หอมปรารถนา

ตอนที่ 22 : จับปล้ำซะเลยดีมั้ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    24 พ.ย. 59




22
"จับปล้ำซะเลยดีมั้ย"





“นี่คุณสั่งขนาดนี้เลยเหรอ!!!

อาหารถูกวางจนเต็มโต๊ะ ทั้งส้มตำปลาร้ารสแซ่บเผ็ดซี๊ด ไส้หมูลวกจิ้ม ตับไก่ย่าง ขาหมูเยอรมันอบสมุนไพร และสรรพอาหารอีกหลายชนิดที่เธอชอบ

“ใช่ค่ะ ก็ฉันหิวนี่ คุณไม่ต้องห่วง ฉันกินหมดแน่”

“แต่นี่มันของอ้วน ๆทั้งนั้นเลยนะ”

“แล้วไงคะ ก็มันอร่อยนี่ ถ้าคุณไม่ชอบกินของพวกนี้ คุณก็แค่สั่งของที่คุณกินได้มา แค่นั้นเอ๊ง”

“ไม่ต้องหรอก ที่จริงผมก็ชอบนะอาหารพวกนี้”

เธออ้าปากค้าง เพราะคิดไม่ถึงว่าเขาจะกินได้จริงๆ เธอกะจะแกล้งให้เขาขยาดเธอ จึงพามาร้านอาหารอีสานรสแซ่บ

“อะ...” แต่พอเขาหยิบไส้หมูเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจกส้มตำปลาร้าตามไปอีกหลายคำ เธอเลยต้องยอมใจเขา

“ไม่กินหรือคุณ อร่อยนะ”

“ไม่เผ็ดเหรอ”

“เผ็ดนะ แต่พอทนไหว” แล้วเขาก็กินอาหารอย่างมีความสุข เขากินทุกเมนูที่เธอสั่ง โดยไม่ปริปากบ่นอะไรอีกเลย นอกจากกินและคุยจ้อไม่หยุด

“ฉันถามคุณจริง ๆเถอะคุณวิน”

“ก็ถามมาสิ อยากรู้อะไร”

“คุณชอบฉันจริงเหรอ”

“อือ”

“ชอบตั้งแต่ตอนไหน”

“ตอนรับน้องคณะมั้ง วันนั้นผมมาหาเพื่อนที่คณะคุณพอดี ก็เลยได้เห็นรุ่นน้องคนหนึ่ง...เต้นได้น่าเกลียดจนผมอึ้งไปเลย”

ในที่สุด...เธอก็ได้รู้ว่าเพราะท่าเต้นของเธอนั่นเองที่เอาชนะใจของผู้ชายคนนี้ได้...ไม่ใช่ที่หน้าตาอย่างที่เธอหวังไว้ในตอนแรก

 

“ถามจริง...ตกลงฉันสวยมั้ยวะเหมียว???”

พิมพ์ใจโทรถามนภาพรทางโทรศัพท์ ขณะเจ้าหล่อนเดินตรวจไร่ชาตามหลังเจ้านายและลูกชายที่ขึ้นมาตรวจงานพอดี

“สวยสิ แต่สู้ฉันไม่ได้นะ”

“เฮ้อ ชอบเพราะท่าเต้นเหรอวะ มันควรภูมิใจมั้ยเนี่ย เออแก! พรุ่งนี้ฉันจะพาเขาไปเที่ยวที่ไร่ของแกนะ”

“ไร่ฉันที่ไหนเล่า...” แล้วเจ้าหล่อนก็กระซิบกระซาบ “นี่แก ที่แกเคยถามว่าเจ้าของไร่มีลูกชายรึเปล่า ตอนนี้ท่านพาลูกชายมาดูงานที่ไร่แล้วนะ”

“อ้าว ตกลงมีจริงเหรอ”

“เออ...หล่อแซ่บเลยล่ะแก แค่นี้ก่อนนะ เจ้านายหันมามองแล้ว เดี๋ยวฉันไปอ่อย เฮ๊ย! ไปถวายงานก่อน เจอกันพรุ่งนี้นะ”

แล้วนภาพรก็วางสายอย่างเร็ว ก่อนวิ่งไปหาคุณท่านเจ้าของไร่ที่กำลังชี้หน้าลูกชายอยู่ เธอชะงักฝีเท้าด้วยความตกใจเมื่อรู้ว่าทั้งคู่กำลังทะเลาะกันมันส์หยด


“ไอ้ลูกเวร!

“เอาอีก ด่าเลย เอาให้หนำใจไปเลย”

“ไอ้....นอกคอก!

นภาพรประมวลเหตุการณ์แล้วจึงคิดได้ว่าควรหันหลังกลับเสียดีกว่า อย่าอยู่เป็นกรรมการห้ามมวยเลย แต่....

“คุณเหมียวไม่ต้องไป!!! เดี๋ยวผมคุยกับไอ้บ้านี่แป๊บ” แล้วคุณท่านก็หันไปเอาเรื่องลูกชายต่อ “ถ้าแกไม่อยากให้ฉันขึ้นค่าเช่าแถวนั้น แกก็ต้องมาดูแลไร่และบริษัทเต็มตัว”

“แต่ผม...”

“ฉันส่งให้แกไปเรียนเมืองนอก เพราะจะให้แกกลับมาบริหารงาน แต่แกกลับไปเปิดอู่ซ่อมรถบ้าบออะไรของแก เมื่อไหร่แกจะทำให้ฉันภูมิใจได้บ้าง ถ้าขืนแกยังดื้อดึงอีก ฉันจะไปขึ้นค่าเช้าตึกแถวหน้าโรงพยาบาลด้วย”

“คุณพ่อ!

“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าแกไปเฝ้าผู้หญิงที่ร้านกาแฟนั่นมาเป็นปีแล้ว”

“คุณพ่อมายุ่งเรื่องส่วนตัวผมทำไมเนี่ย”

“เรื่องส่วนตัวที่ไหน นั่นว่าที่ลูกสะใภ้ฉันไม่ใช่เหรอ ฉันให้คนไปสืบมาแล้ว ที่บ้านทำสวนผสมกับทำสวนผักสลัดเล็ก ๆ ยังมีน้องชายอีกคนตอนนี้เรียนอยู่ชั้น ม.3”

“คุณพ่อ!!! นี่รู้มากกว่าผมอีก แบบนี้เขาเรียก...”

“นี่แกหาว่าฉันเสือกเหรอ!”  พ่อท่านไม่ด่าเปล่าแต่สไลด์ฝ่ามือฟาดหัวเขาไปหลายป๊าบจนเขาร้องลั่นอย่างกับเด็ก ๆ นภาพรเห็นแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อก

“โอ๊ย! จะตีทำไมเนี่ย ถ้าแม่ยังอยู่นะ แม่ไม่ยอมให้พ่อทำแบบนี้กับผมหรอก!

“เพราะแม่แกตามใจแกจนเสียคนไง แกถึงได้ทำตัวไม่เอาถ่านแบบนี้  ตกลงกับเด็กนั่น แกจะเอาจริงมั้ย ฐานะไม่ดีนะโว๊ย”

“ฐานะไม่ดีแล้วไง ผมเห็นเมียน้อยพ่อแต่ละคนก็ยากจนข้นแค้นทั้งนั้นนี่”

เพี๊ยะ! คราวนี้เขาโดนตบจนหน้าหัน...บิดาถึงกับสะบัดมือด้วยความเจ็บ

“ที่ฉันพูดน่ะเพราะหวังดี ถ้าบ้านฝ่ายเมียฐานะไม่ดี แกก็ต้องสร้างความมั่นคง แกก็ต้องสร้างฐานะสิวะ ไม่ใช่ทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพายแบบนี้”

“อืม” เขาลูบใบหน้าที่โดนตบอย่างเซ็งๆ “แต่เรื่องของเรื่องก็คือ เธอยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกับผมซะหน่อย จีบเขายังไม่ให้จีบเลย เพราะงั้นอย่าไปยุ่งที่บ้านเขาอีกนะคุณพ่อ!!!

“อืม งั้นหมายความว่าเด็กคนนั้นเป็นเด็กฉลาด มีความคิดอ่านที่ดี มองคนเป็น ก็เลยไม่สนใจคนไม่ได้เรื่องไม่ได้ความแบบแก เอางี้ อันดับแรกนะ แกทำให้เขาไม่เกลียดแกก่อน ที่เหลือค่อยว่ากัน สู้ ๆ นะลูก”

ดำรงตบบ่าให้กำลังใจลูกชายแล้วก็เดินจากไปอย่างอารมณ์ดี เขาตรงไปหานภาพรที่ยืนรออยู่ตามคำสั่ง ก่อนจะพากันไปตรวจดูโรงคัดแยกใบชาที่อยู่อีกฝั่งของไร่  

“เหอะ...ทำให้หายเกลียดก่อนเหรอ...อันนี้แหละยากที่สุดแล้ว...ดูชิล ๆโลกสวยแบบนั้นนะ พอเอาจริงขึ้นมาก็น่ากลัวเหมือนกันแหละ เฮ้อ! จะทำยังไงดีวะ หรือว่าวางแผนจับปล้ำซะเลยดีมั้ย”

เขาพูดจบก็จัดการตบปากตัวเองไปสองครั้ง โทษฐานที่ชอบเผยด้านมืดของตัวเองออกมา  

 


หลังกินอาหารเที่ยงเสร็จ พิมพ์ใจให้อาชวินมาส่งที่หน้าร้านกาแฟห๊อมหอม เพราะยังมีอะไรให้จัดการหลายอย่างทั้งภายนอกและภายในร้าน ก่อนจะเปิดร้านอย่างเป็นทางการอีกครั้งในต้นสัปดาห์หน้า

“เอ๊ะ…..” เธอตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นช่างก่อสร้างและช่างตกแต่งกำลังช่วยกันซ่อมแซมและปรับปรุงร้านของเธออยู่ โดยที่เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย

“พวกพี่มาทำงานที่ร้านหนูได้ไงคะ หนูไม่ได้จ้าง...”

“อ๋อ...เจ้าของพื้นที่ให้พวกผมมาทำครับหัวหน้าช่างแจ้งเรื่องให้เธอรู้แค่นั้น ก่อนหันกลับไปสั่งงานลูกน้องต่อ

แล้วเรื่องค่าใช้จ่าย.....”  เธออยากจะถามนายช่างให้รู้เรื่อง แต่ไม่ทันได้ถาม เพราะเพื่อนสุดเลิฟของเธอโผล่มาซะก่อน

“ขอคุยด้วยหน่อยสิ”

เสียงแข็ง หน้าแข็งทีเดียว นาเดียร์ทำราวกับว่าเธอเป็นต้นเหตุของเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด  

“ได้สิ...ในร้านมั้ย”

“ก็ได้” ตอบแล้วเชิดหน้าใส่ ก่อนจะเปิดประตูร้านแล้วเข้าไปนั่งข้างในอย่างกับเป็นเจ้านายเธออย่างนั้น

พิมพ์ใจรู้สึกเหนื่อยหน่ายระคายอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก ในชีวิตนี้ ไม่เคยคิดจะมีปัญหากับใครด้วยผู้ชายมาก่อน เธอรู้สึกว่ามันไร้สาระจนเกินไป แต่ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ เธอก็ต้องเผชิญกับมันสินะ...

“จะคบกับวินเหรอ?”

นาเดียร์ถามเธอทันทีที่เธอหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ เรียกว่าไม่ต้องเสียเวลาอารัมภบทกันเลยทีเดียว 

“แล้วคบได้มั้ยล่ะ” เธอกวนกลับไปอย่างนั้นแหละ ดูสิว่ายัยหมอแสนสวยจะทำหน้ายังไง แน่นอน เจ้าหล่อนทำหน้าเหมือนจะฆ่าเธอ!

“จะแรดไปไหน นั่นของเพื่อนนะ”

หมอลงเสียงคำว่าแรด...หนักแน่นมาก แต่เธอก็ไม่เจ็บหรอกนะ เพราะคนที่กำลังด่าเธอ คือคนที่เกลียดเธอเข้ากระดูกดำ หากทัดเทพหรือนภาพรเป็นคนด่า เธอก็คงต้องเริ่มทบทวนตัวเองแล้วล่ะ

“เดียร์ไม่ได้นับเราเป็นเพื่อนนี่”

นาเดียร์ยิ้มมุมปาก “เพิ่งรู้ตัวเหรอ ความรู้สึกช้ามากนะ น่าสงสาร แต่ก็เหอะนะ เธอมันเป็นคนโลกสวยนี่ ก็เลยไว้ใจ...”

“สงสารตัวเองดีกว่านะ” เธอสวนออกไปนิ่ม ๆ ไม่ใช่เพราะโกรธหรอกนะ แต่แค่อยากให้อีกฝ่ายดิ้น ดิ้นแล้วก็เผยตัวตนออกมาให้หมดเปลือกเลย

“หึ!” นาเดียร์ยิ้มหยัน “มั่นใจขึ้นเยอะเลยเพื่อนฉัน คิดว่าอาชวินจะเอาจริงเหรอ เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว เป็นผู้หญิงระดับเดียวกันซะด้วย อย่างเธอเป็นได้แค่ทางผ่านเท่านั้นแหละ”

“ทางผ่านก็ยังดีกว่าเป็นของเล่นนี่”

“นังพิมพ์!

“ไมได้ว่าใคร อย่าเจ็บ!” เธอพูดร้ายกาจออกไปอย่างนั้นได้ยังไงนะ อยากตบปากตัวเองจัง “เอาเป็นว่าพอแล้ว ไม่ต้องพูดเรื่องนี้แล้ว จบเถอะ เราว่า...”

“ฉันไม่มีทางจบหรอก ตราบใดที่แกยังยุ่งกับอาชวิน”

“ไอ้ผู้ชายคนนั้นมีอะไรดีวะ” พิมพ์ใจรำคาญเต็มทนแล้วจริง ๆ คำก็อาชวิน สองคำก็อาชวิน “มันไล่แกขนาดนั้นแล้ว แกยังจะไปอยากได้มันทำไม”

“แล้วแกล่ะ ไปหามันทำไม ไปอ่อยมันทำไม!!!

“หมอ...หมอก็รู้ว่าเราไม่ต้องอ่อยเขาหรอก”

“อ๋อเหรอ” สีหน้านาเดียร์แดงแจ๋ คงจะโกรธจนเลือดลมวิ่งวุ่นไปหมด “มั่นหน้าเหลือเกิน สรุปว่าจะไม่ยอมถอยแน่ๆใช่มั้ย!!!

“ถ้าไม่ถอยแล้วจะทำไม จะทำอะไรอีก”

“ฉันทำได้ทุกอย่าง  แกก็รู้?...ถ้าคิดจะสู้กับฉัน คิดให้ดีก่อน”

“เราคิดดีแล้วล่ะ”

“แกเอาแน่เหรอ!

“ก็อาชวินจะเอาเราอ่ะ เราก็เลยว่าจะลองเอากับ   อาชวินดู เผื่อว่าจะได้เป็นคุณนายไฮโซ...”

เธอพูดไม่ทันจบก็ต้องตาเหลือก เพราะหันไปเห็นทัดเทพที่ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นตรงประตูเข้าซะก่อน หมอนั่นมาตั้งแต่เมื่อไหร่นะ ทำไมไม่ให้สุ้มให้เสียงกันบ้างเลย คนอะไรมาแอบฟังคนอื่นคุยกัน ไม่มีมารยาท!

“นังพิมพ์!” นาเดียร์ลุกพรึ่บ “ก็ได้ งั้นเปิดศึกอย่างเป็นทางการ!!

แล้วเจ้าหล่อนก็ผละจากโต๊ะ พอหันไปเห็นทัดเทพเข้าอีกคนก็สะบัดหน้าเย้ยหยันใส่ทันที  

“เป็นไง...แรดเงียบอย่างที่บอกมั้ยล่ะ ตาสว่างแล้วสิ ต่อไปยังคิดจะปกป้องมันอีกมั้ย ชิ!

นาเดียร์เดินกระแทกตัวทัดเทพอย่างไม่แยแส เปิดประตูออกจากร้านกาแฟห๊อมหอมไปพร้อมกับความแค้นใจที่ต้องเอาคืนอย่างแน่นอน 




^^"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น

  1. #68 แอล (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 13:18
    ว่สทัดเทพปากหม า อืมพิมพ์ห มากว่าอีก พูดเอาสะใจเป็นไงล่ะพังเลย ะี่ทัดใจเย็นๆอย่าพึ่งเคืองนางค่ะพ่อคนดีพ่อคนจริงใจ
    #68
    0
  2. #54 onviraitassakhun (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 10:02
    งานเข้าแล้วยายพิมพ์
    #54
    0
  3. #53 nok (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 22:47
    เอาแล้วไง.....สงสัยนายทัดต้องจับปล้ำจริงๆแล้วล่ะถ้าไม่อยากเสียนางไป.....ดีๆๆๆหนับหนุนพี่วินเพราะรักจริงไม่รักเล่นๆเหมือนนายทัดไงฮ่าๆๆๆ
    #53
    0
  4. #52 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 21:23
    เฮ้อเพลียกะยัยหมอ
    #52
    0