หอมปรารถนา

ตอนที่ 21 : ขอโอกาสอีกครั้งได้มั้ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    21 พ.ย. 59


21
"ขอโอกาสอีกครั้งได้มั้ย"











“เจ้าของที่หน้าเลือดที่ผมบอกคุณเมื่อวันก่อนน่ะ ความจริงก็คือพ่อผมเองแหละ เขาเป็นเจ้าของที่แถวนี้ทั้งหมดเลย”

เธอจ้องหน้าเขานิ่ง ๆ “จะบอกว่าความจริงแล้วคุณเนี่ยร๊วยรวยมากเลยใช่มั้ยคะ เป็นไฮโซที่ใช้ชีวิตติดดินว่างั้นเหอะ”

“คือ...ผมไม่ได้รวยหรอก พ่อผมโน่นที่รวย แล้วตอนนี้ผมกับเขาก็ทะเลาะกันแรงด้วย เขาอาจจะตัดผมออกจากกองมรดกไปแล้วก็ได้”

“อืม เสียใจด้วยนะ” เธอพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปหาช่างใหญ่ที่ยืนคุมงานลูกน้องอยู่ เขารีบลงจากรถแล้วตามเธอไปทันที

“นายช่างคะ ขอกุญแจรถฉันด้วยค่ะ”

“อ๋อ อยู่ที่เฮียครับซ้อ”

ทัดเทพรีบล้วงกุญแจรถแล้วยื่นให้เธอ หญิงสาวรับกุญแจมาถือไว้ อดชักสีหน้าใส่เขาไม่ได้  

“ค่าซ่อมเท่าไหร่คะ”

“ค่าซ่อมอะไรครับซ้อ รถซ้อไม่ได้เสียนะ พวกผมยังแปลกใจกันอยู่เลยว่าเฮียจะให้จอดไว้ในอู่ทำไม เลยให้ไอ้เอกขับไปจอดไว้ที่หน้าบ้านพักเฮียด้านหลังโน่น”

“เฮ๊ย ใครใช้พวกมึงวะ”

หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็รีบสาวเท้าเดินเข้าไปยังด้านหลังของอู่ทันที และพุ่งตรงไปยืนพิงรถแลมโบกินีคันที่เขาเคยบอกว่าเป็นรถของเพื่อน

“เพื่อนยังไม่มาเอารถไปอีกหรือคะ”

“โอเค ใช่  รถผมเอง  มีอะไรมั้ย?” กระดกคิ้ว แถมทำหน้ากวนตีนอีกต่างหาก 

“ทำไมคะ กลัวผู้หญิงเข้าหาเพราะรวยเหรอ ถึงได้ทำตัวซอมซ่อ สกปรก!

“สกปรก!!!  ผมไมได้ทำตัวซอมซ่อนะ มันก็แค่สไตล์ผม ผมชอบเป็นของผมแบบนี้ ถ้าใครไม่ชอบก็ไม่เดือดร้อนด้วย”

“อืม...แล้วแต่คุณ...ฉันกลับก่อนนะ”

“เดี๋ยว!

“อะไรอีก”

“ให้โอกาสผมจีบคุณอีกครั้งได้มั้ย”

เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง “แล้วเดียร์ล่ะ”

“เราเลิกกันแล้ว เลิกก่อนที่เขาจะโทรมาบอกให้คุณไปเอาของที่บ้านเพื่อนนั่นแหละ...ให้ผมแก้ตัวได้มั้ยพิมพ์ นะๆ”

“คุณรู้มั้ยว่าฉันเสียน้ำตาให้คุณมาเท่าไหร่แล้ว”

คราวนี้เป็นเขาเสียเองที่นิ่งไป แม้เมื่อหญิงสาวขึ้นรถแล้วขับรถผ่านหน้าเขาออกไปจนไกลลิบแล้วก็ตาม

เสียงของเธอยังดังก้องอยู่ในหัวของเขา น้ำเสียงสั่นเครือที่เยือกเย็นแต่หนักแน่นในความรู้สึก

แววตาตัดพ้อและเสียใจมากมายคู่นั้น มันทำให้เขาแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

“อ่า...” เขาเงยหน้าขึ้นฟ้า หลับตานิ่ง เพื่อให้น้ำตามันไหลกลับเข้าดวงตา แต่มันกลับยิ่งไหลนักกว่าเก่า

“อ่า กูไมได้ร้อง แค่ผงเข้าตากูเฉย ๆ กูไม่ได้อกหัก กูแค่แสบตา”

ทัดเทพปาดเช็ดน้ำตาแล้วตั้งมั่นอีกครั้ง

“ถึงคุณจะไม่ได้โอกาส แต่ผมจะไม่มีวันยอมหรอก ผมจะจีบคุณ จะตื๊อคุณ จะเอาคุณมาเป็นเมียให้ได้ ระวังตัวเอาไว้พิมพ์”

แม้เขารู้ดีว่าคนที่เขาต้องต่อสู้ด้วย มันก็ไม่ได้ธรรมดานักหรอก เพราะถึงขนาดลงทุนทิ้งตำแหน่งใหญ่โตที่กรุงเทพฯ มาบริหารสาขาหน่อยที่นี่แทน ย่อมหมายความว่ามันเอาจริงเสียยิ่งกว่าจริง

 


ที่ชั้นเจ็ดของตึกสูงในวันต่อมา...

“ใช่...ผมมีคู่หมั้นแล้วไง”

“แล้วคุณยังจะ...”

“อย่าพูดเหมือนเป็นห่วงเพื่อนเลย” เขายิ้มหยันใส่นาเดียร์ ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆอย่างเวทนาใจ “เพราะผมไม่มีวันทิ้งเธอหรอก ต่อให้มีอุปสรรคแค่ไหน ผมก็จะปกป้องเธอให้ถึงที่สุด”

นาเดียร์น้ำตาไหลพราก ตัวสั่นเทิ้มด้วยความแค้น

“แล้วฉันล่ะ ทำไมคุณไม่เคยปกป้องเลย”

“คุณก็รู้ว่าเพราะอะไร”

“ฉันมีอะไรที่สู้นังพิมพ์ไม่ได้!!!

“ไม่มีเลย คุณชนะขาด อย่าว่าแต่พิมพ์เลย แม้แต่ผม คุณก็ยังหลอกจนหัวหมุน หลอกจนผมกลายเป็นไอ้งั่ง ผมเชื่อคุณทุกอย่างเลย มีเรื่องไหนที่คุณพูดจริงกับผมบ้างห๊าเดียร์ มีมั้ย”

“ฉันรักคุณไง ฉันรักคุณจริงๆ ที่ฉันทำทุกอย่างก็เพราะฉันรักคุณ แม้คุณจะไปเรียนเมืองนอกตั้งหลายปี แต่ฉันก็ยังรอคุณ ฉันทำทุกอย่างเพื่อให้คุณมีความสุข เพื่อให้คุณลืมนังพิมพ์มันให้ได้ แต่คุณ!

“ไป!” เขาชี้ไปที่ประตูห้องทำงาน “ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณอีกแล้ว!!!

“วิน!!! ทำไมคุณไม่เห็นใจฉันบ้าง ที่ฉันทำเลวทุกอย่างก็เพื่อคุณทั้งนั้น สามปีที่เราคบกันมันไม่มีความหมายเลยใช่มั้ย”

“ใช่!!!” เขาถลึงตาใส่เธอ ก่อนจะกัดกรามแน่นแล้วปั้นหน้าให้กลับมาสงบอีกครั้ง “ออกไปก่อนที่ผมจะเกลียดคุณไปมากกว่านี้”

“หึ! คุณคิดว่านังพิมพ์มันดีนักเหรอ คิดว่ามันใสเหมือนตอนที่คุณเจอมันตอนสิบแปดรึไง จะบอกอะไรให้ มันน่ะทั้งร่านทั้งแรดเลยล่ะ ขนาดผู้ชายของฉัน มันยังแอบยั่วใส่เขาเลย ระวังจะได้แรดเป็นเมียนะคะวิน”

เจ้าหล่อนชักสีหน้าใส่เขา ก่อนจะหันหลังให้แล้วเดินตรงไปที่ประตูแล้วเปิดออกอย่างแรง

“อะ...”

นาเดียร์แทบช็อคเมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่หน้าประตูบานนั้นคือใคร

“พิมพ์!

พิมพ์ใจเริ่มขยับตัวอีกครั้ง หลังจากนิ่งไปนาน เพราะเสียงแวด ๆ ของคุณหมอนาเดียร์ที่ตะโกนใส่อาชวินไม่หยุด

“แกมาที่นี่ทำไม!!

“ผมโทรเรียกเขามาเอง” อาชวินบอกพร้อมส่งยิ้มให้พิมพ์ใจ “เข้ามาสิพิมพ์”

นาเดียร์จับหัวไหล่ของพิมพ์ใจแล้วเขย่าอย่างแรงจนกายเธอสั่นระริก

“แกทำแบบนี้ได้ไง! แกคิดจะแย่งเขาไปจากฉันใช่มั้ย แกมันเลวที่สุดเลยพิมพ์ แกมัน!

อาชวินถลาเข้ามาแล้วคว้าข้อมือของนาเดียร์ไว้แน่นจนเธอร้องโอ๊ยออกมา ก่อนจะสะบัดมือทิ้งอย่างแรง จนเธอเซไปโดนโต๊ะเลขา ทำให้เอกสารหล่นกระจาย  

“ไปซะ!

 


หลังจากนาเดียร์วิ่งร้องไห้ฟูมฟายออกจากออฟฟิศของชายผู้เย็นชาไปสักพักแล้ว พิมพ์ใจถึงกลับมาได้สติ ขณะเธอนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของซีอีโอ

“พิมพ์” เขาเรียกชื่อเธออีกครั้ง

“อะ...คะ”

เขายิ้มอบอุ่น “ตกลงจะรับกาแฟหรือชาดี หรือว่าน้ำผลไม้มั้ย ผมมีให้ทุกอย่างเลยนะ”

“อ๋อ....ไม่ต้องค่ะ ฉันแค่จะมาบอกคุณว่าฉัน...”

“อย่าปฏิเสธเลยนะ” เขาส่งสายตาอ้อน เพื่อขอความเห็นใจสุดฤทธิ์ “คุณไม่รู้หรอกว่าผมรอเวลานี้มานานแค่ไหน ให้โอกาสผม...”

“คือฉันต้องดูแลร้านกาแฟ ฉันไม่อยากทิ้ง...”

“ผมชอบคุณตั้งแต่สิบปีก่อน ขนาดรู้ว่าคุณตายไปแล้ว ผมก็ยังเลิกชอบคุณไม่ได้ ผมคิดจะเก็บคุณไว้ให้ลึกสุดใจแล้วเริ่มต้นใหม่กับใครสักคน”

“งั้นคุณก็เริ่มต้นใหม่สิคะ”

“แต่คุณยังไม่ตายไงล่ะ”

เขามองเธอด้วยสายตาขื่นขม มันเป็นสายตาที่ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก

“อย่าแน่ใจนักเลยคุณวิน เพราะมันอาจจะเป็นแค่ปั๊ปปี้เลิฟก็ได้ และถ้าคุณได้รู้จักตัวตนของฉันจริง ๆ คุณอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้”

“งั้นเราลองมาคบกันดู”

เธอช็อคไปเลย...นี่สวรรค์กำลังแกล้งเธออีกแล้วเหรอ ส่งผู้ชายมาให้พร้อมกันทีเดียวถึงสองคน!!!

“แต่คุณมีคู่หมั้นแล้ว”

“ผมจะยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้”

“แต่คุณเป็นแฟนเก่าเพื่อนฉัน”

“หมอเดียร์ไม่เคยนับคุณเป็นเพื่อน”

ข้อนี้ทำให้เธออยากร้องไห้ เธอยกสองมือขึ้นกุมขมับ รู้สึกปวดหัวจนแทบจะระเบิดแล้ว

“เว้นเสียแต่ว่าคุณมีคนในใจแล้ว”

เมื่อถูกจี้ใจดำ มันยิ่งทำให้เธอปวดหัวหนักเข้าไปอีก เธอเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาขวางข้น

“ฉันไม่มีใครทั้งนั้นแหละ!!!

เขาหัวเราะขำ มันทำให้เธอเคือง

“หัวเราะอะไรมิทราบ”

“คุณทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าใครงั้นแหละ”

“ความจริงก็มีหลายคนอยู่นะที่ฉันอยากฆ่า โดยเฉพาะคนที่...ทำให้ร้านกาแฟสุดรักของฉันพังพินาศ!!!

อาชวินถึงกับหน้าเหวอ ก่อนจะรีบปั้นหน้าเหมือนไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

“ใช่ เป็นผมก็คงไม่เอาไว้”

“เอาเป็นว่า ฉันขอปฏิเสธไม่ร่วมงานกับคุณแล้วกัน เพราะฉันไม่อยากร่วมงานกับนักธุรกิจที่ชอบเอาเงินมาฟาดหัวคนอื่น”

“โธ่พิมพ์ คุณก็พูดเกินไป ผมแค่อยาก...”

“แต่ฉันจะยอมเสียเวลาพาคุณไปเที่ยวฟรี ๆ เลยหนึ่งวันเต็ม ๆ คุณโอเคมั้ย”

เขานิ่งไปนิด ก่อนจะยิ้มออกมา “แค่หนึ่งวันเองเหรอ”

“งั้นก็ไม่ต้อง”

“โอเค ๆ  หนึ่งวันก็หนึ่งวัน”

“วันนี้เลยมั้ยคะ”

“ไม่เอา...นี่มันเวลาเท่าไหร่แล้วคุณ เกือบเที่ยงแล้วเนี่ย หมดไปครึ่งวันแล้ว ผมก็เสียเปรียบสิ เอาไว้พรุ่งนี้แล้วกันนะ ส่วนวันนี้ไปกินข้าวเที่ยงกันก่อน”

“อืม”  ไม่คิดจะยอมเสียเปรียบอะไรเลย นี่สินะนักธุรกิจ “ก็ไปสิคะ หิวจะแย่อยู่แล้วเนี่ย”



^^Y
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น

  1. #67 แอล (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 13:11
    ต้องอย่างนี่สิพิมพ์รีดเห็นด้วยไม่ง้้นสัญญาจะกลายเป็นข้อผูกมัดเราไปอีกนานถ้าตกแากรีบคำเชื่อเหอะในชีวิตจริงยังต้องพิจารณาเลยเคสแบบนึ้ อีกใจพิมพ์ไม่ได้อยู่ที่อาชด้วยคบไปก็แค่นั่น
    #67
    0
  2. #48 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 05:56
    พิมพ์จะเอายังไงหละอีกคนรักมาสิบปี ที่เขารอเรา อีกคนคือคนที่เราต้องตาต้องใจ
    #48
    0
  3. #47 nok (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 22:01
    สมน้ำหน้าอีตาทัดเทพสมๆๆๆ....เป็นไงล่ะมัวแต่หลงยัยเดียร์อยู่นั้น...ให้โอกาสนางคบกะคนอื่นบ้างดีแล้ว..รอๆๆๆ
    #47
    0