天才神医 ยอดหมอหญิงหัตถ์เทวะ (สนพ.ดีบุ๊คส์)

ตอนที่ 20 : บุรุษไร้หัวใจ (๑) [Rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,600
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 576 ครั้ง
    5 พ.ย. 63

 

พี่ชาย...ผิงเอ๋อร์เอาขนมมาให้เจ้าค่ะ”

หลันซีเบี่ยงตัวหลบเด็กสาวในอาภรณ์สีส้มอ่อนผู้นั้น เปิดทางให้โจวชิงผิงได้เข้ามาพูดคุยกับเซียวหรงอย่างเต็มที่ แม้มิได้เจตนาแอบฟัง แต่นางก็ได้ยินฝ่ายนั้นพูดจาฉอเลาะเซียวหรงอีกหลายประโยค ทว่าเขากลับทำสีหน้าเรียบเฉย ถ้อยคำที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากเรียวบางคู่นั้นมีเพียงแค่คำว่า ‘อืม’ หรือไม่ก็ ‘เข้าใจแล้ว’

หลันซีพลันหรี่ตาลง

คุณชายรองสกุลเซียวผู้นี้นับว่าเย็นชาต่อสาวงามเกินไปหรือไม่

นางอาศัยจังหวะที่โจวชิงผิงรั้งเซียวหรงไว้ เดินขึ้นชั้นสองไปกับไป๋หว่านเพื่ออ่านตำราและจดบันทึกเหมือนที่เคยทำทุกวัน ในเมื่อ ‘อาจารย์’ ของนางติดพันอยู่กับสตรีผู้มีใจเช่นนั้น นางก็ควรปล่อยให้เขาได้มีเวลาส่วนตัว

มองเพียงปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเด็กสาวคนนั้นตกหลุมรักเซียวหรงเต็มหัวใจ ทั้งๆ ที่ท่าทีของเขาออกจะเย็นชาอย่างเปิดเผยปานนั้น หลันซีจึงอดคิดไม่ได้ว่า เขาคงแค่รู้สึกไม่ดีที่มีคนนอกอย่างนางเฝ้ามองอยู่กระมัง ถึงได้วางท่าห่างเหินกับโจวชิงผิงเช่นนั้น ถ้าได้อยู่ด้วยกันตามลำพังสองต่อสองอาจไม่ใช่อย่างที่เห็นก็เป็นได้ ดังนั้นนางจึงเป็นฝ่ายแยกตัวออกมาเสียเอง

หลันซีมิได้เก็บเรื่องของเซียวหรงกับโจวชิงผิงมาใส่ใจ นางตั้งใจอ่านตำราและจดบันทึกลงบนกระดาษเช่นทุกครั้ง พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที พระอาทิตย์ก็เคลื่อนมาตรงศีรษะ

เซียวพั่งเชิญให้หลันซีไปกินข้าวกับเซียวหรงเหมือนกับเมื่อวาน เดิมทีนางคิดว่าโจวชิงผิงคงอยู่ร่วมโต๊ะด้วย แต่เมื่อไม่เห็นเงาร่างสีส้มอ่อนของเด็กสาวผู้นั้น ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

เซียวหรงนั่งรอนางด้วยกิริยานิ่งขรึมอันเป็นบุคลิกประจำตัว หลันซีชำเลืองมองบนโต๊ะ เห็นว่ามีอาหารจำพวกผัดสองสามอย่างวางไว้ ยังมีน้ำแกงอีกสองอย่างเหมือนเมื่อวานไม่ผิดเพี้ยน จึงอดคิดในใจไม่ได้ว่า คุณชายรองสกุลเซียวช่างเป็นคนที่ใช้ชีวิตได้สมถะเรียบง่าย ต่างจากคุณชายใหญ่อย่างเซียวซูเว่ยลิบลับ

สองคนกินอาหารกันเงียบๆ ไม่พูดจา หลันซีกินข้าวได้เยอะกว่าทุกวัน ทั้งยังดื่มน้ำแกงซัวเซียมไปอีกสองชาม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าน้ำแกงซัวเซียมฝีมือเซียวหรงอร่อยเลิศไร้ใดเปรียบ ให้นางกินทุกวันล้วนกินได้ไม่มีเบื่อ

ของหวานวันนี้เป็นบัวลอยน้ำขิงสอดไส้งาดำ หลันซีสังเกตว่าเซียวหรงไม่ได้แตะต้องขนมในถ้วยแม้แต่นิด ครั้นพอเห็นว่านางกินส่วนของตนเองหมดแล้ว ก็ยกบัวลอยถ้วยนั้นให้นางอีกด้วย ทว่ายามนี้กระเพาะของนางเต็มไปด้วยอาหาร ไม่อาจยัดสิ่งใดลงท้องได้อีก นางจึงขอเก็บขนมนั้นไปให้หลันจวิ้นแทน

หลังจากกินข้าวเสร็จ เซียวหรงก็ทำท่าจะลงไปเฝ้าร้านเหมือนเดิม ทว่าหลันซีกลับรั้งไว้เนื่องจากต้องการถามไถ่อะไรบางอย่าง

พี่หรง ข้าเห็นว่าท่านเป็นผู้กว้างขวาง จึงอยากถามว่าท่านพอจะรู้จักท่านหมอเก่งๆ สักคนบ้างหรือไม่เจ้าคะ”

เซียวหรงเลิกคิ้วมองนางอย่างประหลาดใจ ถามกลับไปว่า “เจ้าจะถามหาหมอไปทำไม ที่บ้านเจ้ามีใครเป็นอะไรหรือ”

ไม่ใช่อย่างนั้นเจ้าค่ะ” หลันซีรีบโบกมือเป็นพัลวัน “ข้าเพียงต้องการหายจากโรคหอบหืดที่เป็น นอกจากศึกษาตำราสมุนไพรของท่านแล้ว ก็อยากจะไปเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญการรักษาโรคอย่างท่านหมอบ้าง”

ได้ฟังเหตุผลของนางแล้วเขาก็อึ้งงันไปพักหนึ่ง ก่อนเผยสีหน้าลำบากใจ

“คุณหนูใหญ่...ลืมไปแล้วหรือไรว่าเจ้าเป็นสตรี เดิมทีควรอยู่แต่ในห้องหอ ปักผ้า ฝึกงานเรือน การที่นายท่านสกุลหลันอนุญาตให้เจ้ามาเรียนวิชาสมุนไพรที่ร้านนี้ ข้าเองก็ประหลาดใจมากพอแล้ว อย่าได้หาเรื่องให้วุ่นวายอีกเลย”

ทางฝ่ายหลันซีฟังแล้วไม่ใคร่พอใจนัก ใบหน้าพลันบึ้งตึงขึ้นมาหลายส่วน ทว่านางเองก็พอเข้าใจ เซียวหรงเกิดมาในยุคบุรุษเป็นใหญ่ คงไม่เคยพบเห็นสตรีใดที่มีการศึกษา รวมถึงมีความสามารถเลี้ยงตนเองได้ ไม่แปลกอะไรที่เขาจะมีความเชื่อแบบนั้น

นางนิ่งเงียบครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนประสานสายตากับเขาอย่างแน่วนิ่ง แล้วกล่าว

พี่หรง ท่านอย่าได้เข้าใจข้าผิดไปเลยนะเจ้าคะ หลันซีย่อมไม่ลืมว่าตนเป็นใคร แต่ในความคิดของข้า ไม่ว่าบุรุษหรือสตรี ล้วนมีสิทธิ์เป็นเจ้าของชีวิตตนอย่างเท่าเทียมกัน ข้าเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ มาตั้งแต่ยังเล็ก เกือบไปเฝ้ายมบาลในปรโลกก็หลายหน ถ้าข้าไม่ดิ้นรนด้วยตนเอง คงไม่มีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้หรอกเจ้าค่ะ จริงอยู่...สตรีที่ดีพึงยึดหลักสามเชื่อฟังสี่จรรยา[1] ข้าเองก็ท่องจำขึ้นใจ เพียงแต่ตอนนี้ข้ายังมิได้แต่งเข้าสกุลใด ชีวิตข้าก็นับว่าเป็นของข้า จึงอยากรักษามันให้ดี ต่อไปในภายหน้าไม่เพียงดูแลตนเองได้ แต่ข้ายังหวังจะดูแลคนรอบข้างด้วยเช่นกันเจ้าค่ะ”

ได้ยินนางกล่าวมาเสียยาวเหยียดเช่นนั้น เซียวหรงย่อมตกตะลึงไม่น้อย เหตุใดสตรีไร้สมองที่เขาเคยดูแคลนจึงมีความคิดก้าวหน้า ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยเหตุและผลถึงเพียงนี้

ราวกับว่าเด็กสาวคนนี้มิใช่หลันซีที่เขาเคยรู้จักอย่างไรอย่างนั้น

เขานิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนกล่าวกับนางอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ “ถ้าเจ้าปรารถนาจะหายเจ็บป่วยจริง ข้าย่อมสนับสนุน แต่เรื่องที่เจ้าต้องการร่ำเรียนวิชาแพทย์กับท่านหมอ อย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เจ้าตัดใจเสียเถอะ”

แม้จะผิดหวังอยู่บ้าง แต่หลันซีรู้ดีว่าเพียงเท่านี้ก็เกินขอบเขตที่เซียวหรงจะให้นางได้แล้ว จึงยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ “ขอบคุณพี่หรงที่เข้าใจ เพียงท่านช่วยแนะนำท่านหมอเก่งๆ ให้สักคน หลันซีก็ซาบซึ้งใจแล้วเจ้าค่ะ”

นางย่อมมิได้บอกเขาว่า เพียงแค่ได้พบกับหมอฝีมือดีสักคนก็พอแล้ว จากนั้นนางย่อมมีวิธีหว่านล้อมให้ท่านหมอผู้นั้นรับนางเป็นศิษย์ พอถึงตอนนั้น แม้แต่หลันอี้ก็ขวางนางไม่ได้



[1] สามเชื่อฟังสี่จรรยา คือหลักคุณธรรมที่สตรีจีนสมัยโบราณพึงยึดถือและปฏิบัติ สามเชื่อฟังคือ ก่อนออกเรือนต้องเชื่อฟังบิดา ออกเรือนไปแล้วต้องเชื่อฟังสามี สิ้นสามีต้องเชื่อฟังบุตรชาย สี่จรรยาได้แก่ ประพฤติงดงาม วาจางดงาม หน้าตาและกิริยางดงาม สุดท้ายคือ งานเรือนงดงาม

 

++++++++++++++

 

เอ็นดูพี่หรง โดนน้องหลอกแว้ว 

 

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจและคอมเมนต์นะคะ ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 576 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

595 ความคิดเห็น

  1. #388 keas (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 00:30
    น้องน่ารักจัง
    #388
    1
    • #388-1 wachie130(จากตอนที่ 20)
      28 กันยายน 2563 / 20:45
      พี่ก็น่ารักนะคะ ^^
      #388-1
  2. #42 Sweetsmile2557 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 03:30

    อะ...น้องวางแผนสร้างอาชีพอยู่นะต้องเรียนหมอเพิ่มเติม อิอิ

    #42
    1
    • #42-1 wachie130(จากตอนที่ 20)
      17 กรกฎาคม 2563 / 10:09
      ใช่ค่ะ น้องต้องวางแผนอย่างรัดกุม อิอิ ขอบคุณนะคะ
      #42-1
  3. #41 usaonly (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 20:14

    น้องซีมีวาทศิลป์เป็นเลิศ เข้าใจหว่านล้อมพี่หรงด้วยเหตุและผล หวังว่าเขาจะช่วยน้องพาไปพบหมอสักคน เพื่อรักษาโรคหอบหืดของน้องได้ ขอบคุณค่ะ

    #41
    1
    • #41-1 wachie130(จากตอนที่ 20)
      17 กรกฎาคม 2563 / 10:08
      บอกเลยว่าพี่หรงตามน้องไม่ทันแน่ค่ะ 555 ขอบคุณนะคะ
      #41-1