天才神医 ยอดหมอหญิงหัตถ์เทวะ (สนพ.ดีบุ๊คส์)

ตอนที่ 13 : ปมที่มิอาจแก้ (๓) [Rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,558
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 554 ครั้ง
    29 ต.ค. 63

 

คุณหนูใหญ่อาการกำเริบอีกแล้วหรือ” เขาผินหน้ามากล่าวกับเซียวพั่งด้วยใบหน้าเรียบเฉย คิดในใจว่าร่างกายของว่าที่พี่สะใภ้ช่างอ่อนแอเสียจริง

เซียวพั่งอ้อมแอ้มกล่าว “คงเป็นเพราะถูกละอองฝนตอนเดินกลับเรือนน่ะขอรับ”

เซียวหรงพยักหน้ารับรู้ หยิบนั่นผสมนี่อยู่พักหนึ่ง ก่อนออกจากห้องไปพบไป๋หว่านที่รออยู่ชั้นล่างของตึก

คารวะคุณชายรอง” ไป๋หว่านก้มศีรษะคำนับเซียวหรงอย่างนอบน้อม หลายปีมานี้หลันซีได้รับความช่วยเหลือจากเขาไม่ใช่น้อย แม้นางจะรู้ว่าเขาทำไปเพราะเห็นว่าหลันซีคือว่าที่พี่สะใภ้ แต่ลึกๆ แล้วนางสัมผัสได้ว่าเซียวหรงเป็นคนดีคนหนึ่ง

กิตติศัพท์เรื่องเขี้ยวลากดินของคุณชายผู้นี้ขจรขจายเป็นวงกว้าง แต่เขาไม่เคยคิดเงินค่าสมุนไพรกับหลันซีแม้สักอีแปะ[1] คราวก่อนที่ไป๋หว่านมาขอแบ่งซื้อข้าวสารตามแผนการของหลันซี เขาก็ไม่คิดเงิน ทั้งยังเอาเรื่องที่หลันซีถูกฮูหยินรองกลั่นแกล้งจนต้องออกมาหาซื้อข้าวสารนอกบ้านไปบอกกับนายท่านอีกด้วย

เช่นนี้แล้วนางจึงวางเซียวหรงไว้ในตำแหน่งมิตร มิใช่ศัตรู

เหตุใดยาสูดจึงหมดเร็วนัก พักนี้คุณหนูใหญ่อาการกำเริบบ่อยหรือ” เซียวหรงยื่นยาสูดให้ไป๋หว่าน ยังมีสมุนไพรอีกหนึ่งห่อใหญ่ “เจ้าเอาซัวเซียม[2] นี่ไปด้วย ตุ๋นเป็นน้ำแกงหรือจะเคี่ยวรวมกับโจ๊กก็ได้ ช่วยบำรุงปอดอีกทางหนึ่ง”

ขอบคุณเจ้าค่ะ” ไป๋หว่านรับห่อสมุนไพรกับตลับยามาถือไว้ ทำท่าจะหยิบเงินในถุงออกมาจ่าย แต่เซียวพั่งร้องห้ามไว้เสียก่อน

ไฮ้...แม่นางไป๋ เจ้าจะเกรงใจไปทำไม อีกไม่นานสกุลหลันกับสกุลเซียวก็ต้องนับญาติกันแล้ว ถือเสียว่าเป็นน้ำใจจากสกุลเซียวของเราเถอะนะ”

เซียวหรงปรายตามองเซียวพั่งที่ดูกระตือรือร้นอย่างออกนอกหน้าแล้วรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาเล็กน้อย “อาพั่ง ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ” เขาผลักศีรษะเซียวพั่งเบาๆ ก่อนหันไปกล่าวกับไป๋หว่าน “ซัวเซียมหมดเมื่อใดก็มาเอาเพิ่มได้ทุกเมื่อ”

ไป๋หว่านมองเซียวหรงด้วยความซาบซึ้ง วูบหนึ่งนางคิดไปว่า ถ้าคุณหนูของนางได้แต่งกับเซียวหรงแทนที่จะเป็นเซียวซูเว่ยก็คงจะดี

คุณหนูฝากบอกท่านว่า อาการของนางกำเริบเช่นนี้คงต้องหยุดเรียนไปสักพัก ถ้านางหายเมื่อใด จะมารบกวนใหม่เจ้าค่ะ”

มุมปากของเซียวหรงกระตุกขึ้นเบาๆ คราหนึ่ง อดคิดไม่ได้ว่าหลันซีอาจแกล้งป่วยเพื่อไม่ต้องมาเรียนในวันพรุ่งนี้

ไม่ว่าเรื่องใด เขามักมองในแง่ร้ายไว้ก่อนเสมอ กับว่าที่พี่สะใภ้คนนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ตั้งแต่เล็กจนโต คุณหนูใหญ่สกุลหลันมีชื่อเสียงลือกระฉ่อนไปในทางที่ไม่ดีงามเท่าไรนัก ถ้าไม่ติดว่าหลันซีมีพันธะหมั้นหมายกับเซียวซูเว่ยตั้งแต่ยังแบเบาะ ประกอบกับนางถือกำเนิดจากฮูหยินใหญ่ของสกุลหลัน เกรงว่าคู่หมั้นของเซียวซูเว่ยคงได้เปลี่ยนตัวเป็นหลันเซวียนอย่างไม่ต้องสงสัย

ฝากบอกนางว่าขอให้หายไวๆ” เซียวหรงกล่าวเพียงเท่านั้นก็หมุนตัวไปทางหลังร้าน ไป๋หว่านจึงก้มศีรษะคำนับเขาอีกครั้ง ก่อนจะขอตัวกลับเรือน

หลังจากนั้นไม่นาน เจียงซื่อ ฮูหยินใหญ่สกุลเซียวก็นั่งเกี้ยวมาจอดที่หน้าร้าน ปกติแล้วนางมักจะมาที่นี่ในช่วงเย็นของทุกวัน เพื่อตรวจดูบัญชีและเก็บเงินที่เป็นรายรับทั้งหมดกลับไป

เซียวหรงไม่ใคร่ใส่ใจการมาของเจียงซื่อเท่าใดนัก เป็นเพราะสตรีจิตใจคับแคบผู้นี้ มารดาของเขาจึงต้องทนทุกข์อยู่ในสกุลเซียวมาอย่างยาวนาน ถึงแม้ว่าช่วงปีหลังๆ มานี้นางจะไม่ค่อยได้รังแกมารดาของเขาสักเท่าไร ทว่าความจำของเซียวหรงนั้นเป็นเลิศหาตัวจับยาก จึงจำได้ดีไม่มีตกหล่นว่ามารดาถูกสตรีผู้นี้กดขี่ข่มเหงอย่างไรบ้าง จำได้ว่ามารดาต้องเจ็บช้ำทั้งกายใจมากมายเพียงใด จำได้แม้กระทั่งมารดาเกือบตายเพราะถูกสตรีผู้นั้นใส่ร้ายป้ายสีกี่ครั้ง

เซียวหรงใช้เวลาหลังจากปิดร้านจัดเรียงและนับสินค้าด้วยตนเองอยู่เสมอ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเขามักจะหลบหน้าเจียงซื่อที่มาตรวจร้านในเวลานั้น ถ้านางไม่เรียกพบ เขาก็ไม่อยากเสนอหน้าไปพบนางให้ต้องรู้สึกกระอักกระอ่วน

เขาเข้าใจดี ถึงอย่างไรเด็กที่ได้ชื่อว่าเป็นบุตรของสามีกับสตรีอื่น ก็คงเปรียบเหมือนหนามแหลมทิ่มแทงใจ

คุณชายรอง ฮูหยินใหญ่เรียกพบขอรับ” เป็นเซียวพั่งที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงาน เซียวหรงจึงละมือจากงานตรงหน้าไว้เพียงเท่านั้น

อืม ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยเกรงกลัวสตรีผู้นั้นอยู่แล้ว ในใจเขามีเพียงความเคียดแค้นชิงชัง ทว่าวันเวลาที่ล่วงผ่านได้ขัดเกลาให้จิตใจของเขาซับซ้อน พฤติกรรมที่แสดงออกมาจึงยิ่งซับซ้อนตาม ไม่มีทางที่เขาจะแสดงออกมาว่าเคียดแค้นสตรีผู้นั้น

ร้านสกุลเซียวปิดทำการได้เกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว พระอาทิตย์เพิ่งจะลับขอบฟ้า เจียงซื่อนั่งจิบชาบนเก้าอี้มีพนักด้วยกิริยาแช่มช้อย กล่าวได้ว่านางเป็นสตรีวัยกลางสามสิบที่ดูดีมากทีเดียว แต่เซียวหรงรู้ดีว่าภายใต้ใบหน้างดงามนั้นกลับซ่อนปีศาจเจ้าเล่ห์ร้ายกาจไว้ภายใน

นางคือคนที่เขาชิงชังเป็นที่สุด

ได้ยินว่าฮูหยินใหญ่ต้องการพบข้า ไม่ทราบว่ามีอันใดให้ข้ารับใช้”

เซียวหรงมิได้เรียกนางว่า ‘แม่ใหญ่’ อย่างที่ควรจะเป็น เพราะนอกจากมารดาของเขาแล้ว เขาทำใจเรียกสตรีใดว่าท่านแม่ไม่ได้จริงๆ

แม่ใหญ่อย่างข้าจะคิดถึงลูกชายบ้างไม่ได้หรือ” เจียงซื่ออมยิ้มน้อยๆ ทว่าเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา เป็นรอยยิ้มที่เรียกว่าหนังยิ้มเนื้อไม่ยิ้ม[3] อย่างแท้จริง

เซียวหรงยิ้มตอบอย่างมีมารยาท พลางยื่นเงินทั้งหมดของวันนี้รวมถึงสมุดบัญชีให้ “วันนี้ฝนตกหนัก ลูกค้าน้อยกว่าทุกวัน เชิญท่านตรวจดูก่อน”

เจียงซื่อรับเพียงเงินไป วางสมุดบัญชีไว้บนโต๊ะโดยมิได้หยิบมาตรวจทาน เป็นเพราะเซียวหรงทำงานให้ร้านสกุลเซียวมานานจนนางไว้วางใจ เขาคล่องแคล่วในทุกเรื่อง อีกทั้งบุคลิกยังสุขุมเยือกเย็น ตัดสินใจเรื่องต่างๆ ภายในร้านได้อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าใครที่ได้มาเห็น ล้วนเข้าใจผิดว่าเซียวหรงคือคุณชายใหญ่สกุลเซียวด้วยกันทั้งนั้น

ทุกครั้งที่มีคำชมเกี่ยวกับเซียวหรง นางมักยิ้มรับอย่างภูมิใจราวกับเป็นมารดาของเขาเสียเอง แต่ในใจกลับเปี่ยมไปด้วยเพลิงริษยาที่บุตรชายของอนุต่ำต้อยกล้าเผยอมาชูคอราวกับว่าเป็นผู้สืบทอดกิจการอย่างไรอย่างนั้น ในแววตาที่เจียงซื่อมองเซียวหรงจึงเปี่ยมไปด้วยความอิจฉาระคนชื่นชม

ถ้าเซียวซูเว่ยสนใจกิจการของตระกูลได้สักครึ่งหนึ่งที่เซียวหรงทำ นางคงนอนตายตาหลับ

น่าเสียดายที่เขาดันมาเกิดเป็นบุตรชายของอนุต่ำต้อยผู้นั้น

ช่างน่าเสียดาย...



[1] อีแปะ หรือเหวิน เป็นเงินจีนสมัยโบราณ มักมีรูปร่างกลม แบน มีรูตรงกลาง

[2] สมุนไพรจีนชนิดหนึ่งมีสรรพคุณช่วยบำรุงปอด

[3] แสร้งยิ้ม

+++++++++++++++

 

เป็นพี่หรงนี่ก็ไม่ง่ายเลยเนอะว่ามั้ย 

 

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจและคอมเม้นต์นะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 554 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

577 ความคิดเห็น

  1. #22 feb16 (@feb16) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 20:02
    แง อยากรู้เรื่องขนสัตว์อล้วๆไ ลุ้นมากก
    #22
    2
    • #22-1 (@wachie130) (จากตอนที่ 13)
      11 กรกฎาคม 2563 / 10:53
      งื้อ ใจเย็นนะเตง ไปเร็วเกินเดี๋ยวไม่หนุก 555
      #22-1