[NU'EST] SCAR #แผลเป็นมจ (MinJ ft.kuanlin)

ตอนที่ 2 : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 ส.ค. 60

   



     ณ ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในโซล ชายหนุ่มสามคนที่กำลังเดินเลือกซื้อวัตถุดิบในแผนกอาหารสด ดูจะเป็นที่สนใจของเหล่าผู้ที่มาเดินจับจ่ายซื้อของที่ศูนย์การค้าแห่งนี้ ด้วยความโดดเด่นทั้งรูปร่างหน้าตา และน้ำเสียงเจื้อยแจ้วที่ดังให้ได้ยินตลอดทางที่ทั้งสามเดินผ่าน     


     หลายคนยกยิ้มอย่างเอ็นดูให้กับผู้ชายตัวเล็กทั้งสองคน ที่กำลังถกเถียงกันไปตลอดทางแต่มือก็ขยันหยิบนู่นหยิบนี่ใส่รถเข็นกันอยู่เรื่อยๆ ขณะที่หญิงสาวหลายคนกลับจดจ้องไปที่ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งซึ่งกำลังเดิมตามสองหนุ่มตรงหน้าไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยด้วยสายตาหยาดเยิ้ม แต่สักพักก็ต้องเบี่ยงสายตาหนีเพราะคนตัวเล็กตาโตที่เดินนำหน้าอยู่หันมาเห็นเข้า ราวกับอ่านสายตาพวกเธอออก ฮยองซอบถลึงตาโตๆนั่นใส่ ใบหน้างอง้ำอย่างปิดไม่มิด  และไม่ลืมจะหันไปค้อนใส่คนตัวสูงที่เดินตามอยู่ข้างหลังอย่างหมั่นไส้เป็นระยะ 


     อูจินยิ้มขำๆกับท่าทีหึงหวงเขาของคนตัวเล็ก นัยน์ตาคมมองไปรอบๆอย่างระแวดระวังตามประสาคนที่ชินกับการดูแลความปลอดภัย ยิ่งมาเดินตามหลังผู้ชายร่างเล็กสองคนนี้แล้ว อูจินรู้สึกราวกับตัวเองเป็นบอดี้การ์ดในชุดลำลองอะไรแบบนั้นเลยล่ะ แต่จะว่าไป เป็นบอดี้การ์ดให้สองหนุ่มนี่ก็ได้นี่เหมือนกันนะ ดีกว่าพวกรัฐมนตรีหรือไฮโซเรื่องมากพวกนั้นตั้งเยอะ     


     ขณะคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น หางตาอูจินก็เหลือบไปเห็นใครบางคนกำลังจดจ้องมาทางพวกเขา มันไม่ใช่การมองด้วยความเอ็นดู ชื่นชม หรืออะไรก็ตามที่เป็นจุดประสงค์ดีอย่างแน่นอน ความจริงแล้วเขาก็รู้สึกว่ามีคนคอยติดตามพวกเขามาสักพักแล้วล่ะ แต่คนจำนวนเยอะๆแบบนี้ก็ยากที่แยกได้ว่าใครเป็นใคร จากประสบการณ์ทำงานเป็นบอดี้การ์ดและสัญชาตญาณ เขาคิดว่าการเดินซื้อของที่นี่ดูจะไม่ปลอดภัยเสียแล้ว     


     "พี่ครับ ผมว่ารีบซื้อของแล้วรีบไปกันดีกว่าครับ"    


     "ทำไมล่ะอูจิน เราเพิ่งมาได้ไม่นานเองนะ นายจะรีบไปไหน"


       ฮยองซอบหันมาถามอย่างสงสัย   จงฮยอนก็แปลกใจเช่นกันแต่หลังจากหันมาสบตากับอูจินแล้ว คนตัวเล็กก็ดูจะเข้าใจอะไรๆขึ้นมาทันที ก่อนหันไปมองรอบตัวและพยักหน้าให้กับอูจินเบาๆ 


      "ฉันเห็นด้วยกับอูจินนะฮยองซอบ ฉันขี้เกียจเดินที่นี่แล้วล่ะ ไปจ่ายเงินแล้วรีบกลับคอนโดนายกันเถอะ"      


      จงฮยอนพูดจบก็เข็นรถเข็นออกไปทันที อูจินจับมือฮยองซอบและเดินลิ่วๆตามไป ฮยองซอบเองถึงแม้จะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าแต่ก็ตามแรงที่ฉุดมือเขาไปโดยดี   จงฮยอนยื่นแบล็คการ์ดและรอรับของหน้าเค้าเตอร์ คนตัวเล็กมีทีท่าปกติทั้งที่ในใจกระวนกระวายไม่น้อย


      "เรียบร้อยแล้วค่ะ.." 


      "ขอบคุณครับ"      


        ทั้งสามคนช่วยกันถือถุงสินค้าต่างๆที่เลือกซื้อกันไว้ และเดินกันอย่างรีบเร่งไปที่ลานจอดรถ ความกระวนกระวายใจทำให้ทุกอย่างดูเชื่องช้าไปหมด จวบจนกระทั่ง อูจินนำของทั้งหมดใส่ท้ายรถออดี้สีดำ ก่อนจะเปิดประตูรถมานั่งฝั่งคนขับ รอจนร่างเล็กทั้งสองจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วจึงเร่งเครื่องออกรถไปอย่างรวดเร็วทันที ภายในรถเงียบสนิท ทั้งสามไม่ได้พูดอะไรกัน แม้ใจจะสั่นระรัวเพราะหวาดระแวงระคนสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฮยองซอบไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามออกมา เขาเดาจากสีหน้าทั้งสองคนแล้ว คงไม่ใช่เรื่องดีนัก จึงแค่ทำตามและนั่งครุ่นคิดเงียบๆ   


       เมื่อรถขับเคลื่อนมาไกลจากศูนย์การค้าแห่งนั้นได้ระยะหนึ่งแล้ว จงฮยอนที่นั่งอยู่เบาะหลังถอนหายใจหนักๆอย่างโล่งอก  สถานการณ์แบบนี้ทั้งอูจินและจงฮยอนใช่ว่าจะไม่เคยเจอ แต่มันกลับกันตรงพวกเขาเป็นผู้ถูกสะกดรอยตามน่ะสิ เคยแต่คุ้มกันเขา ตอนนี้มาโดนตามเองมันเทียบความรู้สึกกันแล้วต่างกันลิบลับและเริ่มจะเข้าใจความรู้สึกนายจ้างที่แม้มีคนคุ้มกันแต่ก็ยังหวาดกลัวแล้วล่ะ แต่พวกเขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคนที่สะกดรอยตามพวกเขานั้นเป็นคนของใคร และมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ 


      "ตกลงพวกนายจะบอกฉันได้หรือยังว่ามันเกิดอะไรขึ้น" 


      ฮยองซอบเอ่ยถามเสียงเครียด  อูจินเหลือบไปเห็นจงฮยอนพยักพเยิดมาทางเขา คนตัวสูงพยักหน้ารับรู้และเอ่ยตอบอย่างใจเย็น      


       "มีคนสะกดรอยตามเราน่ะครับ"  


       "ว่าไงนะ!!!"ร่างเล็กตะโกนเสียงลั่นอย่างตกใจ  อูจินหันมายิ้มเล็กๆ และพยักหน้ายืนยันในสิ่งที่พูดไป


       "ละ...แล้ว พวกนั้นเป็นใคร ตามเราตั้งแต่ตอนไหน พวกมันจะตามเรามาทำไม แล้วตอนนี้ล่ะ" ฮยองซอบละล่ำละลักถามอย่างไม่เข้าใจ รู้ความจริงแล้วก็อดตื่นตระหนกไม่ได้     


       "ใจเย็นๆนะครับ" ร่างสูงโปร่งเลี้ยวรถจอดเข้าที่ข้างทาง มือหนาเอื้อมมาบีบมือฮยองซอบเบาๆอย่างปลอบโยน 



       "ผมไม่รู้ว่าพวกมันเป็นใคร จากที่ผมสังเกต พวกนั้นน่าจะมี 2-3 คน น่าจะสะกดรอยตามเราตั้งแต่ในห้างนั่น ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกนั้นมีจุดประสงค์อะไร แต่พี่ไม่ต้องห่วงนะ ตอนนี้ไม่มีใครตามเรามาแล้ว ไม่มีใครทำอะไรพี่ได้ ถ้าพี่ยังอยู่กับผม ไม่ต้องกลัวนะครับ " อูจินพูดปลอบประโลมและดึงคนตัวเล็กมากอดแน่นราวกับปกป้อง มือหน้าลูบแผ่นหลังนั้นอย่างอ่อนโยน


        จงฮยอนยิ้มให้กับภาพตรงหน้า เขารู้ว่าเจ้าจูดี้ตัวน้อยนั่นหวาดกลัวแค่ไหน เพื่อนตัวเล็กของเขาโชคดีจริงๆที่มีคนอย่างอูจินอยู่ข้างๆ เห็นแล้วก็อดอิจฉาไม่ได้  ถึงภายนอกจะดูแข็งแกร่งแค่ไหน แต่เขาเองก็เป็นคนธรรมดาๆที่อยากมีคนคอยอยู่ข้างๆให้ความอบอุ่นแบบนี้เหมือนกันนะ...       


        คนตัวเล็กสะบัดศีรษะไล่ความฟุ้งซ่าน เสสายตาหันไปมองที่นอกถนน เพิ่งสังเกตเห็นว่าอูจินไม่ได้ใช้เส้นทางหลักที่จะตรงไปยังคอนโดของฮยองซอบแต่ขับมาทางถนนอีกเส้นที่จะมุ่งหน้าไปถึงคอนโดนั้นเช่นกัน เพียงแต่ถนนเส้นนี้ออกจะแคบเล็กและจะไกลไปเสียหน่อย เข้าใจว่าอูจินคงพยายามหลบเลี่ยงการถูกสะกดรอยตาม แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าวันนี้รถโล่งกว่าปกติ ถึงถนนเส้นนี้เดิมจะมีรถผ่านน้อยอยู่แล้วแต่วันนี้กลับน้อยลงไปอีก ไหนจะผู้คนสองข้างทางที่ดูจะปิดบ้านปิดร้านกันเงียบ จนถึงตอนนี้เขายังไม่เห็นคนเดินผ่านไปผ่านมาเลย ขณะนั้นเองหางตาก็เหลือบไปเห็นเหตุการณ์ผิดปกติเสียก่อน    


       ที่กลางถนนมีเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังเดินเตาะแตะอยู่ ถึงถนนเส้นนี้จะไม่ค่อยมีรถผ่านแต่คันที่ผ่านมาทีก็ขับเร็วกันพอสมควรซึ่งอันตรายมากเลยทีเดียว เจ้าหนูหันรีหันขวางใบหน้าเล็กๆที่เห็นจากระยะนี้ดูตื่นกลัว  แม่ของเจ้าหนูนั่นไปไหนกันนะ ทำไมปล่อยเด็กเล็กๆมายืนกลางถนนคนเดียวล่ะ... 


      ไม่รอคิดอะไรต่อทั้งนั้น จงฮยอนรีบเปิดประตูรถออกไปทันที อูจินและฮยองซอบหันมามองอย่างประหลาดใจแต่ยังไม่ทันที่จะได้ถามอะไรออกไปคนตัวเล็กก็ปิดประตูรถและรีบวิ่งไปยังถนนอีกฝั่งเสียแล้ว   

  
    จงฮยอนหันซ้ายหันขวามองรถที่กำลังวิ่งมาเป็นระยะโชคดีแล้วล่ะที่วันนี้รถผ่านน้อยโดยเฉพาะฝั่งที่เด็กน้อยยืนอยู่แทบจะเรียกได้ว่าโล่งเลยทีเดียว ร่างเล็กออกวิ่งอย่างรวดเร็วไปที่กลางถนนอีกฝั่ง เมื่อถึงตัวเด็ก เขารีบอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาทันที เจ้าหนูมองเขาอย่างแปลกใจ แก้มกลมๆนั่นมีคราบน้ำตาเปื้อนอยู่ คนตัวบางเอื้อมมืออีกข้างไปเช็ดอย่างเบามือ ฉับพลันหนูน้อยแก้มกลมก็ส่งเสียงร้องไห้งอแงออกมา ร่างเล็กๆนั่นโถมตัวกอดจงฮยอนอย่างหาที่พึ่ง เสียงสะอื้นดังเป็นระยะ 


     จงฮยอนทั้งเขย่าตัวหนูน้อยนั่นเบาๆทั้งคอยลูบหลังปลอบโยน แต่เด็กนี่ก็ยังไม่หยุดร้องเสียที แถมยังกอดรัดเขาแน่นกว่าเดิมเสียอีก รอยยิ้มจุดขึ้นที่ริมฝีปากบางอย่างอดเอ็นดูไม่ได้ เด็กหนอเด็ก คงจะกลัวมากสินะ.. "ไม่เป็นไรแล้วน่า" ร่างบางลูบศรีษะเด็กน้อยเบาๆ ชั่วขณะนั้น จงฮยอนคงลืมไปแล้วว่า ตัวเองยังคงยืนอยู่กลางถนน!   



     "พี่จงฮยอน!!!ระวัง!!!!!!!"     



     ร่างเล็กหันไปมองอูจินและฮยองซอบที่ยืนอยู่อีกฝั่ง ทั้งสองมีสีหน้าตกใจสุดขีด ทันใดนั้น! เขาก็เห็นแล้วว่ามีรถคันนึงแล่นมาด้วยความเร็วสูง และมุ่งตรงมายังสองร่างที่ยืนอยู่กลางถนน ช่วงเวลาความเป็นความตาย จงฮยอนกลับรู้สึกราวแข้งขาขยับไม่ได้  กลายเป็นเป้านิ่ง ร่างเล็กกอดเด็กน้อยไว้แน่น พร้อมหลับตาลงเตรียมรับชะตากรรม       



              เอี๊ยด!!!!!!!!!!!!    


       เสียงเบรกรถยนต์ดังแสบแก้วหู  จงฮยอนลืมตาขึ้นช้าๆ เห็นรถยนต์คันดังกล่าวหยุดนิ่งสักพัก ก่อนจะเคลื่อนตัวไปอีกครั้งด้วยความเร็วสูง ร่างเล็กกระพริบตาถี่ๆ เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังราวกับจะทะลุออกมานอกอก เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามจะเรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

       

         เขาจำได้ว่าตัวเองลงมาช่วยเด็กน้อยคนนึง 


         เขายืนอยู่กลางถนน ทันใดนั้นเสียงจงอินบอกให้ระวังก็ดังขึ้น


         เขาเห็นรถคนนึงพุ่งเข้าเลยหลับตาลงเพราะคิดว่ารถยนต์ที่พุ่งตรงมาด้วยความเร็วจะต้องชนเข้าแน่ๆ


         แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่ตายนี่นา แค่ล้มลงเพราะถูกดึงจากด้านหลัง เด็กน้อยก็ยังอยู่ในอ้อมกอด      




         ....แต่ดึงจากด้านหลังงั้นหรอ...ดึงจากด้านหลัง.....     




      "เฮ้ย!!!!!!!"     


       จงฮยอนร้องอย่างตกใจเมื่อรู้ตัวแล้วว่ากำลังล้มตัวนอนอยู่ในอ้อมกอดใครบางคน ร่างเล็กดิ้นคลุกคลักก่อนสะบัดตัวและลุกขึ้นยืนทันที เด็กน้อยในอ้อมกอดเริ่มส่งเสียงร้องไห้อีกครั้งเพราะความตกใจ มองเห็นผู้ชายตัวสูงคนที่ช่วยเขาไว้ค่อยๆปัดฝุ่นที่เปื้อนตามตัวและยันตัวลุกขึ้นยืน ผู้ชายคนนี้รูปร่างสูงใหญ่กว่าเขาพอสมควร ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปปั้น ดวงตาคมกล้ามีประกายบางอย่างที่ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลในคราวเดียวกัน ร่างเล็กรู้สึกราวกับหายใจไม่ออกไปชั่วขณะเมื่อได้สบตาคมปลาบของคนคนนี้ ริมฝีปากได้รูปกระตุกยิ้มน้อยๆ   


      "ผมนึกว่าคุณจะนอนทับผมถาวรเสียแล้ว..."


       น้ำเสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์จนอดฟังไม่ได้ จงฮยอนมองคนตรงหน้าอย่างอึ้งๆ ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะเอื้อมมือมาปัดฝุ่นที่เปื้อนบนผิวกายและเสื้อผ้าเขาอย่างถือวิสาสะ 


      "ผมดีใจที่คุณปลอดภัยนะ  ยินดีที่ได้พบกันนะครับ จงฮยอน.."


      "น..นาย รู้จักชื่อฉันได้ยังไง" 


      "ผมได้ยินเพื่อนคุณเรียกเมื่อสักครู่น่ะครับ" 



       ยังไม่ทันขาดคำ สองร่างที่หายจากอาการตกใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ข้ามถนนและปรี่มายังคนตัวเล็กที่กำลังอุ้มเด็กน้อยปริศนาทันที

 
      "จงฮยอนเป็นยังไงบ้าง...  นายทำบ้าอะไรลงไป ฉันจะช็อคตายอยู่แล้วนะ "

      "ฉันก็ไม่เห็นว่านายจะตายนี่นา ฮยองซอบ" 



       ลอยหน้าลอยตาตอบเพื่อนรัก แต่กลับได้กำปั้นเล็กๆแต่หนักเอาการนั่นโขกศรีษะกลับมาแทน 


       "โอ๊ย ทำไมนายชอบทำร้ายร่างกายฉันนักนะ"


       คนตัวเล็กส่งสายตาขุ่นเขียว ก่อนจะค่อยๆวางเด็กน้อยที่อุ้มอยู่ให้ยืนข้างกัน ร่างเล็กทรุดลงไปนั่งข้างๆและลูบหัวเด็กที่เรียกได้ว่าตัวเองลงทุนเสี่ยงชีวิตช่วยไว้เลยทีเดียวด้วยความเอ็นดู

    
       "ฉันมาช่วยเด็กนี่ต่างหาก เท่มั้ยล่ะ เป็นฮีโร่เลยใช่ไหมล่ะเจ้าหนู" 


       "เท่จนเกือบตายเลยล่ะจงฮยอน ใครใช้ให้นายยืนเอ๋ออยู่กลางถนนห้ะ!!"ฮยองซอบตอบเสียงขุ่น พลางถลึงตาโตๆใส่เพื่อนรักอย่างหมั่นไส้ 


       "แล้วฮีโร่จริงๆคือคุณคนนี้ต่างหากล่ะ ถ้าไม่ได้เขานายได้เป็นผีตายทั้งที่กอดกันกลมไปพร้อมๆกับเด็กนี่แน่!" 


        "นายจะบ่นอะไรนักหนาเนี่ย.. ตอนนี้ฉันก็ไม่ตายซะหน่อย แล้วยังไงฮีโร่คนแรกก็คือฉัน จำไว้ด้วย!"      


        ก่อนสงครามจะเริ่มคนห้ามทัพประจำอย่างอูจินก็ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปรามอย่างเคย


       " ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาเถียงกันนะครับ ว่าแต่เด็กคนนี้เป็นลูกหลานใครกัน ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ล่ะ" 


       "หลานผมเองน่ะครับ"


       "ว่าไงนะ!!!" 


        จงฮยอนร้องเสียงดังอย่างตกใจ แต่คนตัวสูงตัวต้นเหตุกลับมีท่าทีไม่ยี่หระใดๆ หันไปอุ้มเด็กน้อยข้างกายจงฮยอนขึ้นมาโอบกอดไว้ในอ้อมอกตัวเองแทน มือหนาลูบหลังเด็กที่ตนเรียกว่าหลานอย่างปลอบโยน  


         "ผมแค่แวะไปที่มินิมาร์ทตรงนั้นครู่เดียวเองครับ"


        ร่างสูงชี้ไปทางมินิมาร์ทเล็กๆที่จงฮยอนเพิ่งสังเกตเห็นว่ามันเป็นที่เดียวที่เปิดให้บริการอยู่   


        "พอออกมาก็เห็นว่าคุณอุ้มหลานผมอยู่กลางถนน และรถคันนั้นก็พุ่งตรงมา ดีที่ผมเห็นเสียก่อนเลยช่วยได้ทัน ไม่อย่างนั้นคุณกับหลานผมก็คง...


       "มันไม่ใช่ความผิดฉันนะ!!"เสียงเล็กๆขัดขึ้น "ใครใช้ให้นายปล่อยหลานตัวเองมาเดินเล่นกลางถนนล่ะ ฉันอุตส่าห์มาช่วยแท้ๆ ทำคุณบูชาโทษชัดๆ" 


       "ช่วยโดยการยืนเป็นเป้านิ่งกลางถนนน่ะหรือครับ ...ช่วยได้เยอะเลยทีเดียว" 


       "นี่นาย!!!.." 


        "เอาเป็นว่า ในเมื่อคุณบอกว่าคุณช่วยหลานผม ผมก็จะเชื่อแล้วกันนะครับ แต่ผมก็ช่วยชีวิตคุณไว้เหมือนกัน เราหายกันแล้วนะครับ" 


        คนตัวสูงยักคิ้วใส่จงฮยอนที่ทำหน้าตาบูดบึ้ง และทำท่าจะเถียงเขาแต่สุดท้ายก็เม้มปากแน่นและสะบัดหน้าหนีไปอีกทางแทน ฮยองซอบส่ายหน้าอย่างอ่อนใจในเพื่อนตัวเอง ขณะที่อูจินที่ยืนข้างๆกลับจ้องผู้ชายตัวสูงด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง คิ้วเข้มขมวดอย่างคนใช้ความคิด สายตาที่มองมาราวกับจะจับผิดอะไรบางอย่าง


         "คุณจ้องหน้าผมมานานแล้ว สงสัยอะไรงั้นหรือครับ" 


         "ก็ไม่มากหรอกครับ.. ผมแค่สงสัยว่าทำไมคุณถึงปล่อยหลานไว้คนเดียว ทั้งๆที่มาร์ทก็อยู่ใกล้แค่นี้ แถมออกมาช่วยทันราวกับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าเสียด้วย ช่างบังเอิญจริงๆนะครับ" 


         อูจินเอ่ยถามออกมา ใบหน้าคมเข้มเผยยิ้มเล็กน้อย เมื่อคนที่กำลังอุ้มหลานอยู่นั้น หันมาสบตาเขาด้วยสายตานิ่งงัน จงฮยอนก็หันมามองด้วยความสงสัยเช่นกัน 



        "ผมแค่จะเข้าไปซื้อของเล็กๆน้อยๆน่ะครับ คิดว่าไม่จำเป็นต้องพาเจ้าตัวน้อยนี่เข้าไปด้วย เพราะอีกสักพักคนขับรถก็คงจะแวะมารับ เลยให้หลานนั่งรอข้างนอก.."  


       "ซื้อของงั้นหรือครับ แต่ผมไม่เห็นว่าคุณจะถืออะไรติดตัวออกมาเลย หรือผมจะเข้าใจผิด"


       คนถูกถามยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบบัตรใบหนึ่งออกมา


        "ก็แค่บัตรเติมเงินน่ะครับ  คุณนี่ทั้งช่างสังเกตทั้งช่างสงสัยจังเลยนะครับ ดีครับ คนแบบนี้น่ะผมชอบมากเลย รู้ไหม "


        ก่อนจะมีใครพูดอะไร เสียงรถยนต์คันหนึ่งก็เรียกความสนใจไปเสียก่อน รถยนต์คันหรูจอดเทียบริมถนน ใกล้กับที่พวกเขายืนอยู่

    
       "เห็นทีว่าผมจะต้องไปแล้ว" คนตัวสูงหันมาสบตากับจงฮยอนอีกครั้ง


       "ดีใจที่ได้พบคุณนะครับ แต่ผมยืนยันได้ว่านี่จะไม่ใช่สุดท้ายแน่นอน" 


        ร่างเล็กมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ 


        "หมายความว่ายังไง นายเป็นใคร.."


         "ผม...'อิม ยองมิน'  จำชื่อผมไว้ให้ดี แล้วเราจะได้พบกันอีก" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ก่อนหันไปสบตากับอูจินอย่างท้าทาย


        "ส่วนคุณ ครั้งหน้าผมจะมาเล่นเกมถามตอบกับคุณใหม่แล้วกันนะครับ คุณอูจิน"


        ยองมินพูดทิ้งท้ายก่อนจะกระชับกอดเด็กน้อยที่อุ้มอยู่ให้แน่นขึ้น และเดินตรงไปยังรถยนต์คันหรูที่มีชายชุดดำเปิดประตูรอไว้แล้ว  สิ้นเสียงประตูปิด รถนั่นก็ออกตัวอย่างรวดเร็วผ่านหน้าพวกเขาทั้งสามคนไปทันที  ฮยองซอบหันไปมองอูจินอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์สักเท่าไหร่  


       "เขารู้ชื่อนายได้ยังไงน่ะ อูจิน"


       "นั่นสิครับ ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกัน.." 


        ...เขาพูดขึ้น ขณะมองตามรถยนต์คันนั้นไปจนลับสายตา... 















        "สำเร็จไหมครับ เจ้านาย"  



         ชายหนุ่มตัวเล็กหน้าตาน่ารักถามขึ้นขณะกำลังอุ้มเด็กน้อยตัวเล็กๆแทนเจ้านาย ขณะเดียวกันก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อบนใบหน้าผู้เป็นนายอย่างเบามือ ผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยลูบไล้ไปตามโครงหน้าหล่อ กระทั่งถูกปัดออกด้วยความรำคาญใจ 


         "ก็ตามแผนนั่นแหละ " 


         "แล้วผู้ชายคนนั้น.."


         "หึ  มินฮยอนมันให้คนตามติดแทบทุกฝีก้าวเลยล่ะ" 


         "ไม่ใช่ครับ คนที่เจ้านายจ้องหน้าเขาก่อนขึ้นมา  เจ้านายคิดว่า..เขาเป็นพวกไหน "


         "ไอ้อูจินนั่นน่ะหรอ" ใบหน้าหล่อเหลาเหยียดยิ้มออกมาเล็กน้อย "ฉันเคยเจอมันมาก่อน ...อยากรู้จริงๆว่าเวลานั้นมาถึง มันจะทำยังไง" 


         "เจ้านายว่ามินฮยอนจะรู้เรื่องนี้ไหม?" 


         "เหอะ! เรายังมีสายของเราแฝงตัวอยู่กับพวกไอ้มินฮยอนเลย นายคิดว่าจะไม่มีสายมันของมันแฝงตัวอยู่กับเราหรือไงล่ะ" 


           ร่างเล็กพยักหน้าเบาๆอย่างเห็นด้วย 


          "แล้วเด็กนี่ล่ะครับ" 


          "เอาไปคืนไอ้คนสวนนั่นด้วยละกัน ป่านนี้คงร้องไห้หาลูกทั้งผัวทั้งเมียแล้วมั้ง" ร่างเล็กพยักหน้ารับอย่างง่ายๆมือบางกอดเด็กตัวเล็กน่าตาน่ารักน่าชังอย่างทะนุถนอม จนยองมินหันมามองอย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก 


         "นายจะวางเด็กนั่นลงก่อนไม่ได้หรือไง" 


         "ทำไมล่ะครับ" 


         "นายก็น่าจะรู้นี่น่า ว่าฉันต้องการอะไร เซอุนอ่า" 


         เซอุนอมยิ้มเล็กๆก่อนจะวางเด็กน้อยไว้ข้างกาย และเริ่มต้นรสจูบแสนร้อนแรงกับเจ้านายสุดหล่ออย่างไม่อิดออด ตลอดการเดินทางกลับสู่คฤหาสน์ของตระกูลอิม บทรักเล็กๆน้อยๆบรรเลงอย่างไม่รู้จบ



     ...เขาไม่ยอมให้ใครมาแย่งเจ้านายสุดที่รักคนนี้ไปจากตัวเองหรอก ไม่มีวัน... 
















         "แกว่ายังไงนะ.." 



         "ยองมินมันรู้แล้วครับนายท่าน ว่าพวกเราอยู่ที่นี่" 



         "ทำไมเรื่องนี้ถึงหลุดไป ฉันไม่ได้สั่งไว้หรือไง ว่าห้ามใครรู้" 



         "ผมว่ามีสายของมันแฝงตัวอยู่กับพวกเราครับ"



         "อืม ไม่เป็นไร ฉันจะการเอง ขอบใจมาก"



          ฮวัง มินฮยอนวางโทรศัพท์ลง ใบหน้าเคร่งขรึมมีแววเคร่งเครียด จนต้าซืออดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้  


         "เกิดอะไรขึ้นครับนายท่าน"


         "ยองมินมันรู้แล้วว่าเรามาที่นี่"


         "คุณยองมิน... แล้วนายท่านจะทำอย่างไรต่อไปครับ"ต้าซือถามด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล 


         "ฉันไม่เคยคิดจะทำอะไรมัน แต่ในเมื่อมันมายุ่งเรื่องของฉันก่อน ฉันคงจะปล่อยไว้ไม่ได้.."



 มินฮยอนเอ่ยเสียงเรียบ ร่างสูงโปร่งลุกไปเปิดม่านที่กระจกใสริมหน้าต่างออก นัยน์ตาคมทอดมองทิวทัศน์ของกรุงโซลในยามค่ำคืนอย่างไร้ความหมาย เขารอโอกาสนี้มานานแล้ว คนที่คิดจะขัดขวาง


        ต่อให้อดีตเคยสำคัญแค่ไหน ก็ปล่อยไว้ไม่ได้







 TBC :)








 จบไปอีกตอนแล้วค่าา เย้ ขอบคุณทุกๆการติดตามและทุกๆคอมเม้นท์นะคะ ไรท์อ่านแล้วมีกำลังใจแต่งต่อมากเลย ขอบคุณจริงๆค่ะ ~ มีตัวละครเพิ่มมาอีกตัวแล้ว ได้แก่พิยองมินของเรานั่นเอง พ่าม!!! ออกมาอย่างหล่อๆและถึงเนื้อถึงตัวยัยเจของเราเรียบร้อยแล้ว.. ทีมพี่ยองมินโบกป้ายไฟตรงนี้เลยค่ะ 55555 เจอกันตอนหน้าน้าาา      
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #11 PorscheKitti (@PorscheKitti) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 09:45
    ยองมินเป็นใคร มาทำอะไร มาแก้แค้นใคร โอ้ยเดาไม่ถูก 5555
    ตอนแรกนึกว่าคนที่มาช่วยจงฮยอนจะเป็นมินฮยินซะแล้ว
    #11
    0
  2. #10 แบ็คกี้ย่าส์ (@baeky-yah) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 09:34
    ชอบบบบบบ มันมีความชวนให้อ่านตามสุดๆ
    ตอนแรกก็นึกว่ามินจะมีปัญหากะยัยเจเฉยๆ
    แต่มียองมินมาด้วย แล้วเซฮุนนี้ต้องมาหึงยัยเจมั้ย จะไม่ยอมให้ยองมินตกเป็นของใคร
    มันต้องมีดราม่า 5555 นี่ก็มโนไปเรื่อย
    ละนึกว่าคนที่มาช่วยดึงยัยกะเด็กเป็นมินฮยอนนะ แต่เป็นยองมิน
    เรื่องมันก็จะสลับซับซ้อนไปอีกขั้น แล้วทำไมยัยน้องเจดูน่าปกป้องล่ะ
    หนูเป็นทีมบอดี้การ์ดไม่ใช่หรอคะลูก
    นี่แค่เริ่มต้นใช่มั้ยคะ รออ่านตามอ่านสุดๆค้างงงง อัพเร็วๆ นะคะ ^^
    #10
    0
  3. #9 aoaor (@aoaor) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 05:11
    ชอบเรื่องนี้ ติดตามๆ????
    #9
    0