มังกรพลิกฟ้า [事在人为]

ตอนที่ 26 : ตอนที่ ๒๕ มนุษย์ (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    7 ก.ค. 61

ตอนที่ ๒๕ มนุษย์ (๑)



          พยับเมฆเลื่อมพรายลดหลั่นตามสันเขา เปลวแดดสีลามเลียผืนป่าพันพฤกษายามอรุณรุ่งจนปรากฏภาพงดงามระยิบระยับดุจแดนสวรรค์ หมู่ปักษากู่ร้อง ผู้คนต่างก็ออกมาทำมาหากินแต่เช้าตรู่ อาศัยช่วงเวลาเพียงสามสี่วันเรื่องราวของชิวหลงก็แพร่ไปทั่วหมู่บ้านประดุจกลิ่นหอมของดอกอรุณรุ่งที่บานสะพรั่งไปทั่วบริเวณ

          เมื่อกลับสู่ป่าพันพฤกษา ร่างกายของเสี่ยวไป๋ก็ดีวันดีคืน วันที่สามก็ออกมาวิ่งเล่นกับเด็กคนอื่นๆ ในหมู่บ้านได้แล้ว ทั้งยังคุยโอ่อวดอ้างถึงบ้านเมืองของชาวมนุษย์ที่เคยได้พบเห็น จนไป๋จวินต้องออกมาห้ามปรามมิใช้ทำผู้อื่นใจแตกอยากหนีไปเที่ยวเล่นยังแดนมนุษย์

เสี่ยวไป๋แม้อายุมากกว่าชิวหลงไม่รู้เท่าไร กลับมีนิสัยอย่างเด็กน้อย ชายหนุ่มเองก็ทำตัวไม่ถูกนักยามที่เจอเสือขาวตัวหนึ่งเอาหัวมาดุนขาอย่างออดอ้อนเช่นแต่ก่อน

หนึ่งคนนั่งหลับตาเข้าฌานสมาธิ หนึ่งพยัคฆ์มีปีกนอนสัปหงกข้างตัวเขาไม่ยอมห่าง เสี่ยวไป๋เกรงว่าหากชิวหลงยังไม่สามารถหยิบยืมพลังจากธรรมชาติเพื่อปรับเป็นปราณบริสุทธิ์ในร่างกาย ภายในหนึ่งเดือนมนุษย์อย่างเขาอาจกลายเป็นคนก็ไม่ใช่สัตว์ประหลาดก็ไม่เชิงอย่างแน่นอน ตลอดระยะการเดินทางที่ผ่านมา หากไม่ได้เจ้าเสือตัวไม่น้อยนี้คอยปรับปราณให้ เกรงว่าเพียงแค่สิบวันแรกในป่าเซียนแห่งนี้ก็ไปไม่รอดเสียแล้ว

ท่ามกลางความเงียบสงบของธรรมชาติ กระแสลมอ่อนๆ พัดหมุนวนรอบตัวทั้งสอง กระพรวนที่ยังคงห้อยคอของเสี่ยวไป๋สั่นกรุ๋งกริ๋ง ไอปราณสีขาวไหลวนราวกับไอหมอก แทรกซึมผ่านปลายนิ้วทั้งสิบของชายหนุ่ม ไล่เรื่อยไปยังแขนทั้งสองแล้วแผ่กระจายไปทั่วทั้งตัว ใบหน้าที่เริ่มมีเหลี่ยมมุมสว่างไสวขึ้นหลายส่วน หากแต่ลมหายใจแผ่วเบาที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอนั้นทำให้รู้ว่าเขากำลังเข้าฌานลึก

สัญชาตญาณของเสี่ยวไป๋ร้องเตือน จมูกสีชมพูขยับยุกยิก ลูกแก้วสีเหลืองสดเบิกโพลง เสี่ยวไป๋ตัวสั่นเทาเล็กน้อย ลุกขึ้นมองชิวหลงที่ยังคงนั่งนิ่ง มันมองการเปลี่ยนแปลงจากร่างกายของชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ เสือขาวตัวใหญ่กลายร่างเป็นเด็กชาย นั่งยองๆ เท้าคางมองชิวหลงตาไม่กะพริบ กลิ่นอายปราณนี้เป็นของชิวหลงอย่างแน่นอน หากแต่ที่แตกต่างกลับเป็นความเข้มข้นของกระแสปราณที่เสี่ยวไป๋ได้สัมผัส คล้ายกับน้ำป่าไหลทะลักผ่านลำธารสายเล็ก ร่างกายที่ไม่เคยฝึกปราณเซียนของชิวหลงไม่อาจรองรับปราณบริสุทธิ์จากป่าเซียนได้ทั้งหมดจึงยังผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลง

ไอปราณสีขาวที่รายล้อมรอบตัวชายหนุ่มกลายเป็นประกายสีทองระยับ โครงหน้าที่เริ่มมีเหลี่ยมมุมชัดเจนอิ่มเอิบขึ้นส่วนหนึ่ง คิ้วกระบี่คลายลง แพขนตาสั่นไหวเล็กน้อย เมื่อมองโดยรวมแล้วกลับทำให้เสี่ยวไป๋อ้าปากค้าง มองชิวหลงอย่างลืมตัว คล้ายกับว่ามีอีกคนกำลังซ้อนทับร่างของชิวหลงอยู่ หากแต่เมื่อมองดีๆ ก็พบว่าทั้งสองมิได้แตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย ครั้นละอองสีทองค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในร่างของชายหนุ่ม ร่างที่เคยดูหม่นเศร้าระคนโดดเดี่ยวกลับกลายเป็นสง่างามน่าเกรงขามขึ้นอีกส่วน เสี่ยวไป๋กลั้นหายใจ รอกระทั่งความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนั้นหยุดลง แสงสีทองจางๆ จึงเรื่อเรืองอยู่ตรงกลางหน้าผากของชิวหลงพักหนึ่งแล้วจางหายไป

เปลือกตาของชิวหลงขยับไหว นัยน์ตาคมกริบกะพริบสองสามครา ก่อนที่น้ำเสียงคุ้นเคยจะดังขึ้น

“เสี่ยวไป๋ เป็นอะไรไป?” น้ำเสียงของชิวหลงสดใสขึ้นหลายส่วน ความปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกถึงความเบาสบายไปทั้งร่าง เสี่ยวไป๋กะพริบตาหลายครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ขับเข้าหาเขาอย่างระแวดระวัง

“เมื่อครู่อาชิวดึงพลังจากป่าเซียนมาปรับเป็นปราณในร่างกายได้แล้ว ไป๋ไป๋เลยดีใจจนพูดไม่ออก”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูงคล้ายยังไม่เข้าใจที่เสี่ยวไป๋กล่าวนัก เมื่อครู่เขาเพียงทำใจให้สงบ ทำตัวให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ปรับลมหายใจเข้าออกให้คล้ายกับกระแสพลังรอบตัวเท่านั้น ครั้นสะดุดหูเรื่องปราณในร่างกาย ใบหน้าของชิวหลงก็เบิกบานเป็นเท่าตัว กล่าวเสียงตื่นเต้นระคนดีใจ “อะไรนะ เมื่อครู่ข้าปรับปราณจากป่าเซียนเข้าร่างได้แล้วอย่างนั้นหรือ”

เสี่ยวไป๋พยักหน้า ฉีกยิ้มกว้าง ยกยออีกประโยค “อาชิวเก่งมาก”

เสียงหัวเราะเบิกบานใจของชิวหลงทำให้เสี่ยวไป๋หัวเราะตาม ตอนที่เข้าฌานเขาเพียงแต่รู้สึกว่าร่างกายคล้ายสลัดหินอันหนักอึ้งออกไปได้ อีกทั้งยังรู้สึกถึงความเย็นสบายที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย นึกไม่ถึงว่ามันคือการเปลี่ยนแปลงพลังจากธรรมชาติมาเป็นพลังเซียนอย่างที่ผู้อื่นฝึกฝนกัน

พลันคิดถึงคำพูดของไป๋จวิน

คนโดยมากมักฝึกบำเพ็ญปราณเซียนด้วยวิธีการดึงเอาพลังธรรมชาติมาเป็นพลังงานของตน ยิ่งสะสมมากก็จะยิ่งกล้าแกร่ง ในทางตรงกันข้าม มีคนบางประเภทที่มีพลังธรรมชาติมาตั้งแต่กำเนิด เขาเหล่านั้นไม่สามารถดูดซับพลังจากการบำเพ็ญตบะได้ ซึ่งแท้จริงแล้วการฝึกฝนจะตรงกันข้ามกับการบำเพ็ญปกติโดยสิ้นเชิง คนที่ส่งเจ้ามานับว่ามองการณ์ไกล”

เมื่อครู่เขามิได้คิดจะดึงพลังจากป่าเซียนมาเป็นของตน เพียงแต่ปรับร่างกายของตนให้เข้ากับจังหวะชีวิตของผืนป่าแห่งนี้ คล้ายกับว่ากระแสน้ำในร่างกายไหลออกจากลมหายใจ ความเย็นของผืนป่าแทรกซึมผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ร่างกาย หมุนเวียนไม่รู้จบ ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามก็คล้ายกับว่าร่างกายปรับสมดุลกับพลังภายนอกของป่าเซียนได้ ความหนักอึ้งในกายพลันสลายเป็นปุยนุ่น

ที่แท้นี่ก็คือสิ่งที่ไป๋จวินกำลังชี้แนะเขาใช่หรือไม่

พี่ชายของเสี่ยวไป๋ช่วยสืบความเรื่องศิษย์พี่หกของชิวหลงในป่าพันพฤกษา ระหว่างนี้ไป๋จวินจึงบอกให้เขาใช้เวลาในการฝึกฌานสมาธิให้มาก ป่าเซียนเป็นพื้นที่ที่ตัดขาดจากโลกภายนอก มีความสงบไร้ซึ่งสิ่งเร้าอย่างอื่น ต่างจากโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเกสตัณหามากมายซึ่งยากจะตัดพ้น ชายหนุ่มตั้งหน้าตั้งตาฝึกการหมุนเวียนพลังเซียนในตัวจนคล่องแคล่ว ระยะเวลาผ่านไปกว่าสองเดือน ในที่สุดก็สามารถใช้วิชาเซียนขั้นพื้นฐานได้บ้างแล้ว อย่างน้อยการขี่กระบี่ก็มิใช่เรื่องเกินความสามารถอีกต่อไป ในความคิดของชิวหลง ขอเพียงขี่กระบี่ได้ดังใจหมาย จะกลับสำนักก็ไม่ต้องคิดจนปวดหัวแล้ว

ผู้อื่นฝึกฝนให้ได้พลังตบะไร้เทียมทาน หากแต่ชิวหลงกลับต้องฝึกควบคุมพลังในตัวมิให้เอ่อล้นจนเกินไป คราแรกเขาคิดว่าตนเองกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของป่าเซียนแห่งนี้ ถ้าก่อนหน้าไม่ได้ไป๋จวินชี้แนะว่าปราณกำเนิดของเขามิใช่ปราณจิตวิญญาณของมนุษย์ เขาเองก็อาจกลายเป็นบ้าไปเพราะความวิตกกังวลที่ฝังลึกในจิตใจ

ความล้มเหลวที่คอยให้ผู้อื่นหัวเราะเยาะ ย่อมมิใช่สิ่งที่เขาต้องการ

ร่างสูงสง่าของผู้นำแห่งทะเลสาบมรกตยืนมองร่างของชายหนุ่มจากที่ไกลๆ ข้างกายเขาคือเสี่ยวไป๋ที่ยืนตัวเกร็งไม่กล้าหายใจแรง พักใหญ่ริมฝีปากหนาจึงขยับเปล่งเสียงออกมา พานให้เสี่ยวไป๋สะดุ้งโหยง “มนุษย์ไม่ใช่มนุษย์ เจ้าเข้าใจหรือไม่เสี่ยวไป๋”

เสี่ยวไป๋เกาศีรษะ ส่ายหน้าหวืออย่างซื่อตรง ไป๋จวินถอนหายใจเฮือก ในแววตาหาได้มีความระอาใจแต่อย่างใด “เขาถ่ายทอดอายุขัยครึ่งหนึ่งให้เจ้า ตั้งแต่เข้ามาในป่าเซียนแห่งนี้ แต่เดิมควรสิ้นชีพไปนานแล้ว อาจเพราะดวงจิตของเขามิใช่ดวงจิตปกติ เส้นชะตามิได้อ่านง่ายดายอย่างคนทั่วไป ผู้อื่นอาจมีเส้นชะตาเพียงเส้นเดียวในชีวิต แต่เขาคนนั้นกลับเรียงร้อยโชคชะตาของตัวเองไว้ได้ ไม่รู้เพราะความบังเอิญ โชคช่วย หรือเพราะตัวเขาเอง”

ไป๋จวินโยกศีรษะของบุตรชาย กล่าวต่อไปว่า “ชะตาลิขิตให้เจ้าคอยช่วยเหลือเขา นับว่าเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายของข้าผู้เป็นบิดา คราแรกก็ออกจะคับข้องใจไปบ้างที่ไป๋หู่อย่างเจ้าถูกมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเลี้ยงดูเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน หากแต่เมื่อเขายอมสละไข่มุกนิรันดร์ให้เจ้าในทะเลสาบมรกตโดยไม่คิดถึงกาลข้างหน้า การที่จะให้เจ้าติดตามเขาไปนับว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว”

“ท่านพ่อไม่โกรธข้าแล้วหรือ”

ใบหน้าเคร่งขรึมของผู้เป็นบิดาอ่อนลง ตบบ่าบุตรชายเบาๆ “เจ้าปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว”

ดวงตาของเสี่ยวไป๋แดงเรื่อ กอดเอวของไป๋จวินแน่นพลางซุกหน้าลงไปราวกับเด็กน้อย กล่าวเสียงอู้อี้ “ลูกรู้ว่าท่านพ่อทราบดีว่าอาชิวเป็นคนดี”

“แต่เจ้าเถลไถลไปนานจนข้าคิดว่าเจ้าจะตายไปแล้ว เรื่องนี้ยังไม่ได้สะสางรู้หรือไม่” แม้จะกล่าวคาดโทษ หากแต่รอยยิ้มกลับกดลึก เสี่ยวไป๋หยักหน้ารัวเร็ว

“ลูกทราบแล้ว ต่อไปลูกจะให้อาชิวพามาเยี่ยมท่าน”

ดวงตาคมกริบหม่นแสงลง “เด็กโง่ มนุษย์ไม่อาจกลับมาที่นี่เป็นครั้งที่สอง”

“แต่ข้ามิใช่มนุษย์”

“แต่เขาเป็นมนุษย์”

เสี่ยวไป๋สะอึก กล่าวเสียงสั่นเครือ “ลูกมาคนเดียวก็ได้”

พลันเสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้น แรงสั่นสะเทือนจากตัวของไป๋จวินทำให้เสี่ยวไป๋เงยหน้าขึ้น มองบิดาอย่างไม่เข้าใจ “ท่านพ่อหัวเราะทำไม”

“เด็กโง่งม บุตรชายเมื่อเติบใหญ่จึงต้องออกหาประสบการณ์ ไม่ต้องรีบกลับมาหาข้าหรอก ป่าเซียนเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ ยังได้รับความคุ้มครองจากเทพเซียนไปจนกว่าจะสิ้นอสงไขย จะมาหาข้าเมื่อไรก็ได้”

จบตอน (๑)


------------------------

สวัสดีค่ะ คิดถึงกันมั้ยคะ หายไปนานเลยต้องขออภัยค่ะ ช่วงก่อนคือรีบปั่นงานอื่น แล้วก็ติดเรียนด้วย ที่สำคัญคือไป๋ได้แก้ไขเนื้อหาบางส่วนของนิยายเรื่องนี้ ซึ่งเดี๋ยวจะทยอยแก้ไขตอนบนๆ ให้นะคะ เช่นเรื่องที่ว่า นักพรตสุ่ยเซียนคือตงฟางหย่งหมิงในเรื่องบันทึกจอมยุทธ์ ไป๋ก็ใส่รายละเอียดลงไปในบางส่วนที่ขาดหายค่ะ ไม่ได้เขียนเรื่องที่ผู้ชายดำเนินเรื่องมานานรู้สึกแปลกหน่อยๆ แต่ก็มีความสุขมากเลยค่ะ หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขหลังจากได้อ่านตอนนี้นะคะ

เป็นกำลังใจให้ไป๋ด้วยนะคะ เพิ่งได้มีเวลาเขียนนิยายเต็มตัว กลับมาฝากเนื้อฝากตัวอีกครั้งค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

321 ความคิดเห็น

  1. #291 นัท (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 17:14

    ท่านพ่ออย่าเศร้าไปเลย..นั่นมันมนุษย์ทั่วไปเข้ามาป่าเซียนได้ครั้งเดียว แต่ชิวหลงไม่ใช่มนุษย์ทั่วไป อิอิ เค้าน่าจะเข้ามาได้อีกแน่นอน เสี่ยวไป๋ไม่ต้องกังวล 555+

    #291
    0
  2. #282 Ahe215 (@Ahe215) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 19:48

    ขอบคุณมากค่ะ

    #282
    0
  3. #267 Nattiya Bursnachaitavee (@nsttiyaburana) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 18:20
    ขอบคุณมากกกคร้าไรท์.
    #267
    0
  4. #264 namilee (@namilee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 13:59
    รออ่านนะคะ เนื้อเรื่องน่าติดตาม สำนวนน่าประทับใจมากค่ะ
    #264
    0
  5. #263 InwGiG (@oan999) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 10:49
    เย่ๆๆ กลับมาแล้ว ขอบคุณมากครับ
    #263
    0
  6. #262 miramari (@miramari) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 08:10
    ดีใจน้ำตาไหลพราก กลับมาแล้วววว
    #262
    0
  7. #260 Sarowha (@Sarowha) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 03:01
    น้ำตาจิไหล นึกว่าจะไม่ได้อ่านเรื่องนี้อีกเเเล้วนะเนี่ย
    #260
    0
  8. #257 What&Why (@enjoyyyyy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 19:23
    หายไปนานโฮกๆเลย ดีใจที่อัพมากกกกกกกกกกก
    #257
    0
  9. #255 LachitaChadow (@LachitaChadow) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 18:40
    ยังดีนะที่เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่รีดชอบมากๆไม่งั้นคงมีการลืมเนื้อหากันแน่ๆ ยิ่งความจำสั้นอยู่ด้วย......
    #255
    1
    • #255-1 ScarletWhite (@vongolebeauty) (จากตอนที่ 26)
      7 กรกฎาคม 2561 / 18:48
      แงงง ดีใจที่ชอบค่ะ ยังไงก็จะเขียนจนจบแน่นอน จะพยายามสลายไหดองให้ได้มากที่สุดนะคะจุ๊บๆ
      #255-1
  10. #254 seto kousuke (@petchara_klinkar) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 17:26
    ในที่สุดก็มา เล่นเอาซ่ะผมลืมเนื้อเรื่องเก่าไปเลย555
    #254
    1
    • #254-1 ScarletWhite (@vongolebeauty) (จากตอนที่ 26)
      7 กรกฎาคม 2561 / 17:32
      ขอโทษค่าาาา ช่วงต้นๆ มีบางจุดตัดทอนบางจุดเพิ่ม ถ้ากลับไปอ่านแนะนำให้อ่านในบทที่แก้ไขล่าสุดปี 61 นะคะ ^w^
      #254-1