[Fate / Boku no Hero Academia] : [My Master]

ตอนที่ 11 : ไล่ตาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    21 ต.ค. 62

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ระยะเวลา
[#11]



     "มาสเตอร์เซเบอร์คือโทโดโรกิ โชโตะ?"

     "ก็ตามที่ว่ามานั้นแหละนะ" บทสนทนาภายในตัวบ้าน สร้างความตกตะลึ่งให้กับชินโซไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าลูกชายฮีโร่อันดับสองจะเป็นมาสเตอร์ของเซเบอร์ เท่าที่รู้ตอนนี้ทางฮีโร่มีเซอร์แวนถึงสามตนแล้ว เขาคงทำได้แต่คิดเรื่องแผนใหม่หมด ดูเหมือนทางด้านอาเชอร์ที่ไปนั่งเล่นตอบรับเรื่องเป็นพันธมิตรเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว เรื่องที่คลาสสามอัศวินร่วมมือกันไม่เคยเกิดจนอาเชอร์เผลอร้องตกใจไม่น้อย (เพิ่งรู้สึกตัว)

     "เฮ้อ มีแต่เรื่องปวดหัวแฮะ" เด็กหนุ่มอดที่จะบ่นครวญไม่ได้ ดวงเนตรสีถ่านพลันเหลือบเห็นใบบางอย่างในกระเป๋าชินโซ พลางเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

     "อ้อ ใบปลิวน่ะ"

     "งั้นเหรอ"

     "อ่าหะ"








     "มีอะไรงั้นเหรอ แลนเซอร์ซัง" อิซุคุเอ่ยถามเอย์เรย์ตนเองที่ทำท่าทีกระสับกระส่ายตอลดเวลาที่อยู่ด้วยกันในวันนี้ ซึ่งมันแปลกตาเกินไป พวกเขาเดินผ่านโรงอาหารออกมาเพื่อได้พูดคุยกับชินโซตามหมายเลขเบอร์โทรที่ได้มา และดูเหมือนว่าสาขาทั่วไปจะเรียนแค่ครึ่งวันด้วยเหตุผลที่ว่านักเรียนลาป่วยกันไปเกือบหมดห้องมาได้สองอาทิตย์แล้ว

     "ข้ารู้สึกได้ถึงพลังเวทย์ของเจ้าแคสเตอร์ มันใกล้ซะจนข้าขนลุกยังไงไม่รู้"

     "แคสเตอร์อยู่ที่นี่หรอครับ!?"

     "ใช่ พลังเวทย์ที่ไหลตามอากาศพวกนี้ของเจ้าแคสเตอร์ชัว ข้ารับรองได้" สัมผัสของแลนเซอรืไม่เคยผิดพลาด อิซุคุจึงสั่งให้แลนเซอรืสลายกายไปก่อน เขาจึงเริ่มวิ่งออกห่างจากตัวตึกไปยังข้างโรงเรียนแทน เเคสเตอร์ตั้งถิ่นฐานรกรากที่โรงเรียนแบบนี้มีเปอร์เซนต์สูงว่าจะได้เจอตัว แต่ไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่ง ทำไมต้องมาตั้งถิ่นฐานที่ยูเอด้วย?

     "ยังไงก็โทรบอกเอมิยะคุงก่อนแล้ว"










     "หืม" เสียงของราชาอุรุคเรียกความสนใจของชายร่างผอมติดกระดูกหันมอง แคสเตอร์มองอีกครั้งไปยังทางหน้าต่างอีกบาน เผยให้เห็นร่างทิพย์ของแลนเซอร์วิ่งตามต้อย ๆ เด็กหนุ่มคนหนึ่งไปยังทางข้างโรงเรียน ก่อนที่จะหายลับไปในต้นไม้

     "แคสเตอร์คุง มีอะไรหรือเปล่า?" ออลไมท์เอ่ยถามขณะที่มือนันถือถ้วยกาแฟสองใบเดินมายังทางกระจก

     "ลูกศิษย์เจ้าเป็นมาสเตอร์งั้นเรอะ?" คำถามนั้นทำให้ออลไมท์ร้องเอ๋ะทันดล แล้วหันสอดส่องไปทั่วทิศทางที่เขากล่าว แต่ก็ไม่พบอะไรเลย นอกจากความว่างเปล่าตามปกติของโรงเรียนยูเอแห่งนี้ จากนั้นราชาอุรุคก็กล่าวต่อ

     "เจ้าเด็กนั้นไง ที่ผมเหมือนใบไม้แก่น่ะ"

     "หนุ่มน้อยมิโดริยะน่ะนะ!"

     "ใช่ ข้าเห็นแลนเซอร์วิ่งตามประกบเด็กนั้นอยู่ งั้นที่ผ่านมาที่ข้าสัมผัสได้ว่ามีเซอร์แวนอยู่ในโรงเรียนนี้ก็คงไม่พ้นเจ้าแลนเซอร์แน่นอน" คำตอบที่ได้จากปากแคสเตอร์ ออลไมแทบอยากลืมเรื่องที่แคสเตอร์พุดไป แต่ก็ทำไม่ได้ ลูกศิษย์เขาเองก็เข้าร่วมสงคามจอกครั้งนี้ด้วยงั้นเหรอ?
     ในฐานะอาจารย์แล้ว เขาไม่อยากให้นักเรียนตัวเองมายุ่งเกี่ยวกับสงครามเด็ดขาด มันเสี่ยงเกินไป

     "แคสเตอร์คุง ช่วยตามฉันมาด้วย"










     "อ้ะ" เสียงอุทานของหญิงสาวในร่างทิพย์ เรียกให้สติเหม่อลอยของเด็กหนุ่มหยุดลงแล้วหันไปมองทางเธอ พวกเขานั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนใกล้ ๆ กับโรงยิม เซเบอร์พยายามคิดว่าตัวเธออาจะตาฝาดไปเองก็ได้ แต่ถ้าหากไม่เห็นว่าบนฟากฟ้านั้นมีแคสเตอร์ที่บินตามหาใครซักคนไปด้วย

     "เกิดอะไรขึ้นน่ะ เซเบอร์"

     "แลนเซอร์และแคสเตอร์ เริ่มเคลื่อนไหวแล้วล่ะคะ" โชโตะขมวดคิ้ว

     "อาเชอร์ล่ะ?"

     "ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เมื่อกี้ข้าเห็นแลนเซอร์วิ่งหายไปจากนั้นไม่นานแคสเตอร์ก็ตามไปคะ" งั้นแสดงว่าที่เซเบอรืจับปฏิกิริยาได้ว่ามีเซอร์แวนที่อยู่โรงเรียนสองตนคือแลนเซอร์และแคสเตอร์?

     "ตามไปดูกันเถอะ"










     "แคสเตอร์! ฉันไม่ได้ขอให้เธอโจมตีหนุ่มน้อยมิโดริยะนะ!"

     "ช่วงสงคราม การทำศึกตอนนี้มันก็ไม่เสียหายหรอกน้า แค่กำจัดเซอร์แวนออกไปก็แค่นั้น"

     "แต่นั้นมันเสี่ยงต่อคนทั่วไปจะโดนลูกหลงจากการโจมตีเธอไม่ใช่หรือไง!"

     "บ่นมากน่ารำคาญจริงนิ เจ้าแห้ง!" ไม่ทันที่ออลไมท์จะได้พูดอะไร ร่างกายก็ถูกเวทย์มัดกายในนอนนิ่งกับพื้นไปแทน ไม่พอยังร่ายเวทย์ปิดปากเพื่อไม่ให้ส่งเสียงออกมา

     "ข้าเป็นถึงมหาราชานะ! อย่าได้มาดูแคลนข้าเชียว!" เครื่องบินเวทย์เข้าสู่โหมดความเร็ว






     "แคสเตอร์ไล่ตามมางั้นเหรอ!?" ชินโซถือสายในขณะที่ก้าวกระโดดตามตึกต่าง ๆ เพื่อไปยังจุดนัดหมาย ไม่คิดไม่ฝันว่าเปิดฉากไล่ตามหลังจากจบศึกแรกไปไม่ถึงอาทิตย์หนึ่ง บางทีเขาควรเฝ้าระวังจับตาอิซุคุซักสองสามวันน่าจะดี

     "อาเชอร์ นายล่วงหน้าไปก่อนเลย"

     "รับทราบ" ร่างอาเชอร์สลายหายไปตามคำสั่งชินโซ "ให้ตายเถอะ!" ย่างก้าวรวดเต็วจนตาคนปกติมองแทบไม่ทันถุกเพิ่มความเร็วมากขึ้น แรงถีบทรงตัวเพิ่มมากขึ้นจนพื้นปริแตกจากการกระโดด

     ขอให้ทันทีเถอะ!



     "อะไรของเจ้านั้นฟร่ะ!" แลนเซอร์คำรามก้อง กระโดดหนีตายจากเวทย์สีทองอร่ามที่ยิงมาลูกแล้วลูกเล่าไม่วายยังคว้าร่างมาสเตอร์ตนเองหลบหลีกการโจมตีถึงตายของแคสเตอร์ อิซุคุร้องไห้ในใจครั้งที่ล้านแปด นี่เขาดวงซวยถึงขนาดที่เซอร์แวนคนอื่นมาตามไล่เจี้ยะแบบนี้เลยเรอะ!

     "แลนเซอร์ซัง หนีเข้าตรงนั้นเถอะครับ!" อิซุคุชี้ทิศทางไปยังทางตรอกข้างซ้ายมือของตนเอง แลนเซอร์ที่เห็นว่าเป็นการดี รีบวิ่งเลี้ยวเข้าตรอกอย่างรวดเร็ว แคสเตอร์ที่บินตามมาต้องชะงักลงแล้วมองหาเส้นทางที่คิดว่าจะไปขัดขวางได้ทัน พริบตาเดียวแรงลมและจิตสังหารพุ่งเป้าทางยังทางเขาอย่างเดียว เวทย์อาคมป้องกันถูกร่ายขึ้นด้วยความเร็วสูง แรงปะทะจากตัวลูกธนูกับกำแพงเวทย์ระเบิดโครมครามกลางเวหา สร้างความตกใจไม่น้อยแก่ประชาชนทั่วไปและรวมไปถึงตำรวจและฮีโร่ที่ลาดตระเวนอยู่

     "อาเชอร์?"

     การโจมตีจากระยะที่ห่างไกลมีเพียงคลาสเดียวที่สามารถทำได้ แคสเตอร์แสยะยิ้มกว้างแล้วหมุนตัวกลับไปยังทิศทางที่ลูกธนูยิงมาทันที แลนเซอร์ดีดตัวกลับวิ่งตามไปทันทีด้วยไม่ปล่อยมาสเตอร์วางมือแม้แต่น้อย สร้างความสงสัยให้กับอิซุคุมากขึ้น 

     "เเลนเซอร์ซัง จะตามเขาไปทำไมล่ะครับ!"

     "เจ้าหนู อาเชอร์คนเดียวต้านเจ้านั้นไม่อยู่หรอกนะ ถึงจะเป็นแคสเตอร์แต่เจ้านั้นเองก็โฮกุที่สามารถโค่นหนึ่งในสามคลาสอัศวินได้เหมือนกัน!"

     "... เข้าใจแล้วครับ!" พอมาคิดดูดี ๆ แลนเซอร์เคยบอกว่าโฮกุแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางก้ใช้ต่อต้านกองทัพ ต่อต้านเวทย์ ต่อต้านบุคคล ต่อต้านพิษและอื่น ๆ อีกมากมาย พลังของโฮกุแต่ละคนมหาศาลพอที่จะคาดทุกชีวิตได้สบาย ๆ อีกอย่างมาสเตอร์อาเชอร์ก็เสี่ยงโดนพลังโฮกุฆ่าตายได้

     "แลนเซอร์ซัง!"

     "ห้ะ!?"

     "ผมจะใช้เรย์จูครับ!" คำตอบของอิซุคุทำเอาแลนเซอร์อ้าปากค้างด้วยความตกใจสุดขีด

     "เฮ้ย ๆ เจ้าหนูเอาจริงดิ"

     "ครับ เราไม่มีเวลาแล้ว เท่าที่ดูแล้วแคสเตอร์อาจไปถึงที่ที่อาเชอร์ก่อนพวกเราก่อนก็ได้ สิ่งที่ผมทำได้คือการใช้เรย์จูเพิ่มพลังเท่านั้น!"

     ".... ข้านับถือความใจเด็ดของเจ้าจริง ๆ เจ้าหนู!"










     "ไม่คิดว่าแคสเตอร์ตามมา" อาเชอร์กระโดดไปตามตึกต่าง ๆ เพื่อหลบสายตาและพลังเวทย์ตรวจจับของแคสเตอร์ ร่างกายกำยำในชุดแดงเคลื่อนไหวรวดเร็วเกือบจะพอ ๆ กับคลาสแลนเซอร์

     'อาเชอร์ สถานะการณ์เป็นไงบ้าง?'

     'แคสเตอร์เล็งเป้าหมายมายังทางฉันแทน แลนเซอร์กำลังตามมา'

     'เข้าใจล่ะ งั้นไปที่ป่าใกล้ ๆ เมืองโอบิโนะ'

     'ตามประสงค์ที่นายต้องการ' อาเชอร์กระโดดถีบสุดแรงพาร่างตัวเองมุ่งไปยังทิศใต้ ไม่รอให้อีกฝ่ายคิดจะตามตัวทัน แรงที่เพิ่มมากขึ้นมหาศาลนำพาร่างอาเชอร์ก้าวกระโดดไปยังตึกอื่นหลายกิโลเมตร 
     ไม่นานนักก็เข้าเขตโอบิโนะ
     ตัวป่าเงียบเหงาวังเวงไร้การตอบสนองของสิ่งมีชีวิต รองเท้าเหล็กส่งเสียงดังตึง พื้นดินแตกกระจายเป็นวงกว้าง ร่างชายหนุ่มไม่คิดจะรอช้า พลางเลหลียวมองหาพื้นที่เปิดดี ๆ เพื่อใช้ในการต่อสู้ที่จะเกิดอีกไม่กี่วินาที ลำแสงเวทย์พุ่งตรงซัดร่างอาเชอรืกระเด็นไปหลายตลบ

     "ไง อาเชอร์"

     "...." ยังไม่ทันจะได้ว่าความอะไรมากมาย แคสเตอร์ที่เผลอปล่อยตัวโดนลำแข้งสีน้ำเงินเตะเข้าด้านข้างกระเด็นเข้าไปในป่าลึกไปไกลสุดลูกหูลูกตา ฝุ่นควันพัดผ่านปรากฏร่างชายหนุ่มในชุดแนบเนื้อสีน้ำเงินแสยะยิ้มกว้างให้

     "เกือบไปล่ะ ๆ โอ้ว! อาเชอร์ไม่เป็นไรนะ!"

     "อ่า ... ก็ต้องขอบใจล่ะนะ" อาเชอร์ลุกยืนเต็มความสูง หันมองไปยังทิศทางที่แคสเตอร์โดนเตะปลิวเข้าป่าเมื่อกี้  เท่าที่เห็นพลังของคลาสแลนเซอร์เน้นความเร็วไม่ใช่ความแรง แสดงว่าพลังในการเตะเมื่อกี้น่าจะเป็นพลังของเรย์จูแน่นอน

     "อาเชอร์ แล้วเอมิยะคุงล่ะ!?" อิซุคุที่เพิ่งประกอบสติสามัญสำนึกเสร็จ วิ่งผลีผล่ามเอ่ยถามมาสเตอรือาเชอร์ด้วยความกังวล ยามเมื่อเอ่ยถามหาร่างมาสเตอร์หนุ่มโผล่มาพอดี สภาพใบหน้าบิดเบี้ยวจนเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายรีบวิ่งมามากแค่ไหน

     "อ .. เอมิยะคุง!!"

     "ไปทำอีท่าไหนถึงโดนแคสเตอร์ไล่ล่ากันห๊ะ!" ไม่รอช้าชินโซกระชากคอเสื้อพุดคุยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดไม่น้อย แหง่สิ เขาต้องรีบวิ่งตาตั้งจากบ้านมายังโอบิโนะ เล่นเอาเวทย์ในตัวแทบจะหมดกีอกดีที่ยังมีเครื่องดื่มเสริมพลังเวทที่ได้จากการอ่านตำราช่วยเอาไว้ทันพอดี

     "เรื่องนั้นผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้ตัวอีกทีก็โผล่มาโจมตีผมกับแลนเซอร์ซังแล้ว" ชายหนุ่มมิโดริยะส่ายหัวบอกเป็นเชิง ชินโวยอมใจเย็นลง แล้วยอมปล่อยมือจากตัวอิซุคุ ทางที่แลนเซอร์เตะแคสเตอร์ปลิวกระเด็นนั้นเต็มไปด้วยม่านควันและกองฝุ่น พอสังเกตดี ๆ เหมือนจะเห็นเงาบุคคลปริศนาเดินออกมาพร้อมกับอีกคนที่คาดว่าน่าจะเป็นแคสเตอร์เดินตามมาติด ๆ 
     ตอนนั้นอิซุคุตะโกนอุทานด้วยความตกใจสุดขีด ราวกับเห็นผี

     "ออล เอ้ย! ยางิซัง!" ชายร่างผอมแห้งแรงน้อยไอค่อกแค่ก โยกมือทักทายอิซุคุอย่างเป็นกันเอง ชินโซสังเกตไปยังที่มือขวาออลไมท์ ตราอาคมบัญชาเหลืออยู่สองขีด เป็นไปได้ว่ามาสเตอร์ของแคสเตอร์คือชายร่างผอมแห้งคนนั้น

     "หนุ่มน้อยมิโดริยะ ไม่เป็นไรใช่ไหม?"

     "อ่า ครับ! ผมไม่เป็นอะไรครับ อ ... ยางิซังเป็นมาสเตอร์ชองแคสเตอร์หรอครับ" ออลไมท์พยักหน้าหงึก ๆ 

     "ขอโทษแทนแคสเตอร์ด้วยนะ" อิซุคุบอกไม่เป็นไร ระหว่างนั้นเองชินโซเบ้หน้าสุดขีดไม่ต่างอะไรกับแคสเตอร์ที่ร้องเฮอะในลำคอ

     "ดูเหมือนว่าพวกนายสองคนจะเสียตราอาคมบัญชาแบบไร้เหตุผลสุด ๆ " เด็กหนุ่มเดินเข้าใกล้เพื่อร่วมวงสนทนาแล้วชี้ไปยังมือของทั้งสองคน เรย์จูของทั้งสองคนเหลือเพียงแค่สองครั้ง สงครามจอกที่แท้จริงไม่ทันจะเริ่มอะไรก็เสียตราไปเปล่า ๆ แถมท่าทีรู้จักกันอะไรแบบนี้อีก ไม่ทันไรเสียงของผู้มาใหม่ทำให้พวกเขาสามคนรวมถึงเซอร์แวนทุกตนหันไปยังทิศทางเดียวกัน

     "อ้ะ" เด็กหนุ่มอีกคนร้องอุทานไม่ต่างกันเมื่อมาถึงยังที่หมาย


     "โทโดโรกิคุง?"


     "นายมัน มิโดริยะ?"






 ทุกอย่างในตอนนี้




มีเพียงแค่คำถาม









TBC
: รู้สึกแต่งยาวไปแฮะ แถมยังมึน ๆ ด้วย ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ๆ ช่างเถอะ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

54 ความคิดเห็น

  1. #54 sunisa0927649462 (@sunisa0927649462) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 18:51

    คิดเหมือนกันเลย
    #54
    0
  2. #53 pimmadakiddee (@pimmadakiddee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 18:39

    แบบนี้เอาบาคุโกคู่กับเบอร์เซิกเกอร์เลยดีไหมเนี่ย!? //มาสเตอร์เป็นนร.-อาจารย์อูเยกันหมดเลย!!?
    #53
    0