คัดลอกลิงก์เเล้ว

Seraph of the END // Owari no seraph : พักพิง

ที่พักผิงใจที่เหลือเพียงหนึ่งเดียว อิจิโนเซะ กุเรน ได้ช่วยเหลือเฮียคุยะ ยูอิจิโร่จากสถานที่แห่งนั้น (YU x GUREN)

ยอดวิวรวม

132

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


132

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


7
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 ก.พ. 62 / 23:44 น.
นิยาย Seraph of the END // Owari no seraph : ѡԧ Seraph of the END // Owari no seraph : พักพิง | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



ที่พักผิงใจที่เหลือเพียงหนึ่งเดียว อิจิโนเซะ กุเรน ได้ช่วยเหลือเฮียคุยะ ยูอิจิโร่จากสถานที่แห่งนั้น
(YU x GUREN)






.........






"เจ้าหนุ่ม ฉันคงต้องขอใช้ประโยชน์จากเธอ เพื่อกำจัดแวมไพร์ เพราะ..."


เรียวแขนเล็กเข้าโอบกอด


"กำลังต้องอยู่พอดี ถ้าฆ่าพวกมันได้ล่ะก็ ... จะใช้ยังไงก็ได้"
cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 ก.พ. 62 / 23:44


.........











     ท่ามกลางความเหน็บหนาวเต็มไปด้วยกองหิมะ ผิวหนังที่แดงเย็นจากการถูกน้ำแข็งกัด นัยต์ตาที่สั่นสะท้านด้วยความโศกเศร้าและยินดีเอ่อนองไปด้วยน้ำตา แต่ถึงแบบนั้นแล้วภาพที่แล่นอยู่ในหัวยังคงทำงานอยู่
     ภาพครอบครัวที่เขาเพิ่งจะได้กลับต้องพังทลายลงด้วยน้ำมือของผีดูดเลือด เสียงกรีดร้องของเหล่าน้องๆ ของเหลวสีแดงที่ถูกสะบั้นไปตามแรงตัดจนร่างของอาคาเนะกระเด็นลงกับพื้น กลิ่นคาวของเลือดที่ยังคงติดปลายจมูก
     และก็
     "มิกะ" ครอบครัวคนสำคัญของยู ยังเป็นเพื่อนคนแรกที่ยูเปิดใจยอมรับ 
     พวกเขาตายแล้ว ตายเพราะความคิดตื้นๆของเขาเอง ความคิดที่อยากจะหนี ความคิดที่อยากจะอยู่รวมกันกับทุกคน ความคิดที่จะฆ่าพวกมัน และความคิดที่อยากจะช่วยพวกเด็กๆที่เหลือ
     มันจบแล้ว
     ทุกอย่างมันจบแล้ว เป็นเพราะความผิดของเขา ของเขา ของเขา ของเขา ของเขา ของเขา ของเขา ของเขา ของเขา ของเขา ของเขา ของเขาเพียงคนเดียว






ความผิดของเขาที่ไม่อาจลืมเลื่อนได้ตลอดชีวิต






     "อะ ... ฮ่า ฮ่า ดูสิ มิกะ เจ้าพวกแวมไพร์มันหลอกพวกเรา มันหลอกพวกเรา .... ทำไมกัน แบบนี้พวกเราทำไปเพื่ออะไรกัน ฮึ่ก"


     หยดน้ำตาร่วงผละอาบแก้มทั้งสองข้าง กุบมือสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นที่ตนไร้ค่า ไร้พลัง อ่อนแอ ถึงขั้นต้องทิ้งครอบครัวแล้ววิ่งหนีอย่างไร้จุดหมายชีวิต
     นี่น่ะหรอ ชีวิตที่เขายังต้องพบเจอ มันจะไปมีความหมายอะไร 


    ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า
     ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่าฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า
     ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า



    ฆ่าแวมไพร์ให้หมดโลกนี้!!!!!!!! ทำให้มันไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเลยได้ยิ่งดี!!!!!!!




     ความคิดจมดิ่งสู่ก้นเหวแห่งความแค้น กระหายถึงพลังอย่างบ้าคลั่ง แต่ถึงแบบนั้นแล้ว เด็กวัย 12 ปีไร้ที่อยู่ ไร้ครอบครัว ไร้ความสามารถ จะเอาอะไรไปต่อกรกับพวกมันได้กัน? 
     ปืน
     ดาบ
     มีด
     ไม้
     .....
     ตลกน่า ของแบบนั้นจะไปพอได้ไง มันมีเป็นกี่ตัว กับแรงแค่เขาเพียงคนเดียวจะทำไรได้ ....


     ท่ามกลางความโกลาหลในจิตใจ เสียงเหยียบหย่ำเรียกให้เด็กหนุ่มหลุดจากภาวรณ์


     "เป็นไปตามที่คำพยากรณ์เลย หนึ่งในร่างทดลองของ'เฮียคุยะ'ที่ทำลายญี่ปุ่นได้ปรากฎตัวแล้ว"


     น้ำตาร่วงผละอีกครั้งราวกับมีใครมาเปิดแรงดันน้ำออก ไม่รู้ว่าคนเบื้องหน้านั้นเป็นใคร แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นจนเอ่ยไม่ถูกปาก


     "เจ้าหนุ่ม ฉันคงต้องขอใช้ประโยชน์จากเธอ เพื่อกำจัดแวมไพร์ เพราะ..."


     ความอบอุ่นที่ทับทม ความอึดแน่นในใจที่เต็มไปด้วยความแค้นเปลี่ยนเป็นความทะนงตัว ร่างทั้งสองล้มทับคากองหิมะ เสียงสะอึ่กสะอื้นพูดรางไม่เป็นศัพท์เอ่ยพร้อมน้ำตา


     "กำลังต้องการอยู่พอดี ถ้าฆ่าพวกมันได้ล่ะก็ ... จะใช้ยังไงก็ได้"








(In Twitter)
















.........















     "วันนี้แหละ ที่ฉันจะต้องเข้าหน่วยเก็คคิให้ได้ รอก่อนเถอะ เจ้าพวกแวมไพร์!!!!!!!"


     "พอเลย เจ้าเบื้อก"


     "แอ็ก!!!"


   เวลาตอนเย็นที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ดูอบอุ่น(?)กับการเตรียมอาหารเช้าเเสนวุ่นวายของพลทหารยศพันโทและลูกเสือน้อย(?)ที่เก็บได้
    วันนี้เป็นวันหยุดที่พันโทได้รับอนุญาติ แต่เอาเข้าจริงก็แค่ได้พักไม่ถึงครึ่งวันเท่านั้น เด็กหนุ่มหนุ่มน่าบูดน่าเบี้ยวพองแก้มเคี้ยวข้าวในปากไม่สนใจว่าคนตรงข้างมองอยู่


    "ฮึ เด็กจริงนะ ยู"


    "!!! อ้านไอ่ใอ้เอ็กแอ้ว" (ฉันไม่ใช่เด็กแล้ว)


    "กินเลอะเทอะแบบนี้ เขาเรียกว่าเด็กยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม"


    "ก็บอกว่าไม่เด็กแล้วไง ให้ฉันได้ออกไปสู้กับผีดูดเลือดซะทีสิ กุเร็น!!!!"


    "เริ่มแกว่งดาบเป็นแค่ 7 วัน อย่าทำเป็นซ่าหน่อยเลย ยู"


    ยูอยากจะโดดกัดหัวกุเร็นให้หายไปข้าง เขามีพลังมากพอแล้วที่จะจัดการผีดูดเลือดให้ได้อยู่หมัด แต่ทว่ามันติดตรงที่กุเร็นเนี่ยสิ!


    "... เอาล่ะ อ่านหนังสือไปเมื่อวานเป็นไงบ้าง?"


    "เฮ้ย!!! อย่าเมินสิเฟ้ย!!!!"












    @ 22 : 10

    เป็นเวลาที่เด็กควรจะได้นอน ถึงอย่างงั้นยูก็ยังคงไม่หลับ แสงไฟยังคงเปิดสว่างทิ้งค้างไว้ให้กุเร็นสะกิดใจ
    ยูนอนคดอยู่ใต้ผ้าห่ม ภาพครอบครัวของเขายังคงวนเวียนตามหลอกหลอนเขาตลอดเวลาที่ต้องการพักผ่อน ความเจ็บปวดในใจไม่ได้ทุเลาลงไปเลย


    "ฝันถึงครอบครัวถูกฆ่าสินะ"


    "อื้อ ... อีกแล้ว"


    " ... ฉันไม่มีเวลามาปลอบ---"


    "ฮึ่ก ... "


    ปลายเสื้อถูกดึงไม่ให้ขยับไปไหน เสียงสะอื้นเล็กๆให้เขาได้ยินว่า เด็กคนนี้ยังคงต้องการเขา
    นันต์ตาม่วงอ่อนสบกับร่างของยูที่จิกเกร็ง 
     อ่า ....
     เป็นแบบนี้อีกแล้ว 
     มันทำให้นึกถึงช่วงเวลาอดีตต่างๆของกุเร็นขึ้นมา



     "ฉันจะอยู่กับนายเอง ยู"









(In Twitter)













.........















    "ยู"


    "หื้อ?"


    "รออยู่นี่ เดี๋ยวฉันมา"


     เด็กหนุ่มนั่งนิ่งด้วยสีหน้าที่เบื่อหน่ายที่ต้องมานั่งรอกุเร็น
     เขาอยากเก่ง
     เขาอยากซ้อมดาบ
     เขาต้องการพลังที่มากกว่านี้
     พลังที่สามารถกำจัดพวกแวมไพร์ ... เพื่อแก้แค้นให้กับครอบครัว ยูต้องการ 'อาวุธต้องสาป' ที่ทำให้ผีดูดเลือดตายได้เพียงในดาบเดียว ปืนและดาบปกติไม่สามารถต่อกรกับพวกมันได้ เจ้านั้นก็ด้วย 
     ... 
     ปีศาจร้ายที่พรากเอาชีวิตทุกคนในครอบครัวของยูไป
     เสียงประกาศต่างปะปนไปด้วยเสียงฝีเท้าของคนในกองทัพ ทุกคนในชุดทหารต่างก็แต่ชุดเต็มยศพกดาบติดตัวตลอดเวลาที่ก้าวเดิน ยูมองภาพพวกนั้นด้วยความอยากลองฝีมือ 
     เมื่อ 5 วันก่อน เขาเคยลองไปปะทะมาแล้ว แต่ฝีมือยังคงห่างไกลกันมาก อีกฝ่ายไม่ได้ออกแรงไรมากมาย
     เขาก็กระเด็นนอนแหมะอยู่กับพื้น แถมกุเร็นก็ยิ้มหัวเราะใส่ยูไม่บ่ยะบ่ยัง ค่ำคืนตอนนั้นก็มีแวมไพร์โผล่หน้ามาให้เขาได้ทำตามความต้องการจะล้างแค้น
     ภาพของเด็กสาวที่ถูกผลักจนล้มตรงหน้ามัน
     เสียงกรีดร้องของผู้เป็นแม่ที่จิตใจแทบจะสลาย
     เลือดที่สาดกระเด็นตามแรงดาบ จนทหารต้องตายลง
          ยูสับสน
     ในใจตะโกนบอกให้ช่วยเธอเท่าที่ทำ ภาพในหัวถูกตัดเป็นฉากๆ ครอบครัว ครอบครัวจากสถานเด็กกำพร้าเฮียคุยะทุกคน 


     มิกะ


     แรงก้าวเหยียบอ้าแขนขวางตัวไม่ให้มันทำอะไรได้ ถึงแม้จะไม่ใช่ครอบครัวเดียวกัน แต่ยูก็ต้องการที่จะปกป้อง ปกป้องให้ถึงที่สุด
     ความมืดยามเมื่อหลับตามันดูน่ากลัว เสียงมันสงบลง ทำให้เห็นเงาเลือนรางของใครบางคน


     กุเร็น


     เป็นอีกครั้งที่เขาได้กุเร็นช่วย ยูพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้อีกฝ่ายเห็น ไม่อยากแสดงความอ่อน ไม่อยากแสดงให้ใครเห็นไปมากกว่านี้อีกแล้ว
     เขาได้รับคำชมกับดาบคาตาคานะเล่มหนึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ใช่อาวุธระดับที่เขาต้องการก็ตาม เท่านี้ก็สามารถปกป้องสิ่งสำคัญที่ยูมีชายคนนี้อยู่ข้างๆ


     กุเร็นเคยบอกเขาว่า ไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่ไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกัน ยูกลับคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ลมปากที่พูดปัด ยูคิด ยูคิเสมอ ภายนอกกุเร็นจะดูเป็นคนนิ่งๆไม่ค่อยตอบสนองอะไรมากเท่าไร แข็งแกร่งเป็นที่เคารพนับถือต่อทหารทุกคน ภายในกับเป็นคนที่อ่อนโยน อ่อนโยนยิ่งกว่าใครๆที่เขาได้สัมผัส
     กุเร็นเปรียบเสมือนเป็นพี่ชาย เขาคิดแบบนั้น





     โดยที่ยูเองก็ไม่รู้ว่าหัวใจมันเต้นแรงขนาดไหน





     ภาพทิวทัศน์ที่บดบังทำให้เขารู้สึกว่ามันหวาเหว้ ตัวคนเดียว ....
     ดวงตาช้อนมองไปทางอื่น ไล่หาร่างคุ้นเคยตา
     หวาดกลัว
     หวาดกลัวว่ากุเร็นจะหายไป


จนกระทั้ง .....




     "ฮึ่ก ... กุเร็น ไอ้เจ้าบ้า หายไปไหนของนาย จนนานปานนี้กันห้ะ!!!"


     "อะไรล่ะนั้น ไหนบอกว่าไม่เป็นเด็กแล้วไง ร้องไห้จ้าเชียว"


     "หนวกหู ผิดที่นายแหละเฟ้ย!!!!!!!"















(In Twitter)














.........












4 ปีผ่านไป




[ฉันไม่ต้องการทหารที่ไม่มีเพื่อน ไม่มีแฟน แถมยังเวอร์จิ้นคุง ถ้าเจ็บใจนักล่ะก็พามาให้ฉันรู้จักซักคนสิ คงทำไม่ได้อยู่แล้วเนอะ  ไอ้กาก]

จาก อิจิโนเสะ กุเร็น พันโทกองทัพจักรวรรณดิปีศาจญี่ปุ่น




     "อ้ากกกกกกกก เจ้าบ้ากุเร็น!!!!!!!!"


     เฮียคุยะ ยูอิจิโร่ สะท้านความโมโหติดลบจนควันออกหูด้วยมีเด็กสาวหัวม่วงหัวเราะคิกคักกับกิริยาของยู
     ช่วงเวลานั้นผ่านไปเร็วกว่าเมื่อก่อน ยูอายุได้ 16 ปี มีกำลังมากพอ ไม่สิ น่าจะล้นเหลือที่จะเข้าต่อกรกับแวมไพร์เต็มกำลัง แต่ถึงแบบนั้นก็โดนกุเร็นปฎิเสธกลับมาทันทีที่เอ่ยถาม


    "ถ้าอยากเข้าขนาดนี้ ลองหาเพื่อนในโรงเรียนนี้ดูสิค่ะ ยูซัง"


    "ฉันไม่ต้องการเพื่อนหรอก แค่ฉันคนเดียวก็พอแล้ว!!!"


     ชายหนุ่มกระทื้บหัวปึงปังหัวร้อนจากห้องปล่อยให้เด็กสาวยังคงตีหน้านิ่งค่อยๆตามไป
     คำด่าท้อต่างๆนาๆในใจของยู ต่อว่าถึงกุเร็นทั้งสิ้น 






     วันนั้น
     ถ้าไม่มีกุเร็นล่ะก็  ....
     เขาคงไม่มีความหมายในการชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว แน่ๆ




     ที่สำคัญกว่า


     ความรู้สึกมัน


     ชัดเจนยิ่งกว่าเมื่อก่อน







     ยูรักกุเร็น











     เครื่องบรรเลงเพลงในห้องทำงานยังดำเนินไปตามหน้าที่มัน ปลายปากกาหมึกตวัดเขียนนามปากกา
     อย่างผู้นำตระกูลอิจิโนเสะ กุเร็นต้องมานั่งหัวเสียกับเอกสารการเมืองไร้สาระ ทั้งๆที่โลกที่อาศัยอยู่ไม่ต่างจากสงครามที่ปะทุได้ตลอดทุกชั่วโมง
    เขานั่งบีบขมับ บีบตา บีบขาให้คลายจากความตรึงเครียดที่มีต่องานที่ว่า


    "โดดงานแม่ง"


    นั้นประไร...





     "ไปเยี่ยมเด็กเวรนั้นดีกว่า 555"






     ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กุเร็นไม่ค่อยได้ไปเจอหน้ายู เพราะเรื่องการงานของทหารหน่วย"เก็คคิ"มันวุ่นวายจนหาเวลาว่างไปเยี่ยมเจ้าเด็กน้อยที่ปานนี้อาจโตเป็นหนุ่มแล้วก็ได้
     ยังได้ข่าวว่ายูซ่าซะจนถูกยัดเข้าเรียนที่โรงเรียนใช้ชีวิตเหมือนเด็กวัยเรียนทั่วไปจนเขาเผลออดขำไม่ได้ อยู่ห่างกันนานรู้สึกมันหัวใจหน่วงๆซะงั้น


     "ไปหาไรกิน แก้เครียดก่อนไปเจอ---"


     ["ประกาศ แวมไพร์ที่ถูกนำมาทดลองได้ทำการหลบหนีไปยังโรงเรียน----"]


     เสียงประกาศจากประชาสัมพันธ์ดังจนมาถึงจุดพักของเหล่าทหาร แวมไพร์หลุดลอดไปยังโรงเรียนที่ยูอยู่ แถมยูเองก็ไม่ได้มีอาวุธต้องสาปนิ


     "เฮ้ย .... ชิโนอะมันจะช่วยไหมฟร่ะ"



     นั้นแหละที่เขากังวล
























    "ฉันจะดูดเลือดแกให้หมด ก่อนที่เจ้าพวกเก็คคิจะมา อึ่ก!?"


    คมดาบปักคาอกแวมไพร์หญิงเสียงกรีดร้องดังอึ่ก ดวงตาหันมองใบหน้านิ่งสงบที่มองราวกับแมลง


     "ไง เรียกฉันหรือไง"


     "ก ... แก เจ้าหน่วยเก็คคิ!!"


     "ส่งเสียงร้องโวยวายน่ารำคาญลูกหูลูกตาจริง แวมไพร์"


     ร่างของเธอสลายหายไปกับสายลม เด็กหนุ่มชะงักกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น้อย ต้องมาสะดุ้ดกับรอยยิ้มติดขี้เล่น เยาะยันว่าเขาดูอ่อนปวกเปียกจนโมโหที่สุด


     "สภาพดูไม่ได้เลยนะ ยู"


     "หนวกหูน่า!!! เห็นฝีมือฉันแล้วไม่ใช่หรือไง รีบๆพาฉันเข้าหน่วยเก็คคิได้แล้ว!!!"


     "ฉันไม่ชอบคนที่ไม่มีทีมเวิร์ด แถมเพื่อนก็ไม่มีซักคนอย่างนายหรอก"


     "เพื่อนน่ะฉันไม่ต้องการเฟ้ย!!!!!!!"










     มันเพียงคำพูดบ้าๆ
     ตอนนี้
     ยูมีครอบครัวแล้ว
     หน่วยชิโนอะ
     มีทั้งเสาไฟฟ้าคิมิซึกิ คนอ่อนโยนโยอิจิ ยัยเบอะมิตสึบะ และหัวหน้าหน่วยที่น้ำเสียงติดจากลบชิโนอะ ยูชอบทุกคนในหน่วย 
     เขาสัญญา
     ว่าจะปกป้องครอบครัวของเขาในตอนนี้ให้ได้
     เหมือนกับคำสอนของกุเร็น























    สนามรบ


     กลิ่นของเลือด กลิ่นควันไฟ เสียงระเบิด เสียงโหวกเหวกโวยวาย ใบหน้าปิติยินดีของเหล่าแวมไพร์ ร่างหนาถูกปัดดาบจากมือ ไร้เรี่ยวแรงที่จะขัดขืนเต็มแก่ ภาพเบื้องหน้าเบลอมัวเริ่มไม่เห็นภาพข้างหน้า แวมไพร์ผมเหลืองตีหน้านิ่งพร้อมตั้งท่าดาบหมายจะเสียบให้ทะลุหัวใจ
     กุเร็นหายใจโรยรินรับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้น
     ความทรงจำมันเอ่ยภาพขึ้นมาในหัว
     รอยยิ้มของเจ้าเด็กบ้าคนหนึ่งที่เขาเก็บมา


     ยู







สวบ!!!!!!!!








     ปลายดาบถูกง้าวถอยห่างจากการปะทะเล็กน้อย ดาบพุ่งเข้าเสียบใส่กลางอก ดวงตามรกตเป็นอันเบิกกว้าง หยดเลือดสาดกระเด็นไปทั่วพื้น 
     วินาทีที่อยู่ห่างไกลมันเดินช้า
     ช้ายิ่งกว่านาฬิกา ครอบครัวของเขา 
         กุเร็น
     กุเร็นกำลังจะตาย 
     ตายเพราะน้ำมือแวมไพร์
    เหมือนกับครอบครัวของเขาในอดีต
     ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอา
     ยูอุสามีพลัง พลังที่เขาไขว้คว้าได้สำเร็จ คนสำคัญคนที่มากค่ามากพอที่เขายอมให้ชีวิตได้กำลังถูกฆ่าต่อหน้าเขา ไม่ยอมหรอก ไม่ยอมหรอก ไม่ยอมให้มันเป็นแบบคราวก่อนแล้ว เขาจะปกป้อง ปกป้องให้ได้แม้ว่าจะแลกด้วยชีวิตก็ตาม!!!!!!!!
     ภาพบาดตาจนความโมโหปะทุเดือดถึงขีดสุด คำสาปหมุนเวียนเลือดให้ร้อนยิ่งขึ้น ดาบดำขอบเขียวพุ่งเต็มไปด้วยคำสาปของอสูร


     "แก ... ทำอะไรกับเจ้ากุเร็นมัน ห๋า!!!!!!!!"


     "ยังจะมีมนุษย์มาเพิ่มอีกเรอะ น่ารำคาญจริง  ... ยู----จัง?"


     ดาบทิ่มแทงทลวงอกแวมไพร์จนมิดดาบ เลือดไหลอาบดาบ ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง เสียงหายใจหอบแฮ่กไร้จังหวะ เพ่งมองพิจารณาไม่อยากเชื่อตาตน
     ความทรงจำ ใบหน้า สีตา สีผม เหลือเชื่อ ....


     "มิ ... กะ?"


     "ยูจัง"


     ความโกลาหลสับสนเข้าแทรกแซงความคิด 
     ครอบครัว 
     ครอบครัวของเขายังมีชีวิตอยู่


     มิกะ


     แต่ทำไม ทำไมกัน ทำไมถึงเป็นแบบนี้ 
          มิกะต้องการเอาชีวิตกุเร็น ทำไม ....
     ทว่าความคิดที่สับสนถูกหยุดลง 
     เสียงของกุเร็น


     "ยู มัวทำบ้าไรอยู่ รีบเอาคำสาปอสูรอัดใส่เจ้านี่ซะ!!!"


     "ฮึ่ม ... "


     "เฮอะ ชัยชนะเป็นของฉันแล้ว เจ้าผีดูดเลือด!!!!!"


     ดาบดำเข้าปะทะหมายจะตัดร่างให้ขาด แวมไพร์หนุ่มผลักตัวดีดออกจากดาบของยูอย่างลำบากลำบน ร่างกลิ้งกระเด็นขลุกๆ นอนซบกับพื้นกุมบาดแผลที่เริ่มปิดลง
     ร่างของเด็กหนุ่มนิ่งชะงัก มองแวมไพร์หนุ่มด้วยสีหน้าที่ตกตะลึ่งสุดขีด ร่างหนาโซซัดโซเซ ซัดกำปั้นเข้าใบหน้ายูเต็มกำลังที่มี


     "ทำบ้าอะไรของแกน่ะ ยู ... ทำไมไม่ฆ่ามัน!!!?"


     "อ ...  เอ๊?"


     "อุ้บ ... ค่อก!!!"


     ของเหลวสีแดงกระอักจนทะลักถุงมือขาว ยูหมายจะพยุงร่างกุเร็น แต่กับถูกมือผลักให้ถอยห่าง ดวงตาเขม็งมองยังเขาอย่างโกรธเคือง


     "ไม่ต้องมาห่วงฉัน ที่นี่คือสนามรบมองแค่ศัตรูข้างหน้าก็พอ!!!"





     จุดยืนของเขาเปลี่ยนไป


     มิกะ กุเร็น


     ครอบครัว หรือ คนรัก

















     "เพราะฉันหนีไปใช่ไหม นายถึงต้องกลายเป็นแวมไพร์"


     "ไม่ใช่นะ มันไม่ใช่ความผิดของยูจังเลย เพราะงั้นตอนนี้รีบหนีจากพวกแวมไพร์และมนุษย์เถอะ ยูจัง!!!"


     ไม่เข้าใจ
     เกิดอะไรขึ้น หนี? แล้วต้องหนีอะไร
     ในจังหวะนั้นเอง เสียงกรีดร้องของชิโนอะก็ได้ดังขึ้น ยูหันกลับมอง ดวงตาจับจ้องเบิกกว้างตกตะลึ่ง
      ครอบครัวใหม่ของเขากำลังถูกผีดูดเลือดจับตัว เผยให้เห็นคมเขี้ยวที่เข้าประชิดลิ้มลองรสชาติเลือดของพวกเพื่อนๆ


     ชิโนอะถูกแวมไพร์ที่พึ่งเข้าต่อกรดูดเลือด
     คิมิซึกิ มิตสึบะ ถูกแวมไพร์ที่ติดตามดูดเลือด
     โยอิจิ โดนแวมไพร์หน้าไหนไม่รู้ดูดเลือด
     เสียงดังซู้ดซู้ดซู้ดซู้ดซู้ดซู้ดซู้ดซู้ด


     เจ้าแวมไพร์ตัวร้ายที่พรากครอบครัวไปกำลังจับร่างคนสำคัญที่เขารักยิ่งกว่าใคร
          ริมฝีปากติดคมเขี้ยวแหลมเข้าใกล้ซอกคอ





     กุเร็น







ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ม้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย




     "แก!!!!! ปล่อยทุกคนเดี๋ยวนี้!!!!!!"


     "ไม่ได้นะ ยูจัง อย่าปล่อยนะ มันหมดหนทางแล้ว"


     "อย่ามาขวางทางฉันนนนนนนนน!!!!!"




โครมมมมมมม!!!




     แรงที่ได้มาจากคำสาปอสูรคว้าร่างเพื่อนสนิทวัยเด็กล้มกับพื้น พริบตาที่หงายใบหน้าขึ้นมา
          ของเหลวสีแดงไหลผละจากคมเขี้ยวที่ฝังลงคอกุเร็น ดวงตาเจ้อนองไปด้วยน้ำตาที่เริ่มคอยเบ้าตาด้วยความเจ็บปวด ชีวิตกำลังถูกพรากไปต่อหน้าต่อตา มือสั่นเทาเอื้อมไปยังทางยู


     "ย ... ยู หนีไป .... "


    หัวใจของเขาแตกสลายเป็นผุยผง
     ความโมโห ความโกรธแค้น ความโศกเศร้า และความเกลียดชัง
     คำสาปวิ่งทั่วร่าง



ทันใดนั้น








     "อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"











     โลกทั้งใบของยูกลายเป็นสีดำ













(In Twritter)














.........














     "หนีไปซะ ชินยะ อึ่ก!!!"


     "กุเร็น!!!!"


     ร่างนายทหารยศพันโทถูกแวมไพร์ระดับขุนนาง ผู้ก่อตั้งลำดับที่ 13 โครวลี่ ยูฟอร์ส บีบคอชูขึ้นเพดาน ไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน บาดแผลเปิดกว้างยิ่งกว่าเดิม


     "แต่ว่า!!!"


     "รีบไปซะ นายต้องทำภารกิจที่เหลือต่ให้เสร็จ ชินยะ!!!!!!!!!!"


     "ก็อย่างที่เขาว่า ถ้าไม่รีบวิ่งหนีไปล่ะก็ฉันจะเปลี่ยนใจเอานะ"


     โครวลี่ยิ้มเอ่ย
     จังหวะที่สิ้นหวัง พื้นใต้เท้าแวมไพร์ขุนนางก็พังลง ปรากฎร่างที่พุ่งง้าวดาบจะฟันใส่โครวลี่


     "ยู!!?"


     "แก---ปล่อยกุเร็นเดี๋ยวนี้นะโว้ยยย!!!"




เคร้ง!!!!!




     ดาบถูกหยุดลงอย่างง่ายดาย โครวลี่ตัวดดาบอีกครั้งหมายจะฆ่าคอแต่ถูกดาบคู่คิมิซึกิหยุดไว้ ลูกศรกลายเป็นนกเขียวทมิฬพุ่งเข้าใส่ให้ปัดมันออกข้าง ไฟสีฟ้าเท็นจิริวเข้าปกคุ้มร่างโครวลี่จนมิด ยูพุ่งเข้าไปพยายามจะฟัน
     โครวลี่เหวี้ยงร่างกุเร็นมาบัง ทำการโจมตีหยุดชะงัก


     "อึ่ก แก!!!"


     "อะฮ่า ฮ่า ฮ่า ใจดีจังนะ พวกเธอเนี่ย"


     "จงออกมา อาชูร่าคัน!!!!!!"


     ดาบคาตาคานะหลายเล่มเต็มไปด้วยไอพลังสีชาต ดาบทั้งหมดเข้าโจมตีไม่รีรอคำสั่ง แต่ทว่าแวมไพร์สองสาวใช้ดาบของพวกเธอฟันทิ้งหมด
     โมโห
     ความโมโหแทรกแซงจิตใจหลอกล่อให้อสูรดำยิ้มร่า


     "แผนเราล้มเหลว ทุกคนค่ะ จัดขบวนใหม่ด้วยค่ะ!!!!!"


     "เท็นจิริว ขัดขวางทางพวกนั้นไว้!!!"





ตูมมมมมมมมมมม




     "ไม่ให้หนีได้หรอกนะ~~~"


     เสียงใสหวานของแวมไพร์ผมม่วงติดเล่น ยี้ตาน่ารักใส่ ฮอร์นต้องตลกกับท่าทีของเพื่อนแวมไพร์สาวคนนี้จริงๆ


     "ถอยกลับไป เดี๋ยวนี้ เจ้าพวกเด็กบ้า ไปทำภารกิจให้เสร็จซะ!!!!!"


     "จ้าๆ หุบปากหน่อยคร้าบ มันหนวกหู"


     ร่างกุเร็นถูกทิ้งขว้างอย่างกับของเล่น กำแพงพังทลายลงด้วยแรงกระทำของโครวลี่ กุเร็นกระอักก้อนเลือด ยูที่เห็นพลีพลามจะเข้าฟัดกับโครวลี่แต่ก็ไม่สำเร็จ พลังที่มีเหนือกว่ามนุษย์ไม่สามารถทำให้หน่วยชิโนอะฝ่าตัวเข้าช่วยกุเร็นได้เลย


     "ไม่ได้ เราต้องถอย ทิ้งกุเร็นไว้ซะ"


     "ห้ะ นายจะบ้าหรือไง ฉันต้องช่วยกุเร็น!!!!!"


     " ... หยุดยูซะ นี่คือคำสั่ง!!!!!!!"


     คำกล่าวของชินยะทั้งคิมิซึกิและโยอิจิต้องทำตามทันท่วงที เสียงนาฬิกาดังขึ้นบ่งบอกว่าถึงเวลาต้องถอย และเสียงของเฮลิคอร์ปเตอร์ก็มาเยือนถึง
     ภาพตรงหน้าชินยะตีหน้าสลดที่ไม่สามารถช่วยเพื่อนสนิทคนนี้ได้ ริมฝีปากขยับพึมพำ ผลักดันให้ชินยะต้องตัดสินใจ




     ไปซะ ขอร้องล่ะ















     อารมณ์ความรู้สึกมันโมโหและเสียใจ
     ภารกิจ
     ภารกิจบ้าบออะไรกัน
     มันก็แค่การทิ้งครอบครัวไว้เบื้องหลังไม่ใช่?
     มีกี่คนกันที่ต้องตายเพราะแวมไพร์ มีกี่คนที่ถูกทรมาณจากแวมไพร์ มีกี่คนที่ต้องกลายเป็นเหยื่อของเล่นแก่พวกมัน
     บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า
     บ้าที่สุด
     บัดซบ
     แบบนี้มันก็ไม่ต่างจากพวกบ้านั้นสิ


     "มันดีจริงๆงั้นหรอ ที่ต้องทิ้งครอบครัวไว้ในสงครามบ้าบอพรรค์นี้ด้วย"


     ทุกคนเงียบ ไร้ซึ่งเหตุผล
     ไร้ซึ่งคำตอบ ความลังเล ความเสียใจ ความหดหู่


     "กุเร็นน่ะ กุเร็น ... เป็นครอบครัวไม่ใช่หรอ?"


     "....."


ใจร้าย
ชะตากรรมบ้าไร
มันก็แค่กระเล่นของพระจเ้า
ที่ต้องการเห็นมนุษย์ทรมาณ




     "ว่าแล้วเชียว ทำงานเป็นทีมกันไม่ได้จริงแหละ ฉันจะไปช่วยกุเร็น"


     ยาที่ถูกชูขึ้นมา


     "อย่านะค่ะ ยูซัง!!! วันนี้คุณกินมัน 2 เม็ดแล้ว ถ้าคุณกินไปมากกว่านี้คุณจะตายเอานะ!!!"


     "ถ้าฉันไม่สามารถช่วยครอบครัวได้แล้วล่ะก็ ... สมควรตายแล้วล่ะ"


กรึ้บ ..... 





     ตึ่กตัก ตึ่กตัก ตึ่กตัก!!!!!!!!




     "อุ้ก อ้อก ... อ้ากกกกกกกกกกกกกก"


     คำสาปหมุนเเล่นไปทั่วกระแสเลือด จังหวะถูกบีบให้หวัใจเต้นเร็วยิ่งกว่าเดิม กล้านเนื้อฉีกขาดเหมือนกระชากออกจากกัน
















     โลกสีขาว โลกที่เต็มไปด้วยท้องฟ้าแสนว่างเปล่า โลกของอสูร


     "แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก นี่เรา ... "


     "สิ้นหวังอีกแล้วสินะ ยู เพิ่งจะเคยเห็นนายหยุดคิดเรื่องแก้แค้นมาห่วงคนรักแทนนะเนี่ย"


     "อาชูร่ามารุ? ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน?"


     "... นายตายแล้วไง ยู หัวใจถูกยากระตุ้นคำสาปบีบเร่งจนกระแสเลือดหมุนเวียนไปไม่ทัน นายน่ะสามารถยืมพลังของผมได้ แต่มันจบแล้วล่ะยู"


     "ไม่จริง ... "


     "ทั้งๆที่ควรเป็นแบบนั้นแท้ๆ"


     "หมายความว่าไง?"


     แสงสะท้อนด้านหลังอสูรดำ แสงที่ตกกระทบกับแตรสีทองอร่าม แตรที่เทวทูตทำตกไว้


     "ก็เพราะเจ้าพวกเทวทูตนั้นมาปั้นป่วนร่างกายนายให้คงมีลมหายใจอ่อนๆอยู่"


     ยูก้าวเดินไปหามัน มืออสูรดำกลับแทงทะลุร่างเขาไป


     "อย่าไปกับพวกเทวทูต ยู  อยู่กับผม ผมจะรักษานายเอง ถ้าขืนนายยังไปใช้พลังนั้นอีกล่ะก็นายจะไม่มีวันเป็นมนุษย์เหมือนเดิม"


     "ฉันไม่สน เอาพลังของนายมาซะ อาชูร่ามารุ!!!!!!!"
















     นิ้วมือไล่เรียงปลดกระดุมออกทำให้เห็นผิวสีขาวสะอาดตา กุเร็นไร้ซึ่งพลังที่จะขัดขืน ทำได้แค่อยู่เฉยๆไม่ให้เจ็บตัวไปมากกว่านี้
     แค่โดนรีดเข้นข้อมูลก็เต็มกลืน โครวลี่ยกยิ้ม กับคำพูดเล่าปากเปล่าของเฟริด บาโธรี่ ผู้ก่อตั้งลำดับที่ 7 ที่เคยได้ดูดเลือด รสชาติของเลือดมนุษย์ผู้นี้ มันอร่อยมากกว่าปศุสัตว์ที่เลี้ยงไว้เสียอีก


"ได้ยินว่าเธอมีเลือดที่อร่อย ขอลิ้มลองหน่อยนะ"




ฉึ่ก!




   "อึ่ก!"


   นี่เป็นครั้งที่เท่ากันที่ถูกแวมไพร์ดูดเลือด
   .....
   เวียนหัว
   เหมือนพลังชีวิต ค่อยๆถูกพรากเอาไปทีละนิด ทีละนิด


   "โอ้ะโอ้ ... ดูดเลือดไปมากกว่านี้มีหวังเธอได้ตายแน่"


   "...."




เพล้ง!!!!!






    กระจกหอประชุมแตกกระจายไปตามแรงร่างที่ปะทะเข้ามา ยูในสภาพร่างต้องคำสาปบุกเข้าไปอย่างไม่คิด
นัยต์ตาเหลือบเห็นยังร่างที่นอนแน่นิ่งถูกมัดแน่นจนทำให้เห็นคราบน้ำตาที่ยังค้างให้เห็น
    ซอกคอมีรอยกัดใหม่ๆที่เต็มไปด้วยเลือด ใบหน้ามีแต่รอบตบ เตะ ต่อย ตี จนความโกรธนั้นทำงานของมันเต็มกำลัง


     "บังอาจนะแก!!!!"


     " ... ยู?"


     "ว้าว โมโหขนาดนี้เลยหรอ?"






เคร้ง!!!! เคร้ง!!!!





     คมดาบเข้ากระหน่ำปลิดชีพแวมไพร์ตรงหน้า เขาเกลียด
     เกลียดรอยยิ้ม
     เกลียดดวงตาสีแดงนั้น
     เกลียดฟันที่แหลมคม



     "เอาพลังมาให้ฉันอีก อาชูร่ามารุ!!!!"




เคร้ง!!!!!




     "เฮ้ๆ เร็วยิ่งกว่าเมื้อตะกี้ลิบลับเลยนิ"


    โครวลี่ยิ้มกับเกมส์ที่เขาวางไว้


     "เอากุเร็นคืนมา!!!!!"


     "ม ... ไม่ได้นะ ยู ถ้าขืนใช้พลังมากไปกว่านี้ นายจะกลายเป็นอสูร ควบคุมมันไว้ อย่าเติมเต็มความปราถนานะ"


     "หุบปากไปเลยกุเร็น!!!! ฉันจะช่วยนายให้ได้!!!"


      รอยคำสาปขยายตัวมากขึ้น มากขึ้น การต่อสู้ทวีความรุนเเรงเรื่อยๆ จนกระทั้ง



ปึ้ด!!! ปึ่ก!



       เขาปีศาจอสูรโชว์เด่นให้เห็นถึงพลังที่ได้มาจากอสูรในดาบ












(In Twritter)











..........










     สวรรค์ลงทัณฑ์แก่มนุษย์ผู้หยิ่งยโส โอหัง การทดลอง 'เซราฟแห่งจุดจบ แตรที่ 4' การทดลองประสบผลเสร็จ เรือนร่างของเด็กสาววัย 7 ปี ตามผิวหนังเต็มไปรอยคำสาปของปีศาจ ดวงตากลายเป็นสีดำสนิท นัยต์ตากลับเป็นสีเหลืองรูปวงแหวน กางปีกแสดงถึงเทวทูตที่จุติในร่างมนุษย์
     เสียงเป่าแตรดังไปทั่วสนามบิน ทุกอย่างถูกเปลี่ยนเป็นดินแดนรกร้างเต็มไปด้วยยอดเขาแหลม คำสั่งที่ตวาดดังล่ามนางฟ้าไว้ซะ เชือกที่เต็มไปด้วยใบยันต์คำสาปพันธนาการร่าง ของเหลวสีดำโพบพุ่งขากข้างหลังจากเป็นปีศาจหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว


     "มิไร ... ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ... พวกแกทำบ้าอะไรกับน้องสาวฉันว่ะ!!!!!!!!"


     คิมิซึกิชักดาบวิ่งเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัว พริบตาเดียวดาบสีดำเฉียบท้องเขาจังๆ เลือดไหลทะลักจากบาดแผล ใบหน้าที่นิ่งเฉยของกุเร็น ดวงตาสีแดงฉาด อาบด้วยบาดแผลที่เกิดจากการทุบตีของแวมไพร์ก่อนหน้านี้
     เรียวดาบอาบสีเลือดตวัดเข้าปะทะซึ่งๆหน้า มิกะคือเเวมไพร์เต็มตัวมีพลังมากกว่าอีกฝ่าย แต่ว่าก็พ่ายแพ้กระบวนดาบของกุเร็นอยู่ดี ดาบสะบั้นปัดร่างแวมไพร์หนุ่มตลบไปหลายที


     "ยูจัง ตอนนี้แหละ!!!"


     "ย้ากกกกกกกกก"


     คมดาบไม่ได้เข้าฟันถึงตัวกุเร็น มีเพียงแค่ลมเบาๆ 
          ทั้งคู่หยุดนิ่ง


     "หืม เป็นไรไปล่ะ ฆ่าฉันสิ เจ้าคนอ่อนแอ"


     ยูตวาดเสียงแข็งกระชากคอเสื้อกุเร็น หน้าของยูมีสีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน ความโมโห ความไม่เข้าใจ และคำถามที่มากมายจนเรียงไม่ได้
     เขาเห็นกุเร็นไล่ฆ่าทหารและแวมไพร์ทุกคนที่ขวางทางกุเร็นไม่เว้นหน้า


     "น ... นี่มันไม่จริงใช่มั้ย กุเร็น  บอกฉันสิว่ามันไม่จริงน่ะ ขอร้องล่ะ กุเร็น นายไม่มีทางทรยศพวกพ้องใช่ไหม ที่นายทำต้องมีเหตุผลอะไรแน่ๆ พูดอะไรซักอย่างสิ พวกเราเป็นครอบครัวกันไม่ใช่หรือไง!!!!!!!!"


     มีเพียงแค่รอยยิ้มกับน้ำตาที่ไหลหยาดอาบแก้ม ดวงตานั้นไม่ใช่สีของมนุษย์ แต่เป็นสีของอสูรในดาบ กุเร็นถูกอสูรควบคุม มันช้าไป ดาบในมือกุเร็นเสียบท้องยูจนทะลุ ร่างร่วงผละจากกุเร็น ความมืดเรียกให้เขาสติหลุดจากร่าง
     ....
     ภาพสุดท้าย 
     ภาพที่เขาเห็น 
     กุเร็นยังคงร้องไห้















     เขาและอสูร ติดต่อกันในโลกจิตสำนึก ระหว่างทั้ง 2 ก็มีแตรวางทิ้งไว้อยู่ตรงหน้าพวกเขา
     อาชูร่ามารุมองยังแตร


     "ต้องการช่วยหมอนั้นอีกครั้ง?"


     "อืม"


     "เจ้าคนโลภมาก แค่พลังที่ผมให้ไม่สามารถช่วยเขาได้หรอกนะ"


     ยูหยิบแตรด้วยรอยยิ้ม


     "คนทรยศ อ่า ... ผมกำลังบอกว่าความเป็นมนุษย์ของนายกำลังหายไป นายจะไม่มีวันกลับเป็นมนุษย์ได้อีกแล้วนะ ยู"


     "เรื่องนั้นฉันไม่สนใจหรอก ถ้าเพื่อครอบครัวแล้วล่ะก็ ... "


     เขายอมได้ทุกอย่าง


     มิกะ
     คิมิซึกิ
     โยอิจิ
     มิตสึบะ
     ชิโนอะ




รอหน่อยนะ กำลังไปช่วยแล้ว





     กุเร็น







แตร๋นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน






     โลกคำสาปสั่นสะเทือนไปด้วยเสียงแตร 






     แตรที่ 2 ราชาแห่งเกลือ





     เหล่าเทวทูตลงมาจุติเพื่อลงทัณฑ์มนุษย์ถึง 2 ตน











เฮียคุยะ ยูอิจิโร่ สูญเสียความเป็นมนุษย์










(In Twritter)














































     สงครามเซราฟแห่งจุดจบปะทุขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์พยายามฟื้นคืนชีพอีกครั้งแลกกับเหล่าพวกผู้ใหญ่ที่ไม่มีคำสาปป้องกันต้องตาย เด็กจากสถานะเลี้ยงเด็กกำพร้า'เฮียคุยะ'ทุกคนกลับมามีชีวิตอีกครั้งรวมไปถึงหน่วยของนารุมิที่ฟื้นคืนชีพตามด้วย
     มันผ่านมาก็ได้ 2 ปี ประชากรกลับมาเพิ่มจำนวนยิ่งกว่าก่อน รวมถึงฝั่งแวมไพร์ที่ต้องมนุษย์เป็นอาหารของมัน
     บ้านพัก ณ ชิบุยะ เขต 74 บ้านพักครอบครัว เฮียคุยะ
     วันนี้เป็นวันทำงานเช่นเดียวกันกับทุกๆเดือน ที่เฮียคุยะ ยูอิจิโร่และมิคาเอล่าต้องไปที่ศูนย์บัญชาการเพื่อรับคำสั่งและทำรายงาน ไม่ก็เข้าสำรวจเขตพื้นที่ต่างๆ หน่วยชิโนอะทุกคนพวกเขาในตอนนี้มียศถึงพันตรี
และพันโท มิกะที่เป็นผีดูดเลือดมียศพันโทเช่นกันกับยู
     แต่แตกต่างตรงที่มิกะต้องไปตรวจร่างกายบ่อยยิ่งกว่ายู เพราะร่างกายของมิกะถูกปรับให้เป็นเพียงแค่ครึ่งมนุษย์ครึ่งแวมไพร์หลังจากเป็นแวมไพร์มาหลายปี








     ณ ห้องทำงาน พันเอก อิจิโนเสะ กุเร็น 




    ร่างโปร่งสูงเดินเข้ามาไม่รอให้เจ้าของห้องได้รู้สักตัวทัน ทำเอาหนังสือที่วางบนโต๊ะร่วงกระจายลงพื้นเสียงดัง


    "เข้ามาแบบดีๆไม่เป็น?"


    "ก็อยากกอดกุเร็นเร็วๆนิ"


    " ... เวลาทำงานห้ามกอดห้ามเกี่ยวห้ามใกล้ โอเค?"


    "ง่ะ"


    ตอนนี้ยูและกุเร็นกำลังคบกันอยู่ หากใครยังไม่เชื่อ ก็ต้องดูที่นิ้วนางของพวกเขาว่ามีแหวนคู่ถูกสวมไว้อยู่
    ถึงอายุจะต่างกัน ยูก็ยังรักกุเร็นอยู่ดี รักในแบบของเขา อีกไม่นานพวกเขาจะแต่งงานกัน แต่งงานในที่มีคนน้อยๆ
    มีคนมากมันทำให้ปวดหัว เคลียร์ไม่ไหวแน่ ขนาดงานที่ต้องทำก็ไม่มีเวลาให้กันเลย ซักนิดก็ไม่มี


    "แต่ ... "


    "?"


    "ยอมให้ครั้งนี้ครั้งเดียว"


    " !? ... 555 ครับๆ"







   













(In Twritter)










[The END]














Talk for Writer
    : 5555555 หวีดคู่เน้มากมาย คือเรือนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นเท่าไร เลยหวีดอ่ะค่า เอาเข้าจริงก็คิดพล็อตเรื่องมาได้ซักพักหนึ่งแล้ว
     โมเม้นต์แบบออกแนวไปทางครอบครัวอบอุ่นมากกว่าคนรัก แต่เอาเข้าจริงๆแต่งเป็นแนวรักสุดซึ้งแทนซะงั้น 
     อุอิ
     อาจจะมีเปลี่ยนเนื้อเรื่องเล็กน้อยให้จิ้นจนมันส์กระจาย(เอาเข้าจริงแต่งซะจนไรท์เองก็เขินตามเนื้อเรื่องที่แต่ง โอ๊ยยยยยย
     บอกเลยว่ากุเร็นโดนกัดคอจนช้ำจะตายแล้ว ว่าแล้วขำ 555555555 
     ยูจังได้รับสกิลเลเวลการหึงเก่งขึ้นอีก 20 เท่า(?)
     ตอนที่เฟริดจับกุเร็นดูดเลือดก่ะว่าจะเอาภาพที่หาเจอลง แต่ก็เอาอีกอันลงไปแล้ว เลยก่ะว่าเอามาแบ่งปันให้ทุกท่านเห็น ตามข้างล่างสุดเลย
     ตรงพล็อตเนื้อเรื่องหลัง เป็นเรื่องมโนไรท์เอง งานมโนต้องมาแล้ว จังหวะนี้
    คติพจน์ที่มีตอนนี้ในหัว 
    กุเร็นเคะ กุเร็นเคะ กุเร็นเคะ กุเร็นเคะ กุเร็นเคะ กุเร็นเคะ กุเร็นเคะ กุเร็นเคะ กุเร็นเคะ!!!!!
     ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและติดตามค่า ฟิคเรื่องสั้นเรื่องนี้ด้วยนะ^^ 
     บันไซ~~~~~~
By ปากเป่าสาก//คนโรยเกลือ






(เจอในทวิตญี่ปุ่นจ้ะ ทุกรูปเลย)


เห็นแบบนี้อยากแต่งพล็อตหง่ะ 555555555 




มุมตบมุข


ยู : แงงงงงงงง กุเร็นนนนน ฉันนึกว่านายจะตายซะแล้ว!!!

กุเร็น : เจ้าเด็กบ้า ใครจะไปตายง่ายๆกันเล่า

มิกะ : .... (อัดอันอารมณ์)



เฟริด : แหมๆ มิกะคุง เธอจะเข้ามาอ้อนซบผมก็ได้นะ มาม่ะ

มิกะ : .........



มิกะ : ...... ไสหัวไป (ฟันแม่ง)


กาววววววววว 55555555555555555 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ สมองเป็นกาวตราช้าง จากทั้งหมด 32 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Pirunkan (@Pirunkan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 00:24
    แอร๊ยยยยยย หนุกง่าาาาาา ไรท์แต่ง ncป่ะ ภ้าแต่งขอน้าาาา
    #1
    0