天才神医 ยอดหมอหญิงหัตถ์เทวะ (สนพ.ดีบุ๊คส์)

ตอนที่ 10 : ร้านสกุลเซียว (๒) [Rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,999
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 579 ครั้ง
    29 ต.ค. 63

 

ข้าเมารถม้า...ขายหน้าคุณชายแล้ว”

เซียวซูเว่ยเป็นคนรักสะอาด ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยถูกสตรีใดอาเจียนใส่เช่นนี้ จึงเดือดดาลนัก ครั้นเมื่อเห็นแววสำนึกผิดในดวงตาใสกระจ่างคู่นั้น เขาก็กลืนถ้อยคำบริภาษลงคอ

ข้าขอตัวไปอาบน้ำผลัดอาภรณ์ก่อน” เซียวซูเว่ยซ่อนความไม่พอใจเอาไว้อย่างมิดชิด ก่อนหันไปกล่าวกับเซียวหรงว่า “อาหรง เจ้าต้อนรับคุณหนูใหญ่แทนข้าด้วย ถ้านางยังวิงเวียนก็จัดยาให้นาง”

ขอรับ” เซียวหรงผงกศีรษะรับ พอเซียวซูเว่ยจากไป เขาก็เอ่ยถามหลันซีว่า “คุณหนูใหญ่เดินไหวหรือไม่”

หลันซีที่ได้ปลดปล่อยความหนักอึ้งทั้งมวลออกไปแล้ว ยามนี้จึงรู้สึกปลอดโปร่งยิ่งนัก ไม่เพียงหายเวียนศีรษะ แต่ยังรู้สึกอารมณ์ดีอย่างมาก อีกอย่างหนึ่ง...สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเซียวซูเว่ยที่ต้องข่มกลั้นโทสะไม่อาละวาดใส่นาง มองอย่างไรก็น่าขัน

ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ คุณชายรองนำทางเถอะ”

หลันซีกล่าวกับอีกฝ่ายอย่างมีมารยาท เซียวหรงผู้นี้ไม่เหมือนคู่หมั้นของนาง แม้จะอายุน้อยกว่าเซียวซูเว่ยเพียงไม่กี่เดือน แต่รูปร่างของบุรุษผู้นี้สูงใหญ่กำยำกว่า ทั้งยังชอบแต่งกายด้วยอาภรณ์สีดำเรียบง่าย เรือนผมดำยาวถูกมัดรวบขึ้นอย่างไม่พิถีพิถัน ดูอย่างไรก็เหมือนพวกคนงานมากกว่าคุณชายรองสกุลเซียว มีเพียงใบหน้าหมดจด คิ้วตาเด่นชัดคมคายกระมังที่ทำให้เขาดูสมกับเป็นคุณชายขึ้นมาหน่อย

หลันซีเดินตามเซียวหรงโดยเว้นระยะห่างประมาณหนึ่งจั้ง[1] เขาพานางเดินผ่านหน้าร้านที่ถูกแบ่งไว้เป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งเอาไว้ขายพวกธัญพืช อีกฝั่งหนึ่งขายสมุนไพร ตลอดทางที่ร่างสูงใหญ่เยื้องกรายผ่าน นางสังเกตว่าคนงานในร้านต่างค้อมศีรษะให้เขาด้วยความเคารพ รวมถึงยิ้มทักทายอย่างสนิทสนม สมแล้วที่คุณชายรองผู้นี้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง เป็นเสาหลักที่สำคัญของร้านสกุลเซียว

เซียวหรงพานางเดินลึกเข้ามา ก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของร้านแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องหนึ่ง

ทันทีที่ประตูถูกเปิดออกก็พลันได้กลิ่นสดชื่นของกำยานลอยเข้ามาแตะจมูก หลันซีสังเกตเห็นว่าภายในห้องนั้น เครื่องเรือนถูกจัดวางไว้อย่างเรียบง่าย ริมหน้าต่างมีตั่งปูด้วยฟูกขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่กับโต๊ะวางกาน้ำชาเตี้ยๆ ตัวหนึ่งตั้งอยู่ ถัดไปเป็นชั้นวางหนังสือ ฝั่งตรงข้ามเป็นเตียงไม้ขนาดเล็กที่คลุมม่านไว้เรียบร้อย ถ้าเดาไม่ผิดแล้วละก็ ห้องเล็กๆ ห้องนี้คงเป็นห้องส่วนตัวของเซียวหรง

ระหว่างรอคุณชายใหญ่ เจ้าก็อ่านตำรารอไปแล้วกัน” เขากล่าวกับนางด้วยสีหน้าเรียบเฉย พลางยื่นตำราสมุนไพรเล่มหนึ่งให้ ในใจนึกดูแคลนว่าเด็กสาวผู้มีนิสัยสามวันหาปลาสองวันตากแห[2] อย่างหลันซี เพียงแค่พลิกกระดาษหน้าแรกอ่านก็คงหลับคาตำราแล้วกระมัง ที่นางดั้นด้นมาถึงนี่คงเป็นเพราะต้องการใกล้ชิดกับเซียวซูเว่ยมากกว่า “ข้าจะลงไปดูร้าน ขาดเหลืออะไรเจ้าก็เรียกใช้อาพั่งได้ อีกสักพักคุณชายใหญ่คงกลับมา”

หลันซีกล่าวขอบคุณแล้วพยักหน้ารับอย่างขอไปที นางกำลังตื่นเต้นกับตำราสมุนไพรเล่มใหม่ จึงมิได้สนใจว่าเขาจะอยู่หรือไม่

หญิงสาวถือวิสาสะนั่งลงบนตั่ง รินน้ำชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง ก่อนกางตำราสมุนไพรอ่านอย่างเพลิดเพลิน คิดในใจว่าถ้าคู่หมั้นของนางไม่กลับมาก็คงจะดี...

 

ผ่านไปกว่าสองชั่วยาม เซียวซูเว่ยไม่ได้กลับมาที่ร้าน

ทว่าหลันซีก็มิได้ทุกข์ร้อน กลับรู้สึกดีด้วยซ้ำที่ไม่ต้องปั้นหน้ายิ้มแย้มให้ใคร เพียงมีตำราเล่มหนึ่งในมือก็อ่านได้อย่างไม่รู้เบื่อ

ในเวลาสองชั่วยามนั้น หลันซีอ่านตำราด้วยความเพลิดเพลิน ถ้าเจอสมุนไพรตัวใดที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็จดบันทึกไว้บนกระดาษ แม้ว่านางจะยังหัดเขียนพู่กันได้ไม่คล่องแคล่วเท่าไรนัก แต่ก็นับว่าดีกว่าไม่ได้จดบันทึกไว้เลย

หลันซีจมอยู่กับตำราจนลืมเวลา กระทั่งพระอาทิตย์ลอยขึ้นตรงศีรษะ เซียวพั่งจึงนำอาหารมาให้ พร้อมกับบอกนางอย่างอ้อมๆ ว่าควรจะกลับบ้านได้แล้ว

หลันซีไม่ได้คิดอะไรมาก ให้นางมาก็มา ให้นางกลับก็กลับ นางกินอาหารที่เซียวพั่งนำมาให้จนหมดอย่างรวดเร็วเพราะความเคยชิน ชาติก่อนนางเป็นสูตินรีแพทย์ ต้องผ่าตัดหรือไม่ก็ทำคลอดอยู่เป็นประจำ จึงไม่อยากเสียเวลาไปกับการละเลียดอาหาร กระทั่งได้มีชีวิตใหม่ในโลกนี้ยังติดนิสัยเดิมมาด้วย

เซียวพั่งมองหลันซีกินอาหารอย่างประหลาดใจ ถึงแม้นางจะกินเร็ว แต่ก็หาได้มูมมาม อีกทั้งนางยังกินเก่งมาก อาหารที่เขายกมาให้มิใช่น้อยๆ พอให้สองคนกินด้วยซ้ำ แต่นางก็กินเรียบไม่มีเหลือ

เซียวพั่ง ขากลับข้าขอเดินกลับได้หรือไม่ ข้ากินอิ่มขนาดนี้ ถ้าขึ้นรถม้าเกรงว่า...” หลันซีอ้อมแอ้มกล่าวกับเซียวพั่ง ใบหน้าอ่อนใสขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย ถึงอย่างไรการอาเจียนใส่คู่หมั้นเมื่อเช้านี้ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าอาย

ประเดี๋ยวบ่าวขอไปเรียนคุณชายรองก่อนนะขอรับ” เซียวพั่งกล่าวอย่างสุภาพ ก่อนจะหลบฉากออกไป ไม่ถึงหนึ่งเค่อก็กลับมาหานางพร้อมกับร่มเคลือบน้ำมันคันหนึ่ง

คุณหนูใหญ่เชิญทางนี้ บ่าวจะเดินไปส่งคุณหนูเอง”

หลันซีเดินตามเซียวพั่งลงบันไดไปยังชั้นล่างของตึกอย่างไม่คิดมาก พบว่าเซียวหรงกำลังอธิบายการใช้ยาสมุนไพรให้ลูกค้าคนหนึ่ง พอเงี่ยหูฟังก็พบว่าเขามีความรู้เรื่องสมุนไพรเป็นอย่างดี มิน่าเล่าถึงได้เขียนตำราสมุนไพรออกมาได้เป็นเล่มๆ

หลันซียิ้มมุมปาก ต่อให้เก่งกาจแค่ไหน แต่ถ้าหวงวิชาก็เท่านั้น นางถูกส่งมาเรียนถึงที่นี่ แต่เขาไม่คิดจะสอนนางสักครึ่งคำ ดังนั้นนางจึงนับว่าเซียวหรงเป็นคนเก่งที่ค่อนข้างแล้งน้ำใจ

คุณชายรอง ข้ากลับก่อนนะเจ้าคะ” พอเซียวหรงปรายตามอง นางก็ก้มศีรษะให้อย่างมีมารยาท ทว่าอีกฝ่ายไม่พูดไม่จา เพียงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วผินหน้ากลับไปคุยกับลูกค้าโดยไม่สนใจนางอีก

เซียวพั่งเดินนำออกมาจากตัวตึก ตอนนี้เป็นยามบ่ายคล้อย แต่แดดไม่แรงเพราะฝนตั้งเค้า นางเดินลัดเลาะไปตามถนน ผ่านร้านรวงต่างๆ ก็มองดูอย่างสนใจ

เดินไปได้ประมาณหนึ่งก้านธูป[3] หยาดฝนก็โปรยปรายลงมา

เซียวพั่งกางร่มกันฝนให้นางอย่างกระตือรือร้น แม้ว่าเขาจะเป็นชายร่างท้วมเหมือนกับชื่อ แต่เท่าที่ได้เขาคอยปรนนิบัติรับใช้มาตลอดครึ่งวันนี้ หลันซีก็พบว่าเซียวพั่งเป็นคนคล่องแคล่วเอางานเอาการ ไม่ว่าจะใช้ให้หยิบจับอะไรล้วนรวดเร็วทันใจ นางใช้ให้เขาไปหากระดาษ พู่กัน หรือแม้กระทั่งฝนหมึกก็ไม่มีอิดออด อีกทั้งเขายังปฏิบัติต่อนางอย่างมีมารยาท นางจึงยินยอมให้เขานำทางกลับบ้านได้อย่างไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ

หลันซีรับร่มคันนั้นมาถือไว้ ครั้นเมื่อเซียวพั่งไม่ยอมปล่อยมือ นางจึงเอ่ยกับเขาว่า “ข้าถือเองได้ ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด เจ้าไปยืนให้ห่างข้าหน่อย”

เซียวพั่งลืมนึกถึงข้อนี้จึงยิ้มแหยๆ แล้วรีบปล่อยมือ “ขออภัยเถิดขอรับ บ่าวไม่ทันคิดให้ดี”

หลันซีโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “แล้วร่มของเจ้าล่ะ”

เซียวพั่งยกมืออวบอูมปัดหยดน้ำที่เกาะบนใบหน้าออก แล้วกล่าวยิ้มๆ “บ่าวหนังหนาจะตาย โดนฝนแค่นี้สบายมาก คุณหนูเดินระวังๆ เถิดขอรับ”

หลันซีส่ายหน้ายิ้มขบขัน อยากบอกเหลือเกินว่าส่วนที่หนาไม่ใช่หนัง แต่เป็นชั้นไขมันต่างหาก แต่ก็มิได้เอ่ยออกไป

โชคดีที่ฝนตกเพียงแค่ปรอยๆ เท่านั้น ใช้เวลาไม่นานสองคนก็มาถึงหน้าประตูคฤหาสน์สกุลหลัน

ขอบใจนะเซียวพั่ง ข้าจำทางได้แล้ว ประเดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะเดินไปเอง” นางกล่าวกับฝ่ายนั้นพร้อมกับโบกมือ เซียวพั่งที่ตอนนี้เปียกน้ำฝนชุ่มโชกไปทั้งร่าง ทำได้เพียงยิ้มเจื่อนๆ แล้วกล่าวว่าพรุ่งนี้พบกันใหม่

หลันซีกางร่มยืนมองร่างท้วมของเซียวพั่งเดินย้อนกลับไปทางเดิมจนกระทั่งลับสายตา จากนั้นจึงก้าวเข้าประตูคฤหาสน์สกุลหลันไป



[1] หน่วยวัดระยะทางของจีน ๑ จั้ง เท่ากับ ๑๐ เชียะ (ฉื่อ) มีค่าประมาณ ๓.๓๓ เมตร

[2] ไม่ค่อยใส่ใจเรียนรู้ ไม่มีความอดทน เดี๋ยวทำ เดี๋ยวหยุด

[3] เวลาประมาณ ๑๕-๓๐ นาที

++++++++++++++

น้องออกจะตั้งใจเรียนน้า พี่ไม่สอนให้จริงๆ เหรอ


ในส่วนของเชิงอรรถ ส่วนใหญ่ผู้เขียนเก็บรวบรวมมาจากนิยายจีนแปลที่ได้อ่านนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นของสนพ.ห้องสมุดกับแจ่มใสค่ะ สำหรับสำนวนจีนบางสำนวนอ้างอิงมาจากบทความ “สุภาษิตจีน(น่ารู้)” ของเพื่อนนักเขียนนามปากกา"อวี้หลัน" ต้องขอขอบคุณทุกแหล่งอ้างอิงไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ถ้านักอ่านท่านใดพบว่ามีข้อมูลตรงไหนไม่ถูกต้องสามารถท้วงติงได้ตลอดนะคะ ผู้เขียนยินดีรับฟังค่ะ

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจและคอมเม้นต์นะคะ ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 579 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

580 ความคิดเห็น

  1. #311 Poonchanit (@poonchanit) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 14:48
    เพิ่งไปวันแรก เขายังไม่สอนก็ว่าเขาแล้งน้ำใจ ไม่ใช่โรงเรียนเสียหน่อย เขาไม่น่าว่างมาสอน ทำไมไม่คิดว่าเขาให้ศึกษาไปก่อน สงสัยค่อยถาม ค่อยรับการชี้แนะ
    #311
    0
  2. #159 nok_te_ra (@nok_te_ra) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 18:15
    จะชิปหลานซีกับเซียวพั่งละนะ
    พระเอกคือใครไม่รู้จัก
    #159
    1
  3. #16 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 22:48

    พีหรงคิดว่าน้องไม่มีสมงูรึไงเดี๋ยวรอนดูน้องแสดงความสามารถก่อนเถอะ แล้วจะรู้ว่าท่ีคิดไว้ผิดทั้งหมด ไม่ถูกสักข้อ อิ อิ ขอบคุณค่ะ

    #16
    1