vkook Just One Day Project #หนึ่งวันกับวีกุก

ตอนที่ 3 : B - BLEAK

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    11 ม.ค. 63

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ sad picture




BLEAK


Pairing: Taehyung x Jungkook




เขาว่ากันว่า พระเจ้าน่ะ ให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่เรา




ตึก ตึก ตึก



                เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังถี่รัว พร้อมกับร่างของเด็กชายอายุหกปีที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในโรงพยาบาล เรือนผมสีน้ำตาลเข้มกระเซิงเพราะแรงปะทะกับลม ก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักผู้ป่วย ยกมือขึ้นเกลี่ยผมหน้าม้าที่ยุ่งเหยิงให้เรียบร้อย ปรับสีหน้าให้เป็นปกติราวกับคนไม่รีบร้อนอะไร



ครืด




                “ขออนุญาตครับ”



เด็กชายเอ่ยเสียงเรียบแล้วสาวเท้าเข้าไปในห้อง ตาคมปรายมองไปที่ร่างของหญิงสาวบนเตียงพักฟื้น ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้



               

                “มาแล้วเหรอแทฮยอง น้องของลูกอยู่ข้างๆนี่ไง”



                 เด็กชายไม่ได้ใส่ใจคำพูดของคนเป็นแม่มากนัก เบนสายตาไปทางเตียงเด็กอ่อนข้างๆ มีร่างของเด็กทารกแรกเกิดคนหนึ่ง นอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ริมฝีปากเล็กๆที่ได้รูปเผยอออกเล็กน้อยเพื่อกอบโกยอากาศหายใจถึงแม้ตัวจะออกจะเล็กไปเสียหน่อย เพราะแม่ของเขาคลอดเด็กคนนี้ก่อนกำหนดเสียหนึ่งเดือนแต่ทว่ายังคงน่ารัก แทฮยองไม่รู้จะหาทำใดมาอธิบายเด็กน้อยตรงหน้าได้นอกจากคำว่าน่ารัก



                “ชื่อ”


                เสียงทุ้มที่ดูโตกว่าวัยเอ่ยขึ้นมาห้วนๆ แต่สื่อความหมายเป็นคำถามออกมา โดยที่สายตายังไม่ละไปจากทารกน้อยบนเตียง หญิงสาวผู้มีศักดิ์เป็นแม่มองภาพนั้นก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ช่วยไม่ได้นี่นา ที่ลูกของเธอเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอกับสามีไม่มีเวลามากพอที่จะดูแลลูกชายหัวแก้วหัวแหวนได้ด้วยตัวเอง แค่แทฮยองเป็นเด็กดีไม่เหลวไหลก็นับว่าดีพอสำหรับเธอแล้ว



                “พ่อกับแม่จะกลับมาสิ้นเดือนพอดี อยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดไหม ลูกรัก”



            เสียงหวานเอ่ยถามเด็กชายที่มายืนรอส่งเธอและสามีก่อนจะบินไปทำงานที่ต่างประเทศหนึ่งเดือนเต็ม มือเรียวยกขึ้นลูบหัวลูกชายสุดที่รักเบาๆแล้วรอคำตอบจากปากของเขา เด็กชายนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ตาคมจ้องมองไปที่มารดาอย่างชั่งใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า



            “อยากมี..พี่น้องแบบคนอื่น”



            หลังจากเคลียร์งานทั้งหมดเสร็จสิ้น เธอและสามียังมีเวลาเที่ยวพักผ่อนเหลือประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนบินกลับไปเกาหลี เมื่อนึกถึงคำขอจากลูกรักได้จึงตกลงกันว่าจะฮันนี่มูนต่ออีกเจ็ดวัน ไม่คิดว่าพระเจ้าจะประทานพรให้ง่ายดายเพียงนี้ แต่การมีน้องให้แทฮยองนั้นเป็นเรื่องที่ดี เวลาที่เธอและสามีต้องทำงานหรือบินไปต่างประเทศนานๆ ลูกของเธอจะได้ไม่ต้องเหงาอีก ส่วนการมีเด็กเพิ่มในบ้านสักคนนึง ไม่ได้ทำให้ครอบครัวของเธอเดือดร้อนอะไร ที่ทำงานตัวเป็นเกลียวก็เพื่อการนี้ไม่ใช่หรือ




                ด้านเด็กชายที่ยืนรอคำตอบจากปากของคนป็นแม่อยู่นานแต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา ค่อยตวัดหางตามองไปทางหญิงสาวบนเตียงเพื่อเรียกเอาสิ่งที่ตนอยากรู้ด้วยแววตากดดันกว่าเดิมหากแต่ไม่มีคำพูดใดเอื้อนเอ่ยออกมาสักคำ หญิงผู้มีศักดิ์เป็นแม่หันไปสบตาเข้าก่อนจะหลุดจากภวังค์ความคิด ริมฝีปากสวยได้รูปขยับตอบคำถามให้เด็กชายตามความปรารถนา



                “จองกุก จอน จองกุกน่ะ”







จงรักษาสิ่งที่ได้รับ และจงระวังเอาไว้ให้ดี







                คิมแทฮยองในวัยสิบสามปีเดินอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิทของตน โดยมีจุดมุ่งหมายที่ร้านเกมหลังโรงเรียน อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์พ่อกับแม่ต้องทำงานที่บริษัท จึงปลีกตัวกลับมาที่บ้านไม่ได้ หน้าที่รับส่งเขากับน้องชายจึงเป็นของคนขับรถประจำบ้านที่พ่อจ้างมาสำหรับเวลาแบบนี้โดยเฉพาะ




                เด็กหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงคว้าเอาสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดออกมาก่อนจะต่อสายไปหาคนขับรถที่ว่า “วันนี้ผมจะกลับเอง คุณไปรับจองกุกได้เลยไม่ต้องรอ” แทฮยองเอ่ยเสียงเรียบเหมือนกับทุกที รอการตอบรับจากปลายสายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดวางแล้วเก็บมันเข้ากระเป๋ากางเกงอีกครั้ง ขายาวก้าวเข้าไปในร้านเกมกับกลุ่มเพื่อน


              

           เวลาผ่านไปพักใหญ่ เมื่อก้มมองนาฬิกาข้อมือก็พบว่าปาเข้าไปหกโมงเย็นแล้ว แทฮยองบอกลากลุ่มเพื่อนก่อนจะโบกแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน ถ้าพ่อรู้เข้าคงจะเอ็ดยกใหญ่ แต่คนขับรถคงไม่กล้าปริปากอะไรหรอก ที่น่าห่วงก็จะมีแค่..



               

                “พี่แทฮยองไปไหนมา”



                เสียงใสดังขึ้นทันทีเมื่อก้าวขาเข้ามาในตัวบ้าน แทฮยองก้มหน้าลงไปมองเจ้าของเสียงที่ทำหน้าฮึดฮัดไม่พอใจที่เขากลับบ้านไม่ตรงเวลา ก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปบีบแก้มนิ่มเบาๆเชิงหยอกล้อ



                “ไปเล่นเกมกับเพื่อนมานิดหน่อย กลับมาแล้วไงครับจองกุก” คนพี่ย่อตัวนั่งคุกเข่าให้หน้าอยู่ในระดับเดียวกันกับเด็กตรงหน้า



                “พี่แทปล่อยให้จองกุกกลับบ้านคนเดียว จองกุกเหงา”



                 เด็กน้อยเบะปากงอแง ใบหน้าคมที่ปกติจะเรียบนิ่งเสมอในยามนี้มีรอยยิ้มจางๆผุดขึ้น ยกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมนิ่มของเด็กน้อยตรงหน้าจนเสียทรงราวกับจะแกล้งให้น้องชายเพียงคนเดียวของตัวเองร้องงอแง เขารู้ว่าจองกุกติดเขามากแค่ไหน สาเหตุนึงคงมาจากพ่อกับแม่ซึ่งนานๆครั้งจะกลับบ้านมา แต่ละครั้งก็มาอยู่ได้แค่วันสองวันเท่านั้น เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตตั้งแต่จองกุกจำความได้ก็เห็นจะมีแต่แทฮยอง แทฮยองและจองกุกสองคน




                ความเหงาเป็นสิ่งที่ทรมาน ตัวเขารู้ดี แทฮยองทนอยู่กับความรู้สึกแบบนั้นมาตลอดหกปี จนกระทั่งพระเจ้าประทานของขวัญแสนวิเศษมาให้เขา




                มอบจองกุก  ให้เกิดมาเป็นน้องชายของเขา



                เขารู้สึกว่าจองกุกเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าพ่อแม่ที่ให้กำเนิดเขามา ข้อนี้ต้องยอมรับแล้วล่ะ ถ้ามานั่งนับกันจริงๆจังๆ เวลาที่พ่อกับแม่อยู่กับเขามันอาจจะน้อยกว่าเวลาที่เขาได้อยู่กับจองกุกเสียอีก นี่ขนาดเด็กน้อยลืมตาดูโลกหลังจากเขาตั้งหกปีนะ



                “พี่แท หิว ไปกินข้าวกันเถอะ”


                มือเล็กเอื้อมไปกุมมือที่ใหญ่กว่าของพี่ชายแล้วกระตุกเบาๆ คนเป็นพี่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินตามน้องเข้าไปยังห้องอาหาร



                หลังจากมื้ออาหาร ทุกคนต่างแยกย้ายกลับไปที่ห้องของตัวเอง แทฮยองที่เข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะ ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปเช่นเคยจนเกือบจะสี่ทุ่ม



                ก๊อก ก๊อก



                เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างของเด็กหนุ่มปิดหนังสือในมือแล้ววางมันไว้บนโต๊ะตามเดิม ก่อนจะเดินไปทางประตูไม้บานใหญ่ เมื่อแง้มออกดูก็พบร่างของจองกุกยืนถือหมอนกับตุ๊กตากระต่ายตัวใหญ่อยู่ เด็กน้อยเงยหน้าแล้วยิ้มให้เหมือนอย่างเคย



                “วันนี้คุณแม่ไม่อยู่ จองกุกนอนด้วยคนได้ไหม”


                ตั้งแต่จองกุกอายุพ้นห้าขวบขึ้นมา พ่อกับแม่ก็บอกให้เด็กคนนี้นอนแยกห้องได้แล้ว แต่พอมีโอกาส เด็กน้อยก็ชอบถือหมอนกับตุ๊กตากระต่ายตัวเดิมมาอ้อนพี่ชายให้นอนด้วยกันอยู่เสมอ และคืนนี้ก็เช่นเดียวกัน ร่างสูงกว่านิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดประตูให้ จองกุกหันมายิ้มให้จนตาหยี ก่อนจะถือตุ๊กตากระต่ายกับหมอนเข้าไปในห้องพี่ชายอย่างอารมณ์ดี อันที่จริงแล้วแทฮยองไม่ชอให้ใครเข้ามาในห้องหรอกนะ พ่อกับแม่ก็จัดอยู่ในกลุ่มนั้นแต่เรื่องบางเรื่องมันก็ต้องมีข้อยกเว้นกันบ้าง จริงไหม?



                และจอนจองกุกเป็นข้อยกเว้นเดียวสำหรับแทฮยองในทุกเรื่อง:)






เพราะบางครั้ง บาปที่ยากแก่การอภัย อาจเกิดจากสิ่งที่พระเจ้าประทานให้แก่เรา







                “แทฮยอง! มาดูนี่สิ ที่เคยบอกเมื่อวันก่อนไงล่ะ”




                จอง โฮซอก หนึ่งในเพื่อนสนิทของแทฮยองตะโกนเรียกเด็กหนุ่มผิวแทนที่กำลังเตะบอลอยู่กลางสนาม วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบสิบหกปีของแทฮยอง ขายาวทั้งสองหยุดอยู่กับที่ก่อนจะหันหน้าไปทางต้นเสียง ยกมือขึ้นปาดเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนใบหน้าก่อนจะวิ่งไปหาเพื่อนของตน



                “...”


                แทฮยองยืนนิ่งตรงหน้าโฮซอก คิ้วเข้มมเลิกขึ้นเล็กน้อยสื่อว่า มีอะไร? ก่อนที่เพื่อนตัวดีจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเป้ของตัวเองแล้วหยิบแผ่นซีดีออกมาแล้วยื่นให้เขา มือหนารับมา ตาคมก้มมองก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปหาคนตรงหน้าอีกครั้งเมื่อพบว่าแผ่นซีดีในมือเป็นซีดีเปล่า ไม่มีอะไรเขียนกำกับไว้เลยว่าข้อมูลข้างในคืออะไร



                “งงอะไรเล่า ก็ไอ่นั่นไงล่ะ”



                “ไอ่นั่นที่ว่านี่หมายถึง..?”



                “หนังที่นายบ่นอยากดูเมื่ออาทิตย์ก่อนไงล่ะ ฉันไปยืมจีมินมาให้ ตามตื๊ออยู่ตั้งนาน คนอะไรขี้ตืดชะมัดยาด ถือซะว่าเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลังจากฉันแล้วกันนะ” โฮซอกพูดพลางทำหน้าเหยเกเมื่อเอ่ยถึงชื่อเพื่อนจอมขี้งกนาม ปาร์ค จีมิน ขึ้นมา ก่อนจะตบไหล่เด็กหนุ่มเบาๆ



                “หนังอะไรเป็นแผ่นโล่งๆ จะให้ของขวัญทั้งทีไม่ลงทุนซื้อแผ่นแท้มาหรือไง” คิมแทฮยองเอ่ยติดตลกพลางพลิกแผ่นซีดีในมือไปมา



                “เอาน่า นายลองกลับไปเปิดดู แล้วนายจะชอบเชื่อสิ”



                “อืม..ยังไงก็ขอบใจมาก” แทฮยองพยักหน้าก่อนจะวิ่งไปทางตึกเรียนเพื่อเก็บกระเป๋ากลับบ้าน




                โฮซอกยืนมองเพื่อนหน้าหล่อก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก ล้วงมือลงไปหยิบสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงก่อนจะกดเข้าแอพแชทสีเขียวยอดนิยมแล้วส่งข้อความหาใครบางคน




                แผนการสำเร็จ ในที่สุดเพื่อนเราจะได้เป็นชายหนุ่มเต็มตัวสักทีJ’





น้ำฝนค่อยๆตกลงมา ในเวลาเร่งด่วนแบบนี้ยิ่งทำให้รถติดหนักกว่าเดิม ในเวลาประมาณหกโมงเย็น เด็กน้อยอายุสิบขวบนั่งตัวสั่นก้มหน้าก้มตาหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งไม่ได้ช่วยกันเม็ดฝนได้เลย ไหล่เล็กสองข้างเริ่มสั่นเทาเพราะความหนาวเหน็บที่เข้าครอบคลุม ก่อนจะสังเกตเห็นแสงไฟจากรถยนต์ที่สว่างวาบเข้ามาในสายตา ใบหน้าน่ารักเงยขึ้นมา ตากลมหรี่ลงเพ่งไปทางรถที่จอดสนิทก่อนจะเห็นร่างของคนบางคนกางร่มวิ่งมาทางที่ตัวเองนั่งอยู่




“จองกุก!



 เด็กหนุ่มวัยสิบหกปีทิ้งร่มที่ถือมาลงก่อนจะวิ่งเข้าไปหาน้องชาย ฝ่ามือทั้งสองโอบรั้งให้คนตัวเล็กเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดแล้วลูบผมอีกคนไปด้วย




“พี่แทฮยอง.. มาแล้วหรอ”




“ทำไมไม่เข้าไปหลบในตึก เพื่อนๆเราเข้าไปหลบกันหมดแล้วไม่ใช่หรือไงจองกุก”



 แทฮยองเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง แต่แขนสองข้างยังโอบกอดน้องชายเอาไว้แน่น ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาส่งไปถึงคนที่หนาวสั่นจนไหล่เล็กเริ่มสงบลง เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายแล้วคลี่ยิ้มให้




“พี่แทฮยองบอกให้จองกุกรอที่ต้นไม้หน้าโรงเรียน.. จองกุกกลัวว่าถ้าไปนั่งที่อื่นพี่แทฮยองจะหาจองกุกไม่เจอ”




เขาอยากจะตบหน้าผากตัวเองแรงๆสักที เด็กนี่จะซื่อเกินไปแล้วมั้ง




“แล้วร่มไปไหนหืม ถ้าเกิดพี่มาช้ากว่า นี้เราจะไม่สบายเอานะ อย่าทำแบบนี้อีก” ถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะปล่อยเด็กน้อยออกจากอ้อมกอด




“อื้อ วันหลังจองกุกจะเข้าไปหลบในตึกนะ กลับบ้านกันเถอะ” เด็กฟันกระต่ายลุกขึ้นยืนพร้อมยื่นมือไปหาพี่ชาย




มือหนายื่นออกมาอย่างรู้งาน กอบกุมมือเล็กเอาไว้ โดยมืออีกข้างหยิบร่มที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาสะบัดหยดน้ำที่เกาะอยู่แล้วยกมันขึ้นบังเม็ดฝนที่ยังตกลงมาไม่ขาดสายให้น้องชายและตัวเขาเอง ก่อนจะเดินไปขึ้นรถพร้อมกัน





ทันทีที่มาถึงบ้านเขาก็สั่งให้จองกุกไปอาบน้ำสระผมให้เรียบร้อย เพราะเกรงว่าเจ้าตัวเล็กจะไม่สบายเอา ดีที่ระหว่างทางมารับจองกุก แทฮยองแวะซื้อแฮมเบอร์เกอร์เอาไวแล้ว ไม่อย่างนั้นเจ้าเด็กต้องงอแงว่าหิวข้าวอีกแน่ๆ




ระหว่างรอน้องชายอาบน้ำแทฮยองนึกถึงแผ่นซีดีที่โฮซอกให้มาได้ ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบมันออกจากกระเป๋าเป้แล้วใส่มันลงเครื่องเล่นซีดีที่อยู่ในห้องของเขาเอง ร่างสูงหย่อนก้นนั่งลงที่โซฟาปลายเตียงก่อนที่หนังจะเริ่มเล่นในเวลาพร้อมๆกัน





นี่มันอะไร?




สิ่งที่ปารกฎอยู่บนสมาร์ททีวีตรงหน้าไม่ใช่หนังแอดเวนเจอร์ที่เขาอยากดู หากแต่เป็นชายหญิงคู่นึงโดยที่ฉากหลังนั้นอยู่ภายในห้องนอน ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะขึ้นนั่งคร่อมบนตักของฝ่ายชาย ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าสองคนนั้นกำลังจำทำอะไร คิมแทฮยองจ้องมองภาพพวกนั้นตาไม่กระพริบ จะว่าเพราะอะไรล่ะ แปลกใจที่มันไม่ใชหนังที่เขาอยากดู หรือกำลังสนใจสิ่งที่ชายหญิงคู่นั้นกำลังทำอยู่




ภายในจอทีวี คนสองคนขยับใบหน้าเข้าใกล้กัน ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะเชื่อมกันโดยสมบูรณ์ เด็กหนุ่มมองภาพนั้นโดยไม่รู้ตัวว่าเผลอลอบเลียริมฝีปากตัวเองไปด้วย




“พี่แทฮยองง จองกุกอาบน้ำเสร็จแล้ว! อ้าว ดูหนังเรื่องอะไรอยู่หรอครับ ดูด้วยคนสิ” คนถูกเอ่ยชื่อสะดุ้งตัวโยนก่อนจะหันขวับไปทางต้นเสียง



 เด็กน้อยพยายามชะโงกมองภาพในทีวีก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ มือหนารีบกดหยุดการเคลื่อนไหวของนักแสดงในทีวีแล้วหันกลับไปหาเด็กตัวยุ่งอีกครั้ง




อา.. มีใครเคยบอกไหมว่าจองกุกในชุดนอนลายกระต่ายมันน่าฟัดขนาดไหน




“...”



“พี่แท? ทำไมนิ่งไปล่ะ เอ๊ะ.. ทำไมคนในทีวีเขาถึงเอาปากมาชนกันล่ะครับ”



ไม่รู้เลยว่าเผลอจ้องมองน้องชายตัวเองนานแค่ไหน จองกุกโบกมือไปมาผ่านหน้าของเขาพร้อมกับเรียกชื่อไปด้วย ก่อนที่ตากลมจะหันไปทางทีวี ภาพที่เด่นหราอยู่คือชายหญิงกำลังจูบกัน ถึงมันจะไม่ขยับก็ตามที




เขาพลาดที่ไม่ได้กดปิดทีวีไปซะ




“อ่อ.. หนังที่เพื่อนให้มาน่ะครับ ไว้เราโตแล้วค่อยดูนะ” คนพี่ตอบปัดๆไปแล้วหยิบรีโมตขึ้นมากดปิดหน้าจอทีวีเสีย




“จองกุกโตแล้วนะ พี่แทฮยองให้จองกุกดูด้วยสิ” เด็กน้อยในชุดกระต่ายเดินเข้าไปนั่งข้างๆพี่ชายของตัวเอง




“จองกุกอย่าดื้อ ไปนอนได้แล้วครับ” แทฮยองเอ่ยเสียงเข้ม




“พี่แทขี้เหนียว จองกุกจะดู จะไม่ลุกไปไหนจนกว่าพี่แทฮยองจะยอมให้ดูด้วยเลย” ทำท่าฟึดฟัดกอดอกเอาไว้ก่อนจะหันหน้าหนีประท้วงพี่ชายตัวเอง




แทฮยองมองภาพตรงหน้าก่อนจะนึกแกล้งเด็กคนนี้ขึ้นมา ใบหน้าคมเคลื่อนเข้าไปหาเด็กน้อยทีละนิด จนจองกุกสัมผัสได้ว่ามีอะไรอยู่ด้านหลังจึงหันหน้ากลับมา




นั่นทำให้ใบหน้าของเขาห่างกันไม่ถึงเซ็น




แทฮยองมองน้องชายด้วยแววตาที่คาดเดาความคิดไม่ได้ ใบหน้าที่ใกล้กันมากทำให้เห็นดวงตากลมโตที่พราวระยับ กลิ่นสบู่อ่อนๆที่ลอยเข้ามาเมื่อใกล้กันทำให้ความคิดในหัวแปรปวน ก่อนที่ความต้องการจะอยู่เหนือจิตสำนึกของตน




มือหน้ายกขึ้นรั้งบริเวณท้ายทอยน้องชายแท้ๆของตนเข้ามาแล้วประทับทาบริมฝีปากตัวเองลงไปกับอวัยวะเดียวกัน โดยไม่ได้ทำการรุกล้ำแต่อย่างใด แก้วตาใสเบิกออกกว้างอย่างตกใจกับสิ่งที่พี่ชายทำ ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร แต่เมื่อสายตาสบเข้ากับคนที่จู่โจมตัวเองอยู่ เด็กน้อยก็หลับตาลงพร้อมกับใบหน้าที่เห่อร้อนขึ้นมา ไม่รู้ว่าเพราะอุณหภูมิในห้องมันสูงเกินหรือเป็นเพราะพี่ชายคนนี้กันแน่




ร่างหนากว่าขยับใบหน้าปรับองศาให้ริมฝีปากแนบชิดกันมากขึ้นก่อนจะผละออก ใบหน้าคมมองด็กน้อยที่ก้มหน้างุดอยู่ตรงหน้า ค่อยๆใช้มือเชยคางเด็กน้อยขึ้นมามองตนเอง ฝ่ายกระต่ายที่ติดกับของเสือร้ายค่อยๆปรือตามองคนตรงหน้าช้าๆ




“พะ พี่แทฮยอง.. เมื่อกี๊มั-




เสียงเล็กที่สั่นเครือขาดช่วงไปอีกครั้งเมื่อริมฝีปากของพี่ชายทาบทับลงมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนที่สัมผัสแปลกประหลาดจะแทรกเข้ามา ลิ้นชื้นตวัดตักตวงความหอมหวานในโพรงปากกระต่ายน้อยตรงหน้าอย่างชำนาญ แต่ฝ่ายถูกกระทำกลับนั่งตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ปล่อยให้คนตรงหน้ารุกรานเขาต่อไปเรื่อยๆ เรียวลิ้นทั้งสองเกี่ยวพันกันนานสองนานจนออกซิเจนใกล้จะหมดลง มือเล็กทุบเข้าที่ไหล่ของพี่ชายเป็นเชิงให้พอก่อน



แทฮยองค่อยๆละริมฝีปากออกมาก่อนจะจุมพิตที่หนาผากมนของน้องชายเบาๆ



“พี่แทฮยองทำอะไร..” เด็กน้อยเงยหน้ามองพี่ชายแล้วเอ่ยถามเสียงเบาราวกระซิบ



“แบบในหนังที่เราเห็นไงครับ อยากรู้ไม่ใช่หรอ นี่แหละที่พวกผู้ใหญ่เขาทำกัน” แทฮยองลอบยิ้มให้กับท่าทางน่ารักของคนตรงหน้า แก้มเปล่งที่ขึ้นสีแดงเรื่อ ริมฝีปากได้รูปที่เม้มเข้าหากันแน่น แค่เป็นจองกุกอะไรๆก็น่ารักไปเสียหมดจริงๆ



“ฮืออ จองกุกไม่ดูหนังกับพี่แทฮยองแล้ว จองกุกไปนอนแล้ว!” กระแทกเสียงใส่คนที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ข้างๆแล้วลุกพรวดวิ่งกลับไปที่ห้องนอนตัวเองทันที


ไอ้ความรู้สึกแปลกๆในอกนี่มันยังไงกันนะ พี่แทฮยองทำอะไรเขากันแน่…..



ด้านคนพี่ที่นั่งจมอยู่บนโซฟาไม่ได้ขยับไปไหน สายตาคมมองไปยังประตูที่เพิ่งถูกปิดลงโดยน้องชายของเขา ผลันนึกถึงสิ่งที่ทำลงไปเมื่อครู่





เขาจูบน้องชายตัวเอง


น้องชายที่มีสายเลือดเดียวกัน






หากแต่ร่างสูงไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปแม้แต่น้อย กลับรู้สึกโล่งใจราวกับว่ากำแพงหนาในจิตใจของเขาถูกทำลายลงแล้ว กำแพงที่เรียกว่าสถานะและจิตสำนึก



เขาเริ่มสังเกตตัวเองมาพักใหญ่เกี่ยวกับเรื่องเขากับน้องชายแท้ๆคนนี้ ว่าความรักความห่วงใยที่เขามีให้เด็กคนนี้มันอยู่ในฐานะพี่น้องจริงๆหรือเปล่า


 เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เหมือนจะทำให้เขาเข้าใกล้คำตอบมากขึ้น


เพียงแต่คำตอบที่ได้ไม่ใช่แสงสว่าง แต่กลับเป็นบาปอันแสนดำมืดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจทีละน้อย



เด็กหนุ่มเหยียดยิ้มขึ้นก่อนจะลุกขึ้นไปล็อคประตูห้อง เผื่อว่าจองกุกจะโผล่เข้ามาอีก ก่อนจะกลับไปนั่งที่โซฟาแล้วกดปุ่มเพลย์บนรีโมตเพื่อให้หนังที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มดำเนินเรื่องต่อไป แต่คิดว่าถึงไม่ล็อคจองกุกก็คงไม่กล้าเข้ามาอีกแล้วล่ะ ในคืนนี้



“นั่นเป็นบทลงโทษสำหรับคนที่เข้ามาในห้องโดยไม่เคาะประตู เด็กดื้อ”






กว่าจะรู้ตัวก็สายไป บาปได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว








“พี่แท! ทางนี้ครับ” ร่างสูงปรายตามองหาต้นเสียง ก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับหนุ่มน้อยที่ยืนโบกไม้โบกมืออยู่ท่ามกลางฝูงชน




“พี่มาแล้วครับ ป่ะ กลับกันเถอะ หิวไหมเด็กดี” มือหนาขยี้กลุ่มผมนิ่มอย่างเอ็นดูก่อนจะพาอีกคนเดินออกจากโรงเรียนไปยังห้างที่อยู่ไม่ไกลนัก



วันนี้เป็นวันปฐมนิเทศของจองกุก สำหรับการเข้าเรียนชั้นมัธยมต้นปีหนึ่ง ซึ่งตอนนี้แทฮยองเองก็อยู่มหาลัยปีหนึ่งแล้ว แต่ที่ต้องมาวันนี้ เพราะเขามาในฐานะผู้ปกครองของจองกุกนั่นแหละ ธรรมดาวันแบบนี้พ่อแม่จะต้องมา แต่เหมือนกับทุกครั้งที่พ่อแม่ของพวกเขาไม่ว่างมา สุดท้ายแทฮยองเลยจำเป็นต้องฝากเพื่อนเช็คชื่อให้ในวันนี้ แล้วมารับตำแหน่งผู้ปกครองของจอนจองกุกแทนพ่อกับแม่



“พี่แท ที่มหาลัยเป็นยังไงบ้างครับ”


หลังจากที่ทั้งคู่เดินเข้ามาในร้านอาหาร จองกุกก็พูดขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบระหว่างหว่างที่รอพนักงานมาเสิร์ฟอาหาร



“ก็ดีครับ เราล่ะ หาเพื่อนใหม่ได้รึยัง หืม”



“อ๋า ยังเลย ผมว่าไว้รู้ห้องเรียนที่แน่นอนแล้วค่อยหาดีกว่า อ๊ะ อาหารมาแล้ว กินกันเถอะครับ” จองกุกตอบพร้อมฉีกยิ้มกว้างตามแบบเจ้าตัวให้ ก่อนจะหันไปมองอาหารที่พนักงานวางบนโต๊ะให้ด้วยแววตาเป็นประกาย





เจ้าเด็กตะกละ


แต่ก็น่ารักที่สุด




“แบบนั้นก็ดีแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นพี่โทรเรียกลุงแทมินให้ขับรถมารับเราเนอะ” ร่างสูงยิ้มบางๆตอบอีกคน

 


มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อจะหยิบโทรศัพท์ออกมาแต่ก็ต้องชะงักไว้ เพราะมือเล็กที่เอื้อมมาจับข้อมือของเขาเอาไว้ก่อน แทฮยองเงยหน้ามองเจ้าของมือเล็กนั่นเป็นเชิงถามว่า มีอะไรหรือเปล่า



“วันนี้ผมอยากกลับบ้านกับพี่แทบ้าง.. หมายถึงกลับกันเองสองคน” จองกุกก้มหน้างุดแบบที่เจ้าตัวชอบทำเวลาจะร้องขออะไรจากแทฮยอง



คนพี่มองน้องชายอย่างเอ็นดู ก่อนจะลูบหัวคนตรงหน้าเบาๆ “ได้สิครับ เดี๋ยวพี่จะบอกลุงแทมินให้นะว่าไม่ต้องมารับเนอะ” พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ



ที่ทำให้น้องชายคนนี้ใจเต้นผิดปกติทุกครั้งที่ได้เห็น



หลังจากที่ทั้งคู่เช็คบิลอาหารเรียบร้อยแล้ว แทฮยองก็พาจองกุกแวะซื้อของในห้างอีกพักใหญ่ ก่อนจะเดินออกมาเพื่อโบกแท็กซี่กลับบ้าน



“พี่แท เอามานี่ เดี๋ยวผมถือให้นะ” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นก่อนจะดึงถุงขนมในมือแทฮยองไปถือเอง



“อย่าดื้อสิเรา เดี๋ยวพี่ถือให้ พวกเรายังต้องเดินอีกไกลนะกว่าจะถึงจุดรอแท็กซี่”



“ไม่เห็นเป็นอะไรเลย พี่แทถือคนเดียวหนักจะตาย ถ้างั้นแบ่งกันนะ” กระต่ายน้อยว่าพลางยื่นถุงขนมให้แทฮยองไปถือหนึ่งถุง ก่อนที่แทฮยองจะถึงอีกถุงมาถือด้วย



“เราน่ะ ถือแค่ถุงเดียวก็พอครับ”



ว่าจบก็เดินนำคนตัวเล็กลิ่ว จนไม่ทันได้เห็นว่าอีกคนทำหน้างอขนาดไหน ก่อนจะก้าวเท้าวิ่งตามพี่ชายไปติดๆ




แดดตอนบ่ายสามแรงจนร่มก็กันไม่อยู่ แทฮยองเดินนำอีกคนไปยังจุดขึ้นรถแท็กซี่ ก่อนจะมองหาน้องชายที่น่าจะตามมาไม่ห่าง แต่กลับไม่เจอ




จองกุกไปไหนกัน




ขายาวไวเท่าความคิด หอบหิ้มขนมถุงใหญ่ที่ถือมาก่อนจะกึ่งวิ่งกึ่งเดินกลับไปทางเดิม พลันสายบตามองเห็นกลุ่มคนประมาณสามสี่คนมุงดูอะไรบางอย่างด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แทฮยองรีบเร่งฝีเท้าไปยังจุดนั้นก่อนตาคมจะเบิกกว้างด้วยความตกใจ




“จองกุก!




ร่างสูงทิ้งสัมภาระที่ถือมาก่อนจะพุ่งเข้าไปหาร่างของน้องชายที่นอนหมดสติอยู่ตรงหน้า ลำแขนแกร่งประคองตัวอีกคนขึ้นมาก่อนจะเขย่าเบาๆเพื่อเรียกสติ




“จองกุก! จองกุก ได้ยินพี่ไหม จองกุก ...มัวดูอะไร! เรียกรถพยาบาลสิวะ!



 แทฮยองตะโกนลั่นจนคนที่มามุงดูสะดุงไปตามๆกัน ก่อนที่จะรีบช่วยกันกดเบอร์โทรติดต่อโรงพยาบาลใกล้ๆให้มารับ




ทันทีที่รถพยาบาลมาถึง ร่างของจองกุกถูกพาขึ้นไปบนรถทันที แทฮยองขึ้นรถไปด้วย มือหนากอบกุมมือเล็กเอาไว้ไม่ยอมวาง เมื่อรถมาถึงโรงพยาบาล จองกุกถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินทันที โดยที่ร่างสูงได้แต่นั่งรออยู่หน้าห้อง




“พี่ขอโทษ..พี่ขอโทษ พี่ไม่น่าทิ้งเราให้เดินคนเดียวเลย”



 แทฮยองพึมพำคนเดียวซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนเสียสติ หยดน้ำใสหลั่งรินออกมาจากดวงตาคม พร้อมกับภาวนาให้น้องชายของเขาฟื้นขึ้นมาเร็วๆ




อย่าเป็นอะไรไปนะ จองกุกที่รัก..






ครืด



บานประตูใหญ่ตรงหน้าถูกเลื่อนออก พร้อมกับเตียงคนไข้ที่มีจองกุกนอนหลับตาพริ้มอยู่ แทฮยองลุกพรวดเพื่อจะเข้าไปดูอาการน้องชายแต่ถูกขัดเอาไว้ก่อน



“ขอโทษนะครับ ญาติคุณจองกุกใช่ไหมครับ” ชายหนุมในชุดกาวน์เอ่ยถาม



“ครับ คิมแทฮยอง.. เป็นพี่ชาย”




“คนไข้ปลอดภัยดี นอนพักที่โรงพยาบาลสักคืนก็กลับบ้านได้แล้วครับ แต่ก่อนหน้านั้นหมอมีเรื่องสำคัญที่จะต้องบอก เชิญทางนี้หน่อยนะครับ”



 คุณหมอเจ้าของไข้จองกุกว่าพลางปิดแฟ้มในมือลงแล้วเดินนำแทยองไป ร่างสูงหันกลับไปมองน้องชายที่ถูกพยาบาลเข็นไปอีกทางก่อนจะเดินตามหมอคนที่ว่าไป






“เชิญนั่งเลยครับ คุณแทฮยอง” ชายวัยกลางคนผายมือไปทางเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกับตัวเอง แทฮยองพยักหน้านิดๆแล้วจึงนั่งลงตามคำเชิญ



“เรื่องที่หมอจะพูดคือ..”




“อะไรครับหมอ น้องผมเป็นอะไรกันแน่” แทฮยองนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ จองกุกเป็นอะไรกันแน่



“คนไข้เป็นลิ้นหัวใจรั่วครับ”



“หา? อะไรนะครับ..”



“คนไข้มีอาการลิ้นหัวใจรั่ว และเส้นเลือดอาร์เทอรี่ตีบ ทำให้มีภาวะความดันสูงเพิ่มด้วย หมอคาดว่าน่าจะเป็นอาการที่มีมาตั้งแต่เกิด ช่วงระหว่างการตั้งครรภ์หรือคลอดมีอะไรผิดปกติไหมครับ”



“น้องชายผม..คลอดก่อนกำหนดครับ ประมาณเกือบเดือน”



“ถ้าอย่างนั้นสาเหตุน่าจะมาจาดตรงนี้แหละครับอาการของโรคลิ้นหัวใจรั่วจะไม่แสดงอาการในตอนที่ยังเด็ก แต่จะเริ่มมีตอนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น แต่ไม่ต้องห่วงไปหรออกครับ ยิ่งรู้เร็วเราก็จะรักษาได้ไว อัตราการหายจะเยอะขึ้นด้วย” คุณหมอยิ้มให้แทฮยองเล็กน้อยก่อนก้มจะเขียนใบสั่งยาต่อ




“น้องผมต้องผ่าตัดหรอครับ แล้วน้องผมจะหายไหม อันตรายหรือเปล่าครับหมอ หมอครับ”




“ใจเย็นๆนะครับ ถ้าอาการไม่รุนแรงทางเราก็ไม่แนะนำให้ผ่าตัด การผ่าตัดหัวใจมีความเสียงสูงน่ะครับ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆเราจะไม่ใช้วิธีนั้น น้องชายคุณยังไม่ถึงกับผ่าตัดหรอกครับ อ่ะนี่ใบสั่งยา ไปรับยาแล้วเข้าไปเยี่ยมคนไข้ได้เลยครับ”



“ครับ.. ขอบคุณมากๆนะครับ” แทฮยองรับใบสั่งยามาถือไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องตรวจไป




ด้วยความรู้สึกหม่นหมองยิ่งกว่าสีของท้องฟ้าในตอนนั้นเสียอีก








หรือเพราะว่า พระเจ้าไม่ได้อยู่ข้างเราตั้งแต่แรก






“แทฮยอง นี่รายงานส่วนที่นายต้องเอาไปทำต่อ อยู่ในแฟลชไดร์ฟแล้ว อ่ะ” เสียงแหบๆเป็นเอกลักษณ์ของมินยุนกิ เพื่อนสนิทในมหาลัยของแทฮยองดังขึ้นพร้อมกับโยนแฟลชไดร์ฟในมือให้แทฮยองแทน



“อืม ถ้างั้นกลับล่ะ” รับแฟลชไดร์ฟมาเก็บใส่เป้ก่อนจะแบกขึ้นหลังแล้วลุกออกจากที่นั่ง



“อ้าว รีบไปไหน เพิ่งจะเที่ยงเอง” เพื่อนตัวขาวตะโกนไล่หลังคิมแทฮยองไปทันที



“จะแวะไปหาน้องชายที่โรงบาล”



“จองกุกน่ะหรอ? ฉันไปด้วย!” มินยุนกิได้ยินดังนั้นจึงรีบเก็บข้าวของบนโต๊ะใส่กระเป๋าเป้แล้ววิ่งตามเพื่อนตัวเองไปทันที



ถ้าถามว่ายุนกิรู้จักกับจองกุกได้ยังไงน่ะหรอ ก็คงเป็นตอนที่เขาไปนั่งปั่นรายงานโต้รุ่งอยู่ที่บ้านแทฮยองนั่นแหละ มันไม่เคยพูดถึงน้องชายให้เพื่อนฝูงฟังเลยสักครั้ง ที่เขารู้ก็เป็นเพราะว่าเจ้าตัวถือน้ำส้มกับขนมให้เขากับแทฮยองนั่นแหละ




ครืด



เสียงประตูห้องตรวจเลื่อนออกเรียกความสนใจจากสองชีวิตที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว แทฮยองและยุนกิเงยหน้ามองก่อนจะพบจองกุกเดินออกมา



“อ้าว พี่ยุนกิ มาได้ยังไงครับเนี่ย” ร่างบางเอียงคอถามด้วยความสงสัย



“ก็ไอ้เจ้าแทฮยองมันบอกว่าเราเข้าโรงพยาบาล พี่ก็ตกใจหมด นึกว่าเป็นอะไรมาก ที่แท้แค่มาตรวจเอง”



คนตัวขาวซีดถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เอาจริงๆแล้วน้องจองกุกก็น่ารักใช่เล่น อยากจะหยอดจะแซวอยู่เหมือนกัน ถ้าไม่ติดสายตาที่จับจ้องมาทางเขาตั้งแต่เริ่มคุยกับจองกุกเนี่ยสิ



แทฮยองมันหวงน้องจะตาย ถ้าไม่เคยไปบ้านก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าน้องชายมันจะน่ารักขนาดนี้




“พี่แท ผมไปนอนก่อนนะ เหนื่อยมากเลย”



หลังจากแวะกินข้าวพร้อมยุนกิเสร็จสรรพ แทฮยองกับจองกุกก็ขอแยกกลับบ้านทันที แทฮยองไม่ได้บอกยุนกิหรอกว่าจองกุกไปโรงพยาบาลเพราะหมอนัดตรวจเช็คความดันทุกเดือน อันที่จริงหมอน่ะนัดจองกุกสองเดือนครั้ง แต่เพื่อความมั่นใจ แทฮยองจึงขอให้หมอนัดน้องชายเขาเดือนละครั้งไปเลย จะได้มั่นใจว่าน้องชายเขาไม่มีอะไรผิดปกติอีก ถึงหลังจากนั้นจองกุกจะไม่ได้เป็นลมแล้วก็เถอะ แต่ก็เหนื่อยง่ายพอควรเลยล่ะ



“ครับ อาบน้ำก่อนแล้วค่อยนอนล่ะเรา เช็ดผมให้แห้งด้วย” มือหนายกขึ้นยีกลุ่มผมนิ่มนั่นเบาๆ ก่อนจะปล่อยให้คนน้องวิ่งดุ้กดิ้กไปอาบน้ำ ส่วนตัวเองก็เข้าไปในห้องนอน




พอจองกุกเริ่มโตก็ไม่ค่อยมาอ้อนขอนอนด้วยกันแล้วเนี่ยสิ


ถึงจะเสียใจนิดหน่อย แต่ก็ดีที่เวลาจะทำอะไรอะไรมันจะได้ง่ายขึ้น



หลังจากที่เสียงฝีเท้าค่อยๆเบาลงจนหายไป เป็นสัญญาณว่าจองกุกไม่ได้อยู่หน้าห้องเขาแล้ว ร่างสูงเดินไปนั่งหน้าโต๊ะทำงานในห้องตัวเอง ก่อนจะหยิบแมคบุ๊คเครื่องใหม่ออกมาตั้งบนโต๊ะ พ่อแม่ซื้อให้เขาแทนการบินกลับมาแสดงความยินดีที่เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยคณะบริหารธุรกิจที่พ่อกับแม่ต้องการให้เข้าได้ ถึงใจจริงจะอยากเข้าคณะวิทย์ฯ เพราะตัวเขาก็จบมัธยมปลายสายวิทย์ฯ-คณิตฯมา แต่ถ้าพ่อแม่ต้องการก็ขัดไม่ได้หรอก เหตุผลก็คือ คณะวิทย์ฯมันเอาไปต่อยอดบริษัทของพ่อกับแม่ไม่ได้



มือหนารูดซิบกระเป๋าเป้ใบโปรดหยิบเราแฟลชไดร์ฟที่มีงานของเขากับเพื่อนอยู่ออกมา แต่พอจะเชื่อมมันกับแมคบุ๊คเครื่องหรูตรงหน้า มือของเขาหยุดชะงักไป ก่อนจะเลือกวางมันลงบนพื้นโต๊ะแล้วขยับนิ้วกดเข้าไอค่อนรูปเข็มทิศ แล้วป้อนตัวหนังสือลงไป



บนหน้าจอมีตัวเล่นวีดีโอปรากฏขึ้นมา พร้อมกับภาพชายหญิงคู่หนึ่งที่ร่างไร้ซึ่งอาภรณ์ปกปิดส่วนใด กำลังบรรเลงเพลงรักอยู่บนเตียง แทฮยองน่ะเป็นพวกมือดี จากที่จะหาข้อมูลทำงาน ค้นไปค้นมาดันมาเจอเว็บแบบนี้เสียได้ แต่แล้วยังไงล่ะ ในเมื่อตอนนี้มันกลายเป็นเว็บดูหนังสุดโปรดของแทฮยองไปแล้วเนี่ยสิ



ร่างสูงดูคลิปน่าอายอยู่ได้ไม่นานก็เริ่มรู้สึกปวดหนึบที่ส่วนกลางของร่างกาย มันเป็นแบบนี้ประจำ ก็แทฮยองน่ะ เป็นพวกตื่นง่ายแต่ลงยาก นิ้วยาวกดหยุดกระเคลื่อนไหวของตัวละครทั้งสองก่อนจะเดินไปทางห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอนของเขาเอง



เข็มขัดที่ใส่อยู่ถูกปลดออกอย่างร้อนรน ก่อนที่กางเกงสีดำตามเครื่องแบบที่มหาลัยกำหนดถูกร่นลงไปกองที่ข้อเท้าพร้อมกับกางเกงชั้นในสีเข้ม เลื่อนมือซ้ายขึ้นท้าวไว้กับขอบอ่างล้างหน้า ส่วนมืออีกข้างวางลงบนส่วนที่แข็งขืนสู้มือใหญ่อยู่ ในหัวจินตนาการภาพบทรักของชายหญิงในคลิปเมื่อครู่ เพียงแต่เปลี่ยนตัวละครเล็กน้อย




ชายที่กำลังขยับสอดใส่ส่วนนั้นเข้าไปในตัวหญิงสาวกลับกลายเป็นตัวเขาที่กำลังมีอะไรกับ..



“จองกุกอา....”



น้องชายตัวเอง




มือหนาขยับไปตามจังหวะในหัวของร่างสูง ริมฝีปากขยับพร่ำเรียกชื่อต้องห้ามออกมาเป็นระยะ สิ่งที่กำลังทำอยู่มันผิด แทฮยองรู้อยู่แก่ใจ แต่มาถึงขั้นนี้จะให้หยุด มันสายเกินไปแล้วล่ะ



แทฮยองเร่งจังหวะมือของตัวเองเมื่อใกล้ถึงที่หมาย เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าคมแต่ร่างสูงไม่ได้สนใจจะเช็ดมันออกไปแต่อย่างใด ในความคิดของแทฮยองยิ่งเตลิดไปไกลกว่าเดิมหลายเท่าตัวเมื่อขยับเข้าใกล้จุดนั้นแล้ว ภาพของจองกุกที่กำลังนอนครวญครางด้วยความสุขสมอยู่ใต้ร่างของงเขามันทำให้แทฮยองแทบบ้า



“ซี้ด จะ จองกุก..อืม”



เอี้ยด



เสียงแผ่นไม้เบียดกันที่ดังขึ้นใกล้ๆทำให้มือหนาชะงักลงทันที ถึงจะรู้สึกเหมือนกำลังได้แตะขอบสวรรค์แล้วโดนผลักลงมา แต่เวลาแบบนี้ใครจะเดินผ่านหน้าก้องเขาได้อีกล่ะ



หรือว่าจองกุก



แทฮยองรีบดึงกางเกงที่กองอยู่ขึ้นมาใส่อย่างลวกๆ เก็บงำความรู้สึกหงุดหงิดที่ไม่ได้ปลดปล่อยไว้ใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยนั่น แล้วเดินไปเปิดประตูห้องทันทีแต่ก็ไม่พบว่ามีใครยืนอยู่ พลันตาคมเหลือบไปเห็นหยดน้ำสีขาวที่หยดอยู่เยื้องๆกับประตูห้องเขาไม่ไกลนัก และคนที่จะดื่มนมเดินไปมาแบบนี้ก็มีอยู่คนเดียว



ร่างสูงสาวเท้าเดินไปยังห้องนอนที่อยู่สุดโถงทางเดินก่อนจะถือวิสาสะเปิดเข้าไปโดยที่ไม่เคาะประตูก่อน แทฮยองเดินตรงไปที่เตียงนอนกลางห้องก่อนจะพบว่าน้องชายของเขาหลับอยู่บนเตียง ที่โต๊ะเขียนหนังสือในห้องมีแก้วนมที่ดูยังไงก็เพิ่งดื่มหมดไปตั้งอยู่



อึก



เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในเวลาเที่ยงคืน ดึงความสนใจทั้งหมดของแทฮยองให้หันไปทางเตียงนอนทันที เด็กหนุ่มย่อตัวลงให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับอีกคนที่นอนหลับตาอยู่บนเตียงพลางเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ๆทีละนิด แล้วก็เจอสิ่งที่ทำให้ใจหล่นไปวูบหนึ่ง



ใบหน้าน่ารักที่หลับตาอยู่มีคราบน้ำนมสีขาวติดอยู่ที่มุมปากจองกุกไม่นอนทั้งๆที่ยังไม่แปรงฟันหรอก



เจ้าเด็กนี่แกล้งหลับอยู่แน่ๆ


แล้วก็คงจะรู้สิ่งที่เขาทำไปก่อนหน้านี้ทั้งหมดแล้วด้วย




“จองกุก ฉันรู้ว่านายยังไม่หลับ”



ทันทีที่พูดจบ เด็กน้อยที่นอนนิ่งจนถึงเมื่อครู่ก็ค่อยๆยันตัวเองขึ้นมาช้าๆก่อนจะพูดออกมาอย่างลนลาน




“ผะ ผมขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูหรอก คะ คือผมแค่เดินผ่านแล้วได้ยินเข้า ผมคิดว่าพี่แทเรียก..ก็เลย มะ ไม่บอกพ่อกับแม่หรอก จะไม่บอกใครเลยนะ อย่าดุผมเลยน-



แทฮยองไม่รอให้อีกคนพูดจบ ใบหน้าคมขยับเข้าใกล้แล้วกดทาบริมฝีปากเข้ากับอีกคนทันที ตาคมจ้องเข้าไปในแก้วตาใสไม่วางตา จองกุกที่เบิกตากว้างด้วความตกใจราวกับกระต่ายตื่นตูมในตอนแรกวูบไหวเมื่อเผลอสบเข้ากับอีกคนจนสุดท้ายจำต้องปิดตาลง ลำแขนแกร่งโอบรั้งคนตัวเล็กเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง




ริมฝีปากหยักค่อยๆขบเม้มไปตามกลีบปากเล็กจนบวมเจ่อขึ้น มือเล็กกำแขนเสื้อของพี่ชายไว้จนเป็นรอยยับตามมือ แทฮยองไม่ยอมผละออกให้เขาได้กอบโกยอากาศเข้าปอดบ้างเลย ร่างเล็กดินขลุกขลักในอ้อมกอดพื่อประท้วงให้อีกคนรู้ว่าลมหายใจที่มีใกล้จะหมดลงแล้ว




แทฮยองค่อยๆละริมฝีปากออกมาแล้วปล่อยให้คนตัวเล็กได้พักหายใจเพียงครู่เดียว ร่างสูงฉวยโอกาสทาบทับริมฝีปากลงไปอีกทีพร้อมกับส่งลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากเล็กทันที คนที่ได้ชื่อว่าพี่ชายขบเม้มดูดดึงลิ้นเล็กอย่างเอาแต่ใจโดยไม่สนใจอีกคนแม้แต่น้อย




“อื้อ.. ห หยุดนะ” จองกุกรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีผลักร่างสูงให้ออกห่างเมื่อโดนป้อมสัมผัสที่ไม่คุ้นเคยให้ นี่ครั้งที่สองแล้วที่พี่ชายของเขาทำแบบนี้ เพียงแต่ตอนนั้นเขายังอยู่แค่ประถม แล้วพี่ชายของเขาไม่ได้ทำอะไรจาบจ้วงขนาดนี้ด้วย อันที่จริงเรื่องตอนนั้นมันเลือนลางมากจนเหมือนกับเป็นแค่ฝัน แต่ตอนนี้เขามั่นใจแล้วล่ะ มันเกิดขึ้นจริงๆ




“...” แทฮยองยอมผละออกมา ทั้งสองคนต่างนั่งเงียบ  ไม่มีใครพูดะไรออกมา




แทฮยองค่อยๆกระชับอ้อมแขน โอบกอดร่างเล็กเอาไว้แน่น “พี่ขอโทษ มันไปเองน่ะ คือ..”




“พี่น้องกันน่ะทำแบบนี้ได้หรอครับ” จองกุกพูดขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ก่อนจะค่อยๆเงยหน้ามองคนที่กอดตัวเองเอาไว้




“..”




“ผมไม่รู้หรอกว่าที่พี่แททำไปมันหมายถึงอะไร แต่มัน..”




“ถึงบอกตอนนี้มันก็สายไปแล้วล่ะ.. พี่หยุดไม่ได้อีกแล้วจองกุก” แทฮยองเอ่ยเสียงเรียบพลางมองสบตากับอีกคนนิ่งๆ




“ที่ว่าหยุดไม่ได้หมายความว่ายังไง.. ผมไม่เข้าใจเลย”




“อย่าถามอะไรที่ตัวเองรู้อยู่แล้วจะได้ไหมจองกุก” กดเสียงต่ำลงพร้อมเคลื่อนใบหน้าเข้าหาลูกกระต่ายในอ้อมอกตัวเองช้าๆ




“ผะ ผมไม่.. คือผม”




“พี่รักนาย..” ริมฝีปากหนาขยับเฉียดไปมากับกลีบปากบางตามคำพูดที่เปล่งออกมา




“พี่แท..”




“ไม่ใช่ในฐานะพี่น้อง มันมากกว่านั้น” ร่างสูงเอ่ยแทรกจองกุกขึ้นมาด้วยประโยคที่อีกคนไม่คาดคิดว่าจะได้ยินมันกับหูตัวเอง




ตึก ตึก ตึก




ทันที่ที่พี่ชายพูดจบก้อนเนื้อในอกร่างเล็กก็มีปฏิกิริยาทันที ทำไมหัวใจถึงเต้นแรงแบบนี้ เต้นแรงจนกลัวว่าอีกคนจะได้ยินมันเข้า




“ใจเต้นแรงจังเลยนะ แบบนี้ยังจะปฏิเสธอีกไหมครับ”แทฮยองเอ่ยพลางลูบหัวอีกคนไปด้วย



“แต่แบบนี้มันผิดนะครับ....เราเป็นพี่น้องกันนะ มันไม่ถู- อ๊ะ“



พรึบ



ร่างสูงใช้มือทั้งสองกดไหล่คนตรงหน้าให้นอนราบไปกับเตียงใหญ่ แทฮยองคร่อมร่างน้องชายเอาไว้พร้อมกับรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างชูไว้เหนือศีรษะ




“มาถึงขนาดนี้แล้วจะให้หยุดงั้นเหรอ? ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่นายไม่เคยปฏิเสธสัมผัสของฉันเลยจริงไหม”


ใบหน้าคมก้มกระซิบชิดใบหู ดวงหน้าหวานแดงเรื่อขึ้นมา



“จ จะทำอะไรครับ อะ..เจ็บ”



ฟันคมขบกัดเนื้อเนียนที่พ้นจากเสื้อนอนจองกุกออกมา ดูดเม้มไปทั่วอย่างเอาแต่ใจจนขึ้นสีแดงจางๆสองสามจุด มือหนาข้างที่ว่างเลื่อนเข้าไปใต้สาบเสื้อ บีบเนื้อนิ่มช่วงเอวด้วยความหมั่นเขี้ยว ปล่อยให้ร่างเล็กร้องครางเบาๆอยู่ใตร่างของตน




“ก็ทำให้เรื่องของเรามันชัดเจนยังไงล่ะครับ คนดีของแทฮยอง” ใบหน้าคมเคลื่อนไปจุมพิตหน้าผากคนใต้ร่าง พร้อมกับปล่อยข้อมือทั้งสองของน้องชายให้เป็นอิสระ แทฮยองปาดหยดน้ำใสที่รินออกมาจากตากลมออกไปราวกับจะปลอบประโลม จองกุกเม้มปากเข้าหากันจนแนบสนิท ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นคล้องคอคนบนร่างเอาไว้ ร่างสูงยกยิ้มที่มุมปากอย่างอารมณ์ดี




มาทำเขาค้าง ก็ต้องรับผิดชอบหน่อยแล้วล่ะ







“อ อ๊า พี่แท..”







คนเราน่ะโง่เสียยิ่งกว่าลา ทั้งๆที่รู้ว่าผิดแต่ก็เลือกจะทำมันอยู่ดี






“จองกุก”



“..”



“นี่ จอนจองกุก”



เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยงก่อนจะดงหูฟังที่สวมไว้ตั้งแต่เมื่อครู่ออกข้างนึง



“อะไรเหรอ ขอโทษนะจีมิน เปิดเพลงเสียงดังไปหน่อย แหะๆ”



คนหน้ากระต่ายหันไปหาเพื่อนที่นั่งข้างๆก่อนจะยิ้มแห้งให้ เพื่อนสนิทส่ายหน้าไปมาอย่างระอาใจจองกุกชอบใส่หูฟัง แทบจะตลอดเวลาเลยแหละ แล้วชอบเปิดเพลงเสียงดัง ต้องเรียกตั้งหลายทีกว่าจะรู้ตัว ถึงจะเพิ่งขึ้นปีหนึ่งได้ไม่นาน แต่จองกุกก็สนิทกับจีมินมากพอควรแหละนะ



“พี่ชายนายมารอแล้ว ไม่รีบออกไประวังมีสาวที่ไหนมาพาตัวไปหรอก”



“ที่ไหน! พี่แทฮยองรออยู่ไหนเนี่ย”



พรึ่บ




จองกุกดีดตัวลุกขั้นทันทีที่เพื่อนพูดจบ แขนเรียวกวาดเอาหนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียนทั้งหมดลงกระเป๋าสะพายใบโตทันที ก่อนจะหันไปจ้องจีมินเพื่อเค้นคำตอบ



“หน้าโรงอาหารวิศวะแหละ ฉันเดินผ่านมาตอนไปซื้อของกิน แต่นายเรียนอักษรไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ให้เขามารับที่นี่ เฮ้ จองกุก”



เมื่อได้คำตอบเป็นที่พอใจแล้ว ขาเรียวในชุดนักศึกษารีบสาวออกไปจากห้องทันที โดยไม่ได้สนใจจะตอบคำถามที่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย





จะให้บอกได้ยังไงล่ะว่าเพราะคณะที่เขาเรียนมีผู้หญิงเยอะ..



เอ่อ เขาไม่ได้หวงอะไรหรอกนะ






“พี่แทฮยอง” ร่างเล็กหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพี่ชายที่นั่งรออยู่ตรงม้านั่งหินอ่อนข้างๆโรงอาหารคณะวิศวะตามที่เพื่อนบอกมา ตอนที่จีมินพูดว่าจะมีผู้หญิงมาจ๊ะจ๋าอะไรกับพี่แทฮยองเขาตกใจแทบแย่ นึกว่าจะมาหน้าคณะเขาเสียอีก



“พี่ใส่สูทมาทำไมเนี่ย ผมบอกแล้วไงว่าถ้าทำงานไม่ต้องมารับน่ะ กลับเองได้ผมอายุสิบเก้าแล้วนะ.. ไม่ใช่เด็กแล้วนี่”



“สำหรับฉัน ต่อให้นายทำงานแล้วยังก็เป็นเด็กอยู่ดี วันนี้แวะบริษัทหน่อยนะพอดีฮยอนจูโทรมาบอกว่าที่ฝ่ายขายมีปัญหานิดหน่อย ไปนั่งเล่นรอพี่แปปนึงนะครับเด็กดี” แทฮยองยิ้มให้บางๆ ยกมือหนาขึ้นวางไว้บนหัวทุยก่อนจะเดินไปทางที่จอดรถด้วยกัน




ร่างเล็กแอบจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิดเมื่อได้ยินชื่อของ ฮยอนจู เลขาที่มาทำงานกับพี่แทฮยอง ตอนนี้พี่แทฮยองเรียนจบแล้ว คุณพ่อเลยยกสาขาย่อยของบริษัทที่โซลให้พี่แทฮยองบริหารอยู่ตอนนี้  จองกุกเองก็เห็นดีเห็นงามด้วยแหละ ถ้าไม่ติดว่ายัยเลขาคนนั้นคอยส่งสายตาแพรวพราวใส่พี่แทฮยองน่ะนะ แค่นึกก็เบะปากออกมาเองแล้ว




แทฮยองเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้จองกุกขึ้นไปนั่งก่อนจะเดินไปฝั่งคนขับ ร่างสูงที่สังเกตเห็นสีหน้าของจองกุกเปลี่ยนไปก็นึกสนุกขึ้นมา ทำไมจะไม่รู้ว่าจองกุกไม่ชอบหน้าฮยอนจูล่ะ แต่เด็กปากแข็งแบบนี้มันน่าแกล้งจะตาย จริงไหม




“เป็นอะไรไปเรา ทำไปทำหน้าแบบนั้นล่ะหื้ม”


 เมื่อปิดประตูรถเสร็จสรรพ แทฮยองหันหน้าไปทางจองกุกก่อนจะเอื้อมมือไปกดล็อคประตูฝั่งผู้โดยสาร ทำให้ใบหน้าของจองกุกห่างจากคอเขาไม่กี่เซน จงใจให้เด็กน้อยของเขาได้กลิ่นน้ำหอมขวดใหม่ที่เพิ่งซื้อมา




ใบหน้าหวานเห่อร้อนขึ้นมาทันทีก่อนจะเบี่ยงหนีมองออกไปนอกหน้าต่างแทนเพื่อซ่อนมันไว้




“เปล่านี่ครับ พี่แทน่ะคิดมากไปเอง ..แก่แล้วเริ่มหลอนหรือไงนะ” เอ่ยตอบไปก่อนจะพูดช่วงท้ายด้วยเสียงที่แผ่วลง เด็กนี่ชักขะเริ่มพยศแล้วนะ




“เฮ้ออ จองกุกคงจะไม่ชอบคนแก่ๆแบบพี่สินะครับ อืม ดูๆไปแล้วฮยอนจูนั่นก็น่ารักดีนะว่าไหม?”




“พี่แทฮยอง!



 จองกุกหันกลับไปตวาดใส่พี่ชายที่ทำเขาประสาทเสียพร้อมกับรัวมือทั้งสองข้างทุบลงตามช่วงแขนอีกคนไม่หยุด




มือหน้ารวมข้ออีกคนตรงหน้าไว้ก่อนจะรั้งมันเข้ามาหาตัว ทำให้จองกุกเอนเข้ามาหาตัวเขาเช่นกัน ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ่มนุ่มที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง




หึงก็บอกมาตรงๆเถอะ ไม่มีใครว่าหรอก อีกอย่างพี่ไม่คนประเภทที่จะนอกใจเมียอยู่แล้ว”




“.....”




“เรานั่นแหละที่คิดมาก เด็กน้อย”





รถยนต์คันหรูเคลื่อนเข้ามาจอดในบริษัท แทฮยองเดินลงจากรถหมายจะเดินไปเปิดประตูให้น้องชายแต่อีกคนกลับเดินกระแทกส้นเท้าเข้าไปในตึกไม่รอเขาเสียนี่สิ




โดนโกรธอีกแล้วสิน้า




จองกุกไม่ชอบให้แทฮยองเรียกเขาว่าเมียหรืออะไรทำนองนั้นน่ะสิ ถึงแม้เราจะเคยมีอะไรกันตอนที่จองกุกเรียนมัธยมปีแรกส่วนแทฮยองอยู่ปีหนึ่งจริงๆก็เถอะ แต่หลังจากนั้นจองกุกก็ไม่ค่อยยอมให้เขาถูกเนื้อต้องตัวเท่าไหร่ กลายเป็นว่ามากสุดก็ทำได้แค่จูบ ถึงหลังจากที่ทำจะโดนทุบเกือบตายก็เถอะนะ.. เพราะคนตัวเล็กบอกว่ามันไม่ถูกต้องเนี่ยสิ




ก็จริงที่มันไม่ถูก ไม่ถูกเลยสักนิดเดียว ตัวเขาเองก็รู้อยู่เต็มอก แต่พอเกิดเรื่องนั้นขึ้นมาจองกุกก็ยอมรับแล้วว่าตัวเองก็คิดตรงกับแทฮยองแท้ๆ แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าหากว่าอยู่นอกบ้านเราก็ต้องทำตัวเป็นพี่น้องกันปกติ แต่ถ้าลับตาคนมันก็อีกเรื่องนึง




ทั้งหึงทั้งหวงขนาดนี้แต่ปากแข็งยิ่งกว่าอะไร แถมยังหวงตัวเพราะคิดมากในความสัมพันธ์อีก แต่เพราะเป็นจองกุก เป็นแบบนี้น่ารักดีออก




“จองกุกอา รอพี่ด้วย” ตะโกนไล่หลังอีกคนก่อนจะวิ่งตามเข้าไปในตึก





เอาล่ะ ได้เวลาแสดงละครพี่น้องที่แสนดีแล้ว






จมดิ่งไปกับบาปที่หอมหวานให้มากกว่านี้อีกสิ







ร่างสูงนั่งรอจองกุกอยู่ที่ม้านั่งตัวเดิม แต่มันเลยเวลาเลิกเรียนของจองกุกมาสองชัวโมงแล้วเนี่ยสิ มัวไปทำอะไรอยู่ที่ไหนกันแน่




วันนี้แทฮยองต้องพาจองกุกไปหาหมอตามนัด ช่วงนี้อาการของจองกุกคงที่มากๆจนไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง แต่ก็ประมาทไม่ได้อยู่ดี




"ช้าชะมัด" ร่างสูงพึมพำกับตัวเองเบาๆพลางลุกขึ้นเดินวนไปมาแถวๆม้าหินที่จองกุกบอกไว้ว่าต้องรอที่โต๊ะนี่เท่านั้น




"ไปหาที่คณะสักวันคงไม่เป็นไรมั้ง"



อันที่จริงก็แค่หาข้ออ้างให้ตัวเองนั่นแหละ เขาก็อยากรู้ว่าคณะที่น้องชายเรียนอยู่มันเป็นยังไงเหมือนกันนะ ถึงเจ้าตัวจะไม่ยอมให้ไปแถมยังไม่บอกเหตุผลด้วยสิ




รู้ตัวอีกทีก็มายืนอยู่หน้าตึกอักษรฯเสียแล้ว




"อ่าว พี่ชายจองกุกหรอครับทำไมวันนี้มารับถึงตึกได้เนี่ย"




ร่างสูงหันไปตามเสียงที่เอ่ยเรียกตัวเองก่อนจะพบร่างของเด็กหนุ่มขนาดตัวพอๆกับจองกุกยืนอยู่ตรงนั้น อ่า ถ้าให้เดาคงจะเป็นเพื่อนสินะ




"อืม จองกุกล่ะ?" แทฮยองเอ่ยถามเสียงเรียบตามแบบเจ้าตัว



ฝ่ายคนถูกถามทำท่าอ้ำอึ้งอยู่พักใหญ่ คนอายุมากกว่าเริ่มหงุดหงิดในใจจนมันแสดงออกมาทางสายตา ทำให้จีมินต้องยอมพูดออกไป




"มีเด็กผู้หญิงนัดจองกุกไปคุยตอนเลิกเรียนน่ะครับ ที่บ่อน้ำหลังตึกนี่แหละ แต่ก็นานแล้ว เขาบอกให้มาดูเพราะพี่อาจจะมาหาแล้วโกรธที่รอนา- เดี๋ยวครับ! นี่คุณ! จะไปไหนน่ะ ย๊า" จีมินพูดยังไม่ทันจบประโยค แทฮยองรีบเดินอ้อมไปหลังตึกคณะจองกุกทันที โดยไม่สนใจเสียงตะโกนของอีกคน




เด็กผู้หญิงผู้หญิงที่ไหนกัน มีผู้หญิงมาชอบน้องชายเขางั้นเหรอ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ขายาวก้าวเร็วยิ่งขึ้นจนไปถึงสถานทีที่เพื่อนของจองกุกบอกเอาไว้




"จองกุก!!!"



ภาพที่เห็นทำให้อารมณ์ของแทฮยองแทบปะทุ หญิงสาวคนหนึ่งกำลังดึงเนคไทสีดำของจองกุกเพื่อรั้งให้น้องชายของเขาโน้มตัวเข้าไปหา ริมฝีปากของสองคนอยู่ห่างกันไม่มาก ใบหน้าของจองกุกเลิกลั่กด้วยความตกใจ ร่างกายไปไวกว่าความคิด



แทฮยองเดินตรงปรี่เข้าไปกระชากข้อมือของหล่อนออกทันทีทำให้หญิงสาวเซล้มไปตามแรง



"พะ พี่แท.. เดี๋ยวสิ นี่! พี่แทฮยอง!"



ตากลมของเด็กหนุ่มเบิกโพลงด้วยความตกใจ ก่อนที่มือหนาของพี่ชายจะเอื้อมมาจับข้อมือของเขาไว้แล้วดึงให้เดินตามไป ถ้าจะให้ถูกต้องเรียกว่าบีบมากกว่า แทฮยองบีบข้อมือเล็กจนจองกุกนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แทฮยองพาจองกุกเดินออกมาโดยไม่ได้หันไปมองด้านหลังอีกเลย



หญิงสาวที่ล้มอยู่มองตามแทฮยองและจองกุกที่เดินออกไป พร้อมกัดริมฝีปากสีแดงชานของเธอด้วยความเจ็บใจ




"พี่แท! ปล่อยก่อนมันเจ็บนะ พี่แทฮยอง ฟังผมก่อนสิ"



 จองกุกพยายามแกะมือที่เกาะกุมอยู่ออกแต่มันไม่ได้ผล ตอนนี้แทฮยองโกรธจนไม่ยอมฟังอะไรแล้ว ยิ่งจองกุกพยายามแกะมือออกเท่าไหร่ แทฮยองคิดว่านั่นคือการปฏิเสธสัมผัสจากตัวเขา ทำให้ความโกรธทวีเพิ่มมากขึ้น แรงที่บีบอยู่ก็แรงมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว




ร่างสูงพาอีกคนเดินมาจนถึงรถที่จอดรอไว้ ก่อนจะปล่อยมือออกจากข้อมือเล็กแล้วเปิดประตูฝั่งคนขับแล้วขึ้นไปนั่งโดยไม่ได้สนใจอีกคนเลย




จองกุกลูบข้อมือตัวเองเบาๆหลังจากถูกปลดพันธนาการ แล้วเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารเข้าไปนั่งตามอีกคน แทฮยองออกรถทันที ระยะทางไปโรงพยาบาลค่อนข้างไกล ทำให้ทั้งสองคนต้องติดอยู่ในความอึดอัดอีกนานมาก




ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไรกันเลย แถมแทฮยองที่กำลังโกรธจัดขับรถเร็วเป็นพิเศษจนจองกุกต้องจับที่ท้าวแขนข้างตัวไว้ด้วย




ความเงียบยังครอบคลุมทั้งสองอยู่และความอึดอัดมันยิ่งเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเท่า จนสุดท้ายจองกุกก็เป็นฝ่ายเริ่มทำลายความเงียบด้วยตัวเอง




"พี่แท.. ฟังจองกุกก่อนนะ"



อีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบอะไรสายตาคมจับจ้องไปยังท้องถนนตรงหน้าอยู่อย่างเดิม ร่างเล็กจึงตัดสินใจพูดต่อไป




"พี่แทฮยอง.. เยรินกับผมไมาได้เป็นแบบที่คิดนะ คะ คือมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย พี่แทอย่าโกรธได้ไหม.."



เอี๊ยด




แทฮยองเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถก่อนจะหันไปมองคนข้างๆตาขวาง




"เข้าใจผิดภาพชัดตำตาแบบนั้นนายยังกล้าโกหกฉันเหรอ อา นี่ฉันเลี้ยงนายมาไม่ดีหรือไงนะ" พูดจบก็ค่อยๆออกรถอีกครั้ง แทฮยองเลี้ยวรถไปทางกลับบ้านทันที



 "เดี๋ยวฉันจะเลื่อนนัดหมอให้ วันนี้ไม่ต้องไป"




จองกุกได้แต่นั่งเงียบไม่พูดอะไรอีกเลย เวลาแทฮยองโกรธน่ะน่ากลัว ถ้ายิ่งพูดยิ่งอธิบายเจ้าตัวจะยิ่งหงุดหงิด ตอนนี้คงต้องปล่อยให้อีกคนทำตามใจตัวเองไปก่อน




รถยนต์คันหรูเคลื่อนเข้ามาในเขตรั้วบ้าน เมื่อจอดสนิทแล้ว แทฮยองเดินนำเข้าบ้านไปโดยทิ้งอีกคนไว้ที่โรงรถ แม่บ้านต่างพากันสับสนเพราะปกติแทฮยองจะดูแลน้องชายดีมาก แต่วันนี้กลับทิ้งให้เดินถือของพะรุงพะรังเข้ามาเองเสียอย่างนั้น




"ขอบคุณมากนะครับ แหะๆ" จองกุกเอ่ยขอบคุณพร้อมยิ้มแหยให้แม่บ้านคนหนึ่งที่เข้ามาช่วยถือของ ก่อนจะเดินขึ้นไปที่ห้องตัวเอง




มือเย็นวันนี้จองกุกลงมานั่งรอที่โต๊ะตามปกติแต่ไม่เห็นวี่แววว่าพี่ชายจะลงมาเลย เขาควรขึ้นไปตามไหมนะ หรือปล่อยเอาไว้ดีหรือปล่อยเอาไว้ดีแล้ว



เวลาผ่านไปนานขึ้น อาหารบนโต๊ะก็เริ่มเย็นชืด เด็กหนุ่มตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปทางห้องของแทฮยอง



ต้องคุยให้รู้เรื่องแล้วล่ะ



"พี่แท ผมเข้าไปนะ" หยุดยืนอยู่หน้าห้องรออีกฝ่ายมาเปิดประตู แต่กลับไม่


จองกุกตัดสินใจถือวิสาสะเปิดเข้าไปเองทันที



"ใครอนุญาตให้นายเข้ามา" เสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆก่อนจะละสายตาจากหนังสือในมือขึ้นมามองหน้าผู้มาเยือน



"พี่แท มาคุยกันให้รู้เรื่องเถอะ"



"มีอะไรต้องคุยออกไปได้แล้ว"


แทฮยองตอบปัดด่อนจะก้มลงไปสนใจนวนิยายเล่มโปรดของเขาต่อ จองกุกที่เริ่มหงุดหงิดที่อีกคนไม่รับฟังอะไรตวาดออกไปดังลั่น




"อย่างี่เง่าได้ไหม! มีอะไรก็คุยกันสิ เป็นพี่น้องกันนะ"



ทันทีที่คำว่าพี่น้องหลุดออกจากปากร่างเล็ก แทฮยองเขวี้ยงหนังสือในมือทิ้งอย่างไม่ใยดีก่อนจะเดินตรงไปกระชากข้อมือเล็กอย่างแรง



"คำก็พี่น้องสองคำก็พี่น้อง พอทีเถอะว่ะ ไม่อยากฟัง"


 มือหนาค่อยๆออกแรงบีบมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้สนใจว่าเมื่อครู่ก็เพิ่งจะทำรุนแรงไป อีกคนยังไม่หายเจ็บด้วยซ้ำ



"ก็พี่น้องไง เพราะงั้นผมจะคุยกับผู้หญิงคนไหน มันก็ไม่ใช่ธุระของคนเป็นพี่ชายนี่!!"



"จอนจองกุก!!!"

แทฮยองตวาดลั่นจนจองกุกสั่นด้วยความกลัว เขาเผลอพูดประชดออกไปเสียแล้ว แววตาคนตรงหน้าแข็งกร้าวอย่างเห็นได้ชัด น่ากลัว.. ราวกับว่าคนคนนี้ไม่ใช่พี่ชายของเขาเลย


"เหมือนนายจะลืมอะไรไปนะ พี่น้องเขาไม่เอากันหรอก หึ"


 เสียงหัวเราะในลำคอกับคำพูดนั่นทำให้ภาพเมื่อหลายปีก่อนย้อนกลับมาในหัวของจองกุก เรื่องที่อยากจะลืมไปให้ได้นั่นน่ะ เรื่องที่แทฮยองรู้สึกกับเขาแบบไหน จองกุกรู้ดี รวมถึงความรู้สึกของเขาที่ตรงกับแทฮยองด้วย


"อ- อย่าพูด.."



เสียงเล็กสั่นครือ ไม่ว่าจะมองมุมไหน เรื่องของเราก็ไม่ถูกต้อง จองกุกพยายามจะกลบมันด้วยการพูดย้ำถึงสถานะบ่อยๆ แต่มันก็ไร้ประโยชน์สิ้นดี


 "อะไรกัน คืนนั้นนายเองก็ไม่ขัดขืนนี่นา อย่าบอกนะว่าลืมไปแล้ว"


 แทฮยองกระชากจองกุกเข้ามาก่อนจะดึงตัวมานั่งทับตบตักเขาอีกที ลำแขนแกร่งล็อคเอวบางไว้อย่างดี ไม่เปิดช่องทางให้อีกคนได้ขัดขืนแม้แต่น้อย


จองกุกทุบแผ่นอกหนาตรงหน้าย้ำๆเพื่อให้ร่างสูงคลายกอด แต่ก็ไม่เป็นผล คนตรงหน้าไม่สะเทือนเลยสักนิด




"ทำไมโตแล้วถึงดื้อกับพี่ล่ะ หืม" ร่างสูงไล่สายตาคมมองใบหน้าหวานลงมาถึงยอดอกสีชมพูที่พ้นชุดนักศึกษาออกมาอย่างแทะโลม



"แต่งตัวไม่เรียบร้อย จะอ่อยกันเหรอ หึ"



"ไม่ใช่น- อ่ะ"


ทันที่ที่พูดจบร่างสูงก็กดริมฝีปากดูดเม้มยอดอกสีสวยทันที ขบ กัด ดูดดึงจนร่างบางบนตักขนลุกเนื่องจากความเสียวซ่าน เสียงหวานหลุดครางเบาๆโดยไม่รู้ตัว




อ้ะ อื้ม.."


เผลอไผลไปกับสัมผัสดีๆที่แทฮยองมอบให้จนแอ่นหน้าอกเข้าหาอีกฝ่ายโดยที่ไม่รู้ตัว ร่างสูงขยับเลื่อนขึ้นขบเม้มตามซอกคอหอมกรุ่นตรงหน้าหลายจุด กลิ่นเหงื่อจางๆทำให้จองกุกดึงดูดตัวเขาอย่างมาก จนสัญชาติญาณดิบมันตื่นตัว



"เวลาฉันละสายตานายจะยอมให้คนอื่นแบบนี้ไหมนะ อยากรู้จัง"


 แทฮยองละริมฝีปากออกมาก่อนจะพ่นคำพูดร้ายกาจต่อในทันที จองกุกผินหน้าไปทางอื่น ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่นจนซีด เขาเผลอไป..อีกแล้วเหรอ



เผลอกับยอม มีเส้นบางๆกั้นอยู่



"หยุดพูดจาแบบนี้ที.. ปล่อยผมได้แล้ว" จองกุกผลักร่างสูง ก่อนจะลุกออกจากตัก ทว่ามือหนารั้งข้อมือบางไว้ก่อนจะเหวี่ยงตัวอีกคนลงกับเตียงกว้างแล้วตามไปคร่อมทับเอาไว้



"เรายังคุยกันไม่จบ" แทฮยองกดเสียงต่ำก่อนจะค่อยๆโน้มใบหน้าเข้าใกล้ลำคอขาวอีกครั้ง



"นายได้อธิบายเรื่องทั้งหมดแน่" ปลายลิ้นชื้นแตะที่ใบหูเล็กเบาๆหมายกระตุ้นอารมณ์คนใต้ร่าง



"อ่ะ.. อ อย่าพี่แทฮยอง.. แบบนี้ไม่ถูกนะ อ้า"


ร่างเล็กออกแรงดิ้นขลุกขลักจนแทฮยองนึกหงุดหงิด ใช้มือที่ว่างอยู่กดไหล่บางลงกับเตียงราบ ตาคมจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตที่ตอนนี้มีน้ำใสๆคลอขึ้นมา



"หลังจากที่ฉันทำให้นายจำไปจนตาย ว่านายเป็นของฉันคนเดียว เป็นของคิมแทฮยองคนเดียวเท่านั้น"



รอยยิ้มร้ายถูกจุดขึ้นบนใหน้าคม ดวงตาร่างสูงแวววาวราวกับสัตว์ร้ายที่หิวกระหาย





หมาป่าตัวร้ายจู่โจมกระต่ายผู้น่าสงสารอย่างไม่ปราณี ริมฝีปากหยักบดขยี้ริมวฝีปากอิ่มของคนใต้ร่างอย่างหนักหน่วง ขบกัดกลีบปากบางที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับตนจนบวมช้ำ หัวเราะในลำคอเบาๆเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมเผยอปากออกเปิดทางให้เขาเข้าไปเล่นสนุกด้านในได้แล้ว



ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหอมหวานในโพรงปากเล็กทันที สัมผัสแปลกประหลาดถูกมอบให้ร่างเล็กอีกครั้ง จองกุกกำชายเสื้อพี่ชายแน่นจนยับยู่ยี่เพราะความรู้สึกแปลกๆในตัวที่เริ่มตื่นขึ้นมา




เหมือนกับตอนนั้น..




แทฮยองไล่กวาดต้อนไปจนทั่ว ค่อยๆดูดดึงลิ้นเล็กเนิบนาบจนเกิดเสียงน่าอายดังขึ้นเป็นระยะ มือหนาค่อยๆสอดเข้าใต้สาบเสื้ออีกคน ลูบไล้ไปตามเอวคอดพลางบีบเค้นอย่างสนุกมือ




จองกุกนอนบิดเร้าอยู่ใต้อาณาเขตของหมาป่าตัวโต มือเล็กค่อยๆเคลื่อนไปคล้องคอคนบนร่างเอาไว้ราว จิตสำนึกที่ย้ำว่านั่นคือพี่ชายค่อยๆจางหายไปและถูกแทนที่ด้วยสำผัสจากอีกคนแทน



"อ อ๊ะ- อื้อ.." เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาเมื่อมือหนาลากผ่านหน้าท้องไปยังเนินอกของตน เรียวนิ้วปัดปายผ่านยอดถันสีชมพูอย่างจงใจ




ลิ้นชื้นไล่เลียริมฝีปากเล็กจนพอใจก่อนจะผละออกมา แทฮยองจ้องใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงจนเห็นได้ชัด ริมฝีปากกระจับที่เผยอออกเพื่อกอบโกยอากาศ เนินอกเล็กที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ และดวงตากลมที่ปรือมองเขา ตาของจองกุกสวยเสมอ แต่เวลาต้องการน่ะสวยยิ่งกว่าอะไรบนโลก ทั้งแววตาและก็เจ้าตัวน่ะนะ



"ปากก็พูดอยู่ได้ว่ามันไม่ถูก แต่ดูแล้วนายก็คาดหวังให้ฉันทำแบบนี้สินะ"


"มะ ไม่ใช่นะ" จองกุกตอบเสียงสั่นก่อนจะเสมองไปทางอื่น



"ดูหน้านายก็รู้ว่าตอนนี้ต้องการฉันมากแค่ไหน" มือหนาออกแรงบีบคางมนก่อนจะเชยขึ้นให้คนที่หลบตามองตัวเองอีกครั้ง


"..."



"จะหยุดก็ได้นะ คนที่จะทรมานไม่ใช่ฉัน แต่เป็นนายต่างหาก"


 ร่างสูงทำท่าจะลุกออกไป แต่ก็ต้องหยุดอยู่เหมือนเดิม เมื่อมือเล็กเอื้อมมาจับที่ท่อนแขนแกร่งไว้ก่อน แทฮยองเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่ามีอะไร กระต่ายน้อยเม้มปากแน่น



"อย่าเพิ่งไป.." เสียงหวานเอ่ยท้วงเบาๆจนร่างสูงนึกสนุกขึ้นมาได้อีก



"อยากให้ฉันช่วย ถ้าอย่างนั้นทำตามที่ฉันบอกสิ" แทฮยองลูบหัวน้องชายเบาๆราวกับจะปลอบประโลม



"ผ- ผมต้องทำยังไง.."



"ไหนลองพูดว่า ร่างกายนี้เป็นของคุณคนเดียว ได้โปรดเข้ามาในตัวของผมทีเถอะครับ แบบนี้น่ะ"


ดวงตากลมเบิกกว้างอย่างตกใจ จะบ้าเหรอ ให้พูดอะไร พี่ชายเขาบ้าไปแล้วแน่ๆ



"มะ ไม่ ไม่เอา"



"ถ้านายไม่พูด ฉันจะลุกออกไปเดี๋ยวนี้"



 แทฮยองทำท่าจะลุกออกไปอีกครั้ง ร่างเล็กตัดสินใจหลับตาแน่นสนิทก่อนจะเอื้อนเอ่ยตามที่อีกคนว่าไว้เสียงสั่น



"ร ร่างกายผม..เป็นของคุณ ได้โปร-"



"อ่ะๆ เป็นของคุณคนเดียวสิ นายเป็นของฉันคนเดียว"



"ร่างกายนี้..เป็นของคุณคนเดียว ดะ ได้โปรด เข้ามาในตัวจองกุกที...พี่แทฮยอง"



แทฮยองไม่รอช้า มือหนาปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาแสนเกะกะของจองกุกออกก่อนจะโยนมันไว้ข้างๆเตียง ร่างสูงจ้องมองเรือนร่างขาวผ่องที่ปรากฎแก่สายตาอย่างหลงไหล มือหนาลูบไล้บีบเค้นไปทั่ว



ร่างสูงจรดริมฝีปากบนผิวเนียน ไล่ฝากรอยรักสีเข้มไปทุกจุดที่ลากผ่าน สร้างเสียงครางหวิวให้ดังเป็นระยะ มือสากเคลื่อนมาจนถึงขอบกางเกงของอีกคน แทฮยองเงยมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้เอ่อล้นด้วยอารมณ์รักที่เขาจุดขึ้นมาอย่างพอใจ



"จะเริ่มแล้วนะจองกุกอา พร้อมแล้วใช่ไหมเด็กดี"


ร่างเล็กไม่เอ่ยตอบอะไร ทำเพียงผินหน้าไปทางอื่นแล้วผงกหัวเบาๆเป็นการอนุญาต





เสียงเตียงไม้กระทบผนังห้องดังขึ้นตลอดคืน พร้อมกับเสียงครางอย่างสุขสมของคนสองคนที่ผสมปนเปจนไม่รู้ใครเป็นใคร





นับแต่คืนนี้ จะไม่มีคำว่าพี่น้องสำหรับเราสองอีกต่อไป








เหล่าลูกแกะผู้โง่เขลา เดินหลงทางอยู่ในเขาวงกตที่ไร้ทางออก





เม็ดฝนเทลงมาไม่ขาดสาย ยิ่งช่วงเย็นแบบนี้แล้ว รถคงจะติดไม่น้อยทีเดียว จองกุกนั่งเล่นอยู่หน้าตึกคณะตัวเองหลังเลิกคลาส มือเรียวยื่นออกไปจนสุด ปล่อยให้น้ำฝนตกกระทบฝ่ามือตัวเองไปเรื่อยๆ




"จองกุก"



 เสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นใกล้ๆ ดึงความสนใจของคนตัวเล็กให้หันไปทางต้นเสียง ชายหนุ่มในชุดสูทเรียบหรูยืนอยู่ไม่ไกลนัก จองกุกรีบสะพายกระเป๋าขึ้นพร้อมมืออีกข้างคว้าร่มที่พกมาด้วย ก่อนวิ่งตรงไปหาอีกคนทันที




"เดินมาทำไมถ้าไม่มีร่ม ผมบอกแล้วไงว่าให้โทรหา" ยู่ปากราวกับเด็กโดนขัดใจก่อนจะยื่นร่มคันสีดำในมือให้คนตรงหน้าไปกาง




"อยากรีบมาเห็นหน้าไวๆไม่ได้เหรอ"



ประโยคหยอกเอินหลุดออกมา จองกุกได้แต่ก้มหน้าซ่อนความเขินอายเอาไว้ มือเล็กทุบที่ต้นแขนพี่ชายรัวๆเป็นการลงโทษ




"พูดอะไรแบบนั้น คนเยอะแยะนะ รีบไปได้แล้ว"



 ร่างเล็กเดินเข้าไปใต้ร่มคันเดียวกันก่อนจะเริ่มออกเดินไปยังที่จอดรถแถวๆคณะของตน





โดยไม่ทันได้สังเกตว่ามีเงาคนแอบตามทั้งสองคนไปด้วย




แทฮยองเปิดประตูรถให้จองกุกเข้าไปก่อนแล้วจึงเดินมาขึ้นฝั่งของตัวเองเพื่อที่อีกคนจะได้ไม่เปียกฝน ช่วงนี้สุขภาพจองกุกทรุดลงมากกว่าเดิม ความดันของเขาไม่ค่อยคงที่เท่าไหร่ ทำให้ต้องเข้าพบหมอบ่อยขึ้น



ร่างเล็กคาดเข็มขัดเรียบร้อยตามที่แทฮยองสอนไว้ตั้งแต่เด็ก มือเรียวควานหายาที่หมอเพิ่งจ่ายให้เมื่อวานในกระเป๋าออกมา ริมฝีปากสีพีชอ้าออกเล็กน้อยก่อนจะใส่เม็ดยาสีขาวเข้าไปพร้อมกินน้ำตาม แทฮยองรอให้จองกุกเก็บของใส่กระเป๋าก่อนจะออกรถ



"ที่บริษัทเป็นยังไงบ้างครับ เหนื่อยไหม"



ร่างเล็กเอ่ยถามพลางเอื้อมมือบีบนวดต้นคอให้คนที่ขับรถอยู่ข้างๆเบาๆ แทฮยองลอบยิ้มเล็กน้อยกับการช่างเอาอกเอาใจของอีกคน



"ก็ปกติดีครับ อ่อจองกุก วันนี้แม่โทรมาหาพี่น่ะ บอกว่าจะกลับมาเยี่ยม จะถึงเกาหลีค่ำๆเนี่ยแหละ"



"อ่อ.. ดีจัง ไม่ได้เจอพวกเขาเกือบปีแหน่ะ" จองกุกยิ้มตอบน้อยๆให้อีกคน เขาไม่ค่อยสนิทกับพ่อแม่เลย เวลาเจอหน้ากันบางทียังวางตัวลำบาก



เพราะหลังจากคลอดไม่นานนัก แม่ของเขาก็บินกลับไปทำงานที่ต่างประเทศกับพ่อน่ะสิ คนที่เลี้ยงดูเขามาก็คือแม่บ้านนั่นแหละ



ไม่รู้สึกผูกพันเลยแฮะ..



"พี่ไปด้วยไม่ต้องคิดมากหรอก นายไม่ได้เกร็งคนเดียว" ร่างสูงพูดปลอบน้องชายเมื่อสัมผัสความคิดของอีกคนได้ก่อนจะหัวเราะเบาๆด้วยความเอ็นดู




"อื้อ นั่นสิ ถ้ามีพี่แท จองกุกก็ไม่กลัวหรอก"



แทฮยองหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าไปในห้างสรรพสินค้าที่ผ่านเป็นประจำ เมื่อรถจอดสนิท ร่างสูงหันมองคนข้างๆที่ไม่รู้ว่าผล็อยหลับไปตั้งแต่ตอนไหน มือหนาลูบผมที่ปรกใบหน้าน่ารักอย่างเอ็นดู



"จองกุกครับ ตื่นก่อนเถอะ ไปดูหนังกัน" ร่างสูงเขย่าตัวคนที่หลับไม่รู้เรื่องเบาๆให้รู้สึกตัว จองกุกค่อยๆปรือตาขึ้นมา กระพริบตาปรับแสงเล็กน้อยแล้วสบตากับอีกคน




"กะ ใกล้ไปแล้วนะ..โถ่" ลืมตาขึ้นมาก็เจอใบหน้าหล่อของพี่ชายอยู่ห่างกันไม่กี่คืบ จะบ้าเหรอไง ไม่ได้อยู่ในห้องกันสองคนจะมาทำแบบนี้ได้ไงเล่า


"ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ฟิลม์รถมืดขนาดนี้" แทฮยองตอบกลับปัดๆก่อนจะเคลื่อนริมฝีปากมาใกล้


"นี่..พี่แทฮยองอ่าา" ทุกการเอื้อนเอ่ยทำให้ริมฝีปากเฉียดโดนกันไปมา กระต่ายน้อยร้องโวยวายปนอ้อนคนพี่จนอีกฝ่ายหลุดยิ้มออกมา ไม่เคยมีใครทำให้เขายิ้มได้บ่อยเท่าเด็กนี่เลยจริงๆ ไม่แปลกที่เขาจะรักจองกุกมากขนาดนี้..


"ชู่ว นิ่งๆไว้นะคะคนเก่ง"



ทั้งสองแลกจูบกันในรถอยู่นาน จองกุกทีที่แรกมีท่าทีขัดขืนเพราะกลัวใครจะผ่านมาเห็นเข้าสงบลงแล้วยอมจูบตอบคนพี่อย่างดี เรียวลิ้นชื้นผลัดกันเกี่ยวตวัดอย่างไม่ทีใครยอมใคร เสียงชื้นแฉะน่าอายดังขึ้นเป็นระยะ ยิ่งในลานจอดรถเงียบๆส่งผลให้เสียงนั้นชัดเจนจนร่างเล็กอดจะอายไม่ได้ ตรงข้ามกับแทฮยองที่พอใจมากๆ




ริมฝีปากค่อยๆผละออกจากกันช้าๆ น้ำใสเปรอะที่มุมปากของทั้งคู่ แทฮยองก้มลุงจุมพิตริมฝีปากสีพีชตรงหน้าเบาๆก่อนจะขยับตัวออกไป ปล่อยให้ร่างเล็กนั่งเขินปิดหน้าปิดตาอยู่ตรงนั้น




หลังจากแวะดูหนังกันสองคนแทฮยองก็ขับรถพาจองกุกไปที่สนามบินต่อทันที อีกสามสิบนาทีเครื่องบินของพ่อแม่จะแลนดิ้งแล้ว



"พี่แท เจอพ่อกับแม่ผมควรพูดอะไรกับท่านดี.." หลังจากคุยเรื่องสัพเพเหระจบ จองกุกก็เปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาอีก แทฮยองยังเงียยไม่ได้ตอบอะไรเพราะมัวแต่จดจ่อสมาธิอยู่กับการขับรถ




"พี่แท.. พ่อกับแม่จะรู้เรื่องของเราไหม"



แทฮยองเหยียบเบรกตามสัญญาณไฟจราจรพอดีกับที่ร่างเล็กเอ่ยคำถามที่สองขึ้นมา มือหนากำพวงมาลัยแน่นอย่างใช้ความคิด ถ้าพ่อแม่รู้เรื่องนี้งั้นเหรอ บ้าน่า ท่านจะไปรู้อะไร แทบไม่กลับมาที่เกาหลีด้วยซ้ำ บางทีสองปีได้เจอกันแค่ครั้งเดียว..จะไปรู้อะไรได้



พวกเขาไม่เข้าใจความรู้สึกของเราสองคนหรอก



"ไม่หรอก เรื่องของพวกเรา เราจะรู้กันแค่สองคน"


 เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางจุมพิตหน้าผากมนของน้องชาย ปลอบให้เด็กหนุ่มรู้สึกดีขึ้น ก่อนที่จะเหยีนบคันเร่งเพื่อมุ่งหน้าไปสนามบินต่อ



ครั้งก่อนๆก็จับไม่ได้ ครั้งนี้ก็ต้องเหมือนกันนั่นแหละ



แทฮยองกับจองกุกยืนรอพ่อแม่ที่จุดนัดพบไม่นานนัก ร่างของหญิงสาววัยกลางคนแต่ทว่าดูสาวกว่าทั่วไปพร้อมกับหนุ่มใหญ่ดูภูมิฐานเดินเข้ามาหาทั้งสอง ฝ่ายหญิงถอดแว่นตากันแดดสีทึบออกก่อนจะระบายยิ้มให้ลูกของเธอทั้งสอง




"ไม่เจอกันนาน สบายดีไหมลูก"



แทฮยองพยักหน้าให้เป็นคำตอบส่วนจองกุกก็ทำแค่ยิ้มให้จากด้านหลังของแทฮยอง เธอเห็นดังนั้นจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำใกล้ๆก่อน




"ที่บริษัทเป็นยังไง มีปัญหาอะไรไหม" คราวนี้เสียงทุ้มใหญ่เอ่ยถามขึ้น พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นหวังจะเอาคำตอบจากปากลูกชายคนโต



"ปกติดีครับ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ"




"ถ้าอย่างนั้นก็ดีไป จองกุก ไปหลบหลังพี่เขาทำไม" ตาคมเบนไปมองคนด้านหลังแทฮยองแทน จองกุกสะดุ้งเบาๆก่อนจะก้าวเท้าออกมาจากเงาของพี่ชาย



"ปะ เปล่าครับ คุณพ่อสบายดีไหม" เสียงเล็กเอ่ยถามอย่างกล้าๆกลัวๆ



"ก็ดี ลูกสบายดีก็ดีแล้ว" ผู้เป็นพ่อตอบก่อนจะยกสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมาดู ถ้าให้เดาก็คงจะเช็คตารางงานตามเคยนั่นแหละ คุณพ่อเขาเป็นพวกบ้างาน ส่วนแม่ก็ติดสอยห้อยตามไปในฐานะเลขาส่วนตัวนั่นแหละ




หลังจากสิ้นคำพูดนั้น ทั้งสามคนก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง บรรยากาศอึดอัดก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างเล็กยืนเกร็งเป็นพิเศษโดยมีแทฮยองคอยจับเอาไว้ไม่ยอมห่าง ก่อนที่ชายคนเดิมจะเอ่ยทำลายความเงียบอีกครั้ง



"อาการป่วยจองกุกเป็นอย่างไรบ้าง"




"ช่วงนี้จะหอบบ่อยๆ ขาดยาไม่ได้ครับ ความดันของน้องไม่ค่อยคงที่ เลยต้องหาหมอถี่ขึ้น" แทฮยองตอบทันควัน


"ดูแลน้องแกดีๆแล้วกัน แม่เดินมานั่นแล้ว กลับบ้านเถอะ จอดรถไว้ที่ไหน"



"4H"



สิ้นคำตอบ ผู้เป็นพ่อเดินนำออกไปทันที พร้อมกับทิ้งกระเป๋าเดินทางของตนและภรรยาไว้ให้ลูกชายลากตามมา



แทฮยองกัดฟันกรอดด้วยความไม่พอใจ ผู้ชายคนนั้น จองกุกไม่ได้ป่วยเป็นไข้หวัดนะ ดูไม่เป็นห่วงเลยสักนิด น่าโมโหที่สุด ร่างสูงเดินไปคว้ากระเป๋าเดินทางใบยักษ์ทั้งสองมาไว้ในมือ แล้วพาจองกุกเดินตามทั้งสองคนไป



เมื่อถึงบ้าน แทฮยองเอารถไปจอดในโรงรถแล้วยกสัมภาระออกมาโดยมีจองกุกช่วยอยู่ข้างๆ ในขณะที่พ่อกับแม่เดินนำเข้าตัวบ้านไปก่อนแล้วพร้อมกับแม่บ้านที่ปกติจะมาช่วยแทฮยองกับจองกุกถือของ ก็ต้องตามรับใช้พวกคนหน้าเงินนั่นต้อยๆ สุดท้ายเขาก็ต้องมาทำเองสองคน



"พี่แท ให้ผมลากกระเป๋าเข้าไปนะ" เสียงเล็กเอ่ยอาสา



"ไม่เป็นไร กระเป๋าใบตั้งใหญ่จะเหนื่อยเปล่า"



"แต่จองกุกอยากช่วย พี่แททำหลายอย่างแล้ว เอามานี่เลย"


จองกุกยื่นมือไปแย่งกระเป๋าในมือแทฮยองมาจับเอาไว้แน่น จนสุดท้ายร่างสูงก็ต้องยอมทำตามใจเด็กคนนี้อยู่ดี



"ครับครับ พี่ยอมแล้ว เข้าบ้านกันเนอะ" แทฮยองถือถุงกับของพะรุงพะรังเดินออกมาจากโรงรถ


ร่างสูงแอบก้มหอมแก้มเนียนนุ่มเบาๆแล้วเดินหนีเข้าบ้านไปทันที ปล่อยให้กระต่ายน้อยยืนงงอยู่กับที่



"พี่แทฮยองนี่!!"



น่ารักแบบนี้ใครจะทนไม่รักอยู่ได้ล่ะ





เสียงนกคุยกันยามเช้าดังขึ้นจากไกลๆ แสงแดดส่องผ่านทะลุผ้าม่านเข้ามา เปลือกตาสีมุกขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆปรือขึ้น ร่างของจองกุกพลิกหันหลังใส่แดงแดดแล้วฝังตัวเองไว้ในผ้าห่มเหมือนเดิม มือเรียวปัดป่ายหาหมอนข้างใกล้ๆแล้วดึงเข้ามากอดเอาไว้ ใบหน้าหวานซุกเข้าที่หมอนข้างที่คว้าได้



"อือ.. พี่แทฮยอง"


ร่างเล็กพึมพำเบาๆออกมาก่อนสะดุ้งเฮือกเพราะเสียงนาฬิกาปลุกข้างเตียงส่งเสียงเตือน ตากลมประพริบเพื่อปรับแสงก่อนจะมองไปรอบๆ



อ่า วันนี้เขามานอนที่ห้องตัวเองนี่นา ลืมไปเลย



เพราะพ่อกับแม่มา เขาเลยตกลงกับแทฮยองว่าจะกลับไปนอนห้องตัวเองจนกว่าพวกท่านจะกลับไป ถึงแทฮยองจะงอแงว่าให้แอบมานอนก็ได้เพราะพวกท่านคงไม่เข้ามาหาแต่มันก็ไม่ปลอดภัยหรอก ในความรู้สึกของจองกุกน่ะนะ


แต่รู้สึกแปลกๆเหมือนกันนะ ก็ทั้งปีมานี้เขานอนกอดพี่แทฮยองทุกวันเลยนี่



เจ้าของห้องยันตัวเองให้ลุกขึ้นเดินไปยังโต๊ะเขียนหนังสือก่อนจะเปิดลิ้นชักออกมา มือเรียวควานหายาประจำตัวแล้วค่อยๆใส่มันเข้าปากแบบที่ทำเป็นประจำ




ช่วงนี้เขารู้สึกเหนื่อยไปหมด แค่ขยับตัวเล็กน้อยความเหนื่อนก็โถมเข้ามาจนไม่อยากจะทำอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเงียบเอาไว้ เพราะถ้าบอกพี่แทฮยองจะต้องเป็นห่วงมากแน่ๆ อยากให้คนคนนั้นมีสมาธิในการทำงานมากกว่าเนี่ยสิ




ก๊อก ก๊อก


"คุณจองกุกคะ อาหารเช้าเสร็จแล้วค่ะ"



เสียงเคาะประตูกับแม่บ้านดังขึ้นทำลายความเงียบ จองกุกค่อยๆลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้องแล้วยิ้มให้แม่บ้านคนนั้น ก่อนที่เธอจะเดินกลับลงไป



จองกุกเดินออกมาจากห้องเพื่อจะลงไปที่ห้องอาหาร พอดีกับที่แทฮยองเปิดประตูออกมาพอดิบพอดี



"พี่แท"


ร่างเล็กมอบซ้ายขวาเพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ก่อนโผเข้ากอดร่างสูงแน่น แทฮยองตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงนิ่งไปชั่วขณะ



"จองกุกอา เป็นอะไรไป….หืม เป็นอะไรครับ"


 ร่างสูงกอดตอบอีกฝ่ายแน่นพลางลูบหัวทุยนั่นเบาๆเพื่อปลอบเมื่อเห็นว่าอีกคนตัวสั่นเล็กน้อยราวกับจะร้องไห้



"ไม่รู้สิครับ.. รู้สึกอยากกอด อยากกอดพี่แทแบบนี้ไปตลอดเลย ไม่อยากแยกกันเลย" ร่างเล็กพูดเสียงอู้อี้เพราะซุกอยู่ที่อกแกร่งของพี่ชายอยู่



"ไม่คิดแบบนั้นนะครับ เราอยู่ด้วยกันนี่ไง อยู่ด้วยกันตลอดไปเลย ไม่คิดมากนะครับเด็กดี" ร่างสูงก้มหอมหน้าผากมนฟอดใหญ่ก่อนจะพาอีกคนเดินลงไปห้องอาหารพร้อมกัน



"อรุณสวัสดิ์ทั้งสองคน" หญิงสาวเอ่ยทักทันทีที่ลูกชายทั้งสองเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะ



"ครับ"


 แทฮยองและจองกุกขานรับพร้อมกันก่อนจะลงมือรับประทานอาหารของตัวเอง ร่างเล็กเหลือบมองไปทางพ่อกับแม่บ่อยๆด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย อึดอัดชะมัด เมื่อไหร่พวกเขาจะกลับกันนะ



"ขอตัวนะครับ ผมจะไปทำงานแล้ว จองกุกไปเรียน เดี๋ยวพี่ไปส่ง" แทฮยองรวบช้อนหลังเสร็จมื้ออาหารแล้วลุกขึ้นทันที จองกุกเห็นดังนั้นจึงรีบรวบช้อนตัวเองแล้วทำท่าจะลุกตามไป แต่โดนขัดเอาไว้ก่อน



"จองกุกก็โตแล้ว ทำไมยังต้องไปรับไปส่งอีกล่ะ" ร่างสูงหันไปมองผู้ชายที่นั่งหัวโต๊ะตาขวาง



"ทางผ่าน เลยแวะส่ง"


 แทฮยองตอบด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิดเล็กน้อย จองกุกกึ่งนั่งกึ่งยืนทำหน้าตาเลิกลัก ตากลบมองพ่อทีพี่ชายที จนคนที่นั่งเงียบอยูนานต้องเอ่ยปากช่วย



“คุณคะ ให้พี่น้องเขาไปด้วยกันเถอะค่ะ ยังไงก็เป็นทางผ่านไปบริษัทตาแทอยู่แล้ว ลูกๆรีบไปเถอะ จะสายแล้ว ไปๆ”




ผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นทำให้คนที่ค้านอยู่เงียบลงแล้วยอมปล่อยให้ทั้งสองคนออกไปพร้อมกัน จองกุกรีบเดินดุ๊กดิ๊กไปตรงที่พี่ชายยืนอยู่ทันที โดยที่ไม่ลืมหันกลับมาโค้งให้บุพการีทั้งสองที่ยังวุ่นวานกับอาหารมื้อเช้าอยู่ ก่อนจะรีบพากันเดินไปยังโรงจอดรถทันที



“ที่แท วันนี้ตอนเย็นผมมีนัดทำงานกับเยริ- โอ๊ย ระวังหน่อยสิ โถ่”


 มือเล็กเอื้อมไปหยิกแขนพี่ชายของตนเป็นเชิงตำหนิ ที่ขับรถส่ายไปมาจนหัวทุยๆไปโขกกับกระจกที่ประตูรถเนี่ย ทำไมจะไม่รู้ว่าจงใจล่ะ โถ่เอ๊ย พอพูดถึงเยรินก็เป็นแบบนี้ทุกที



คนแก่ขี้หึงกันทุกคนหรือเปล่านะJ



“ยัยคนนั้นอีกแล้วหรอ พี่ล่ะเบื่อจริงๆให้ตายสิ เดี๋ยวก็โดนเขาทำอะไรแปลกๆใส่อีกหรอก” ร่างสูงจิ๊ปากไม่พอใจ ทำเสียงฮึดฮัดจนคนที่นั่งข้างๆได้ยิน ร่างเล็กแอบอมยิ้มด้วยความเอ็น



“พี่แทไปนั่งด้วยก็ได้ หมายถึงถ้าอยากปะ-



“ไป! ที่ไหน กี่โมง”



ทีแบบล่ะไวจังนะพ่อคุณ




จองกุกขอแยกตัวกับจีมินออกมาหลังเลิกคลาสเพื่อไปหาเยรินตามสถานที่นัดพบ อันที่จริงงานนี้เป็นงานคู่ เขาจะทำคู่กับจีมินนั่นแหละแต่เพราะเยรินเข้ามาพูดก่อนว่าอยากอยู่กับจองกุก ในใจปฏิเสธแทบแย่แต่ก็เกรงใจอยู่ดี พูดมาขนาดนี้แล้วจะไม่ตอบตกลงมันก็ดูไม่ดีนั่นแหละ



เขาถึงต้องมานั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนเข้าๆตึกเรียนนี่ไง



“นี่จองกุก ส่วนนี้เราหาข้อมูลมาแล้วล่ะ” หญิงสาวที่นั่งรออยู่ก่อนยิ้มให้เขาแล้วยื่นแฟรชไดร์ฟมาให้เขา



“ขอบคุณนะ เออเยริน เดี๋ยวเราไปรับพี่ชายแปปนึง ฝากดูของหน่อยเดี๋ยวเรากลับมา”



"ได้สิ วางของไว้ตรงนี้แหละเดี๋ยวเราดูให้เอง"



 เยรินเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานให้ ถ้าเป็นคนอื่นคงจะมองว่าน่ารักมากๆ แต่จองกุกก็รู้สึกว่าเธอไม่ได้ยิ้มให้เขาอย่างจริงใจนักหรอก หลังจากวันที่เธอนัดเขาไปเจอหลังตึกแล้วสารภาพรักไม่พอ ยังพยายามจะจูบเขาจนพี่แทฮยองเข้าใจผิดไปใหญ่โต



ผู้หญิงคนนี้ร้ายกว่าที่คิด



"พี่แทฮยอง ทางนี้ครับ"ร่างเล็กตะโกนข้ามฝั่งถนนไปหาพี่ชายพร้อมโบกมือให้สัญญาณ แทฮยองข้ามถนนมาหาคนตัวเล็กทันที



"ไหน ละแม่เยรินนั่นน่ะ"



"อย่าไปเรียกเขาแบบนั้นสิพี่ก็ อย่าไปทำหน้าตาไม่พอใจด้วยนะ" แอบหยิกพุงจนร่างสูงทำหน้าเหยเก




"รู้แล้วน่า.. ไปเถอะ"



จองกุกพาแทฮยองเดินมาถึงโต๊ะม้าหินที่วางของไว้ เยรินเอ่ยทักทายแทฮยองตามมารยาทก่อนที่จะหันมาคุยเรื่องงานกับจองกุกต่อ




แทฮยองนั่งสังเกตการณ์อยู่นาน คราวนี้เยรินไม่ทำอะไรรุ่มร่ามกับจองกุกเหมือนวันนั้น ถึงจะเห็นแค่แปปเดียวก็รู้ว่าใครเป็นฝ่ายรุกนั่นแหละ ทั้งสองคนคุยกันปกติจนแทฮยองเริ่มวางใจไปเปราะหนึ่ง



"งั้นตกลงตามนี้นะ ไว้เราจะเอาไฟล์งานมาให้อีกที" ผ่านไปสองชั่วโมง จองกุกก็เอ่ยจบการสนทนาเสียที แทฮยองกับจองกุกบอกลาหญิงสาวที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม ก่อนจะลุกแยกออกไป



รอยยิ้มเย็นเผยขี้นบนใบหน้าน่ารักทันทีที่สองพี่น้องคล้อยหลังไปแล้ว หญิงสาวรวบกองเอกสารบนโต๊ะให้เรียบร้อยแล้วเก็บใส่กระเป๋าสะพายของเธอ



"นายเซอร์ไพรส์แน่จองกุก"





แทฮยองขับรถพาจองกุกกลับไปที่บ้าน ระหว่างทางทั้งสองคนก็คุยกันอย่างทุกวัน ตอนนี้ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันแค่สองคนก็มีแค่บนรถเท่านั้นแหละ เพราะถ้าถึงบ้าน พี่น้องที่เป็นผู้ชายจะตัวติดกันแจมันก็ดูไม่ดีหรอกใช่ไหม..




"จะว่าไปแล้วงานที่ทำนั่นคืออะไรหรอ ทำไมต้องทำเป็นคู่ด้วย"




"เป็นการแนะนำประวัติศาสตร์ของเมืองต่างๆในญี่ปุ่นน่ะครับ แล้วก็นำเสนอเป็ยภาษาญี่ปุ่นด้วย มันเยอะก็เลยต้องแบ่งกันเป็นคู่ๆ คู่ละ4เมืองน่ะ"




"อ่อ.. นายเรียนเอกนี้นี่นา ลืมไปเลยแฮะ"



"ลืมได้ยังไงกัน น่างอนจริงๆเลยคนแบบนี้เนี่ย..”




ทั้งสองคนคุยกันเรื่อยเปื่อย ไม่รู้ว่าจองกุกเผลอหลับไปตอนไหน ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่แทฮยองปลุกเขาเพราะว่าถึงบ้านนั่นแหละ ช่วงนี้ขยับตัวแค่นิดเดียวก็เหนื่อยเหมือนจะขาดใจแล้ว ร่างเล็กเดินขึ้นไปบนห้องแล้ววางกระเป๋าทิ้งไว้ ก่อนจะกลับลงมาก็พบว่าแม่ของตนยืนอยู่ที่ปลายบันไดพอดิบพอดี




“เรียนเป็นยังไปบ้างลูก”  ผู้เป็นแม่เห็นลูกชายเดินลงมาก็เข้ามาไถ่ถามทันที




“ก็ปกติดีครับ มีงานนิดหน่อย วันนี้ผมคงนอนดึกหน่อยล่ะ” จองกุกเอ่ยตอบยิ้มๆ



“งานอะไรล่ะ แม่อยากเห็นบ้างจัง”



“นำเสนอประวัติศาสตร์ของเมืองในญี่ปุ่นน่ะ จองกุกบอกผมตอนอยู่บนรถ” แทฮยองที่เดินตามเข้ามาทีหลังตอบแทน



“งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นให้แม่ดูด้วยสิ อยากเห็นผลงานของลูกๆบ้างน่ะ ได้ไหมจ๊ะ”



“อ่า..ครับ ถ้างั้นไว้ทานอาหารกันเสร็จผมจะซ้อมนำเสนอให้ดูด้วยเลยแล้วกัน”




จองกุกรีบตัดบทแล้วเดินเข้าห้องอาหารไป โดยมีแม่และแทฮยองตามมาติดๆ ตากลมกวาดมองไปรอบๆแต่กลับไม่เห็นเงาของผู้เป็นพ่ออยู่เลย ความสงสัยก่อขึ้นในใจจนแสดงออกมาทางสีหน้าจนคนรอบข้างสังเกตเห็นได้



"วันนี้พ่อออกไปธุระข้างนอกน่ะจ้ะ ไม่รู้จะกลับมากี่โมง" คนแม่ตอบราวกับอ่านใจได้ จองกุกทำแค่พยักหน้าให้แล้วเข้าไปนั่งที่โต๊ะ โดยตำแหน่งข้างๆเขาเป็นของแทฮยอง




ทั้งสามคนนั่งจัดการกับอาหารตรงหน้าเงียบๆ ไม่มีใครคุยอะไรกันอีก จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ๆ อาหารมื้อนี้ก็สิ้นสุดลง



"อาหารอร่อยมั้ย วันนี้แม่ทำเองเองเลยนะ"



"ครับ อร่อยมากครับ" จองกุกตอบยิ้มๆ อร่อยก็จริงแต่เขาชอบรสมือแม่บ้านมากกว่า


ยังไงก็ต้องชอบอาหารของคนที่คอยเลี้ยงดูตัวเองมามากที่สุดอยู่แล้วนี่



"ก็ดี รีบขึ้นไปดูงานน้องเถอะ จองกุกนอนดึกไม่ได้" แทฮยองพูดขึ้นแล้วลึกออกจากโต๊ะทันที โดยมีจองกุกลุกตามไป



"ถ้าอย่างนั้นขอช่วยแม่บ้านล้างจานแปปนึงนะ เดี๋ยวแม่ตามไป" หญิงวัยกลางคนส่งเสียงบอกก่อนจะตามแม่บ้านเข้ามาเก็บจานบนโต๊ะแล้วเดินตามไป



"นี่จองกุก ถ้านายไม่ชอบให้เธอมายุ่ง ก็บอกไปตรงๆดีกว่า"



 แทฮยองปิดประตูห้องจองกุกไว้แล้วยืนพิงมองน้องชายก้มๆเงยๆตั้งโน้ตบุ๊คบนโต๊ะ เขาล่ะอึดอัดแทนจริงๆ ดูก็รู้ว่าอีกคนไม่ได้เต็มใจเท่าไหร่ แต่ความที่จองกุกปฏิเสธคนไม่เป็น สุดท้ายก็ลงเอยแบบนี้ตามเคย



"ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่งานเอง ดูหลายๆคนจะได้ช่วยกันติเนอะ ถึงจะอ่านไม่ออกแค่ดูท่าทางตอนผมพรีเซนต์ก็ได้" ร่างเล็กละออกจากโน้ตบุ๊คที่เปิดเตรียมไว้แล้วคว้าเอากระเป๋าสะพายมาเพื่อจะหาแฟรชไดร์ฟที่เยรินให้มา



ยังคาใจกับรอยยิ้มของผู้หญิงคนนั้นอยู่เลย..ให้ตายสิ




ก๊อก ก๊อก



"ขอเข้าไปนะจ๊ะ"


ผู้เป็นแม่เคาะประตูก่อนจะเปิดเข้าไป แทฮยองหลีกทางออกมาให้เธอสามารถเดินเข้ามาสะดวกขึ้น



"ถ้าอย่างนั้นผมเริ่มเลยนะ" บรรยากาศทั้งหมดดูเป็นปกติเหมือนกับทุกวัน จองกุกเสียบแฟรชไดร์ฟของเขาเชื่อมกับโน้ตบุ๊คแล้วเปิดไฟล์ข้างใน



"อ่าว ทำไมเป็นไฟล์ภาพเยอะแยะเลยล่ะ มันต้องเป็นpower point สิ.." ร่างเล็กพึมพำเบาๆเมื่อพบว่าไฟล์มันไม่ใช่ที่ตกลงกันไว้ เยรินทำผิดเหรอไงนะ




"เดี๋ยวเอาไปแก้ก็ได้น่าจะทัน จะลองเปิดก่อนไหม" แทฮยองเสนอขึ้น ซึ่งจองกุกก็ตกลง นิ้วเรียวกดคลิกที่รูปภาพบนสุด




ภาพที่ปรากฏขึ้นมาทำให้เขาแทบล้มทั้งยืน



จอโน้ตบุ๊คฉายภาพของเขากับพี่ชาย กำลังจูบกันอยู่ในรถมือเรียวพับโน้ตบุ๊คลงมาทันทีที่ภาพนั้นปรากฏขึ้นมา ร่างทัังร่างสั่นไปด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าแม่ของเขาเห็นภาพนั้นทันหรือเปล่า




"เมื่อกี๊รูปใครน่ะ จองกุกแอบมีแฟนไม่บอกแม่หรอ ไหนเปิดขี้นมาอีกทีซิ แม่ยังมองไม่ชัดเลย" ไม่ชัดนั่นแหละดี




"จองกุก ทำไมปิดแบบนั้นล่ะ" คราวนี่เป็นพี่ชายของเขาที่พูดขึ้นบ้าง ให้ตายเถอะ ไม่รู้สถานการณ์เลยนะไอพี่บ้า



"อ อ่อ.. เหมือนเยรินจะหยิบแฟรชไดร์ฟผิดอันน่ะครับ พี่แทฮยอง ไว้ค่อยดู นะ .. แม่ อย่า!" จังหวะที่หันไปตอบพี่ชาย หน้าจอโน้ตบุ๊คก็ถูก้ปิดขึ้น โดยฝีมือของแม่เขาเอง




"ไหนดูหน่อยยัยนั่นเอาอะไรมาให้น้องฉั-... " แทฮยองชะโงกหน้าไปดูในจอก่อนจะชะงักงันไป



นั่นมันรูปเขากับจองกุก


ที่สำคัญคือแม่เขา..เห็นเข้าแล้ว



"แทฮยอง จองกุก" เสียงของแม่บังเกิดเกล้าเปล่งขึ้นเรียบๆ ไม่มีใครกล้าพูดกล้าตอบอะไรไป จองกุกกำมือแน่นจนสั่นระริก ปากเล็กเม้มแน่นสนิทไม่คิดจะปริปากพูดอะไรออกไป



"มันคืออะไร ภาพพวกนี้มันคืออะไร พวกลูกทำอะไรกัน!"




เสียงที่มีอำนาจก็ดังขึ้นเรื่อยๆ เรียวนิ้วกดเลื่อนดูภาพต่อๆไป รูปทั้งหมดในแฟรชไดร์ฟเป็นรูปของแทฮยองกับจองกุกทั้งหมด ทั้งกอด เดินจับมือ หอมแก้มกัน รวมถึงรูปที่เขาจูบกันบนรถนั่น เป็นวันที่เขาแวะห้างก่อนไปรับพ่อกับแม่ที่สนามบินไม่ผิดแน่





ประเด็นคือทำไมเยรินถึงมีรูปพวกนี้ หรือว่าเธอตามเขาอยู่ตลอด



นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่





"ทำไมพวกลูกเป็นแบบนี้.. นี่มันบ้าชัดๆ บ้ามาก บ้าที่สุด! พวกเธอเป็นพี่น้องกันนะ!! ทำแบบนี้ได้ยังไงห้ะ!" ผู้เป็นแม่ละออกจากจอโน้ตบุ๊คปรี่เข้ามาทุบตีลูกของเธอทั้งสองคน ถึงมันจะไม่เจ็บอะไรเท่าไหร่เพราะมันแค่แรงของผู้หญิงคนนึงเท่านั้น ความเจ็บแปลบแล่นเข้ามาในใจของทั้งคู่ เมื่อเห็นว่าบนใบหน้าของเธอมีหยาดน้ำตารินรดลงมาเป็นสาย




ผิดหวังสินะ



ปล่อยไว้สักพัก แม่ของเขาก็เริ่มสงบลง จองกุกยังคงยืนนิ่งไม่พูดจา ตัวเล็กสั่นเทิ้มไปหมด ถึงแรงแค่นั้นจะไม่ทำให้แทฮยองเจ็บ แต่กับจองกุกที่ร่างกายไม่แข็งแรง มันไม่เหมือนกันเลย



ร่างเล็กเซไปมาจนแทฮยองต้องคว้าตัวแล้วประคองเอาไว้ แม่ของเขายืนดูภาพนั้นด้วยแววตานิ่งเฉย ทั้งที่น้ำตายังไม่หยุดไหล



"มิน่า พวกลูกถึงดูเป็นห่วงกันขนาดนั้น.. ฉันน่าจะเอะใจเหมือนพ่อพวกเธอบ้างนะ"



"หมายความว่ายังไง" แทฮยองเอ่ยขึ้น เสียงทุ่มสั่นเครือเล็กน้อยเหมือนพยายามสกัดกั้นอารมณ์ขุ่นเคืองในใจอยู่



"พ่อพวกเธอเขาเคยบอกฉันน่ะสิ ว่าลูกอาจจะ.. เป็นแบบนี้ ทำไมล่ะแทฮยอง ทำไมถึงทำแบบนี้ ทำไมพวกลูกเป็นแบบนี้"



"คนที่ไม่เคยจะสนใจใยดีลูกตัวเองแบบคุณสองคนไม่มีวันเข้าใจหรอก ว่าที่ผ่านมาเราอยู่กันเองสองคนมันรู้สึกยังไง!"



"..."



"และเรื่องของเรา ที่มันบิดเบี้ยวแบบนี้ก็เพราะพวกคุณละเลยเรามาตลอด.. กลับบ้านมาก็ทำเหมือนเราเป็นคนใช้ ยิ่งใหญ่มาจากไหนหรอ เหอะ"



"ฉันพยายามทำงานส่งเงินให้พวกเธอตลอดเวลา.. ยังเรียกว่าละเลยได้อีกงั้นเหรอ ที่เหนื่อยไปมันไม่ได้อะไรเลยใช่ไหม!"



"แค่เงินมันจะไปสำคัญอะไรวะ พวกเราก็เป็นเด็ก ก็อยากได้ความรักความอบอุ่นที่มันจับต้องได้ แต่ไม่เคยได้รับ จนสุดท้ายพวกเราก็มอบมันให้กันเอง ตอนนี้จะมาเอาอะไรอีก"




แทฮยองกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าแดงก่ำใบด้วยแรงโทสะที่จวนเจียนจะระเบิดออกมาเต็มทน



"รักหรอ คิดว่าแบบนั้นคนอื่นจะรับได้เหรอ "



                “เสียแรงที่เลี้ยงดูส่งเสีย ให้มีกินมีใช้ไม่น้อยหน้าชาวบ้านเขา แต่กลับมาทำเรื่องอัปรีย์จัญไรแบบนี้
-



"นี่คุณ!!!"



"พอได้แล้ว!"



จองกุกที่นิ่งเงียบอยู่นานตะโกนขัดทั้งสองคนที่ไม่มีท่าทีจะหยุดเถียงกันได้ ทั้งสองคนละความสนใจจากกันหันมาทางเขาแทน



"หยุดเถียง..ก กัน ได้แล้ว"



"จองกุก!!" ทั้งแทฮยองและแม่ตะโกนออกมาด้วยความตกใจเมื่อลูกชายคนเล็กล้มลงกับพื้นทั้งยืน แทฮยองรีบประคองตัวร่างเล็กขึ้นมาบนตัก



"พี่แท..เจ็บ จองกุกเจ็บหน้าอก.. มาก" พูดทั้งๆที่ยังไม่ลืมตาขึ้น มือเล็กกำเสือบริเวณอกซ้ายจนยับยู่ยี่ จะว่าไปจองกุกยังไม่ได้กินยาเลยนี่นา บ้าจริง




"หายาสิ! ยาในกระเป๋า จองกุกพกยาอยู่" แทฮยองตวาดลั่นจนคนเป็นแม่ที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกสะดุ้งเฮือก รีบรื้อกระเป๋าสะพายของจองกุกออกมาทันที



แต่ข้างในไม่มียาอยู่เลย



จะว่าไปแล้วตอนนั้น ยัยเยรินเฝ้ากระเป๋าจองกุกไว้นี่



"นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ!!! โทรเรียกรถพยายาลเลย!!"



แทฮยองนั่งกุมขมับตัวเองอยู่หน้าห้องผ่าตัดฉุกเฉิน จองกุกอยู่ข้าง ตอนนี้จองกุกต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน ร่างสูงมองไปที่ประตูห้องผ่าตัดอยู่เกือบจะตลอด ขอให้จองกุกปลอดภัย ขอให้ปลอดภัย ในหัวคิดอยู่แค่นี้



"รถพยาบาลมาแล้วนะจองกุกอา อดทนไว้นะครับ"



 ร่างสูงกระชับอ้อมแขนแน่นขณะอุ้มอีกคนไปขึ้นรถ ลมหายใจของจองกุกแผ่วลงมาก ความเจ็บปวดแสดงออกทางสีหน้ามากขึ้นกว่าเดิม



แทฮยองให้แม่ตามพ่อเขากลับมาแล้วไปที่โรงพยาบาลทีหลัง จนตอนนี้ผ่านไปสองชั่วโมง จองกุกยังไม่ออกจากห้องผ่าตัดเลย



ร่างสูงก้มมองมือตัวเอง ยังรับรู้ความอบอุ่นจากฝ่ามือของจองกุกที่กุมเอาไว้ตลอดทางได้อยู่เลย น้ำใสๆค่อยๆเอ่อขึ้นมาจนบดบังทัศนียภาพรอบข้างให้พร่ามัว แทฮยองไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็น กลับนั่งร้องโฮออกมาโดยไม่สนสายตาหมอและพยาบาลที่เดินไปมาตรงหน้าเลยสักนิด



สวบ


เสียงเบาะเก้าอี้ข้างๆยวบลงดึงความสนใจจากแทฮยองให้หันไปมอง ก็พบว่าผู้มาเยือนคือพ่อของเขาเอง



"แม่แกไม่กล้าสู้หน้าแกน่ะ ปล่อยไปเถอะ ไม่ต้องตามหรอก"



"หึ ขนาดเวลาแบบนี้แท้ๆ.. เป็นแม่ที่ดีจริงๆ"



"เขาก็คงช็อคบ้างแหละ แม่นั่นมองโลกในแง่ดีไป ฉันไม่ค่อยตกใจก็เพราะพอจะรู้นี่แหละ"



"..."



"ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้หรอก ฉันก็เข้าใจพวกแกนะ แต่ถึงยังไงมันก็เกินที่จะทำใจรับได้จริงๆ..ความสัมพันธ์แบบนี้"



"แล้วจะให้ผมทำยังไง เกิดมาผมก็ตัวคนเดียว หลังจากนั้นก็มีจองกุกเข้ามา แต่พวกเราก็อยู่กันเอง จนตอนไหนไม่รู้ที่มัน..เป็นแบบนี้" ร่างสูงพูดเสียงสั่น



"พวกฉันขอโทษ ทั้งแก แล้วก็จองกุกด้วย"



"จะมารู้สึกผิดตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว! ทุกอย่างเป็นเพราะพวกคุณนั่นแหละ เพราะคุณ จองกุกเป็นแบบนี่ก็เพราะคุณ เพร-"



พรึ่บ


ไฟที่หน้าห้องผ่าตัดดับลง ดึงความสนใจของแทฮยองให้ไปอยู่ตรงนั้นทันที ประตูค่อยๆเลื่อนออกพร้อมกับหมอในชุดปลอดเชื้อ



"ญาติคุณจองกุกใช่ไหมครับ"



"ครับ.." แทฮยองยืนขึ้นเดินไปใกล้ๆกับหมอเจ้าของไข้จองกุกทันที



"นะ น้องชายผมปลอดภัยดีใช่ไหมครับ หมอ.. คุณอย่าเงียบแบบนี้สิ ตอบผมมาสิ!" ร่างสูงเขย่าตัวแพทย์หนุ่มราวกับคนเสียสติ จนคนเป็นพ่อต้องลุกขึ้นมาจับเอาไว้




"แทฮยอง! ตั้งสติหน่อย"



"ฮึก..น้องชายผม ปลอดภัยใช่ไหม" แทฮยองสะบัดแขนให้หลุดจากพันธนาการแล้วมายืนตรงหน้าหมออีกครั้ง



แต่คำตอบที่ได้มา ทำให้เขาชาวาบไปทั้งตัว




"เราไม่สามารถรักษาชีวิตคนไข้เอาไว้ได้ เนื่องจากอาการลิ้นหัวใจผิดปกตินั้นรุนแรงขึ้น ประกอบกับความดันโลหิตสูงขึ้นจากเดิมมาก ทางเราได้พยายามสุดความสามารถแล้วครับ"






แกะที่เหลือรอด ต้องมีชีวิตต่อไป







เสียงเพลงเบาสมองที่ฟังมาตลอดทางถูกกดหยุดโดยเจ้าของสมาร์ทโฟนหรู คิมแทฮยอง ที่ตอนนี้มาบริหารบริษัททั้งหมดแทนพ่อของตนเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน



5 ปีแล้วที่ไม่ได้กลับมาที่นี่



5 ปีแล้ว..ที่สูญเสียคนรักไปอย่างไม่มีวันได้คืน




นับจากวันที่จองกุกจากเขาไป แทฮยองแทบกลายเป็นบ้า กินไม่ได้นอนไม่หลับร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน



พ่อกับแม่ก็ไม่ต่างกัน..



หมอเจ้าของไข้บอกว่า จองกุกกินยาไม่ค่อยตรงเวลา และความดันไม่คงที่ บวกกับโรคลิ้นหัวใจรั่วที่แสดงอาการชัดขึ้น.. และขณะที่ถูกส่งตัวมาโรงพยาบาล คนไข้มีภาวะเครียดทำให้คสามดันบีบสูงขึ้น จนไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้..




พ่อกับแม่ทนเห็นแทฮยองอยู่ในสภาพย่ำแย่แบบนั้นต่อไปไม่ได้ จึงส่งเขาไปบริหารสาขาที่ต่างประเทศ และเพิ่งยกบริษัททั้งหมดให้เขาเมื่อสองปีก่อนนี้



แทฮยองโตพอที่จะรับผิดชอบทุกอย่างได้แล้ว



คนขับรถเดินมารับกระเป๋าจากร่างสูงแล้วพาไปขึ้นรถ มือหนาหยิบเอียร์โฟนขึ้นมาเสียบไว้ที่หูทั้งสองข้าง เรียวนิ้วสไลด์เลือกเพลงจนมาถึงเพลงล่างสุด ที่มีชื่อเพียงแค่หัวใจสีดำดวงเดียว



เสียงเพลงกล่อมเด็กดังขึ้นมาหลังจากที่กด แทฮยองอายุสามสิบได้แล้วแต่ก็ยังชอบฟัง และฟังแทบทั้งวัน ไม่ใช่เพราะเพลงมันพิเศษอะไรหรอก



ที่พิเศษน่ะคือคนร้อง


เสียงของคนที่รักสุดหัวใจร้องเพลงเจื้อยแจ้วดังขึ้นมา หัวใจที่ยับเยินของแทฮยองก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที


คิดถึงจนแทบบ้า.. แต่ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว



รถยนต์หรูเลี้ยวเข้ามาจอดในตัวบ้านที่คุ้นเคย แทฮยองเดินลงจากรถหยุดยืนอยู่หน้าตัวบ้านแล้วมองไปรอบๆ



เหมือนเดิมทุกอย่างจริงๆ..ยกเว้นหัวใจของเขา




"แทฮยอง กลับมาแล้วหรอลูก เข้ามาเร็ว กินข้าวกันนะ วันนี้แม่ทำเองเลย" แม่ของเขาออกมาต้อนรับที่หน้าบ้านแล้วพาเดินไปยังห้องอาหารทันที โดยที่พ่อก็นั่งอยู่ก่อนแล้ว



เก้าอี้ประจำที่จองกุกชอบนั่งถูกยกออกไป อ่า..คงไม่อยากให้เขาคิดถึงสินะ แต่ห้ามไม่ได้หรอก



พ่อกับแม่ปฏิบัติต่อเขาดีขึ้นมาก แต่สิ่งที่แลกไปมันกลับมีค่ากับเขามากกว่า.. จนป่านนี้พูดไปก็เท่านั้นแหละ




หลังจบมื้ออาหารแทฮยองก็ขอแยกตัวขึ้นไปนอนพักบนห้อง ร่างสูงทอดสายตาไปตามโถงทางเดินจนถึงห้องของใครบางคน



แทฮยองเปิดประตูเข้าไป กลิ่นของอีกคนที่ยังลอยจางๆในห้องยังคงอยู่



คิดถึง..


ร่างสูงถอดกุญแจดอกเล็กๆออกมาจากสร้อยคอที่ตนใส่ ก่อนจะเดินตรงไปยังโต๊ะเขียนหนังสือของอีกคน





'ถ้าเกิดว่าผมเป็นอะไรไป พี่เอากุญแจนี้ไปเปิดลิ้นชักที่โต๊ะผมดูนะ'


'พูดอะไรของนาย ไม่ดีเลยเนี่ย ไม่เอาหรอก'


'นะ.. ถือว่าจองกุกขอ เก็บไว้เถอะ'


'...'


'ถ้าไม่มีอะไรก็ไม่ต้องใช้มันไง โถ่เอ๊ย คิดมากไปได้'


'โอเค งั้นพี่จะเก็บไว้แล้วไม่แตะต้องมันอีก เราจะได้อยู่กับพี่ตลอดไปเลย'


'อื้อ! ขอบคุณนะครับ'





สุดท้ายก็ต้องเอามันออกมาใช้สินะ..


แทฮยองเสียบลูกกุญแจเข้าไปแล้วไขมัน มือหนาดึงลิ้นชักออกมา ข้างในมีจดหมายวางอยู่ฉบับนึง


ร่างสูงบรรจงหยิบมันขึ้นมา แล้วค่อยๆแกะผนึกออก มีกระดาษสมุดลายกระต่ายที่จองกุกชอบใช้เป็นประจำสอดอยู่ แทฮยองคลี่มันออกแล้วไล่อ่านมันช้าๆ




'ถ้าพี่ได้อ่านจดหมายนี่ คงจะมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับผมแล้วสินะ แย่จัง.. ไม่อยากให้พี่อ่านมันเลย เพราะตั้งใจจะอยู่กับพี่ตลอดไปเนี่ยสิแต่คงไม่ไหวสินะ ร่างกายของจองกุกคนนี้ไม่อดทนเลยเนอะ

พี่แทฮยอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าโทษตัวเองเลยนะ ผมอยากให้พี่รู้ว่า ที่ผ่านมาผมมีความสุขมาก ดีใจมากๆที่มีคนรักแบบพี่.. ถึงมันจะไม่ถูกต้องเท่าไหร่ก็เถอะ

อย่าเอาแต่คิดถึงผม อย่าร้องไห้นะ ตอนอ่านก็อย่าร้องไห้ หมดหล่อแล้วคุณแทฮยอง หยุดร้องเลยนะครับ

สุดท้ายนี้ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ถ้าผมทำอะไรให้พี่โกรธ ยกโทษให้ผมด้วยนะ..

ผมรักพี่ที่สุดเลย







ถ้าเราได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง ขออย่าให้เราต้องเป็นพี่น้องกันอีก



ให้เราเป็นคนแปลกหน้าที่มารักกัน



จะได้ไม่มีใครต้องเจ็บปวด





-END-



_______________________________________


ก่อนอื่นต้องขอบคุณบ้าน @VKfictionsTH ที่จัดโปรเจกต์ดีๆขึ้นมานะคะ

เราได้เพื่อนที่ชิปคู่เดียวกันเยอะขึ้นมากๆ 5555


เราลองแต่งแนวนี้ครั้งแรก แถมดันเป็นช่วงงานเยอะด้วย ฟิคเลยเดือดสุดๆ

อาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ <3


ถ้ามีข้อผิดพลาดอะไรติชมได้แล้วก็ขออภัยด้วยค่ะ

อย่าลืมตามฟิคเรื่องอื่นๆนะทุกคนน 


031217 Vfoliage



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

653 ความคิดเห็น

  1. #653 Toey_2004 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 08:47
    ร้องห้าย
    #653
    0
  2. #649 lazy_human (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 20:35
    ถึงจะรู้ว่ามันผิดขนาดไหน แต่ก้ไม่สามารถห้ามความต้องการได้สินะ...ร้องไห้หนักเลยล่ะตอนนี้;__;
    #649
    0
  3. #645 Toom2pm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 23:54
    สงสารความรักทั้งสอง
    #645
    0
  4. #627 Ztart (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 12:26
    หดหู่มาก ทุกอย่างเหมือนเดิมยกเว้นใจของผม แงงงงงง
    #627
    0
  5. #624 _Namploy_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 14:46
    แงงงงงงงงงงงง ㅠㅠㅠㅠ
    #624
    0
  6. #617 kkkanunnn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 12:06
    แงง เศร้ามากๆเลย น้ำตาไหลเลยค่ะ บรรยายดีมากๆ อ่านลื่นมาก
    #617
    0
  7. #599 Chartaam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 22:12

    ถึงแม้จะรู้สึกผิดบาปหน่อยๆแต่ก็หดหู่กับตอนจบโคตรๆ เออนะแค่ขอให้เป็นคนแปลกหน้าสองคนแล้วมารักกันยังดีกว่าซะอีก

    #599
    0
  8. #590 namfonnps23 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 02:18
    ฮืออออ เศร้ามาก จองกุกลูก ฮือออ สงสารแท สงสารกุก ;-;
    #590
    0
  9. #578 พึ่งณ้อยตัวหณึ่งณี้ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:32
    นี่อ่านฟิควีกุกเปงพี่น้องแท้ๆกันมาเรื่องทีาสามละ ไม่มีเรื่องไหนจบดีสักเรื่อง ฮือออออออออออ. เรื่องนี้ก็บีบหัวใจมากกก น้องก็ต้องมาตายตอนจบ โอยย. หัวใจคนอ่านแตกสลายตายไพแร้ววววว
    #578
    0
  10. #566 flimmy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:10
    ฮืออออ เศร้าจัง
    #566
    0
  11. #565 flimmy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:10
    ฮืออออ เศร้าจัง
    #565
    0
  12. #549 มากาลองงง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 18:55
    เศร้ามาก น้ำตาคลอเลย
    #549
    0
  13. #539 Sirayugi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 22:30
    น้ำตาไหลเลยอะไรท์โหดร้ายยยยToT
    #539
    0
  14. #534 kiimt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 21:31
    เรากรี๊ดมาตลอดเรื่อง แต่สุดท้ายมาพล็อตทวิสกันแบบนี้ จิตใจไรท์ทำด้วยอะไร ฮือ T-T
    #534
    0
  15. #491 astrosanha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 23:21
    หน่วงมากเลยฮือนํ้าตามาสองตอนแล้วแง่งง ตอนแรกๆนี่ก็ได้กลิ่นม่านิดๆแต่คิดไปคิดมาไม่ใช่หรอกมั้งคิดไปเองทั้งนั้นฮืออจบแบบนี่ก็หน่วงมากๆเลยฮืออ
    #491
    0
  16. #428 vvmk912 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 02:34
    แงง หน่วงมากกก จัลล้องงงง
    #428
    0
  17. #369 chorcchor (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 11:16
    ชอบอะ555 แต่ตอนจบเศร้าเกิ้นนนTT
    #369
    0
  18. #306 toonyimsmile (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 18:09
    อ่านแล้วร้องไห้หนักมาก เจ็บปวดมากเลย
    #306
    0
  19. #305 JUNGKOOK (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 17:23
    เรื่องนี้แบบㅠㅠ บีบหัวใจ แทเลี้ยง ดูแลน้องมาอย่างดี เจ็บปวดมากสินะ
    #305
    0
  20. #304 PoOPLiaw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 16:36
    อ่านจบแล้วน้ำตาไหลเลยอะ หืมมม
    #304
    0
  21. #276 Alpha_x (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 14:59
    ขยี้แล้วขยี้อีก สงสารทั้งคู่รวมทั้งพ่อแม่ ทุกคนต่างมีเหตุผลที่จะทำ ยกเว้นแต่ยัยเยรินแกเกลียดลูกฉันมาจากชาติปางไหน ถึงเล่นกะเอาตายแล้วก็ตายจริงๆ ด้วย ฮือ อ่านแล้วความรู้สึกมันปั่นๆ มั่วไปหมด ร้องไห้แล้วไรท์ก็ยังขยี้อีกให้ร้องอีก เป็นตอนที่ดีงาม
    #276
    0
  22. #273 เต่าน้อย เต่าน้อย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 22:31
    เศร้าาา ไม่น่าเลยย
    #273
    0
  23. #211 jan_ck (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 17:21
    ชอบมากค่ะ สนุกมาก ร้องไห้ตามเลย หน่วงกินใจดี แต่ติดที่มีคำผิดเยอะหน่อย
    #211
    0
  24. #202 tae_rainysky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 00:27
    อย่าให้เจอยัยเยรินแถวบ้าน แม่จะพุ่งเข้าไปต่อยสักสองหมัด ฮือออ
    #202
    0
  25. #196 Liny_Tiny (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 22:26
    เศร้ามากๆ
    #196
    0