มินตรา

ตอนที่ 1 : มินตรา บทนำ+ตอนที่1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    1 ม.ค. 55

 มินตรา

 

บทนำ

แสงอาทิตย์ในยามอัสดงลอดผ่านทิวไม้มาพร้อมอากาศที่เริ่มเย็นยะเยือกลง หากในใจของคนสองคนบนหลังม้านั้นร้อนรุ่มจนแทบจะทานทนไม่ไหว เหงื่อที่ซึมออกมาจากไรผมแม้โต้กับลมที่พัดผ่านก็มิได้แห้งเหือดไปในช่วงเวลาที่ต่างก็คิดว่าสำคัญที่สุดในชีวิต เสียงม้าที่เริ่มหายใจลำบากทำให้ชายผู้กุมบังเหียนชะลอการเร่งกดลำตัวอันพ่วงพีของม้าฝีเท้าเลิศอันเป็นม้าคู่ใจ

ดวงตาคมกริบมีแววของความกังวลก่อนจะเปล่งประกายแรงกล้าเมื่อใคร่ครวญดีแล้วจึงเบนทิศทางตรงไปยังภูเขาเบื้องหน้า

“ยอดรักของข้า ท่านคิดทำสิ่งใดกัน” เสียงหวานที่เคยพลิ้วแผ่วกระซิบคำข้างหูอยู่เป็นนิจกลายกลับเป็นสำเนียงเร่งเร้าหวั่นวิตก

“หากยังคงเร่งม้าสืบไปเราคงหนีพวกทหารเมืองไม่พ้น จำต้องไสม้าเข้าที่เขตภูเขาแม้เสี่ยงต่ออันตรายอยู่บ้างแต่อาจจะมีทางหลบซ่อนได้” ผู้พูดแต่งกายด้วยชุดทหารเมืองระดับสูงกล่าวตอบคล้ายปลอบประโลมเมื่อสัมผัสได้ถึงร่างกายที่สั่นสะท้านของหญิงสาวในอ้อมอก

ฝ่ายหญิงสาวจึงค่อยคลายใจลงไปบ้าง น้ำตาที่เคยหลั่งรินแล้วแห้งเหือดไปมิรู้กี่รอบนั้นเริ่มปรากฏริ้วรื้นขึ้นคลอเบ้าอีกครั้ง หากทิฐิที่ถือมั่นจากการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวทำให้สามารถกล้ำกลืนลงไปได้อย่างรวดเร็ว

แม่หญิงมินตราธิดาสาวแห่งมหาอำมาตย์ใหญ่ของนครอรัญนับเป็นยอดหญิงที่มิว่าผู้ใดก็ใฝ่ปองเอ็นดูทั้งรูปลักษณ์อันงามล้ำและกิริยามารยาทอันเพียบพร้อมนับเป็นดวงแก้วอันมีค่าควรเมือง หากว่าจิตใจนางยังเป็นอิสระอยู่การสถาปนาราชินีแห่งแว่นแคว้นอรัญคงเป็นวาสนาอันสูงสุดของนาง  แต่หัวใจรักอันยากจะบังคับแข็งขืนกลับมอบให้ชายผู้โอบกอดนางบนหลังม้าจนหมดสิ้น

แม้ฐานะของแม่ทัพใหญ่ในทัพหลวงของนครอรัญจะยิ่งใหญ่ปานใดก็มิสามารถเทียบเท่าราชาแห่งแคว้นที่ปักใจรักมั่นในนางเพียงแรกเห็น  จึงเป็นเหตุให้ต้องหลบหนีเพื่อให้พ้นเงื้อมมือของผู้ที่สูงด้วยยศศักดิ์ด้วยความยึดมั่นในรักที่มีต่อกันอย่างประมาณมิได้

ม้าที่ถูกบังคับให้เข้าสู่เนินหมู่ต้นไม้ช้าลงเมื่อไปในทางขึ้นเขา ทางคับแคบที่แม้จะมีการแผ้วถางอย่างดีแต่ก็เปี่ยมด้วยอันตรายยากที่จะเร่งความเร็วได้ หุบเหวเบื้องล่างทำให้มือใหญ่ที่โอบเอวอ้อนแอ้นเปลี่ยนเป็นโอบศีรษะเล็กๆนั้นให้ซบกับซอกคอของตนอย่างทะนุถนอม สรรพวิทยาคมอันแรงกล้าล้วนแต่ถูกเร่งร่ายออกมาจนหมดสิ้น ทั้งหมอกมนต์และมนต์อำพราง ทว่าเขาก็รู้ดีว่ากลุ่มทหารที่ติดตามมาย่อมมิหลงมนต์ไปโดยง่าย ไม่ช้าก็เร็วคงสามารถแกะรอยมาถึงเขาได้

เมื่อมาถึงทางแยกอันเป็นดั่งทางเลือกทำให้เกิดความคิดหนึ่งที่น่าทดลองอยู่ไม่น้อย วรามิตร นายทหารหนุ่มผู้มากไปด้วยรูปโฉมและความสามารถจนทำให้ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งทางทหารอันสูงส่งตั้งแต่ยังหนุ่มแน่นจึงบังคับม้าตรงไปยังทิศที่มุ่งไปสู่ยอดเขาพลางสอดส่ายสายตามองหาสถานที่ที่พอจะกระทำการในสิ่งที่คิดได้ คล้ายฟ้าดินจะเป็นใจเมื่อเลยไปจากทางแคบเล็กปรากฏเนินลาดที่ม้ายากจะปีนป่ายได้ เขากวาดเท้าลงจากม้าก่อนจะรอรับกายอันอ้อนแอ้นของนางผู้เป็นที่รัก ฝ่ายนั้นก็มิได้พิรี้พิไรถามไถ่ทำตามวรามิตรคล้ายดังทั้งชีวิตได้มอบไว้ในอุ้งมือแข็งแรงเบื้องหน้านี้จนหมดสิ้นแล้ว

วรามิตรพยุงพามินตราไปเพียงครึ่งทางก็มองเห็นหลืบช่องเล็กที่น่าสนใจจึงตัดสินใจในชั่ววินาทีนำพามินตราไปยังถ้ำเล็กที่มองเห็น  ครั้นเข้าไปภายในถ้ำจนสายตาปรับรับแสงในความสลัวรางนั้นได้ เขาถึงกับชะงักกึกเมื่อสายตาไปปะทะกับแผ่นหินที่มองเพียงผิวเผินอาจจะคิดว่าเป็นแง่งหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติ หากแต่ผู้ที่มีมนต์และฝึกเวทย์ย่อมรับรู้ว่าลึกเข้าไปด้านในซ่อนบางสิ่งที่เก่าแก่และน่าสะพรึงเอาไว้ หากจะเปลี่ยนใจตอนนี้คงจะสายเกินไป เขาจึงถอดแหวนก้อยของตนมอบให้นางผู้เป็นที่รักไว้

“แหวนแก้วนาคานี้จะปกปักรักษาเจ้าจากสิ่งชั่วร้ายและสัตว์ร้าย พี่จะหลอกล่อทหารพวกนั้นไปให้ไกลจากทางนี้”

“ยอดรักของข้า ท่านหมายถึงจะไปสร้างความสับสนให้แก่พวกเขา ณ ทางแยกเมื่อครู่นี้หรือ”วาจาของมินตราก่อกำเนิดรอยยิ้มภาคภูมิชื่นชมขึ้นมาวูบหนึ่ง  มินตราใช่จะมีเพียงรูปโฉมและกิริยาที่นุ่มนวลงดงามแต่สมองของนางก็ฉับไวสมใจของเขายิ่ง

“ใช่แล้ว เจ้าจงนั่งรอพี่อยู่ในนี้เถิดและจงอย่าเดินหรือขยับกายให้เกิดเสียงจนอาจพบเจอกับอันตรายได้”วรามิตรกล่าวพลางจ้องมองไปยังแง่งหินด้านในที่น่าหวั่นเกรงพอๆกับเหล่าทหารที่มุ่งเอาชีวิตด้านนอก พร้อมกับจูงมือน้อยเดินหาที่ทางอันพอเหมาะ

ถ้ำเล็กอันมืดมิดหากมองจากภายนอกดูคับแคบแต่เมื่อเดินทะลุผ่านไปจึงพบว่าเป็นถ้ำกว้างเพียงพอที่คนจะเข้าไปแออัดกันได้ถึงสิบยี่สิบคน วรามิตรพยุงมินตราลงนั่งบนแท่นหินที่ไม่ห่างจากปากถ้ำที่คับแคบนัก แต่ก็ไม่ใกล้จนคนภายนอกจะสามารถมองลอดเข้ามาได้

“จงรอพี่อยู่ตรงนี้ แล้วพี่จะกลับมารับเจ้า”ชายหนุ่มกังวลถึงความปลอดภัยของสตรีผู้เป็นที่รักยิ่งจนจำต้องร่ายมนต์ตรึงร่างนั้นให้นิ่งอยู่กับที่จนคล้ายเป็นแท่งหินที่ไร้ลมหายใจ

“ข้าจะรอท่าน และรอท่านจนกว่าท่านจะกลับมารับข้า”คำที่เอ่ยมาแผ่วๆนั้นคล้ายจะก้องหูคนพูดและคนฟัง ดั่งคำมั่นสัญญาจากหญิงสาวผู้มีสีหน้าเด็ดเดี่ยวมั่นคง แววตาที่สบมองไม่มีความลังเลมีเพียงความไว้เนื้อเชื่อใจอย่างที่สุด

จากปากถ้ำมืดอันคับแคบสามารถมองเห็นด้านนอกได้อย่างชัดเจนต่างจากคนด้านนอกที่ยากจะมองเห็นว่ามีใครหรือสิ่งใดอยู่ด้านใน มินตรามองเห็นชายหนุ่มร่างบึกบึนบนหลังม้าที่ยังคงดูสง่าผึ่งผายอย่างที่นางเคยเห็นและตราตรึงอยู่ในห้วงแห่งดวงใจนับแต่วินาทีแรกที่พบเจอจวบจนบัดนี้ เสียงควบม้าดังจากใกล้จนกลายเป็นไกลและตกอยู่ในความเงียบงันมีเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองที่ละเอียดเบาลงทุกทีโดยเจ้าตัวก็แทบไม่รู้สึกทั้งยังลืมเลือนวันเวลาลืมเลือนทุกสิ่งอย่างสิ่งที่แจ่มชัดในห้วงสำนึกมีเพียงวงหน้าคมที่เปี่ยมไปด้วยรูปโฉมอันรอนหัวใจของนางเพียงเท่านั้น...

 

ตอนที่ 1

 

อรสรวงลอบถอนหายใจอย่างสุดแสนจะหนักใจเมื่อมองเห็นรื้นน้ำตาจากดวงตาคู่สวยตรงหน้า  ดวงตาที่เคยหยาดเยิ้มบนใบหน้างดงามที่เมคอัพมาอย่างดีบัดนี้มีน้ำตาคลอคลองจนหยาดหยดอาบแก้ม มือเรียวสวยที่ถือเช็คเงินสดนั้นสั่นเล็กน้อย

“ป๋าเขาบอกอย่างนี้จริงๆหรือคะ คุณฟ้า” เสียงหรือก็หวานจนอรสรวงอดเสียดายแทนเจ้าตัวไม่ได้ รูปร่างหน้าตาของหญิงสาวผู้นี้ดูภายนอกแล้วไม่น่าจะมีอาชีพที่สังคมเบือนหน้าได้เลย

“ค่ะ คุณสุรศักดิ์สั่งมาว่าจะให้เวลาคุณอีกอาทิตย์หนึ่งให้คุณย้ายจากคอนโดค่ะ” หลังฟังคำของอรสรวงอีกฝ่ายก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย อรสรวงรีบดึงทิชชูออกมายื่นส่งให้ แอบนึกเห็นใจเล็กน้อยทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ตนทั้งชิงชังทั้งเบื่อหน่ายต่อการพบเจอเด็กๆประดามีของสุรศักดิ์อย่างมากมาย

อรสรวงยืนมองส่งร่างในชุดนักศึกษานั้นไปก่อนจะทิ้งตัวลงเก้าอี้นุ่มอย่างเหนื่อยหน่าย กี่ครั้งกี่หนแล้วที่เธอต้องทำหน้าที่นี้ เมื่อนับๆดูแล้วก็กินเวลาเกือบสองปีเลยทีเดียว หลังจากที่เธอไปไหนไม่รอดจนต้องมาทำงานเป็นเลขานุการให้ลุงแท้ๆของตน เธอก็ต้องพบกับเหตุการณ์เช่นนี้มาจวนจะครบครึ่งโหลภายในเวลาอันสั้น

นอกจากหน้าที่ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้แล้วเธอยังมีหน้าที่เอาเช็คเงินเดือนหรือเงินสนับสนุนการศึกษาอย่างที่ลุงของเธอเคยพูดเป็นนัยๆเป็นเชิงติดตลกมอบให้สาวๆที่วนเวียนกันมารับอีกเดือนละสี่ใบ วนเวียนสับเปลี่ยนคนจนอรสรวงก็เริ่มจำหน้าจำชื่อไม่ได้ในที่สุดก็ละความใส่ใจไป เว้นแต่จะมีเหตุการณ์อันหน้าหวาดเสียวให้ได้ตื่นเต้นคือ การที่ป้าสะใภ้เดินทางมาที่ออฟฟิศแห่งนี้ในช่วงเวลาเดทไลน์นั้น

เธอผู้เป็นหลานสาวที่ดีจึงต้องมีหน้าที่ปกปิดความบันเทิงอันไร้ขีดจำกัดของสุรศักดิ์ แม้จะได้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างดีต่อเดือนจนทำให้เธอมีเงินเก็บถึงหกหลักแต่กลับขัดต่อความมีศีลธรรมประจำตัวของตนจนตั้งใจว่าสิ้นเดือนนี้จะเป็นเดือนสุดท้ายที่จะตามเช็ดสิ่งปฏิกูลทั้งหลายให้กับลุงแท้ๆ ความสำเริงสำราญของสุรศักดิ์ดูเหมือนจะหนักข้อขึ้นทุกวันยิ่งมีเธอเป็นเลขานุการ ก็ยิ่งทำให้ภรรยาของเขาไว้วางใจจนไม่ตามติดมาถึงที่ทำงานอย่างแต่ก่อน

ใช่ว่าอรสรวงจะไม่เคยยื่นซองขอลาออกแต่วาจาอันลดเลี้ยวเป็นเลิศของสุรศักดิ์ที่บ่งชี้ว่าสาขาวิชาที่เธอจบมานั้นหางานยากมากเพียงใด และเศรษฐกิจทั่วโลกจะวิกฤตจนเธออาจจะต้องเตะฝุ่นไปอีกล้านโกศปี ทำให้เธอต้องเปลี่ยนใจมาหลายต่อหลายครั้ง  หากปรากฏการณ์เมื่อต้นเดือนที่เธอถูกภรรยาน้อยคนล่าสุดของลุงที่ลุงทั้งรักทั้งหลงอย่างสุดติ่งโทรศัพท์มาสำแดงเดชใส่ทำให้เส้นด้ายใยสุดท้ายที่โยงเธอให้ทนอยู่ขาดผึงไปในบัดดล

 

 ‘คุณสุรศักดิ์อยู่ไหมเช้าวันนั้นสุรศักดิ์มีแผนที่จะเดินทางไปประชุมต่างจังหวัดหากมีเหตุบังเอิญให้การประชุมนั้นต้องล้มเลิกและเลื่อนไปสัปดาห์ถัดไปคุณลุงของอรสรวงจึงยังนั่งทำงานอยู่ในห้องเดียวกับเธอที่มีหน้าที่รับโทรศัพท์ในสำนักงานแทนคุณลุงอีกหนึ่งหน้าที่

จะให้เรียนว่าใครโทรมาคะอรสรวงพูดตามแบบแผนที่ไม่ว่าสุรศักดิ์จะอยู่หรือไม่ก็ต้องถามชื่อไว้ก่อน

ดิฉันภรรยาของคุณสุรศักดิ์ค่ะ น้ำเสียงนั้นมีแววของความโอ่อ่ายโสจองหองพองขนสำแดงออกมาอย่างชัดเจนจนอรสรวงต้องกะพริบตาถี่ๆ เพราะเธอจำได้ว่าน้ำเสียงนั้นไม่ใช่ป้าสะใภ้ของเธอ ซึ่งย่อมหมายความว่าเจ้าของเสียงคงเป็นน้องหนูคนใดคนหนึ่งของสุรศักดิ์อย่างแน่นอน

อ๋อ จะให้เรียนว่าเป็นคุณภรรยาโทรมานะคะสุรศักดิ์ที่หูผึ่งฟังตั้งแต่แรกสะดุ้งสุดตัวก่อนจะยิ้มเรี่ยราดให้กับหลานสาวพลางกดรับโทรศัพท์ภายในที่ถูกโอนมาให้พร้อมเสียงลงไปอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หลังจากคำทักทาย อรสรวงก็ได้ยินเสียงอ้อมแอ้มเกรงอกเกรงใจของสุรศักดิ์

ทำไมน้องพูดอย่างนั้นล่ะจ๊ะหน้าตาหล่อเหลาแม้อายุจะเพิ่มขึ้นแต่กลับสร้างความภูมิฐานเปี่ยมเสน่ห์แดงก่ำจนน่าขัน น้ำเสียงที่หวานเลี่ยนทำให้เธอรู้ว่าคุณภรรยาคนล่าสุดนี้คงกำลังขึ้นหม้อเป็นอย่างมาก ถ้อยคำที่ตอบโต้แสดงให้เห็นว่าภรรยาคนล่าสุดทราบเพียงว่าเลขานุการของสุรศักดิ์เป็นผู้หญิง ไม่ได้รู้ลึกว่าเธอเป็นหลานสาวแท้ๆจึงต้องการกำราบเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆด้วยการแสดงตัวและข่มไว้ให้อยู่มือในยามที่สุรศักดิ์ไม่อยู่นั่นเอง 

หากจากเหตุการณ์ดังกล่าวแทนที่สุรศักดิ์จะอัปเปหิอนุภรรยาคนล่าสุดไปกลับกลายเป็นว่าเด็กๆทั้งหลายที่เขาเคยเลี้ยงกลับถูกโละทิ้งยกแผง จนเป็นเหตุให้อรสรวงต้องมานั่งแจกเงินเดือนเป็นครั้งสุดท้ายในเดือนนี้  ความลุ่มหลงที่ไม่ธรรมดาทำให้อรสรวงแทบอ้วกแตกอ้วกแตนจนตัดสินใจยื่นซองขาวอีกครั้งคราวนี้สุรศักดิ์กลับไม่คัดค้าน ดวงตาที่คล้ายมีน้ำกลอกกลิ้งอยู่ภายในของเขานั้นคล้ายมองกาลไกลไปข้างหน้าอย่างมาดหมาย

เพียงอรสรวงนอนตีพุงอยู่ในห้องพักได้แค่สองวันก็มีโทรศัพท์จากพนักงานในบริษัทที่เธอสนิทสนมโทรมาเล่าเม้าธ์มอยอย่างสนุกปาก ว่าเลขานุการคนใหม่ของสุรศักดิ์นั้นสวยจนโลกตะลึงอีกทั้งมีดีที่เป็นลูกสาวของผู้ที่มีที่ดินสวยๆแถบภาคเหนือหลายพันไร่ ธุรกิจทนายความที่รับจำนองจำนำที่ดินและบ้านควบคู่กันไปด้วยของสุรศักดิ์จึงอาจจะได้จับโครงการที่ใหญ่กว่าในอนาคตหากว่าเลขานุการคนใหม่ให้ความช่วยเหลือ อรสรวงจึงถึงบางอ้อในบัดดลว่าลุงของเธอกำลังเล่นของแรงนี่เอง

สายที่เรียกเข้าซ้อนเข้ามาเป็นของมารดาทำให้อรสรวงต้องรีบตัดบทวางหูจากสายที่แทบไหม้นั้น แม้ว่าเธอจะไม่ชอบใจในการดำเนินชีวิตของลุงแท้ๆนักแต่เธอก็เป็นเลขานุการที่ดีที่ความในไม่นำออกความนอกไม่นำเข้าด้วยไม่อยากเป็นต้นเหตุของการทะเลาะเบาะแว้งภายในครอบครัวของผู้อื่น แม้แต่กับมารดาเธอก็ไม่เคยเล่าเรื่องเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย

“ฟ้า  หลับอยู่หรือเปล่าลูก”

“ไม่ได้หลับค่ะคุณแม่ มีอะไรหรือคะ” อรสรวงรีบตอบมารดาแม้ยังคงมึนกับข้อมูลที่ได้รับมาจากอดีตเพื่อนร่วมงาน

“เมื่อวาน คุณป้ามณฑาโทรมาถามว่าทำไมถึงออกจากงานน่ะจ้ะ คุณป้าเขาบอกว่าโทรหาฟ้าไม่ติดมีอะไรหรือเปล่าลูก”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณแม่ เมื่อวานหนูไปดูหนังกับยัยพลอยมาคุณป้าคงโทรมาช่วงนั้น หนูเองก็ยุ่งๆอยู่เลยไม่ได้โทรกลับไปหาคุณป้าน่ะค่ะ ส่วนเรื่องงานหนูก็แค่เบื่อๆงานที่ทำ คุณแม่ก็รู้นี่คะว่างานนี้ไม่ได้ตรงกับสาขาที่หนูเรียนจบมาเลย”

“แม่ก็บอกคุณป้าไปอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ฟังจากน้ำเสียงคุณป้าของฟ้าแล้วแม่ก็อดกังวลไม่ได้”

“ทำไมหรือคะ” อรสรวงแกล้งไก๋ถามมารดาทั้งที่รู้อยู่เต็มอกถึงเหตุผลดังกล่าว

“น้ำเสียงเหมือนกังวลอะไรก็ไม่ทราบจ้ะลูก”

“คงไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณแม่คะอาทิตย์หน้าฟ้าจะไปทำงานขุดค้นกับยัยพลอยแล้ว  อยู่ที่นั่นสัญญาณโทรศัพท์อาจจะไม่ดีนัก แล้วหนูจะโทรหาคุณแม่ให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ”

“จ้ะ ดูแลตัวเองด้วยนะลูก” อรสรวงอ้อนมารดาอีกสองสามคำแล้วจึงวางสาย หญิงสาวทิ้งตัวลงบนเตียงจนผมยาวที่หยักศกหนานั้นกระจายเต็มเตียง

“เฮ้อ จะมีเรื่องอะไร้ ก็เรื่องคุณลุงแหงๆ”อรสรวงถอนหายใจยาวเมื่อนึกถึงคุณลุงของเธอ โชคดีที่พ่อกับแม่ของเธออยู่ด้วยกันมาเนิ่นนานไร้ปัญหาเรื่องนี้ ครอบครัวทั้งอบและอุ่นจนแทบร้อนแม้จะมีลูกชายและลูกสาวเกือบครึ่งโหลทุกคนก็ต่างได้รับความรักความอบอุ่นกันทั่วหน้าและต่างมีชีวิตที่ราบเรียบดีงามเป็นฝั่งเป็นฝากันจนเหลือเพียงเธอที่เป็นน้องคนสุดท้องเท่านั้นที่แม้แต่แฟนก็ยังหาไม่ได้

“แม้แผ่นดินสิ้นชายที่พึงเชย อย่ามีคู่เสียเลยยังดีกว่า” อรสรวงท่องกลอนเบาๆรอบกายเธอตอนนี้เหมือนจะมีแต่ผู้ที่มีปัญหาทางความรักและชีวิตครอบครัว แม้แต่พิมพ์พลอยเพื่อนสนิทของเธอก็เพิ่งอกหักจากชายเจ้าชู้จนขอหัวหน้าไปทำงานในที่กันดารห่างไกลความเจริญ ซึ่งก็พลอยเป็นอานิสงค์ที่ทำให้อรสรวงได้งานชั่วคราวครั้งนี้ไปด้วยอย่างบังเอิญ  ถึงแม้จะไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำอย่างพิมพ์พลอยแต่หลังจากที่แทบกระอักจากการเป็นเลขานุการนั่งห้อง ข้อเสนอของพิมพ์พลอยจึงเป็นเรื่องที่สร้างความกระชุ่มกระชวยให้กับเธออย่างที่สุด

ก่อนที่จะเดินทางไปต่างจังหวัดเธอกับพิมพ์พลอยนัดกันที่จะไปหาซื้อเสื้อผ้าที่เหมาะกับการต้องไปขุดค้นโบราณสถานที่แม้จะขุดกันหลายรอบแล้วก็ยังคงมีทรัพย์ในดินที่น่าสนใจให้ได้ขุดค้นไม่รู้จบ ทั้งคู่ตัดสินใจไปแหล่งตลาดนัดช่วงค่ำที่พิมพ์พลอยสามารถไปได้หลังเลิกงานโดยตั้งใจจะไปหาอาหารเย็นในห้างสรรพสินค้าใกล้ที่พักรับประทานกันก่อน

อรสรวงในชุดแต่งกายกางเกงยีนส์เข้ารูปและเสื้อยืดคอตลบเดินก้าวฉับๆเข้าไปในร้านอาหารไทยชื่อดัง ซึ่งเป็นเจ้าประจำของพวกเธอด้วยราคาที่สมเหตุสมผลพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งมุมในที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวด้วยฉากไม้ฉลุที่กั้นระหว่างโต๊ะ  พนักงานที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดียิ้มหวานมาแต่ไกลพร้อมกับวางเมนูไว้ตรงหน้า

วันนี้ขอข้าวเกรียบปลามารองท้องก่อนล่ะกันจ้ะ กว่าเพื่อนพี่จะมาคงอีกสักพักอรสรวงสั่งน้ำเพิ่มก่อนจะเปิดกระเป๋าสะพายนำเอาพ็อคเก็ตบุ้คเล่มเล็กที่เพิ่งซื้อขึ้นมาอ่านฆ่าเวลา พิมพ์พลอยโทรศัพท์มาก่อนหน้านี้เล็กน้อยเพื่อแจ้งให้เธอรู้ไว้ว่าเจ้าตัวอาจจะมาถึงช้าเพราะต้องเคลียร์งานเอกสารให้แล้วเสร็จก่อนที่จะเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดในสัปดาห์หน้า  

หญิงสาวอ่านไปได้ไม่ถึงสามหน้าก็รู้สึกได้ว่าฉากด้านหลังของเธอมีการสั่นสะเทือนเล็กน้อย  พนักงานที่มารับออเดอร์ทำให้รู้ว่ามีลูกค้าของร้านเพิ่งเข้ามานั่งโต๊ะใกล้ๆที่ห่างเพียงมีฉากไม้กั้น

เสียงทุ้มนุ่มที่สั่งอาหารทานเล่นนั้นทำให้อรสรวงนึกชมเจ้าของเสียง และเสียงหวานที่ตอบกลับทำให้พอเดาได้ว่าน่าจะเป็นคู่รักสักคู่ที่เข้ามาสั่งอาหารทาน เธอก้มลงอ่านหนังสือต่ออย่างไม่ใส่ใจนักหากสักพักแว่วเสียงกระซิกเหมือนคนกำลังร่ำไห้ก็ทำให้เธอต้องละความสนใจจากหนังสือในมือกลายมาเป็นหูผึ่งฟังเสียงดังกล่าวอย่างตั้งอกตั้งใจมากขึ้น

หวังว่าคุณคงเข้าใจ เสียงทุ้มนั้นเรียบเฉย

ทำไมถึงทำกับฉันอย่างนี้ความหวานของน้ำเสียงเจือไปด้วยความสั่นเครือด้วยอารมณ์เจ็บช้ำ

ก็ตามจดหมายที่ผมให้คุณอ่าน

คุณฉัตรทราบเรื่องของฉันแล้วหรือคะ

ผมเองก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก คุณเองก็น่าจะรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร จดหมายที่ผมให้คุณไปก็น่าจะเป็นคำตอบแล้ว

คุณคิดจะเอาเงินมาชดเชยสิ่งที่ฉันต้องสูญเสียอย่างนั้นหรือคะน้ำเสียงนั้นทำให้รู้ว่าผู้พูดเกิดความขัดเคืองไม่พอใจเท่าใดนัก

แม่เจ้าโว้ย...อรสรวงอุทานในใจ จากบทสนทนาที่ค่อนข้างอึดอัดนั้นทำให้เธอรู้สึกเสียดายที่เคยนึกชมเจ้าของเสียงหล่อนั้น ผู้ชายร้อยทั้งร้อยเป็นเหมือนกันหมด นี่เมียหลวงคงอาละวาด พ่อเจ้าประคุณถึงได้มาตัดสัมพันธ์อีหนูของตัวเอง และคงไม่ต้องการให้เรื่องราวเอิกเกริกถึงได้เขียนเป็นจดหมายเช่นนี้ 

เสียงเพลงในร้านทำให้เสียงพูดของคนทั้งสองฟังไม่ได้ศัพท์นัก เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นทำให้เสียงที่พอจะได้ยินกลับเบาลงไปอีก พิมพ์พลอยโทรมาแจ้งว่าตนเดินทางมาถึงห้างสรรพสินค้าแล้วและกำลังจะถึงร้านในไม่ช้า

หญิงสาวเลื่อนตัวจากด้านในฉากเพื่อมองหาเพื่อนที่กำลังเดินเข้ามาจึงมองเห็นว่านอกจากชายคนดังกล่าวเสียงหล่อแล้วหน้าตายังเข้าขั้นที่สามารถทำให้ผู้หญิงครึ่งค่อนเมืองหัวใจสั่นไหวได้เลยทีเดียว หากไม่ติดที่ว่ากำลังมีสีหน้าเคร่งขรึมและเฉยชาก็คงจะน่ามองกว่านี้หลายเท่า มือใหญ่ได้รูปของเขาเลื่อนแผ่นกระดาษเล็กๆให้ผู้หญิงที่นั่งตรงกันข้าม

นี่เช็คจำนวนเงินคงจะพอที่จะให้คุณไปเริ่มต้นใหม่ ผิวหน้าสีนวลทำให้คิ้วเข้มโดดเด่น แสงของดวงอาทิตย์ที่ใกล้ลับเหลี่ยมโลกสาดส่องผ่านกระจกและมู่ลี่ภายในร้านอาหารจนทำให้มองเห็นขนตายาวน่าอิจฉาเมื่อเจ้าของดวงตาคมหลุบตาต่ำ และด้วยความเคร่งเครียดจากเหตุการณ์ตรงหน้าทำให้ไม่สนใจว่าจะมีผู้ใดมองมา จวบจนนิ้วเรียวที่เคลือบสีสวยประณีตเลื่อนมารับเช็คใบนั้นไปจึงเขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

อรสรวงรีบละสายตาจากชายหนุ่มคนนั้นทั้งที่รู้สึกว่าตนคุ้นหน้าชายหนุ่มคนนี้เป็นอย่างมากเพียงแต่จำไม่ได้ว่าเคยพบเจอกันที่ใด  เธอนั่งขมวดคิ้วคิดเพียงไม่นานพิมพ์พลอยก็ก้าวมาทักพร้อมกับทรุดตัวลงนั่ง เพื่อนของเธอสั่งอาหารเพิ่มก่อนจะเริ่มลงมือรับประทาน จนเมื่อตกลงใจจะไปยังตลาดนัดกลางคืนอรสรวงจึงรู้ว่าโต๊ะที่นั่งถัดไปนั้นได้ลุกออกไปเมื่อใดแล้วก็ไม่ทราบได้

ตะกี้ฉันเจอผู้ชายห่วยๆอีกแล้วล่ะพลอย

อะไรของแกยัยฟ้า

ก็ผู้ชายที่นั่งโต๊ะถัดไปจากเราน่ะสิ เอาเช็คมาตัดสัมพันธ์อีหนู น่าเสียดายหล่อก็หล่อเสียงก็เพราะ

ยิ่งหล่อก็ยิ่งน่ากลัวแก ดูอย่างของฉันสิ ไม่ได้หล่อเท่าไหร่เลยนะยังเป็นไปได้ มีกิ๊กเสียทั่วเมือง

เฮ้อ ในโลกนี้จะยังมีผู้ชายดีๆอยู่ไหมเนี่ยหญิงสาวทำหน้าเบื่อโลก

ก็คงมีแต่คงมีเจ้าของกันไปหมดแล้ว หรือไม่ก็ไปบวชเป็นพระกันหมดแล้วมั้ง

เออ นั่นสิ อรสรวงหัวเราะไปกับคำสันนิฐานของเพื่อน

แต่ฉันคุ้นหน้าผู้ชายตะกี้มากเลยนะ เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน

แกบอกว่าหล่ออาจจะเป็นดาราที่เคยผ่านตาในโทรทัศน์ก็ได้นะแก

ก็เป็นได้ ดาราสมัยนี้เยอะเสียจนจำไม่หวาดไม่ไหว

รีบไปเถอะแก เดี๋ยวเจอรถติดอีก กว่าจะถึงพอดีคนแน่นจนไม่ไหวจะเดินสองสาวพูดตอบโต้กันไปมาพร้อมกับเดินข้ามฝั่งไปขึ้นรถประจำทางเพื่อที่จะขึ้นรถต่อไปยังสถานที่ที่ต้องการ

 

ตลาดนัดกลางคืนแห่งนี้มีชื่อเสียงพอสมควรจึงทำให้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เดินไปมาและแผงขายของประดามี แสงไฟสลัวจากดวงไปแรงเทียนต่ำส่องประกายไปทั่วทุกแผง การที่จะหาซื้อข้าวของในตลาดแห่งนี้มีข้อดีที่ไม่ร้อนจนทำให้เพลียง่ายและข้าวของหลากหลายแต่ก็มีข้อเสียที่ก่อนจะซื้อหาต้องตั้งใจมองให้ดีมิเช่นนั้นก็อาจจะได้ของที่ไม่สมกับราคามา  สองสาวเดินลัดเลาะไปเพื่อมองหาเสื้อแขนยาวราคาถูกที่มีความจำเป็นอย่างมากหากต้องออกกลางแจ้ง รวมไปถึงหมวกปีกกว้างที่มีผ้าคลุมปิดมาถึงไหล่แบบกรรมกรแบกหามก็มีความจำเป็นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าครีมกันแดดอย่างดีที่ขาดไม่ได้

แม้จะห่างหายจากการออกฟิลด์หรือออกภาคสนามขุดค้นมาถึงสองปีแต่ทั้งคู่ก็ยังจดจำได้ถึงช่วงเวลาที่ทั้งเหนื่อยลุ้นและสนุกนั้นได้เป็นอย่างดี  ความเหน็ดเหนื่อยนั้นคงน่าหลบหลีกหากว่าไม่มีความชอบเป็นทุนเดิมมาก่อน 

อรสรวงเดินเลี่ยงคนกลุ่มหนึ่งขึ้นบนทางเท้าก่อนที่จะสะดุดตากับแผงที่มีประกายของเครื่องประดับทำมุมจนเข้าตาเธอเดินไปที่แผงนั้นโดยอัตโนมัติโดยมีพิมพ์พลอยเดินตามไม่ห่าง  แก้วสีขุ่นมีทั้งสีขาว สีชมพูเจือ และออกนวลเหลืองนั้นดูคุ้นตาชวนให้นึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่คุ้นเคย คนขายดูเหมือนจะจ้องมองมาที่หญิงสาวด้วยแววตาที่แฝงด้วยรอยยิ้ม

แก้วอะไรน่ะสวยจังพลอยดูซิอรสรวงชี้ชวนให้เพื่อนสนิทดูอย่างสนอกสนใจ อะไรบางอย่างในประกายแก้วทำให้เธอรู้สึกว่า พิเศษ ลักษณะลูกแก้วเป็นทรงกลมมีขนาดเท่าปลายนิ้วโป้งเห็นจะได้

อือ  สวยดีพิมพ์พลอยมองเขม็งเพิ่งพินิจอย่างสนใจไม่แพ้กัน

แก้วพญานาคค่ะคุณ  ซื้อไปดูซิคะเอาไว้เพ่งตอนทำสมาธิหรือว่าเอาไปไว้เป็นศิริมงคลกับบ้านหรือพกติดตัวก็ได้นะคะภูติผีปีศาจกลัวค่ะ   บรรจุพลังเมตตาไว้แล้วนะคะคุณหญิงคนขายบรรยายสรรพคุณลูกแก้วลูกนั้นอย่างคล่องปากแล้วจึงมีรอยยิ้มประหลาดเมื่อเห็นพิมพ์พลอยลูบคลำเหมือนกับว่าชอบสิ่งของในมืออย่างเต็มที่ อรสรวงเหลือบไปเห็นแหวนหัวพลอยสีเหลืองสดใสวงหนึ่งซึ่งมีความเตะตาเตะใจอีกชิ้น

แหวนนี่เท่าไหร่คะ สวยดี

199ค่ะ เป็นแก้วพญานาคเหมือนกันนะคะช่วยให้ร่ำรวยมีโชคมีลาภแคล้วคลาดเภทภัย

แล้วลูกแก้วล่ะป้าพิมพ์พลอยถาม

ลูกแก้วอันละ299บาทค่ะซื้อสองชิ้นนี้ ป้าลดให้สุดๆเลยนะ 450บาทเท่านั้นค่ะ ถูกที่สุดแล้วหนูหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ในเมื่อราคาไม่สูงมากนักแล้วยังสะดุดตาสะดุดใจจนทำให้สองเพื่อนซี้สนใจ ทั้งพิมพ์พลอยและอรสรวงจึงตัดสินใจซื้อทั้งสองชิ้น

เมื่อเดินผ่านร้านแผงลอยนั้นมาได้พักใหญ่อรสรวงก็อดที่จะถามเพื่อนด้วยความสงสัยไม่ได้

นึกยังไงพลอยปกติเธอไม่เห็นจะเคยสนใจพวกเครื่องรางของขลังเลยนี่ หญิงสาวรู้จักเพื่อนสนิทดีเกินกว่าจะมองข้ามไปได้ง่ายๆอีกทั้งมองเห็นแววสมหวังในแววตาของเพื่อนที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

ไม่รู้ว่าฉันอยู่กับแกมากไปหรือเปล่านะ แกคงจะไม่หาว่าฉันบ้าหรือคิดมาก ถ้าฉันจะบอกว่าฉันฝันเห็นลูกแก้วอันนี้ก่อนที่จะเจอมัน พิมพ์พลอยพูดด้วยสีหน้าเหม่อลอยเหมือนกำลังนึกถึงความฝันนั้น

ฉันจะไปว่าแกทำไมล่ะ แก้วนี่กับแหวนนี่ไม่ธรรมดาหรอกฉันเห็นอะไรบางอย่างจากของทั้งสองอย่างนี้ ไม่งั้นฉันคงไม่เสียเงินเสียทองเพื่อให้ได้มันมาหรอก เพียงแต่ฉันแปลกใจที่คราวนี้แกกลับเออออห่อหมกไปกับฉันทั้งที่ปกติแล้วแกจะเฉยๆเสียมากกว่าน่ะสิ

ฉันควรทำยังไงกับมันดีล่ะ ถ้าทำจี้ห้อยคอก็ต้องหาสร้อยที่ยาวหน่อยสร้อยสั้นๆคงไม่เหมาะกับขนาดของมัน พิมพ์พลอยพูดเป็นเชิงปรึกษา

นี่แกแปลกไปมากจริงๆนะ อรสรวงยังไม่วายนึกแปลกใจในท่าทีของเพื่อน แม้ในใจลึกๆจะรู้สึกยินดีราวได้เศษเสี้ยวของที่เคยหายไปกลับคืนมาแต่ก็คนละเรื่องกับสิ่งที่พิมพ์พลอยมีทีท่าแปลกๆอย่างเช่นตอนนี้

เอ๋า  แกนี่ก็ มันสวยดีจะตายไป ว่ายังไงล่ะฉันควรทำยังไงกับลูกแก้วอันนี้ดี

ไปทำจี้ก็ได้ แผงลอยแรกที่เราเดินผ่านมาเขารับทำแล้วรอรับได้เลยนี่ สร้อยเงินก็มีขาย

แหวนแกก็สวยนะ สีแก้วก็คล้ายๆของฉันเลย

แม่ค้าบอกว่าเป็นแก้วพญานาคเหมือนกันนี่ ไปกันเถอะ เสร็จแล้วจะได้กลับกันสักที เดี๋ยวจะดึกกว่านี้ ฉันหนักด้วย ของเต็มมือไปหมด วันนี้นั่งแท็กซี่กลับนะพลอย

จ้าๆพิมพ์พลอยไม่ปฏิเสธเพราะเธอเองก็เมื่อยล้าไม่น้อยทั้งจากการนั่งทำงานมาทั้งวันและการที่ต้องมาเดินหาซื้อข้าวของในวันนี้

ค่ำคืนนั้นนอกจากจะได้เสื้อผ้าของใช้ที่ถูกใจแล้วหญิงสาวทั้งสองจึงได้เครื่องประดับที่เป็นเครื่องรางอีกคนละหนึ่งชิ้น 

วันรุ่งขึ้นพิมพ์พลอยต้องออกไปทำงานเป็นวันสุดท้ายก่อนที่จะได้พักถึงสองวันเต็มแล้วจึงจะถึงวันที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งโบราณสถานที่ต้องการการขุดค้นเพิ่มเติม  ส่วนอรสรวงที่ยังติดใจกับเครื่องประดับกึ่งของรางชิ้นใหม่อยู่ไม่หายก็มีความรู้สึกอยากได้เพิ่มเพื่อที่จะส่งไปให้มารดาและบิดาที่อยู่ต่างจังหวัดจึงตั้งใจว่าคืนนี้จะลองไปที่เดิมเพื่อซื้อเพิ่ม

หัวแหวนแก้วพญานาคมีผิวหน้าที่เย็นเรียบเป็นปกติอย่างหินอัญมณีทั่วๆไปจนอรสรวงคิดว่าคงเป็นอุปทานแปลกๆของเธอที่เคยมีทุกครั้งที่พบเจอกับเครื่องรางของขลัง

ทั้งครอบครัวของเธอมีความเชื่อทางจิตที่ตรงกันข้ามกับความเป็นอยู่ที่ทันสมัย มารดาของเธอเคยบอกว่าเธอเป็นลูกสาวของหลวงพ่อที่ฝันถึงก่อนรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ทำให้เธอมีความพิเศษและเต็มเปี่ยมไปด้วยลางสังหรณ์ที่ไม่เหมือนใครจนเป็นที่ล้อกึ่งยกย่องของคนทั้งครอบครัว และด้วยความที่เป็นลูกหลงที่อายุห่างจากพี่ๆหลายปี เมื่อเธอดันผ่าเหล่ามาเรียนโบราณคดีที่ต่างจากพวกพี่ๆที่ทำงานเป็นแพทย์เป็นวิศวกรจึงไม่เป็นที่แปลกใจของทุกคนเลย


โปรดติดตามตอนต่อไป

โพสนิยายเป็นของขวัญวันปีใหม่จ้ะ
ฝนตกสองวันแล้ว น้ำจะท่วมรับปีใหม่หรือเปล่านะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น

  1. #41 Sukhu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2555 / 21:46
    ดีใจจัง เรื่องใหม่มาแล้ว เนื้อหาน่าติดตามมากค่ะ ชอบ ชอบ ^^
    #41
    0
  2. #40 Biblio,phile:P (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มกราคม 2555 / 20:09
    เย้ๆๆๆ มาแล้ววว ดีใจจังเลย ชอบนิยายคุณรอมแพงมากๆเลยค่ะ
    ไปทักทายในเฟสบุ๊คแล้ว แต่ทักในนี้เพิ่มได้เนอะ สู้ๆนะคะ เขียนนิยายต่อไปค่ะเป็นกำลังใจให้แน่นอน:P
    #40
    0
  3. #39 pure_marble (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มกราคม 2555 / 13:53
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ
    น่าสนุกๆ รออ่านๆ ค่ะ
    #39
    0
  4. #38 YeeHana (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 23:14
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ คอยติดตามงานเหมือนเดิมค่ะ ขอให้คุณรอมแพงสุขภาพแข็งแรงนะค่ะ
    #38
    0
  5. #37 น้องสี่น้ำตาล (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 14:49
     

    ดีใจจังได้อ่านเรื่องใหม่แล้ว 
    #37
    0
  6. #36 น้ำหอม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 12:45

    เย้! ในที่สุดก็ได้อ่านของคุณรอมแพง
    สนุกและก็น่าติดตามมากๆๆเลยค่ะ
    จะติดตามนะค่ะ

    #36
    0
  7. #35 nanmanun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 09:14
    รออ่านเเละรวมเล่มคะ ชอบบนิยายเเนวนี้มากคะตั้งเเต่เรื่องเรือนพะยอมเเล้วคะ
    #35
    0
  8. #34 nanmanun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 09:12
    รออ่านเเละรวมเล่มคะ ชอบบนิยายเเนวนี้มากคะตั้งเเต่เรื่องเรือนพะยอมเเล้วคะ
    #34
    0
  9. #33 braemo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 04:58
    อ้ายยยยยยย รออ่านอยู่นะคะ
    #33
    0
  10. #32 pokkob (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 02:25
    รอติดตามด้วยคนค่ะ ^-^7064
    #32
    0
  11. #31 เดือนดี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 23:03
    สนุกเหมือนเคย รออ่านต่อนะคะ ^^
    #31
    0