ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ? #SS1 #YNWA [Rewrite]

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 พาแฟนขึ้นดอย EP.4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,666
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 344 ครั้ง
    27 มิ.ย. 62

ตอนที่ 8 พาแฟนขึ้นดอย EP.4

 


เตมองเห็นผ้าคาดโซตัสหลากสีบนคอของคนพูด กระเป๋าช็อปปักรูปเกียร์อาชา รูปร่างสูงโปร่ง คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นคนเดียวกับที่หมี่ขาวคุยด้วยจึงผ่อนแรงปล่อยให้หมี่ขาวเป็นอิสระ

พอคนตัวเล็กดิ้นหลุดได้ก็ต่อยแขนเตทีหนึ่งจนร้องเสียงดัง “แรงควาย”

“ไม่เป็นไรนะหมี่” เก้าอี้ถามขึ้น ท่าทางเหมือนพร้อมจะมีเรื่องกับเตได้ทุกเวลา

หมี่ขาวที่ยังหอบกับการถูกเตแกล้งได้แต่หอบหายใจพร้อมกับพยักหน้า แต่เพราะผิวของเธอค่อนข้างขาว พอเลือดลมสูบฉีด ทั้งตัวก็แดงเถือกจนคนตกใจ

“ผมแค่เล่นกับเพื่อน” เตพูดเสียงเรียบ มองเก้าอี้ด้วยสายตาประเมิน

“ไม่มีอะไรค่ะพี่อี้ นี่เตเพื่อนหมี่เอง” กว่าจะคลำหาเสียงพูดตัวเองได้ก็นึกว่าจะเป็นลมไปก่อนแล้ว “เตเป็นน้องเทคพี่เดย์ค่ะ”

“อ้อ...ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว” เขาปรายตามองเต ในประกายตาคล้ายกำลังแสดงออกถึงความคิดบางอย่างแล้ววนกลับมาที่หมี่ขาว “เก็บแรงไว้ขึ้นดอยด้วยล่ะ”

“ค่ะ”

รอกระทั่งเก้าอี้กลับไปรวมกลุ่มกับประธานชมรมต่างๆ เตก็ลดเสียงเป็นเสียงกระซิบถามหมี่ขาวทันที “ฉันว่าหน้าพี่คนนี้คุ้นๆ ว่ะ แกเคยเห็นมาก่อนมั้ย”

หมี่ขาวส่ายหน้า เลิกคิ้วถาม “ชอบเหรอ อยากได้เบอร์มั้ย”

“ชอบบ้านแกสิ” เตสะบัดเสียงใส่ “ฉันไปล่ะ เสลี่ยงต้องไปก่อน”

หมี่ขาวส่ายหน้าอย่างระอา เพื่อนผู้ชายในกลุ่มเธอมักจะชอบทำตัวเป็นพ่อแม่บังเกิดเกล้าคอยสแกนและบลั๊ฟผู้ชายทุกคนที่เข้ามาหาหมี่ขาวและตะวันฉาย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นน้อง คณะเดียวกันหรือต่างคณะ ถ้าไม่ใช่คนรู้จักก็จะตามสืบจนรู้ยันโคตรเหง้า หรือถ้ารู้จักกันอยู่แล้วพวกเขาก็จะสรรหาข้อดีข้อเสียและเช็กลิสต์ว่าผ่านมาตรฐานหรือเปล่า หากได้มีโอกาสคบกันแล้วกี่ปีถึงจะเลิก ซึ่งที่จริงผู้ชายที่หลงเข้ามาเกี่ยวข้องกับพวกเธอนั้นก็ไม่ได้มีเรื่องชู้สาวมาเกี่ยวข้องสักเท่าไรหรอก ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเรียนและเรื่องงานเสียมากกว่า

แต่ถ้าหากมารู้ทีหลังว่าผู้ชายทั้งสี่คนนี้ทำอะไรลับหลังเธอสองคนบ้าง บางทีพวกนี้อาจจะอายุสั้นก่อนวัยอันควร

 

ปีนี้คณะวิศวกรรมศาสตร์ออกสตาร์ทเวลาหกโมงสี่สิบห้านาที

สิ้นสุดการบูมใหญ่คณะ เมื่อเสียงบูมสั้นดังขึ้นก็เป็นสัญญาณแห่งการปล่อยตัวสมาชิกช้างเหล็กเข้าสู่เส้นทางสู่ดอยสุเทพ ตลอดข้างทางเต็มไปด้วยศิษย์เก่าและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก รวมไปถึงบรรดาพี่นายช่างที่กลับมารวมตัวอีกครั้งในวันขึ้นดอย มีบางกลุ่มที่ใส่ช็อปสีเลือดหมู ซึ่งนั่นบ่งบอกได้เลยว่าเป็นเกียร์ต้นๆ ที่ห่างจากรุ่นปัจจุบันยี่สิบสามสิบปี เพราะสมัยก่อนคณะวิศวะจะมีช็อปอยู่สองสี แบ่งเป็นเสื้อฟิลด์กับเสื้อช็อป สีเลือดหมูกับสีน้ำเงิน แต่ภายหลังได้เปลี่ยนมาใช้สีน้ำเงินกันหมดแล้ว ช็อปสีเลือดหมูจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความอาวุโส

วิ่งเหยาะๆ ไปได้สักพักหนึ่งก็เริ่มหยุดที่อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย หมี่ขาวรีบทำหน้าที่ทันที

“น้ำ” เธอยื่นขวดน้ำให้เก้าอี้ เขารับขวดน้ำไปเปิด ใบหน้าชื้นเหงื่อยับย่นเล็กน้อยเพราะมือลื่นจนเปิดฝาขวดน้ำไม่ได้ หมี่ขาวได้ยินเสียงแซวจากรุ่นพี่ที่ถือธงคนอื่น แต่เธอไม่ได้สนใจ กะว่าเก้าอี้จิบน้ำเสร็จแล้วก็จะแบ่งให้คนอื่นจิบบ้าง แต่พอเก้าอี้เปิดฝาขวดน้ำไม่ได้ เธอก็ถอนหายใจอย่างระอา เช็ดมือของตัวเองกับเสื้อช็อปแล้วหมุนฝาขวดน้ำอย่างง่ายดายแล้วส่งให้อีกครั้ง

เขาจิบน้ำเล็กน้อย เพราะร่างกายยังไม่ได้เสียน้ำมากนัก หากกินเยอะไปจะทำให้จุกได้ การวิ่งระยะไกลต้องอาศัยความทรหด และต้องรู้จักกะระยะเวลาให้ดี ก่อนขึ้นดอยปีสี่อย่างพวกเขาต้องประชุมกันให้ละเอียดเพื่อเตรียมแผนรับมือกับสภาวะฉุกเฉิน ดังนั้นแล้วเมื่อสั่งหยุดแถวหน้าครูบาจึงเริ่มรันแผนการวิ่งไปในตัว รวมถึงเตือนสตาฟรุ่นพี่ให้ช่วยกำชับปีหนึ่งให้ดี

“ขอบใจ”

เธอรับขวดน้ำคืนมาแล้วหันไปถามพี่เดย์ “จิบมั้ยคะ”

“ฉันไม่ชอบกินน้ำขวดเดียวกับคนอื่น กลัวติดไวรัส”

หมี่ขาวยิ้มให้เดย์เป็นเชิงขอโทษ ขนาดเพื่อนตัวเองยังไม่เว้นเลยเหรอ แต่เธอก็เดินไปขอน้ำมาอีกขวดหนึ่งแล้วเปิดฝาส่งให้พี่เดย์โดยที่ไม่ถามอีก “น้ำค่ะ”

“ขอบคุณนะ” พี่เดย์รับขวดน้ำไปพร้อมกับอมยิ้มแล้วส่งต่อให้เพื่อนคนอื่นจบคนละอึก

“น้องหมี่วันนี้มาเป็นสวัสดิการเหรอ” พี่ปีสี่คนหนึ่งถามขึ้น

หมี่ขาวไม่รู้จักเขาเลยส่งยิ้มให้แล้วส่ายหน้า “เปล่าค่ะวันนี้รับจ้างส่งน้ำน่ะค่ะ”

“วันนี้น้องหมี่มาช่วยพี่เทคตัวเองขึ้นดอยน่ะ กว่าจะเสด็จมาที่มอได้ต้องอัญเชิญช้างแก้วนะโว้ย ไม่งั้นไม่ได้เห็นหน้าหรอก เห็นใจมันหน่อยเถอะ เผื่อเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาจะได้มีผู้จัดการ...มีคนช่วยเรียกรถพยาบาลให้” พี่เดย์เชือดเสียงนิ่ม ปีสี่คนอื่นหัวเราะเสียงดัง

“จริงว่ะ นี่ถ้าไม่ขึ้นดอย เจออีกทีก็คงกลางภาคโน่นละมั้ง”

“เป็นข้านะ ถ้ารู้ว่าน้องเป็นน้องหมี่ คร้านจะระริกระรี้ ให้เลี้ยงข้าวทั้งปียังได้เลย ฮ่าๆๆๆ” คนที่พูดคือพี่ทิมประธานเชียร์ปีสี่

เพราะเป็นประธานเชียร์ พี่ทิมจึงปล่อยให้ผมยาวและไว้หนวดเครา แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นกลับไม่มีรุ่นน้องคนไหนรู้สึกรังเกียจเพราะถูกว้าก นั่นเป็นเพราะพี่ทิมเป็นผู้ชายหน้าไทยที่เหมือนคนสมัยโบราณ เรียกได้ว่าหน้าตาค่อนไปทางหล่อเข้ม สาวในคณะหลายคนยังลุ้นอยู่ว่าถ้าหากพี่ทิมตัดผมแล้วโกนหนวดเคราแล้วคงจะหล่อน่าดู

แต่เบื้องหน้าที่เป็นประธานเชียร์ พอได้รับบทโหดเป็นคนนำว้ากก็ต้องสร้างภาพลักษณ์อันน่าเกรงขาม แต่พอได้อยู่กับพวกเดียวกันเท่านั้นแหละ ทั้งหูทั้งหาง โผล่ออกมาอย่างไม่อายใครเลยทีเดียว

พี่เดย์หัวเราะในลำคอ “ถึงจะอยากระริกระรี้ แต่ทำไม่ได้ น่าสงสารออก”

“ร้อน อยากได้น้ำแข็ง” เพราะรำคาญเสียงพูดของเพื่อน เก้าอี้ขยับอกเสื้อที่เปียกเพราะเหงื่อ กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายทำเอาเธอผงะไปเล็กน้อย หมี่ขาวทำเป็นไม่ได้ยิน

พอดีกับที่มีคนเตือนพี่ทิม เขาจึงตะโกนเสียงดังบอกให้ทุกคนลุกขึ้น จากนั้นทุกคนก็กลับมาเข้าเลนของตัวเองอีกครั้ง สิ้นเสียงบูมสั้นคณะ ขบวนก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง

เส้นทางมุ่งสู่ดอยสุเทพไม่ได้เงียบเหงาอย่างเคย ตลอดทางล้วนมีพี่นายช่างที่มาดักรอเชียร์รุ่นน้องคณะวิศวะพร้อมกับโบกธงเกียร์ของรุ่นตัวเอง ปากก็ตะโกนเชียร์เอาใจช่วย

“สู้ๆ น้อง! เหลืออีกสองโค้ง เอาหน่อย!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 344 ครั้ง

759 ความคิดเห็น

  1. #735 Momo_xm (@Momo_xm) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 11:56
    สนุกมากเลยค่ะเหมือนเราได้เข้าไปมีชีวิตร่วมด้วยกับตัวละคร มันอบอุ่นมากแบบบอกไม่ถูก ฮือออชอบมากเลยค่ะ
    #735
    1
  2. #630 LiPingPimuu (@LiPingPimuu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 08:08
    พี่้เตี้ยน่ารัก
    #630
    0
  3. #21 อ้นเฟอะฟะ (@aon5036) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 22:58
    รอตอนต่อไปน้าาา
    #21
    0
  4. #20 BiggBoss (@BiggBoss) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 20:12
    รอซีนพี่อี้กับน้องหมี่
    #20
    0