือของเธออย่างง่ายดาย นั่นเพราะเธอหมดแรงแม้แต่จะหายใจแล้วจริงๆ เธอไม่เคยรู้สึกอยากหายไปจากโลกนี้มากเท่าวันนี้มาก่อนเลย

“ทำไมต้องด่าพ่อแม่ฉันด้วย”

เขาจับมือเธอแน่น มือเธอเย็นเฉียบทีเดียว เขารู้สึกได้เลยว่าหัวใจเธอกำลังสั่นระรัว

“เดี๋ยวมันก็ผานไป”

“พาฉันไปหาเพื่อนหน่อยได้มั้ย” หลังจากเธอบอกชื่อไร่และเส้นทางขึ้นดอยแห่งนั้นให้เขาแล้ว ชายหนุ่มก็ขับรถออกจากเมืองใหญ่ไปทันที  ไม่นานนัก รถของเขาก็เข้าจอดตรงหน้าอาคารหลังใหญ่ ซึ่งเป็นฟร้อนต้อนรับของไร่

“เพื่อนคุณอยู่ที่นี่เหรอ” เขาปลุกเธอให้ตื่นจากภวังค์ หญิงสาวถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะพยักหน้า

“อืม ทำงานที่นี่แหละ ฉันขอโทรหาเธอก่อนนะ” ชายหนุ่มปล่อยให้เธอโทรหาเพื่อน เขาแอบยิ้มเล็กน้อยที่โลกมันกลมใช่ย่อย เพราะอีกไม่นาน เขาก็จะมาดูแลไร่แห่งนี้อย่างเต็มตัวในฐานะผู้สืบทอด

“ว่าไงนะ แกอยู่ลำปางเหรอ! ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่เห็นรู้เลย ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไร่แกแล้วอ่ะ”

“เฮ๊ยไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันโทรหารองผู้จัดการให้เปิดห้องให้แกนะ แกพักได้ตามสบายเลย”

“แต่ฉันไม่ได้มาคนเดียว” เธอพูดพลางหันมองทัดเทพ ซึ่งเขาก็กำลังตั้งใจฟังเธอคุยโทรศัพท์กับเพื่อนอยู่พอดี “มันดึกแล้ว คงต้องพักที่นี่ทั้งสองคนเลย ว่าไงนะ!

หญิงสาวทำหน้าเซ็งก่อนวางโทรศัพท์ สีหน้าเธอเหนื่อยใจหนักกว่าเดิม

“เหลือรีสอร์ทอยู่หลังเดียว”

“เหรอ” เขาแสร้งทำเป็นหาว แล้วไอค้อกแค็ก สะบัดคอสะบัดไหล่ไล่ความปวดเมื่อย “งั้นเดี๋ยวผมนอนในรถก็ได้”

“เห็นฉันเป็นคนใจดำไปได้ คงมีโซฟาหรอก” เจ้าหล่อนลงจากรถแล้วเดินนำเข้าไปในตัวอาคาร ติดต่อกับรองผู้จัดการเรียบร้อยก็ได้กุญแจห้องพักมา

เธอกลับมาขึ้นรถ แล้วบอกให้เขาขับรถต่อไปอีกหลายร้อยเมตร กระทั่งถึงหน้ารีสอร์ทหลังเล็กบนไหล่เขา ซึ่งถือว่าเป็นห้องพักที่ไกลที่สุด แต่วิวดีที่สุด 

เพราะด้านหน้ารีสอร์ทจะมองเห็นไร่ชานับพันไร่ ส่วนด้านหลังคือหุบเขาสลับซับซ้อนที่เต็มไปด้วยทะเลหมอกในยามเช้า 




โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยนะค๊า  ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น

  1. #70 แอล (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 13:37
    นังหมอแม่งใครจะแฉให้เห็นพฤติกรรมเหลวแหลกของมันวะเนี่ยเกลียดมันจริงนะมันทำร้ายพืมพ์ขนาดนี้เลยเหรอเลวมากอ่ะ พี่อสชมีคู่หมั้นแล้วขอพิมพ์ให้พี่ทัดละกันนะคะ
    #70
    0
  2. #62 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 15:00
    รอเลยค่ะ
    #62
    0
  3. #61 nok (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 01:16
    ยายเชียร์เรียกความสนใจพี่อาช....พี่อาชจัดไปอย่าให้เสียฮ่าๆๆๆๆ...เคลียร์ทางโน้นเสร็จพี่ทัดเราก้อจัดการจีบทางนี้ติดพอดีฮ่าๆๆๆ
    #61
    0
  4. #60 Oni (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 23:53
    เข้าทางเลยทีนี้
    #60
    0
  5. #59 Oni (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 23:52
    เข้าทางเลยทีนี้
    #59
    0