Short Fiction

ตอนที่ 3 : [Fic Dooseob] Secret Plan แผนลับ กำราบนายหน้าใส (Part 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ก.พ. 61

Secret Plan แผนลับ กำราบนายหน้าใส

(Part 2)

 


                หลังจากวันนั้นโยซอบก็เข้ามาทำงานในบริษัทยังกรุ๊ป ซึ่งซึงโฮให้โยซอบเรียนรู้งานทั่วไปของบริษัทก่อนโดยมีดูจุนเป็นผู้ช่วย ในวันแรกที่ลองทำงานโยซอบแทบจะโปรยเอกสารทิ้ง อะไรมันจะเยอะแยะมากมายขนาดนี้ ชีวิตตอนเรียนว่ายากแล้ว มาเจอตอนทำงานนี่เทียบไม่ได้เลย มีหลายครั้งที่เค้าอยากจะถอดใจกลับไปใช้ชีวิตสบายๆแบบเดิม แต่พอคิดถึงพ่อ คิดถึงพี่ชายที่ต้องเจออะไรมาหนักหนาสาหัสมากกว่าตัวเองแล้วก็ต้องล้มเลิกความคิด กลับมาเก็บเอกสารที่อยากจะโปรยทิ้งแล้วเรียนรู้งานต่อไป นี่ถ้ากินเอกสารแล้วทำให้ความรู้มันเข้าหัว โยซอบคงจะทำไปแล้ว

 

ในวันแรกๆโยซอบเรียนรู้งานจากเอกสารต่างๆอยู่ในห้อง วันต่อมาดูจุนก็พาโยซอบไปเรียนรู้งานในแผนกต่างๆบ้าง ซึ่งก็เป็นการแนะนำตัวเองไปภายในตัว ซึ่งพนักงานแต่ละคนก็ให้ความเคารพและการต้อนรับโยซอบเป็นอย่างดี

 

                โยซอบเข้ามาเรียนรู้งานได้เกือบอาทิตย์ แต่เค้าแทบจะไม่ได้เจอซึงโฮเลย ซึ่งเค้าก็เข้าใจว่าพี่ชายคงวุ่นอยู่กับการแก้ปัญหาของบริษัท ก็มีแต่ดูจุนเท่านั้นที่อยู่กับเค้าตลอดจนกลายจะเป็นพี่ชายของเค้าอีกคนแล้ว และการทำงานร่วมกับดูจุนก็ทำให้เค้าสนิทกับดูจุนมากขึ้น แต่ก่อนเค้าคิดว่าดูจุนเป็นคนนิ่งๆ เงียบๆ เป็นพวกผู้ชายมาดขรึม จริงจังกับชีวิตอะไรประมาณนี้ แต่พอได้รู้จักกันจริงๆ ดูจุนนี่เป็นคนเฮฮาปาร์ตี้คนนึงเลยก็ว่าได้ เวลาเล่นก็ตลก สนุกสนาน แต่เวลางานก็เคร่งเครียดตามบุคลิกภายนอกของเค้าเลย บางครั้งก็มีดุโยซอบบ้างที่แอบอู้งาน

 

 

               

                “อ้าว! กลับมากันแล้วหรอ”ซึงโฮที่เดินมาจากชั้นสองของบ้านเข้ามาทักทายโยซอบและดูจุนที่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงาน

                “พี่โฮ วันนี้ไม่ได้อยู่เฝ้าพ่อหรอครับ”โยซอบถามด้วยความแปลกใจ

                “พอดีพี่มีเรื่องจะคุยกับโยน่ะ เลยให้คนไปเฝ้าแทนแล้ว”ซึงโฮมีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที

                “มีอะไรหรอครับ”โยซอบถามด้วยความสงสัย

                “ขึ้นไปบนห้องทำงานเถอะ ดูจุนด้วยนะ”ซึงโฮหันไปบอกกับดูจุน จากนั้นทั้งหมดก็เดินตามซึงโฮขึ้นไปบนห้องทำงาน

               

“คือตอนนี้อาการของคุณพ่อยังทรงตัวอยู่ แล้วมีเพื่อนพี่แนะนำว่ามีหมอฝีมือดีที่ญี่ปุ่น เค้าน่าจะรักษาอาการป่วยของพ่อเราให้ดีขึ้นได้ พี่เลยอยากให้พ่อไปรักษาตัวที่นั่น”

“ให้โยพาพ่อไปเองก็ได้นะ พี่โฮจะได้อยู่ดูแลบริษัท”โยซอบเสนอความคิดเห็น

“ตอนแรกพี่ก็คิดอย่างนั้น แต่มันติดตรงที่ว่าปัญหาของบริษัทเราตอนนี้มันส่งผลกับบริษัทที่ญี่ปุ่นด้วย ผู้บริหารทางนั้นที่พอจะไว้ใจได้ก็ดันมาลาออกไปเสียอีก ไม่มีใครที่พี่ไว้ใจให้บริหารงานตอนนี้เลย พี่ก็เลยคิดว่า....พี่คงต้องไปดูแลบริษัทที่นู้นสักพัก”

“แล้วบริษัทเราทางนี้ล่ะครับ”โยซอบมีสีหน้ากังวน เพราะกลัวว่าจะไม่มีใครดูแลบริษัท

นั่นแหละ เป็นสิ่งที่พี่อยากจะขอร้องโย พี่รู้มาจากดูจุนว่าโยเริ่มเข้าใจงานต่างๆมากแล้ว และพี่คิดว่าน้องของพี่มีความสามารถพอที่จะดูแลบริษัทของเรา พี่เลยอยากให้เราบริหารงานทางนี้แทนพี่สักพักนึง ถ้าทางนู้นโอเคเมื่อไหร่พี่จะรีบกลับมา

“แต่โยไม่แน่ใจว่าโยจะดูแลบริษัทได้ดีเหมือนพี่โฮ”โยซอบพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า ตอนนี้เค้าก็ต้องเผชิญปัญหาตามลำพังอีกแล้วหรอ

“พี่รู้ว่าโยทำได้”ซึงโฮเข้ามาแตะที่ไหล่โยซอบเบาๆ “แล้วโยไม่ต้องห่วงนะ พี่จะให้ดูจุนคอยช่วยงานโยทางนี้ แล้วที่นี่ก็ยังมีผู้บริหารเก่าแก่หลายท่านที่ทำงานกับพ่อเรามานาน โยมีอะไรก็ไปขอคำปรึกษาพวกเค้าได้ ความหวังของบริษัทเราอยู่ที่โยแล้วนะ”ซึงโฮพยายามกล่อมน้องชาย และหาทางออกที่ดีที่สุดกับสิ่งที่เผชิญอยู่

“โอเคครับ โยจะทำให้ดีที่สุด”แม้ในใจโยซอบจะกลัวที่ต้องแบกรับปัญหานี้ไว้ แต่เค้าก็ไม่ควรเห็นแก่ความสบายของตัวเองทั้งที่คนอื่นยังทุกข์อยู่ จึงได้รับปากรับคำพี่ชายไป

“ขอบใจมากนะโย พี่เชื่อว่าโยต้องทำได้”ซึงโฮโผเข้ากอดน้องชายด้วยความซึ้งใจ

 

 

 

“คุณโยซอบ มานั่งทำอะไรตรงนี้ครับเนี่ย”ดูจุนเดินเข้ามาเมื่อเห็นโยซอบนั่งอยู่ที่สวนหลังบ้านคนเดียว

“อ่อ ก็นั่งคิดอะไรไปเรื่อยน่ะ แล้วนายล่ะยังไม่นอนหรอ”

“ผมออกมาเดินเล่นน่ะครับ เห็นบรรยากาศดี”โยซอบพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ

                “อืม บรรยากาศดีจริงๆ”แล้วรอยยิ้มที่เผยอยู่เมื่อครู่ก็หายไปจากใบหน้าเล็กๆของโยซอบ เผยแววตาเศร้าหม่นแทน “คงไม่เหมือนกับความรู้สึกของฉันตอนนี้”

                “คุณอย่าไปกังวลกับสิ่งที่เรากำลังเผชิญซิครับ ทุกคนก็ย่อมมีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครที่เกิดมาแล้วมีความสุขตลอดเวลาหรอกนะครับ ถ้าใจเราท้อแท้เราก็เหมือนกับแพ้ทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือทำ คิดซะว่าปัญหาที่มันเข้ามาก็เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งของเรา ถ้าคุณสามารถผ่านปัญหานี้ไปได้ เชื่อผมเถอะครับ....ปัญหาอื่นๆที่มันจะเข้ามาหลังจากนี้มันจะดูเล็กลงไปทันทีเมื่อเทียบกับสิ่งที่คุณผ่านมา”ดูจุนหันไปยิ้มให้กับโยซอบ

                “ก็จริงของนายนะ นี่ขนาดยังไม่ได้ลงมือทำฉันก็ท้อซะแล้ว ฉันต้องสู้ซินะ เพื่อไม่ให้พ่อกับพี่โฮผิดหวัง”ทีนี้โยซอบหันไปยิ้มให้ดูจุนบ้าง

                “ใช่ครับ ไฟท์ติ้งครับ”ดูจุนพูดพร้อมกับชูสองนิ้วให้โยซอบ และมันก็ทำให้โยซอบหัวเราะออกมา

                “จะว่าไป นายก็เป็นคนพูดเก่งเหมือนกันนะ น่าจะไปทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ ท่าจะรุ่ง”โยซอบพูดไปก็ขำไป

                “ผมก็พูดไปตามสิ่งที่คิดน่ะครับ แต่ก็ขอบคุณที่ชมนะครับ”แล้วต่างคนต่างก็หัวเราะออกมาด้วยความสนุกสนาน ทำให้ลืมเรื่องที่เป็นทุกข์ไปได้ชั่วขณะ

 

 

 

                หลังจากไปส่งพ่อและพี่ชายที่สนามบิน โยซอบก็เข้าบริษัททันที และระหว่างทางโยซอบก็ถอนหายใจพร้อมกับทำท่าลุกลี้ลุกล้นมาตอลดทางจนดูจุนอดที่จะสงสัยไม่ได้ และดูจุนก็ได้คำตอบจากโยซอบว่าเป็นเพราะว่าเค้าตื่นเต้นที่จะต้องไปสู้กับปัญหาที่กำลังรออยู่ข้างหน้า และดูจุนก็ขำกระอากรับกริยาของโยซอบ

               

 

 

                “โห้!!!!!!!!!!!! นี่ฉันต้องดูเอกสารกองเท่าภูเขานี่หมดเลยหรอ”เมื่อเปิดเข้าไปห้องทำงานโยซอบก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นเอกสารกองโตวางอยู่บนโต๊ะ

                “นี่เป็นแค่เอกสารงบประมาณและรายรับ-รายจ่ายของบริษัทตลอดปีนี้ครับ นี่ยังมีเอกสารเกี่ยวกับรายการสินค้า และออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่งอีกนะครับที่คุณต้องอ่าน”

                “โถ่!!! เป็นลมก่อนได้มั้ย”โยซอบพูดพร้อมกับล้มตัวลงบนโซฟารับแขกใกล้ๆโต๊ะทำงาน

                “ไม่ได้ครับ งานรอไม่ได้นะคุณโยซอบ ลุกมาทำงานเถอะครับ”ดูจุนพยายามดึงโยซอบลุกจากโซฟา แต่เจ้าตัวก็ขืนไว้ไม่ยอมลุกสักที แล้วอุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา.....ขณะที่โยซอบพยายามจะดึงแขนดูจุนเพื่อยันตัวเองให้ลุกขึ้นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ดูจุนกำลังจะปล่อยมือจากโยซอบ เมื่อคนตัวเล็กออกแรงมากกว่า คนถูกดึงจงล้มไปทับคนตัวเล็กที่อยู่ด้านล่าง

 

                สถานการณ์ตอนนี้คือ....ดูจุนกำลังนอนทับร่างโยซอบอยู่บนโซฟา และดูเหมือนทั้งคู่จะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ถึงได้นิ่งอึ้งอย่างกับอยู่ในภวังค์กันอย่างนั้น แม้ว่าทั้งคู่จะรู้จักกันมานานแต่ก็ไม่เคยใกล้ชิดขนาดหายใจรดต้นคอกันมาก่อน มันก็คงจะไม่แปลกที่พวกเค้าจะรู้สึกตกใจ

 

                “เอ่อออ...ฉันว่าฉันควรจะรีบไปทำงาน”โยซอบที่ดูเหมือนจะเรียกสติกลับคืนมาได้ก่อนพูดขึ้น

                “คะ...ครับ”ดูจุนตอบอึกอัก ยังคงงุนงงอยู่

                “ถ้านายไม่ลุกแล้วฉันไปทำงานได้ยังไง”โยซอบพยายามขยับตัวเพื่อให้อีกคนรู้ว่าเค้ากำลังทับร่างเล็กๆตัวเองอยู่

                “อ่อ อ้อ ครับ”ดูจุนรีบกระตือรือร้นลุกขึ้นมาทันที และไม่ลืมที่จะยื่นมือไปให้โยซอบจับเพื่อลุกขึ้นมา โยซอบลังเลจะจับมือดูจุน เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อครู่อีกหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็ยอมจับมือดูจุนเพื่อลุกขึ้นมา “งั้นเดี๋ยวผมไปหาอะไรมาให้ดื่มนะครับ”ดูจุนพูด แล้วก็ลุกลี้ลุกล้นออกจากห้องไป

 

                เมื่อดูจุนเดินออกไป โยซอบก็ได้แต่เอามือกุมหน้าอกตัวเอง ทำไมตอนที่ดูจุนล้มมาทับตนหัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นตูมตามขนาดนั้น หรือเป็นเพราะว่าเค้าไม่เคยใกล้ชิดดูจุนขนาดนี้มาก่อน โยซอบได้แต่สงสัยอยู่ในใจ

 

 

 

                “วันนี้ทำงานเป็นยังไงบ้างครับ”ดูจุนถามขณะที่กำลังขับรถพาโยซอบกลับบ้าน

                “เหนื่อยมากกกก ฉันนี่เข้าใจพี่โฮเลยว่าต้องเหนื่อยขนาดไหนที่ต้องทำงานแบบนี้”โยซอบเอนหลังพิงกับเบาะรถด้วยความเหนื่อยล้า

                “ครับ คุณซึงโฮเหนื่อยมาตลอดที่ต้องดูแลงานทุกอย่างแทนคุณท่าน แต่ผมก็ไม่เคยเห็นเค้าบ่นเลยนะครับ ไม่เหมือนคุณ ทำงานไม่กี่วันก็บ่นแล้ว”ซึงโมมองกระจกมองหลังเพื่อดูอากรับกริยาของอีกคน

                “นี่นายว่าฉันหรอดูจุน!!!”โยซอบทำท่าโกรธเมื่อถูกดูจุนเหน็บแนม “แต่ก็ไม่เถียง ตั้งแต่ฉันเห็นพี่โฮทำงานมาก็ไม่เคยเห็นบ่นว่าเหนื่อยให้ฉันได้ยินเลย”พูดจบโยซอบก็หลับตาเอนหลังพิงกับเบาะรถต่อ

                “อดทนหน่อยนะครับ ผมเชื่อว่าคุณผ่านมันไปได้”ดูจุนมองโยซอบและพูดออกมาเบาๆ

 

 

 

                การทำงานอย่างจริงจังของโยซอบผ่านไปค่อนข้างลำบาก ก่อนหน้านี้เค้าเพียงแต่ศึกษาเอกสารงานเก่าๆของบริษัทที่เปรียบเหมือนกับการศึกษาตำรา แต่ที่เค้าทำอยู่ปัจจุบันคือการบริหารงานแทนพี่ชายซึ่งมันก็คือการปฏิบัติงานจริง เพราะฉะนั้นเค้าต้องทำหน้าที่ของการเป็นผู้นำให้ดีที่สุด และยิ่งทำงานมากขึ้นเค้าก็ได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง ได้เข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันส่งผลต่อบริษัทยังไง

 

                “บริษัทเราลงทุนครั้งนึงใช้เงินขนาดนี้เลยหรอ”โยซอบมองตัวเลขรายจ่ายในแฟ้มเอกสารก็อดตกใจไม่ได้

                “ครับ อันนี้เป็นแค่ค่าสินค้าที่เราสั่งเข้ามาเพื่อผลิตชิ้นส่วนและประกอบรถยนต์ส่งให้ลูกค้าอีกที นี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่ว่าเป็นค่าเครื่องจักร ค่าแรงงานคน แล้วก็ใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆอื่นๆอีกหลายอย่าง”

                “หืม ถึงว่าซิ เพราะบริษัทโดนโกงเงินถึงได้ส่งผลรุนแรงขนาดนี้”

                “ใช่ครับ การทำธุรกิจ เงินลงทุนเป็นสิ่งสำคัญมาก อ่อ! วันนี้คุณมีนัดคุยกับลูกค้าตอนบ่ายโมงนะครับ”โยซอบพยักหน้ารับ วันนี้ซินะ....การพบลูกค้าครั้งแรกของเค้า

 

 

 

                “คุณยอชางกูเป็นลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งของเราเลยครับ แต่เค้าจะค่อนข้างดุ แล้วก็ถือตัวเองเป็นใหญ่ เวลาคุยกับเค้าคุณต้องใจเย็นๆนะครับ”ดูจุนอธิบายให้โยซอบฟังระหว่างที่พวกเค้ากำลังเดินเข้ามาในร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อพบลูกค้า

                “โอเค จะพยายามแล้วกัน”พูดจบโยซอบก็เดินนำดูจุนไปที่โต๊ะอาหารทันที ดูจุนได้แต่ถอนหายใจ จะรอดมั้ยเนี่ย -_-

 

                ไม่นานนัก ลูกค้าที่โยซอบมาพบก็เดินเข้ามาในร้าน โยซอบจึงลุกยืนเพื่อต้อนรับ

 

                “สวัสดีครับ ผมยังโยซอบครับ”โยซอบโค้งให้ลูกค้าที่มีอายุมากกว่าด้วยความเคารพ

                “อ่อ นี่หรอน้องชายคุณยังซึงโฮ ยังดูเด็กอยู่เลยนะ จะบริหารงานแทนพี่ชายได้หรอ”สาบานว่านี่คือคำและท่าทางในการทักทาย คำพูดดูหมิ่นและสายตาเย้ยหยันนั่นคืออะไร??? โยซอบคิดในใจ ทางด้านดูจุนก็แอบลุ้นว่าโยซอบจะปี๊ดแตกหรือเปล่าที่ถูกลูกค้าพูดจาดูถูกตั้งแต่แรกพบเช่นนี้

                “ของแบบนี้มันต้องดูกันไปนานๆครับ ดูแค่ภายนอกไม่ได้ เพราะบางคนชอบพูดมากว่าทำ!”โยซอบพูดเน้นประโยคหลัง “เชิญนั่งครับ ดูจุนหยิบเมนูให้คุณชางกูหน่อย”โยซอบพยายามกั้นอารมณ์ขุ่นมัวไว้ แล้วคุยปกติกับลูกค้า

                “อ่อ ไม่เป็นไร วันนี้ผมมีธุระต่อ เรามาเริ่มคุยงานกันเลยดีกว่า พอดีลูกค้าของผมเค้าเร่งมาว่าอยากได้สินค้าเร็วกว่ากำหนดสักอาทิตย์นึง ผมเลยอยากให้คุณช่วยเร่งงานให้ผมที”คุณยอชางกูพูดจบก็จิบน้ำแก้กระหาย

                “เอ่อ ผมเกรงว่าจะไม่ได้นะครับ เพราะคุณก็ต้องเข้าใจว่าผมก็ต้องสั่งของมาเพื่อประกอบเป็นสินค้าให้คุณ ถ้าคุณเร่งผมก็เท่ากับเร่งของที่ผมสั่งด้วย ถ้าสักวันสองวันผมยังพอเร่งให้ได้นะครับ แต่ถ้าเป็นอาทิตย์เห็นทีจะไม่ได้”

                “นั่นมันเป็นเรื่องที่คุณต้องจัดการ”คุณชางกูพูดโดยไม่สนใจอะไร

                “แต่ถ้าคุณไม่เร่งงาน มันก็จะจัดการง่ายขึ้นนะครับ”โยซอบยังคงไม่ยอม

                “หึ! เป็นอย่างที่ผมคิดไม่มีผิด”ชายตรงหน้าโยซอบที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกค้าแสยะยิ้มออกมาอย่างเหยียดหยาม

                “คิดอะไรครับ”โยซอบถามทั้งที่ก็คิดอยู่แล้วว่าคงไม่ใช่เรื่องที่ส่งผลดีต่อตัวเอง

                “ก็คนประสบการณ์น้อยอย่างคุณน่ะคงจะบริหารงานไม่เป็น ผมว่าคุณรีบตามพี่ชายคุณมาบริหารงานดีกว่านะ ก่อนที่บริษัทจะล่มจมเพราะความอ่อนประสบการณ์ของคุณ”คราวนี้โยซอบแทบจะปี๊ดแตกที่ถูกดูถูกเหยียดหยามขนาดนี้ เกือบจะระเบิดออกมาอยู่แล้วถ้าไม่ได้ดูจุนมาแตะที่ไหล่เพื่อเตือนสติ

                “โอเคครับ ขอเร่งงานเข้ามา 1 อาทิตย์ใช่มั้ยครับ งานจะเรียบร้อยตามกำหนดแน่นอนครับ”โยซอบตอบกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ในใจนี่อยากจะกระโดดเข้าไปชกหน้าลูกค้าคนนี้มาก

                “อื้ม ก็ดี แบบนี้สมกับเป็นบริษัทยังกรุ๊ปหน่อย งั้นเอาเป็นว่าตามนี้ละกันนะ ผมต้องขอตัวก่อนพอดีมีธุระ อ่อ! จะทำอะไรก็คิดถึงหน้าตาของบริษัทที่พ่อกับพี่ชายคุณสร้างขึ้นมาบ้างนะ อย่าให้เสียเพราะความไม่รู้อิโหน่อิเหน่ของเด็กด้อยประสบการณ์บริหารงานไม่เป็น”พูดจบคุณยอชางกูก็เดินกลับไปโดยไม่หันมาสนใจด้านหลังที่กำลังอบอวนไปด้วยบรรยากาศมาคุ ถ้าไม่มีดูจุนรั้งไว้ป่านนี้โยซอบคงได้เอาเลือดปากของลูกค้าออก

               

 

 

“นี่!!! พี่โฮทนกับนายนี่ไปได้ยังไง แค่เจอครั้งแรกฉันก็เอียนละ”โยซอบสบถออกมาเมื่อเข้ามานั่งในรถ

“ตอนที่คุณซึงโฮมาบริหารงานแรกๆแล้วต้องมาพบคุณชางกูก็โดนไม่ต่างจากคุณหรอกครับ”

“แล้วเค้าชอบมาเร่งงานแบบนี้บ่อยหรือเปล่า”

“ก็หลายครั้งแล้วนะครับ แต่อย่างมากก็ไม่เกิน 5 วัน แล้วสิ้นค้าที่สั่งก็ไม่เยอะเท่ารอบนี้”

“แล้วอย่างนี้จะทำทันได้ยังไงเนี่ย”โยซอบบ่นอุบอิบด้วยความกังวล “แต่มันต้องมีวิธีซิน่า เวลาตาคุณชางกูนั่นมาเร่งงานแล้วพี่โฮทำยังไง”โยซอบหันไปถามดูจุน เพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหา

“ก็ให้พนักงานทำโอทีน่ะครับ แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าครั้งนี้จะทันมั้ย เพราะเค้าสั่งเยอะกว่าที่ผ่านมาแล้วเวลาก็เร้งเข้ามามากด้วย”ดูจุนพูดแบบนี้แล้วทำให้โยซอบเป็นกังวลขึ้นมาอีก ไม่น่าไปอารมณ์ร้อนตบปากรับคำเค้าไปแบบนั้นเลย

“มันต้องทันซิ มันต้องมีวิธีที่จะทำให้เราส่งสินค้าทัน”แต่เมื่อคิดถึงคำและท่าทางดูถูกเหยียดหยามจากลูกค้าคนนั้นแล้วโยซอบก็ฮึดสู้ขึ้นมา “หืมมม ถ้าไม่เห็นว่าเป็นลูกค้านะ”โยซอบกำหมัดแน่นด้วยความโมโห

“จะกลับบ้านเลยมั้ยครับ หรือจะไปไหนก่อนมั้ย”ดูจุนถามผู้เป็นนาย

“ไปบริษัท มีงานต้องเคลียร์นิดหน่อย”โยซอบตอบด้วยสีหน้าบึ้งตึง ยังโมโหลูกค้าไม่หาย

“เอาไว้ค่อยทำพรุ่งนี้ก็ได้นะครับ นี่ก็ใกล้จะเลิกงานแล้ว”ดูจุนอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นโยซอบขยันแบบนี้ ทั้งที่เพิ่งมีเรื่องให้วุ่นวายใจแท้ๆ

“ทำวันนี้แหละ ก็นายบอกเองนิว่างานรอไม่ได้”ดูจุนมองโยซอบผ่านกระจกมองหลังด้วยความแปลกใจอีกครั้ง โยซอบเปลี่ยนไปมากจริงๆ

“มองฉันแบบนั้นหมายความว่าไง ทำไม! ไม่อยากเชื่อหรอว่าฉันยังจะมีอารมณ์กลับไปทำงานทั้งที่เพิ่งโดนตาลูกค้านั่นด่ามา ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันก็คงจะไปไหนสักที่ที่ทำให้จิตใจสงบลง แต่สำหรับตอนนี้.....ฉันคงคิดถึงตัวเองก่อนไม่ได้”โยซอบพูดโดยที่สายตามองออกไปนอกกระจกรถ

“ถ้าคุณท่านกับคุณซึงโฮได้ยินคุณพูดแบบนี้คงจะภูมิใจในตัวคุณมาก”โยซอบยิ้มให้ดูจุน เค้าก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน

 

 

 

หลายวันต่อมา............

 

“นี่ดูจุน วันนี้ฉันว่าฉันคงจะต้องกลับดึกอีกแล้วล่ะ ถ้านายอยากพักผ่อนก็กลับบ้านได้ก่อนนะ ไม่ต้องรอเดี๋ยวฉันกลับเองได้”หลายวันมานี้โยซอบอยู่เคลียร์งานที่บริษัทจนดึกดื่นแทบทุกวัน

“ผมว่าคุณมากกว่านะที่ควรกลับไปพักผ่อน โหมงานหนักเกินไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ”ดูจุนพูดด้วยความเป็นห่วง

“รู้แล้วน่า นี่ก็บ่นเป็นพี่โฮเลย เฮ้อ! พูดถึงพี่โฮแล้วก็คิดถึง ไม่ค่อยมีเวลาโทรหาพี่โฮกับพ่อเลย นานๆทีถึงจะได้คุยกัน ไม่รู้ว่าอาการคุณพ่อเป็นไงบ้าง”โยซอบพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า ตั้งแต่ที่พ่อกับพี่ชายไปญี่ปุ่น เค้าได้คุยกับทั้งสองคนแทบจะนับครั้งได้ ทั้งเค้าและพี่ต่างก็ยุ่งกับการทำงานด้วยกันทั้งคู่

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ผมว่าคุณซึงโฮต้องดูแลคุณท่านเป็นอย่างดีแน่ๆ”ดูจุนให้กำลังใจโยซอบ

“ตอนนี้ก็คงมีแต่นายที่เป็นเหมือนครอบครัวฉัน เอ้อ! ฉันคิดอะไรดีๆออกละ”อยู่ๆโยซอบก็ยิ้มขึ้นมา ทำเอาดูจนถึงกับแปลกใจ

“ไหนๆนายก็เป็นเหมือนพี่ชายฉันอีกคนละ แล้วพี่โฮก็เคยบอกฉันว่าให้คิดซะว่านายเป็นพี่ชาย งั้นต่อไปนี้ฉันจะเรียกนายว่าพี่ดูจุน ส่วนนายก็เรียกฉันว่าโยซอบเฉยๆก็พอ หรือจะเรียกโยเหมือนพี่โฮก็ได้ ตกลงมั้ย?”

“ไม่ดีมั้งครับ รู้สึกไม่ชินยังไงไม่รู้”

“เอาเหอะน่า นี่ถือเป็นโชคดีของนาย เอ้ย! ของพี่ดูจุนที่มีโยเป็นน้องนะ ตกลงตามนี้นะพี่ดูจุน”พูดจบโยซอบก็วิ่งเข้าไปกอดแขนดูจุน ถึงแม้ดูจุนจะไม่ใช่พี่ชายแท้ๆของโยซอบ แต่สำหรับโยซอบแล้ว....ตอนนี้มีแต่ดูจุนเท่านั้นที่เป็นเหมือนกับครอบครัวของเค้า ทำให้เค้ารู้สึกเหมือนมีพี่ชายอยู่ข้างๆ

 

โยซอบทำงานจนเผลอหลับไป ดูจุนจึงถอดสูทของตนไปคลุมให้โยซอบ เขายืนมองโยซอบอยู่นาน ไม่คิดว่าคุณหนูอย่างโยซอบจะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปได้มากขนาดนี้ เค้ายืนยิ้มมองโยซอบอยู่อย่างนั้น เริ่มมีความรู้สึกดีๆกับคุณหนูหน้าใสคนนี้แล้วซิ แต่แล้วเค้าก็สลัดความคิดนี้ออกไปจากหัว ท่องไว้ว่านี่คือเจ้านายจะคิดเป็นอื่นไม่ได้ ดูจุนได้แต่บอกตัวเองอยู่ในใจ

 

 

 

1 สัปดาห์ผ่านไป.............

 

                “ดีนะที่บริษัทที่เราสั่งของเค้าพูดง่ายแล้วก็ทำธุรกิจกับเรามานานเลยยอมเร่งส่งของให้เรา ไม่งั้นคงได้โดนตายอชางกูนั้นด่าหน้าแหกมาอีกแน่”เมื่อต้องพูดถึงลูกค้าที่ทำให้ตัวเองขุ่นเคืองคนนั้นโยซอบก็ถึงกับเบะปาก

                “ฮ่าๆๆๆ คุณ... เอ้ย! โยซอบอย่างไปกลัวเค้าเลยครับ ถ้าเค้าเห็นผลงานของเราเค้าก็เลิกด่าเราไปเองแหละครับ ผม เอ้ย! พี่เคยเห็นคุณซึงโฮโดนมาเยอะ”ดูจุนพูดด้วยความไม่เคยชินกับการต้องเปลี่ยนสรรพนามคุยกับผู้เป็นนายที่กลายมาเป็นน้องชายของตนซะแล้ว

                “พี่โฮเก่งอยู่แล้วล่ะ”

                “คุณโยซอบคะ คุณคิมกงยูผู้จัดการฝ่ายบัญชีมารอพบอยู่ในห้องค่ะ”ระหว่างที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอย่างสนุกสนาน เลขาของซึงโฮซึ่งตอนนี้มาทำหน้าที่เป็นเลขาของโยซอบเข้ามาแจ้งเมื่อเห็นเจ้านายเดินมาจนเกือบถึงห้องทำงาน โยซอบพยักหน้ารับ สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องโดยมีดูจุนเดินตามเข้าไป

“มีอะไรหรือป่าวครับคุณกงยู”เมื่อโยซอบเดินเข้ามาก็เห็นคุณกงยูนั่งรออยู่ที่โซฟา

“สวัสดีครับคุณโยซอบ”คุณกงยูโค้งให้โยซอบ “พอดีตอนนี้มันมีปัญหาน่ะครับ เงินส่วนที่เราเอาไว้จ่ายพนักงานเราเอาไปลงทุนกับงานของคุณชางกู ทำให้เรามีเงินไม่พอจ่าย เราก็เลยขอเลื่อนจ่ายเงินเดือนพนักงานไปก่อนน่ะครับ แล้วตอนนี้ก็ครบอาทิตย์แล้วด้วยที่เราขอเลื่อนจ่าย พนักงานเลยเริ่มโวยวายกันน่ะครับ แล้วก็บอกว่าถ้าไม่จ่ายเงินเดือนภายในอาทิตย์นี้จะไม่ทำงานให้เราจนกว่าจะได้เงินครับ”คุณจางพูดด้วยความกังวล

“ทำไมผมไม่รู้มาก่อนว่าเราเลื่อนจ่ายเงินเดือนพนักงาน”โยซอบทำสีหน้าจริงจัง ทำไมไม่เคยมีใครบอกเค้าเรื่องนี้

“ผมผิดเองครับที่ไม่ได้บอกคุณ ตอนแรกเราจะรอเงินจากการส่งสินค้างวดที่แล้วไปก่อน แต่ลูกค้ารายนั้นก็ดันมาขอเลื่อนกะทันหัน เราเลยมีเงินไม่พอไปจ่ายพนักงานน่ะครับ ผมเห็นคุณกังวลเรื่องคุณชางกูเลยไม่ได้บอกน่ะครับ”ดูจุนอธิบายเหตุผล

“แต่ตอนนี้ฉันทำหน้าที่เป็นผู้บริหารอยู่นะ ควรจะบอกให้ฉันรู้ทุกเรื่องของบริษัทซิ”โยซอบหันมาต่อว่าดูจุน เค้าเข้าใจที่ดูจุนเป็นห่วงเค้า แต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องห่วงมากที่สุดคือบริษัท ไม่ใช่ตัวเค้าเอง

“แล้วจะทำยังไงดีล่ะครับ เราต้องรีบส่งสินค้าให้คุณชางกูด้วย ถ้าเราไม่มีเงินให้พนักงาน พนักงานต้องไม่ยอมทำงานให้เราแน่เลยครับ แล้วงานก็คงจะส่งไม่ทันกำหนด เสียหายหลายร้อยล้านเลยนะครับ”สิ่งที่คุณกงยูพูด คือสิ่งที่โยซอบกังวลมาก แล้วเค้าต้องการให้พนักงานทำโอทีเพื่อเร่งสินค้าด้วย ถ้าไม่มีเงินจ่ายให้พนักงาน พวกเค้าคงไม่ยอมทำงานอย่างที่คุณกงยูว่า

“เอาอย่างนี้ คุณกลับไปบอกพนักงานของเราว่าภายในอาทิตย์หน้าพนักงานทุกคนจะได้เงินครบทุกวอนแน่นอน แล้วก็ให้พนักงานทำโอทีจนถึงสามทุ่ม แล้วสิ้นปีผมจะแจกโบนัสให้พนักงานทุกคน”โยซอบหันไปบอกกับคุณกงยู คุณกงยูรับคำและเดินออกจากห้องไป

“เราจะหาเงินมาจากไหนล่ะครับ เงินไม่ใช่น้อยๆเลย แล้วอีกอย่างนี่ก็ใกล้สิ้นปีแล้ว ถึงจะได้เงินจากคุณชางกูมาเราก็ต้องเอาไปใช้หนี้ธนาคารที่ค้างไว้ก่อน แล้วเราจะเอาโบนัสที่ไหนมาให้พนักงานล่ะครับ”ดูจุนพูด ซึ่งโยซอบไม่ได้ตอบอะไร และทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

 

 

 

ในช่วงนี้ บริษัทต้องเร่งผลิตสินค้าส่งคุณยอชางกูที่ขอเลื่อนกำหนดการเข้ามา 1 อาทิตย์ พนักงานทุกคนจึงต้องทำโอทีจนถึงสามทุ่มทุกวัน ซึ่งในช่วงแรกพนักงานก็ไม่อยากทำนักเพราะกลัวจะไม่ได้เงิน แต่เนื่องด้วยโยซอบเข้ามาช่วยพูดเกลี้ยกล่อม บวกกับมาดูการผลิตสินค้าและพูดคุยกับพนักงานในโรงงานบ่อยๆ ซึ่งก็ทำให้พนักงานเริ่มเชื่อใจในตัวโยซอบและยอมรับเค้ามากขึ้น

 

 

 

“พี่ดูจุน เอาเช็คนี่ไปให้คุณกงยูนะ บอกว่าเป็นเงินเดือนอีกส่วนหนึ่งของพนักงาน”โยซอบยื่นเช็คให้ดูจุน

“โยเอาเงินมาจากไหน ทำไมพี่ไม่เห็นรู้”ดูจุนรับเช็คมา และถามด้วยความสงสัย

 

ในตอนนี้โยซอบและดูจุนก็สนิทสนมกันมากขึ้น จึงไม่มีความประหม่าหรือความตะขิดตะขวงใจที่จะต้องใช้สรรพนามที่ดูสนิทสนม แต่ก็ใช้เมื่อยู่กันตามลำพังสองคนเท่านั้น

 

“เงินเก็บของโยเอง นี่เป็นมรดกส่วนของแม่ที่ยกให้โย”ระหว่างที่โยซอบพูด ดูจุนของสังเกตเห็นดวงตาที่ดูสลดลงของโยซอบ

“แล้วโยไม่ต้องใช่หรอ เงินไม่ใช่น้อยๆเลยนะโย”ดูจุนถามด้วยความเป็นห่วง

“พี่ดูจุนไม่ต้องห่วงโยหรอก ตอนเรียนอยู่ต่างประเทศโยชอบไปทำพาร์ทไทม์กับเพื่อน บางทีก็ไม่ได้ใช้เงินที่พ่อส่งให้ เลยพอจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง แล้วอีกอย่างวันๆโยก็ทำแต่งาน คงไม่มีเวลาไปใช้เงินที่ไหนหรอก”พูดจบโยซอบก็หมุนเก้าอี้ทำงานไปด้านหลัง แล้วก็เงียบไป ดูจุนจึงเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง

“โยเป็นอะไร”ดูจุนพูดเมื่อเห็นสีหน้าโยซอบที่ดูเศร้ามาก

“ทำไมปัญหาทุกอย่างมันถึงได้เข้ามาพร้อมกันมากมายขนาดนี้นะพี่ดูจุน”ดูจุนเห็นสีหน้าของโยซอบแล้วก็อดสงสารไม่ได้ เค้าไม่เคยเห็นโยซอบมีสีหน้าเศร้าสร้อยขนาดนี้เลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเค้าไม่ค่อยได้อยู่กับโยซอบ หรือเป็นเพราะปัญหาทุกอย่างมันรุมเร้าจนเกินกำลังของเด็กคนนี้ที่จะรับไหวก็ไม่รู้ ดูจุนเดินไปตรงหน้าโยซอบแล้วนั่งลงพร้อมกับกุมมือโยซอบไว้

“พี่รู้ว่าโยจะต้องเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างได้แน่ แล้วโยก็ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ว่าปัญหามันจะเข้ามามากสักแค่ไหน ยังไงพี่ก็ยังอยู่ตรงนี้ อยู่ข้างโยตลอดไป”เมื่อโยซอบได้ยินอย่างนั้นก็โผเข้ากอดดูจุนอย่างซึ้งใจ แล้วน้ำใสๆก็ไหลออกมาจากนัยน์ตาคนตัวเล็ก ดูจุนก็กอดปลอบโยซอบอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเค้าจะไม่มีวันทิ้งคนๆนี้ไปเด็ดขาด คนสำคัญของเค้า

 

 

 

หลังจากที่พนักงานได้รับเงินเดือน ต่างก็กระตือรือร้นในการทำงานมากขึ้น เพราะมีสิ่งมาช่วยเสริมแรง งานที่ต้องส่งลูกค้าก็ใกล้ถึงความเป็นจริง และโยซอบก็เป็นที่ยอมรับของพนักงานในบริษัทมากขึ้นอีกด้วย

 

และในที่สุดงานก็สำเร็จลุล่วงตามกำหนดส่ง โยซอบเป็นผู้ส่งมอบสินค้าให้กับคุณยอชางกูด้วยตนเอง ซึ่งงานนี้โยซอบก็ได้รับคำชมจากคุณยอชางกู แต่เค้าก็ไม่ลืมที่จะเน็บแนมโยซอบเรื่องด้อยประสบการณ์อยู่

 

หลังจากได้เงินจากการส่งสินค้าให้คุณยอชางกู โยซอบก็มีเงินไปใช้หนี้ธนาคารส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งเอาไว้ลงทุน เพราะหลังจากที่โยซอบสามารถส่งสินค้าให้คุณชางกูที่ขอเลื่อนเวลาเข้ามา 1 อาทิตย์ได้สำเร็จ นักธุรกิจหลายท่านก็เริ่มมีความมั่นใจในตัวโยซอบและทำให้มีออร์เดอร์สั่งเข้ามาเพิ่มขึ้น โยซอบจึงมั่นใจว่าเค้าจะมีเงินโบนัสให้พนักงานช่วงสิ้นปีนี้แน่นอน



เมื่อต้องเจออุปสรรค ถ้าไม่สู้ก็คงไม่ชนะ



วันใดที่เราเสียใจ แค่หันหลังกลับไป....ก็จะเจอใครบางคนที่พร้อมจะอยู่เคียงเรา



บางความรู้สึก ไม่จำเป็นต้องพูดก็สามารถรับรู้กันด้วยใจ

 

 

……………………ติดตามตอนต่อไป……………………


สวัสดีรีดที่น่ารักทุกคนอีกครั้งนะคะ
มาต่อกันแล้วค่ะ สำหรับฟิคดูซอบพาร์ทที่ 2
เรื่องราวก็เข้มข้นขึ้นเรื่องๆ ยังไงก็อย่าลืมมาอ่านกันนะคะ
อ่านแล้ว เมนต์ติ-ชมได้ ไม่ว่ากันนะ


1 เมนต์เป็นมากกว่ากำลังใจให้ไรท์นะคะ^^



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #15 UKIKIL (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 20:14
    มีความดราม่าาา
    #15
    1
    • #15-1 Zunshine(จากตอนที่ 3)
      11 เมษายน 2560 / 15:35
      นิดนึง
      ขอบคุณที่มาอ่านนะคะ ^^
      #15-1
  2. #12 เด็กยังโย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 02:04
    มีความรู้สึกดีๆให้กันแล้วช้ะ
    #12
    0