天才神医 ยอดหมอหญิงหัตถ์เทวะ (สนพ.ดีบุ๊คส์)

ตอนที่ 52 : ปักปิ่น (๒) [Rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 485 ครั้ง
    6 พ.ย. 63


อันที่จริงหลันอี้ไม่อยากมองฟางซื่อในแง่ร้าย ทว่าพฤติกรรมของฝ่ายนั้นที่ผ่านมา ล้วนทำให้เขารู้สึกหวาดระแวงและคิดกังวลไปว่าคราวนี้ฟางซื่อจะทำร้ายหลันซีอย่างไรอีก

              หนึ่งเค่อผ่านไป แขกเหรื่อผู้มาร่วมงานต่างนั่งรอให้พิธีการเริ่มต้นขึ้น ขาดก็แค่จุดเด่นของงานอย่างหลันซีเท่านั้นที่ยังมาไม่ถึง

              ว่ากันว่าคุณหนูทั้งสองของสกุลหลันรูปโฉมงดงามปานล่มเมือง ไม่ว่าผู้ใดล้วนปรารถนาจะยลโฉมด้วยกันทั้งนั้น แม้กระทั่งเว่ยซื่อจื่อ[1] ผู้ได้ชื่อว่าเด็ดดอมบุปผางามมาแล้วทั่วหล้า ยังสามารถปลีกตัวมาเป็นผู้นำพิธีในงานนี้ได้ นั่นหมายความว่าสตรีสกุลหลันน่าสนใจไม่น้อยหน้าตระกูลใดจริงๆ

              "อาอี้...ซีเอ๋อร์ยังไม่มาอีกหรือ" เซียวอิ่นเฉิงกระซิบถามกับหลันอี้เมื่อเห็นว่าหลันซียังไม่ปรากฏตัวสักที ขณะที่หลันเซวียนกำลังนั่งอยู่กลางปะรำพิธีด้วยกิริยาสงบเรียบร้อย แม้จะมีฉากกันลมขนาดใหญ่กั้นอยู่ ทว่าฉากนั้นโปร่งบางยิ่ง ถ้าเพ่งมองดีๆ ก็จะเห็นรูปโฉมของคนที่อยู่เบื้องหลังได้อย่างชัดเจน ยามนี้หลันเซวียนจึงดึงดูดทั้งสายตาและความสนใจของคนหนุ่มภายในงานไปจนหมดสิ้น โดยเฉพาะจ้าวหย่าที่เอาแต่จับจ้องดวงหน้างดงามเฉิดฉันแทบไม่ละสายตา

              ฟางซื่อเห็นเช่นนั้นก็ให้กระหยิ่มใจ พิธีปักปิ่นแท้จริงควรเป็นเช่นนี้ เซวียนเอ๋อร์ของนางต้องโดดเด่นที่สุด...งดงามที่สุด เด็กเหลือขออย่างหลันซีย่อมไม่มีอะไรเทียบได้ ยิ่งนางสั่งให้โม่เอ่าไปแอบทำลายอาภรณ์ที่หลันซีจะสวมใส่ในวันนี้ด้วยแล้ว ฟางซื่อยิ่งมั่นใจว่าฝ่ายนั้นต้องปรากฏกายด้วยความเรียบง่ายหรือไม่ก็อนาถาอย่างถึงที่สุด

              เมื่อถึงตอนนั้น หลันเซวียนก็จะยิ่งสูงส่งเลอค่าไร้สิ่งใดเทียบเทียม

              "นั่นอย่างไร...มาพอดี" หลันอี้กล่าวพลางมองไปยังเงาร่างสีม่วงอ่อนที่กำลังเดินตรงมาทางนี้ ทุกคนในที่นั้นจึงหันไปมองตามเป็นตาเดียวกัน

              ร่างบอบบางอรชรอยู่ในชุดกระโปรงตัวยาวสีม่วงอ่อนปักลายดอกโบตั๋นด้วยดิ้นสีเงินหรูหรา ใบหน้างามหมดจดถูกแต่งแต้มไว้ด้วยฝุ่นแป้งสีหวานเพียงบางเบาและเรียบง่าย เผยผิวหน้ากระจ่างใสเนียนละเอียดราวกระเบื้องเคลือบให้คนได้ชื่นชม แม้จะถือพัดกลมปกปิดใบหน้าไว้เหมือนกับหลันเซวียน แต่เพียงเท่านี้ก็งดงามสะกดสายตาผู้คนแล้ว เรือนผมยาวสีดำขลับถูกปล่อยสยายคลอเคลียแผ่นหลัง ขับเน้นให้เรือนร่างของนางยิ่งดูอ้อนแอ้นบอบบาง กอปรกับกิริยานุ่มนวลน่ามองทุกอิริยาบถด้วยแล้ว หลันซีในยามนี้จึงดูงดงามบริสุทธิ์ดุจเทพธิดาผู้หลุดพ้นจากห้วงโลกีย์

              ทันทีที่หลันซีปรากฏกาย ความสนใจของผู้คนที่แต่เดิมจับจ้องอยู่กับหลันเซวียน ล้วนถูกย้ายไปที่นางจนหมดสิ้น

              ฟางซื่อกำมือที่ซ่อนอยู่ใต้ชายแขนเสื้อเอาไว้แน่น พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่แสดงความไม่พอใจออกมา เหตุเพราะเมื่อเช้าโม่เอ่ายืนยันอย่างหนักแน่นว่าได้ทำลายอาภรณ์ที่หลันซีจะใช้ในงานนี้ รวมถึงชุดอื่นๆ ที่พอจะสวมใส่แก้ขัดได้ไปหมดแล้ว ทั้งยังเอาชุดกระโปรงสีฟ้าที่หลันซีเตรียมไว้มาทำลายให้นางเห็นต่อหน้า คิดไม่ถึงเลยว่านังเด็กเหลือขอผู้นั้นจะถึงกับไปขุดเอาชุดของมารดามาใส่!

              จินซื่อมารดาของหลันซีเป็นลูกผู้ดีมีสกุล เครื่องประดับรวมถึงเสื้อผ้าอาภรณ์ล้วนเป็นของดีมีราคา อาภรณ์สีม่วงอ่อนที่หลันซีสวมอยู่ขณะนี้ก็ไม่นับว่าหรูหราอันใดถ้าเทียบกับชุดอื่นของฝ่ายนั้น เพียงแต่ฟางซื่อคาดไม่ถึงว่าชุดสีม่วงอ่อนลายดอกโบตั๋นชุดนี้จะยังหลงเหลือตกทอดมาถึงมือหลันซีได้

              รู้อย่างนี้เอาของใช้ฝังตามคนตายไปให้หมดเสียก็ดี!

              "ซีเอ๋อร์ต้องขออภัยท่านพ่อแล้ว บังเอิญว่าจู่ๆ เสื้อผ้าของลูกก็ถูกหนูตัวร้ายกัดแทะจนเสียหายทั้งหมด โชคดีที่แม่สามยังเก็บชุดเก่าของท่านแม่ไว้ จึงได้นำมาสวมแก้ขัดไปก่อนเจ้าค่ะ" หลันซีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะราวกับเป็นเรื่องขบขัน ทว่าหลันอี้ฟังแล้วมิได้รู้สึกขำแต่อย่างใด เห็นได้ชัดว่าหัวคิ้วของเขาขมวดมุ่นจนแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ ขณะที่ฟางซื่อถูกคำพูดเรียบง่ายของหลันซีตบหน้าเข้าอย่างจัง จึงรู้สึกชาหนึบไปทั้งใบหน้าราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดก็ไม่ปาน

              "ซีเอ๋อร์...เจ้าแน่ใจหรือว่าเป็นหนู" หลันอี้ถามพลางปรายตามองฟางซื่อที่ยังอยู่ในกิริยาสงบนิ่ง ทว่าโม่เอ่ากลับเอาแต่ก้มหน้างุด สองตามองจมูก จมูกจ่ออก[2] แสดงพิรุธให้คนจับผิดได้โดยง่าย

              แน่นอนแล้วว่าเรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือของฟางซื่อ!

              แม้ในใจจะเดือดดาลเพียงใด ทว่าหลันอี้ไม่อาจหักหน้าภรรยาต่อหน้าธารกำนัล ยิ่งไม่ต้องการให้ผู้อื่นรับรู้ถึงการแก่งแย่งอันสกปรกโสมมในเรือนหลัง จึงทำเพียงปรายตามองฟางซื่ออย่างคาดโทษ ก่อนจับจูงมือหลันซีไปยังปะรำพิธีโดยไม่เปล่งวาจาใดออกมาอีกเลย

              ภายในศาลากลางสวนแห่งนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าหลันนั่งรออยู่นานแล้ว หลันเซวียนเองก็เช่นกัน กำลังนั่งรอให้พิธีเริ่มด้วยกิริยาสงบเรียบร้อย ซ่อนเร้นเก็บงำเพลิงริษยาที่ปะทุขึ้นในดวงตาและหัวใจไว้อย่างแนบเนียน

            นังคนเหลือขอผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นแมวเก้าชีวิตหรืออย่างไร!

              ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นหลันอี้ประคองหลันซีเดินตรงมาทางนี้ก็ไม่ใคร่พอใจเท่าใดนัก ยิ่งฝ่ายนั้นสวมใส่อาภรณ์ของจินซื่อด้วยแล้ว ยิ่งมองละม้ายสตรีผู้นั้นราวกับเป็นคนเดียวกัน ยามนี้ในสายตาฮูหยินผู้เฒ่าจึงเหมือนว่าได้เห็นบุตรชายรักถนอมสะใภ้ใหญ่ที่นางจงเกลียดจงชังเข้าไส้อีกครา

              "ซีเอ๋อร์อกตัญญูแล้วจริงๆ ชักช้าจนทำให้ท่านย่าต้องรอท่ามกลางอากาศเหน็บหนาว อย่างไรท่านย่าใช้ผ้าคลุมไหล่ผืนนี้คลุมไว้ก่อนเถิดเจ้าค่ะ" หลันซีไม่เปิดโอกาสให้ฮูหยินผู้เฒ่าได้ปฏิเสธ นางเอาผ้าคลุมไหล่ที่ทำจากผ้าไหมเนื้อดีไปคลี่คลุมให้ฝ่ายนั้นด้วยกิริยาที่แสดงออกว่าเคารพเทิดทูนอย่างยิ่ง ห่มพลางกล่าวพลาง "ผ้าคลุมไหล่ผืนนี้ ซีเอ๋อร์เก็บหอมรอมริบจากเงินรายเดือนเพื่อมอบให้ท่านย่า แม้ไม่มีราคาค่างวดอะไร แต่ซีเอ๋อร์ตั้งใจมอบให้ ท่านย่าอย่าได้ปฏิเสธเลยนะเจ้าคะ"

              แน่นอนว่าผู้คนรอบบริเวณนั้นล้วนมองหลันซีด้วยแววตาชื่นชม บางคนถึงกับออกปากชมเชยว่า เด็กคนนี้นอกจากรูปร่างหน้าตาจะงดงามน่าเอ็นดูแล้ว ยังรู้จักกตัญญูต่อท่านย่าของตน ช่างเป็นบุตรหลานที่ประเสริฐหาได้ยากยิ่ง

ฮูหยินผู้เฒ่าครั้นเมื่อเห็นว่าผู้คนล้วนให้ความชื่นชมหลันซี ก็ได้แต่กดข่มโทสะไว้ ยังแสร้งทำเป็นว่ารักใคร่เอ็นดูหลานสาวคนโตเสียเต็มประดา เพียงแต่รอยยิ้มที่แตะแต้มริมฝีปากมิได้กระจายไปถึงดวงตาแต่อย่างใด นางสั่งให้คนมายกฉากกันลมออกไปเพราะต้องการเริ่มพิธีแล้ว ก่อนเอ่ยว่า

              "ซีเอ๋อร์รู้จักกตัญญูเช่นนี้ ย่าจะกล่าวโทษเจ้าได้อย่างไร มา...เตรียมตัวเข้าพิธีเถิด”

              หลันซีลอบถอนหายใจออกมาเพียงเบาๆ ในที่สุดด่านเคราะห์ด่านแรกที่ถูกคนวางหลุมพรางไว้ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี นางก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มีด่านที่สอง สาม หรือสี่ตามมาในภายหลัง

              พิธีปักปิ่นที่ฟางซื่อเตรียมการไว้ล้วนกระทำตามขั้นตอนสามปิ่นสามคำนับ[3] อย่างไม่บกพร่องตกหล่น

เริ่มจากฮูหยินผู้เฒ่าปักปิ่นแรกให้ ก่อนที่หลันซีกับหลันเซวียนจะคุกเข่าคำนับหลันอี้และฟางซื่ออย่างเต็มพิธีการพร้อมกัน ถัดมาจึงให้เจียงซื่อปักปิ่นที่สอง แล้วค่อยกราบไหว้เว่ยซื่อจื่อซึ่งเป็นประธานในพิธี

ขณะที่ทำพิธีอยู่นั้น ทุกสายตาต่างจับจ้องสองดรุณีที่เป็นดาวเด่นของวันนี้อย่างไม่วางตา ทั้งหลันซีและหลันเซวียนต่างอยู่ในกิริยาเรียบร้อยน่าชื่นชม ยามคารวะผู้นำพิธีพวกนางล้วนก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าช้อนตามองเว่ยซื่อจื่อแม้สักนิด ซึ่งอากัปกิริยาอันบ่งบอกว่าได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดีนั้น ทำให้ฟางซื่อถึงกับเชิดหน้าแย้มยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ

สุดท้ายคือการปักปิ่นสองขาเป็นปิ่นที่สาม ในขั้นตอนนี้บรรดาแขกเหรื่อจะไม่ได้ตามผู้ทำพิธีเข้าไปในเรือน เพราะหลังจากปักปิ่นสองขาเสร็จ หลันซีกับหลันเซวียนต้องไปคำนับป้ายวิญญาณในศาลบรรพชน เรียบร้อยดีแล้วจึงมานั่งฟังโอวาทจากบิดามารดาที่ปะรำพิธีด้านนอก นับเป็นการอวดโฉมสองสตรีสกุลหลันอีกทางหนึ่ง

 

             

              หลังจากพิธีเสร็จสิ้นลง หลันอี้จึงเชิญให้แขกเหรื่อกินอาหารมงคลร่วมกัน

สกุลหลันกับสกุลเซียวที่มีพันธะเกี่ยวดองแน่นแฟ้นย่อมต้องนั่งร่วมโต๊ะ เพียงแต่งานนี้มีผู้สูงศักดิ์อย่างเว่ยซื่อจื่อมาร่วมงานด้วย โต๊ะรับรองที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดจึงมีคนผู้นั้นร่วมนั่งด้วยไปโดยปริยาย

              บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบงันอึมครึมยิ่ง แต่ก็นับว่ายังไม่ถึงกับทำให้คนรู้สึกกระอักกระอ่วน ต่างคนต่างกินอาหารเงียบๆ กระทั่งมื้ออาหารจบลงถึงได้เริ่มต้นสนทนา

              "เมื่อเช้าเกิดเรื่องวุ่นวายเล็กน้อย ผู้แซ่หลันไม่ทันได้ต้อนรับเว่ยซื่อจื่อให้ดี ต้องขออภัยท่านแล้ว" หลันอี้กล่าววาจาถ่อมตนได้อย่างลื่นไหล เขาอยู่วงการค้าขายมานาน พบปะขุนนางชั้นสูงมาก็หลายครั้งหลายหน กับทายาทจวนเฉิงกั๋วโหวผู้นี้ก็นับว่าเคยได้เห็นหน้าค่าตาอยู่บ้าง เนื่องจากเคยนำสุราชั้นดีไปส่งที่จวนนั้นเป็นประจำ

              "นายท่านหลันอย่าได้เกรงใจ คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น อย่างไรก็พูดคุยกันเฉกเช่นปกติสามัญเถิด" เว่ยเซี่ยกล่าวอย่างใจกว้าง ทว่าน้ำเสียงนุ่มทุ้มของเขาทำเอาหลันซีที่ยามนี้นั่งอยู่หลังฉากกั้นถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นมาอย่างอดมิได้ จริงอยู่...ฟางซื่อเคยกำชับเป็นนักหนาว่าระหว่างที่ผู้ใหญ่คุยกัน เด็กสาวอย่างนางต้องสำรวมกิริยาวาจาให้เรียบร้อย นางกับหลันเซวียนจึงพากันนั่งเงียบไม่พูดจามาสักพักใหญ่ แต่เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูเพียงนั้น นางก็จำต้องเงยหน้าขึ้นมอง

แม้จะมีฉากกันลมกั้นขวางอยู่ ทว่าฉากนั้นโปร่งบางเหลือเกิน เรียกว่ากั้นให้เห็นพอเป็นพิธีเท่านั้น ยามเมื่อหลันซีแอบชำเลืองมองเว่ยเซี่ยผ่านฉากกั้น จึงพบว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกำลังจับจ้องที่ใบหน้าของนางอยู่พอดี      

              ครั้นเมื่อสองสายตาสบประสาน ดวงตาของหลันซีก็พลันเบิกกว้างขึ้นสองส่วน พร้อมกับตระหนักได้ในพริบตานั้นว่า แท้จริงแล้วบุรุษชุดขาวที่นางช่วยชีวิตเอาไว้ มิใช่ขุนศึกตระกูลเว่ยอย่างที่นางเข้าใจ แต่ถึงกับเป็นเว่ยซื่อจื่อ!

              พอได้เห็นว่าหลันซีประหลาดใจถึงเพียงนั้น รอยยิ้มละมุนตาก็พลันปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา วันนี้เว่ยเซี่ยอยู่ในชุดสีขาวตลอดทั้งร่างเฉกเช่นวันนั้น กระทั่งป้ายห้อยเอวยังเป็นป้ายหยกสีม่วงอันเดิม เพียงแต่การแต่งกายเกล้าผมล้วนประณีตพิถีพิถันกว่าในตอนนั้นมาก ถ้ากล่าวว่าเว่ยซื่อจื่อเป็นบุรุษสง่างามสูงศักดิ์ที่สตรีน้อยใหญ่ในลั่วหยางล้วนใฝ่ฝันถึง ก็มิใช่การกล่าวเกินความจริงแต่อย่างใด

              "ขอบคุณเว่ยซื่อจื่อที่ไม่ถือสา" หลันอี้เป็นคนตาไว ย่อมสังเกตเห็นว่ายามนี้ความสนใจของเว่ยเซี่ยล้วนตกอยู่ที่หลันซีทั้งหมด จึงกระแอมกระไอสองที ก่อนจะให้คนมายกฉากกั้นออกไป ถือโอกาสแนะนำบุตรสาว "นั่นคือบุตรสาวคนโตของข้านามว่าหลันซี ส่วนที่นั่งถัดไปนั้นคือบุตรสาวคนรอง นามว่าหลันเซวียนขอรับ"

              เว่ยเซี่ยพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาคู่คมยังจับจ้องดวงหน้าของหลันซีอย่างไม่วางตา นั่นทำให้เซียวหรงซึ่งยืนคุมเชิงอยู่ทางด้านหลังของเซียวซูเว่ยเริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาครามครัน

              "ได้ยินว่าบุตรสาวสกุลหลันคือยอดพธู ได้มาเห็นกับตาในวันนี้นับว่าเสียงร่ำลือมิได้กล่าวเกินจริงแต่อย่างใด"

ได้ยินเช่นนั้น หลันอี้ก็ยิ้มแห้งๆ น้อมรับคำชมอย่างเสียมิได้ น้อยครั้งที่เว่ยซื่อจื่อจะออกปากชื่นชมผู้ใดต่อหน้า แต่ยามนี้หลันอี้กลับเกรงว่าคำชื่นชมของอีกฝ่ายจะนำพาความยุ่งยากมาให้เสียเปล่า

              เป็นฟางซื่อที่รีบฉวยโอกาสพูดขึ้นมา

              "เว่ยซื่อจื่อชมเกินไปแล้ว เซวียนเอ๋อร์ของข้านับว่ายังด้อยกว่าซีเอ๋อร์อยู่หลายส่วน ไม่เช่นนั้นสกุลเซียวคงไม่ทาบทามหมั้นหมายซีเอ๋อร์ไว้ตั้งแต่นางยังแบเบาะ คาดว่าอีกไม่นานคงมีงานมงคล อย่างไรจะส่งเทียบเชิญไปยังจวนโหวอีกทีนะเจ้าคะ"

              หลันอี้ได้ยินแล้วกลอกตาอย่างเอือมระอาไปรอบหนึ่ง ไม่บอกก็รู้ว่า การที่ฟางซื่อยกเอาเรื่องพันธะหมั้นหมายของหลันซีขึ้นมาพูด เพียงเพราะต้องการดึงความสนใจของเว่ยซื่อจื่อให้หันไปมองหลันเซวียนแทน ช่างเป็นมารดาที่รักลูกอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนกล้าเอ่ยวาจาชวนขายหน้าจริงๆ

              "เช่นนั้น...เจ้าก็คือคู่หมั้นของนาง?" เว่ยเซี่ยหันไปมองเซียวซูเว่ยที่นั่งเหม่อลอยอยู่ข้างๆ เซียวอิ่นเฉิง สายตาคมกริบดุจใบมีดของเขาทำเอาฝ่ายนั้นสะดุ้งโหยง ก่อนผงกศีรษะรับอย่างแตกตื่น ทั้งๆ ที่ใบหน้าเรียบเฉยของเว่ยเซี่ยยังไม่ทันได้แผ่ไอสังหารออกมาแต่อย่างใด

นับว่าเว่ยซื่อจื่อผู้นี้มีบุคลิกข่มขวัญผู้คนที่ติดตัวมาแต่กำเนิดโดยแท้!



[1] บุตรชายผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์ต่อจากบิดา มักเป็นบุตรชายคนโตที่ถือกำเนิดจากภรรยาเอก

[2] ก้มหน้าด้วยความละอายใจ

[3] เป็นพิธีที่ต้องปักปิ่นทั้งหมดสามขั้นตอน ขั้นแรกปักปิ่นที่หนึ่งแล้วคำนับบิดามารดา ขั้นที่สองปักปิ่นแล้วกราบไหว้แขกผู้นำพิธี ขั้นตอนสุดท้ายปักปิ่นสองขาแล้วกราบไหว้ป้ายวิญญาณในศาลบรรพชน


++++++++++++


รอดตัวไปเปลาะนึงนะน้องซี ขวัญมานะลูกนะ

ช่วงนี้ไรท์จะลงเนื้อหาฉบับรีไรท์ตั้งแต่แรกนะคะ มีการปรับสำนวน+เปลี่ยนชื่อตัวละครและคำเรียกเล็กน้อยค่ะ แต่ประเด็นและพล็อตหลักยังเหมือนเดิม ใครว่างๆ ก็อ่านทวนเล่นๆ ได้นะคะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคอมเม้นท์นะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 485 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

577 ความคิดเห็น

  1. #463 555 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 11:45

    เว่ยซื่อจื่อ รับน้องเป็นน้องสาวบุญธรรม คงดีสงสารน้อง หากได้แสนดีแบบเว่ยซื่อจื่อ ทุกปัญหาก็ขจัดได้สบายๆ น้องจขะได้อิสระเสรีสักที เฮียหรงไหน้ำส้มเริ่มแตก อิอิ จริงๆอยากให้ เว่ยศื่อจื่อ เป็นพระเอกนะ แต่เห็นนางเอกรับรักเฮียหรงแล้ว เฮ้อ ก็ดูกันไปอะน่ะ

    #463
    0
  2. #453 srisupanuch (@srisupanuch) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 04:23
    ปรับเรื่องพิธีปักปิ่นด้วยนะคะ เขาไม่ได้ทำอย่างที่เขียน มีพิธีการมากมาย
    #453
    1
  3. #452 Jeans-ariya (@Jeans-ariya) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 17:59

    ให้ตาอินกับคานาสู้กัน ส่วนพี่เซียวหรงก็หาจังหวะดีๆ ถอนหมั้นปุ๊บ ขอแต่งปั๊บเลย อิอิ

    #452
    1
  4. #451 wilainat27 (@wilainat27) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 17:24
    นั้นผู้มาใหม่แรง รวย หล่อ พี่ต้องรีบแล้วน่ะ
    #451
    1
  5. #450 popo1503 (@popo1503) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 13:22
    โอ๊ยอยสกได้ท่านเว่ยซื่อ
    #450
    1
  6. #449 ismepound (@ismepound) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 12:52

    ไหน้ำส้มแตกจ้างานนี้
    #449
    1
  7. #448 nakanaru (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 12:37

    อยู่ดีๆเรือใหม่ด็มา เลือกไม่ถูกเลยอ่ะไรท์

    #448
    1
  8. #447 Jindawan45 (@Jindawan45) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 12:31
    หวังว่าไม่เปลี่ยนเรือน้า เกาะเรือเดิม555
    #447
    1
  9. #446 Bao_Bao (@Bao_Bao) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 12:23
    อุต๊ะ กลิ่นไหน้ำส้มแตกลอยมาแต่ไกล หุๆ
    #446
    1
  10. #445 YingsornYingsorn (@YingsornYingsorn) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 11:56
    โอ๋ๆพี่หรงๆๆ
    #445
    1
  11. #444 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 11:46

    น้องซีโดนแกล้งเรื่องเสื้อผ้าอีกจนได้ แต่ก็ยังดีท่ีใส่เสื้อผ้าของท่านแม่ได้ งานนี้มีการทำไหน้ำส้มหกเรี่ยราดด้วยนะ อิ อิ ขอบคุณค่ะ

    #444
    1
  12. #443 Pannmak (@Pannmak) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 11:39
    คุกเข่า เกาะเรือพร่เซียวแน่น ใครก็อย่ามาแกะมือเชียว😒😒😒😅
    #443
    1
  13. #442 manbigbang (@manbigbang) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 11:28

    รอติดตามค่า เฝ้ารออีบุ๊คค่า
    #442
    1