OCEAN IN MIND | JackJae ft.got7

ตอนที่ 1 : OCEAN IN MIND | INTRO

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ธ.ค. 59

OCEAN IN MIND | INTRO




เกลียวคลื่นสาดซัดเข้าชายฝั่ง น้ำทะเลกับฟองคลื่นสีขาวค่อยๆเคลื่อนตัวขึ้นมาบนชายหาด ก่อนจะค่อยๆหายไปตามน้ำทะเลที่ถอยกลับสู่มหาสมุทร เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆวนลูปไปเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด เหมือนกับชีวิตของเขา. .ที่เหมือนวนลูปเดิมซ้ำทุกๆวัน ตื่นเช้า กิน ทำงาน กิน นอน ชีวิตก็มีอยู่แค่นี้ ไม่มีอะไรพิเศษ และถ้าไม่ต้อง หนี อีก คงเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าเขาจะหมดลมหายใจ 

สภาพอากาศวันนี้ไม่ค่อยดีนัก ถึงท้องฟ้าจะปลอดโปร่งเหมาะสมกับการเดินเรือก็ตาม แต่ใครจะไปรู้ว่าเมื่อแล่นเรือไปสู่มหาสมุทรกว้างใหญ่นั่นแล้ว ทางที่จะกลับมาได้มีเพียง 50% เท่านั้น ไม่มีคำว่าร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก ชีวิตของคนเรามันไม่ได้แน่นอนขนาดนั้น

  หลังจากเช็คความเรียบร้อยของเรือ ตรวจตราสภาพอากาศอย่างละเอียดแล้ว กัปตันชาลี คอล์ลิน จึงให้สัญญาณกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ กดปุ่มส่งสารถึงทุกฝ่ายในเรือว่าขณะนี้เรือพร้อมที่จะออกสู่มหาสมุทรแล้ว ร่างสูงใหญ่เดินตรวจโดยรอบเรืออีกครั้งเพื่อความมั่นใจ แล้วใบหน้าที่เรียบเฉยก็ค่อยๆยกยิ้มขึ้นช้าๆเมื่อสายตาไปปะเข้ากับเจ้าเด็กส่งผักสองคนที่กำลังกระโดดเหยงๆโบกมือทักทายเขาอยู่ที่ท่าเรือด้านล่าง


“กัปตันนนนนน” หลังจากที่กัปตันชาลีก้าวท้าวลงจากเรือเพื่อที่จะมาทักทายเด็กทั้งสอง เจ้าลูกหมาตัวเล็กก็รีบพุ่งเข้ามากอดเขาทันที


“ไง ไอ้ลูกหมามาส่งของแต่เช้าเลย” กัปตันชาลีลูปหัวเจ้าเด็กตัวเล็กที่กอดรัดเขาแน่น ก่อนจะพยักหน้าทักทายเด็กชายอีกคนที่อยู่บนรถส่งผัก



“วันนี้ต้องออกเรือหรอกัปตัน” เด็กชายตัวเล็กในอ้อมกอดถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น


“อืม. .อยากไปนั่งเรือเล่นสักหน่อยมั้ยล่ะ”


“อ่า . .อยากไปจัง แต่ว่าวันนี้ต้องช่วยป้าแอนเก็บผักน่ะ” เด็กชายตอบอย่างเสียดายใบหน้าน่ารักเริ่มง้ำงอเมื่อคิดถึงงานที่จะต้องทำในวันนี้


กัปตันชาลีคือคุณลุงใจดี พวกเขารู้จักกันจากการที่เจ้าเด็กแสบทั้งสองรับจ้างทำความสะอาดที่บ้านของกัปตัน ด้วยความแสบแต่ขยันทำงานอย่างขันแข็งของเด็กทั้งสองทำให้กัปตันชาลีเอ็นดูทั้งสองเหมือนเป็นลูกหลานของตน


“เหมือนวันนี้จะไม่เหมาะเท่าไหร่นะครับกัปตัน” เด็กชายอีกคนที่เงียบอยู่นานกล่าวขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย


“หืม? หมายความว่ายังไง” กัปตันวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นมองเจ้าลูกหมาอีกตัวด้วยความสงสัย


“วันนี้อากาศไม่ได้ดีขนาดนั้น” เด็กชายกล่าว


“อืม. .แต่ฉันตรวจสภาพอากาศไปสามครั้งแล้วนะ” กัปตันชาลีคลายอ้อมกอดของเจ้าลูกหมาตัวเล็ก เขายืดตัวขึ้นเพื่อแสดงความมั่นใจ


“หรอครับ..” เด็กชายกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด


“อืม ยังไงวันนี้ฉันก็คงต้องออกเรืออยู่ดี” กัปตันชาลีเอ่ยยิ้มๆ


“ทำไมล่ะ ถูกบังคับมาหรอกัปตัน” เด็กชายตัวเล็กที่เงียบอยู่นานเอ่ยถามพลางเกาะแขนกัปตันแน่น


“ไม่ใช่ถูกบังคับ แต่มีแขกจากต่างเมืองมาต่างหากล่ะเจ้าลูกหมา” กัปตันเอ่ยอย่างขำๆก่อนจะเขกหัวเจ้าลูกหมาตัวแสบไปหนึ่งที


“งูยย เจ็บนะ” เจ้าตัวเล็กใช้มือลูกหัวตัวเองป้อยๆพลางเบะปากอย่างน่าสงสาร


“ยังไง ก็ระวังหน่อยนะครับ” เด็กชายบนรถส่งผักกล่าวขึ้นอีกครั้ง ถ้ามีแขกจากต่างเมือง ก็คงช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ


“อืม จะระวังอย่างดี” กัปตันวัยกลางคนยกยิ้มพร้อมกล่าวตอบรับ เจ้านี่เอาแต่เป็นห่วงคนอื่นจริงๆ

.


“อย่าลืมล่ะ. .มหาสมุทรไม่เคยปราณีใครหรอกนะครับ” เด็กชายบนรถส่งผักกล่าวอีกครั้ง ก่อนจะเรียกน้องชายตัวเล็กที่เกาะแขนกัปตันให้ขึ้นรถเพื่อไปส่งผักตามบ้านต่างๆต่อ


ทั้งสองโค้งให้กัปตันวัยกลางคนเป็นการกล่าวลา เด็กชายตัวเล็กปีนขึ้นรถส่งผัก


“ดูแลตัวเองด้วยน้ากัปตันนนน” เสียงเจ้าตัวเล็กตะโกนบอกเขาพร้อมโบกมือให้ ก่อนรถจะเคลื่อนหายเข้าไปในซอยหนึ่งของเมือง



18:00 PM

 


“แจ็คสัน. .พี่แจ็คสัน” แบมแบมเอ่ยเรียกพี่ชายพร้อมใช่มือเล็กสะกิดไปยังแขนพี่ชายที่เหม่อมองไปยังท้องฟ้าได้สักพักแล้ว


“หืม? ว่าไงแบม” แจ็คสันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมาสนใจน้องชาย


“เป็นอะไรรึป่าว เหม่อตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”


“หรอ..เอ่อ ป่าวหรอก”


“เป็นห่วงกัปตันหรอ?”


“นิดหน่อยน่ะ เมฆตรงนั้นมันกำลังเคลื่อนเข้ามา” มือหนาชี้ไปยังกลุ่มเมฆสีหม่นก้อนใหญ่ที่อยู่สุดขอบมหาสมุทร


“เป็นไปได้ยังไง. . แต่กรมรายงานสภาพอากาศบอกว่าวันนี้ฟ้าปลอดโปร่งนี่” แบมแบมมองตามมือของพี่ชายไปยังกลุ่มเมฆที่กำลัง

เคลื่อนเข้ามาอย่างฉงน พลางคิดเป็นห่วงไปถึงคุณลุงกัปตันใจดีที่แล่นเรือออกมหาสมุทรใหญ่ไป


“ผิดพลาดมั้ง” ร่างสันทัดมองไปยังก้อนเมฆอีกครั้ง ก่อนจะก้มหน้านับหัวกะหล่ำปลีในตะกร้าต่อ


“แล้ว กัปตัน. .”เด็กชายตัวเล็กพูดเสียงแผ่วเบา ความกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามาเกาะกินใจดวงน้อย


“เดี๋ยวก็คงกลับมานั่นล่ะ มาเถอะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว” แจ็คสันยกตะกร้ากะหล่ำขึ้นพลางเรียกน้องชายให้เข้าบ้านไปด้วยกัน

.

.
.


18:45 PM

 


“นี่อาหารวันนี้ไม่อร่อยหรอจ้ะ” ป้าแอนมองเด็กชายทั้งสองที่เอาแต่เขี่ยอาหารในจานไปมาแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า


“...”


“...”

ไม่มีใครตอบเธอเลยสักคน ได้แต่เสียงถอดหายใจตอบกลับมา


“ป้าจะถามอีกครั้ง กับข้าวไม่อร่อยใช่มั้ยจ้ะ” เธอวางช้อนลง แล้วถามเสียงเข้มอีกครั้งจนเด็กทั้งสองสะดุ้ง


“เอ่อ..ไม่ใช่อย่างนั้นครับ อร่อยมาก มากที่สุดเลยยย” แบมแบมตอบคุณป้าพลางตักซุปคำโตเข้าปากเคี้ยวตุ้ยตุ้ย


“ครับ อาหารอร่อยมากๆ” แจ็คสันเองก็พยักหน้ารับ เห็นด้วยกับแบมแบม พลางยิ้มแฉ่งให้คุณป้าคนสวย


“ถ้าอร่อยแล้วเป็นอะไรกัน? ทำไมเอาแต่เขี่ยข้าวล่ะ” ป้าแอนเอ่ยถามอย่างสงสัย


เมื่อได้ยินคำถามของเธอเด็กๆทั้งสองก็ชะงักมือในทันที เป็นอะไรกันไปนะ?..


“เอ่อ. .คือแบม แบมเป็นห่วงกัปตัน” แบมแบมเอ่ยตอบ ใบหน้าเล็กดูหมองเศร้า


“มีกลุ่มเมฆเคลื่อนมาจากมหาสมุทร แล้ววันนี้กัปตันก็ออกเรือน่ะครับ” แจ็คสันอธิบายให้ป้าแอนฟัง


“ตายจริง แบบนี้จะไม่เป็นอันตรายหรอ”


“ทานข้าวเสร็จผมจะไปที่ท่าเรือครับ” แจ็คสันบอกความคิดของตน เขาตัดสินใจว่าจะไปดูที่ท่าเรือให้แน่ใจว่ากัปตันปลอดภัย


“แบมไปด้วยพี่แจ็คสัน! แบมแบมร้องบอกพี่ชาย เขาก็อยากไปดูให้แน่ใจเช่นกันว่ากัปตันกลับมาแล้วหรือยัง


“ก็ดีจ้ะ อีกสักพักฟ้าจะมืดกว่านี้ยังไงก็ระวังๆกันด้วยนะ” ป้าแอนตอบก่อนจะชวนเด็กๆทานอาหารต่อ

 .




19:27 PM


     หลังจากทานอาหารเสร็จและจัดการทำความสะอาดโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว แจ็คสันและแบมแบมก็รีบขับรถมาที่ท่าเรือในทันที แล้วก็พบว่าเรือของกัปตันชาลียังไม่กลับมา


“เหมือนว่าพายุกำลังจะเข้าแล้ว” ผู้คุมท่าเรือคนหนึ่งเอ่ยขึ้น


“ส่งสัญญาณไปที่เรือรึยังครับ เป็นแบบนี้ต้องแย่แน่ๆ” แจ็คสันถามขึ้นอย่างร้อนใจ


“เรียบร้อยแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วง ทางนั้นตอบกลับมาแล้วว่ากำลังจะกลับเข้าฝั่ง” ผู้คุมตอบกลับมาอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม


     แต่รอยยิ้มพร้อมคำยืนยันว่าเรือของกัปตันชาลีกำลังกลับมายังฝั่ง ไม่ได้ทำให้แจ็คสันและแบมแบมคลายความกังวลลงเลย ทั้งสองตัดสินใจนั่งรอจนกว่าเรือจะเทียบขึ้นฝั่ง อย่างน้อยพวกเขาก็อาจจะได้ไปค้างกับกัปตันชาลีหนึ่งคืน แบมแบมเดินลัดเลาะไปตามซอยหาตู้โทรศัพท์สาธารณะเพื่อโทรบอกป้าแอนว่าจะรอจนกว่ากัปตันจะกลับมา


“ดูแลตัวเองด้วยนะทั้งคู่เลย”


“ครับ ไม่ต้องห่วงน้าป้าแอน”


“จ้ะ แล้วอย่าลืมว่าวันพรุ่งนี้เราทั้งคู่ต้องไปที่เซนเทียนะ ”


“รับทราบครับผม งั้นแค่นี้นะครับ”

.



โครมมม ซ่า. .


     หลังวางสายป้าแอนไป ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก แบมแบมใช้มือเล็กยกขึ้นเหนือศีรษะเพื่อนกันฝน สองเท้าเล็กก้าววิ่งไปตามเส้นทางเดิมที่เดินมาเพื่อกลับไปยังท่าเรือ


“พี่แจ็คสัน!” แบมแบมตะโกนเรียกชื่อพี่ชาย ตอนนี้ที่ท่าเรือดูวุ่นวายเหลือเกิน ทุกคนวิ่งวุ่นชุลมุนไปหมด


“แบม” พี่แจ็คสันวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แล้วยัดร่มใส่มือเล็ก


“เกิดอะไรขึ้น?” แบมแบมมองเหตุการณ์รอบตัวอย่างไม่เข้าใจ


“เรือกัปตันออกนอกเส้นทาง มีสัญญาณขอความช่วยเหลือมา พวกเจ้าหน้าที่กำลังจะไปดู”


“กัปตัน. .”


“พี่จะไปด้วย เรารออยู่นี่นะ” แจ็คสันลูบหัวน้องชาย ก่อนจะรีบวิ่งไปยังเรือที่จอดรออยู่


“ระวังด้วยนะพี่แจ็คสัน” แบมแบมตะโกนบอกพี่ชายที่ตอนนี้ก้าวขึ้นเรือแล้วโบกมือไล่เขาให้เข้าไปอยู่ด้านในอาคาร


.
.
.



“เรือถูกคลื่นซัดออกนอกเส้นทาง เหมือนจะซัดไปชนกับอะไรบางอย่างใต้ทะเลครับ ส่วนท้องเรือถูกทำลายไปมากกว่า40%


“เกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ลุกท่วมเรือแล้วครับ ขอกำลังเสริมด่วน”


“ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าเรือช่วยเหลือจะไปถึง”


“เร็วที่สุด 1  ชั่วโมงครึ่งครับ จากสภาพอากาศอาจจะช้ากว่านี้ก็เป็นได้ครับ”


“ไม่ทันแน่ อาร์คซีคงอยู่ไม่ได้นานขนาดนั้น เร็วกว่านี้ไม่ได้หรอ”


“ไม่ได้แล้วครับท่าน เร็วที่สุดแล้ว”


“สถานการณ์ตอนนี้ล่ะ”


“กำลังขนย้ายผู้โดยสารออกจากเรือครับ”

     

     เสียงผู้คุมและเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆดังลอดออกมาจากห้องควบคุม แบมแบมที่นั่งอยู่ด้านหลังได้ยินหมดแล้วทุกอย่าง. . เรือกำลังจะจมหรอ . . แล้วความกลัวก็เริ่มเข้ากัดกินใจดวงน้อย กัปตัน พี่แจ็คสัน . .

.
.

 



เหมือนว่าแจ็คสันจะมาช้าไป. . เมฆฝนเคลื่อนตัวออกไปแล้ว สภาพเรือตอนนี้ที่ไฟไหม้ไปเกือบครึ่ง กำลังจมลงสู่มหาสมุทรไปเรื่อยๆ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ถูกช่วยเหลือโดยเรือช่วยเหลือ และเรือสำรองของท่าเรือ แต่ก็ยังมีผู้โดยสารอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังติดอยู่ในเรือ หรือสูญหาย แจ็คสันกวาดสายตามองหาเจ้าของร่างขาวสูงของกัปตันวัยกลางคน และโชคดีที่มหาสมุทรยังไม่อยากกลืนกินชายวัยกลางคนคนนั้น กัปตันชาลีบนเรือช่วยเหลือลำหนึ่ง โบกมือให้กับเขา แจ็คสันโบกมือตอบ โล่งใจแล้วล่ะ. .

         

      แจ็คสันขอเรือลำเล็กเพื่อช่วยหาผู้รอดชีวิต เขาพายเรือไปโดยรอบส่องไฟฉายไปทั่วพื้นที่รอบๆเรืออาร์คซีที่กำลังจม เมื่อไม่พบอะไรแล้ว แจ็คสันจึงพายเรือออกมาไกลจากอาร์คซีเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบโดยรอบ เผื่อมีผู้รอดชีวิตอีก


.
.


บุ๋ม. . บุ๋ม. . 


ฟองอากาศและเสียงน้ำกระจายเป็นวง เรียกความสนใจจากแจ็คสันให้หันไปมอง เขาส่องไฟไปยังบริเวณที่คาดว่าเป็นที่มาของเสียง มีฟองอากาศจำนวนมากที่ลอยขึ้นมา แจ็คสันพายเรือเข้าไปใกล้บริเวณนั้นอีกนิด แล้วเขาก็เห็นมือ. . มือที่เหมือนจะตะเกียกตะกายขึ้นมาเหนือน้ำ


“คุณ!


ตู้มมม. .


ไม่ต้องครุ่นคิดอะไรให้เสียเวลาอีก แจ็คสันกระโดนลงน้ำเพื่อเข้าไปช่วยอีกคนในทันที


.

.


- เซนเทีย - 07:00 AM



“เขาจะตายมั้ยพี่แจ็คสัน” แบมแบมถามพี่ชายพลางบิดผ้าในมือให้แห้งหมาดๆเช็ดไปตามโครงหน้าสวยของคนที่นอนอยู่บนเตียง


“ไม่หรอก แค่กำลังหลับ” แจ็คสันมองไปยังร่างบางของคนบนเตียงที่เขาช่วยชีวิตมาได้เมื่อคืนนี้


“อืม เมื่อกี้แบมดูเสื้อผ้าของเขา ไม่เห็นมีอะไรเลย ไม่มีแม้แต่กระเป๋าตังค์ด้วยซ้ำ” ร่างเล็กบึนปากออกเล็กน้อย


“ไม่มีอะไรเลยหรอ”


“อื้อ แบบนี้จะรู้ได้ยังไงว่าชื่ออะไรมาจากไหน”


“...” แจ็คสันยังคงมองไปยังใบหน้าเรียบนิ่งที่กำลังหลับอยู่บนเตียง


“โอ๊ะ แต่มีผ้าเช็ดหน้าอยู่ผืนนึงนะ” แบมแบมร้องออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาพบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อโค้ทของคนบนเตียง


“ผ้าเช็ดหน้า?” แจ็คสันทวนคำน้องชายอีกครั้ง


“ใช่ แบมวางไว้ในตระกร้าน่ะ” แบมแบมชี้ไปยังตะกร้าเสื้อผ้า ก่อนจะหันมาห่มผ้าให้คนบนเตียง


.

“ผ้าเช็ดหน้าดูแพงด้วยนะ แบมเห็นมีตรากับตัวอักษรปักอยู่ อาจจะเป็นลูกมหาเศรษฐีรวยๆอะไรเทือกๆนั้นก็ได้”


“หืม?” แจ็คสันเดินไปยังตะกร้าผ้า มือหนาเอื้อมลงไปหยิบผ้าเช็ดหน้าสีหม่นแต่ดูเรียบหรูขึ้นมาพิจารณา


ยองแจ. .”


“หืม?” แบมแบมมองไปยังพี่ชายที่พึมพำเสียงเบาอยู่


ชเวยองแจ”                       

 


#อชอมจจ 

-------------------------------------------------------

ขอฝาก Ocean in Mind ด้วยนะคะ._. 

สามารถติชม สกรีมในคอมเม้นท์หรือใน

แท็ก #อชอมจจ ค่ะ:)


KAMON.

 

 

2 ความคิดเห็น

  1. #2 Banwen (@Banwen) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 20:47
    สนุกๆๆๆๆๆ น่าติดตามมาก ไรท์รีบๆมาต่อนะคะ รออ่านค่าาาา
    #2
    0