[NU'EST] SCAR #แผลเป็นมจ (MinJ ft.kuanlin)

ตอนที่ 1 : Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 507
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ก.ค. 60





ณ คฤหาสน์ตระกูลฮวัง






"กรี๊ด!!!! ออกไป!! พวกแกเป็นใคร แก!! แก!! มาทำอะไร จะทำอะไรสามีฉัน ออกไปเดี๋ยวนี้ ไป!! ฉันบอกให้ไป!! "


 สิ้นเสียงกรีดร้องและด่าทอของ 'เหมยอิง' ประมุขของตระกูล แพทย์และพยาบาลที่จะมาทำการดูแลคุณนายฮวังคนนี้ ต่างพากันหลบข้าวของที่คุณนายหยิบจับมาโยนใส่กันจ้าละหวั่น คุณหมอและพยาบาลอีกสองคนพยายามเข้ามาจับตัวคุณหญิงแต่ก็หาโอกาสไม่ได้เสียที จวบจนกระทั่งชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่า นัยน์ตาคมดุ สาวเท้าก้าวมาในห้อง และส่งสายตาเป็นเชิงให้หมอและพยาบาลออกไปก่อน สิ้นเสียงประตูปิด ชายหนุ่มก็ปรี่เข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่ทันที 


"แม่ แม่ครับ ไม่เป็นไรนะครับ " ชายหนุ่มเอ่ยเสียงอ่อนโยนขณะค่อยๆก้าวไปหาหญิงผู้เป็นมารดา แต่เหมยอิงกลับรู้ตัวขยับหนีเสียก่อน 


"แก แกเป็นใคร คิดจะทำอะไร ออกไปนะ " เหมยอิงถามเสียงสั่น นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความหวาดระแวงปนตื่นกลัว ขณะที่ชายหนุ่มเพียงส่งยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนพูดกับมารดาอย่างใจเย็น


 "ผมเองครับแม่ 'มินฮยอน' ลูกแม่ไงครับ แม่จำผมไม่ได้หรือ ผมลูกแม่เชียวนะ" มินฮยอนเอ่ยเสียงทุ้ม ขณะที่นั่งลงปลายเตียงใกล้กับมารดา และเป็นเหมยอิงที่หันมา ก่อนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย


 "มินฮยอน..." ราวกับความคิดในหัวตีกันวุ่นวายไปหมด เหมยอิงได้แต่นั่งนิ่งไปเสียพักหนึ่ง ก่อนเป็นฝ่ายปรี่เข้ามากอดรัดลูกชายแทน


 "มิน...มินฮยอน ช่วยแม่ด้วยลูก คนพวกนั้นจะทำร้ายแม่ มันจะทำ.. ฮึก " คุณนายฮวังพึมพำขณะนั่งกอดลูกชาย เสียงสะอื้นดังเล็ดลอดออกมา มินฮยอนกอดผู้เป็นมารดาแน่น และคอยลูบหลังปลอบโยน ทันใดนั้นเหมยอิงก็ขยับตัวออกมาเงยหน้ามองลูกชาย และเขย่าตัวลูกชายอย่างคลุ้มคลั่ง


"มินฮยอนไปช่วยพ่อก่อนลูก  มันจะฆ่าพ่อ ไปช่วยพ่อ.....ฮึก  มันจะฆ่า..." ร่างสูงรวบตัวมารดามากอดไว้แน่น เสียงสะอื้นและน้ำตาของเหมยอิงที่กำลังร้องไห้ทำให้ชายหนุ่มเจ็บเสียดไปทั้งอก หยดน้ำตาของมารดาเปื้อนเสื้อของเขาจนเปียกเป็นดวง มือเรียวของเหมยอิงจิกเสื้อลูกชายไว้แน่นราวกับหาที่พึ่ง ความเจ็บปวดในอดีตกำลังฆ่าสองแม่ลูกให้ตายทั้งเป็น...

       มินฮยอนคอยอยู่ปลอบโยนจนกระทั่งผู้เป็นมารดาหลับไปในที่สุด ร่างสูงโปร่งค่อยๆโอบอุ้มมารดาให้นอนบนเตียงนอนด้วยท่าที่สบาย มือหนาจัดศรีษะเหมยอิงให้อยู่บนหมอนใบนุ่ม ก่อนเกลี่ยเช็ดน้ำตาที่เปรอะเป็นคราบบริเวณหางตาและแก้มอย่างเบามือ มินฮยอนห่มผ้าให้มารดา ก่อนจะเรียกแพทย์และพยาบาลประจำตัวของมารดาให้เข้ามาดูแล


      ชายหนุ่มเดินเข้ามาภายในห้องทำงานของตนก่อนทรุดนั่งบนเก้าอี้เบาะนุ่มอย่างเหนื่อยล้า นัยน์ตาคมเหม่อมองสิ่งรอบตัวอย่างไร้ความหมายก่อนสายตาจะไปหยุดที่กรอบรูปอันเล็กบนโต๊ะทำงานมือหนาเอื้อมไปหยิบกรอบรูปนั้นมาพิจารณา  ในรูปประกอบไปด้วย   ฮวัง เหมยอิง มารดาของเขาที่กำลังส่งยิ้มหวานขณะอุ้ม ฮวัง ควานลิน น้องชายของเขาซึ่งขณะนั้นอายุ 2 ปี  ตรงกลางรูปคือเขาเอง  ฮวัง มินฮยอน  อายุ 6 ปี   และคนที่ยืนข้างๆเขาอีกคนนึง  ฮวัง ซองมิน ผู้เป็นบิดา กำลังฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีขณะที่มืออีกข้างนึงกำลังโอบไหล่เขาไว้ มินฮยอนรู้สึกราวกับนัยน์ตาพร่ามัวไปชั่วชณะขณะมองหน้าผู้เป็นบิดา  ครอบครัวของเขาเคยมีความสุข เคยมีพร้อมทุกอย่าง  บิดามารดาให้ทุกสิ่งกับเขาได้เพียงแค่เอ่ยปากขอ   มินฮยอนเคยมีชีวิตมีราวกับสวรรค์สร้าง  แต่ตอนนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น ...


      10 ปีที่แล้ว หลังจากเหตุการณ์เลวร้ายในอดีตที่ทำให้เขาต้องสูญเสียบิดาไปอย่างไม่มีวันกลับ ซองมิน บิดาของเขาเป็นผู้มีอิทธิพลในวงกว้าง มีทั้งธุรกิจมืด และธุรกิจถูกกฎหมายหลายอย่าง นั่นทำให้มีทั้งมิตรและศัตรูไปทั่ว  แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเลวร้ายถึงขั้นจบชีวิตของซองมิน มินฮยอนเชื่อเต็มหัวใจว่าถึงบิดาแม้จะมีธุรกิจมากมายแต่ก็เป็นคนดีและไม่เคยคิดร้ายกับใครอย่างแน่นอน หลังจากการเสียชีวิตของบิดาทุกอย่างเปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ  เหมยอิงมารดาของเขาที่เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ สะเทือนใจจนถึงขั้นเสียสติ อาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย บางครั้งก็คลุ้มคลั่งพร่ำเพ้อออกมา จนเป็นที่สะเทือนใจต่อผู้พบเห็น  ควานลินน้องชายที่เคยร่าเริงกลับกลายเป็นเด็กมีปัญหา สร้างเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน มินฮยอนซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 18 ปี ต้องเข้ามารับผิดชอบทุกอย่างแทนบิดา  มีญาติเพียงไม่กี่คนที่คอยช่วยเหลือ  ธุรกิจบางอย่างล่มจนกู้คืนไม่ได้ เพราะศัตรูมากมายที่คอยเข้ามาแทรกแซง  แต่บางอย่างถึงพยายามประคับประคองแค่ไหนก็ไม่เจริญรุ่งเรืองเหมือนตอนบิดายังอยู่ ลูกน้องภายใต้ความปกครองต่างก็ไม่เชื่อว่าเขาจะสานต่องานของบิดาได้  มินฮยอนต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองหลายปีกว่าจะทำทุกอย่างให้กลับมาเป็นเช่นเดิมได้ ด้วยความช่วยเหลือจากคนรอบตัวและความมานะพยายามของตัวเอง  


       ตอนนี้เขาสานต่อธุรกิจของบิดาได้อย่างดีเยี่ยม และเริ่มสร้างธุรกิจใหม่ๆจนยิ่งใหญ่  ที่ยิ่งกว่านั้นคือมินฮยอนสร้างอิทธิพลมืดแผ่ขยายไปทั่ว วงการธุรกิจมืดทั้งค้าคนและค้าอาวุธไม่มีใครไม่รู้จัก ฮวัง มินฮยอน ทายาทของ ฮวัง ซองมิน ผู้ทรงอิทธิพล  เขาได้รับฉายาในวงการธุรกิจว่า 'สายเลือดมังกร' แต่เขาไม่สนใจอะไรพวกนั้นหรอก  สิ่งเดียวที่ติดอยู่ในใจมินฮยอนคือ 'ความแค้น' และตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้อง 'แก้แค้น'

     มือหนาวางกรอบรูปไว้ที่เดิม  นัยน์ตาที่เคยวูบไหวยามนึกถึงเรื่องราวในอดีตกลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยร่องรอยของความแค้น เอื้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนกดเบอร์ต่อสายไปหาใครบางคน


"เตรียมทุกอย่างให้พร้อม ฉันจะไปโซลวันพรุ่งนี้ ทุกอย่างต้องเรียบร้อย และจำไว้ อย่าให้ใครรู้เด็ดขาด"






















ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีผิวขาวราวน้ำนม ใบหน้าติดจะเย็นชามีท่าทีไม่สนใจอะไรนัก ชายเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปล่อยให้หลุดลุ่ยออกนอกกางเกงยีนส์แบรนด์ดัง ช่วงขายาวก้าวเท้าอย่างเร่งรีบ จุดมุ่งหมายคือห้องนอนของตนที่อยู่ชั้นบนของคฤหาสน์ แต่ขณะจะก้าวขึ้นบันไดนั้น กลับมีเสียงใครบางคนเรียกไว้เสียก่อน 


"ควานลิน" 


    ร่างโปร่งหยุดชะงักเมื่อใดยินเสียงเรียกนั้น ชายหนุ่มผู้ถูกเรียกว่า 'ควานลิน' ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ขายาวที่กำลังก้าวขึ้นบันได เปลี่ยนทิศทางการเดินมายังผู้เรียกที่ยืนอยู่กลางโถงทางเดิน ก้าวเท้ามาหยุดตรงหน้าชายผู้มีศักดิ์เป็นพี่ของตน ก่อนก้มหัวทำความเคารพอย่างเสียไม่ได้ 


"สวัสดีครับนายท่านฮวัง มินฮยอน" เขาหยุดชะงักเพียงครู่หนึ่ง ก่อนสบตาคนเป็นพี่อย่างท้าทาย "ไม่ทราบว่าที่นายท่านเรียกผมไว้ มีอะไรให้รับใช้หรือครับ"


 "อย่ามาเล่นลิ้นกับพี่ ควานลิน" มินฮยอนกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาคมฉายแววไม่พอใจไปชั่วขณะก่อนจะเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉยตามเดิม 


"เมื่อคืนไปไหนมา"


"ผมไปไหนมาไหน ยังไงนายท่านก็รู้อยู่แล้ว ยังจะถามอีกเหรอ" ควานลินตอบกลับพี่ชาย ก่อนจะเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย


"อุตส่าห์ลงทุนมาทักผมแต่เช้า มีเรื่องจะถามแค่นี้เหรอครับ"


"พี่แค่จะมาบอกว่า ช่วงนี้พี่มีธุระที่ต้องสะสาง ไม่แน่ใจว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่ นายอยู่ที่นี่ ดูแลแม่ให้ดีๆ เข้าใจที่พี่พูดใช่ไหม ควานลิน" มินฮยอนเอ่ยจุดประสงค์ของตัวเองด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตาที่ทอดมองน้องชายนั้นเรียบนิ่งจนน่ากลัว หากใครได้เห็นคงรู้สึกกดดันและไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงด้วยอย่างแน่นอน ...แต่คงใช้ไม่ได้กับควานลิน


 " เหอะ นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้นายท่านก็มีงานต้องไปสะสางนี่เอง" ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากเชิงเยาะเย้ย ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงยียวน "นายท่านก็จ้างหมอ จ้างพยาบาลมาเต็มบ้านแล้วนี่ครับ น้องชายไม่รักดีอย่างผมยังมีความจำเป็นอยู่อีกหรือไง"


"ควานลิน!!" มินฮยอนตวาดน้องชายอย่างเหลืออด แต่แล้วก็สูดหายใจลึกๆควบคุมอารมณ์ และเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงปกติอีกครั้ง  "พี่ไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงกับนายหรอกนะ เอาเป็นว่า นายทำตามที่พี่บอกก็พอแล้ว อยู่บ้าน ดูแลแม่ให้ดี อย่าให้พี่รู้ว่านายขัดคำสั่งพี่" มินฮยอนย้ำเสียงเข้ม 


"นายท่านคิดจะทำอะไรผมงั้นหรือ เป็นผู้นำตระกูลแล้วคิดว่าจะทำอะไรก็ได้งั้นสิ หึ แต่เอาเถอะ ผมก็ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับนายท่านเหมือนกัน ผมจะทำตามนายท่านบอก"เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง "แต่ก็ไม่รับปากหรอกนะ ว่าถ้าแม่เกิดอาละวาดขึ้นมาอีก ผมจะช่วยอะไรได้หรือเปล่า บังเอิญว่าผมไม่ใช่ลูกรักแม่เหมือนนายท่านนี่ครับ" 


"ควานลิน.."มินฮยอนเอ่ยเสียงอ่อนโยน "แม่ก็รักเราสองคนเท่ากันนั่นแหละ ตอนนี้แม่แค่ป่วย ถ้าพี่กับนายดูแลแม่ดีๆ บางทีแม่อาจจะ...


"นายท่านอย่าหลอกตัวเองเลยครับ"ควานลินเอ่ยแทรกอย่างขัดใจ  "ผ่านมาจะ10ปีแล้ว นายท่านยังกล้าหวังอะไรอีกเหรอครับ เอาเป็นว่าผมจะทำในส่วนของผมให้ดีที่สุดก็แล้วกัน นายท่านไม่ต้องห่วง.."


"ขอบใจนายมาก ควานลิน" มินฮยอนมองน้องชายอย่างซึ้งใจ สองพี่น้องสบตากันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ควานลินจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นลง

"ถ้านายท่านไม่มีธุระอะไรแล้ว..."


"จำคำพี่ไว้นะควานลิน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี หรือมีเหตุการณ์อะไรก็ตามที่เปลี่ยนนายไป ไม่ว่าจะในอดีตหรือในอนาคต นายก็คือน้องชายของพี่ ต่อให้เกิดอะไรขึ้น พี่จะปกป้องนายด้วยชีวิตของพี่.. พี่สัญญา" 


ควานลินมองพี่ชายอย่างประหลาดใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่ชายของเขาพูดอะไรทำนองนี้ มินฮยอนมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่นกว่าทุกครั้ง  แม้จะรู้สึกอบอุ่นใจกับคำพูดของผู้เป็นพี่มากแค่ไหน แต่อคติที่มีอยู่เต็มหัวใจกลับทำให้ควานลินคิดหาคำพูดเจ็บแสบมาตอบกลับพี่ชาย แต่ก่อนจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไปนั้น ลูกน้องคนสนิทของมินฮยอนก็เข้ามาเสียก่อน 


"นายท่าน ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ"


ร่างสูงโปร่งพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ก่อนหันไปพูดกับน้องชายอีกครั้ง


"พี่ต้องไปแล้ว ดูแลตัวเองดีๆล่ะ"


มินฮยอนตบไหล่น้องชายเบาๆก่อนเดินออกไปอย่างเร่งรีบ ควานลินมองตามพี่ชายไปจนลับสายตา ก่อนพึมพำกับตัวเองเบาๆอย่างสงสัยใคร่รู้ 


'พี่พูดแบบนี้ พี่ต้องการสื่ออะไรกันแน่นะ ฮวัง มินฮยอน"














ภายในรถยนต์คันหรู ผู้เป็นนายนั่งนิ่ง สีหน้าไม่แสดงความรู้สึก ขณะรับฟังข้อมูลจากปากของ 'หวัง ต้าซือ' ลูกน้องคนสนิทที่เขาใช้ไปสืบข่าวของ'ศัตรู' ก่อนเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มข้างตัวมาพิจารณาอีกครั้ง 


"ตอนนี้นาย 'คิม จองซู' มีธุรกิจเพียงอย่างเดียว คือ เปิดบริษัทเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยครับนายท่าน บริษัทนี้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง บรรดาคนมีชื่อเสียง ต่างก็จ้างการ์ดจากที่นี่แทบทั้งนั้น นอกจากนี้ที่นี่ยังนำเข้าและส่งออกอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอีกหลายชนิด และมีทีมรักษาความปลอดภัยพิเศษ สำหรับกรณีที่ต้องการความปลอดภัยมากๆอย่างการประมูลของที่มูลค่าสูงด้วยครับ ทีมจากบริษัทนี้ จะคอยช่วยเหลือและดูแลความปลอดภัยร่วมกับบริษัทผู้เปิดประมูลและบริษัทประกัน  นาย คิม จองซู ถือว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในเกาหลีคนนึงเลยครับ ส่วนทายาทของนาย คิม จองซู คือ 'คิม จงฮยอน' สายของเรารายงานว่า คุณชายคนนี้ค่อนข้างเรียบร้อย ดูเหมือนไม่มีบทบาทอะไร แต่ก็ประมาทไม่ได้เหมือนกันครับ"


มินฮยอนปิดแฟ้มลงหลังจาก ต้าซือ พูดจบ ใบหน้าเคร่งขรึมกระตุกยิ้มมุมปากเล็กๆ เรื่องพวกนี้ทำไมเขาจะไม่รู้ แต่ยังไงเสีย คนอย่างเขาไม่มีทางประมาทเด็ดขาด ความเป็นไปของตระกูลคิมอยู่ในสายตาของเขาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา เมื่อ 4 ปีก่อน บริษัทของนายจองซูยังไม่เจริญถึงขั้นนี้ แต่ 2 ปีถัดมา หลังจากที่เขาส่ง 'คนของเขา' เข้าไปแฝงตัวที่นั่น อะไรๆก็ดูจะเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว เชื่อเถอะว่าในบริษัทนั้น มีคนของฮวัง มินฮยอนเกินห้าสิบคน และล้วนแต่เป็นคนมีฝีมือทั้งสิ้น  เขาให้เวลาไอ้จองซูกับลูกมันตักตวงความสุขมานานเกินพอแล้ว ถึงเวลาเอาคืนเสียที















"จงฮยอน จงฮยอนนี่ ... ย่าห์! คิมจงฮยอน"


"ห้ะ!! นี่ฮยองซอบนายจะเสียงดังทำไม อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง" ผู้ชายตัวเล็กใบหน้าหล่อติดจะหวานที่ถูกเรียกว่าจงฮยอน หันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิท แต่กลับโดนฮยองซอบดีดหน้าผากด้วยความหมั่นไส้ 


"นี่แน่ะ! ฉันเรียกนายตั้งหลายรอบแล้ว จงฮยอน นายน่ะเหม่ออะไรอยู่" ฮยองซอบมองเพื่อนรักที่กำลังลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ และส่งสายตามองแรงใส่เขาอย่างขำๆ ไหนจะปากยู่ๆนั่นอีก ดีดปากอีกสักรอบดีมั้ยนะ 


จงฮยอนเบะปากอย่างงอนๆแต่ก็ยอมเล่าให้เพื่อนสนิทฟัง 


"ฉันแค่กังวลถึงงานที่จะมาถึงนิดหน่อยน่ะ " 


"งานที่นายต้องไปอยู่ในทีมดูแลเครื่องเพชรที่จะจัดประมูลขึ้นในอีกสามวันนั่นน่ะเหรอ " ฮยองซอบถามอย่างแปลกใจ 


"ก็จะมีงานไหนอีกล่ะ" คนตัวเล็กถอนหายใจเบาๆ "ฉันแค่สังหรณ์ใจแปลกๆน่ะ แต่คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง"


"นายอย่าคิดมากไปเลยน่าจงฮยอนนี่ อีกอย่างนายก็เคยผ่านงานอะไรทำนองนี้มาแล้วนี่ มันก็เหมือนเดิมแหละน่า" ฮยองซอบเอ่ยปลอบใจเพื่อน 


ก่อนจะมีใครพูดอะไรไปมากกว่านี้เสียงเปิดประตูของใครบางคนที่เพิ่งมาถึงร้านกาแฟเล็กๆนี่ ก็เรียกความสนใจของทั้งคู่ไปเสียก่อน

ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง เดินฉีกยิ้มกว้างเข้ามาอย่างอารมณ์ดี ก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเพื่อนหน้าตาจิ้มลิ้มของจงฮยอน


"ทำไมวันนี้ปิดร้านล่ะครับ พี่ฮยองซอบ"


"ก็ฉันเป็นเจ้าของร้าน จะเปิดหรือปิดตอนไหนก็ได้" ร่างเล็กตอบกลับอย่างยียวน "นายเห็นว่ามันปิดแล้วจะเข้ามาทำไมล่ะ "


 "ก็ผมเป็นแฟนเจ้าของร้าน จะเข้าจะออกตอนไหนก็ได้" 


ฮยองซอบนิ่งค้างเมื่อได้ยินคำตอบ แก้มขาวๆขึ้นสีระเรื่อ ตากลมโตหลุบมองพื้น ได้ยินเสียงพึมพำเบาๆว่า 'คนบ้า' 

อูจินหัวเราะเบาๆกับภาพคนตัวเล็กที่กำลังเขินอาย มือหน้าเอื้อมไปลูบกลุ่มผมนิ่มเบาๆอย่างเอ็นดู ท่ามกลางสายตาอีกคนที่มองอย่างหมั่นไส้เพราะอยู่ๆก็กลายเป็นอากาศธาตุที่ไร้ตัวตนไปแล้ว 


"อ้ะแฮ่ม แค่กๆๆ"


"อะไรติดคอเหรอครับ พี่จงฮยอน เอาน้ำสักแก้วมั้ย" อูจินเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงเป็นใย แต่สายตากลับมองที่ฮยองซอบไม่ได้สนใจคนที่พูดถึงเลยสักนิด นั่นทำให้คนตัวเล็กที่นั่งฝั่งตรงข้าม ควันออกหูขึ้นมาอีกครั้ง


"ย่าห์ๆๆ นายสองคนน่ะ จะทำเหมือนฉันเป็นอากาศแบบนี้ไม่ได้นะ ฮยองซอบ อูจิน หยุดสร้างโลกส่วนตัวกันได้แล้ว!!!" จงฮยอนโวยวายออกมาเสียงดัง ขณะที่ฮยองซอบเพียงแค่ปรายตามองเพื่อนสนิทอย่างเอือมๆ และหันไปคุยกับอูจินอีกครั้ง


"อย่าไปสนใจพวกขี้อิจฉาแถวนี้เลยอูจิน คนอะไรอายุป่านนี้แล้ว ยังหาแฟนไม่ได้เลย "


"นี่ๆจะบอกอะไรให้นะ ตอนนี้ฉันแค่โฟกัสเรื่องงานต่างหาก คนอย่างจงฮยอน ถ้าคิดจะหาแฟน คงมีแต่คนเข้ามาเสนอตัวจนเลือกไม่ได้เลยล่ะ "


"เลือกไม่ได้หรือไม่มีให้เลือกกันแน่"


"อัน ฮยองซอบ!"


"คิม จงฮยอน!!"


"อีกอย่างนะ แฟนฉันก็ต้องเป็นสาวน้อยตัวเล็กน่ารัก ไม่ใช่ผู้ชายถึกๆแบบหมอนี่"


"อย่าว่าอูจินนะ!"


"ทำไมฉันจะว่าไม่ได้ แฟนนายไม่ใช่แฟนฉัน"


"จงฮยอน!!!"


"ฮยองซอบ!!"


"พวกพี่เลิกทะเลาะกันเถอะครับ" อูจินที่ไม่มีบทพูดมาสักพักเอ่ยปรามขึ้นก่อนที่ทั้งสองคนจะตีกันเสียก่อน "ตอนที่ผมเข้ามายังเห็นพวกพี่ทำหน้าเครียดกันอยู่เลย มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ" 


สองเพื่อนรักที่สงบศึกกันชั่วคราวหันมาสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่ฮยองซอบจะเป็นฝ่ายพูดขึ้น  


"ไม่มีอะไรมากหรอกอูจิน จงฮยอนมันแค่กังวลถึงงานวันประมูลเพชรน่ะ "


"งานประมูลเพชรที่จะจัดขึ้นอีกสามวันน่ะหรอครับ"


"ใช่  เออนี่ นายได้อยู่ทีมรักษาความปลอดภัยอะไรนี่หรือเปล่าน่ะ อูจิน" ร่างเล็กเอ่ยถามอย่างนึกขึ้นได้ 


"ครับ ผมอยู่ในทีมด้วย" คนตัวสูงพยักหน้าตอบรับ ความจริงแล้วเขาก็เป็นหนึ่งในพนักงานของบริษัทของคุณพ่อพี่จงฮยอน เขาทำงานที่นั่นมาได้เกือบสองปีแล้ว บางครั้งก็ทำหน้าที่ธรรมดา เช่น ไปเป็นการ์ดคุ้มกันบุคคลสำคัญ แต่บางครั้งก็เข้ามาอยู่ทีมพิเศษ อย่างเช่นครั้งนี้


"พี่กำลังกังวลอะไรหรือครับ พี่จงฮยอน" 


"หืม  ไม่มีอะไรหรอกอูจิน พี่แค่สังหรณ์ใจนิดหน่อย สงสัยเพราะงานนี้งานใหญ่ ก็เลยกังวลน่ะ" จงฮยอนตอบยิ้มๆ บางทีเขาอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ 


อูจินพยักหน้าช้าๆ นัยน์ตาเรียบเฉยฉายแวววิตกกังวลกับอะไรบางอย่าง ก่อนจะเงยหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงสดใสราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


"อย่ากังวลเลยครับพี่จงฮยอน ทีมเราคราวนี้ ผมเห็นว่ามีรุ่นพี่ที่มีฝีมือมากๆมาร่วมทีมกันหลายคน และบริษัทประมูลนั่นก็มีชื่อเสียงพอสมควร คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ"


"นั่นสินะ.." จงฮยอนฉีกยิ้มกว้างหลังจากฟังอูจินพูดจบ ทุกอย่างมันก็ดูเรียบร้อยจริงๆนั่นแหละ เขาจะกังวลทำไมกันนะ..


"เอาล่ะๆ เลิกคุยเรื่องเครียดๆกันได้แล้ว" ฮยองซอบเอ่ยขึ้น "เอาเป็นว่าพรุ่งนี้พวกนายไม่มีงานกันใช่มั้ย ไปจัดปาร์ตี้ที่คอนโดฉันดีกว่า "


"ปาร์ตี้อะไรของนาย"


"แหม บูกิอ่า เราไม่ได้ปาร์ตี้ด้วยกันมานานแล้วนะ ก็แบบ ทำอาหารกินกันสามคน เล่นเกม ร้องเพลง แล้วก็นอนเล่นที่คอนโดฉันไง" เจ้าจูดี้ตัวน้อยพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงจนทั้งสองคนอดยิ้มตามไม่ได้


"เอาเป็นว่า พวกนายตกลงนะ "


"อื้อ ฉันไปอยู่แล้วล่ะน่า" 


"อูจิน แล้วนายล่ะ"


"พี่ชวนผมไปคอนโดทั้งที ใครจะกล้าปฏิเสธล่ะครับ" อูจินหันมาตอบแฟนตัวเล็กอย่างล้อๆ จนฮยองซอบหันมาหยิกแขนอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปคุยกับจงฮยอนอย่างออกรส 


อูจินเสมองออกไปนอกร้าน และครุ่นคิดอะไรเงียบๆอยู่คนเดียว



















"แกออกไปไหนมา" 


สุ้มเสียงทรงอำนาจทักขึ้นขณะที่จงฮยอนก้าวเข้ามาในบ้าน คิม จองซู บิดาของเขานั่งบนโซฟาสีเลือดหมู ใบหน้าเคร่งเครียดมีริ้วรอยแห่งความชรา สายตาดุๆมองตรงมาที่เขา จงฮยอนก้มหัวทำความเคารพ ก่อนตอบไปตามความจริง 


"แวะไปหาฮยองซอบมาครับพ่อ คุยกันเพลินไปหน่อย เลยกลับเสียค่ำ"


"งานประมูลที่จะจัดขึ้น แกเตรียมตัวพร้อมแล้วใช่ไหม" จองซูถามเสียงเข้ม 


"ครับ ผมเตรียมตัวแล้ว พ่อไม่ต้องเป็นห่วง"


"ดี  ถ้างานนี้สำเร็จ ชื่อเสียงบริษัทเราจะยิ่งโด่งดังขึ้นอย่างแน่นอน แต่ถ้าไม่ เราได้เสียหายมหาศาลแน่  แกอย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ เข้าใจไหม!"


จงฮยอนพยักหน้าช้าๆ สบสายตาผู้เป็นพ่ออย่างหนักแน่น จองซู มองหน้าลูกชายเพียงคนเดียวสักพักก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารที่เปิดค้างไว้ ขึ้นมาดูอีกครั้ง 


"ดีมาก ฉันมีเรื่องจะคุยกับแกแค่นี้แหละ แกจะไปไหนก็ไป ฉันจะทำงาน "


จงฮยอนมองผู้เป็นบิดาที่กำลังเริ่มต้นอ่านแฟ้มอีกครั้ง อยากจะพูดอะไรบางอย่างกับท่าน แต่ราวกับมีอะไรมาจุกที่คอ จนเอ่ยมาเป็นคำพูดไม่ได้ สุดท้ายก็ทำได้เพียงก้มศรีษะก่อนก้าวเท้าขึ้นบันไดไปยังห้องนอนตนเองที่อยู่ชั้นบนอย่างเร่งรีบ


  จองซู นั้นเห็นทุกการกระทำของลูกชาย รวมถึงสายตาตัดพ้อที่มองมายังเขานั่นด้วย ชายมีอายุวางแฟ้มลงอย่างเดิม ก่อนเหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมายราวกับคิดอะไรบางอย่าง 





ร่างเล็กนั่งลงบนเตียงกว้างอย่างเหนื่อยล้า นานแค่ไหนแล้วนะ ที่พ่อเย็นชากับเขาขนาดนี้.... นานแค่ไหนแล้วนะที่พ่อไม่ถามว่าเขาเป็นยังไงบ้าง.... หากไม่มีเรื่องงานแล้ว พ่อจะสนใจเขาบ้างหรือเปล่า จงฮยอนพยายามคิดในแง่ดี ว่าพ่ออาจจะเครียดกับงาน และที่พ่อทำทุกอย่างเพื่อให้เขาอยู่อย่างสบาย มีบ้านหลังใหญ่ มีรถคันใหม่ขับ มีเงินใช้ไม่ขาดมือ แต่ในฐานะลูกคนหนึ่ง เขาแค่อยากได้อ้อมกอดอุ่นๆของพ่อสักครั้ง เขาขอแค่นี้ โลภมากไปหรือเปล่านะ...

ร่างเล็กกลืนก้อนสะอื้นที่ขึ้นมาหลังจากนึกถึงเรื่องราวของตัวเองลงไปอย่างอยากลำบาก มือบางหยิบกระเป๋าสตางค์ใบเล็กมาเปิดออกก่อนหยิบรูปผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนนึงขึ้นมาดู สายตาที่ถูกส่งไปหาผู้หญิงในภาพดูโศกเศร้าอย่างน่าสงสาร


'แม่ครับ ถ้างานนี้สำเร็จ แม่ว่าพ่อจะรักผมขึ้นไหมครับ'











.

.

.

  สวัสดีทุกคนค่ะ^-^  ตอนแรกมาแล้วววว เรื่องนี้เป็นฟิคแปลงของไรท์เองค่ะ (ความจริงก็ยังแต่งไม่จบหรอกค่ะTT) อยากลองเป็นคู่มินเจบ้างเลยนำมาดัดแปลงนิดหน่อย แล้วช่วงนี้ยุ่งมากเลยคิดว่าคงไม่ได้อัพคุณแม่เลี้ยงเลยแปลงฟิคมาให้อ่านเล่นๆกันก่อน หวังว่าหลายๆคนจะชอบนะคะ ฝากคอมเมนท์ติชมด้วยเน้ออ 


    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #8 PorscheKitti (@PorscheKitti) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 10:16
    สนุกมากค่ะ เนื้อเรื่องน่าติดตาม รอนะคะ
    #8
    0
  2. #7 FLYHIGHX (@AloneVera) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 23:46
    น่าติดตามอ่ะ รอน้าาส
    #7
    0
  3. #6 knife edge (@noeyoeyeyy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 22:35
    รอต่อนะคะะะ
    #6
    0
  4. #4 one9love (@tunwa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 23:06
    อูจินนี่ก็แผงตัวมาใช่มั้ยเนี่ย
    #4
    0
  5. #2 BumblebeeH (@BumblebeeH) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 01:25
    อะโหยยยนนนนน ฝ่าบาทสายดาร์คคคค
    #2
    0
  6. #1 PNN5329 (@sorana053) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 23:24
    น่าติดตามมากเลยค่ะ ยัยเจน่าสงสารจัง น้อยใจพ่อแล้วยังดูเหมือนจะถูกมินฮยอนแก้แค้นอีก ถ้าเดาไม่ผิดอูจินคงจะเป็นหนึ่งในคนของมินฮยอนใช่มั๊ยคะ รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #1
    0