Short Fiction

ตอนที่ 4 : [Fic Dooseob] Secret Plan แผนลับ กำราบนายหน้าใส (Part 3 End)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 มี.ค. 61

Secret Plan แผนลับ กำราบนายหน้าใส

(Part 3 End)



เวลาผ่านมาร่วมเดือน หลังจากผลิตสินค้าส่งไปหลายครั้ง สถานการณ์ในบริษัทก็ดีขึ้นเรื่อยๆ และโยซอบก็ได้ข่าวจากพี่ชายว่าบริษัทที่ญี่ปุ่นกลับมาเป็นปกติแล้ว ส่วนพ่อของตนนั้นก็อาการดีขึ้นเช่นกัน เมื่อเห็นสถานการณ์ของบริษัทดีขึ้นดูจุนจึงชวนโยซอบไปพักผ่อนที่ทะเลเพราะเห็นว่าทำงานหนักมานาน และโยซอบก็ไม่ได้ปฏิเสธ ทั้งคู่จึงไปพักผ่อนด้วยกันสองคน

 

 

 

“บรรยากาศดีจัง”โยซอบพูดขึ้นเมื่อออกมารับลมที่หน้าระเบียงบ้านพัก ซึ่งกว่าจะมาถึงก็เริ่มจะเย็นแล้ว

“นั่นซิ ไม่ได้สูดบรรยากาศสดชื่นแบบนี้นานแล้ว”ดูจุนสูดรับอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด

“พี่ดูจุน ไปเดินเล่นริมหาดกัน”เมื่อโยซอบออกปากชวน มีหรือที่ดูจุนจะปฏิเสธ

 

“เฮ้ออออ!!!”โยซอบถอนหายใจออกมาขณะเดินเรียบหาดทรายไป ทำเอาดูจุนหันมามองด้วยความสงสัย

“ถอนหายใจเสียงดังจัง เครียดเรื่องอะไรรึเปล่า”ดูจุนหันไปถามโยซอบ

“โยแค่คิดว่าเรื่องทุกอย่างที่เข้ามามันช่วยสอนอะไรโยได้มากเลย มันทำให้โยโตขึ้นมาก”โยซอบยิ้มให้กับสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามา

“อืม ก็จริงนะ โยเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก”

“เปลี่ยนยังไง”โยซอบหันมาถามลองเชิง ไม่รู้ดูจุนจะเหน็บแนมอะไรเค้าอีกหรือเปล่า

“พี่ก็ไม่แน่ใจนะ เพราะโยไปอยู่ต่างประเทศมาตั้งนาน แต่เท่าที่พี่รู้คือโยค่อนข้างเอาแต่ใจ ชอบเที่ยวเล่นสนุกกับเพื่อนไปวันๆ บางทีก็ขี้หงุดหงิด ขี้วีน แต่ตอนนี้ดูโตขึ้นมากจริงๆ”

“นี่หลอกด่าป่ะเนี่ย”

“ไม่ได้หลอก นี่พี่ชมโยจริงๆนะ”

“มันก็จริงของพี่นะ แต่ก่อนโยก็เป็นแบบนั้นจริงๆแหละ พี่โฮถึงได้มองว่าโยเด็กในสายตาเค้าตลอด”

“แต่พี่เชื่อว่าถ้าคุณซึงโฮได้เห็นโยในตอนนี้ เค้าจะไม่คิดแบบนั้นอีก”ดูจุนยิ้มให้โยซอบอย่างจริงใจ ชื่นชมในการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนอื่นของโยซอบ

“ครับ”โยซอบยิ้มตอบ

“ที่นี่สวยจังเลยเนาะ”ดูจุนพูดขณะที่สายตามองทอดไปยังท้องทะเล

“พี่ดูจุน”

“มีอะ....”ยังไม่ทันที่ดูจุนจะพูดจบประโยค น้ำทะเลเค็มๆก็ลอยมากระทบใบหน้าอย่างจัง

“ฮ่าๆๆๆ”แล้วก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของคนตัวเล็กที่ดังขึ้นเมื่อเห็นหน้าดูจุนตอนโดนน้ำทะเลสาด

“นี่แกล้งพี่หรอ นี่แหนะ!”คราวนี้ก็เป็นดูจุนบ้างที่ก้มลงวักน้ำทะเลสาดใส่โยซอบ แล้วทั้งคู่ก็ผลัดกันสาดน้ำทะเลใส่กัน แกล้งกันไปแกล้งกันมา แล้วก็ถือโอกาสเล่นน้ำทะเลซะเลย จนเวลาล่วงเลยมาจนพระอาทิตย์ตกดิน

 

 

 

“อ้าว! โย ทำไมยังไม่เช็ดผมอีก เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”ดูจุนออกมาจากห้องน้ำ แล้วเห็นโยซอบนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ทั้งที่ผมยังเปียก

“ไม่หรอกพี่ดูจุน ปล่อยไว้อย่างนี้เดี๋ยวมันก็แห้งเอง”โยซอบตอบทั้งที่ยังก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อยู่

“วางโทรศัพท์ แล้วเช็ดผมให้แห้งก่อน”ดูจุนพูดแกมบังคับ แต่ก็ไร้วี่แววการตอบสนองของคนตัวเล็ก “วางโทรศัพท์”ดูจุนเดินไปแย่งโทรศัพท์จากมือโยซอบมาวางไว้ที่หัวเตียง

“พี่ดูจุน เอาโทรศัพท์โยมา นี่ตั้งแต่ไปทำงานโยแทบจะไม่ได้เข้าโซเชียลเลยนะ นานๆทีจะมีโอกาสได้เล่น”โยซอบทำงอแงที่โดนแย่งโทรศัพท์

“เอาไว้ค่อยเล่นทีหลีงก็ได้ มา! เดี๋ยวพี่เช็ดผมให้”พูดจบดูจุนก็นั่งลงตรงหน้าโยซอบ แล้วหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่วางอยู่บนเตียงมาเช็ดผมให้โยซอบ แล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“หัวเราะอะไร”โยซอบถามดูจุนด้วยสีหน้าบึ้งตึงปนสงสัย

“หัวเราะคนงอแง”แล้วดูจุนก็หัวเราะต่อ โยซอบก็ได้แต่มองตาขวางใส่ “นี่ตั้งแต่โยไปทำงานพี่ไม่ค่อยเห็นโยเป็นแบบนี้เลยนะ ตอนทำงานดูเป็นผู้ใหญ่มากเลย แต่พอมาพักผ่อนแบบนี้กลับกลายเป็นโยซอบคนเดิมซะงั้น”

“งานก็ส่วนงาน พักผ่อนก็ส่วนพักผ่อน”โยซอบพูดไปอย่างขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียง ก็มันเป็นเรื่องจริงนี่นา ได้พักผ่อนทั้งทีก็อยากจะพักให้เต็มที่

“แต่มีอีกอย่างนะ....ที่ไม่มีเหมือนกันระหว่างตอนนี้กับที่ผ่านมา”ดูจุนพูดไปก็เช็ดผมให้โยซอบไป

“อะไร???”โยซอบถามด้วยความสงสัย ดูจุนหยุดเช็ดผมแล้วหันมามองหน้าโยซอบ

“ก็แต่ก่อนพี่ไม่ได้อยู่กับโยแบบนี้ไง”สายตาที่ดูจุนมองโยซอบนั้นเหมือนต้องการจะสื่ออะไรบางอย่าง ซึ่งคำพูดของเค้าก็ทำเอาคนตัวเล็กใจเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะเลย

“ก็ตอนนั้นพี่ดูจุนอยู่กับพี่โฮนิ”โยซอบพยายามหลบตาดูจุน

“ก็จริงของโยนะ ตอนนั้นพี่รู้จักแต่คุณหนูโยซอบที่เอาแต่ใจ รักสนุก บางทีก็ขี้วีน แล้วก็......”ก่อนที่ดูจุนจะพูดไปมากกว่านี้ โยซอบก็รีบเอามือมาปิดปากดูจุน เพราะรู้สึกว่ายิ่งดูจุนพูดตัวเองยิ่งไม่มีอะไรดีเลย

“พอเลย ไม่มีอะไรดีเลยนะนั่น”และเป็นอีกครั้งที่โยซอบทำตาขวางใส่ดูจุนอย่างขัดใจ

“ฮ่าๆๆ ฟังให้จบก่อนซิ นั่นมันคืออดีต แต่ตอนนี้โยซอบคือคนที่โตเป็นผู้ใหญ่ สามารถดูแลบริษัทและดูแลพนักงานในบริษัทได้ พี่เชื่อว่าคุณท่านกับคุณซึงโฮต้องภูมิใจในตัวโยซอบแน่”ดูจุนจับมือโยซอบมากุมไว้ แล้วพูดออกมาด้วยความจริงใจ

“แล้วพี่ดูจุนล่ะ ภูมิใจในตัวโยบ้างหรือเปล่า”โยซอบหันมาถามดูจุนอย่างจริงจัง

“สำหรับพี่....พี่ภูมิใจในตัวโยตั้งแต่วันที่โยตัดสินใจไปทำงานที่บริษัทแล้ว”ดูจุนเผยยิ้มออกมาให้โยซอบ

ดูจุนกุมมือโยซอบอยู่อย่างนั้น ต่างคนต่างยิ้มออกมาให้กันด้วยความจริงใจ สายตาประสานกันเนิ่นนาน นานจนก่อเกิดเป็นความรู้สึกบางอย่างขึ้นในใจของทั้งคู่ ความรู้สึกที่ไม่ต้องบอก แต่รับรู้ด้วยสายตาของกันและกัน

 

ดูจุนค่อยๆโน้มตัวเข้าไปหาโยซอบจนโยซอบรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของดูจุน แล้วริมฝีปากของดูจุนก็แตะลงบนริมฝีปากเล็กๆของโยซอบ ถ่ายถอดความรู้สึกของกันและกันผ่านการสัมผัส จูบที่นุ่มนวลทำเอาดวงใจสองดวงเต้นแรงจนมันแทบจะทะลุออกมาจากอก ดูจุนค่อยๆถอนริมฝีปากออกแล้วจ้องมองคนตรงหน้าเหมือนอยากจะกลืนเข้าไปทั้งตัว แล้วดูจุนก็กดทับริมฝีปากของตัวเองลงบนริมฝีปากของคนตัวเล็กอีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้กลับเป็นจูบที่ร้อนแรงและดูดดื่มมากขึ้น ส่วนโยซอบที่มีความรู้สึกไม่ต่างจากกันก็ยกมือขึ้นมาคล้องคอดูจุนไว้อย่างกับไม่ต้องการให้อีกคนหนีไปไหนและจูบตอบอย่างดูดดื่มไม่แพ้กัน

 

ดูจุนค่อยๆเอามือลูบไล้ไปทั่วร่างกายโยซอบ จนในที่สุดก็มาหยุดอยู่ที่แผงอกขาวของโยซอบ แล้วค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวของอีกคนออกทีละเม็ด ทีละเม็ด ทีละเม็ด จนกระดุมเม็ดสุดท้ายก็ถูกปลดออก ดูจุนผลักโยซอบให้นอนราบไปกับเตียง ส่วนตัวเองนั้นก็ถอดเสื้อยืดแขนยาวสีขาวที่ใส่อยู่โยนทิ้งไป แล้วก็เข้าไปซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอขาวๆของโยซอบ ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ที่ทั้งคู่สัมผัสกันและกัน จนกระทั่ง.........//ตัดฉากไปที่โคมไฟ

 

 

 

บรรยากาศริมทะเลยามเช้ามันช่างสดชื่นอะไรเช่นนี้ แสงแดดอุ่นๆที่สาดแสงเข้ามา ลมเย็นๆที่พัดผ่านมาในห้องพร้อมกับเอากลิ่นอายของทะเลเข้ามาด้วย ทำเอาไม่อยากลุกจากเตียงเลย คนตัวเล็กหลับตาพริ้ม ริมฝีปากก็ยิ้มให้กับบรรยากาศที่แสนจะสดชื่นนี้

“ตื่นได้แล้วเด็กขี้เซา”โยซอบได้ยินเสียงเหมือนมีใครมาพูดอยู่ข้างหู

“พี่ดูจุน ตื่นนานแล้วหรอ”โยซอบค่อยๆลืมตาขึ้นมา แล้วก็เห็นดูจุนนอนเอามือเท้าที่ศีรษะแล้วก็จ้องมองเค้าอยู่

“นานมาก นานจนเห็นใครบางคนนอนน้ำลายยืดอยู่เนี่ย”ดูจนเหลือบตาไปมองที่ปากของโยซอบ

“บ้าหรอ ใครนอนน้ำลายยืด ไม่มี”ปากก็ปฏิเสธ แต่มือก็พยายามเช็ดปากตัวเองอยู่

“มา เดี๋ยวพี่ช่วยเช็ด”พูดจบดูจุนก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ริมฝีปากของโยซอบ และทำเหมือนจะจูบ ทำให้คนตัวเล็กรู้ทันว่ากำลังโดนอีกคนแกล้งอยู่

“หยุดเลย นี่แกล้งโยอยู่ใช่มั้ย”โยซอบมองแรงใส่ดูจุน

“ฮ่าๆๆๆ พี่ล้อเล่น”พูดจบดูจุนก็กอดโยซอบไว้ในแผงอกกว้างของตัวเอง “นอนต่อเถอะ ยังเช้าอยู่เลย”แล้วดูจุนก็จูบลงที่หน้าผากของโยซอบ ส่วนโยซอบเองก็นอนซุกอยู่ในอ้อมกอดของดูจุนอย่างมีความสุข จนเผลอหลับไปอีกครั้ง

 

 

 

เวลาล่วงเลยมาจนสาย มือเล็กๆค่อยๆควานหาอีกคนที่เค้านอนกอดอยู่ตั้งแต่เมื่อคืนทั้งที่เปลือกตาก็ยังปิดอยู่ เมื่อพบแต่ความว่างเปล่าที่อยู่บนเตียงเค้าก็ลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนคนเดียวโดยไรวี่แววของอีกคน ทำไมดูจุนไม่ปลุกเค้า? ดูจุนคงอยากให้เค้าพักผ่อนซินะ คนตัวเล็กคิดในใจ แล้วก็ลุกออกจากเตียงเดินไปนอกห้องนอน ก็พบดูจุนยืนอยู่ที่ระเบียง

“ครับ คุณซึงโฮไม่ต้องเป็นห่วงครับ โย เอ้ย! คุณโยซอบเปลี่ยนไปมาก ตั้งใจทำงาน แล้วก็เรียนรู้งานได้เร็วมาก จนสามารถผ่านอุปสรรคที่คุณสร้างขึ้นมาได้ ฮ่าๆๆ”ดูจุนหัวเราะด้วยความชอบใจ ในตอนแรกที่โยซอบรู้ว่าดูจุนกำลังคุยโทรศัพท์กับพี่ชายเค้าก็จะเดินเข้าไปหาดูจุน เพราะอยากจะคุยกับพี่ชายของตนเช่นกัน แต่พอได้ยินคำว่า อุปสรรคที่คุณสร้างขึ้นเค้าก็ต้องหยุดชะงัก ไม่เข้าใจในสิ่งที่ได้ยิน

“.....”โยซอบได้แต่แอบฟังอยู่เงียบๆ

“แล้วตอนที่ผมพาคุณโยซอบไปเจอคุณชางกูนี่ผมกลัวคุณโยซอบจะอาละวาดมากครับ แต่ก็ผิดคลาด คุณโยซอบตอกกลับคุณชางกูจนทางนั้นนิ่งไปเลย แล้วก็ต้องชมคุณชางกูนะครับที่เล่นได้สมบทบาทมาก ผมว่าอีกไม่นานคุณโยซอบคงได้ช่วยคุณบริหารงานอย่างเต็มตัวโดยที่คุณไม่ต้องบังคับเลยล่ะครับ แล้วตอนนี้คุณท่านเป็นอย่างไรบ้างครับ สบายดีเหมือนเดิมใช่มั้ยครับ”สบายดี เหมือนเดิม มันหมายความว่าอะไร? พ่อไม่ได้ป่วยหนักมาตั้งแต่แรกอย่างนั้นหรอ? นี่มันอะไรกันแน่ โยซอบได้แต่ตั้งคำถามอยู่ในใจ “งั้นเดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะครับ ถ้ามีอะไรคืบหน้าผมจะรีบบอกทันทีเลยครับ ครับ สวัสดีครับ”เมื่อเห็นว่าดูจุนคุยโทรศัพท์เสร็จ โยซอบก็รีบกลับเข้าไปในห้องนอน แล้วก็ขึ้นไปนอนบนเตียงทำเหมือนว่าตัวเองยังไม่ตื่น

 

“โย ตื่นได้แล้วนะ สายแล้ว”แล้วไม่นานนักดูจุนก็เข้ามาในห้องแล้วก็ปลุกโยซอบ

“อ้าว! พี่ดูจุน”โยซอบทำเป็นขยี้ตา ทำทีเหมือนเพิ่งตื่น

“ไปอาบน้ำแล้วไปกินข้าวกัน”ดูจุนพยายามดึงโยซอบให้ลุกขึ้นจากเตียง แต่โยซอบก็ทำอีดออดไม่ยอมลุกสักที “ไปอาบน้ำเร็วเข้า หรือจะให้พี่อาบให้”ดูจุนมากระซิบข้างหูโยซอบ ทำเอาโยซอบตาโต ตื่นเลยทีนี้

“โยอาบเองได้”พูดจบคนตัวเล็กก็กระโดดลงจากเตียงแล้วก็วิ่งเข้าห้องน้ำทันที ดูจุนก็ได้แต่หัวเราะให้ท่าทีของโยซอบ

 

 

 

         หลังจากทานอาหารเสร็จ ทั้งคู่ก็ไปเที่ยวกันในที่ท่องเที่ยวแถวๆทะเลที่พวกเค้าไป แม้โยซอบจะมีความสุขมากที่ได้อยู่กับดูจุน แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่อยู่กับเค้ามาตลอดนี้มีอะไรปิดบังเค้าอยู่กันแน่ เวลาผ่านไปจนบ่ายคล้อย ทั้งคู่จึงกลับบ้าน และระหว่างทางโยซอบก็ได้แต่นั่งเงียบไม่พูดอะไร ส่วนดูจุนนั้นก็ขับรถไปเงียบๆ และคิดว่าที่คนตัวเล็กเงียบไปเป็นเพราะเวลาแห่งความสุขกำลังจะผ่านไป แล้วต้องกลับไปเผชิญหน้ากับงานที่รออยู่

 

          เย็นวันนั้นหลังจากที่โยซอบกลับมาถึงบ้านก็ขึ้นห้องไปทันที โยซอบสงสัยว่าพ่อ พี่ชาย และคนที่เค้ามอบหัวใจให้นั้นมีอะไรปิดบังเค้าอยู่กันแน่ แล้วอุปสรรคที่สร้างขึ้นมันหมายความว่าอย่างไร หรือเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันจะเป็นแค่แผนการที่ทำให้เขาเข้าไปทำงานในบริษัท ระหว่างที่ใจกำลังคิดสับสนวุ่นวายอยู่กับเรื่องทั้งหมด โยซอบก็คิดได้ว่า เค้ามีเพื่อนอยู่ญี่ปุ่นนิ เพื่อนสนิทของเค้า ปาร์คโชรง

 

               โยซอบเล่าเรื่องทุกอย่างให้โชรงฟัง รวมทั้งเรื่องที่ตนสงสัยด้วย และขอให้โชรงช่วยตามดูพี่ชายกับพ่อของตนให้หน่อย แม้ในตอนแรกเพื่อนสาวของโยซอบจะว่าเขาคิดมากไปเองและจะไม่ช่วยเพราะตนก็ต้องทำงาน แต่สุดท้ายก็ต้องยอมให้กับลูกอ้อนของเพื่อนอย่างโยซอบ และรับปากว่าจะช่วย




ประเทศญี่ปุ่น.........

 

               โชรงขออนุญาตป้าของตนซึ่งเป็นเจ้าของร้านเสื้อแห่งหนึ่งในโตเกียวทำงานแค่ตอนเช้า ส่วนตอนบ่ายบอกว่าต้องไปทำธุระให้เพื่อน ซึ่งป้าของโชรงเป็นคนใจดีอยู่แล้ว ท่านก็อนุญาตโดยไม่ได้ถามเซ้าซี้อะไร

 

               หลังจากทำงานเสร็จในช่วงเช้า ช่วงบ่ายโชรงเดินทางมายังบริษัทยังกรุ๊ปที่อยู่ในโตเกียว เมื่อมาถึงหน้าบริษัทก็เจอซึงโฮและคุณฮงซอกออกมาจากบริษัทพร้อมกัน ทำเอาโชรงแทบหลบไม่ทัน โชรงแอบบอยู่มุมหนึ่งของตึกก็เห็นว่าซึงโฮกับพ่อของเขานั่งรถออกไปข้างนอกด้วยกัน ตนเองจึงรีบนั่งแท็กซี่ตามไป

 

               โชรงนั่งรถตามไปไม่นาน รถของซึงโฮก็มาจอดอยู่ที่สนามไดร์ฟกอล์ฟแห่งหนึ่ง โชรงแอบมองดูอยู่ในรถ เห็นซึงโฮกับพ่อเดินเข้าไปด้านในโดยมีพนักงานชายคนหนึ่งมาต้อนรับและคุยกันด้วยท่าทางสนิทสนม เมื่อทั้งคู่เข้าไปข้างในเรียบร้อยแล้วโชรงจึงเดินตามเข้าไป และก็เช่นเดิม มีพนักงานคนเดิมก็มาต้อนรับโชรงตามประสาคนให้บริการ โชรงอ้างว่ามาหาเพื่อน เมื่อเห็นท่าทางสนิทสนมของซึงโฮและพนักงานคนนี้ โชรงจึงแกล้งทำเป็นพูดคุยด้วย และทำทีเป็นว่าเหมือนรู้จักซึงโฮ บอกกับพนักงานว่าเหมือนเคยเจอซึงโฮที่ไหนสักที่ พนักงานจึงหลงกลและแนะนำซึงโฮให้โชรงรู้จัก (ทั้งที่จริงโชรงก็รู้จักอยู่แล้ว) พนักงานบอกว่าอาจจะเคยเห็นที่นี่ เพราะซึงโฮมาเที่ยวญี่ปุ่นได้เป็นเดือนแล้ว และก็แวะมาที่นี่บ่อยๆ ซึ่งส่วนมากก็มากับคุณฮงซอกพ่อของเขา พอได้คำตอบที่ต้องการโชรงก็ทำทีเป็นขอตัวเข้าไปหาเพื่อน ตอนที่เข้าไปก็แอบดูซึงโฮและพ่ออยู่ห่างๆ และก็เห็นว่าคุณฮงซอกดูท่าทางแข็งแรงดี ไม่เห็นมีอาการป่วยอย่างที่เพื่อนของตนเคยบอก หลังจากที่สังเกตท่าทางของสองพ่อลูกอยู่พักใหญ่โชรงก็หลบออกมาจากที่แห่งนั้น

 

 

 

               โชรงเล่าเรื่องที่ต้องเองรู้มาให้โยซอบฟัง ทำให้โยซอบเริ่มมั่นใจมากขึ้นว่าเรื่องที่ตนสงสัยนั้นจะเป็นเรื่องจริง เพราะถ้าดูอาการของพ่อตนก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น ไม่มีทางที่ท่านจะแข็งแรงพอที่จะไปไดร์ฟก๊อล์ฟได้ ระหว่างที่โชรงคอยสืบเรื่องให้โยซอบก็คคอยสังเกตท่าทีของดูจุนตลอด แต่ก็ไม่มีอะไรผิดสังเกตให้เค้าจับได้เลย

 

 

 

               ทางด้านโชรงก็ยังคงหาคำตอบให้เพื่อนอย่างโยซอบอยู่ เพราะตัวเองก็ไม่อยากมั่นใจว่าสิ่งที่โยซอบสงสัยนั้นเป็นเรื่องจริงถ้ายังไม่ได้ยินจากปากของซึงโฮ วันนี้ก็เป็นอีกวันที่โชรงเปลี่ยนจากการเป็นดีไซเนอร์มาทำหน้าที่นักสืบ โชรงตามซึงโฮกับคุณฮงซอกมาที่ร้านกาแฟที่เปิดอยู่ภายในบริษัทยังกรุ๊ป

               “พ่อน่าจะเชื่อผมตั้งแต่แรกนะครับ”ซึงโฮหันไปคุยกับพ่อระหว่างที่นั่งจิบกาแฟอยู่ด้วยกัน ทางด้านโชรงพอเห็นพ่อลูกคุณกันจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายวิดีโอ เผื่อจะมีหลักฐานอะไรดีๆไปบอกเพื่อนรักของตน

               “ลูกนี่แผนสูงมากเลยนะ มีอย่างที่ไหนแกล้งให้พ่อป่วยหนัก แล้วหลอกน้องตัวเองว่าบริษัทโดนโกง จนน้องต้องยอมเข้าไปทำงาน”คุณฮงพูดติดตลก และก็หยิบกาแฟขึ้นมาจิบ

                “ผมก็ไม่อยากทำหรอกครับ แต่จะทำอย่างไงได้ บอกดีๆน้องก็ไม่ยอมเชื่อ ไม่ยอมไปทำงานสักที หาเหตุผลนู้นนี่มาอ้างตลอด วิธีนี้คงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วครับ”โชรงได้ยินทุกคำพูดของซึงโฮ เริ่มเข้าใจอะไรๆมากขึ้น และก็เกิดความขุ่นเคืองแทนเพื่อนตัวเองที่ถูกพี่ชายหลอกแบบนี้ นี่อยากให้น้องไปทำงานแทนตัวเองจนต้องเอาความรู้สึกน้องมาล้อเล่นขนาดนี้เลยหรอ โชรงคิดในใจ

 

          เมื่อโชรงคิดว่าได้ข้อมูลเพียงพอแล้ว และข้อมูลที่มีอยู่ก็ทำให้ทุกอย่างชัดเจน โชรงจึงส่งวิดีโอที่ถ่ายไว้ไปให้โยซอบ แต่ในระหว่างที่กำลังส่งวิดีโอนั้น อยู่ๆพนักงานเสิร์ฟในร้านก็ซุ่มซ่ามสะดุดขาตัวเอง ทำให้แก้วน้ำเปล่าที่ถือมาด้วยหกใส่โชรง

               “ว๊าย!” โชรงร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ ทำเอาคนทั้งร้านหันไปมอง รวมทั้งซึงโฮและคุณฮงซอกด้วย โชรงตกใจเมื่อหันไปสบตากับซึงโฮ กลัวว่าซึงโฮจะสงสัยที่เห็นตนที่นี่ แล้วก็ยิ่งกลัวเข้าไปอีกเมื่อสองพ่อลูกเดินมาทางตน แต่พอตั้งสติได้ก็คิดว่าพวกเค้าคงไม่รู้เหตุผลหรอกว่าตนมาทำอะไร เพราะเรื่องนี้มีแค่เค้ากับโยซอบเท่านั้นที่รู้ แล้วโชรงก็ฉีกยิ้มให้ทั้งสองคนเมื่อเดินมาใกล้ตน

               “ขอโทษด้วยนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”พนักงานเสิร์ฟรีบขอโทษขอโพย

               “ต้องขอโทษแทนพนักงานของเราด้วยนะครับ”ซึงโฮเดินเข้ามาขอโทษแทนพนักงานของตน

               “ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ”เมื่อเห็นว่าลูกค้าไม่เอาเรื่อง ซึงโฮจึงพยักหน้าเป็นสัญญาณให้พนักงานไปทำงานต่อ พนักงานก็รับคำสั่งแล้วโค้งให้โชรงเป็นการขอโทษอีกครั้ง

               “เอาเป็นว่าเราจะไม่คิดเงินหนูเพื่อเป็นการขอโทษแล้วกันนะ”คุณฮงซอกบอกกับโชรง “ว่าแต่หนูชื่ออะไรล่ะ ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นหน้าจัง”คุณฮงซอกมองโชรงอย่างพินิจพิเคราะห์

               “ปาร์ค....”

               “โชรง!”โชรงที่ยังไม่ทันจะแนะนำตัวเองกับพ่อของเพื่อนจบก็ต้องหันไปทางซึงโฮที่อยู่ๆก็พูดชื่อเค้าขึ้นมา “ปาร์ค! โช! รง!”ซึงโฮพูดย้ำทีละคำพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ของโชรงที่กำลังคุยกับโยซอบค้างไว้ไปทางโชรง ด้วยความตกใจที่ซึงโฮเห็นตน โชรงจึงไม่ได้สนใจโทรศัพท์ว่าจะตกไปทางไหน

               “คือ.......”โชรงพูดอะไรไม่ออก ส่วนซึงโฮก็หยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาเพื่อโทรหาน้องชาย แต่ก็โดนตัดสายทิ้ง พอโทรไปอีกรอบก็โทรไม่ติดแล้ว ซึงโฮหันไปจ้องโชรงด้วยสายตาแข็งกร้าว

               “เกิดอะไรขึ้นหรอลูก”คุณฮงซอกหันมาถามลูกชายคนโตด้วยความสงสัย

               “ผมว่าตอนนี้น้องน่าจะรู้แผนของเราทั้งหมดแล้วล่ะครับ และดูเหมือนน้องจะไม่เข้าใจเลยตัดสายผมทิ้งแบบนี้ ผมว่าเราคงต้องกลับเกาหลีแล้วล่ะครับ”ซึงโฮพูดกับพ่อของตน แต่สายตาก็ยังคงจ้องโชรงอยู่ด้วยความโกรธ

               “งั้นหนูของตัวก่อนนะคะคุณลุง พี่ซึงโฮ”โชรงหยิบกระเป๋าเพื่อจะไปให้พ้นจากตรงนี้ แต่ก็ต้องหยุดความคิดนั้นไว้เมื่อซึงโฮรั้งข้อมือของตนไว้ไม่ให้ไหน

               “จะไปไหน ยัยตัวปัญหา”เมื่อได้ยินอย่างนั้นโชรงก็เริ่มโมโห ที่ถูกว่าว่าเป็นตัวปัญหา ทั้งที่ปัญหาทั้งหมดมันไม่ได้เริ่มที่เค้าเลย

               “ใครกันแน่ที่เป็นตัวปัญหา ถ้าคุณไม่หลอกน้องคุณ น้องคุณก็คงไม่สงสัย แล้วไม่ให้ฉันมาคอยตามคุณแบบนี้หรอก”เมื่ออารมณ์เปลี่ยน สรรพนามที่ใช้เรียกก็เปลี่ยนเช่นกัน

               “เธอไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า”ทางด้านซึงโฮก็มีอารมณ์โกรธไม่แพ้กัน

  “พอเถอะลูก คนมองเต็มร้านแล้ว แล้วปล่อยหนูโชรงไปเถอะเค้าไม่รู้เรื่องกับเรา พ่อว่ารีบกลับไปคุยกับน้องให้รู้เรื่องดีกว่านะ ก่อนที่น้องจะเข้าไปผิดไปมากกว่านี้”คุณฮงซอกพยายามห้ามลูกชาย

 

  ซึงโฮหยิบโทรศัพท์ตนเองขึ้นมาโทรหาใครบางคน แต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือโชรง แม้อีกคนจะพยายามสะบัดข้อมือมากขนาดไหนก็ตาม

 

  “หาไฟท์บินที่เร็วที่สุด 2 ที่ อ่อ! ไม่ซิ 3 ที่”ซึงโฮหันมาจ้องหน้าโชรงแล้วคุยกับปลายสาย ความซวยเข้ามาเยือนแล้วปาร์คโชรง โชรงคิดในใจ

 

 

 

  ทางด้านโยซอบ เมื่อได้รู้ความจริงทั้งหมดจากคลิปวิดีโอที่เพื่อนสาวส่งมาให้ก็เสียใจมาก ไม่ยอมพูดกับใครเลย โดยเฉพาะดูจุน

 

  “โยเป็นอะไรหรือเปล่า พี่เห็นโยเงียบมาตั้งแต่อยู่บริษัทแล้วนะ”ดูจุนพูดเมื่อขับรถมาถึงบ้าน

  “เปล่า”ตอบกลับมาแค่นั้นแล้วก็เงียบไป

  “เครียดเรื่องงานหรอ ไปขับรถเล่นกันมั้ย เดี๋ยวพี่พาไป”ดูจุนก็พยายามพูดคุยกับโยซอบเพื่อให้อีกคนรู้สึกดี

 “ไม่! ฉันอยากอยู่คนเดียว”พูดจบโยซอบก็เปิดประตูรถและปิดลงเสียงดัง แล้วก็เดินเข้าบ้านไปทันที

 

               เกิดอะไรขึ้น โยซอบเป็นอะไร ทำไมสรรพนามที่เคยเรียกแทนตัวเองว่า โยถึงกลายเป็น ฉัน ถ้าเป็นแต่ก่อนเค้าคงไม่คิดอะไร แต่ตอนนี้มันฟังดูห่างเหินเหลือเกิน TT

 

 

 

ประเทศญี่ปุ่น.........

 

               “นี่! คุณจะพาฉันไปเกาหลีไม่ได้นะ ฉันต้องทำงาน”โชรงโวยวาย

               “นี่ฉันก็กำลังพาเธอไปลางานอยู่ไง”ซึงโฮพูดไปก็ขับรถไปด้วย ดีที่ยังมีเวลาก่อนขึ้นเครื่องอีกชั่วโมงกว่า เค้าจึงให้พ่อของตนล่วงหน้าไปที่สนามบินก่อน ส่วนตนเองก็พาโชรงไปที่ร้านเสื้อของป้าโชรงเพื่อลากลับเกาหลี

               “ถ้าฉันไปป้าฉันต้องดุแน่ๆ ท่านขี้บ่นจะตาย เดี๋ยวป้าก็ฟ้องพ่อแม่ฉันอีกว่าฉันไม่ตั้งใจทำงาน”โชรงพยายามตีหน้าเศร้า

               “เธออย่ามาโกหกฉัน ป้าเธอเป็นคนใจดี เธอขออะไรก็ให้ตลอด เธอเคยพูดเองนิ”โชรงหน้าชาขึ้นมาทันที ลืมไปว่าตอนที่ซึงโฮไปเยี่ยมโยซอบตอนเรียนที่ต่างประเทศ โยซอบพาเธอไปพบพ่อและพี่ชายด้วย และเธอก็เล่าเรื่องครอบครัวเธอให้ซึงโฮกับคุณฮงซอกฟัง”

               “แต่ฉันก็ไปไม่ได้อยู่ดี ฉันจะปล่อยให้ป้าทำงานคนเดียวได้ไง”โชรงก็ยังคงพยายามที่จะหาเหตุผลร้อยแปดขึ้นมาอ้างอีก

               “เธอไม่ต้องห่วง ฉันพาเธอไปอยู่ไม่นานหรอก นั่งไปเงียบๆจะดีกว่า”โชรงทำท่าจะเถียงขึ้นมาอีก แต่เห็นท่าทางของซึงโฮแล้วก็ต้องชะงักไว้ ถึงพูดไปก็คงไร้ประโยชน์ ยังไงเธอก็คงต้องกลับเกาหลี ถือว่ากลับไปเยี่ยมพ่อแม่ก็แล้วกัน โชรงได้แต่ปลอบใจตัวเองอยู่ในใจ

 

               ซึงโฮพาโชรงไปลาป้ากลับเกาหลี ซึ่งป้าของโชรงก็ไม่ได้ขัดอะไร เพราะเธอเองก็รู้จักซึงโฮและคุณฮงซอกอยู่แล้วแม้จะเป็นการรู้จักจากการบอกเล่าของหลานสาวก็ตาม และอีกอย่างก็เป็นพี่ชายและพ่อของเพื่อนหลานสาวที่ตนเคยเจอตอนไปเยี่ยมหลานอีกด้วย หลังจากนั้นซึงโฮก็บึ่งรถไปยังสนามบินทันที

 

 

 

               นั่งเครื่องจากญี่ปุ่นมาประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็ถึงเกาหลี โดยมีดูจุนมารอรับอยู่ที่สนามบิน ซึ่งก่อนขึ้นเครื่องที่ญี่ปุ่น ซึงโฮได้โทรบอกให้ดูจุนมารอรับและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ดูจุนฟัง ทำให้ดูจุนเข้าใจท่าทีของโยซอบที่กระทำกับเค้าเมื่อตอนเย็น

 

 

 

               “โย!!! โย!!! อยู่ไหน? ออกมาคุยกับพี่หน่อย”เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลยังซึงโฮก็ตะโกนหาน้องชายทันที

               “โย แกมาช่วยฉันหน่อย พี่ชายแกจับตัวฉันมาเนี่ย”โชรงที่ถูกซึงโฮลากลงมาจากรถด้วยก็ตะโกนเรียกเพื่อนเช่นกัน

               “พ่อ! พี่โฮ!”โยซอบที่ออกมาจากห้องเพราะเสียงเรียกมองหน้าพ่อและพี่ชายสลับกัน “โชรง! เธอมาได้ไง”แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเพื่อนสาวที่ถูกพันธนาการจากซึงโฮอยู่

               “มาคุยกันหน่อย”ซึงโฮพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

 

               “ทำไมพ่อ พี่โฮ แล้วก็....”โยซอบหันไปมองทางดูจุนที่ยืนห่างออกไป ความรู้สึกต่อดูจุนตอนนี้แทบจะไม่อยากเอ่ยชื่อคนๆนี้ออกมา “ต้องหลอกโย”โยซอบพูดออกมาด้วยน้ำเสียงกล้ำกลืน นัยน์ตาเริ่มแดงกล่ำ

               “ทุกอย่างที่เราทำก็เพื่อโยนะ”ซึงโฮพยายามอธิบาย

               “เพื่อโยหรือเพื่อตัวเองกันแน่ เพราะพี่อยากจะใช้ชีวิตสบายอย่างที่โยเคยทำใช่มั้ย! พี่ถึงหลอกให้โยไปทำงานแทนพี่! พี่โกรธโยใช่มั้ยที่สบายกว่าพี่!”โยซอบพูดออกมาเสียงดัง

               “โย มันจะไปกันใหญ่แล้วนะ”คุณฮงซอกพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าลูกชายคนเล็กจะเข้าผิดกันไปใหญ่

               “โยเข้าใจไม่ผิดหรอกครับพ่อ พี่คงจะสนุกมากซินะ ที่ไปเที่ยวอย่างสบายใจอยู่ที่ญี่ปุ่น ปล่อยให้โยทุกข์ใจเป็นเดือนเพราะปัญหาบ้าๆนี่ ที่พี่สร้างมันขึ้นมาน่ะ!!!”เมื่อความโกรธเข้ามาคุกคามวาจาที่เปล่งออกมาก็ดังมากขึ้น

               “โย!!!”คราวนี่เป็นดูจุนบ้างที่ตะโกนขึ้นมา หลังจากฟังโยซอบกล่าวหาผู้มีพระคุณของตนอยู่นาน “โยฟังพี่นะ ที่คุณท่านกับคุณซึงโฮทำก็เพื่อโย พวกท่านเป็นห่วงโยนะ ถึงต้องทำแบบนี้ โยไม่ควรไปกล่าวหาพวกท่านแบบนั้น”

               “ไม่ต้องมาสอนฉัน!!!”โยซอบตวาดใส่ดูจุน ตอนนี้ความโกรธเข้ามาคุกคามโยซอบจนไม่เหลือโยซอบคนที่เคยน่ารักอีกต่อไป “นายก็เอาแต่เข้าข้างพี่โฮ ใช่ซิ! นายเป็นคนสนิทของเค้านิ นายก็อีกคน ที่มาหลอกฉันตั้งแต่แรก หลอกให้ฉันไว้ใจ หลอกให้ฉันรัก สุดท้ายนายมันก็แค่คนลวงโลกคนหนึ่ง ฉันเกลียดนาย! ยุนดูจุน! ฉันเกลียดนาย! จะไปไหนก็ไป ฉันไม่อยากเห็นหน้านายอีก ไป!!!!”โยซอบตะโกนออกมาด้วยความโกรธ แล้วน้ำใสๆก็ไหลออกมาจากนัยน์ตาของโยซอบ สิ่งที่เค้ารับรู้ตอนนี้คือทุกคนหลอกเค้า ทุกคนเอาความรู้สึกของเค้ามาล้อเล่น ไม่มีใครที่เค้าจะเชื่อใจได้อีกแล้ว

 

               ทางด้านดูจุน เมื่อโดนตัดพ้อจากคนรักขนาดนั้นก็เสียใจมาก แล้วก็เดินออกจากห้องไปทันที ซึงโฮได้แต่มองตามหลังดูจุนไป เข้าใจสถานะระหว่างน้องชายและคนสนิทของตนมากขึ้น ส่วนโชรงก็ยืนมองเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งตอนนี้อยู่เงียบๆ แล้วก็รู้สึกสงสารเพื่อนจับใจ

 

               ซึงโอบอกกับพ่อของตนว่าจะคุยกับน้องชายเอง โดยให้พ่อกลับไปพักผ่อนก่อน แม้พ่อจะไม่มีการป่วยอะไรให้กังวล แต่การเจอสถานการณ์กดดันที่ส่งผลต่อความรู้สึกแบบนี้ อาการที่เคยเป็นอาจจะกลับมาอีกครั้งก็ได้ และอีกอย่างเค้าก็ไม่ต้องการให้พ่อเห็นความเสียใจของน้องไปมากกว่านี้ เพราะซึงโฮรู้ว่าพ่อของตนรักน้องมากแค่ไหน

 

               “พ่อรักลูกนะโย ไม่เคยมีสักครั้ง ที่พ่อคิดจะทำร้ายลูก”คุณฮงซอกเดินเข้ามาแตะไหล่โยซอบก่อนจะเดินออกไป

 

               โยซอบทรุดลงทันทีเมื่อพ่อเดินจากไป ทั้งเหนื่อยล้าจากการทำงาน และเหนื่อยใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โชรงจึงรีบเข้ามาประคองเพื่อนทันที

               

               “โย แกไหวมั้ย”โชรงถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

               “โย”ซึงโฮที่มองน้องชายอยู่ เดินเข้ามานั่งลงหน้าน้องชาย และมองด้วยสายตาเป็นห่วงจับใจ มือก็ค่อยๆลูบที่ผมของน้องชาย “โยจำวันที่พ่อเข้าโรงพยาบาลได้มั้ย วันที่โยบอกกับพี่ว่าโยตัดสินใจไปทำงานที่บริษัท ก่อนหน้านี้โยมีเหตุผลของโยที่ไม่อยากไปทำงาน ส่วนพี่ก็มีเหตุผลของพี่ที่อยากให้โยไปทำงาน แม้เหตุผลของเราจะต่างกันแต่เราก็คุยกันจนเข้าใจเหตุผลของกันและกัน เหตุผลของพี่ก็คือโย พี่รักและเป็นห่วงโย ก่อนหน้านี้พี่ไม่แน่ใจว่าวันนึงถ้าพี่ไม่อยู่ โยจะดูแลตัวเองได้มั้ย แต่หลังจากที่โยเข้าไปบริหารงานในบริษัท พี่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างของโยจากดูจุน นั่นทำให้พี่เชื่อว่าน้องชายของพี่ดูแลตัวเองได้ ถึงแม้พี่จะไม่อยู่ น้องพี่ก็สามารถดูแลบริษัทของเราได้”ซึงโฮยิ้มออกมาและพยายามกั้นน้ำตาตัวเองไม่ให้ไหล ส่วนโชรงนั้นก็ร้องไห้ออกมาด้วยความซึ้งใจที่ได้เห็นความรักของพี่ชายที่มีต่อน้องชาย แล้วก็รู้สึกผิดขึ้นมาที่ตัวเองก็เข้าใจคุณฮงซอกและซึงโฮผิด

               TT”โยซอบก็ได้แต่ปล่อยโฮออกมา ตอนนี้เค้าสับสนไปหมด อันไหนคือเรื่องจริง อันไหนคือเรื่องหลอกลวง

               “พี่จะไม่ว่าโยหรอกนะที่โยจะโกรธพี่ เพราะเรื่องที่พี่หลอกโยมันคือเรื่องจริง แต่พี่ไม่อยากให้โยโกรธพ่อ โยก็รู้ว่าพ่อรักโย ท่านไม่เคยที่จะขัดใจโย ไม่มีอะไรที่ท่านทำแล้วไม่มีเหตุผล ดูจุนก็ด้วย เพราะพี่ขอร้อง เค้าถึงต้องหลอกโย โยอย่าไปโกรธคนอื่นเลยนะ ถ้าโยจะโกรธ โยโกรธพี่คนเดียวเถอะ”ซึงโฮพยายามอธิบายให้น้องเข้าใจ

               “พี่โฮ โยขอโทษ โยผิดเองที่ไม่ยอมฟังพี่ โยขอโทษนะพี่โฮ”โยซอบโผลเข้ากอดพี่ชาย เมื่อได้เห็นท่าทางของพ่อและได้ฟังทุกอย่างจากพี่ชาย เมื่อพิจารณาดูดีๆแล้วสิ่งที่พี่กับพ่อทำมันก็เพื่อตัวเค้าทั้งนั้น ซึ่งถ้าพูดดีๆในตอนแรก ตัวเค้าเองก็คงจะไม่เข้าใจและปฏิเสธเหมือนเดิม พี่ชายจึงต้องสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อดัดนิสัยคนเอาแต่ใจแบบเค้า เค้าคงจะเอาจิตใจอยู่เหนือเหตุผลมากเกินไปจนไม่ยอมฟังเหตุผลจากใครเลย เรื่องถึงได้ใหญ่โตและทำให้หลายคนเสียใจแบบนี้

               “ไม่เป็นไรเลยนะน้องพี่ พี่ไม่เคยโกรธน้องของพี่อยู่แล้ว”ซึงโฮโอบกอดน้องชาย และน้ำตาที่เคยพยายามกั้นไว้ก็ไหลออกมา

  “ดูจุน!”เมื่อปรับความเข้าใจกับพี่ชายได้ โยซอบก็เพิ่งคิดได้ว่าเมื่อกี้เค้าเผลอไล่คนที่รักเค้าอีกคนไป และเมื่อคิดได้ดังนั้นโยซอบก็รีบวิ่งไปหาดูจุนที่ห้องพัก แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะคนขับรถบอกว่าดูจุนขับรถออกไปตั้งนานแล้ว

 

  “พี่ว่าค่อยไปตามพรุ่งนี้เถอะ”ซึงโฮที่เดินลงบันไดมาพร้อมโชรงห้ามน้องชายที่กำลังจะออกไปตามดูจุน “ดูจุนไม่หนีไปไหนหรอก”

  “นั่นซิ นี่มันดึกแล้วนะ ฉันว่าแกพักผ่อนเถอะโย”โยซอบลังเล

  “เชื่อพี่เถอะ พี่รู้จักดูจุนดี เค้าไม่ทิ้งอะไรไปง่ายๆหรอก ไปพักผ่อนก่อนนะพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”ถ้าจะออกไปตามตอนนี้คงไม่รู้ว่าจะไปตามหาได้ที่ไหน เพราะฉะนั้นเค้าควรจะเชื่อพี่ชาย เมื่อคิดได้อย่างนั้นโยซอบก็เดินกลับขึ้นห้องไปด้วยใบหน้ากังวลใจอย่างเห็นได้ชัด

 

  “โชรง”เมื่อโยซอบเดินจากไปซึงโฮจึงหันมาเรียกโชรง “บ้านอยู่ที่ไหน เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

  “อะไร เปลี่ยนสรรพนามแล้วหรอคะ”โชรงทำเป็นประชดประชันซึงโฮ ก่อนหน้านี้ยัง ฉันกับ เธออยู่เลย

  “ก็ตอนนั้นกำลังโมโห พี่ขอโทษแล้วกันที่ทำอะไรหุนหันพลันแล่นไปหน่อย”ซึงโฮไม่คิดจะเถียงอะไร แต่กลับพูดอ่อนลงเสียด้วยซ้ำ

  “ที่จริงฉันก็เป็นฝ่ายผิด ที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง ถ้าฉันไม่ส่งวิดีโอนั่นให้โย ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”คราวนี้โชรงก็อ่อนลงเช่นกัน ต่างคนต่างพูดด้วยเหตุผล “ฉันเป็นตัวปัญหาอย่างที่พี่ว่าจริงๆ”โชรงมีสีหน้าสลดลงเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อครู่

  “พี่ขอโทษนะ ที่ว่าเธอแบบนั้น พี่ไม่ได้ตั้งใจ ถึงวันนี้โยจะไม่รู้ สักวันโยก็ต้องรู้ แล้วตอนนี้ทุกอย่างก็จบลงแล้ว อย่าโทษใครอีกเลย”

  “ถึงปัญหาระหว่างพี่กับโยจะจบ แต่ปัญหาระหว่างโยกับคนสนิทของพี่กำลังเริ่ม”โชรงอดคิดมากแทนเพื่อนไม่ได้ พอหายเสียใจเรื่องครอบครัว กลับต้องมาเสียใจเรื่องคนรักอีก ทางด้านซึงโฮก็หนักใจไม่แพ้กัน หวังว่าทั้งคู่จะปรับความเข้าใจกันได้

 

 

 

  เช้าวันต่อมา โยซอบรีบเข้าไปขอโทษพ่อ หลังจากพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ โยซอบก็ขอตัวออกมาตามหาดูจุน ซึ่งหลังจากที่นอนคิดมาทั้งคืนว่าดูจุนจะไปที่ไหน โยซอบก็คิดว่าดูจุนต้องไปบ้านพักตากอากาศที่เราเพิ่งไปพักผ่อนกันแน่ๆ เพราะมันคือสถานที่แห่งความทรงจำระหว่างเราสองคน

 

  โยซอบขับรถมาจนถึงบ้านพัก แล้วก็รีบเข้าไปดูในบ้านแต่ก็ไร้วี่แววของดูจุน แต่สิ่งหนึ่งที่เค้ารู้คือ ดูจุนมาที่นี่จริงๆ เพราะมีกุญแจรถวางอยู่ที่หัวเตียง ดูจุนคงจะออกไปเดินเล่นแถวๆนี้ โยซอบจึงออกไปเดินหาดูจุนที่ริมชายหาด เดินหาอยู่ไม่นานก็เห็นหลังผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินเตะทรายเรียบไปริมหาด โยซอบจึงค่อยๆเดินตามมาจนเข้ามาใกล้ดูจุน ในขณะนั้นดูจุนก็รู้สึกได้ว่ามีคนตามมาข้างหลังจึงหันหลังกลับมา

  “โย”เมื่อหันมาก็พบโยซอบยืนยิ้มให้อยู่ ในครั้งแรกที่ดูจุนเห็นโยซอบก็ดีใจและเกือบจะยิ้มออกมา แต่แล้วก็ต้องรีบกั้นยิ้มไว้ก่อนที่มันจะเผยออกมาให้คนตัวเล็กเห็น แล้วก็ทำหน้านิ่งไร้ความรู้สึกใดๆ “มาทำธุระหรอครับ”และก็เป็นอีกครั้ง เมื่อเกิดความขุ่นเคือง สรรพนามที่ใช้จึงเปลี่ยนไป

  “โกรธหรอ?”โยซอบถามลองเชิง

  “เปล่านี่ครับ ผมจะโกรธคุณเรื่องอะไร”พูดจบแล้วก็หันหลังเดินต่อไป

  “โถ่ พี่ดูจุน โยขอโทษนะที่ขึ้นเสียงใส่พี่เมื่อวาน ตอนนั้นโยผิดเองที่เอาอารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผล พี่อย่าโกรธโยเลยนะ”โยซอบเดินตามดูจุนและพยายามพูดให้ดูจุนหายโกรธ

  “ครับ คุณโยซอบไม่ผิดหรอก ผมผิดเองที่หลอกคุณ ผมมันคนลวงโลก”ปากก็บอกไม่โกรธ แต่ไอ้ที่พูดอยู่เนี่ยเค้าเรียกประชดนะ

  “พี่ดูจุนไม่พูดแบบนี้ซิ โยรู้สึกผิดจังที่พูดกับพี่แบบนั้น พี่อย่าโกรธโยเลยนะ นะๆๆๆ”เมื่อเห็นท่าทีว่าอีกคนไม่ยอมหายโกรธ โยซอบจึงรั้งแขนดูจุนไว้ แล้วหันมาเผชิญหน้ากับดูจุน “ไหนพี่บอกว่าพี่จะอยู่เคียงข้างโยตลอดไปไง ถ้าพี่ไม่อยู่กับโยแล้วใครจะคอยห้ามเวลาโยโมโหลูกค้า ใครจะคอยให้กำลังใจเวลาโยเหนื่อยล่ะ”โยซอบพูดด้วยสีหน้าอ้อนวอน

  “โยยังต้องการพี่อยู่อีกหรอ พี่คิดว่าโยไม่ต้องการพี่แล้วซะอีก”แม้คำพูดจะฟังดูตัดพ้อ แต่อย่างน้อยเค้าก็เปลี่ยนสรรพนาม นั่นก็ทำให้โยซอบดีใจขึ้นมาก

  “ต้องการซิ ก็โยรักพี่ดูจุนนิ”โยซอบพูดพร้อมกับเอามือคล้องคอดูจุน แล้วกอดดูจุนด้วยความรัก “พี่หายโกรธโยนะ ต่อไปโยจะไม่ทำให้พี่เสียงใจอีก”ดูจุนค่อยๆกอดตอบโยซอบ

  “พี่หายโกรธโยตั้งแต่เห็นว่าโยมาหาพี่แล้วล่ะ”ดูจุนกระซิบข้างหูโยซอบ

  “พี่ดูจุน นี่พี่หลอกโยหรอ”โยซอบผละออกจากดูจุนแล้วก็ทุบไปที่แผงอกดูจุนทีนึงโทษฐานที่มาหลอกเค้า

  “พี่ก็แค่อยากรู้ว่าโยจะง้อพี่หรือเปล่า”ดูจุนเอามือรั้งเอวโยซอบไว้เพื่อไม่ให้คนตัวเล็กหนีไปไหน โยซอบได้แต่มองตาขวางใส่ ดูจุนเห็นอย่างนั้นก็ดึงโยซอบเค้ามากอดทันที “ถือว่าเป็นการปลอบขวัญพี่แล้วกันนะที่ไล่พี่เมื่อวาน นี่พี่เสียขวัญมากเลยนะที่โยตะโกนใส่พี่ซะเสียงดัง สงสัยต้องปลอบขวัญพี่มากกว่านี้แล้วล่ะ พี่ยังขวัญเสียอยู่เลย”ดูจุนตั้งใจไปกระซิบข้างหูโยซอบ

  “ทะลึ่ง!”โยซอบทุบไปที่หลังดูจุนอีกหนึ่งที คนอะไรทะลึ่งดีจัง เห็นง้อหน่อยแล้วได้ใจใหญ่ >///<

  “ฮ่าๆๆ”ดูจุนผละจากโยซอบและซบตาลึกลงไปข้างใน “พี่รักโยนะ”

  “โยก็รักพี่”แล้วทั้งคู่ก็สวมกอดกันด้วยความรักที่มีให้กันอย่างมากมาย

 

  ดูจุนและโยซอบกอดกันอยู่อย่างนั้น ท่ามกลางหาดทรายขาว ทะเลที่แสนกว้างใหญ่ และแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า ความรักของคนสองคนก็ต้องอาศัยความเข้าใจของคนสองคน ความรักจึงจะดำเนินไปด้วยความสุข แต่เมื่อวันใดเกิดความไม่เข้าใจกัน หากแต่คุยกันด้วยเหตุผลความเข้าใจย่อมบังเกิดขึ้นอีกครั้ง

 

 

 

  “ทำไมถึงมาเดินเตะฝุ่นอยู่คนเดียวล่ะ ไม่มีงานมีการทำหรอ”โชรงเงยหน้าขึ้นมามองต้นเสียง ก็เห็นซึงโฮยืนพิงต้นไม้อยู่

  “แล้วใครกันล่ะ ที่พรากฉันมาจากงานของฉันน่ะ”โชรงอารมณ์ขึ้น ยังจะมีหน้ามาพูดอีก ส่วนซึงโฮก็รู้ว่าเค้าเป็นฝ่ายผิดที่ลากโชรงกลับเกาหลีมาด้วย แต่ก็แกล้งพูดแหย่อีกคนไปอย่างนั้น

  “นี่ก็เป็นอาทิตย์แล้วนะ ทำไมยังไม่กลับไปทำงานอีก”แล้วซึงโฮก็ยังคงแกล้งแหย่โชรงต่อ

  “กลับไปทำบ้าอะไรล่ะ คุณป้าไปทัวร์ยุโรปกับเพื่อน อีกสองอาทิตย์นู้นกว่าจะกลับมา เป็นเพราะพี่นั่นแหละที่ลากฉันมาที่นี่ ทำให้ฉันขาดรายได้แบบนี้อ่ะ แล้วนี่ก็ยังจะทิ้งฉันอีก ไม่เคยติดต่อมาถามว่าฉันจะเป็นยังไง กินยังไง อยู่ยังไง นี่ถ้าฉันไม่มีพ่อแม่ ไม่มีบ้านอยู่ที่นี่ฉันคงไปนอนข้างถนนแล้ว!”ตอนแรกก็กะจะแกล้งแหย่ให้โมโหเล่นๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนสาวเจ้าจะโมโหจริงๆถึงได้บ่นออกมาซะชุดใหญ่ขนาดนี้ ทำเอาคนเดินผ่านไปผ่านมามองกันเป็นตาเดียว ซึงโฮวิ่งไปปิดปากโชรงแทบไม่ทัน

  “นี่ เบาๆหน่อยซิ คนมองกันใหญ่แล้ว”โชรงมองไปรอบๆก็เห็นคนมองอยู่จริง จึงยอมสงบปากสงบคำลง

  “ก็พี่นั่นแหละ ที่ทำให้ฉันโมโห”โชรงพูดเสียงเบา เกรงว่าคนอื่นจะหันมามองอีก

               “ว่าแต่....คิดถึงพี่หรอ ถึงได้โกรธขนาดนี้ที่พี่ไม่ติดต่อกลับไปอ่ะ”ซึงโฮแกล้งถามโชรง สายตาก็มองจ้องไปที่สาวน้อยตรงหน้า

               “บ้า คิดถึงอะไรกันเล่า ก็พี่พาฉันมา พี่ก็ต้องรับผิดชอบชีวิตฉันซิ”โชรงหลบตาซึงโฮ

               “โอเคๆ พี่ล้อเล่น พอดีพี่เคลียร์งานที่ญี่ปุ่นอยู่น่ะ ครั้งที่แล้วรีบร้อนกลับมา ยังทำอะไรไม่เรียบร้อยเลย”

               “พี่ไปญี่ปุ่นมาหรอคะ ทำไมไม่บอกฉัน”โชรงถามด้วยความสงสัย

               “ก็ไหนๆป้าเธอก็ปิดร้านไปตั้งสองอาทิตย์ จะรีบกลับทำไมล่ะ”

               “เดี๋ยวนะ! นี่พี่รู้มาก่อนหน้านี้ใช่มั้ยว่าป้าของฉันจะไม่อยู่ พี่ถึงไม่ยอมบอกฉันว่าจะไปญี่ปุ่น เพราะกลัวฉันจะตามไปด้วย ใช่มั้ย?!!”ยิ่งซึงโฮพูดก็ทำให้โชรงยิ่งสงสัยไปอีก โชรงจึงพยายามคาดคั้นจากซึงโฮ

               “มันก็ใช่ที่พี่ไม่ยอมบอกเราว่าพี่จะไปญี่ปุ่นเพราะกลัวเราจะตามไป แต่พี่เพิ่งรู้ว่าคุณป้าจะไปทัวร์ยุโรปตอนไปญี่ปุ่นนี่แหละ”โชรงทำสีหน้าไม่เชื่อซึงโฮ “ก็ตอนไปญี่ปุ่น พี่ไปที่ร้าน ว่าจะขออนุญาตคุณป้าให้หลานสาวอยู่เที่ยวอีกสักหน่อย แล้วพี่จะพาไปส่งให้ถึงมือ คุณป้าก็เลยบอกว่าพอดีเลย อีก 3 วันท่านจะไปทัวร์ยุโรปกับเพื่อน จะไม่อยู่สองอาทิตย์ จะให้เราดูแลร้านคนเดียวก็กลัวจะเหนื่อย เลยตัดสินใจปิดร้าน”ซึงโฮเล่าเป็นฉาก

               “แล้วพี่รู้ทำไมไม่บอกฉัน ป้าเพิ่งจะโทรบอกฉันเมื่อวันก่อน ป้านะป้า แทนที่จะบอกหลานตัวเองก่อนแท้ๆ”

               “นินทาผู้มีพระคุณไม่ดีนะ”ซึงโฮแกล้งไปกระซิบใกล้ๆโชรง

               “พี่ไม่ต้องมาพูดเลยนะ ที่จริงฉันก็ดูแลร้านคนเดียวได้ ทำไมจะต้องอยากให้ฉันเที่ยวด้วยเนี่ย ฉันอยู่เกาหลีมาตั้งแต่เกิดล่ะ”

  “เอาเถอะน่า พี่สัญญาว่าตลอดเวลาที่เธออยู่ที่นี่พี่จะดูแลเธออย่างดีเลย ไม่ปล่อยให้เธอไปนอนข้างถนนแน่นอน”ซึงโฮพูดไปก็หัวเราะไป “แต่ตอนนี้เราไปกินข้าวกันดีกว่า พี่หิวมาก”

               “ไม่อ่ะ ฉันไม่หิว”โชรงปฏิเสธทันควัน

               “แต่พี่หิว ไปเถอะน่า”ซึงโฮพยายามลากโชรงให้เดินตามไป ด้วยความสู้แรงชายร่างสูงไม่ไหวโชรงจึงต้องเดินไปตามแรงลากอย่างจำใจ

               “นี่พี่ทำให้ฉันขาดรายได้ แล้วยังทำให้ฉันเสียเงินอีกหรอเนี่ย”

               “เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง พี่เงินเยอะ เธอไม่ต้องกลัวเงินกระเด็นออกจากกระเป๋าหรอก”

               “งั้นก็ต้องเลี้ยงจนกว่าฉันจะกลับญี่ปุ่นนะ”

               “เลี้ยงตลอดชีวิตยังได้ รีบๆไปเถอะน่า พี่หิวแล้ว”

 

               ทั้งสองคนเถียงกันไปตลอดทาง เอ๊ะ! ไม่น่าจะเรียกเถียง น่าจะเรียกว่าพูดคุยกัน แต่ดันคุยเสียงดังไปหน่อย แม้จะเดินไปไกลแล้วแต่ก็ยังได้ยินเสียงแว่วๆมา

 

               คู่รักบางคู่ ภายนอกอาจจะดูไม่ลงรอยกัน เถียงกัน ทะเลาะกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ยึดพวกเค้าไว้ด้วยกันคือความรักและความเข้าใจ.................


 


บางครั้ง....ความรู้สึกที่มีให้กัน ไม่จำเป็นต้องพูดก็สามารถรับรู้ด้วยหัวใจ



คนที่เราไว้ใจที่สุด ในบางครั้ง...เค้าอาจจะกลายเป็นคนที่เราไม่อยากมองหน้ามากที่สุด



อาจจะเคยทำให้เสียใจ ช้ำใจ แต่สุดท้ายคนที่อยู่ข้างเรา...ก็คือเค้า



อาจจะมีหลายสิ่งหลายอย่างมาบดบังความรักระหว่างเรา 

แต่สุดท้าย...สายตาเราก็มองผ่านสิ่งเรานั้นไป และเห็นเพียงความรักของเรา



ความรักและความเข้าใจ คือสิ่งสำคัญที่ทำให้เรายังมีกันและกัน




The End



.........................................................................................................


มาอัพตอนจบแล้วนะคะ คราวนี้อัพแบบ 100% เต็มแน่นอน

Merry Christmas รีดที่น่ารักทุกคนนะ 

ถือว่าไรท์มาอัพฟิคให้เป็นของขวัญวันคริสต์มาสแล้วกันนะคะ

แล้วไรท์ก็ขอสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าเลยนะคะ ขอให้รีดทุกคนมีความสุข

และได้พบเจอสิ่งดีๆในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้นะคะ

แล้วพบกันปีหน้านะคะ^^

อย่าลืมเมนต์กันด้วยน่าาาา


Merry Christmas and Happy New Year



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #14 เด็กยังโย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 00:14
    จบละอ่ะ.. ขออีก
    #14
    1
    • #14-1 Zunshine(จากตอนที่ 4)
      26 ธันวาคม 2559 / 21:04
      ไว้เจอกันปีหน้านะคะ^^
      #14-1
  2. #13 เด็กยังโย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 07:53
    โยซอบอย่างอนน้าาาา
    #13
    0