มินตรา

ตอนที่ 4 : มินตรา ตอนที่4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,480
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    14 ม.ค. 55

 

ตอนที่4

 

รถโฟล์วีลคันย่อมของปรมินทร์แล่นปราดออกไปพร้อมรอยยิ้ม เมื่อได้ยินเสียงยินดีของคณะทำงานที่เฮลั่นด้วยความตื่นเต้นในหลักฐานทางโบราณคดีที่เพิ่งพบ

...ในที่สุดข้าก็เจอท่านแล้ว วรามิตร... แว่วเสียงหวานสั่นพลิ้วอย่างยินดีแทรกเสียงของเพื่อนร่วมงานและรุ่นพี่เข้าสู่สมองส่วนลึกของอรสรวงจนรอยยิ้มกว้างนั้นเจื่อนลง

หญิงสาวหันมองเลิกลั่กอยู่เหนือหลุมขุดค้นก่อนจะคว้ามือเพื่อนสนิทลงไปในหลุมขุดค้น

 พลอยแกได้ยินหรือเปล่า

อีกแล้วใช่ไหม ในถ้ำนั้นกับหินรูปคน จะต้องมีอะไร...แปลกๆใช่ไหมแก

“ไม่รู้แต่ว่า เสียงมันแปลกๆ เหมือนละครวิทยุ”

ละครวิทยุที่ไหนล่ะแก นึกแล้วเชียว ฉันอุตส่าห์พยายามทำเป็นลืมบรรยากาศสยองในถ้ำนั่นไปแล้วเชียวใบหน้าซีดๆของอรสรวงเริ่มมีสีเลือดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงบ่นของเพื่อนก่อนจะหัวเราะเบาๆ

แกนี่ก็ตาขาวจริง แต่แปลกจัง เสียงคุ้นมากเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน

บอกมาก่อนว่าในถ้ำน่ะมีอะไรแปลกๆใช่ไหม

ก็น่าจะมีนะ ฉันไม่ใช่คนทรงนะแก แค่รู้สึกแต่ไม่รู้อะไรแน่ชัดหรอก

นึกแล้วเชียว พี่เอสิหน้าบานเลยเจอของเด็ด นี่ถ้าแกไม่มาที่นี่ด้วยรับรองไม่มีวันที่ใครจะเจอแหวนวงนั้น

แกก็พูดเกินไป แหวนวางอยู่ทนโท่

ไม่ได้ยินเหรอที่พี่เอบอกว่าเข้าไปสำรวจหลายรอบแล้วแต่กลับมองไม่เห็น ฉันน่ะโคตรมั่นใจเลยว่าต้องเป็นเพราะแกแน่ เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสมัยที่เรายังเรียนอยู่ อรสรวงทำตาปริบๆครั้นจะบ่ายเบี่ยงก็ไม่รู้ว่าจะบ่ายเบี่ยงไปทำไม พิมพ์พลอยเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทที่รับรู้ถึงความสามารถพิเศษในการรับรู้ถึงดวงวิญญาณของเธอนอกเหนือจากคนในครอบครัว

แล้วที่พักเราล่ะ บ้านพักน่ะมีอะไรหรือเปล่า พิมพ์พลอยถามไปก็หวั่นใจไป

ไม่นี่ ไม่เห็นจะรู้สึกอะไร

ค่อยยังชั่ว งั้นก็ทำงานกันต่อเถอะ

อือ จากนั้นสองสาวก็ทำงานกันอย่างขะมักเขม้น โดยสลับกันยกบุ้งกี๋ที่เต็มไปด้วยดินทรายที่ตรวจสอบดูแล้วว่าไม่มีเศษวัตถุโบราณปนอยู่ขึ้นบนปากหลุมรอให้คนงานมายกไปเทกองรวมกันสลับกับการใช้แปรงปัดแซะรอบเศษวัตถุโบราณที่พบเจอทั้งคู่วนเวียนทำอยู่เช่นนั้นจนเย็นย่ำ

 

พระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้วรถโฟร์วีลจึงแล่นเข้ามาบริเวณหลุมขุดค้นพร้อมกับเจ้าของใบหน้าเคร่งขรึมที่อรสรวงอึดอัดทุกครั้งที่เจอ แต่ก็จำใจต้องขึ้นรถไปคันเดียวกันเพราะบ้านพักที่ติดกันนั้นเป็นเหตุ ทว่าราวอีกฝ่ายจะรู้ตัวหรือไม่ก็คงเข้าใจแล้วว่าเธอไม่พอใจในตัวเขานัก จึงไม่แม้จะปรายตามองเธอ แต่ก็ยังพูดคุยกับกลุ่มขุดค้นคนอื่นๆตามปกติ

หลังจากแยกย้ายกันบ้านใครบ้านมันได้ไม่ถึงชั่วโมงมธุรสก็มาพร้อมกับอนันต์ชัยโดยต่างขับขี่รถจักรยานยนต์มาคนละคัน

ไงพออยู่ได้ไหมฟ้า พลอย มธุรสทักทายรุ่นน้องก่อนจะยื่นถุงอาหารที่ซื้อมาฝากให้อรสรวง

ก็ดีนะคะพี่หวาน ที่นี่อากาศดีไม่ร้อนแล้วก็ไม่หนาวกำลังสบายเลยค่ะ

ดีแล้วจะได้อยู่ช่วยกันจนกว่าจะหมดหน้างานตรงนี้ ว่าแต่ไอ้ฟ้า แกไม่คิดจะมาทำงานข้าราชการบ้างหรือไง

ก็สนใจนะพี่เอ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงบ้าง

สบายมาก ก็แค่ไปสอบกพ.ไว้ เดี๋ยวพอมีตำแหน่งว่างพี่จะติดต่อไป แกก็มาสมัคร มันมีเรื่อยๆล่ะจะได้มาทำงานด้วยกัน ก่อนหน้านี้ทำไมไม่มาว้า

จบไปแล้วฟ้ายังจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยพี่เอ ไปช่วยญาติทำงานอยู่ตั้งสองปี ยังไงก็ขอบคุณพี่เอมากนะคะ

เฮ้ยไม่ต้องขอบคุณ เพราะงานนี้ไม่มีเล่นเส้นเว้ย แกก็ต้องสอบเข้าสอบสัมภาษณ์เหมือนคนอื่นๆแต่พี่จำได้ว่า แกน่ะเก่งยังไงก็คงได้ล่ะมั้งแต่อาจจะไม่ได้ทำงานที่นี่นะแล้วแต่เขาจะให้แกไปบรรจุที่ไหนนั่นล่ะ เออพี่เอารถจักรยานยนต์มาให้เผื่อใช้ขับไปหาของกินจะได้ไม่ลำบาก ขี่เป็นไหม

เป็นค่ะพี่ตอนสมัยอยู่ที่บ้านที่ต่างจังหวัดก็ชอบขี่ไปซื้อขนมในตลาดประจำตำบลอยู่แล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่เออรสรวงตอบพลางยกมือไหว้รุ่นพี่ในความมีน้ำใจนั้น มธุรสชะโงกมองไปอีกบ้านหนึ่งอย่างสงสัยใคร่รู้

คุณปลัดไม่อยู่บ้านนี่ ไปไหนรู้ไหม

ไม่ทราบสิคะ อรสรวงตอบก่อนจะไปลองขึ้นรถจักรยานยนต์ทดสอบให้คุ้นเคยเข้าไว้

พี่หวานแล้วคุณปลัดนี่ เขาพักอยู่คนเดียวหรือคะ ทำไมเขาไม่ให้แฟนเขามาอยู่ด้วยล่ะคะพิมพ์พลอยเดินมาพร้อมจานใส่ผลไม้พลางเอ่ยปากถาม

เฮ้ย คุณปลัดปรมินทร์เขายังไม่มีแฟนนะเธอ

เอ๋ ไม่มีได้ยังไงคะก็ เอ่อ..ก็ที่เข้ากรุงเทพฯไปไม่ใช่ไปหาแฟนเขาหรือคะ อาจจะมีภรรยาแล้วก็ได้พิมพ์พลอยแย้งเบาๆตาก็มองไปยังอรสรวงที่ดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจใครเลยเพราะกำลังจะขับเคลื่อนจักรยานยนต์ออกนอกรั้วเตี้ยๆนั้นแล้ว

โสดจ้ะยืนยันว่าโสดสนิท สาวๆแถวนี้มองตาเป็นมัน มาทำงานที่นี่ได้เกือบปีแล้วเข้ากรุงแค่สองหนเองมั้ง

เออสาวๆแถวนี้ควรเล็งอยู่ล่ะ รวมทั้งแกด้วยไงไอ้หวาน ก็เล่นหล่อเหลือเกิ้นหล่อขนาดเสียอย่างนั้น นี่ถ้าตูเป็นผู้หญิงหน่อยไม่ได้ตูจะตามติดเช้าสายบ่ายเย็นเลยคอยดูดิอนันต์ชัยพูดติดตลกทั้งที่ตนแต่งงานแต่งการมีลูกมีภรรยาแล้ว

แรดเน้อะมธุรสกล่าวพลางหัวเราะกับพิมพ์พลอยที่หัวเราะไปทำหน้าฉงนไปกับสิ่งใหม่ที่ได้รับรู้

เมื่อรุ่นพี่กลับกันไปพิมพ์พลอยจึงลากอรสรวงมาเล่าด้วยความตื่นเต้น

ฟ้า แกเข้าใจผิดแน่ๆเรื่องที่คุณปลัดนั่นมีแฟนแล้วเอาเงินฟาดหัวผู้หญิงให้เลิกกับเขาน่ะ

เข้าใจผิดอะไรฉันได้ยินกับหู เห็นกับตา อย่ามามั่วน่าแก

จริงๆนะเว้ย ตะกี้พี่หวานบอกว่าคุณปลัดปรมินทร์ยังไม่มีแฟน ไม่ใช่แค่ไม่มีเมียนะ แม้แต่แฟนยังไม่มีเลย เขาทำงานที่นี่มาเกือบปีไม่เคยมีเรื่องชู้สาวเสียด้วยซ้ำ

จะเป็นไปได้ยังไง แล้วที่ฉันเห็นที่ฉันได้ยินมันแปลว่าอะไรล่ะ

เป็นไปได้ไหมว่าเขามาแทนคนอื่น เหมือนที่แกต้องเอาเช็คให้อีหนูแทนลุงแกไง อรสรวงถึงกับนิ่งอึ้งพลางหวนนึกไปถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น ยิ่งนึกก็ยิ่งเข้าเค้าว่าเธออาจจะเป็นฝ่ายเข้าใจผิดไปเอง

เวรแล้วไหมล่ะ หญิงสาวทำตาปริบๆมองเพื่อนแล้วก็ให้นิ่งอึ้งไปอีกรอบ พิมพ์พลอยเปิดยิ้มกว้าง

อย่างนี้เขาชอบแก แกเองก็ชอบเขาได้แล้วสิ สีหน้าล้อของเพื่อนสนิททำให้หน้านวลแดงระเรื่อก่อนจะทำโมโหกลบเกลื่อน

เพ้อเจ้อ ฉันไปแสดงกิริยาไม่ดีใส่เขาขนาดนั้น ป่านนี้คงถอนใจไปแล้วมั้ง อีกอย่างไม่แน่ว่าเราอาจจะเข้าใจถูกแต่พี่หวานกับคนแถวนี้ล่ะเข้าใจผิด  ไม่เอาล่ะฉันหิวแล้ว ของกินที่พี่ๆเขาเอามาฝากอยู่ตรงไหนฉันจะไปกิน พิมพ์พลอยชี้ทางไปก่อนจะหยิบเอาหมอนอิงมากอดไว้และจ้องมองเพื่อนอย่างรู้เท่าทัน อรสรวงรีบเดินเข้าไปด้านหลังของบ้านพัก กิริยาจัดเตรียมฟ้าปลาอาหารเชื่องช้าลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ผ่าน

หรือเราจะเข้าใจผิดจริงๆ แววตาของผู้ชายคนนั้นคล้ายตามหลอกหลอนดังจะถามไถ่เธอว่า เขาทำผิดอะไร...

เฮ้อ... คนอย่างเธอเมื่อมีเรื่องไม่สบายใจมีเพียงวิธีเดียวคือทำให้ความไม่สบายใจนั้นหมดไปด้วยต้นเหตุ หญิงสาววางจานในมือก่อนจะเดินออกไปทางด้านหน้าของบ้านพักแล้วชะโงกข้ามรั้วมองว่าประตูที่ปิดซึ่งก็เดายากว่าปิดเพราะคนยังไม่มาหรือคนเข้าไปอยู่ข้างในแล้ว  แต่เมื่อเหลือบเห็นกุญแจอันโตคล้องอยู่เธอจึงถอยออกมาทำหน้ายุ่งมองเพื่อนพลางทอดถอนหายใจ

ตายล่ะเพื่อนฉัน ไม่เห็นหน้าเขากินข้าวไม่ลงเลยเหรอ หรือว่าแค่มองประตูบ้านก็ชื่นนนนใจแล้ว

เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยวเลย ยัยพลอย มาช่วยคิดหน่อยสิว่าฉันจะทำยังไงดี

ไม่รู้ ตัวเองไปเชิดกับเขาเองก็คิดเองสิว่าจะง้อเขายังไง

ฉันไม่ได้จะง้อเขานะ แค่...รู้สึกไม่ค่อยดี พิมพ์พลอยหัวเราะคิกๆก่อนที่ยิ้มนั้นจะคลายไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอรสรวงไม่เคยมีท่าทางแบบนี้ให้เธอเห็นเลยนับแต่คบกันมาเกือบสิบปี

นี่แกชอบเขาจริงๆใช่ไหม

อะไรอีกล่ะ

ก็แกไม่เคยจะแคร์ใครอะไรอย่างนี้เลยนี่

แคร์อะไรเพ้อเจ้อจริง ฉันแค่คิดว่าไหนๆก็ต้องทำงานด้วยกันอีกเป็นเดือนๆอย่างน้อยก็สามเดือนก็ไม่อยากให้มองหน้ากันไม่ติดทำให้อึดอัดในการทำงานเข้าไปอีก แล้วฉันก็รู้ตัวว่าผิดที่คิดตู่ไปเอง ฉันไม่สบายใจต่างหาก ยิ่งถ้าเขาเป็นตัวแทนคนอื่นเหมือนที่ฉันเป็น แกเอ๊ย ฉันรู้ดีเลยล่ะว่าเนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่งแล้วยังเอากระดูกมาแขวนคอน่ะเป็นยังไง

อ้อ ที่แท้ก็เห็นใจคนที่มีหัวอกอันเดียวกันนี่เอง

หัวอกอันเดียวอะไรกัน เลิกล้อได้แล้วเดี๋ยวฉันโกรธนะ พิมพ์พลอยได้แต่ยิ้มและพยักหน้า แล้วจึงตั้งหน้าตั้งตารอชายหนุ่มไปพร้อมๆกับเพื่อนสนิท อรสรวงน่าคบก็ตรงนี้ ตรงที่เมื่อมีอะไรค้างคาก็ต้องเคลียร์ให้เห็นว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิดและพร้อมจะยอมรับถ้าหากตนเป็นฝ่ายผิด หญิงสาวกะพริบตาปริบๆเมื่อเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอรสรวงจะแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีตรงเผ็งเช่นเคย

แกคงไม่ได้จะเดินดุ่มๆไปถามเขาตรงๆหรอกนะว่าเขามีเมียหรือเปล่าน่ะถึงจะเป็นวิธีที่ชัดเจนแต่ก็ออกจะบ้าบิ่นเกินไป จำเธอต้องเบรคเพื่อนเอาไว้ก่อน

แล้วทำไม ถามไม่ได้หรือไง

เฮ้ย แล้วเขาจะคิดว่าแกเพี้ยนหรือเปล่า จู่ๆก็เชิดหยิ่ง จู่ๆก็บุกไปถามเขาเรื่องส่วนตัวขนาดนั้น

เออจริงแฮะ แล้วแกจะให้ฉันทำยังไงล่ะ

ก็ทำดีกับเขา แล้วค่อยเลียบเคียงถามไงล่ะ จะดูดีกว่าไหมพิมพ์พลอยออกความคิดที่ค่อนข้างเข้าท่า

เออจริง ฉันจะได้ไม่เสียศักดิ์ศรีด้วยเป็นสาวเป็นนางไปถามผู้ชายหน้าตาดีว่ามีแฟนหรือยังคงดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แกว่าไหม ความร้อนรุ่มในใจดับลงในทันใดเมื่อเจอความเห็นของพิมพ์พลอย  ฝ่ายเพื่อนได้แต่อมยิ้มแล้วส่ายหน้าเมื่อเพื่อนเปี๋ยนไป๋ อรสรวงเป็นคนขวานผ่าซากก็จริงแต่ในเรื่องของเพศตรงกันข้ามเธอมักจะระมัดระวังใคร่ครวญในการวางตัวเป็นพิเศษ แล้วจู่ๆจากคนที่คิดแล้วคิดอีกมีอย่างรอบคอบในเรื่องเพศตรงกันข้ามกลับกลายเป็นไร้สติและใจร้อนเช่นนี้คงมิแคล้ว...  ...ยัยฟ้าเอ๋ยยัยฟ้า ชอบเขาแล้วเต็มเปาเลยสินั่น...

 

อากาศยามค่ำต่างจังหวัดเช่นนี้เย็นจนเกือบหนาว และดูเหมือนว่าจะค่ำเร็วกว่าเมืองกรุง เพียงสองทุ่มก็แทบไม่มีเสียงใดๆนอกจากเสียงสุนัขที่หอนรับกันเป็นระยะๆ และเงียบหายไปในที่สุด  ลมที่พัดเอื่อยเริ่มเปลี่ยนแปลงพัดแรงขึ้นจนใบไม้ต้นไม้เริ่มลู่ตามลม กรรโชกพัดจนกิ่งไม้แห้งปลิวว่อนไปในอากาศและคล้ายจะหมุนเป็นเกลียวไปยังปากถ้ำที่มืดสนิท ไกลออกไปคือกลุ่มเต้นท์คนงานที่ปักไว้อย่างมั่นคง ด้านนอกมีคนงานสองคนนั่งสัปหงกจนสะดุ้งตื่นและพบว่าจู่ๆลมก็แรงจนน่ากลัว

เฮ้ย ลมอะไรวะเนี่ย

เข้าไปหลบในเต้นท์ก่อนดีไหมพี่ ลมขนาดนี้ไม่มีใครมันบ้าฝ่าลมมาขโมยของแน่

เออ ดีๆ สองชายฉกรรจ์มุดเข้าเต้นท์ที่ว่าง ก่อนจะเริ่มเคลิ้มหลับกันไปทั้งคู่ เต้นท์ทั้งกลุ่มเริ่มสั่นไหวดังถูกมือใหญ่ของลมจับโยกหากเพียงครู่ลมนั้นก็ลดกำลังลงกลายเป็นลมอ่อนเช่นดังเดิม

 

ข้ารอเวลานี้มานานเหลือเกิน ฮ่าๆๆๆเสียงแหบเสียดประสาทนั้นสร้างความหวั่นไหวหวาดกลัวให้แก่ดวงจิตหนึ่งจนร่างทึบที่มืดดำคล้ายจะขยับสั่น

มินตราเอ๋ยมินตรา ข้ามองเจ้านับแต่ที่ผู้ที่ชื่อวรามิตรนำพาเจ้ามา ณ ที่แห่งนี้ เสียดายที่มันเหมือนมีญาณวิเศษหยั่งรู้ จึงมอบแก้วนาคานั้นไว้ให้แก่เจ้าทำให้ข้าแตะต้องเจ้าไม่ได้แล้วยังสะกดวิญญาณข้าไว้อีกด้วย คนรักของเจ้าทำให้ข้าหิวโหยทุกข์ทรมานมากแค่ไหน เจ้ารู้หรือไม่!” ร่างที่มากับกลุ่มหมอกหยุดนิ่งอยู่ที่กองหินรูปสตรีก่อนจะยื่นมือที่เหี่ยวจนเกือบแห้งนั้นมายังบริเวณที่น่าจะเป็นศีรษะของหญิงสาวก่อนจะบันดาลให้ดวงจิตที่แสนวิเศษด้วยแรงสัจจะหลุดออกมาจากกองหินนั้นอย่างปลื้มเปรม  ร่างแน่งน้อยงดงามเลื่อนตามมือแห้งก่อนจะปรากฏเป็นร่างที่สั่นเทาเคียงข้างกองหินรูปมนุษย์

อย่า ได้โปรด อย่า น้ำเสียงหวานพลิ้วบ่งบอกถึงความสั่นกลัว ร่างแห้งที่น่าเกลียดน่ากลัวค่อยๆสลายกลายเป็นควันพุ่งสู่ร่างแน่งน้อยนั้นจนหมดสิ้น ดั่งถูกสะกดทับร่างที่สั่นเทาเมื่อครู่นิ่งสนิทพร้อมปรากฏรอยยิ้มลี้ลับ เมื่อร่างนั้นเดินพ้นปากถ้ำเดือนแจ่มฟ้าก็ส่องให้เห็นวงหน้างดงามราวภาพฝัน แสงจันทร์สะท้อนให้เห็นดวงตาที่แข็งกร้าวแดงก่ำ ศีรษะเล็กทุยหันขวับไปยังเต้นท์ที่พักคนงาน...

 

ท่ามกลางหมอกทึบอรสรวงเดินย่ำเท้าลงบนพื้นหญ้าและใบไม้แห้ง เธอหันมองรอบด้านด้วยความงุนงง หมอกคล้ายกลายร่างเป็นมือใหญ่ที่วนผ่านร่างเธอจนมองไม่เห็นทาง หากจู่ๆก็มีเสียงร่ำไห้คร่ำครวญดังขึ้นทั่วบริเวณ หญิงสาววิ่งวนหาที่มาของเสียงนั้น

ใคร อยู่ที่ไหน ใครกัน

ช่วยข้า ช่วยข้าด้วยผู้ใดก็ได้ช่วยข้า...น้ำเสียงนั้นทุกข์ทรมานโหยหวนจนกลายเป็นกรีดร้องจนสุดเสียงเสียดโสตประสาท!

อรสรวงผุดลุกขึ้นจากที่นอนด้วยหัวใจที่เต้นแรงรัวแทบกระเด็นออกมานอกอก หญิงสาวเอามือแตะอกของตัวเองด้วยความหวาดกลัวและเหน็ดเหนื่อย มือเรียวปาดเหงื่อที่ซึมออกมาก่อนจะจ้องมองมือตัวเองด้วยความงุนงง

ฝันบ้าอะไรเนี่ยไม่เห็นจะมีอะไรสักนิด แล้วทำไมเราถึงได้กลัวขนาดนั้น ปากน้อยพึมพำก่อนจะลุกขึ้นเปิดประตูระเบียงชั้นสอง ลมที่พัดกรูเข้ามาเย็นฉ่ำทำให้เหงื่อที่มีแห้งหายไปอย่างรวดเร็ว เธอเดินออกไปรับลมเย็นๆพร้อมกับจังหวะของหัวใจที่เต้นช้าลง เท้าที่ก้าวย่างชะงักเมื่อหันไปมองเห็นเงาร่างสูงบนระเบียงของบ้านพักใกล้เคียง ดูเหมือนปรมินทร์จะใจตรงกันกับเธออีกแล้ว หรือไม่ก็คงเป็นปกติวิสัยของเขาที่ชอบมายืนที่ระเบียงกลางดึกเช่นนี้ ครั้งนี้เธอไม่ได้เดินหนีเข้าห้องไปเช่นเดิม แต่กลับเดินไปยืนรับลมในระดับเดียวกับเขา

นอนไม่หลับหรือครับ คุณตื่นขึ้นมากลางดึกสองคืนแล้ว เสียงถามเบาๆนั้นเพียงพอให้ได้ยินเพียงสองคน ผู้ถามทำกิริยาคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่อยากตอบคำถามเขานัก ทว่าผิดคาดเมื่อมีเสียงตอบกลับมา

ฉันฝันไม่ค่อยดี

บอกได้ไหมว่าฝันว่าอะไร

ไม่แน่ใจค่ะ ฉันจำไม่ค่อยได้

คุณคงผิดที่มากกว่า

ค่ะ ฉันก็คิดว่าอย่างนั้น แม้อยากชวนคุยและยินดีที่ได้ยินการตอบรับกลับมาอย่างไร้แววอริเช่นเคย แต่ชายหนุ่มก็พยายามหักห้ามใจไว้ไม่แสดงสิ่งที่จะทำให้หญิงสาวผู้นี้ล่วงรู้ความในใจ ปรมินทร์ขยับตัวเพื่อกลับเข้าห้อง

ฝันดีครับพรุ่งนี้เจอกัน

ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างหนักหน่วงเมื่อเดินเข้ามาอยู่ในห้องนอนแล้ว นึกเสียดายอยู่บ้างที่ไม่ได้พูดคุยกับอรสรวงต่อ ทว่าความเข็ดขยาดต่อท่าทีของหญิงสาวมีมากกว่า เขาค่อยๆทรุดตัวลงบนเตียงก่อนจะนอนหลับตาเพื่อระงับความต้องการที่จะเดินออกไปพูดกับเธอผู้ทำให้ดวงใจสั่นไหว

อรสรวงทำเพียงมองตามร่างสูงใหญ่ของปรมินทร์ที่เดินเข้าห้องไป จากนั้นก็ครุ่นคิดถึงความฝันของตัวเอง ที่ใช่ว่าจะจำไม่ได้ แต่หากบอกเล่าเธอคงต้องบอกความรู้สึกของเธอที่ยากจะละเลย น่ามีอะไรสักอย่างเกี่ยวกับความฝันนี้... ลางสังหรณ์ส่วนลึกของเธอบอกว่าเช่นนั้น คล้ายว่าตัวเองได้ทำสิ่งใดที่ผิดพลาดลงไปจนแม้จะสำนึกเสียใจก็ยังช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมาไม่ได้ ใจวูบหนึ่งนึกไปถึงแหวนสัมริดหัวแก้วพญานาคที่เธอพบในถ้ำ

หรือว่าเราไม่ควรพบแหวนวงนั้น หญิงสาวก้มมองแหวนเงินหัวแก้วพญานาคที่ตนสวมใส่ไว้ไม่เคยถอดนับแต่วันที่ได้มันมา  ก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วหันหลังกลับเข้าห้องเพื่อไปนอนต่อ

 

รุ่งเช้าก็เป็นเช่นเคยที่มีการรวมตัวในรถโฟร์วีลเพื่อออกไปทำการขุดค้นต่อ อรสรวงมีสีหน้าซีดเซียวเพราะอาการนอนไม่หลับทั้งยังเหมือนเหม่อลอยในบางครั้ง ฝ่ายปรมินทร์ก็เหมือนจะมีเรื่องครุ่นคิดไปตลอดทาง จนเมื่อถึงทางใกล้ถ้ำเขาจึงหันบอกผู้โดยสารทั้งรถด้วยน้ำเสียงกังวล

ตอนนี้มีคนงานหายไปไร้ร่องรอยทั้งสองคน ทางตำรวจท้องถิ่นก็มาดูแล้วกับคุณเอเมื่อวานไม่มีอะไรสูญหาย แต่ก็ยังไว้วางใจไม่ได้ พวกคุณระวังตัวด้วยนะครับ ชาวบ้านแถวนี้เริ่มลือกันแล้วพวกคุณอาจจะถูกมองผิดๆไปด้วย

เขาลือว่ายังไงหรือคะ อรสรวงที่เงียบมาตลอดทางหันขวับไปถามสวนด้วยแรงสังหรณ์พิเศษ

ลือกันว่าพวกคุณมารบกวนผีปู่ผีย่าผีฟ้าในถ้ำน่ะสิครับ วันนี้ผมก็ต้องรีบไปช่วยค้นหาคนงานพวกนั้นพร้อมกับเจ้าหน้าที่อีกหลายคน ถึงยังไงก็ระวังตัวด้วยนะครับอาจจะเป็นชาวบ้านที่ไม่ชอบการรบกวนจนทำเรื่องแบบนี้ก็ได้ น้ำเสียงที่พูดเจือความห่วงใยจนคนทั้งกลุ่มเริ่มรู้สึกถึงความไม่ธรรมดา

เมื่อทั้งกลุ่มลงจากรถและแยกย้ายกันไปทำงาน อรสรวงก็ยังคงมีสีหน้าครุ่นคิดเหม่อลอยผิดปกติเสียจนเพื่อนสนิทอย่างพิมพ์พลอยอดรนทนไม่ได้

เป็นอะไรของแกน่ะยัยฟ้า

อะไรล่ะ กิริยาปัดวัตถุโบราณครั้งแล้วครั้งเล่าราวจะไม่ให้เหลือฝุ่นหลงเหลืออยู่บริเวณขอบไหที่เจอนั้นทำให้พิมพ์พลอยต้องสะกิดเพื่อนให้ก้มมอง อรสรวงมองตามมือเพื่อนแล้วก็ถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่

อาการหนักนะแก ถ้ากังวลมากก็หาโอกาสเข้าไปพูดกับเขาเลยก็ได้

พูดอะไร แกคิดอะไรอยู่เนี่ย ท่าทีเอาเรื่องของเพื่อนยังดูดีกว่าอาการเหม่อลอยเมื่อครู่เสียอีก

อ้าวแล้วแกกังวลเรื่องอะไรอยู่ล่ะ

ไม่ใช่เรื่องผู้ชายก็แล้วกัน ฉันรู้สึกแปลกๆเหมือนทำผิดอะไรมา ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจตานั่นผิดนะ แต่ฉันรู้สึกว่ามันมีเรื่องอะไรที่ผิดพลาดมากๆแล้วก็เป็นเรื่องใหญ่มากด้วย

อ๋อเรื่องที่คนงานหายไปสองคนหรือเปล่า ไม่เห็นมีของอะไรหายเลยไม่ใช่เหรอ

เรื่องคนงานหายมาเกี่ยวอะไรกับฉันเล่า ฉันพูดถึงความรู้สึกแปลกๆ โอ้ยช่างเถอะพูดไปแกก็ไม่เข้าใจ หรอก

ก็ใช่น่ะสิฉันไม่ได้มี ซิกเซ้นส์เหมือนแกนี่ แล้วก็ไม่อยากมีด้วยว่ะ ว่าแต่อาทิตย์นี้ไปเที่ยวฝายกันนะแก พี่เอบอกว่าจะพาครอบครัวไปด้วย แล้วก็จะชวนพวกเราไปด้วย พิมพ์พลอยพูดชักชวน

อือไปสิ เผื่อว่าความรู้สึกบ้าๆนี่จะหายไปบ้าง

คุณปลัดไปด้วยนะ อาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้รู้เรื่องเขามากขึ้นและรู้แน่ๆสักทีว่าแกอ่ะเข้าใจผิดไปจริงๆ

อือ อรสรวงรับปากเบาๆก่อนจะก้มลงถอนหายใจพลางทำงานไปพลางเช่นเดิมด้วยความไม่สบายใจที่ตนเองก็ยังไม่รู้ถึงสาเหตุ



โปรดติดตามตอนต่อไป




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น

  1. #80 ทิพย์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 / 14:50
    เพิ่งจะดูจากเว็บปกติซื้ออ่าน ไม่มีที่เก็บแล้วหนังสือเยอะมาก คุณรอมแพง ทำเป็นอี-บุ๊คน่าจะดีนะ

    จะอี-บุ๊คขิงคุณ
    #80
    0
  2. #78 petploy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2555 / 13:56
    นึกเดาว่าอรสรวงต้องเป็นวรามิตรแน่เลย อยากอ่านต่อคะ ซื้อเก็บทุกเล่มเลยที่เป็นของรอมแพง

    รีบๆ วางแผงนะคะอยากเก็บสะสมไว้ทุกเล่มทุกเรื่อง เพราะตั้งแต่อ่านบุพเพสันนิวาส ก็ชอบงานเขียนของรอมแพงแทบทุกเรื่องเลยคะ
    #78
    0
  3. #75 ใจยิ้ม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2555 / 01:55
    ตื่นเต้นจัง อยากอ่านตอนต่อไปแล้วค่ะ
    #75
    0
  4. #72 ดุกร้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2555 / 22:56
    ดีจร้า เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยว่างเข้ามาเลย คิดถึงจังคะ ถึงไม่เข้ามาอ่านก้อซื็อเก็บทุกเล่นนะคะ
    แล้วมาเขียนต่อเร็วๆนะคะ อ่านแล้วตื่นเต้น เห็นใจ คุณปลัดปอจัง หนูฟ้ากังวลซะนะ
    #72
    0
  5. #68 Pass (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 18:43
    มินตราได้กลับชาติมาเกิดเปล่าคะ แล้วใครกันที่เป็นวรามิตร อย่าบอกนะว่ามินตรารอจนแข็งเป็นหินแล้ววิญญาณก็สิงอยู่ที่หินไม่ได้ไปไหนอ่ะ T_T
    #68
    0
  6. #56 นาโนพิ้งค์กี้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2555 / 01:49
    ว้าย ตอนนี้ลุ้นมากทั้งเรื่องในอดีตกับเรื่องตอนปัจจุบัน

    ทำให้เรานึกว่าบางที่ถ้าไปเจอของขุดค้นแล้วมันจะดีหรือเปล่า ถ้าเราเอาของเขามา

    ว้าว น่ากลัวเหมือนกันนะคะนี่ แล้วเราจะเก็บเอาไปฝันไหมเนี่ยยย

    #56
    0
  7. #55 น้ำส้ม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2555 / 21:06
    วรามิตรในชาตินี้คือปรมินทร์หรือเปล่านะ??
    #55
    0
  8. #54 ame_thyst (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2555 / 20:22
    ลุ้นจัง จะเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ
    #54
    0
  9. #53 yd t (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2555 / 15:27
    ตื่นเต้นมั่กๆ จะรออัพ"มินตรา"ต่อนะคะ
    #53
    0
  10. #52 วัน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2555 / 10:15
    โอ้ย !!!



    เริ่มตื่นเต้นแล้วค่ะ.....
    #52
    0
  11. #51 karaokeGirl (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2555 / 05:15
    แย่แล้วววว

    ช่วยมินตราด้วย
    #51
    0
  12. #50 pure_marble (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2555 / 20:07
    ติดตามค่ะ ติดตามๆ
    #50
    0
  13. #49 imagine (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2555 / 16:07
    ฟ้าเริ่มมองคุณปลัดปอในทางที่ดีขึ้นแล้ว แต่ดันทำผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงไปเนี่ยสิ หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องร้ายแรงในเร็วๆนี้นะคะ ^^"
    #49
    0