คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Andup x Vernon : Hide & Seek Andup x Vernon : Hide & Seek | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Hide and Seek

ฮัลโหลลลลลลลล
สวัสดีค่า น้องโมเจ้าเก่าเวลาไม่เดิมเองนะคะ ;)
วันนี้มาเสนอฟิค #ดัพนอน เย้ๆๆๆ
ฟิคนี้เป็นฟิคที่เกิดจากการมโนขั้นรุนแรงเพราะอินี่
อินี่ดันได้ยินว่าน้องเวอร์นอนไปคอนวินเนอร์ และแน่นอนว่าเมื่อเราได้ยินแบบนี้
นี่จึงเข้าไปดูใน #ดัพนอน ซึ่งเหล่าชิปเปอร์สครีมหนักมากกกกx10
มันเลยบังเกิดเป็นฟิคมโนนี้ขึ้นมา อิ_______ อิ
ยังไงก็ฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจเด้อค่าา
รักเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรักม๊ากมาก <3
T
B

เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 พ.ค. 59 / 20:24


Hide and Seek

   ครืดดดดดด ครืดดดดดดด

   เสียงเครื่องมือสื่อสารบนหัวเตียงไม่สามารถทำอะไรคนที่อยู่บนที่นอนได้เลยแม้แต่น้อย ก็แน่ล่ะเจ้าของเครื่องพึ่งล้มตัวนอนได้ไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ จนในที่สุดการสั่นนั้นก็สงบลง ละแทนด้วยเสียงออดแทน


   ออดดดดดด ออดดดดดด

   แต่ตอนนี้สามารถปลุกสติคนบนเตียงได้เป็นอย่างดีเพราะคนกดเล่นกดรัวๆจนน่ารำคาญ คนบนเตียงจำใจลุกขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะปึงปังเดินไปเปิดประตูโดยมีเจ้าแมวอ้วนที่ก็เดินป้วนเปี้ยนแถวหน้าประตูไม่หยุด เหมือนเสียงออดที่คนกดก็กดไม่หยุดเช่นกัน


   “โว๊ยกดห่าไรนักหนา” โวยวายไปพร้อมกับเปิดประตู ก่อนจะได้โมโหหน้าขึ้นสีหนักกว่าเดิมเมื่อได้เห็นคนมากดออด

   “พวกเหี้ยมาทำห่าไรกันแต่เช้า กูพึ่งจะเข้านอนเมื่อ 10 นาทีที่แล้ว” ชี้มือด่าผู้มาเยือนอย่าไม่ไว้หน้า ก่อนจะอุ้มแมวสุดที่รักเดินกระทืบเท้าปึงปังเข้าไปนั่งที่โซฟา โดยเปิดประตูให้ผู้มาเยือนเดินเข้ามาเองเหมือนเป็นบ้านของตัวเอง

   “ไม่เอาไม่โมโห เพื่อนอุตส่าห์มาหาด้วยความรัก”

   “รักพ่อง มีไร ขนมากันแต่เช้า กูง่วงนอน” พูดไปก็หาวไปพร้อมกับมือก็เกาคางลูบพุงแมวบนตักไปพร้อมๆกัน

   “ละกลางคืนไมไม่นอน มานอนห่าไรตอนนี้ ?”

   “กูพึ่งกลับจากการเซิ้งทงทงที่ผับมา”

   “อ๋อ เออพวกกูมาบอกว่าไอมิมันจะมีคอนเสิร์ต เลยจะมาชวนมึง”

   “วันไหนวะ ? กูคิดตารางงานก่อน” มานาทีนี้ตาที่ไม่ตี่และไม่โตก็เริ่มสว่างขึ้นมาบ้าง ก่อนจะมองหน้าเพื่อนทั้งสองคนให้ชัดๆ ก็พบว่าไอเพื่อนทั้งสองคนก็มีสภาพไม่ต่างกับตัวเองเท่าไหร่หรอก

   คนแรกจอง ฮยอนแท หมีตัวที่ 1 หน้าแดงเยิ้มเหมือนคนเมาจนถึงจุดอิ่มตัว แต่งตัวด้วยเสื้อสไตล์พองๆหมีๆของมันเป็นปกติ

   คนที่สองพโย จีฮุนหรือชื่อในวงการพีโอ หมีตัวที่ 2 หมดแล้วสภาพบล็อกบีไอดอล หน้าไม่แดงแต่ยิ้มตลอดเวลาบางครั้งก็มีหัวรงหัวเราะ แต่ดีที่หมีตัวนี้ชอบแต่งตัวแนวคุณหนูเลยดูดีกว่าตัวแรกเยอะ


   “วันที่ 13 – 14 มีนาที่จะถึงนี้ พวกกูกะจะไปวันที่ 14”

   “นี่ได้บอกมันป่ะวะว่าจะไป หรือเซอร์ไพร์สมันหรือไง ?” ถามไปมือหนาก็ยกกาแฟที่พีโอแอบไปชงมากินเองขึ้นดื่ม คราวนี้แหละตาสว่างของแท้

   “ซื้อบัตรสิวะ อุดหนุนมัน จริงๆมันก็ไลน์มาถามว่าเอามั้ย นี่ไงไอคุณหนูนี่ไงรวยบอกจะซื้อเอง” พูดไปก็โบ้ยไปเพื่อนข้างๆ ที่ไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่เรียกง่ายๆคือมันไม่สนใจ

   “ขนหน้าแข้งมันไม่ร่วงหรอก ส่วนเรื่องคอนเดี๋ยวบอกอีกทีว่ะมึง กูไม่ค่อยแน่ใจไรเลยตอนนี้”

   “เออๆตามใจมึง แต่ถ้าไปก็ไลน์หาพวกกูด้วยนะ เออมึง..” คนคิ้วหนาพยักหน้าตามคำพูดของเพื่อนก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นสูงในตอนสุดท้ายเมื่อเพื่อนตัวพองอยู่ๆก็เรียกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

.

.

.

   “ขอลองเล่นกับแมวมึงดูหน่อยดิ มันน่ารักดีอ่ะ” โอ๊ยไอเวรก็นึกว่าเรื่องห่าอะไร!

 

 

   ผ่านไป 1 อาทิตย์ ตั้งแต่วันที่เพื่อนสองหมีมาหาที่ห้องพร้อมกับแจ้งเรื่องการไปคอนเสิร์ตของมัน ละตอนนี้ผมก็ว่างชิบหาย อีก 2 วันก็วันคอนเสิร์ตไอมิโนด้วย ผมยังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าจะไปไม่ไป จนกระทั่ง...


   ตือดึ๊ง

   SANETHEBIGBOY

   เฮ้ แอนดัพ นี่ซานอีฮยองเองนะ

   ถ้านายเห็นข้อความนี้ช่วยตอบกลับด้วย

Andupindahouse

ครับ ว่าไงครับฮยอง

   SANETHEBIGBOY

   ขอโทษนะ แต่ฮยองไม่รู้จะรบกวนใครละจริงๆ

   พอดีฮันโซล เอ่อ เวอร์นอนน่ะ น้องมันอยากดูคอนวินเนอร์

   ตอนแรกฮยองไปกับน้องแต่ทีนี้ฮยองมีงานด่วนมาแทรก ถ้า..

   ถ้าฮยองไม่รบกวนมากไปฝากนายไปกับน้องได้มั้ย ?

Andupindahouse

จริงๆผมก็ไม่ได้มีปัญหานะฮยอง เพราะผมอาจจะไปอยู่แล้ว

แต่น้องมันจะอึดอัดเปล่าๆถ้าผมไปเป็นเพื่อน

   SANETHEBIGBOY

   ฮยองถามน้องแล้ว น้องบอกน้องโอเค

   ให้มาถามนายว่ายังไงมากกว่า เอาไง ?

   เฮ้ย ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะเดี๋ยวฮยองหาคนอื่น

Andupindahouse

ไม่เป็นไรฮยอง เดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อนน้องเองครับ


   มือหนากดเครื่องมือสื่อสารคุยกับรุ่นพี่อีกนิดหน่อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อดันไปตกปากรับคำรุ่นพี่ไปแบบนั้น ทั้งๆที่ระหว่างเค้ากับเด็กนั่นก็จบกันไม่ค่อยสวย เฮ้อ

   2 วันผ่านไปก็เป็นคอนเสิร์ตวันแรกของ #WINNEREXITTOURinSeoulDay1 ซึ่งถ้าเอาความจริงเค้าก็ไม่ได้ตื่นเต้นไรมากมายเพราะการไปคอนเสิร์ตของเพื่อนแบบนี้มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกอยู่แล้ว แต่มันจะไม่ให้ตื่นเต้นก็บ้าละเพราะถ้าจบวันนี้ไปวันพรุ่งนี้เค้าต้องไปดูคอนเสิร์ตกับเด็กนั่นนะ ให้ตายเถอะ


   ครืดดดดดด ครืดดดดดด

   “ว่าไง” เสียงทุ้มกรอกลงไปเมื่อพบว่าคนที่โทร.เข้ามาคือเพื่อนหมีฮยอนแท ก่อนจะเอามือถือออกจากหูไม่ทันเมื่อเสียงในสายมันเจี๊ยวจ๊าวกว่าชนิดที่ว่าเหมือนอยู่ในผับก็ไม่ปาน

   “เพื่อนดัพพพพพพพพพพพ”

   “ค*ย พวกมึงว่างกันถึงขั้นประชุมสายรึไงวะ ยิ่งไอมิอ่ะตัวดีนี่มึงไม่เตรียมตัวสำหรับคอนเสิร์ตมึงรึไง” ด่าไปเพราะเพื่อนหมีในสายทั้ง 3 เรียกชื่อตัวเองพร้อมกันจนหูแทบจะระเบิด ก่อนจะเทศนาสั้นๆไปหนึ่งที จนคนถูกพาดพิงต้องพูดแก้ตัวยกใหญ่

   “อย่าเข้าใจเพื่อนผิด เพื่อนได้เวลาพักก่อนจะขึ้นแสดงเฉยๆ”

   “เออไอดัพ ละสรุปไปคอนกับพวกกูมั้ยเนี่ย” พีโอ

   “เออไม่บอกพวกกูเลย เนี่ยพวกกูเลยจองบัตรไปสามใบ ถ้ามึงไม่ไปอีกใบกูจะสละให้เมเนเจอร์ไอพโยละ” ฮยอนแท

   “อะไรวะ ทำไมเพื่อนดัพไม่มาคอนเพื่อนมิ นี่เพื่อนไม่สำคัญแล้วใช่มั้ย ตอบ” มิโน

   “กู... กู...” พูดไรไม่ออกเลยกู เอาไงดีวะ สติกูจะแตกเพราะพวกมึง เพื่อนชั่ว

   “กูอะไรเพื่อนดัพไหนตอบเพื่อนมิให้ชื่นใจสิ๊ อย่ามาติดอ่าง ทีตอนด่าเพื่อนนี่นึกว่าเป็นซุปเปอร์บีสอง” เพื่อนมิก็พูดกดดันเพื่อนดัพจังเลยครับ...

   “คือ.. กูก็ไป” นาทีนี้ตอบเสียงอ่อยไปก่อนครับเผื่อเพื่อนมันจะเห็นว่าทำเสียงอ่อยละเห็นใจขึ้นมาบ้าง

   “เย้ / เย้ / เย้”

   “แต่...”

   “แต่อะไร!” หูกูจะแตกแล้วสามหมี อย่าตะโกนพร้อมกันสิวะ แค่นี้ก็รู้สึกผิด

.

.

.

   “แต่กูไม่ได้ไปดูกับพวกมึงสองหมี ขอโทษด้วยนะเว่ย” พูดรัวๆไปละกดตัดสายแม่ม ปิดเครื่องเลยดีกว่า ฮวือ กูผิดไปแล้วไว้ค่อยอธิบายกันวันคอนนะเว้ย

 

 

   ในที่สุด 1 วันก็ผ่านไปอย่างไร้สาระ จนเข้าสู่คอนเสิร์ตวันที่ 2 #WINNEREXITTOURinSeoulDay2 ผมก็ตื่นปกติของผมนะเที่ยงวันไรงี้ แต่ไม่รู้ทำไมต้องตื่นเต้นบ้าบอคอหอยไรขนาดนี้ จะกังวลการแต่งตัวตัวเองทำไมก็ไม่รู้ เฮ้อ

   หลังจากออกมาจากห้องนอนก็เข้าครัวหาของกินตามประสาจะหาได้ ละก็ไม่ลืมให้อาหารแก่เจ้าแมวอ้วนที่ตอนนี้ถือวิสาสะเอาลิ้นชักเก็บเสื้อผ้าของเค้าเป็นที่นอนตัวเอง เห็นละมันน่าหมั่นเขี้ยวสุดๆเลยจัดการถ่ายละขออัพโหลดลงอินสตาแกรมหน่อยเถอะ แต่ยังไม่ทันได้ทำตามใจเครื่องมือสื่อสารก็สั่นเป็นเจ้าเข้าขึ้นมาซะก่อน


   ครืดดดดดด ครืดดดดดด

   “ฮัลโหล”

   “นี่ซานอีฮยองเองนะ” ไอเราเห็นเบอร์แปลกก็กดรับ พอโดนแนะนำตัวนี่มือไม้อ่อนเลยครับ มาเร็วกว่าที่ผมคิดไว้

   “อ้อครับ ว่าไงครับฮยอง”

   “คือรบกวนอีกอย่างได้มั้ย ช่วยไปรับน้องถึงที่หอเลยได้เปล่า ? ฮยองรบกวนนายมากไปมั้ย ?” มากครับ...

   “ไม่เป็นไรฮยอง เดี๋ยวผมไปรับน้องให้” แต่ปากเจ้ากรรมมันดันตอบแบบนี้เฉย..

   “ใจนายมากเลยแอนดัพ เดี๋ยวฮยองส่งแผนที่เข้าไลน์นายให้นะ ฮยองรบกวนหน่อยนะ”

   “ครับฮยอง” คุยกับรุ่นพี่ในสายอีก 2-3 ประโยคก็กดวาง ก่อนเครื่องมือสื่อสารจะถูกโยนไปไว้ที่โซฟา พร้อมกับสองมือหนาที่ทึ้งหัวตัวเองไปมาราวกับคนบ้า ก่อนจะบ่นไม่ได้ศัพท์อยู่คนเดียวจนเวลาผ่านไปเรื่อยๆ

 

   เรื่อยๆจนรู้ตัวอีกทีสองมือก็จับอยู่บนพวงมาลัยรถเสียแล้ว แค่เลี้ยวอีกมุมถนนก็เจอตึก Pledis ละ แต่ไม่รู้ว่าทำไมคนที่แร๊ปต่อหน้าคนเป็นพันบนเวทีอย่างเค้าต้องมากังวลกับการที่ต้องมาเจอเด็กนี่ด้วยก็ไม่รู้

   ทันทีที่จอดลงหน้าตึก ก็มองเห็นเด็กคนนั้นนั่งอยู่กับผู้ชายที่น่าจะเป็นเมเนอเจอร์อยู่ที่ล๊อบบี้ มือใหญ่ดึงกุญแจรถออกมาเก็บเข้ากระเป๋าก่อนจะเปิดประตูรถออกไปพร้อมกับเรียกขวัญกำลังใจตัวเองเล็กน้อย พร้อมกับค่อยๆก้าวเดินเข้าไปในตึกผ่านประตูกระจกแบบเก้ๆกังๆ ก่อนจะโค้งตัวลงเมื่อเห็นว่าเด็กนั่นกับผู้จัดการยืนขึ้นโค้งให้ตัวเอง

   “สวัสดีครับคุณแอนดัพ”

   “ครับสวัสดีครับ” โค้งให้กันไปมาพร้อมกับจับมือ ก่อนเด็กลูกครึ่งผมหยักศกจะถูกจับแขนให้เดินมาข้างหน้าก่อนจะเกิดการพูดฝากฝังกันขึ้น

   “รบกวนคุณแอนดัพหน่อยนะครับ ผมฝากเด็กตาดำๆคนนึงด้วยนะครับ” ตาดุแอบเหล่มองเด็กหน้าลูกครึ่งข้างหน้าเล็กน้อยก่อนจะหลบตาเมื่อเห็นว่าคนเด็กกว่าก็มองอยู่เหมือนกัน

   “ครับไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เดี๋ยวผมดูแลเอง” หลังจากฝากฝังกันซักพัก ก็ถึงเวลาเดินทางซักที

 

 

   หลังจากแปลงกายมาเป็นสารถีให้เด็กลูกครึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆบรรยากาศในรถก็เงียบสงัดทันที เงียบจนน่าอึดอัด ถนนก็รถเยอะเป็นพิเศษจนติดกันเป็นทอดๆไป ตาดุเหลือบมองก่อนจะต้องหลบอีกครั้งเมื่อพบว่าเด็กลูกครึ่งนั่นยังคงมองตัวเองอยู่ จนในที่สุดคนตาดุก็ทนไม่ไหวจนต้องเป็นฝ่ายทำลายความเงียบซะเอง

   “มองอะไรนักหนา”

   “ยอมพูดแล้วหรอครับ”

   “ก็มันเสียสมาธิ มาจ้องกันอยู่ได้” แม้ปากจะโทษอีกคน แต่ถ้าตัวเองไม่ใส่ใจการเสียสมาธิก็คงไม่เกิดขึ้นแน่นอน

   “ชิ ละทำไมถึงตกลงข้อเสนอของซานอีฮยอง ? เกลียดฮยองเค้ามากไม่ใช่ไง”

   “นั่นมันการตัดต่อของเอ็มเน็ตเหอะ ไม่ได้เกลียดไรกันขนาดนั้น” เหลือบตามองเด็กลูกครึ่งที่พยักหน้าแต่แอบเบะปากเงียบๆโดยไม่พูดอะไร โดยที่ไม่รู้เลยว่ามุมปากของตัวเองแอบยกสูงขนาดไหนเวลาเห็นการกระทำน่ารักๆของเด็กข้างๆ

 

   เมื่อมาถึงสถานที่ก็บ่ายสาม ถือว่ามาก่อนเวลามากโขอยู่ และถ้าลงไปเดินๆหน้าคอนเสิร์ตเหมือนแฟนคลับธรรมดาๆนี่โดนรุมทึ้งแน่ๆ เจ้าเด็กลูกครึ่งถูกรุมเพราะเป็นไอดอล ส่วนเค้าก็อาจจะถูกรุมเพราะด่าเจ้าเด็กข้างๆไว้ ไม่ก็รุมเพราะสนับสนุน ตามศรัทธา

   “กว่าจะเข้าคอนก็นานอยู่นะ จะลงไปเดินจริงดิ” เสียงของเด็กลูกครึ่งถามขึ้นเมื่อเห็นร่างผอมสูงกำลังจะเปิดประตูออกไป

   “ถ้าไม่ลงไปเดินๆหน้างานจะไปอยู่ไหน ?”

   “ชวนผมไปกินข้าวสิ” พอมาถึงประโยคนี้คิ้วหนาก็เลิกขึ้นสูงด้วยความงงงวยในขณะที่คนพูดประโยคเมื่อกี๊ออกมายิ้มแป้นไม่หุบ

   “เกี่ยว ?”

   “ฆ่าเวลาไง คอนก็เลิกดึกนะครับ เดี๋ยวเราหิวระหว่างดูก็ไม่มีความสุขนะ แถมเนี่ยถ้าลงไปเราจะเจออะไรกันบ้างก็ไม่รู้นะ”

.

.

   “เฮ้อ ไปสิ” ผมเบื่อตัวเองชะมัดที่แพ้รอยยิ้มของเด็กลูกครึ่งนี่ตลอด

 

   เด็กนี่กินอย่างกับพายุลงเหมือนปกตินั่นแหละ ลากเข้าร้านหมูสามชั้นย่างสั่งโดยไม่รู้ว่าเงินพอมั้ย หรือจะกินเข้าไปหมดมั้ย แต่ก็นะพายุก็ยังคงเป็นพายุ ตอนนี้ผมกับเด็กนี่เข้ามาข้างในคอนเสิร์ตของเพื่อนรักผมเรียบร้อย ก่อนเข้าผมโทร.ไปถามสองหมีว่าอยู่ไหนปรากฏว่าพวกมันอยู่ในคอนแล้วผมเลยไม่ได้อะไร แต่ก็นะทิ้งมัน มันก็ด่าผมแรงหน่อย 55555555555.

   “ตื่นเต้นจัง” ละไอเด็กข้างๆนี่มางุ้งงิ้งๆไรตอนนี้เนี่ย

   “บ่นไรงุ้งงิ้งๆ”

   “ยุ่งน่า” เอ๊าด่าส.ใส่เกือกเฉย แต่ก็นะผมมันปากไวไปก่อนเองนี่ ไม่ทันได้โต้เถียงไรมากไฟทั้งฮอลล์ก็ดับลงพร้อมกับการปรากฏตัวสุดอลังของวินเนอร์ เหลือบมองไอเด็กข้างๆนี่ก็กรี๊ดแรงมากละก็แท่งไฟที่ไม่รู้ไปแอบไว้ตรงไหนก็ถูกควักออกมาโบกอย่างแรง จนผมกลัวว่าคนข้างหน้าหรือข้างๆอาจจะเจ็บหัวหรือเจ็บตัวได้เพราะแท่งไฟอันมโหฬารของวินเนอร์

   พอเพลงไหนที่มันๆหรือสนุกๆอย่างเพลง Sentimental ไอเด็กข้างๆนี่แทบจะปีนเก้าอี้ขึ้นไปเต้น หรือช่วยไอมิโนแร๊ปจนผมต้องคอยจับไว้ตลอดเวลา ซนพอกันแหละทั้งคนดูทั้งเจ้าของเพลง

   คอนเสิร์ตกินเวลาประมาณ 2 เกือบ 3 ชั่วโมง ตอนนี้ทั้งฮอลล์ก็ไฟสว่างแล้ว ผู้คนก็ทยอยลุก แต่คงไม่ใช่ผมกับเด็กข้างๆแน่นั่งหอบเหงื่อแตกแต่ปากก็ยิ้มไม่หุบ แต่ด้วยความลืมตัวหรืออะไรไม่รู้ผมก็เผลอส่งมือหยาบๆของตัวเองไปลูบเม็ดเหงื่อบนหน้าขาวๆนั่นออกจนเจ้าของผมหยักศกหันมามองนั่นแหละผมจึงรู้สึกตัว


   ครืดดดดดดดดด ครืดดดดดดดดด

   “ฮัลโหล” นิ้วเรียวสไลด์รับสายเมื่อเห็นว่าคนที่โทร.มาคือฮยอนแท ก่อนบทสนทนาจะเริ่มต้นขึ้น

   “อยู่ไหนเพื่อนดัพ พวกกูอยู่ตรงรถมึงเนี่ย”

   “ยังอยู่ในฮอลล์อยู่เลย”

   “เอ๊า อยู่ทำด๋อย”

   “พวกมึงนี่มันวุ่นวายจังเฮ้ย”

   “แค่นี้ว่าเพื่อน ทีมึงทิ้งพวกกูไปดูคอนกับใครก็ไม่รู้”

   “ส.ใส่เกือกจริงพวกมึง เออเดี๋ยวออกไปอีกซักพัก” เสียงทุ้มพูดตัดรำคาญก่อนจะกดตัดสายจบปัญหา ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบๆก็พบว่าทั้งฮอลล์เหลือแค่เค้าสองคนเพียงเท่านั้น

 

   “นี่”

   “หือ” เสียงทุ้มหนาตอบรับเสียงยังไม่แตกหนุ่มของเด็กข้างๆ ก่อนจะหันไปมองเด็กข้างๆที่กำลังมองมาเหมือนกัน แต่คราวนี้มันแปลกตรงที่เราสองคนไม่หลบตากัน

   “ขอบคุณนะครับ”

   “สำหรับ ?”

   “ทุกๆอย่าง ทุกๆอย่างที่มอบให้กันมาโดยตลอด” พูดไปก็ยิ้มไปจนตาหาย ละสุดท้ายก็กลายเป็นร่างสูงเองที่เป็นฝ่ายหลบตาก่อนเหมือนทุกๆครั้ง

 

  ทั้งคู่ออกมาจากฮอลล์ก่อนจะเดินไปสมทบกับเพื่อนหมีทั้ง 2 ที่บอกรออยู่ตรงรถของแอนดัพ แต่พอมองฝ่าความมืดดีๆกลับไปใช่ 2 แต่เป็น 3 ต่างหากเมื่อมีหมีดำอย่างมิโนยืนอยู่ด้วย ละจะให้ปิดความลับว่าความจริงมาดูกับใครก็คงจะไม่ได้ด้วย

   “มาละ” เสียงของพีโอดังขึ้นก่อนจะเรียกอีกสองสายตาให้หันขึ้นมาสนใจได้ไม่ยาก ส่วนตัวแล้วร่างสูงน่ะคงไม่มีปัญหาแต่เด็กนี่น่ะสิ

   “สวัสดีครับฮยอง” เด็กลูกครึ่งก้มหัวทักทายน้อยๆเมื่อเห็นรุ่นพี่ยืนอยู่ตรงหน้า ซึ่งรุ่นพี่ทั้งสามก็รับคำทักทายเป็นอย่างดี

   “ปิดเพื่อนที่แท้ก็มาดูกับน้อง” มิโน

   “ร้ายชิบไอเสือ” ฮยอนแท

   “เออ” พีโอ

   “เก็บไว้ว่าที่หลังสิวะ ละนี่ไปไหนต่ออีกล่ะ ?”

   “หาอะไรกินอร่อยๆดีกว่ามึง หิว วันนี้ไม่ได้หวังเมา ละน้องอ่ะ ?” เป็นเสียงพีโอที่ตอบออกมา ก่อนจะเบนสายตามาถามเด็กข้างๆร่างสูงที่ยืนนิ่งๆแต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มนิดๆ

   “เดี๋ยวพาพวกมึงไปส่งที่ร้าน ละขับไปส่งน้อง”

   “เฮ้ยไม่ต้อง เดี๋ยวพวกกูไปแท็กซี่ก็ได้ น้องจะได้ไม่กลับถึงหอดึก” เมื่อตกลงกันไม่ได้ก็ยืนเถียงกันนิดๆก่อนแอนดับจะแพ้ไปในการเถียงนี้ ละยอมทำหน้าที่ไปส่งเด็กลูกครึ่งให้กลับถึงหอโดยสวัสดิภาพ ละทิ้งเพื่อนสามหมีให้โบกแท๊กซี่กันไปเอง

 

 

   ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหอพักของเด็กลูกครึ่งข้างๆแต่เด็กข้างๆไม่ได้มีท่าทีจะลงไปเลยซักเล็กน้อย พร้อมกับยังคงมองมาด้วยสายตาเหมือนซ่อนอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่คล้ายกับตอนที่เรากำลังจะจบกัน

   “ขอบคุณนะครับที่มาส่ง”

   “อือ หิวก็หาไรกินนะ”

   “ครับ ฮยองด้วยนะอย่าเมาเยอะ ให้ไปแร๊ปก็ไปแร๊ปอย่าเมา”

   “บ่นอย่างกับแม่” พอจบประโยคทั้งสองก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน ก่อนจะจบลงด้วยความเงียบเหมือนเดิม

   “คอนเสิร์ตวันนี้ก็ขอบคุณมากนะครับ สนุกมากจริงๆ”

   “อือ ไม่เป็นไร” มาถึงตรงนี้ต่างฝ่ายต่างไม่รู้เลยว่ามือไม้ของตัวเองมันดูเกะกะไปซะหมด และไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่สายตาสองคู่เริ่มกลับมามองกันเหมือนเดิมอีกครั้ง

   “ถ้ารู้สึกเหมือนกัน ก็พูดเพลงวันนี้ออกมาเถอะครับ”

1

2

3

   “I’M YOUNG

T
B

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ daraedayyy. จากทั้งหมด 10 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 lasthopeathome (@lasthopeathome) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 19:52
    ฮรือดีอะแต่รุ้สึกจบแบบหน่วงๆยังไงไม่รุ้อะI am young ฮรึกคิดถึงนัมแทเลยง่าาสสส
    #4
    0
  2. วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 10:56
    ยังชอบคู่นี้เสมอ  แม้จะไม่มีโมเม้นเลย
    #3
    0
  3. #2 aiikiko (@eye88) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 14:47
    ดีต่อใจขออีกสักเรื่องน้าาาา
    #2
    0
  4. วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 23:11
    แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    เขินมากกก โอ้ยยพี่ดัพพพพ
    น้องน่ารักมากกกกอ่ะ ฮืออออ ชอบตอนในคอนนึกออกเลยว่า
    น่อนจะเป็นอย่างไง 555555555555555
    เเต่งอีกนะคะไรท์ คิดถึงดัพนอนมากเลยย 
    #1
    0