天才神医 ยอดหมอหญิงหัตถ์เทวะ (สนพ.ดีบุ๊คส์)

ตอนที่ 44 : เข้าใกล้ฝัน (๒) [Rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,304
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 474 ครั้ง
    6 พ.ย. 63


อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันปักปิ่น

              ฮูหยินรองสกุลหลันนั้นยุ่งมาก ในแต่ละวันมีธุระให้จัดการไม่จบสิ้น วันนี้เทียบเชิญถูกส่งออกไปจนครบทั้งหมดแล้ว นางจึงมีเวลามาเลือกสรรอาภรณ์รวมถึงเครื่องประดับที่จะใช้ในวันนั้นให้หลันเซวียน

              พิธีปักปิ่นคือพิธีก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัวของเด็กสาว แต่โดยนัยแล้วคือการนำเอาบุตรสาวของบ้านนั้นๆ ออกมาอวดโฉมต่อสายตาผู้คนอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่างานนี้หลันซีที่มีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้วย่อมมิใช่เป้าหมายของชายหนุ่มที่มาร่วมงาน แต่เป็นหลันเซวียนต่างหาก

              ฟางซื่อหมายใจไว้อย่างยิ่งว่าในวันนั้น เซวียนเอ๋อร์ของนางต้องไม่น้อยหน้าผู้ใด จึงทุ่มเทแรงกายแรงใจตระเตรียมงานนี้ให้ดีที่สุด

              "เซวียนเอ๋อร์...เจ้าได้ฟังที่แม่พูดบ้างหรือไม่" ฟางซื่อร้องเรียกบุตรสาวเป็นครั้งที่สาม ฝ่ายนั้นถึงได้เลิกเหม่อ แต่ถึงอย่างไรแววตาวูบไหวเป็นกังวลในดวงตาของบุตรสาวล้วนปิดบังไว้ไม่มิด ฟางซื่อจึงถามอย่างร้อนใจ "เป็นอะไรไป ทะเลาะกับซูเว่ยอีกแล้วหรือ"

              หลันเซวียนพยักหน้าช้าๆ ช่วงนี้เซียวซูเว่ยไม่ค่อยหาเวลามาพบนางเหมือนอย่างเคย มิหนำซ้ำพบกันแต่ละครั้งล้วนต้องหาเรื่องมีปากเสียง ครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน นางทนไม่ไหวจึงบอกเลิกเขาไปคำหนึ่ง หวังไว้อย่างมากว่าฝ่ายนั้นจะมาตามง้อ แต่นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว เขายังไม่มาให้เห็นแม้แต่เงา

              หลันเซวียนกล่าวกับมารดาเสียงแผ่ว "ลูกกับพี่ซูเว่ยไม่ได้พบกันเกือบเดือนแล้วเจ้าค่ะ"

              ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของฟางซื่อก็ฉายแววยินดี นางรอให้ถึงเวลานี้มานานแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าอยู่ดีๆ จะสมปรารถนาอย่างง่ายดาย

              เรื่องที่หลันเซวียนแอบคบหากับเซียวซูเว่ย ใช่ว่านางจะเห็นดีเห็นงามด้วย เพียงแต่ฟางซื่อไม่สามารถห้ามปรามบุตรสาวของตนได้ ในเมื่อไม้กลายเป็นเรือไปแล้ว[1] จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย

              แม้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตระกูลเซียวร่ำรวยล้นฟ้า อีกทั้งเซียวซูเว่ยยังมีรูปโฉมสง่างามน่าหลงใหล ทว่าชื่อเสียงในเรื่องความเจ้าชู้ของฝ่ายนั้นทำให้ฟางซื่อนึกรังเกียจเซียวซูเว่ยอยู่ในใจ ทั้งยังพยายามเกลี้ยกล่อมบุตรสาวให้เลิกรากับฝ่ายนั้นอยู่หลายครั้งหลายหน แต่หลันเซวียนกลับยื้อความสัมพันธ์ต้องห้ามนั้นเรื่อยมา เพิ่งจะมีวันนี้ที่ฟางซื่อได้สมหวัง

              "อย่าเสียใจไปเลยลูกรัก สตรีที่ดีพร้อมอย่างเจ้าสมควรได้คู่ครองที่ดีกว่าคนผู้นั้น" ฟางซื่อยื่นมือไปลูบศีรษะให้เพียงเบาๆ หลันเซวียนก็พลันน้ำตาไหลพราก ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บกดไว้มาตลอดหลายวันถูกระบายด้วยการปล่อยโฮสะอื้นไห้

              แม้จะเวทนาบุตรสาวเพียงใด แต่ฟางซื่อรู้ดีว่าเป็นเช่นนี้ย่อมดีที่สุดแล้ว จึงได้แต่ลูบหลังปลอบประโลมเงียบๆ รอจนกระทั่งบุตรสาวหยุดร้องไปเอง

              "ท่านแม่...เหตุใดท่านพ่อถึงไม่เคยมาค้างกับพวกเราเลยเล่าเจ้าคะ"

              ฟางซื่อไม่คาดคิดว่าหลันเซวียนจะถามเช่นนี้ จึงออกจะอึ้งงันอยู่บ้าง ทว่าเพียงพริบตาก็ปรับสีหน้าให้กลับมาแย้มยิ้มตามเดิม "พ่อเจ้างานยุ่งมาก เจ้าเองก็เห็นมิใช่หรือ"

              ปากพูดเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าฟางซื่อต้องกล้ำกลืนความเจ็บช้ำเอาไว้นานปี

              แม้จะเป็นสะใภ้ที่มีฮูหยินผู้เฒ่าคอยหนุนหลัง แต่หลันอี้ก็ทำกับนางอย่างเจ็บแสบยิ่ง ไม่เพียงเขาจะหักหน้านางด้วยการหนีไปค้างกับจินซื่อในคืนเข้าหอ ยังมองนางเป็นเพียงไม้ประดับที่มีอยู่ในเรือนนี้ เขาทำให้นางได้รู้จักกับคำว่า 'ไร้ค่าไร้ความหมาย' อย่างลึกซึ้งถึงแก่น จากสตรีที่ไม่เคยมีจิตคิดอิจฉาผู้ใด กลับสั่งสมเพลิงริษยาที่มีต่อจินซื่อไว้จนสูงเสียดฟ้า

              เบื้องหน้าฟางซื่อมักแย้มยิ้มเรียกพี่นับน้องกับจินซื่อ ทว่าเบื้องหลังกลับหาทางยุแยงฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พอสบโอกาสก็แทงข้างหลังฝ่ายนั้นอย่างเลือดเย็น แม้ต้องใช้วิธีสกปรกต่ำตมเพียงใด นางล้วนยินดีกระทำ

              เป็นเพราะยาปลุกกำหนัดฤทธิ์แรงในครั้งนั้น ส่งผลให้ฟางซื่อตั้งครรภ์เลือดเนื้อเชื้อไขของหลันอี้สมดังใจ เพียงแต่ต้องแลกกับการเผชิญกับความหมางเมินของสามีตลอดระยะเวลาสิบเดือนที่อุ้มท้อง แม้กระทั่งตอนที่นางคลอดบุตร เขาก็ใจดำไม่ยอมมาหา ฟางซื่อจึงต้องกัดฟันเลี้ยงหลันเซวียนด้วยตนเอง

              แน่นอนว่าแง่มุมที่เต็มไปด้วยความเลวร้ายของหลันอี้ซึ่งมีมากมายถึงเพียงนี้ ฟางซื่อย่อมไม่เคยบอกกล่าวให้หลันเซวียนได้รับรู้ เพราะกว่าหลันเซวียนจะจำความได้ จินซื่อก็ล่วงลับ สองพี่น้องที่ไร้มารดาคอยปกป้องถูกส่งไปอยู่ท้ายเรือนจนพ้นหูพ้นตา ยังมีอำนาจจัดการเรื่องภายในเรือนที่ตกเป็นของนางทั้งหมด

              หลายปีหลังจากนั้นเป็นช่วงเวลาที่ฟางซื่อมีความสุขมาก หลันอี้รักใคร่อุ้มชูหลันเซวียนเป็นอย่างดี แม้นางจะตระหนักว่าความรักของเขาไม่เคยเผื่อแผ่มาถึงนางแม้เพียงนิด แต่นางก็ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม

              เดิมทีฟางซื่อคิดว่าถ้าตนคลอดบุตรชายให้หลันอี้สักคน สถานะของนางในใจสามีคงสูงส่งกว่าเดิม แต่โชคร้ายที่ไม่ว่าฟางซื่อจะตั้งครรภ์สักกี่ครั้งก็มีเหตุให้แท้งไปเสียทุกครั้ง กระทั่งสามีของนางได้พบกับฉู่หมิน รวมถึงได้รู้ความจริงเกี่ยวกับการตายของจินซื่อในปีนั้น หลันอี้ก็ไม่เคยย่างกรายมาที่เรือนของนางอีกเลย

              "ข้าโตแล้ว รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ท่านแม่ต้องทนทุกข์เพราะความรัก ทำไมข้าจะไม่รู้เล่า" หลันเซวียนโอบกอดมารดาไว้ พลางกล่าวอย่างจริงจัง "ท่านแม่...ถ้าข้าได้แต่งให้ผู้ชายดีๆ สักคน ท่านจะย้ายออกไปอยู่กับข้าหรือไม่"

              ฟางซื่อนิ่งงันไม่ตอบคำ ครั้นเมื่อจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายแล้วเห็นเพียงประกายความไร้เดียงสา ก็ให้สะเทือนใจนัก

              นางรู้ สำหรับหลันเซวียนแล้ว นางคือโลกทั้งใบ ท่านแม่บอกว่าซ้าย ไม่มีทางที่หลันเซวียนจะไปทางขวา แม้กระทั่งฟางซื่อชี้กวางเป็นม้า[2] หลันเซวียนก็คงเชื่อตามนั้น

              "เด็กโง่...แม่จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ยามนี้แม่คือฮูหยินรองสกุลหลัน ตายไปก็ยังเป็นผีสกุลหลัน เจ้าเองก็เช่นกัน ออกเรือนเมื่อใดต้องเชื่อฟังสามี วางตัวอ่อนโยนนุ่มนวลให้สามีรักถนอม เข้าใจหรือไม่"

              หลันเซวียนส่ายหน้าทันควัน "คนที่จะมาเป็นสามีข้า ไม่อนุญาตให้มีสามภรรยาสี่อนุ[3] ไม่เช่นนั้นข้าก็ไม่แต่ง จะอยู่กับท่านแม่ไปจนแก่เฒ่า"

              ฟางซื่อหัวเราะเบาๆ ความคิดไร้เดียงสาของบุตรสาวทำให้อารมณ์ขุ่นมัวในใจปลาสนาการไปจนหมดสิ้น

              "เซวียนเอ๋อร์ของแม่ดีถึงเพียงนี้ ย่อมหาบุรุษที่ดีทัดเทียมกันได้อยู่แล้ว"

              หลังจากนั้นสองแม่ลูกก็เลือกเครื่องประดับและเสื้อผ้ากันอย่างเบิกบานใจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มของฟางซื่อกลับซุกซ่อนแผนการบางอย่างไว้ เย็นวันนั้น นางก็เรียกโม่เอ่าเข้ามาพบเป็นการส่วนตัว

              "ฮูหยินมีสิ่งใดให้บ่าวรับใช้หรือเจ้าคะ" โม่เอ่าเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง คิดในใจว่าคราวนี้ฮูหยินรองจะใช้ให้นางไปทำเรื่องไม่ดีอะไรอีก

              ฟางซื่อเหลียวซ้ายมองขวา พอเห็นว่าปลอดคนจึงกระซิบกระซาบกับโม่เอ่าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ขณะที่โม่เอ่าได้ฟังแล้วก็ผงกศีรษะพึมพำว่าเข้าใจ

              ฟางซื่อนั่งยืดตัวตรงด้วยท่าทีสง่างามดังเดิม คราวนี้มิได้กระซิบกระซาบแล้ว เพราะไม่มีใจความสำคัญใดที่ต้องเก็บเป็นความลับ "ไปจัดการให้เรียบร้อยด้วยล่ะ แล้วก็ระวังอย่าให้คนสาวมาถึงข้าได้"

              โม่เอ่าผงกศีรษะรับอีกครั้งหนึ่ง ถึงแม้ใบหน้าจะเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ ทว่าในใจกลับรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา เมื่อนึกถึงเรื่องที่ฟางซื่อใช้ให้นางไปทำในครั้งนี้

              ถึงอย่างไรยามนี้หลันซีก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีพระคุณ นางย่อมไม่อาจทำร้ายฝ่ายนั้นได้ เพียงแต่ปัญหาที่โม่เอ่าต้องแก้ให้ตกก็คือ ทำอย่างไรจึงจะปกป้องหลันซีเอาไว้ได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องตบตาฟางซื่อให้แนบเนียน

              นับว่าเป็นโจทย์ที่แก้ยากเอาการทีเดียว



[1] เหตุการณ์ดำเนินมาถึงขั้นที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้

[2] กลับดำเป็นขาว พูดเท็จเป็นจริง สร้างความสับสนให้เกิดขึ้น

[3] ชาวจีนสมัยโบราณที่มีฐานะมักมีภรรยาหลายคน โดยแบ่งเป็นภรรยาเอกหนึ่งคน ภรรยารองสองคน และอนุภรรยาอีกสี่คน


++++++++

ฟางซื่อวางแผนชั่วอะไรอีกน้อ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคอมเม้นท์นะคะ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 474 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

595 ความคิดเห็น

  1. #325 SunidaLuangjam (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 13:19
    นังจิ้งจอกวางแผนชั่วอะไรอีก
    #325
    0
  2. #310 A-Arungomes (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 14:45

    อยากได้เล่มแล้ววววว

    #310
    0
  3. #309 chon29 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 13:43
    นางจะทำอะไรหลันซีอีก
    #309
    0
  4. #306 Pannmak (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 12:40
    ไม่เป็นไรค่ะ อ่านซำ้ไปมาก็สนุกดี แค่ไรท์แต่งให้อ่านฟรีก็ขอบคุณแล้วค่ะ เลียสุดดดด
    #306
    0
  5. #304 mano26282331 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 11:24
    ถึงว่าอ่านแล้วงง.

    555
    #304
    0
  6. #303 chalalaizaza (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 11:18
    บางทีก็แอบคิดว่าแม่นางเอกตายเพราะฟางซื่อรึเปล่า
    #303
    1
    • #303-1 ัี้ัีืyunha (จากตอนที่ 44)
      6 กันยายน 2563 / 12:20
      ต้องใช่แน่นอนค่ะแม่สามีก็หูเบาซะ
      #303-1