天才神医 ยอดหมอหญิงหัตถ์เทวะ (สนพ.ดีบุ๊คส์)

ตอนที่ 23 : สิ่งสำคัญ (๑) [Rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,466
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 518 ครั้ง
    5 พ.ย. 63


คืนนี้เป็นคืนเดือนหงาย

พระจันทร์กลมโตแขวนเติ่งอยู่กลางท้องฟ้า กลุ่มเมฆเบาบางลอยพลิ้วตามแรงลม

ล่วงเข้ายามซวี[1] แล้ว สรรพสิ่งล้วนเงียบสงัด หลันซีนั่งเท้าคางมองพระจันทร์ฟังหลันจวิ้นท่องหลักปรัชญาขงจื้ออย่างสบายอารมณ์ เสียงท่องหนังสือกังวานไปทั่วบริเวณ

หลันซีนั่งฟังเสียงของน้องชายอย่างเพลิดเพลิน รู้สึกว่าเปลือกตาเริ่มหนักอึ้งขึ้นทีละน้อย ทันใดนั้นเสียงที่แว่วมาไกลๆ เสียงหนึ่งก็แทรกเข้ามา

คงเป็นเสียงขลุ่ยกระมัง?

หลันซีเงี่ยหูฟังอย่างไม่แน่ใจนัก เสียงนั้นเป็นเพลงที่มีท่วงทำนองเนิบช้า ทว่าแม้แต่คนที่ไม่ฝักใฝ่เรื่องศาสตร์ศิลป์อย่างนางยังรับรู้ได้ว่า เพลงนั้นฟังแล้วโศกเศร้าว้าเหว่จับใจ ถ้าได้ฟังในช่วงอารมณ์อ่อนไหว คงถึงขนาดทำให้คนน้ำตาซึมได้เลยทีเดียว

เศร้าจัง” หลันซีเปรยเบาๆ อดนึกสงสัยไม่ได้ว่าคนผู้นั้นต้องมีความทุกข์ระทมเพียงใด ถึงได้เป่าขลุ่ยออกมาได้เศร้าจับจิตเช่นนั้น หลันจวิ้นหยุดท่องหนังสือ ขณะที่ไป๋หว่านคลี่ยิ้มบางๆ แล้วกล่าว

นานแล้วที่ไม่ได้ยินเสียงขลุ่ยจากเรือนนั้น คาดว่าคืนนี้อนุเหยียนคงไม่สบาย คุณชายรองจึงกลับมาค้างด้วยเป็นแน่”

หลันซีมองไปทางกำแพงหลังเรือนตามคำพูดของไป๋หว่าน เรือนเล็กหลังนี้อยู่ห่างไกลจากทุกสิ่ง ที่ใกล้ที่สุดก็เห็นจะเป็นกำแพงหลังเรือนที่อยู่ติดกับเรือนของสกุลเซียว เท่าที่รู้ สกุลหลันกับสกุลเซียวมีส่วนของหลังเรือนที่ติดกันมาหลายชั่วอายุคน มีเพียงหน้าเรือนที่ตั้งอยู่บนถนนคนละสาย รวมถึงหน้าร้านที่ตั้งกันอยู่คนละตรอก

ไป๋หว่านเห็นหลันซีนิ่งอึ้งไปเช่นนั้นก็อมยิ้ม พยักพเยิดให้มองดูบนต้นท้อที่ปลูกอยู่ในรั้วบ้านสกุลเซียว ต้นท้อต้นนั้นน่าจะมีอายุพอสมควรแล้ว สังเกตได้จากลำต้นที่สูงโผล่พ้นกำแพงเรือน ทั้งยังแผ่กิ่งก้านเข้ามาในเขตรั้วของสกุลหลัน

หลันซีสอดส่ายสายตาไปตามแสงของดวงจันทร์ที่สาดส่อง เห็นเงาร่างสีดำสายหนึ่งนั่งอยู่บนกิ่งไม้ กำลังเอนกายเป่าขลุ่ยด้วยท่าทางผ่อนคลาย ตรงกันข้ามกับบทเพลงที่เขาเป่าออกมาโดยสิ้นเชิง

แม้จะอยู่ไกลเพียงนั้น แต่นางกลับแน่ใจว่าเป็นเซียวหรงไม่ผิดแน่

เขาทำแบบนั้นบ่อยหรือ” ปลายนิ้วของหลันซีชี้ไปยังคนที่อยู่บนต้นท้อ นัยน์ตายังจับจ้องเงาร่างสูงใหญ่ที่อยู่ห่างออกไป แต่ก็แปลก...นางคล้ายรับรู้ได้ว่าตอนนี้เขากำลังเป่าขลุ่ยด้วยสีหน้าอย่างไร คนเย็นชาหน้าตายอย่างเขาคงไม่พ้นขมวดคิ้วนิ่วหน้าอยู่กระมัง

พอนึกถึงใบหน้าของคนผู้นั้น หลันซีก็คลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

ไม่บ่อยหรอกเจ้าค่ะ อาพั่งเคยเล่าให้บ่าวฟังว่า ปกติแล้วคุณชายเซียวนอนค้างที่ร้าน นานๆ ทีจึงจะกลับเรือน ถ้าอนุเหยียนไม่ป่วย ก็เป็นเพราะนายท่านสกุลเซียวเรียกหา”

หลันซีพยักหน้ารับรู้ เซียวพั่งเคยเล่าเรื่องส่วนตัวของเซียวหรงให้ได้ยินผ่านหูอยู่บ้าง แต่ทุกครั้งนางก็แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ มารู้ตัวอีกที นางก็รู้สึกว่าเขาเองก็มีชีวิตที่น่าเห็นใจไม่ต่างอะไรจากนาง

แม้จะเป็นถึงคุณชายรอง ทั้งยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของสกุลเซียว แต่เซียวหรงก็ได้ชื่อว่าเป็นบุตรที่ถือกำเนิดมาจากอนุภรรยาผู้ต่ำต้อย อย่างไรคงไม่มีวันสืบทอดกิจการของทางบ้านอย่างเต็มตัวได้ แม้ว่าเขาจะทุ่มเทกายใจเป็นวัวเป็นม้าให้นายท่านสกุลเซียวใช้สอยสารพัด ขณะที่เซียวซูเว่ยกลับลอยชายไปมาไม่ต้องรับผิดชอบอะไร วันๆ หนึ่งเอาแต่เที่ยวสำมะเลเทเมาไปทั่ว หลันซีจึงอดคิดไม่ได้ว่า เช่นนี้เซียวหรงก็ไม่ต่างอะไรกับตัดชุดแต่งงานให้ผู้อื่น[2]

คุณหนูใหญ่เจ้าคะ หลับหรือยังเจ้าคะ” จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนมาร้องเรียกหน้าเรือน ไป๋หว่านจึงวิ่งออกไปดู ก่อนจะวิ่งกลับมารายงานหลันซีด้วยท่าทีเลิ่กลั่กแตกตื่น

คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินรองเรียกพบตอนนี้เลยเจ้าค่ะ บ่าวลองถามแล้ว แต่อาเจียวไม่ยอมบอกว่าเรื่องอะไร ยืนกรานจะให้คุณหนูออกไปพบฮูหยินรองให้ได้เลยเจ้าค่ะ” สีหน้าของไป๋หว่านดูเป็นกังวลอย่างยิ่ง หลันจวิ้นก็เช่นกัน ทว่าหลันซีกลับยิ้มให้ทั้งสองคนราวกับมิได้อนาทรทุกข์ร้อนกับข่าวนั้น

อาหว่าน เจ้าอย่าได้ตีตนไปก่อนไข้ แม่รองไม่ได้เห็นหน้าข้าหลายวัน คงอยากพูดคุยด้วยสักหน่อยกระมัง” หลันซีเดินไปสวมเสื้อคลุม ก่อนหันมาสั่งหลันจวิ้น “อาจวิ้น เจ้าเข้านอนก่อนเลยนะ พี่กับอาหว่านไปเรือนใหญ่เพียงครู่เดียว ประเดี๋ยวก็กลับ”

พี่สาว...” หลันจวิ้นทำท่าจะขอตามไปด้วย แต่หลันซีกลับหมุนเท้าออกจากเรือนไปแล้ว จึงทำได้เพียงมองเงาร่างของพี่สาวค่อยๆ เดินห่างออกไปอย่างเป็นกังวล

 

คืนนี้พระจันทร์กลมเกลี้ยงงดงามนัก

เซียวหรงเอนหลังพิงต้นไม้ เอาตี๋จื่อ[3] เหน็บสายรัดเอวไว้ เหม่อมองดวงจันทร์นิ่งนาน ผ่านไปครู่ใหญ่ ลมต้นฤดูสารทพัดเข้ามาปะทะใบหน้า ไม่รู้ว่าตอนนี้คือยามไหนแล้ว แต่เขาคิดว่าควรกลับไปพักผ่อนเสียที

ขณะที่เซียวหรงกำลังจะกระโดดลงจากต้นไม้ โดยไม่ตั้งใจ ดวงตาคมกริบสอดส่ายลงไปยังเบื้องล่างในฝั่งของคฤหาสน์สกุลหลัน คิ้วหนาพลันขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่ามีสตรีนางหนึ่งกำลังนั่งคุกเข่าอยู่หน้าเรือนหลังเล็ก แม้เห็นเพียงด้านหลัง แต่เขามั่นใจว่าเงาร่างบอบบางนั้นคือหลันซีไม่ผิดแน่ สตรีร่างเล็กอีกคนที่คุกเข่าอยู่ข้างๆ กันก็คงไม่พ้นไป๋หว่าน

เซียวหรงมองดูเหตุการณ์นั้นด้วยความสนใจ ต้นท้อต้นนี้เมื่อก่อนเขาเคยปีนขึ้นมาสูดอากาศออกจะบ่อย จึงได้เห็นความเป็นไปในสกุลหลันอยู่บ้าง เขารู้แม้กระทั่งว่าฟางซื่อกับหลันเซวียนมักหาทางรังแกหลันซีอยู่เป็นนิตย์ ภาพที่สองแม่ลูกตามมารังแกนางถึงเรือนนี้ก็เป็นภาพที่เขาเห็นจนชินตา ทว่าโดยปกติแล้ว หลันซีมักร้องไห้ตีโพยตีพายหรือไม่ก็หวาดกลัวสองแม่ลูกนั่น ตัวสั่นราวกับลูกนกตกน้ำ น้อยครั้งที่จะได้เห็นนางอยู่ในกิริยาสงบนิ่งอย่างเช่นครั้งนี้

อันที่จริงความผิดของเจ้าควรต้องไปคุกเข่าสำนึกผิดที่ศาลบรรพชน แต่ท่านย่าของเจ้ามีเมตตาจึงลดโทษให้ เจ้าก็ตั้งใจคุกเข่าให้ดี พ้นโทษเมื่อใด แม่รองจะอนุญาตให้เจ้าลุกขึ้นเอง” ฟางซื่อกล่าวกับหลันซีด้วยน้ำเสียงไม่เบาไม่ดังนัก ทว่าค่ำคืนสงัดเงียบเช่นนี้ เซียวหรงย่อมได้ยินเต็มสองหู เขาอดนึกสงสัยไม่ได้ว่าหลันซีไปทำความผิดอันใดมา ถึงได้ถูกฟางซื่อลงโทษให้คุกเข่า

ผิดคาดที่หลันซีมิได้ร้องไห้ฟูมฟาย เพียงยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก พลางกล่าวเสียงเนิบช้า

แม่รอง มาจนถึงตอนนี้ ข้ายังไม่เข้าใจเลยว่าข้าทำความผิดเรื่องใดกันแน่ การไปร้านสกุลเซียวล้วนเป็นความคิดของท่านพ่อ ท่านจะกล่าวหาว่าเป็นความผิดของข้าได้อย่างไร ที่ข้ายอมคุกเข่าเช่นนี้เป็นเพราะนับถือว่ายามนี้ในสกุลหลันท่านเป็นใหญ่ แต่ถ้าท่านไม่สามารถหาเหตุผลดีๆ มาอธิบายกับข้าได้ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องรับโทษที่ท่านกล่าวหา”

เซียวหรงมองแผ่นหลังบอบบางที่บัดนี้ตั้งตรงตระหง่านอย่างไม่เชื่อสายตา มิเพียงไม่ร้องไห้คร่ำครวญเช่นกาลก่อน แต่นางกลับทุ่มเถียงฟางซื่อด้วยสุ้มเสียงไม่อนาทรได้ถึงเพียงนั้น นี่เขาคงมิได้หูฝาดหรือตาพร่าไปหรอกกระมัง


               ว่าแต่...ร้านสกุลเซียวของเขามาเกี่ยวอันใดกับเรื่องนี้ด้วย


[1] ช่วงเวลา ๑๙.๐๐ น.-๒๑.๕๙ น.

[2] ตนเองตรากตรำทำงาน ทว่าไม่ได้รับผลดีอันใด ซ้ำกลับกลายเป็นส่งเสริมเรื่องดีของผู้อื่น

[3] ขลุ่ยผิว


 

++++++++++++


ฟางซื่อจะหาเรื่องอะไรน้องอีกน้อ 


ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจและคอมเมนต์นะคะ ^^

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 518 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

583 ความคิดเห็น

  1. #63 068981 (@068981) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 11:25

    สงสารทั้งคู่เมื่อไหร่จะหลุดพ้น (ถ้าเป็นแม่เลี้ยงเรา จะ..ให้คว่ำเลย)

    #63
    1
    • #63-1 (@wachie130) (จากตอนที่ 23)
      19 กรกฎาคม 2563 / 11:01
      ทั้งสองคนกำลังพยายามอยู่ค่ะ ขอบคุณนะคะรี้ด ^^
      #63-1
  2. #62 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 10:15

    พฤติกรรมของน้องซีเปลี่นไปมากแม้แต่พี่หรงเองยังเริ่มสังเกตได้ ตอนนี้น้องรับมือพวกแม่เลี้ยงโดยใช้เหตุผลไม่งายแล้วท่ีจะรังแกน้องต่อไป เก่งมากค่ะคุณหมอซี ขอบคุณค่ะ

    #62
    1
    • #62-1 (@wachie130) (จากตอนที่ 23)
      19 กรกฎาคม 2563 / 10:59
      น้องซีถือคติไม่รังแกใครแต่ก็ไม่ยอมให้ใครมารังแกค่ะ ^^
      #62-1
  3. #61 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 09:46

    ชอบนางเอก อ่อนนอกแข็งในแบบนี้จังค่ะไรต์

    #61
    1
    • #61-1 (@wachie130) (จากตอนที่ 23)
      19 กรกฎาคม 2563 / 10:56
      ปลื้มปริ่มแทนน้องซีเลยค่ะ ^^
      #61-1
  4. #60 ปารมี (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 09:45

    อินังฟางซือ...-รนหาที่ตาย กระโดดตบมันเลย จิกหัวมันโขกลงกับพื้น กระชากผมมันให้หลุดออกมาเป็นกระจุกๆ ศอกลงไปบนจมูกมันให้หัก ตบบ้องหูมันให้แก้วหูทะลุ แล้วกระทืบมันให้ม้ามแตกกกกกกตายไปเลย 55555555555

    #60
    1
    • #60-1 (@wachie130) (จากตอนที่ 23)
      19 กรกฎาคม 2563 / 10:55
      โหรี้ด มาเต็มมากค่ะ น่าจัดแนวแก้แค้นตาต่อตาฟันต่อฟันให้รี้ดสักเรื่องนะคะ น่าจะมันหยด 555555
      #60-1
  5. #59 feb16 (@feb16) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 09:15
    นั่นสิคะ แม่รอง พ่อเป็นคนให้น้องไปได้นะ._.
    #59
    1
    • #59-1 (@wachie130) (จากตอนที่ 23)
      19 กรกฎาคม 2563 / 10:54
      คนมันจะหาเรื่องอ่ะเนอะ
      #59-1