(FIC) Devil May Cry : VERGIL x OC [Suger Life]

ตอนที่ 1 : Demon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    2 พ.ค. 62

Demon





     ผู้คนมักจะพูดเสมอว่าชานเมืองมีร้านคาเฟ่เล็กๆแห่งหนึ่งตั้งอยู่ รสชาติที่ได้ลิ้มลองนั้นอร่อยทุกหยดทุกอณู โดยการชงของหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของร้าน
     เธอเป็นคนที่สวย ดวงตาสีอเมทิสแฝงไปด้วยอ่อนโยนท่าทางน่ารักน่าถนอมกับเส้นผมยาวสีเงินเปล่งประกายเงางาม ผิวขาวราวน้ำนมในชุดโลลิต้าสีขาวสลับดำ


ชื่อของหญิงสาวนามนั้น คือ




'ลีน่า'














     เสียงหอบแฮ่กดังขึ้นไม่เป็นจังหวะ ดวงเนตรฟ้าใสมองทางเบื้องหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน มือหนากุบแผลขนาดใหญ่ตรงท้อง มืออีกข้างกำชับดาบแน่น เดินโซซัดโซเซไปทางถนน ของเหลวสีแดงหยดย้อยตามทางตลอดที่ก้าวเดิน ทอดขาก้าวทีแทบจะหมดแรง
     เขาถูกปีศาจลอบโจมตี


บัดซบ



พลัง



พลังเท่านั้นที่จะทำทุกอย่างได้




     "อึ่ก!!"


     ก่อนอื่นคงต้องรีบรักษาแผลบ้าๆนี้เสียที ร่างหนาสูงเซล้มกองกับพื้น พลังปีศาจในตัวไม่ยอมทำงาน ไม่เหลือแรงแล้ว


     "บ้าเอ่ย...."














     ชีวิตประจำวันของเธอเรียบง่าย จัดตกแต่งร้านก่อนออกเดินเที่ยวไปยังสวนดอกไม้ใกล้ๆป่า เดือนนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว เสื้อโค้ทหนาที่พับเก็บไว้ในตู้ถูกรือมาสวมใส่ 


     "เร็วจังแฮะ?"


     หิมะเริ่มโปรยปราย หญิงสาวเงยหน้าจากหน้าต่างแล้วพึมพำ เธอจับผ้าพันคอที่เกือบจะหลุด แล้วพับสวมใส่มันดีๆเหมือนเดิม เสียงกระดิ่งร้านดังขึ้นเมื่อยามที่บานประตูเปิด ใบหน้าเรียวสวยตวัดช้อยสายตาไปยังเส้นทาง ดวงเนตรสะท้อนหลุบลงยังพื้น กองหิมะเป็นซุมๆ เกือบจะไม่เห็นทางเดินที่สร้างไว้


     "อ่า ... ดอกไม้เฉาพอดีสิ"


     ย่างก้าวขาเรียวเล็กเร่งจังหวะเดินฉับๆ  วิ่งมาได้ซักพักเธอต้องขมวดคิ้ว สังเกตไปยังข้างสวนดอกไม้


มีรอยเลือด?


     ยอดหน้าสัมผัสได้ถึงความเย็นของลมที่พัดผ่าน เสี้ยววินาทีร่างของพญาเหยี่ยวกระพื้อปีกบินร่อนตัวลงมาเกาะแขนลีน่า ดวงตาพญาเหยี่ยวจ้องเข้าเบื้องลึกของจิตใจ ก่อนจะคำรามเสียงแคว่กๆข้างหู เหมือนกับการเตือนเธอ


     "ไม่เป็นไรหรอก"


     ไม่ต่างจากพยัคฆ์ดำไม่รู้ว่าโผล่ตัวมาตอนไหน หัวซุกไซร่พยายามรั้งไม่ให้เธอเข้าใกล้สิ่งนั้นเด็ดขาด ลีน่าเบ้หน้า แต่ก็ผลักร่างเพื่อนสัตว์ตัวเล็กตัวใหญ่ว่าอย่าขวาง นัยต์ต่างสีของพญาเหยี่ยวกับเสือสบเข้ากันอย่างช่วยไม่ได้
     เพราะเพื่อนสาวมนุษย์คนนี้นั้นใจดีและเมตตาขนาดไหน
     เสียงเท้าหยิบเข้ากับหิมะดังสวบ รอยเลือดจางๆกองรวมอยู่ตรงนี้ มือขาวสะอาดไร้ถุงมือขุดคุ้ยเกาะหิมะ ความเย็นของหิมะทำให้ร่างกายรู้สึกติดลบ ผิวเริ่มขึ้นสีแดงช้ำ เธอไม่ยอมเลิกราอาจะเป็นได้ว่ายังมีชีวิตอยู่ ถ้าไม่ลีน่าจะทำหลุมฝังศพให้


     "กรร...."


     "อ้ะ" คอเสื้อเธอถูกพยัคฆ์ลากตัวถอยห่างจากหลุดที่ขุดไว้ แรงกระพื้อปีกสร้างลมโตพัดกองหิมะกลายเป็นไอควันลอยฟุ้งไปทั่วทิศ


     "แคว่ก!!!"


     "... ทำไมไม่บอกกันแต่แรกล่ะ" ลีน่าบ่นอุบอิบพลางมองมือตัวเองที่แดงจะกลายเป็นมะเขือเทศได้อยู่แล้ว อีกนิดเดียวมือจะแข็งแป็กแน่ แหม น่าจะกลายเป็นไอติมมือชั้นยอดเลยจะว่าได้ เธอก็ได้ชะโงกหน้ามองหลังจากกองหิมะหายไป


เดี๋ยวนะ นั่นคนไม่ใช่!?


     "ว .. หวา อร้าย หนักอ่ะ" เธอแบกร่างสะบัดสบอมออกจากหิมะ ร่างกายตามตัวแดงซะจนจะกินเกือบไปครึ่งร่าง พี่แกโดนแช่ให้ในหิมะกี่ชั่วโมงเนี่ย เย็นเจียบเลย!


     "เอ๊ะ?" เป็นอีกครั้งที่ลีน่าต้องขมวดคิ้ว พยัคฆ์ดำเล่นคาบคอเสื้อร่างตรงหน้าขึ้นเขวี้ยงไว้บนหลังสบายใจเฉิบ แล้วมองตาแบ๊วมายังลีน่า


ประทานโทษ ตอนนี้ยังไม่อยากชม


     "พาเขาไปรักษาก่อนนะ คนเก่ง เดี๋ยวจะทำสตูว์เนื้ออุ่นๆกับสลัดผักรวมให้กิน"














     เขาฝัน
     เขาฝันถึงอะไรบางอย่าง
     บางอย่างยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิด
     รอยยิ้มเผยให้เห็นคมเขี้ยวลากยาวจากปาก จากนั้นก็ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว พริบตาเดียวความเจ็บปวดตรงซอกคอก็แล่นเข้าสู่สมอง


     '...ยังไม่พอ...'









     "เฮือก!!"
     ดวงตาเบิกกว้าง แขนเอื้อมคว้าจับราวกับพยายามจับบางสิ่ง เรือนผมขาวบริสุทธฺ์และหน้าชุ้มไปด้วยเหงื่อ ร่างหนาสูงยันร่างมองสภาพโดยรอบที่อยู่
     ที่ไหน?


     "...เอ่อ"


     เสียงของหญิงสาวดังขึ้น เขาหันมองไปยังอีกฝากของกำแพง เธอกำลังยกถาดเดินเข้ามาแถมเหมือนจะเคาะประตูด้วย


     "ขอเข้าไปได้หรือเปล่า?" แล้วก็เอียงคอถาม เขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร ทำเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย มือเล็กของหญิงสาวเลื่อนวางถาดไว้โต๊ะข้างเตียง ชายหนุ่มจับตามองทุกการทำกระทำของเธอ สัมผัสไม่ได้ถึงพลังปีศาจในตัว แต่กลับมีกลิ่นอายอ่อนๆลอยอยู่ตามตัว


     "เห็นคุณถูกหิมะทับไว้ เลยพามาที่บ้านน่ะ อีกอย่างแผลเองก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร พักอีกซักหนึ่งถึงสองอาทิตย์ก็หายแล้วล่ะ"


     "..."


     "อ้ะ ขอโทษที่เสียมารยาท ฉันชื่อลีน่าเป็นเจ้าร้านคาเฟ่เล็กๆชานเมือง มีอะไรก็เรียกได้ตลอดนะ ฉันอยู่ข้างล่างนี้เอง" เธอกล่าวตอบ ก่อนที่จะถอยออกจากห้อง ปล่อยทิ้งให้เขามองหญิงสาวอย่างสงสัย ดวงเนตรพลันหันไปยังโต๊ะ กลิ่นหอมของขนมปังทอดกรอบลอยแตะจมูก บนจานถูกตกแต่งด้วยผลไม้เล็กๆและผักต่างๆ
     ตอนนั้นเอง รูปร่างที่ใหญ่โตขนาดกลาง ดวงตาอำพันของพยัคฆ์จ้องเขม็งมายังเขาปรากฎตัวหน้าประตูห้องพร้อมกับบนหลังมีนกหน้าตาพิลึกเกาะอยู่


     "..."


     'ระแวงสิ'


     "!!?"


     'ไม่ต้องกลัว พวกข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก อีกอย่างพวกข้าก็ไม่ได้สะกดจิตลีน่า เธอต้องการช่วยเหลือนายเพียงแค่นั้น'
     ชายหนุ่มเลิกคิ้วครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิด 
     ผู้หญิงคนนั้นช่วยเขา






     ช่วยงั้นหรอ?








     ลีน่าเหวี่ยงแขน หมุนคอก่อนจะทำงานตามปกติ ร้านเล็กๆชานเมืองไม่ค่อยจะมีคนมาเท่าไร แต่เธอก็ต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ มือไม้หยิบจับ กวาดเช็ดถูภายในร้าน เสียงกระดิ่งดังขึ้น ใบหน้าหญิงสาวชะเง้อหน้าออกจากเคาเตอร์ด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง


     "อรุสวัสดิ์ตอนเช้าและก็ยินดีต้อนรับค่า คุณเอนนี้"


     "โฮะๆ วันนี้ขอเหมือนเดิมสองที่นะ ลีน่า" ชายชรายิ้มแย้ม แล้วย้ายตัวเองไปหาพื้นที่นั่งที่ต้องการ เธอเอ่ยตอบกลับว่ารอซักครู่ ร้านคาเฟ่ของลีน่าจะเปิดทำการตั้งแต่หกโมงเช้าจนถึงสี่โมงเย็น เป็นเวลาปกติที่จะเปิดร้าน ผู้คนใกล้ชานเมืองมักจะแวะมาสั่งอาหาร ขนมกินเล่นหรือไม่ก็เครื่องดื่มอุ่นๆกิน การพูดหยอกล้อสนุกสนานตามประสาลูกค้าประจำกับเจ้าของเริ่มขึ้นอย่างสนุกสนาน


     "ซูเฟล่สองที่ได้แล้วค่า"


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ขนม


     "หืม? ฉันว่าไม่ได้สั่งนมนะ?"


     "นมนี้ หนูยกให้เป็นพิเศษค่ะ" ชายแก่หัวเราะขบขำ พร้อมเริ่มลงมือทานอย่างตั้งอกตั้งใจ ลีน่าก็พร้อมที่จะทำเมนูง่ายๆกินระหว่างทำงาน หลังจากที่พ่อจากไปเธอก็ใช้ชีวิตอยู่มาตัวคนเดียวมาตลอดในร้านคาเฟ่ที่เหลือเป็นมรดก


     "ฟู้ววว... อื่อ?"


     เสียงตรงบันไดดังเอี้ยดๆ ทำให้เธอต้องเงยหน้าจากเตาไฟ ชายร่างหนาที่เธอช่วยเอาไว้สวมผ้าคลุมเกาะไหล่ยกถาดมาหาที่เคาเตอร์ ลีน่าหน้าจะเกือบสับกับขอบโต๊ะเข้าให้!
     ตาเถร เธอปล่อยให้เขายกถาดมาได้ไง!


     "ไม่เห็นต้องลงมาเลยนิน่า บอกแล้วไม่ใช่หรอ ว่ามีอะไรก็เรียกน่ะ" ไม่รอช้าเธอก็คว้าถาดเก็บไปยังชิงน้ำอย่างร้อนรน






     เวอร์จิลมองเธอ มองหญิงสาวมนุษย์คนนี้อย่างพิจารณา ดูเหมือนจะไม่มีพิษไม่มีภัย ดวงเนตรเลิกมองไปทั่วร้าน มีชายชรากับเด็กอยู่ภายในไม่กี่คนกำลังก้มหน้าพูดคุยหรือไม่ก็รับประทานอาหาร
     เขาไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่ง
     สัตว์อสูร
     มันมาอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ไง?
     เสือดำโขล่งคอลเคลียกับเด็กเป็นว่าเล่น ส่วนไอ้นกกวนประสาทก็ได้แต่ส่งเสียงแคว่กน่ารำคาญตั้งแต่เขาลงมา ทั้งที่มันพูดภาษามนุษย์ได้ แต่ก็ไม่พูด เรื่องนั้นพอเข้าใจว่าต้องการปกปิดตัวตน 
     ผิดกันคือลวดลายตามตัวเป็นสัญลักษณ์ของปีศาจ ผู้คนกลับไม่สนใจมันแม้แต่น้อย


...เกิดบ้าไรขึ้น...




TBC
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #2 Fthch (@Fthch) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 10:13
    ชอบๆๆๆๆ
    #2
    0