Short Fiction

ตอนที่ 2 : [Fic Dooseob] Secret Plan แผนลับ กำราบนายหน้าใส (Part 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ก.พ. 61

Secret Plan แผนลับ กำราบนายหน้าใส
(Part 1)



ณ คฤหาสน์ตระกูลยัง...............

               

                รถคันหรูสีบอนด์ถูกขับมาจอดอยู่หน้าคฤหาสน์ตระกูลยัง เมื่อรถจอดสนิทประตูรถจึงถูกเปิดออก เผยให้เห็นเรือนผมสีดาร์กช็อคโกแลตและใบหน้าเล็กที่มีองค์ประกอบบนใบหน้ารับกับโครงหน้าอย่างเหมาะเจาะ

                “พ่อกับพี่โฮอยู่ไหน”หนุ่มหน้าใสหันไปถามคนขับรถที่มารับกุญแจรถของตนเพื่อขับไปเก็บไว้ที่โรงจอดรถ

                “อยู่บนห้องนอนคุณท่านครับคุณหนู”หนุ่มหน้าใสเบือนหน้าด้วยความเหนื่อยใจ และเดินไปยังจุดหมาย ซึ่งก็คือห้องนอนของพ่อตน

 

 

 

                “ลูกก็ลองพูดอีกทีละกัน เผื่อน้องจะยอมใจอ่อน”

                “ครับ ผมจะลองดูอีกครั้ง ถ้าคราวนี้น้องไม่ยอม ผมคงต้องใช้ไม้แข็งกับน้องแล้วล่ะครับ”

                “กำลังคุยอะไรกันอยู่หรอครับพ่อ พี่โฮ”หนุ่มหน้าใสหันไปมองพ่อของตนสลับกับพี่ชายที่ยืนอยู่ข้างเตียง

                “ก็ไม่มีอะไรหรอกโย พี่แค่มาคุยกับคุณพ่อเรื่องงานน่ะ”ยังซึงโฮ ผู้เป็นพี่ชายของยังโยซอบ ชี้แจ้งให้น้องของตนฟัง

                “ผมว่าพี่โฮไม่ควรเอาเรื่องพวกนี้มาคุยกับพ่อนะครับ เดี๋ยวพ่อก็เครียดจนอาการทรุดอีกหรอก นี่อุตส่าห์แข็งแรงขึ้นมามากแล้ว”โยซอบพูดพร้อมกับเข้าไปสวมกอดพ่อของตนที่นั่งอยู่บนเตียงตามประสาของคนขี้อ้อน

               

                ยังโยซอบน้องชายของ ยังซึงโฮทั้งคู่เป็นลูกชายของคุณ ยังฮงซอกผู้เป็นประธานบริหารบริษัท ยัง กรุ๊ป บริษัทอุตสาหกรรมรถยนต์ขนาดใหญ่ในเกาหลี และมีบริษัทในเครืออยู่ทั้งในและต่างประเทศหลายแห่ง ปัจจุบันซึงโฮเป็นผู้บริหารงานในบริษัทแทนบิดาของตนที่สุภาพไม่ค่อยแข็งแรง เพราะก่อนหน้านี้คุณฮงซอกชอบทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำจึงก่อเกิดโรคต่างๆสะสม เมื่อโรคต่างๆเกิดกำเริบขึ้นมาจึงทำให้ร่างกายไม่แข็งแรงและต้องพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ซึ่งก็ใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าจะกลับมาดีขึ้นเหมือนอย่างที่เป็นตอนนี้ หลังจากที่ซึงโฮกลับจากที่ทำงานเขาก็จะชอบมาเล่าเรื่องที่ทำงานให้พ่อของตนฟังอยู่เสมอ เพื่อให้พ่อรับรู้ความเป็นไปของบริษัทเพราะยังคงดำรงตำแหน่งประธานบริหารอยู่ แต่ซึงโฮก็พยายามหลีกเลี่ยงเรื่องบางเรื่องที่อาจจะส่งผลสุขภาพของผู้เป็นบิดา

                 

                ส่วนโยซอบ เรียนจบบริหารจากต่างประเทศ แต่ก็ยังคงรักชีวิตวัยรุ่น ยังคงสนุกสนานกับเพื่อน เมื่อพ่อและพี่ชายขอให้ไปลองทำงานที่บริษัทก็จะหลีกเลี่ยงโดยอ้างว่าของใช้ชีวิตวัยรุ่นให้คุ้มก่อนแล้วจึงจะเริ่มต้นทำงาน ทางด้านผู้เป็นพ่อด้วยความรักและสงสารลูกซึ่งต้องสูญเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเล็กจึงตามใจลูกมาตลอดและเรื่องนี้ก็ไม่อยากขัดใจลูกเช่นกัน ส่วนซึงโฮผู้เป็นพี่ชาย แต่ดูเหมือนจะทำหน้าที่เป็นพ่อเสียมากกว่า เพราะแม้ว่าจะรักน้องมากเพียงใดแต่ก็ไม่เคยตามใจน้องในสิ่งที่ไม่สมควร แม้ในเรื่องนี้เค้าจะพยายามพูดกับน้องหลายครั้งและก็โดนปฏิเสธทุกครั้งก็ตามแต่เค้าก็พูดกับน้องอยู่ตลอด เพราะจากที่เค้าได้รับประสบการณ์จากเหตุการณ์ของผู้เป็นแม่ ทำให้เค้ามีความคิดว่าชีวิตของคนเรานั้นไม่แน่นอน หากวันหนึ่งวันใดเค้าและพ่อเป็นอะไรขึ้นมา น้องของเค้าจะดูแลตัวเองได้อย่างไร

 

                “ฮ่าๆๆๆ พ่อไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย พ่อแข็งแรงจะตาย ยังอยู่กับพวกลูกอีกนาน”คุณฮงซอกพูดติดตลก พร้อมกับกอดตอบลูกชายคนเล็กด้วยความรักสุดหัวใจ

                “โยก็ทำอย่างกับพี่ไม่รักพ่ออย่างนั้นแหละ พี่คงไม่เอาเรื่องไม่สบายใจมาคุยกับพ่อให้ท่านคิดมากหรอก พี่ก็แค่คุยเรื่องทั่วๆไปในบริษัทเท่านั้นเอง”

                “แล้วไป!”โยซอบหันมามองค้อนพี่ชาย แล้วหันกลับไปกอดพ่อของตนต่อ “เอ่อ! พ่อครับ พ่อช่วยบอกให้คนในบ้านเลิกเรียนโยว่าคุณหนูได้มั้ยครับ โยบอกหลายครั้งแล้วก็ยังเรียกกันอยู่นั่นแหละ รู้สึกแปลกๆยังไงชอบกล เหมือนตัวเองยังเป็นเด็กอ่ะ”

                “แปลกยังไง พี่ก็ว่าน่ารักดีออก”ซึงโฮพูดไปพลางหัวเราะไป

                “ถ้าน่ารักแล้วพี่โฮจะหัวจะหัวเราะทำไมล่ะ โยไม่เห็นชอบเลย”พูดจบ โยซอบก็ทำเป็นคว่ำปาก เหมือนกับเด็กโดนขัดใจยังไงยังงั้น

                “อย่าไปถือสาเค้าเลยลูก คนที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ก็เป็นคนเก่าคนแก่อยู่บ้านนี้มานานตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย เค้าเห็นลูกมาตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กเคยเรียกแต่คุณหนูๆ มันก็คงจะติดปากน่ะ แม้ลูกจะโตเป็นหนุ่มหล่อแล้วก็เถอะ”คุณฮงซอกเอามือลูบผมลูกชายคนเล็กด้วยความเอ็นดู

                “ครับ”โยซอบตอบกลับไปด้วยความจำใจ ยังไงคนที่บ้านก็คงจะเรียกเค้าว่าคุณหนูเหมือนเดิม

 

 

 

                “นี่! โย! วันนี้น้องไปไหนมาหรอ”ซึงโฮพูดกับน้องชายที่เดินนำออกมาจากห้องของพ่อตน

                “ก็ไปเที่ยวกับเพื่อนน่ะครับ วันนี้ไปตะลอนหาของกินอร่อยๆในโซลที่ยังไม่เคยไปกัน นี่ถ้าพี่ว่างนะโยจะพาไป มีร้านอร่อยๆเยอะแยะเลยนะครับ คราวหน้านัดกันว่าจะไปปูซานกันสักคืนสองคืน พี่โฮอยากได้อะไรมั้ยครับ เดี๋ยวโยซื้อมาฝาก”โยซอบสาธยายอออกมาซะยาวเหยียด

                “ไม่หรอก พี่ไม่อยากได้อะไรหรอก แต่พี่ก็เห็นว่าโยเที่ยวแบบนี้มานานแล้วนะ ทำไมโยไม่ไปลองงานที่บริษัทบ้าง อาทิตย์นึงไปสัก 4-5 วันก็ยังดี ยังไงก็ยังมีเวลาให้เที่ยวอยู่แล้ว”ซึงโฮพยายามเสนอข้อเสนอเพื่อให้น้องยอมไปทำงานที่บริษัทให้ได้

                “พี่โฮ!”โยซอบหันมาหาพี่ชายด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “เราคุยเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้วนะครับ โยก็บอกแล้วว่าขอใช้ชีวิตวัยรุ่นให้คุ้มก่อนถึงจะไปทำงาน”

                “โยพูดแบบนี้มาจะ 3 ปีแล้วนะ พี่ว่ามันถึงเวลาแล้วที่............”โยซอบไม่รอให้พี่ชายพูดจบประโยค ตนก็พูดแทรกขึ้นมาทันที

                “มันจะถึงเวลาก็ต่อเมื่อโยพร้อมครับพี่โฮ ขอตัวก่อนนะครับ”พูดจบ โยซอบก็เดินตรงไปที่ห้องนอนของตนทันที ซึงโฮก็ได้แต่เหนื่อยใจที่ไม่สามารถโน้มน้าวน้องตนได้สักที

“ใช้ไม้อ่อนไม่ได้คงต้องใช้ไม้แข็งแล้วล่ะดูจุน”ซึงโฮหันไปพูดกับคนสนิท ยุนดูจุนที่ยืนอยู่ตั้งแต่สองพี่น้องเดินออกมาจากห้อง

 

ดูจุนเป็นคนสนิทของซึงโฮ ตระกูลของดูจุนทำงานให้กับตระกูลยังมาช้านาน ดูจุนจึงได้อยู่ที่บ้านตระกูลยังตั้งแต่เกิด ซึงโฮและดูจุนรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งคู่เติมโตมาด้วยกัน อายุก็ไล่เลี่ยกัน หรือจะเรียกว่าเป็นเพื่อนกันก็ยังได้ ตอนที่โยซอบยังไม่เกิด ก็มีดูจุนนี่แหละที่เป็นเพื่อนเล่นกับซึงโฮ แม้ซึงโฮและดูจุนจะเหมือนเจ้านายกับลูกน้อง แต่จริงๆแล้วซึงโฮเห็นดูจุนเป็นเพื่อนของตนเสียมากกว่า

 

 

 

                “ฉันนี่เซ็งมากเลย ก็รู้ว่ายังไงคำตอบฉันก็ยังคงเหมือนเดิม ก็ยังถามซ้ำๆอยู่ได้ ขนาดพ่อยังไม่ถามซ้ำถามซากขนาดนี้เลย แล้วช่วงนี้นะถามฉันบ่อยมาก ไม่รู้จะถามอะไรจริงจัง”โยซอบพูดด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง

                (แกก็ใจเย็นๆหน่อยซิโย ทำอย่างกับไม่รู้จักพี่ชายตัวเองอย่างนั้นแหละ)

                “ก็เพราะฉันรู้จักไง ฉันถึงได้เซ็งอยู่อย่างนี้”

                (ฉันว่านะ พี่ซึงโฮก็คงมีเหตุผลของเค้านั่นแหละ)

                “เหตุผลของเค้าก็คือ อยากให้ฉันสามารถดูแลตัวเองได้”โยซอบพูดแล้วก็คว่ำปากมองบนอย่างเสียอารมณ์

                (อันนี้ฉันว่าเป็นเหตุผลที่ดีมากนะโย เพราะทุกวันนี้ฉันก็ไม่เห็นแกทำอะไรนอกจากเที่ยว แล้วก็หายใจทิ้งไปวันๆ) คนปลายสายพูดอย่างตรงไปตรงมา และรู้ว่าถ้าอยู่ต่อหน้าอีกคนจะทำหน้าอย่างไร

                “โชรง!!!!!”คนปลายสายเอาโทรศัพท์ออกจากหูแทบไม่ทัน

                (ฮ่าๆๆ ฉันก็แกล้งแกไปงั้นแหละ คิดถึงหรอกน่า)

                “ต่อไปไม่ต้องคิดถึงขนาดนี้ก็ได้นะ”โยซอบพูดทั้งที่ยังงอนเพื่อนอยู่ “แต่ฉันก็โตแล้วนะ ฉันดูแลตัวเองได้ ถ้าฉันเที่ยวเบื่อแล้วฉันก็ไปทำงานเองแหละ ไม่ใช่ฉันไม่คิดจะบริหารงานต่อจากพ่อสักหน่อย ไม่งั้นฉันจะทนเรียนอยู่ทำไมตั้งหลายปี”

                (ฉันก็เข้าใจแกนะโย แต่ถ้ามองในมุมของพี่ซึงโฮ ฉันคิดว่าพี่เค้าก็คงเป็นห่วงแกนะ แกบอกว่าแกดูแลตัวเองได้ แต่ตอนนี้แกเอาแต่เที่ยวกับเพื่อน สนุกไปวันๆ ซึ่งมันไม่ได้พิสูจน์ให้พี่เค้าเห็นเลยว่าแกสามารถดูแลตัวเองได้จริงๆ แล้วยังงี้จะไม่ให้พี่เค้าห่วงแกได้ยังไง) ปาร์คโชรง เพื่อนสาวของโยซอบตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัยที่ต่างประเทศด้วยกัน พยายามอธิบายความคิดเห็นของตน

                “รู้สึกว่าเธอจะเข้าใจพี่โฮดีเหลือเกินนะ เจอกันไม่กี่ครั้งเอง ตกลงเธอเป็นเพื่อนใครกันแน่เนี่ย”

                (ฉันก็ว่าไปตามความคิดของฉันเท่านั้น //โชรง มาดูแลลูกค้าหน่อยลูก ป้าจะออกไปทำธุระข้างนอก) ระหว่างที่โชรงคุยโทรศัพท์กับโยซอบอยู่นั้น ก็มีเสียงอีกคนแทรกเข้ามา (ค่ะคุณป้า! นี่โย แค่นี้ก่อนนะ ฉันต้องไปทำงานแล้ว)

                “เคๆ คนมีงานมีการนี่ยุ่งจริงๆ”

                (ก็ลองทำบ้างซิ จะได้รู้ว่ายุ่งไม่ยุ่ง แค่นี้นะ บาย!) พูดจบก็วางสายไปทันที ไม่รอให้โยซอบโวยใส่เลย

               

 

 

หลังจากโชรงวางสายไป โยซอบก็ยังคงคิดถึงเรื่องที่พี่ชายของตนให้ไปทำงานที่บริษัทอยู่ ตัวเค้าเองก็เข้าใจพี่ชายว่าเป็นห่วงตน แต่เค้าก็มีเหตุผลของเค้าเหมือนกัน เค้าต้องไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่จบมอต้น ต้องจากบ้านไปไกลอีกฟากของซีกโลก ต้องอยู่กับคนที่ไม่คุ้นเคย ต้องพยายามเรียนรู้การใช้ชีวิตในต่างถิ่น ไหนจะเรื่องเรียนอีก ในความคิดของเค้าการอยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าอยู่บ้านของตัวเอง

 

หลังจากเรียนจบกลับมา เค้าจึงพยายามหาความสุขใส่ตัวเอง เพราะหลังจากที่เสียแม่ไปเพราะอุบัติเหตุตอนเค้าอายุได้เพียง 8 ขวบ ก็ไม่มีอะไรที่มาให้เค้ามีความสุขได้นอกจากพ่อและพี่ชาย กว่าจะผ่านพ้นเวลานั้นมาได้เค้าต้องใช้เวลาอยู่นาน แล้ววันนึงเค้ากลับต้องจากครอบครัวไปอยู่ต่างแดนอีก ความสุขของคนเรามันอยู่ได้ไม่นานจริงๆ มันจะผิดตรงไหนถ้าเค้าอยากจะสร้างความสุขให้ตัวเองไว้มากๆ เมื่อวันหนึ่งที่เราเสียใจ อย่างน้อยก็ยังมีความสุขให้เราได้นึกถึง

               

 

 

                “พี่โฮไปทำงานแล้วหรอ”โยซอบหันไปพูดกับคนขับรถ ที่เตรียมรถออกมาให้หน้าคฤหาสน์

                “ครับคุณหนู”คนขับรถตอบพร้อมกับยื่นกุญแจรถให้โยซอบ

                “ดีละ จะได้ไม่ต้องถามคำถามเดินซ้ำๆซากๆอีก”พูดจบ โยซอบก็ขึ้นไปนั่งบนรถและขับออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆอย่างเคย

 

 

               

                “วันนี้ทำไมบ้านเงียบจังนะ พี่โฮยังไม่กลับมาอีกหรอ”โยซอบกลับมาในเวลาพลบค่ำ มองไปรอบๆบ้านที่เงียบกริบ ไม่รู้หายไปไหนกันหมด “แต่ก็ดีล่ะ ขี้เกียจจะตอบคำถามเดิมๆ”

 

ตุบ!!!

 

                “อุ้ย! ขอโทษค่ะคุณหนู”ระหว่างที่โยซอบเดินไปที่บันไดเพื่อจะขึ้นไปข้างบน อยู่ๆแม่บ้านคนหนึ่งก็เดินมาชนโยซอบ ท่าทางดูรีบร้อน

                “ระวังหน่อยซิ จะรีบร้อนไปไหน แล้วนั่นอะไรตก?”โยซอบมองเลยไปด้านหลังก็เห็นยาดมตกอยู่

                “นี่!!!!! ได้หรือยัง!!! มัวทำอะไรกันอยู่!!!”เสียงซึงโฮตะโกนมาจากด้านบนด้วยน้ำเสียงร้อนรน โยซอบจึงรีบหยิบยาดมนั่นแล้ววิ่งตรงขึ้นไปยังต้นเสียงทันที

                “พ่อ!!! พี่โฮ พ่อเป็นอะไร?!!!”โยซอบเปิดประตูเข้าไปในห้องของพ่อตน ก็เห็นพ่อนอนอยู่ที่พื้นโดยมีซึงโฮโอบไว้อยู่ โยซอบจึงรีบปรี่เข้าไปดูพ่อทันที

                “พ่อหมดสติน่ะ ส่งยาดมมาให้พี่”ซึงโฮและโยซอบช่วยกันปฐมพยาบาลพ่อด้วยความเป็นห่วง “นี่!!!! รถพยาบาลมาหรือยัง!!”ซึงโฮตะโกนออกไปข้างนอก แล้วสักครู่คนขับรถก็วิ่งเข้ามาในห้อง

                “รถพยาบาลมาแล้วครับคุณซึงโฮ”

 

 

 

โรงพยาบาล..............

 

“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นครับพี่โฮ ทำไมอยู่ๆพ่อถึงเป็นแบบนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พ่อก็อาการดีขึ้นแล้วแท้ๆ ทำไมถึงได้ทรุดไปอีก”โยซอบหันไปมองพี่ชายสลับกับดูจุน พยายามคาดคั้นถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“เป็นความผิดของพี่เอง พี่ผิดเอง”แม้ซึงโฮจะพูดทั้งที่ก้มหน้าอยู่ แต่โยซฮบก็เห็นสีหน้าเศร้าๆของซึงโฮ

“มันเรื่องอะไรกันครับ”โยซอบยังคงถามอีก

“บริษัทเรามีปัญหามาสักพักหนึ่งแล้ว พี่ก็พยายามหาทางแก้ไขอยู่ แต่เหมือนทุกอย่างจะไม่ดีขึ้นเลยกลับแย่ลงด้วยซ้ำ พี่ไม่ได้บอกพ่อเพราะกลัวว่าท่านจะคิดมากจนอาการทรุดลงไปอีก แต่ไม่รู้ใครที่ไหนมันโทรมาบอกเรื่องนี้กับพ่อ ท่านเลยคาดคั้นถามกับพี่ พี่ผิดเอง”โยซอบได้ฟังดังนั้นก็ถึงกับทรุด แต่ดีที่ดูจุนยืนอยู่ตรงนั้น จึงรับร่างโยซอบไว้ทัน

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”ดูจุนพูดเบาๆ

“แล้วบริษัทเรามีปัญหาอะไร มันหนักหนาขนาดนี้เลยหรอ”โยซอบส่ายหน้าให้ดูจุน แล้วหันมาถามพี่ชายที่ยังก้มนั่งก้มหน้าเสียใจอยู่

“เราโดนยักยอกเงิน”คราวนี้ซึงโฮเงยหน้าขึ้นมาพูดกับโยซอบ

“ยักยอกเงิน? ใครกัน”

“พนักงานฝ่ายการเงินคนนึงน่ะ เค้าทำงานที่บริษัทนี้มานาน ไม่มีใครคิดสงสัยว่าเค้าจะเป็นคนทำ เพราะเค้าทำงานให้บริษัทอย่างดีมาตลอด”

“เค้าเป็นใครกัน! ทำไมเค้าถึงทำแบบนี้!”โยซอบพูดด้วยความโมโหปนสงสัย

“โยไม่รู้จักเค้าหรอก แต่ไม่ต้องห่วง พี่จัดการเรื่องเค้าเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ที่ต้องห่วงก็มีแค่พ่อกับบริษัท หลังจากที่รู้ว่าถูกโกงเงิน บริษัทเราก็เจอปัญหาเรื่อยมา พี่ก็พยายามหาทางออก แต่ก็เหมือนอะไรจะไม่เป็นใจให้เลย เงินลงทุนก็แทบจะไม่พอ ลูกค้าก็ยกเลิกสินค้าไปหลายรายการ นักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนกับเราก็ถอนตัวไปอีก แล้วปัญหามันก็ลามไปถึงบริษัทในเครือที่อยู่ต่างประเทศด้วย ผู้ดูแลทางนั้นก็กำลังแก้ปัญหากันให้วุ่น พี่จนปัญญาจริงๆ”ซึงโฮพูดพร้อมกับกุมขมับตนเองอย่างกลัดกลุ้มกับปัญหาที่รุมเร้า ไม่รู้จะเริ่มแก้ตรงไหนก่อนดี ทางด้านโยซอบเองก็แทบจะทรุดรอบสองหลังจากที่ได้ยินพี่ชายเล่า นี่พี่เค้าต้องแบกรับปัญหามานานแค่ไหนกัน พูดแล้วเค้าก็รู้สึกผิดที่ไม่ยอมไปทำงานตั้งแต่แรก มัวแต่นึกถึงความสุขของตัวเองจนลืมมองคนรอบข้าง โยซอบไปนั่งข้างซึงโฮแล้วโอบไหล่พี่ชายเพื่อให้กำลังใจ มันคงเป็นสิ่งที่เค้าทำได้มากที่สุด ณ ตอนนี้

                “คุณซึงโฮครับ”สองพี่น้องหันไปมองหน้าดูจุนที่มีสีหน้าไม่ดีนัก

                “มีอะไร”ซึงโฮถาม

                “เอ่อ...”ดูจุนอึกอักที่จะตอบ

                “พูดมาเถอะดูจุน มันคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากกว่านี้แล้ว”

                “คือ...ที่บริษัทโทรมาบอกว่า บริษัทที่เราสั่งอุปกรณ์สำหรับผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เค้ามาขอรับเงินส่วนที่เหลือครับ เค้าบอกว่าให้ผลัดผ่อนมานานแล้ว ถ้าเราไม่ให้ภายในวันนี้เค้าจะดิสเครดิตเราครับ”ซึงโฮได้ฟังก็ต้องก้มหน้ากุมขมับอีกครั้ง ปัญหาเวลามันมา มันก็พากันถาโถมเข้ามากันมากมาย

                “เอาเงินลงทุนของงวดหน้าไปให้เค้าก่อน”

                “แต่ถ้าเราให้เงินส่วนนั้นไป เราก็จะไม่มีเงินมาหมุนงวดต่อไปนะครับ แล้วของที่ลูกค้าสั่งไว้ก็จะไม่ได้ตามกำหนดนะครับ”

                “เอาไปใช้ก่อนเถอะ งวดหน้าค่อยว่ากันใหม่”

                “แต่....”ดูจุนลังเล

                “เอาไปเถอะน่า!!!!!”ซึงโฮหันไปตวาดใส่ดูจุนเสียงดัง ดูจุนได้แต่โค้งรับคำสั่งของผู้เป็นนายแล้วเดินออกไป

                โยซอบได้แต่นั่งเงียบๆมองเหตุการณ์ตรงหน้า ร้อยวันพันปีเค้าไม่เคยเห็นพี่ชายตวาดใส่ดูจุนคนสนิทของตัวเองเลยสักครั้ง เค้าสองคนโตมาด้วยกัน เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ออกจะเหมือนเพื่อนรักกันด้วยซ้ำ นี่เป็นครั้งแรกที่เค้าเห็นพี่ชายโมโหขนาดนี้

 

 

 

                “ที่บริษัทเป็นไงบ้าง”โยซอบชะงักเมื่อเปิดประตูแล้วบังเอิญได้ยินพ่อและพี่ชายคุยกันเรื่องบริษัท เลยแอบฟังอยู่ด้านนอก

                “ยังเหมือนเดิมครับ ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย แต่พ่อไม่ต้องห่วงนะครับ รักษาตัวให้แข็งแรง ส่วนงานที่บริษัทผมจะจัดการเองครับ”

                “เฮ้อ! พ่อน่าจะเชื่อลูกตั้งแต่แรก ถ้าน้องยอมไปทำงานกับลูก ลูกคงไม่ต้องสู้กับปัญหาอยู่คนเดียวอย่างนี้ พ่อก็ไม่น่ามาป่วยแบบนี้เลย แทนที่จะได้ช่วยลูก กลับต้องมาเป็นภาระของลูก”

                “ผมไม่เคยคิดว่าพ่อเป็นภาระเลยนะ ที่พวกเรามีกินมีใช้กันทุกวันนี้ก็เพราะพ่อทำงานหนัก ตอนนี้มันถึงเวลาที่ผมจะได้ตอบแทนพ่อบ้างแล้ว ส่วนเรื่องน้อง ผมเข้าใจครับว่าพ่อไม่อยากบังคับน้อง ดีซะอีก น้องจะได้อยู่ดูแลพ่อไงครับ แล้วอีกอย่าง ผมก็ยังมีดูจุนเป็นเพื่อนทั้งคนนะครับ พ่อไม่ต้องห่วงหรอก”

 

                โยซอบได้ยินสิ่งที่พ่อและพี่ชายคุยกันแล้วก็อยากจะย้อนเวลากลับไป ถ้ารู้อย่างนี้เค้าคงไปช่วยพี่ชายบริหารงานตั้งแต่เรียนจบแล้ว

 

                “อ้าว! คุณพ่อฟื้นแล้วหรอครับ”โยซอบปั้นสีหน้าให้เป็นปกติและเดินเข้าไปในห้อง

                “ลูกไปไหนมาหรอ พ่อตื่นมาก็เห็นแต่พี่ลูกอยู่ในห้องคนเดียว”

                “โยเห็นพี่โฮยังไม่ได้กินอะไร ก็เลยไปซื้อของมาให้กินน่ะครับ พี่โฮกินข้าวเถอะครับ เดี๋ยวผมดูแลพ่อต่อเอง”โยซอบยื่นของกินที่ซื้อมาให้กับพี่ชาย

                “ขอบใจนะโย”ซึงโฮขยี้หัวโยซอบเบาๆ แล้วก็เดินเข้าไปในส่วนครัวของห้องพัก

                “พ่อเป็นไงบ้างครับ”โยซอบเข้าไปนั่งเก้าอี้ข้างๆเตียงคนไข้

                “พ่อไม่เป็นอะไรแล้วลูก”คุณฮงซอกพูดกับลูกชายคนเล็ก

                “พ่อพักผ่อนมากๆนะครับ รักษาตัวให้หายเร็วๆ ส่วนเรื่องที่บริษัทพ่อไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะไปช่วยพี่โฮเอง”

                “หื้ม! ลูกจะไปทำงานที่บริษัทหรอ”คุณฮงซอกถามย้ำ เพื่อให้แน่ใจว่าตนเข้าใจไม่ผิด

                “ครับพ่อ ต่อไปนี้ผมจะไปช่วยงานบริษัทกับพี่โฮ ผมจะช่วยพี่โฮแก้ปัญหาของบริษัทเราให้ได้ครับ”โยซอบก้มลงเอาหัวแนบกับอกพ่อของตน ในใจก็คิดว่ามันคงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเข้าไปทำงานในบริษัทอย่างจริงจังสักที จะไม่ปล่อยให้พี่ชายต้องแบกรับปัญหาคนเดียวอย่างที่ผ่านมาอีก

 

 

 

                “อ้าว! พ่อหลับแล้วหรอโย”ซึงโฮที่เดินออกมาจากการไปทานอาหารถามน้องชาย

                “ครับ พ่อเพิ่งหลับเมื่อกี้นี้เอง”โยซอบพูดพร้อมกับลุกออกมาจากเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ แล้วเดินไปทางระเบียง “ที่บริษัทไม่ดีขึ้นเลยหรอครับ”ซึงโฮหันไปมองน้องชาย พร้อมกับเดินตามน้องชายของตนไปที่ระเบียงของห้องพัก

                “ก็ยังเหมือนเดิมนะ ช่วงที่พี่อยู่เฝ้าคุณพ่อก็ให้ดูจุนช่วยดูแลไปก่อน เดี๋ยวอีกสักพักพี่ก็คงเข้าบริษัท”

                “พี่รู้มั้ย?”โยซอบเอาแขนเท้าที่ขอบระเบียงแล้วมองออกไปที่บรรยากาศรอบๆ “ตั้งแต่ผมเสียแม่ไป ผมก็รู้สึกว่าความสุขทั้งหมดมันได้หายไปจากชีวิตผมแล้ว ผมต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะทำใจได้ แต่ในตอนที่ผมทำใจรับเรื่องเลวร้ายทุกอย่างได้แล้ว ผมกลับต้องจากพ่อ จากพี่ ซึ่งเป็นคนที่ผมรักมากที่สุดไปอยู่ไกลคนละซีกโลก ผมถึงได้คิดว่าความสุขมันอยู่กับเราได้ไม่นานจริงๆ หลังจากที่ผมเรียนจบกลับมา ผมก็ตั้งใจว่าจะทำให้ชีวิตตัวเองมีความสุขที่สุด วันนึงถ้าเราพบเจอกับปัญหา อย่างน้อย...เราก็ยังมีความสุขที่เราสร้างขึ้นก่อนหน้านี้ไว้คิดถึง”โยซอบหันมามองพี่ชายของตน

                “สำหรับพี่ หลังจากที่เสียแม่ไป พี่ก็คิดว่าชีวิตของคนเรามันไม่แน่นอน ก่อนหน้าจะเกิดอุบัติเหตุไม่ถึงชั่วโมง เราเพิ่งคุยกับท่าน กอดท่าน แต่แล้วท่านก็จากเราไปแบบไม่ทันตั้งตัว”ซึงโฮหันมามองหน้าน้องของตนบ้าง “เพราะเหตุนี้  พี่ถึงกลัวว่า ถ้าวันนึงพี่กับพ่อไม่อยู่แล้ว ใครจะดูแลโย”

                “ครับ โยเข้าใจแล้ว ก่อนหน้านี้โยคิดมาตลอดว่าโยสามารถดูแลตัวเองได้ แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย ขนาดบริษัทเกิดปัญหาขนาดนี้โยยังไม่สามารถจะช่วยอะไรได้แม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นโยที่ต้องเจอปัญหาหนักขนาดนี้ โยคงรับไม่ไหว แต่เพราะเป็นพี่โฮ บริษัทเราถึงยังอยู่จนทุกวันนี้”

                “มันไม่ใช่เพราะพี่คนเดียวหรอก แต่เป็นเพราะทุกคนช่วยกันต่างหาก.....”

                “แต่ไม่ใช่โย”โยซอบพูดแทรกซึงโฮด้วยน้ำเสียงเศร้า

                “โย อย่างคิดมากเลย ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นหรอก เมื่อปัญหามันเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องช่วยกันแก้ พี่รู้....ว่าโยรู้สึกผิด แต่เราเริ่มต้นใหม่ได้นิ ไม่มีอะไรสายไปหรอกถ้าเราคิดจะเริ่ม”ซึงโฮโอบปลอบน้องชาย

                “ขอบคุณนะครับพี่โฮที่เข้าใจโย ต่อไปนี้โยจะไม่คิดถึงแต่ตัวเองอีก โยจะไม่ปล่อยให้พี่ทำเผชิญปัญหาอยู่คนเดียว โยจะไปทำงานที่บริษัทกับพี่ครับ”

                “จริงหรอโย!!!”ซึงโฮพูดด้วยความตื่นเต้น เมื่อโยซอบพยักหน้ารับเพื่อเป็นการยืนยัน ซึงโฮก็โผเข้ากอดน้องชายทันที พี่โฮคงจะฝ่าฟันอุปสรรคตามลำพังมานาน ถึงได้ดีใจขนาดนี้ที่เค้าจะไปช่วยงาน โยซอบได้แต่คิดในใจ

                ในระหว่างที่สองพี่น้องคุยกัน ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในการรับรู้ของชายอีกคนที่นอนป่วยอยู่บนเตียง เค้าเผยยิ้มที่มุมปากออกมาเมื่อได้รับรู้ว่าสองพี่น้องรักใคร่ปรองดองและไม่ทิ้งกันแบบนี้

 

 

 

                “ดูจุน ตั้งแต่วันพรุ่งนี้โยจะไปทำงานที่บริษัท  เพราะฉะนั้น ฉันจะให้นายเป็นผู้ช่วยโย หน้าที่ของนายก็คือขับรถให้โย คอยสอนงานต่างๆ แล้วก็คอยดูแลช่วยเหลือถ้าโยขาดเหลืออะไร”ซึงโฮบอกกับคนสนิท

                “ได้ครับ”ดูจุนโค้งรับ แม้จะอายุไล่เลี่ยกันแต่ดูจุนก็ให้ความเคารพผู้เป็นนายเสมอ

                “แล้วทำไมพี่โฮไม่สอนงานให้โยเองล่ะครับ”แม้โยซอบจะรู้จักดูจุนมาตั้งแต่เด็ก และก็พอรู้นิสัยใจคอว่าดูจุนเป็นคนดีคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรมาก เพราะดูจุนมักจะเล่นกับซึงโฮและสนิทกับซึงโฮมาตั้งแต่เด็กแล้ว

                “พี่คงไม่ค่อยมีเวลามาสอนโยหรอก พี่ต้องเคลียร์ปัญหาที่มันค้างคาอยู่ ดูจุนก็เหมือนตัวแทนของพี่ โยก็คิดว่าดูจุนเป็นพี่ชายอีกคนหนึ่งก็แล้วกัน”เมื่อพี่ชายพูดอย่างนั้นโยซอบก็เข้าใจ สำหรับสถานการณ์ของบริษัทตอนนี้พี่ชายคงไม่มีเวลามาดูแลตนมากนัก

                “ครับ”โยซอบตอบ

                “งั้นพี่ไปก่อนนะ เดี๋ยวจะไปเคลียร์งานแล้วก็จะให้ดูจุนจัดห้องไว้ให้ แล้วตอนเย็นๆพี่จะเข้ามาใหม่ ดูแลพ่อดีๆนะ”ซึงโฮพูดพร้อมกับขยี้ผมของโยซอบด้วยความเอ็นดู เมื่อโยซอบพยักหน้ารับเค้าก็เดินจากไป

                “ดูจุน”โยซอบเรียกดูจุนไว้ก่อนที่เค้าจะเดินตามพี่ชายของตนไป

                “ครับ คุณโยซอบ”

                “หาห้องทำงานที่บรรยากาศดีๆให้ฉันด้วยนะ เอาแจกันดอกไม้ไปวางไว้ด้วย แล้วก็ให้คนไปเปลี่ยนดอกไม้ในแจกันทุกวัน ฉันชอบทำงานในที่ที่บรรยากาศสดชื่น เวลาทำงานจะได้รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยลดความเครียดด้วย”

                “ได้ครับคุณโยซอบ งั้นผมของตัวนะครับ”

                “อื้ม”แม้ทัศนะคติจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่ความเป็นคุณหนูก็ยังคงอยู่ ดูจุนได้แต่คิดในใจ และอมยิ้มให้กับความคุณหนูของโยซอบ

 

 

พี่น้องกัน เมื่อวันใดใครคนใดคนหนึ่งทุกใจ อีกก็อยู่เคียงข้างไม่ห่าง



แม้จะไม่มีบทบาทอะไรมากมาย แต่ก็อยู่ข้างกายเธอไม่เคยห่าง



………………………ติดตามตอนต่อไป……………………



สวัสดีค่ะรีดที่น่ารัก^^
ตามสัญญา วันนี้ไรท์เอาฟิคดูซอบพาร์ทแรกมาลงแล้วน่า
มาอ่านมาเมนต์กันเยอะๆนะคะ
ติ/ชม ให้คำแนะนำไรท์ได้นะคะ ไม่ว่ากัน
ถือเป็นคำแนะนำในการพัฒนาตัวเองในเรื่องต่อไปเนาะ^^

1 เมนต์ เป็นมากกว่ากำลังใจให้ไรท์นะคะ ^^







โยซอบไม่ได้กล่าว ฮ่าๆๆๆๆ


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #16 kjuuhl (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 12:34
    เเผนแแบบ65555
    #16
    1
    • #16-1 Zunshine(จากตอนที่ 2)
      11 เมษายน 2560 / 15:36
      ฮ่าๆๆๆๆ
      ขอบคุณที่มาอ่านนะคะ
      #16-1
  2. #11 เด็กยังโย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 01:49
    รอตอนต่อไปนะคะ สนุก ><
    #11
    1
    • #11-1 Zunshine(จากตอนที่ 2)
      1 ธันวาคม 2559 / 21:33
      ขอบคุณค่า^^
      #11-1
  3. #10 UKIKIL (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 22:29
    ดูซอบบบบบ วรั้ยยย ><
    #10
    1
    • #10-1 Zunshine(จากตอนที่ 2)
      27 พฤศจิกายน 2559 / 23:34
      ฝากติดตามด้วยนะคะ^^
      #10-1
  4. #9 tibbar (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 20:07
    รอคร้าาา
    #9
    1
    • #9-1 Zunshine(จากตอนที่ 2)
      27 พฤศจิกายน 2559 / 23:33
      ขอบคุณค่า
      #9-1
  5. #7 เด็กยังโย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 01:18
    รออ่านนะคะ ><
    #7
    1
    • #7-1 Zunshine(จากตอนที่ 2)
      15 พฤศจิกายน 2559 / 21:27
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ^^
      #7-1