ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ? #SS1 #YNWA [Rewrite]

ตอนที่ 1 : Prologue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 367 ครั้ง
    27 มิ.ย. 62

Prologue

สายฟ้ามากับสายฝน

 

ย้อนกลับไปเมื่อตอนปี 1 สมัยที่การสอบเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาไม่ได้แบ่งย่อยจนปวดหัวแบบนี้  เด็ก ม.ปลายส่วนใหญ่จะเลือกหาที่เรียนพิเศษเพื่อติวสำหรับเรียนต่อมหาวิทยาลัย เริ่มตั้งแต่ไม่มาเรียนและเข้าแคมป์ติวเข้ม หรือเรียนพิเศษเข้มข้นตอนเย็น เป็นเช่นนี้เหมือนกับวงจรอุบาทว์ที่หนีอย่างไรก็ไม่พ้นเสียที แต่ หมี่ขาวไม่ได้โชคร้ายขนาดนั้น

จะเรียกว่าเป็นเรื่องดีในโชคร้ายหรือเรื่องร้ายในโชคดีกันนะ

เพราะที่บ้านของเธอมีแม่เป็นหัวหน้าครอบครัว แม้ว่าจะเป็นเด็กที่ได้รับเงินทุนการศึกษาแบบเต็มก็ยังบอกไม่ได้ว่าสบายจนสามารถเรียนพิเศษได้ ทุนการศึกษาที่ได้ยังมีเงื่อนไขอยู่ว่าห้าม กู้เงินเรียน

แน่ล่ะ...สำหรับเด็กที่มีฐานะปานกลางมาจนถึงยากจนล้วนต้องได้ยินเรื่องการกู้เงินเรียนจากรัฐบาล บ้างก็ว่าดี บ้างก็ว่าไม่ดี เพื่อนของเธอหลายคนได้รับเงินกู้จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)[1] มีทั้งที่บ้านฐานะยากจนจริงๆ และบ้างก็กู้มาเพื่อใช้จ่ายอื่นๆ ตัวอย่างเช่นผ่อนโทรศัพท์มือถือ ซื้อของใช้ จ่ายค่าเรียนพิเศษ

โชคดีหน่อยที่ห้องเรียนที่เธอเรียนเป็นหลักสูตรพิเศษ แม้ว่าค่าเทอมจะแพงกว่าหลักสูตรทั่วไป แต่เพราะเธอได้ทุนเต็มจึงไม่มีปัญหาเรื่องนี้ เนื้อหาที่เรียนจะเน้นหนักกว่าห้องเรียนอื่นและสุดท้ายยังสามารถเรียนจบก่อนเพื่อนห้องอื่นตั้งหนึ่งเทอม

ซึ่งนั่นเป็นข้อได้เปรียบของนักเรียนห้องเรียนพิเศษ

ถึงแม้จะกิจกรรมเยอะ เน้นหนักไปทางกิจกรรม ทั้งกิจกรรมวิชาการและกิจกรรมนอกเวลา รวมไปถึงค่ายโอลิมปิกวิชาการของเขตภาคเหนืออีกด้วย

ค่ายโอลิมปิกวิชาการเป็นประสบการณ์ที่น่าสัมผัส คุณจะได้พบเจอทั้งรุ่นพี่มหาลัยหนุ่มหล่อขาวตี๋ สาวสวยหมวยอึ๋มหรืออ้วนเตี้ยล่ำ ผอมกะหร่องเหมือนปลาแห้ง แม้กระทั่งตัวใหญ่ยักษ์แต่น่ารักใจดี

สิ่งที่พลาดไม่ได้คือหลักสูตรของค่ายโอลิมปิกที่เน้นวิชาการเฉพาะสาขา จำลองชีวิตการเรียนหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัย การแข่งขันระหว่างโรงเรียนต่างๆ ในภาคเหนือ มิตรภาพที่เมื่อย้อนกลับมาระลึกถึงแล้วยังอมยิ้มตาม คนที่คุณปิ๊ง หรือแม้แต่อาจารย์ที่น่ารักซึ่งในอนาคตอาจจะได้สอนคุณในระดับอุดมศึกษา

หากคุณสามารถผ่านไปยังค่ายสองหรือค่ายสามได้ สิ่งเหล่านี้ยังเป็นใบเบิกทางชั้นดีสำหรับนักเรียนมัธยมปลายที่กำลังต้องการเรียนต่อในสาขาที่สนใจอีกด้วย

ในช่วงเทอมแรกของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อนร่วมห้องรวมทั้งหมี่ขาวเองก็เริ่มส่งใบสมัครในสาขาวิชาที่สนใจตามมหาวิทยาลัยต่างๆ พร้อมแฟ้มสะสมผลงานเพื่อหวังให้ผ่านการคัดเลือกแบบรับตรง

แน่นอนว่าสำหรับเด็กที่ผ่านค่ายโอลิมปิกวิชาการ หรือเป็นเด็กที่เรียนดีก็จะมีข้อได้เปรียบตรงนี้อยู่

ยื่นไปที่ไหนก็จะผ่านไปยังรอบสัมภาษณ์ตามเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ กำหนด แต่เด็กภาคเหนือจะทราบกันดีว่าช่วงหนึ่งของชีวิตเด็ก ม.6 ต้องผ่านการสอบสุดหินที่เรียกว่า “สอบโควตา” และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเพื่อนบางคนในห้องเรียนถึงหายไปเพื่อติวเข้ม หรือตั้งใจอ่านหนังสือจนแทบไม่ได้กินไม่ได้นอน

เพื่อนในห้องของหมี่ขาวเกือบครึ่งเก็บตัวติวหนังสือเข้ม สามในสิบมีที่เรียนแล้ว และที่เหลือคือเด็กขี้เกียจซึ่งมักจะเล่นกีฬาหรือหาอะไรทำในช่วงที่ทุกคนกดดันด้วยความเครียด

แน่นอนว่าเพื่อนในกลุ่มของเธออยู่ใน 50% ที่ติวเข้ม ส่วนเธอนั้นกลายเป็นแกะดำของกลุ่มไปแล้ว

เพื่อนคนแรกรู้ตัวว่าจะเรียนแพทย์ตั้งแต่ ม.4 ดังนั้นเธอจึงตั้งใจเรียนมาก ทั้งๆ ที่ก็ตั้งใจเรียนมาตั้งแต่ประถมแล้วก็เถอะ เพื่อนคนนี้ชื่อปลา ปลาอยากเรียนแพทย์ ด้วยความที่ครอบครัวทำมาค้าขาย พ่อแม่สนับสนุนเต็มที่ หมี่ขาวจำได้ว่ามีช่วงหนึ่งปลาอยากเก่งภาษาอังกฤษ เธอซื้อแผ่นเกม Assasin’s Creed มาเล่น เปิดโหมดเสียงภาษาอังกฤษและซับภาษาอังกฤษ ฝึกอยู่พักหนึ่งปลาก็เริ่มคล่องภาษาอังกฤษ และเริ่มเพิ่มระดับตัวเองด้วยการอ่านหนังสือนอกเวลาของ Oxford

หมี่ขาวมักจะไปนอนบ้านปลาและกินข้าวฟรีอยู่เป็นประจำ อาศัยช่วงที่ปลาตั้งใจอ่านหนังสือเล่นเกม Pharaoh เธอจะอ่านหนังสือเรียนบ้างเมื่อเห็นว่าปลาเพื่อนของเธอตั้งใจอ่านหนังสือเกินไปจนรู้สึกละอาย

ตอนสมัครสอบโควตา มหาวิทยาลัย C กำหนดให้เลือกได้สองอันดับ ปลาเลือกอย่างมั่นใจ

1.คณะแพทยศาสตร์

2.คณะทันตแพทยศาสตร์

หมี่ขาวคอตก

ฉันขี้เกียจแบบนี้ ไม่อยากเรียนหมอ ไม่เอาสายการแพทย์ ไม่อยากเป็นครู

เธอเกิดความคิดบ้าบิ่นขึ้นมา เพราะตอนนั้นเธออยากแอดมิชชั่นเรียนฟิสิกส์วิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ

คนอื่นอาจจะคิดว่าไกลเกินฝัน แต่สำหรับเธอนั้นไม่เคยคิดว่าความฝันอยู่ไกลเกินเอื้อม

สุดท้ายก็เลือกสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุดสำหรับตัวเอง

1.คณะแพทยศาสตร์

2.คณะวิศวกรรมศาสตร์

เพื่อนอีกสี่คนที่เหลือซึ่งช่วงนั้นแทบไม่ได้คุยกัน ต่างก็เลือกคณะสายการแพทย์ ทุกคนมีความฝัน ความฝันของเด็ก ม.6 ทุกคนคือมีที่เรียนในคณะที่ฝัน

ช่วงสอบหมี่ขาวถือว่าเป็นเด็กขยัน หมายถึงว่าขยันกว่าช่วงปกติ 30% ซึ่งตัวเลขนี้ค่อนข้างน่าตกใจ เพราะเธอยังคงไปร้านเกมและเช่านิยายมาอ่านได้ทุกวัน สำหรับเด็กที่ไม่ค่อยเรียนพิเศษอย่างเธอ ความสุขในการอ่านนิยายมากกว่าอ่านหนังสือเรียนสุดๆ แต่ว่าเธอไม่สามารถละทิ้งอนาคตได้ สุดท้ายแล้วหากไม่กระตุ้นตัวเองสักหน่อย แม้ว่าจะเป็นเด็กฉลาดขนาดไหนก็พลาดได้ แต่แม่ของเธอคงเสียใจถ้าหากเธอยังไม่สนใจอนาคตของตัวเอง

ที่จริงผลการสมัครรับตรงของมหาวิทยาลัยอื่นส่งมาแล้ว แต่หมี่ขาวไม่ได้ตอบรับ ที่จริงเธอเคยยื่นสมัครคณะโบราณคดีของมหาวิทยาลัยหนึ่ง แต่ดันลืมจ่ายค่าสมัคร เธอคิดว่าถ้าครั้งนั้นสมัครสอบแล้วติด ชีวิตนี้เธออาจไม่ต้องเรียนเคมีอีกเลยตลอดชีวิต

ใช่...เด็กเรียนดีก็มีวิชาที่เกลียด

เธอเกลียดเคมี

ความขยันของหมี่ขาวเพิ่มมาเป็น 50% ในช่วงอาทิตย์สุดท้ายก่อนสอบโควตา วันสอบจริงนั้นในหมวดวิชาวิทยาศาสตร์ เด็กศิลป์จะได้รับข้อสอบคนละฉบับกับเด็กสายวิทย์ เวลาที่ใช้จะน้อยกว่าเด็กสายวิทย์ 90 นาที

หมี่ขาวทำชีววิทยาก่อน เพราะเธอไม่ถนัด แต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่แบบเคมี ฟิสิกส์คือวิชาสุดท้ายที่เธอเลือกทำ และขณะที่เธอเพิ่งเริ่มทำวิชาฟิสิกส์ กริ่งของโรงเรียนที่สอบก็ดังขึ้น

หมี่ขาวสะดุ้งตกใจ เธอลุกขึ้นแล้วสบถในใจว่า ฉิบหายแล้ว

อาจารย์คุมสอบเกือบเดินมาเก็บข้อสอบแล้ว ตอนนั้นสติของเธอกระเจิดกระเจิง หมี่ขาวรีบฝนข้อสอบอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งผ่านไปราวห้านาที มีอาจารย์อีกคนหนึ่งเข้ามาบอกว่าเป็นกริ่งของสายศิลป์ ยังมีเวลาทำเหลือเฟือ

หมี่ขาวถอนหายใจโล่งอก

แต่ช่วยไม่ได้ สติเธอกระเจิงไปนานแล้ว ได้แต่น้ำตานองในอกเพราะเนื้อหาที่อ่านมาไหลออกไปตั้งแต่ตอนที่กริ่งดังแล้ว

วิชาสุดท้ายของการสอบโควตา สำหรับคนที่เลือกคณะวิศวกรรมศาสตร์ มันคือการสอบพื้นฐานทางวิศวกรรม

มันคือข้อสอบเชาวน์ปัญญา เธอเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างตอนสอบวัด IQ ในห้องเรียนพิเศษ ดังนั้นมันค่อนข้างมองออกง่าย ที่ง่ายที่สุดคือ Drawing หมวดนี้เป็นการมองภาพรูปทรงต่างๆ เธอผ่านมันไปอย่างง่ายดาย

ผลสอบออกมาในเย็นของวันหนึ่ง เป็นวันเดียวกับที่แม่พาเธอไปสอบถามพี่คนหนึ่งที่เรียนมหาวิทยาลัยดังในกรุงเทพ เพราะแม่ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะให้เธอไปสอบสัมภาษณ์มหาวิทยาลัยแห่งนั้นดีหรือไม่

แต่สุดท้ายแม่ก็ตัดสินใจได้ เพราะลูกพี่ลูกน้องของเธอบอกว่า

“อย่าให้น้องไปเลยอา ร้านเหล้าเยอะ”

เย็นวันนั้นเพื่อนรักอีกคนของหมี่ขาวโทรมา บอกว่าเธอติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า

หมี่ขาวสมองลัดวงจรไปพักใหญ่ ไม่ใช่ว่าผิดหวังที่ไม่ติดหมอ แต่ที่อึ้งเพราะเธอไม่คิดหวังว่าจะติดโควตา แถมตอนนั้นยังไปบนไว้ดิบดีว่าจะกินเจถ้าติดคณะอะไรก็ได้

ส่วนแม่นอยด์ไปพักใหญ่ เพราะแม่ไปบนขอให้ลูกสาวติดหมอ

ลูกสาวมารู้ทีหลังหัวเราะไม่ออก เธอไม่คิดว่าแม่จะคาดหวังให้เธอเรียนหมอขนาดนั้น อีกอย่างไฟในใจของเธอดับไปนานแล้วตั้งแต่ตอนที่เสียคุณยายไป เส้นทางการเป็นหมอของเธอปิดลงตั้งแต่ตอนนั้น

เหลือเพียงความฝันเล็กๆ ที่ซ่อนไว้ตั้งแต่ประถม

ฉันอยากทำงานกับ NASA

เพื่อนของเธอคนที่โทรมานั้นติดทันตแพทยศาสตร์ ส่วนปลาติดแพทยศาสตร์ และเพื่อนอีกสี่คนยังไม่มีที่เรียน มันเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่ชีวิตเด็ก ม.ปลายไม่ได้มีทางเลือกมากเหมือนกันทุกคน

 

ตัดมาที่ตอนสอบสัมภาษณ์ อาจารย์ผู้สัมภาษณ์สอบถามเธอว่าทำไมถึงอยากเรียนวิศวะ หมี่ขาวยิ้มเขินๆ บอกตามตรงด้วยความรู้สึกแรงงกล้า

“หนูชอบเอนจิเนียร์ในเกมยูริมากเลยค่ะ หนูอยากเป็นแบบนั้น”

อาจารย์หัวเราะ บอกว่าเรียนวิศวะยากนะ จะไหวเหรอ หมี่ขาวยิ้มแห้ง จากนั้นก็จบการสัมภาษณ์แบบงงๆ

 

ล่วงเข้าสู่ปีที่สาม เธอกำลังจะเป็นพี่ว้าก หลังจากผ่านการรับน้องในปี 1 ผ่านเสียงหัวเราะและกิจกรรมต่างๆ ในมหาวิทยาลัย จากเฟรชชี่ก้าวเข้าสู่ปีสอง จากปีสองก้าวเข้าสู่ปีสาม ผ้าคาด SOTUS ในปีนี้ของเธอกลายเป็นสีขาวแล้ว

มันเป็นเช้ามืดของวันขึ้นดอย

หมี่ขาวหัวเราะกับตัวเอง เธอทอดสายตามองรุ่นน้องปี 1 ที่ยังไม่ถูกเรียกน้อง มองเด็กน้อยทั้งหลายด้วยสายตาของรุ่นพี่ที่ผ่านชีวิตมหาวิทยาลัยมาพอควร ราวกับผู้เฒ่าในนวนิยายกำลังภายในที่ทอดสายตามองศิษย์ใหม่ก้าวเข้าสู่พิธีการของสำนัก

วันที่พี่จะได้เรียกน้อง

วันที่ลูกช้างจะได้ไหว้พระธาตุ

วันที่เสลี่ยงของเกียร์สายฟ้าจะเหินขึ้นดอย

ในช่วงเวลาที่คล้ายกันเมื่อสองปีก่อน เธอยังไม่เข้าใจเลยว่าเพราะเหตุใดฝนถึงตกในวันที่เปิดสายรหัส สวนสนเต็มไปด้วยรุ่นพี่เกียร์ต่างๆ และต่อมาไม่นานนัก ก่อนเธอจะขึ้นปี 2 ชั้นปีของเธอก็ได้เสื้อช็อป...เกียร์สายฟ้า

หมี่ขาวยิ้มกับธงเกียร์ที่โบกพลิ้ว หวังว่าปีนี้ฝนจะไม่ตก

เพราะสายฟ้า...มากับสายฝน

 


 



[1] กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ตัวย่อ: กยศ.) (อังกฤษ: Student Loan Fund) เป็นหน่วยงานของรัฐอยู่ในกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาด้วยการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ในลักษณะต่าง ๆ


[1] กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ตัวย่อ: กยศ.) (อังกฤษ: Student Loan Fund) เป็นหน่วยงานของรัฐอยู่ในกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาด้วยการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ในลักษณะต่าง ๆ


--------------------------------------

สวัสดีค่ะ 

เนื้อหาตอนนี้อาจจะเวิ่นเว้อไปบ้าง เป็นการเกริ่นนำและระลึกถึงเพื่อนรวมถึงประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัยของผู้เขียนค่ะ อาจจะดูน่าหมั่นไส้นิดๆ มีการใส่สีตีไข่หน่อยๆ แต่ว่ารายละเอียดเกี่ยวกับการรับน้องขึ้นดอยจะพยายามไม่ให้ขาดตกบกพร่องนะคะ


สำหรับรุ่นน้องที่เพิ่งเข้ามาอ่าน ยินดีต้องรับเข้าสู่วิศวะมุ้งมิ้ง

จากพี่เกียร์สายฟ้า


ถ้าชอบฝากแชร์ แสดงความคิดเห็นกันได้นะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 367 ครั้ง

759 ความคิดเห็น

  1. #744 HighGirl (@Ammy_PMP) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 21:03
    ชอบภาษาเขียนมากเลย
    #744
    0
  2. #314 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 17:15
    อ่านเพลิน
    #314
    0
  3. #277 Teq_uila (@aeoline) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 19:06
    ไรท์ รหัส 54 มั้ยอ่ะ
    #277
    3
    • #277-2 Teq_uila (@aeoline) (จากตอนที่ 1)
      4 มิถุนายน 2562 / 11:47

      😁😁😁😁😁😁😁😁
      #277-2
    • #277-3 (@vongolebeauty) (จากตอนที่ 1)
      4 มิถุนายน 2562 / 12:21
      แน่ คิดอะไรคะ อิอิ
      #277-3
  4. #27 mama260238 (@mama260238) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 13:47
    เคยคิดว่าอยากเรียนวิศวะ
    #27
    1
    • #27-1 ScarletWhite (@vongolebeauty) (จากตอนที่ 1)
      27 พฤษภาคม 2562 / 19:37
      หาแฟนวิศวะก็พอได้อยู่นะคะ
      #27-1
  5. #3 Pimmy27pb (@Pimmy27pb) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:38
    ไม่ได้สัมผัสประสบการณ์แบบเด็กมอหกเลยค่ะ เพราะเราเลือกมาสายเทคนิค เพราะไม่ชอบตัวเลข เลยหนีซะเลย ^^
    #3
    1
    • #3-1 ScarletWhite (@vongolebeauty) (จากตอนที่ 1)
      21 พฤษภาคม 2562 / 19:41
      ฮ่าาาา ชีวิตม.6 จะว่าไปปวดหัวกว่าสายอาชีพก็ตอนที่หาที่เรียนนี่แหละค่ะ ลำบากพอควรถ้าไม่มีพื้นฐานดีๆ
      #3-1
  6. #1 01192552 (@01192552) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 18:43
    มาส่งกำลังใจค่ะ❤❤
    #1
    1
    • #1-1 ScarletWhite (@vongolebeauty) (จากตอนที่ 1)
      20 พฤษภาคม 2562 / 18:44
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจแรกค่ะ ^^
      #1-1